ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น

ย้อนเวลารัก พลิกชะตาแค้น

last updateLast Updated : 2026-08-17
By:  วริณชญาUpdated just now
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
15Chapters
4views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ราวกับสวรรค์กำลังให้โอกาส หลังจากถูกสามีใช้กระบี่สังหารจนสิ้นใจ เฉินอวี้หลันก็ได้ย้อนเวลากลับมาก่อนที่จะได้รู้จักเขา กลับมาครั้งนี้นางจะต้องหลีกหนีจากชะตากรรมให้ได้!

View More

Chapter 1

บทนำ

                "ท่านพ่อ ข้าจะไม่แต่งกับผู้ที่ข้าไม่เคยพบเห็นเป็นอันขาด!"

                ประโยคนั้นคือคำพูดที่เฉินอวี้หลันกล่าวออกมาเมื่อรู้ว่าบิดาผู้เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งทัพชายแดนของแคว้นต้าเผิงได้หาคู่หมั้นหมายให้นาง แม้จะได้ยินว่าเขาเป็นถึงทั่นฮวาที่ฮ่องเต้พอพระทัย เป็นคนมีความรู้ความสามารถและมีอนาคตที่สดใสอย่างยิ่ง

                ทว่าหลังจากที่นางได้พบกับจูป๋ายเจี่ยน ความคิดของนางก็ค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนไป เขาเป็นชายหนุ่มที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น ใบหน้าหล่อเหลาเปี่ยมสเน่ห์อย่างที่เหล่าบัณฑิตที่อยู่กับตำรามาตลอดไม่มี ทั้งยังมีความสุขุมเยือกเย็น รวมถึงท่าทางที่สง่างามอย่างที่หาเปรียบได้ยาก

                สิ่งที่ทำให้เฉินอวี้หลันรู้สึกสนใจในตัวเขาขึ้นมา เกิดจากนางได้รู้ว่าเขาสามารถเข้าสอบเคอจวี่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีอำนาจของครอบครัวคอยหนุนหลัง อาจจะกล่าวได้ว่าเขาใช้ความสามารถที่มีผลักดันตัวเองขึ้นมาในตำแหน่งนี้

                การสอบเคอจวี่ แม้แต่คนทั่วไปยังรู้ได้ว่ายากแสนยาก ยิ่งไม่มีทรัพย์สินหรือคนหนุนหลังก็อาจจะสอบได้เพียงแค่ตำแหน่งเล็กๆ แต่จูป๋ายเจี่ยนกลับเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เป็นเพียงเด็กกำพร้าและสอบได้ถึงตำแหน่งทั่นฮวา

                เนื่องจากบิดาของเฉินอวี้หลันไม่กล้าที่จะบังคับจิตใจของบุตรสาว ทั้งยังเป็นบุตรคนเดียวที่เขามี ดังนั้นเขาจึงได้แนะนำจูป๋ายเจี่ยนให้เฉินอวี้หลันรู้จักก่อน และค่อยๆ ทำความรู้จักกันไปก่อนที่จะหมั้นหมายกัน

                ด้วยอุปนิสัยและการวางตัวของเขา การมาเยี่ยมเยียนเฉินอวี้หลันเป็นประจำ ทำให้นางค่อยๆ ตกหลุมรักเขาอย่างช้าๆ จนกระทั่งหนึ่งปีให้หลัง ข่าวการออกเรือนของบุตรสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เฉินเว่ยก็โด่งดังไปทั่วแคว้นต้าเผิง แม้แต่ฮ่องเต้ยังส่งคำอวยพรมาให้

                ในคืนแรกหลังจากแต่งงาน เฉินอวี้หลันนั่งอยู่ในห้องหอ สวมชุดเจ้าสาวสีแดงสดงดงาม สีหน้าเต็มไปด้วยความหวังและความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตกับบุรุษที่นางมอบหัวใจให้ ทว่าเวลาผ่านไป ในห้องหอก็มีเพียงความเงียบสงัด เพราะจูป๋ายเจี่ยนมิได้ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้เลย

