LOGINเธอเคยคิดว่าเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิต คือการถูกคนอื่นเกลียด จนกระทั่งวันหนึ่ง ข่าวลือเรื่องทุจริตและความสัมพันธ์ลับกับผู้บริหารถูกส่งต่อไปทั่วบริษัท จากพนักงานที่ทุกคนชื่นชม กลายเป็นผู้หญิงที่ทุกคนมองด้วยสายตารังเกียจ ไม่มีใครถามว่าเรื่องจริงคืออะไร ทุกคนเลือกเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ แม้แต่แฟนที่คบกันมาหลายปี วันที่เธอสูญเสียทั้งงาน ชื่อเสียง และคนรัก เธอเหลือเพียงชลิตา เพื่อนสาวที่ไม่เคยถามว่าเธอทำจริงหรือไม่ เพราะชลิตารู้คำตอบอยู่แล้ว “ฉันไม่สนว่าคนอื่นจะพูดอะไร แต่ถ้าใครทำกับแกแบบนี้ เราจะลากมันออกมาให้ทุกคนเห็นเองว่าใครโกหก” แต่ในระหว่างที่ทั้งคู่เริ่มสืบหาความจริง เพลงพิณกลับพบว่าคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้ต้องการเพียงทำลายชื่อเสียงของเธอ พวกมันต้องการทำลายอนาคตของเธอทั้งชีวิต และชายคนเดียวที่สามารถช่วยเธอเปิดโปงความจริงได้ กลับเป็นกฤติณ ผู้ชายที่เคยเป็นหนึ่งในคนที่ไม่เชื่อเธอ เมื่อความจริงถูกเปิดเผย คนที่เคยหัวเราะเยาะเธอจะต้องเป็นฝ่ายร้องไห้ แต่คำถามสำคัญกว่านั้นคือ หลังจากหัวใจของเธอถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี เธอจะกล้าเชื่อในความรักอีกครั้งหรือไม่?
View More"ซี้ด..."
เสียงสูดปากดังขึ้นจากโต๊ะด้านหลังห้องแกรนด์บอลรูม ก่อนจะลุกลามเป็นเสียงซุบซิบกระซิบกระซาบทั่วทั้งฮอลล์ ราวกับคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งทีละระลอก
เพลงพิณยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น
เธอกำลังยืนอยู่บนเวที ในมือถือช่อดอกไม้และโล่รางวัลพนักงานดีเด่นประจำปี แสงไฟสปอตไลต์สาดส่องมาที่เธอเพียงคนเดียว ใบหน้าของเธอเปื้อนรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องที่ยังคงดังอยู่ในโสตประสาท
จนกระทั่ง... ทุกอย่างหยุดนิ่ง
"นั่นมัน... คลิปอะไร"
เสียงพิธีกรหลุดปากด้วยความตกใจ ไมโครโฟนในมือสั่นเทา
จอ LED ขนาดใหญ่ด้านหลังเวทีที่ควรจะแสดงสไลด์ประวัติและผลงานของเธอ กลับกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงและชายวัยกลางคนในชุดสูทกำลังกอดกันบนเตียงโรงแรม ภาพชัดเจนจนแทบไม่ต้องเดาว่าคือใคร
หญิงสาวคนนั้น... คือเธอ
ชายคนนั้น... คือคุณวิชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด วัยห้าสิบหกปี
เพลงพิณหันไปมองจอด้วยดวงตาเบิกกว้าง มือที่ถือโล่รางวัลอ่อนแรงจนเกือบหลุดจากมือ หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ เลือดในกายกลายเป็นน้ำแข็ง ร่างทั้งร่างสั่นเทาเหมือนถูกช็อตด้วยไฟฟ้าแรงสูง
"นี่มัน... ไม่จริง..." เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของคนใกล้ตาย "ไม่ใช่ฉัน... ฉันไม่เคย..."
แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงของเธอ
ทุกสายตาในห้องจัดเลี้ยงจับจ้องมาที่เธอ ดวงตาคู่แล้วคู่เล่าเต็มไปด้วยความตกใจ รังเกียจ และความสะใจจากบางคนที่รอคอยวันนี้มานาน
"ไม่น่าเชื่อ... ผู้หญิงที่ดูเรียบร้อยแบบนี้"
"ก็ว่าแล้วว่าทำไมถึงได้เป็นพนักงานดีเด่น ทั้งที่อายุยังน้อย"
"ขายตัวชัดๆ..."
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับฝูงอีแร้งที่โฉบลงมาเล่นซากสัตว์ที่ยังไม่ตายสนิท
บนโต๊ะ VIP คุณวิชัยลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "ปิดมัน! ปิดจอเดี๋ยวนี้!" เขาตะโกนเสียงดังลั่น แต่ดูเหมือนไม่มีใครสนใจ ทุกคนกำลังจ้องมองภาพบนจอด้วยความตะลึงงัน
คุณประเสริฐ กรรมการผู้จัดการที่นั่งอยู่โต๊ะประธาน ใบหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันที เขาหันไปกระซิบสั่งการกับเลขาสาวข้างกายอย่างเร่งด่วน
ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง...
