LOGINหลังจากที่เซียวอวี้ฉีและกวนเยวี่ยหลันแต่งงานกันได้เพียงไม่กี่เดือน กวนเยวี่ยหลันก็ตั้งครรภ์อย่างรวดเร็ว เรื่องนี้สร้างความยินดีให้แก่ทุกคนในจวนอ๋อง รวมไปถึงตระกูลกวนอย่างมาก แม้แต่หลงตี้และเฟิ่งโฮ่วก็ยังรู้สึกดีใจไม่ต่างกัน นางซูถึงกับแวะเวียนมาที่จวนอ๋องทุกวันเพื่อดูแลกวนเยวี่ยหลันด้วยตนเอง อีกทั้งยังกำชับนางหนักหนาว่าจะต้องดื่มยาบำรุงให้มาก พักผ่อนให้เพียงพอ กวนเยวี่ยหลันฟังนางซูบ่นจนรู้สึกปวดหูไปหมด แต่เพราะนางเข้าใจว่านางซูทำไปเพราะหวังดีกับนาง นางจึงไม่คิดจะขัดมารดาเลี้ยงของตนต่อมากวนเสี่ยวถิงได้เข้าพิธีปักปิ่น นางเติบโตเป็นสตรีงดงามอย่างสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว เซียวลู่เฟยที่รอคอยเวลานี้มานานจึงทุลขอพระราชทานสมรสจากบิดาตน หลงตี้และเฟิ่งโฮ่วไม่ได้คัดค้านเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังตกปากรับคำด้วยความเต็มใจแสงรุ่งอรุณของวันมงคลสาดส่องกระทบผิวน้ำในสระบัวของจวนตระกูลกวน เสียงมโหรีประโคมดังกังวานก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของไม้กฤษณาและดอกโบตั๋น กวนเสี่ยวถิง นั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลืองในชุดเจ้าสาวสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายหงส์ร่อนอันวิจิตรงดงาม เรือนผมดำขลับถูกรวบขึ
แสงแรกของอรุณรุ่งยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้า เสียงระฆังแก้วกังวานและกลิ่นหอมอบอวลของไม้หอมก็ปลุกให้ กวนเยวี่ยหลัน ต้องลืมตาขึ้นจากความฝัน ท้องฟ้าด้านนอกยังคงเป็นสีน้ำเงินเข้ม ทว่าภายในเรือนนอนของนางกลับสว่างไสวไปด้วยแสงเทียนมงคลนับร้อยดวง“คุณหนูใหญ่ได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ วันนี้เป็นวันมงคลของท่านนะเจ้าคะ”แม่นมและเหล่าสาวใช้ประจำตระกูลกวนต่างกรูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มปิติ เครื่องประทินโฉมและเครื่องประดับที่แสนหรูหราถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ ในอ่างน้ำมีกลีบบุปผานับรอยกลีบลอยอยู่เหนือผิวน้ำ นี่คือน้ำสะอาดที่เตรียมเอาไว้เพื่อให้นางใช้ชำระล้างร่างกาย กวนเยวี่ยหลันมองดูเงาสะท้อนของตนเองในกระจกทองเหลือง ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตเลือนหายไปจนสิ้น บัดนี้เหลือเพียงความอบอุ่นใจอันแสนหวานเมื่อนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่จะมารับนางในวันนี้เซียวอวี้ฉี ชายผู้เป็นที่รักของนางการแต่งกายของเจ้าสาวดำเนินไปอย่างพิถีพิถัน ละเอียดลออในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสระผมด้วยน้ำคั้นจากผลมะกรูดสด ชโลมด้วยน้ำมันดอกไม้หอมบริสุทธิ์ การถักเปียและรวบผมขึ้นสูงตามมงคลพิธีของหญิงสาวที่กำลังจะออกเรือน เสียงหัวเราะหยอกเย้าของเหล่าสาวใช้ทำให้ก
ยามนี้เหลือเขาเพียงคนเดียวแล้ว อีกทั้งเหล่าทหารก็ล้มตายไปจนหมด ด้านราชครูฉีก็หายเงียบ คงจะถูกจับตัวไปแล้ว แผนการล้มเหลวไม่เป็นท่าทั้งหมด เช่นนั้นเขาก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องเสียอีกต่อไปแล้ว มิสู้ลากกวนเยวี่ยหลันไปตายด้วยกันก็นับว่าคุ้มค่ามากแล้ว“ปล่อยนาง!”เซียวอวี้ฉีเอ่ยเสียงเข้มแต่ฉีเฟินกลับส่งเสียงหัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยกับเขา“ท่านอ๋อง ท่านนี่เก่งจริงๆ เลยนะ ถึงขนาดทำลายแผนการที่พวกข้าวางเอาไว้มาเป็นปีๆ ได้ขนาดนี้”เซียวอวี้ฉีไม่ตอบ เขาจ้องฉีเฟินเขม็งราวกับอยากจะฆ่าคนตรงหน้าให้ตายอย่างไรอย่างนั้น อย่างไรวันนี้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด เขาก็จะต้องพาตัวกวนเยวี่ยหลันกลับมาอย่างปลอดภัยให้จงได้ฉีเฟินละสายตาจากเซียวอวี้ฉี ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้กวนเยี่ยหลัน พลางเอ่ยกระซิบบางอย่างที่ข้างหูของนาง“เจ้าไม่ถามข้าสักคำหรือว่าเพราะเหตุใดข้าถึงทำเช่นนี้ ข้าถูกกดขี่มาตั้งแต่เด็ก บิดากักขังข้าไม่รักข้า ข้าต้องทำเพื่อความอยู่รอด ข้ามีเหตุผลของข้า หากข้าไม่ทำ ข้าก็ไม่มีชีวิตรอด”“คนชั่วล้วนหาคำแก้ตัวให้ตนเองได้อย่างหน้าไม่อาย”กวนเยวี่ยหลันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา ไม่รอให้ฉีเฟินได้เอ่ยสิ่งใดต่อ นางก็ถื
ก่อนหน้านี้เขาได้สั่งให้คนของตนไปตามสืบเสาะหาเบาะแสของทหารเดนตายเหล่านั้นอย่างละเอียด จนค้นพบต้นตอและสาเหตุทั้งหมดแท้จริงแล้วทหารเดนตายเหล่านั้นเป็นคนของราชครูฉี แน่นอนว่าครั้งนี้เซียวฉงจวินย่อมต้องบงการอยู่เบื้องหลังด้วยอย่างแน่นอน พวกมันชั่วช้าอย่างยิ่ง ถึงขนาดไปบังคับจับตัวเด็กชายในหมู่บ้านต่าง ๆ มาฝึกฝนเป็นทหารเดนตาย มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ไม่อาจจะต้านทานการฝึกที่แสนโหดร้ายได้จึงขาดใจตาย บ้างก็ล้มป่วยตายไปหลายร้อยคนแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น หากพ่อแม่ของเด็กชายเหล่านั้นขัดขืนและไม่ให้ความร่วมมือก็จะถูกฆ่าปิดปากทั้งหมด ส่วนเด็กผู้หญิงที่ถูกจับตัวมาได้นั้นก็จะถูกนำไปขายที่หอนางโลมต่างแคว้นเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในการฝึกฝนของทหารในค่ายอีกต่อหนึ่ง ความชั่วร้ายนี้ช่างเลวทรามและชั่วร้ายเป็นอย่างมาก นอกจากจะทำร้ายคนในแคว้นกันเองแล้ว ยังลอบค้าขายกับต่างแคว้นอย่างผิดกฎหมายอีกด้วยทหารที่ถูกจับตัวมาได้ถูกเขาทรมานจนยอมสารภาพความจริงออกมาส่วนหนึ่ง ประจวบเหมาะกับทหารเดนตายบางส่วนที่ถูกจับตัวมาทรมานตั้งแต่ยังเด็กเหล่านั้นก็มีความแค้นไม่น้อยเลย พวกเขาถูกคนตระกูลฉีทำร้าย สูญเสียครอบครัวและต้องยอมทำตามคำสั