                เฉินอวี้หลันทำได้เพียงนั่งรออยู่จนถึงรุ่งสาง พยายามปลอบใจตัวเองว่าเขาเพิ่งได้รับตำแหน่งทั่นฮวามาจึงมีธุระที่ต้องจัดการมากมาย เมื่อนางออกจากห้องหอก็พบว่าเขายังคงทำงานอยู่จริงๆ ทั้งยังกล่าวขอโทษนางอย่างจริงใจ ทำให้นางตัดสินใจที่จะทิ้งความขุ่นเคืองใจที่เกิดขึ้นในคืนแรกออกไป

                วันเวลาผ่านไป ธุระของจูป๋ายเจี่ยนก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เขามักจะหายตัวไปในตอนกลางคืนเสมอ แต่วันรุ่งขึ้นก็จะมาปลอบประโลมจนนางมีความหวัง นางจึงทำได้เพียงปฏิบัติตามหน้าที่ของภรรยาตามประเพณี

                กระทั่งเวลาผ่านไปได้เจ็ดวัน จูป๋ายเจี่ยนพาสตรีนางหนึ่งนามว่าไฉเม่ยหุยเข้ามาในจวน จากนั้นไม่นานก็รับนางมาเป็นอนุภรรยา ด้วยเหตุผลที่ว่าแม่นางไฉถูกบุตรชายมักมากของขุนนางตำแหน่งสูงผู้หนึ่งหมายตาและคิดจะบังคับขืนใจให้เป็นอนุภรรยา ซึ่งแม่นางไฉผู้นี้เคยมีบุญคุณต่อเขามาก่อน เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากรับนางมาเป็นอนุภรรยาเพื่อหลีกหนีจากบุตรชายของขุนนางผู้นั้น ซึ่งเฉินอวี้หลันก็ได้แต่พยักหน้า สวมบทบาทเป็นภรรยาที่ใจกว้าง พร้อมกับช่องว่างในใจที่กว้างขึ้นกว่าเดิม

                ยามอยู่ต่อหน้าเฉินอวี้หลัน จูป๋ายเจี่ยนก็มักจะแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้สนใจแม่นางไฉเลย ใช้ชีวิตอยู่กับภาระหน้าที่ของขุนนางขั้นสองอย่างแข็งขัน แต่คืนหนึ่งที่เฉินอวี้หลันนอนไม่หลับ นางก็ได้ไปบังเอิญเห็นเขามุ่งหน้าไปยังห้องของแม่นางไฉและใช้ชีวิตอยู่ในห้องนั้นจนถึงเช้า ส่วนนางก็ได้แต่น้ำตาไหลรินเงียบๆ อย่างโดดเดี่ยว

                หลังจากนั้นนับปี ความสัมพันธ์ของเฉินอวี้หลันและจูป๋ายเจี่ยนกลับเป็นเหมือนสามีภรรยากันในนามเท่านั้น ไม่มีการแตะเนื้อต้องตัว ไม่มีความสัมพันธ์เกินเลย แม้แต่การพูดคุยเรื่องทั่วไปยังไม่มี

                ชะตาชีวิตของเฉินอวี้หลันยังคงด่ำดิ่งลงไปอีก เมื่อนางได้ข่าวว่าบิดาและมารดาป่วยหนักด้วยโรคประหลาด แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้กลับบ้าน ข่าวการเสียชีวิตของแม่ทัพใหญ่เฉินเว่ยและฮูหยินก็ถูกประกาศไปทั่วแคว้น แม้แต่จวนของจูป๋ายเจี่ยนก็ยังแขวนผ้าขาวแสดงความให้เกียรติแก่แม่ทัพใหญ่ทัพชายแดนด้วย

                เฉินอวี้หลันได้แต่โอบอุ้มความหวังที่เหลือเพียงเศษเสี้ยวไว้ในใจ ใช้ชีวิตในบทบาทของภรรยาที่แสนดีของจูป๋ายเจี่ยน คอยไปร่วมงานกับเขาด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าสักวันเขาและนางจะได้ใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยากันจริงๆ

                แต่ชะตาชีวิตของนางช่างอาภัพนัก หลังจากที่นางกับจูป๋ายเจี่ยนไปร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองชายารองของรัชทายาท นางก็เผลอไปทานอาหารที่มียาพิษที่หมายเข้าไป

                พิษร้ายทำลายร่างกายทุกส่วนของนางอย่างโหดเหี้ยม แต่ด้วยความหวังจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับจูป๋ายเจี่ยนทำให้นางมีชีวิตรอดมาได้อย่างยาวนาน จนกระทั่งคืนหนึ่งที่นางนอนอยู่ในห้องหออันแสนโดดเดี่ยว เสียงเคาะประตูเป็นจังหวะเบาๆ ก็ดังขึ้น

                แม้จะมีความหวาดหวั่นเกิดขึ้นภายในใจ แต่ด้วยความสงสัยที่มากกว่า นางจึงลุกขึ้นเดินไปยังประตู เมื่อประตูเปิดออกก็มีบุรุษในชุดขุนนางสีครามผู้หนึ่งยืนรออยู่

                ถึงแม้ในยามนี้สีหน้าของเขาจะเรียบเฉย แต่ก็มิอาจบดบังใบหน้าที่ราวกับหยกที่ถูกสลักอย่างปราณีต

                “ท่านมาหาข้าในเวลาเช่นนี้มีเรื่องอันใดหรือ?" เฉินอวี้หลันถามด้วยน้ำเสียงไพเราะและอ่อนโยน จับจ้องจูป๋ายเจี่ยนอย่างคาดหวัง

                ทว่าสีหน้าของเขากลับราบเรียบ มองนางด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ทันใดนั้น กระบี่ที่ซ่อนอยู่ก็ถูกชักออกมาจากฝัก ก่อนที่เฉินอวี้หลันจะได้ตั้งตัว กระบี่เล่มนั้นก็แทงเข้าที่หน้าอกของนาง ความเจ็บปวดแผ่กระจายไปทั่วร่าง

                "เหตุใด...เหตุใดท่านถึงทำเช่นนี้?" นางมองใบหน้าที่ถวิลหามาหลายปีพลางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

                จูป๋ายเจี่ยนออกแรงดึงกระบี่ ริมฝีปากบางขยับเบาๆ อย่างไร้ความรู้สึก "ถ้าจะโกรธแค้น ก็โกรธแค้นบิดาของเจ้าเถิด"

                เรี่ยวแรงของเฉินอวี้หลันเหือดหายไปจนหมด ทำได้เพียงมองใบหน้าของบุรุษที่นางเคยรัก หยาดน้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบงัน

                นางอยากถามถึงสาเหตุ อยากถามถึงความหมายในคำพูดสุดท้ายของเขา อยากถามว่าเขาเคยรักนางบ้างไหม แต่ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านอยู่ที่ทรวงอกทำให้นางไม่มีแรงพอที่จะเอ่ยปากออกไป

                ร่างบอบบางทรุดลงกับพื้น หยาดโลหิตไหลย้อมอาภรณ์สีขาวจนแดงฉาน ดวงตาเรียวรีค่อยๆ ปิดลงพร้อมกับคำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ

                ท่ามกลางความมืดมิดและความเงียบสงัดไร้สิ่งใด เฉินอวี้หลันรู้สึกว่าตัวเองกำลังย่างเท้าไปข้างหน้าเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย กระทั่งเสียงบางอย่างดังขึ้นมา เสียงนั้นเบาเสียจนแทบจะไม่ได้ยิน ยิ่งเวลาผ่านไป เสียงนั้นก็ค่อยๆ ดังขึ้น เพียงแค่ชั่วพริบตาก็ดังเสียจนนางต้องยกมือขึ้นมาปิดหู หมายจะหลีกหนีจากเสียงนั้น

                จนกระทั่งนางรู้สึกตัวอีกที ดวงตาของนางก็เบิกโพลง ทว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าตอนนี้ไร้ซึ่งจูป๋ายเจี่ยน ไร้ซึ่งความเจ็บปวด มีเพียงความอบอุ่นในยามเช้าและเสียงเคาะประตูที่ยังคงดังอยู่