กวนเยวี่ยหลันตัดสินใจทิ้งรถม้าคันนั้นและไม่สนใจมันอีก ก่อนจะมุ่งหน้ากลับจวนตระกูลกวนในทันที ด้านฉีเฟินนั้นเมื่อเห็นว่าระหว่างนางและเขาคงไม่อาจกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้วก็รู้สึกปวดใจไม่น้อยเลย เขาไม่คิดจะตามรังควานนางอีก และยังสั่งให้คนของตนนำรถม้าคนนั้นกลับไปส่งยังจวนตระกูลกวนอีกด้วยวันเวลาก็ผ่านไปเช่นนี้จนกระทั่งล่วงเข้าสู่วันที่ฮ่องเต้จะต้องเสด็จไปทำพิธีล่าสัตว์ที่นอกเมืองหลวง งานเทศกาลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ครั้งนี้นอกจากฮองเฮาและเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่จะต้องติดตามออกประพาสในครานี้แล้ว ยังมีเหล่าข้ารับใช้ชั้นสูงและเหล่าฮูหยิน คุณหนู คุณชายต่างร่วมเดินทางไปด้วยกันอีกด้วยกวนเยวี่ยหลันนั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกับกวนเสี่ยวถิง สีหน้าของนางมีแววครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา จนกวนเสี่ยวถิงต้องเอ่ยถามพี่สาวด้วยความเป็นห่วง“พี่ใหญ่ ท่านคิดสิ่งใดอยู่หรือ?”กวนเยวี่ยหลันหันมามองน้องสาวของตนเองปราดหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ“ไม่รู้สิ ข้าเพียงรู้สึกใจคอไม่ดีอย่างไรบอกไม่ถูก ถิงถิง จำไว้นะว่าเจ้าจะต้องพกอาวุธติดกายเอาไว้ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย”กวนเสี่ยวถิงได้ฟังก็พยักหน้ารับเล็กน้อย นางไม่ได้ติดใจสงสัยหรือซัก
กวนเยวี่ยหลันพาเด็กๆที่ได้รับบาดเจ็บกลับมายังหมู่บ้านได้อย่างปลอดภัย บรรดาชาวบ้านที่เห็นเช่นนั้นต่างร้องไห้โฮแล้วรีบวิ่งเข้ามาหาบุตรหลานของตนเองด้วยความดีใจ พวกเขามีท่าทีหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดจนกวนเยวี่ยหลันต้องเอ่ยปลอบโยนว่าต่อไปนี้จะไม่มีใครมาทำร้ายพวกเขาได้อีก ชาวบ้านเหล่านี้จึงพอจะวางใจลงไปได้มากท่าทีหวาดกลัวก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน นางรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมาก ใบหน้างามยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนอย่างเห็นได้ชัด นางล้างออกไปอย่างลวกๆ ส่วนกวนเสี่ยวถิงและเซียวลู่เฟยก็ช่วยกันดูแลเด็กเหล่านั้น เซียวลู่เฟยสั่งให้คนหุงหาอาหารและต้มน้ำแกงร้อนๆ มาให้เด็กๆ ได้ดื่ม อีกทั้งยังคิดว่าจะต้องสั่งให้คนคุ้มกันหมู่บ้านแห่งนี้ ให้มากขึ้นสักหน่อยหลังจากจัดการเรื่องภัยพิบัติครั้งนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วกวนเยวี่ยหลันเพิ่งจะล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด นางกำลังยกมือขึ้นเช็ดหน้าตน แต่กลับพบว่าเซียวอวี้ฉีกำลังยื่นผ้าเช็ดหน้ามาตรงหน้านาง ไม่เพียงเท่านั้นเขายังใช้มันเช็ดใบหน้าให้นางอย่างอ่อนโยนและเบามืออีกด้วย กวนเยวี่ยหลันพลันยิ้มออกมาเล็กน้อย“ท่านมาแล้วหรือ คนพวกนั้นเล่า?”