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
15 Chapters
โอกาสครั้งที่สอง (1)
เฉินอวี้หลันเบิกตากว้าง เหงื่อเย็นเยียบไหลรินลงมาอย่างเงียบๆ ความรู้สึกเย็นเยียบของกระบี่คมกริบที่พุ่งผ่านเข้ามาในร่างของนางยังคงทำให้นางขนลุกและหวาดกลัว ทั้งๆ ที่นางควรจะสิ้นใจไปแล้ว ทว่านางกลับตื่นขึ้นมา หรือว่าเหตุการณ์ที่นางได้พบเป็นเพียงแค่ฝันจริงๆ เฉินอวี้หลันหลับตาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง มองดูแสงตะวันของยามเช้าที่สาดส่องลงมาผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นสาย พร้อมกับปลอบใจตัวเองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ฝันเท่านั้น ทันใดนั้นเสียงที่นางได้ยินในฝันและไม่รู้ว่าคือเสียงอะไรก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้นางสามารถตระหนักได้ทันทีว่าเป็นเสียงเคาะประตู "คุณหนู ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ เดี๋ยวท่านก็ไปส่งท่านแม่ทัพใหญ่ไม่ทันหรอก" เสียงแม่นางน้อยผู้หนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงที่จะว่าคุ้นหูก็คุ้นหู แต่หากจะบอกว่าไม่คุ้นก็ไม่คุ้นเช่นกัน เฉินอวี้หลันถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่แน่ใจว่าจูป๋ายเจี่ยนไปทำความรู้จักกับแม่ทัพใหญ่คนใดอีก แต่ดูเหมือนว่านางจะต้องไปแสดงบทบาทภรรยาที่ดีกับเขาอีกแล้ว แต่ที่น่าแ
last updateLast Updated : 2026-08-14
Read more
โอกาสครั้งที่สอง (2)
เฉินอวี้หลันเดินตามเสี่ยวหลินออกมาเรื่อยๆ ทิวทัศน์สองข้างทางก็ค่อยๆ คุ้นตาขึ้นมาทีละน้อย แต่ในห้วงแห่งความฝันอันสมจริงนั้น ที่แห่งนี้ถูกทำลายจนย่อยยับไปแล้ว ไม่ผิดแน่ ที่นี่คือจวนแม่ทัพใหญ่สกุลเฉินจริงๆ เป็นที่ที่นางเกิดและเติบโตขึ้นมาได้อย่างแข็งแรง หญิงสาวถอนหายใจเมื่อเดินผ่านสวนดอกเหมยที่นางเป็นคนลงมือปลูกเองตั้งแต่ยังเล็ก ทว่าปีนั้นดอกเหมยไม่ยอมบาน นางจึงได้แต่ร้องไห้เสียใจ สุดท้ายมารดาทนไม่ไหว จ้างคนมาดูแลและปลูกเพิ่มจนกลายเป็นสวนดอกเหมยที่บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมเรียกรอยยิ้มของนางได้ในทุกๆ ปี เดินอีกไม่นาน ก็ผ่านศาลารับลมกลางสระน้ำที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาน ซึ่งนางมักจะใช้เวลาว่างมานั่งดื่มชาอยู่ที่นี่อยู่เป็นประจำ ทันใดนั้น ภาพที่ตัวนางกำลังนั่งรับลมเพื่อคลายร้อนและได้พบกับจูป๋ายเจี่ยนเป็นครั้งแรกก็พลันปรากฏขึ้น ในยามนั้นนางมิได้สนใจเขาสักเท่าไรนัก เนื่องจากการพบกันครั้งนี้ระหว่างเขากับนางถูกกำหนดโดยบิดาที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งต้าเผิง ซึ่งนางก็พอจะเดาถึงสาเหตุที่บิดาทำเช่นนี้
last updateLast Updated : 2026-08-17
Read more
เงื่อนไข (1)
"ท่านแม่ทัพ แผนการของท่านครั้งนี้เต็มไปด้วยช่องโหว่ยิ่ง" ฟ่านจินเอ่ยพลางมองดูตัวหมากจำลองที่ใช้แทนกำลังพลของแคว้นต้าเผิงและแคว้นฉิงที่วางอยู่บนแผนที่ที่ถูกวาดขึ้นตามภูมิประเทศอย่างแม่นยำด้วยความรู้สึกกังวล "ข้ารู้" เซียวซู่หยาง แม่ทัพแห่งกองทัพม้าศึกกล่าวตอบอย่างไร้อารมณ์ "แต่ถ้าจะจบศึกภายในสิบวันนี้ มีแต่ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น" "แคว้นฉิงตั้งกองทัพป้องกันข้าศึกอย่างแน่นหนา พวกเราบุกตีมาหลายเดือนยังไม่แตก แถมยังเสียกำลังพลไปไม่น้อย" ฟ่านจินขยับหมากที่วางอยู่ด้านหน้าของชิ้นไม้เล็กๆ ที่เปรียบเป็นเมือง "ชัยภูมิของเมืองอวิ๋นซีถูกขนาบไว้ด้วยภูเขาสองลูก ง่ายต่อการป้องกันแต่ยากต่อการโจมตี หากท่านใช้วิธีนี้อาจจะเสียกำลังพลมือดีไปไม่น้อย" เซียวซู่หยางผินหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างกระโจม แววตาฉายอารมณ์บางอย่างออกมา "ข้าเพียงอยากจบศึกนี้ให้เร็วที่สุดเท่านั้น" "รีบร้อนไม่สมเป็นท่านเลย" ฟ่านจินโบกพัดในมือ ขยับใบหน้ามองตามสายตาของผู้เป็นนาย "ปกติท่านจะรอบคอบกว่านี้" ฟ่านจินนึกถึงศึกเมื่อสองปีก่อนที่เซียวซู่หย
last updateLast Updated : 2026-08-14
Read more
เงื่อนไข (2)
เมื่อเมืองอวิ๋นซีขาดเสบียง กองทัพก็อ่อนแอ เจ้าเมืองอวิ๋นซีรู้ดีว่าฝืนสู้ต่อไปก็มีแต่พ่ายแพ้ จึงตัดสินใจประกาศยอมแพ้และเปิดประตูเมือง ยอมให้กองทัพต้าเผิงเข้ามายึดเมืองแต่โดยดี เซียวซู่หยางประกาศให้กองทัพของแคว้นฉิงถอยกลับโดยสัญญาว่าจะไม่สังหารผู้ใด จากนั้นก็ประกาศให้กองทัพต้าเผิงนำเสบียงมาแจกจ่ายให้ชาวบ้าน เพราะเขารู้ดีว่าชาวบ้านเหล่านี้คือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามมากที่สุด ข่าวการศึกของแม่ทัพแห่งกองทัพม้าศึกเซียวซู่หยางสามารถชิงหัวเมืองสำคัญของแคว้นฉิงถูกกระจายไปทั่วต้าเผิง กระทั่งฮ่องเต้ที่เคร่งเครียดกับงานในราชสำนักมาหลายวันยังยิ้มออกมา นับตั้งแต่ที่นางตื่นขึ้นมาในวันนั้นก็ผ่านมาสิบกว่าวันแล้ว ในตอนนี้เฉินอวี้หลันมั่นใจแล้วว่านางย้อนเวลากลับมา จากเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นภายในจวนแม่ทัพใหญ่ เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนยืนยันว่าสิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดไม่ใช่ความฝัน แต่จะเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ ในเมื่อได้โอกาสครั้งที่สองมาเช่นนี้ แม้เฉินอวี้หลันจะไม่ได้ต้องการแก้แค้นจูป๋ายเจี่ยน แต่นางก็ต้องหาวิธีป้องกัน
last updateLast Updated : 2026-08-17
Read more
ความจริงที่น่าหวาดหวั่น (1)
หลังจากเฉินฮูหยินได้นำเรื่องที่บุตรสาวขอไว้ไปพูดคุยกับสามี เฉินอวี้หลันก็ได้รับเวลาหนึ่งปีในการตามหาบุรุษที่พึงใจ ซึ่งหากผ่านหนึ่งปีไปแล้วนางยังมิอาจหาบุรุษที่พึงใจได้ นางจะต้องยอมแต่งงานตามที่บิดามารดาเห็นสมควรเท่านั้น สำหรับเฉินอวี้หลันแล้ว ข้อเสนอนี้ถือว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่เลวเลย เพราะอย่างน้อยนางก็ยังมีเวลาตามหาคนที่นิสัยดีสักคนมาแต่งงานได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าบิดาจะพาบุรุษที่ไหนมาแนะนำให้นางรู้จักอีก เรียกได้ว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสงบสุขของเฉินอวี้หลันจริงๆ นางใช้เวลาอยู่กับบิดามารดา บางครั้งก็ออกไปเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งวันหนึ่งที่นางถูกปลุกขึ้นมา นางก็ต้องแปลกใจเพราะผู้ที่ปลุกนางเป็นสาวใช้ที่นางไม่คุ้นหน้าคนหนึ่ง “เสี่ยวหลินล่ะ?” เฉินอวี้หลันถามขึ้นมาขณะที่สาวใช้กำลังมัดผมให้นาง “พี่เสี่ยวหลินป่วยเจ้าค่ะ” สาวใช้ตอบตามตรง “บ่าวเลยมาดูแลคุณหนูก่อน” เฉินอวี้หลันรู้สึกหัวใจของตัวเองหล่นวูบ สังหรณ์ใจขึ้นมาอย่างประหลาด “นางป่วยเป็นอะไรหรือ?”
last updateLast Updated : 2026-08-14
Read more
ความจริงที่น่าหวาดหวั่น (2)
หลังจากได้รู้ถึงความจริงที่น่าหวาดหวั่น เฉินอวี้หลันก็มิอาจทำให้จิตใจของตัวเองปลอดโปร่งได้อีกเลย เพราะนางกลัวว่าต่อให้นางหลีกเลี่ยงที่จะต้องแต่งงานกับจูป๋ายเจี่ยนได้จนอนาคตเปลี่ยนไปแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นางจำได้ว่าคำพูดสุดท้ายของเขาที่นางได้ยินคือ ‘ถ้าจะโกรธแค้น ก็โกรธแค้นบิดาของเจ้าเถิด’ ซึ่งบิดาของนางอาจจะเคยมีปัญหากับจูป๋ายเจี่ยนหรือไม่ก็เคยทำให้เขาเคียดแค้นด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่สำหรับนางแล้ว นางรู้ว่าบิดาไม่ใช่คนที่จะสร้างปัญหาให้ผู้อื่นอย่างแน่นอน ทำให้นางรู้สึกว่าสาเหตุที่แท้จริงน่าจะเป็นเพราะบิดาไปขัดขวางแผนการบางอย่างของจูป๋ายเจี่ยน หรือไม่การมีอยู่ของแม่ทัพใหญ่แห่งทัพชายแดนก็อาจจะไปขัดขวางเขาโดยบังเอิญ ระหว่างที่เสี่ยวหลินกำลังพักฟื้น เฉินอวี้หลันก็ออกคำสั่งว่าไม่ต้องให้สาวใช้คนอื่นมารับใช้นาง จากนั้นนางก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่แต่ในห้องหนังสือ อ่านข้อมูลและเรื่องราวต่างๆ ที่นางเคยไม่สนใจและละเลยจนละเอียด โดยเฉพาะเรื่องการศึกสงครามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบิดาโดยตรง ก่อนหน้านี้นางล้วนรู้แค่ว่าบิด
last updateLast Updated : 2026-08-17
Read more
ปรากฏตัว (1)
เฉินอวี้หลันนั่งถอนหายใจภายในศาลารับลมกลางสระน้ำ หลังจากที่ได้รับรู้ภาพรวมของกองทัพต้าเผิงกับหน้าที่ที่บิดาของนางกำลังแบกรับอยู่ นางก็คิดไม่ออกอยู่ดีว่าการมีอยู่ของบิดาผู้เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งทัพชายแดนนั้นไปขัดขวางผลประโยชน์ของใครบ้าง อย่าว่าแต่จะปกป้องบิดามารดาเลย ตอนนี้นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคมหอกที่ซ่อนตัวอยู่ชี้มายังสกุลเฉินหรือยัง ขณะที่เฉินอวี้หลันได้แต่ท้อแท้ เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไปด้วยความขี้เล่นก็ดังขึ้น “บุตรสาวข้า เหตุใดเจ้าจึงมานั่งเศร้าเสียใจที่ปฏิเสธบุรุษแสนดีที่พ่อพามาให้รู้จักเช่นนี้” เฉินอวี้หลันหันไปดูทางต้นเสียง เห็นบิดาในชุดสบายๆ กำลังเดินมาพร้อมกับรอยยิ้ม นางก็แอบหยอกล้อกลับคืนไปบ้าง “ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นท่านพ่อมาหาลูกคนเดียวโดยไม่ได้พาใครมาด้วยเช่นนี้ ช่างแปลกตายิ่งนัก” เฉินเว่ยชะงักไปเล็กน้อย มองสีหน้าบุตรสาวที่กระหยิ่มยิ้มย่องกับชัยชนะพักหนึ่งแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “เจ้าคาดเดาผิดแล้ว วันนี้ข้ามีแขกคนสำคัญ ทั้งยังคิดจะแนะนำให้เจ้ารู้จักเขาด้วย” “ไหนท่านพ่อก
last updateLast Updated : 2026-08-14
Read more
ปรากฏตัว (2)
เซียวซู่หยางมองดูสตรีที่คล้ายจะไม่สนใจเขาสักเท่าไรนักด้วยแววตายิ้มๆ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งในศาลารับลมตรงข้ามกับเฉินอวี้หลันโดยไม่ต้องให้ใครเชิญ "ได้ยินท่านแม่ทัพใหญ่กล่าวว่าเจ้าเป็นผู้ลงมือปลูกสวนเหมยด้วยตัวเอง น่าเสียดายที่ข้ายังไม่มีโอกาสได้ชม" "เป็นเพียงสวนเหมยธรรมดาเท่านั้น" นางยกชาขึ้นจิบ “มิควรค่าแก่คำชื่นชมของท่านแม่ทัพหรอก” “บางครั้งความงดงามก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่มองเห็น บางทีข้าอาจจะชื่นชอบสวนดอกเหมยของเจ้ายิ่งกว่าที่เจ้าคิดก็เป็นได้” เซียวซู่หยางยกมือเท้าคางพลางยื่นหน้าไปใกล้เฉินอวี้หลัน เฉินอวี้หลันรู้สึกได้ว่าเขาแสดงออกอย่างชัดเจนเสียเหลือเกิน นางจึงวางจอกน้ำชาลงและมองเขากลับอย่างไม่หลบเลี่ยง “ข้าขอถามท่านสักอย่างได้หรือไม่?” “เจ้าอยากถามเรื่องอะไรล่ะ” เซียวซู่หยางกระพริบตา เฝ้ารอคำถามของนางอย่างตั้งใจ “เหตุใดท่านถึงยอมตอบรับคำเชิญของท่านพ่อของข้า” เฉินอวี้หลันมองเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา นางรู้สึกว่าเขามีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล นางเชื่อว่าคนเราไม่น่าจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนั้น เช่นนั้
last updateLast Updated : 2026-08-17
Read more
ความห่วงใย (1)
เซียวซู่หยางจ้องมองแผ่นหลังที่ค่อยๆ ไกลห่างออกไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่เต็มอก กระทั่งแม่ทัพใหญ่แห่งทัพชายแดนเดินมานั่งตรงข้าม เขาจึงได้ถอนสายตากลับมา “ข้าก็บอกแล้วว่านางยังไม่อยากออกเรือน” เฉินเว่ยเอ่ยยิ้มๆ อย่างรู้ทัน เพราะเพียงแค่เห็นสีหน้าของบุตรสาวที่เดินผ่านไปเมื่อสักครู่เขาก็เดาออกแล้วว่าผลลัพธ์ของการพูดคุยกันระหว่างสองคนครั้งนี้จบลงอย่างไร “ขอรับ” เซียวซู่หยางพยักหน้าเล็กน้อย “แต่ข้าไม่ยอมแพ้เพียงเท่านี้อย่างแน่นอน” เฉินเว่ยมองดูชายหนุ่มที่มีความมั่นใจในตัวเองล้นเหลือผู้นี้พลางพยักหน้าอย่างพึงใจ จากนั้นเขาก็นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ “นอกจากเรื่องบุตรสาวข้าแล้ว อีกเรื่องที่เจ้าจะพูดกับข้าคือเรื่องอะไรกันแน่” สิ้นคำของเฉินเว่ย สีหน้าของเซียวซู่หยางก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อและยื่นให้เฉินเว่ย “สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ข้าบังเอิญพบหลังจากยึดเมืองอวิ๋นซีขอรับ” เฉินเว่ยรับกระดาษแผ่นนั้นไป จากนั้นก็คลี่ออกอ่านเนื้อหาข้างใน ทว่ายิ่งอ่าน สีหน้าที่ยิ้ม
last updateLast Updated : 2026-08-14
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status