"เพลงพิณ!"
เสียงตะโกนกึกก้องดังกังวานไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ทุกคนหันไปมองต้นเสียงแทบจะพร้อมกัน
ภาคิน แฟนหนุ่มของเธอที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้าสุด ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและความอับอาย เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาคู่คมจ้องมาที่เธอเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ
"ที่แท้รางวัลที่ได้..." เขาตะโกนด้วยเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหว "มันมาจากการนอกใจผมใช่ไหม!"
คำพูดแต่ละคำเหมือนมีดที่ปักลงกลางใจของเพลงพิณ เธอส่ายหน้าอย่างแรง น้ำตาไหลรินออกมาโดยไม่ทันรู้ตัว
"ไม่ใช่นะภาคิน... ฟังฉันก่อน..."
"ฟังอะไร!" ภาคินตะคอก พลางถอดแหวนหมั้นที่นิ้วนางข้างซ้ายออกมาด้วยมือที่สั่นเทา "ผมให้แหวนวงนี้กับผู้หญิงที่ผมคิดว่าเป็นคนดี... แต่ที่แท้คุณก็แค่..."
เขาไม่พูดต่อ แต่สายตาที่มองเธอมันบ่งบอกทุกอย่างได้ชัดเจน
เสียงแก้วไวน์กระทบกันดังขึ้นจากบางโต๊ะ บางคนถึงกับกลั้นหายใจ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว
เพลงพิณมองแหวนวงนั้นด้วยดวงตาที่พร่ามัว มันคือแหวนที่เขาคุกเข่าขอเธอแต่งงานเมื่อปีที่แล้ว ต่อหน้าครอบครัวของทั้งสองฝ่าย เขาสัญญาว่าจะดูแลเธอตลอดไป...
แต่ตอนนี้เขากำลังวางมันลงบนโต๊ะอย่างเย็นชา
"เราเลิกกัน" ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกราวน้ำแข็ง "แล้วอย่ามาเจอหน้าผมอีก"
เขาหันหลังและเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงไปทันที ไม่หันกลับมามองแม้แต่ครั้งเดียว ประตูบานใหญ่ปิดดังปังราวกับเสียงตัดสินลงโทษ
เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการปิดบังอีกต่อไป
"แฟนยังทิ้งเลย... ขนาดนั้นเลยเหรอ"
"นังนี่มันหน้าด้านจริงๆ"
"ฉันเคยชื่นชมเธอนะเนี่ย... รู้งี้ไม่เสียเวลาช่วยงานเธอหรอก"
เพลงพิณยืนนิ่งอยู่บนเวทีราวกับรูปปั้น ไมโครโฟนในมือหลุดร่วงลงพื้นเสียงดังลั่น ทำให้ทุกคนสะดุ้งและเงียบลงชั่วขณะ
"ไม่จริง..." เธอกระซิบกับตัวเองทั้งน้ำตา "มันไม่จริง..."
แต่ไม่มีใครสนใจฟัง
ในมุมมืดของห้อง พงศ์พัฒน์นั่งอยู่ที่โต๊ะฝ่ายขาย แก้วไวน์ในมือถูกยกขึ้นจิบช้าๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากถูกซ่อนไว้ใต้แสงสลัวของห้องจัดเลี้ยง
"ได้ผลเกินคาด..." เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
อีกฟากของห้อง กฤติณนั่งอยู่ที่โต๊ะริมด้านหลัง เขาไม่ได้มีสีหน้าตกใจเหมือนคนอื่น ไม่มีสีหน้าสะใจ ไม่มีสีหน้าสมเพช
มีเพียงรอยขมวดคิ้วเล็กน้อยที่เกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า
ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่จอ LED ที่ตอนนี้ถูกปิดลงไปแล้ว แต่ภาพเมื่อครู่ยังคงติดตาอยู่
"ทำไมขอบภาพมันเบลอผิดปกติ..." เขาคิดในใจ "และมุมกล้อง... มันไม่เหมือนกล้องวงจรปิดปกติ"
แต่เขาไม่พูดอะไร
เขายังไม่แน่ใจในสิ่งที่เห็น
“เตรียมตัวรับศพคนที่อยู่เชียงใหม่ได้เลย”ข้อความปริศนาบนหน้าจอสมาร์ตโฟนเปรียบเสมือนเข็มพิษที่ทิ่มแทงเข้ากลางขั้วหัวใจเพลงพิณเห็นข้อความนั้นแล้วหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือดสองขาอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงกับพื้นพรมร่างระหงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุดเมื่อภาพของแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดคนเดียวผุดขึ้นมาในมโนสำนึก“แม่ คุณติณ แม่ฉันกำลังมีอันตราย”เสียงของเธอแหบโหยและสั่นเครือน้ำตาแห่งความหวาดหวั่นเอ่อรื้นขึ้นมาในดวงตาทว่า กฤติณกลับไร้ซึ่งความตื่นตระหนกนัยน์ตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยความดุดันดุจพยัคฆ์ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์ดาวเทียมเครื่องสีดำทรงเหลี่ยมที่เข้ารหัสพิเศษออกจากกระเป๋าเสื้อสูทกดต่อสายด่วนออกไปยังหมายเลขลับทันที“ผู้การครับ ปฏิบัติการโค้ดเรด คุ้มกันคุณแม่ของเพลงพิณที่เชียงใหม่ด่วนที่สุด”น้ำเสียงของกฤติณทุ้มต่ำ แต่เปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดชนิดที่เพลงพิณไม่เคยได้ยินมาก่อนปลายสายกดรับทันทีเสียงของผู้การดังลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์ดาวเทียมด้วยน้ำเสียงเคร
“โทรตามตำรวจ”เสียงสั่งการเด็ดขาดทรงพลังของคุณประเสริฐ ประธานกรรมการบริหาร ดังก้องไปทั่วห้องแกรนด์บอลรูม คำสั่งเพียงคำเดียวเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางเวทีพงศ์พัฒน์ที่ยืนสติแตกอยู่หน้าโพเดียมถึงกับเข่าอ่อน ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเวที ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว ขอบตาปูดโปน เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาจนเสื้อเชิ้ตปักตราผู้บริหารเปียกชุ่ม“ไม่จริง ลุงวิชัย ลุงช่วยผมด้วย”พงศ์พัฒน์ถลานคลานเข้าไปหาคุณวิชัย สองมือสั่นระริกเอื้อมไปคว้าขากางเกงสูทของผู้เป็นลุงไว้แน่น ตะโกนเสียงหลงปานจะขาดใจ“ลุงเป็นคนสั่งให้ผมทำ ลุงเป็นคนจ้างบริษัทตัดต่อคลิปนั่นตั้งหนึ่งล้านบาท ลุงโอนเงินเข้าบัญชีผมเอาไปจ่ายหนี้บอลสี่ล้าน ลุงบอกเองว่าถ้าเปิดโปงนังเพลงพิณได้ ลุงจะช่วยกลบหนี้ให้ผม”เสียงสารภาพแผดลั่นกลางเวทีทำให้กล้องถ่ายรูปของสื่อมวลชนนับร้อยรัวชัตเตอร์ สาดแสงแฟลชใส่ทั้งคู่อย่างบ้าคลั่ง เสียงซุบซิบกระหึ่มดังระงมไปทั่วฮอลล์ ยอดผู้รับชมไลฟ์สดออนไลน์พุ่งทะยานทะลุห้าแสนคนภายในไม่กี่วินาทีคุณวิชัยหน้าเ
ประตูไม้โอ๊กบานยักษ์เปิดออกกว้างแต่ไม่มีเสียงปรบมือต้อนรับ ไม่มีเสียงพิธีกรกล่าวเชิญมีเพียงความเงียบงันเยือกเย็นที่แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งแกรนด์บอลรูมบนจอ LED ยักษ์ด้านหลังเวที ภาพของพงศ์พัฒน์และคุณวิชัยที่กำลังเดินขึ้นไปรับไมโครโฟนก็ดับวูบลงแทนที่ด้วยหน้าต่างไฟล์เสียงสีดำสนิทพร้อมตัวอักษรสีขาวที่ปรากฏขึ้นทีละตัวRECORDING - 23:14 - ห้องทำงานส่วนตัว ชั้น 12เสียงของชายวัยกลางคนดังลอดผ่านลำโพง“แกจะแหกปากให้คนทั้งชั้นได้ยินหรือไงวะ”คุณวิชัยที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดหน้าซีดเผือดในทันทีมือที่ถือแก้วไวน์สั่นเทาจนของเหลวสีแดงกระฉอกออกมาเปื้อนเสื้อเชิ้ตขาวบนเวที พงศ์พัฒน์ยืนตัวแข็งอยู่หน้าโพเดียมใบหน้าของเขาค่อยๆ เปลี่ยนจากความลำพองเป็นความตระหนกเป็นความหวาดกลัวและสุดท้ายคือความสิ้นหวังที่มองเห็นได้ชัดเจนในดวงตาคู่นั้นและก่อนที่ใครจะทันตั้งตัวหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ก็ก้าวเข้ามาในฮอลล์เพียงลำพังเพลงพิณเดินผ่านประตูบานยักษ์เข้ามาช้าๆทุกย่างก้าวหนักแ
ถ้าพวกมันคิดว่าการล้มประจานเธอต่อหน้าคนทั้งบริษัทในคืนนั้นคือจุดจบ พวกมันคิดผิดอย่างแรงเพราะเช้าวันนี้ ผู้หญิงคนเดิมที่เคยนอนร้องไห้สิ้นหวังอยู่ในห้องมืด ได้ตายไปแล้วบนโต๊ะกระจกกลางห้องพักคอนโดชั้นยี่สิบห้า แฟลชไดรฟ์โลหะสีเงินสะท้อนแสงแดดยามเช้าสว่างไสว มันบรรจุรหัสลับและไฟล์หลักฐานการทุจริตยักยอกงบประมาณกว่า 82 ล้านบาท พร้อมคลิปเสียงคำสารภาพมัดแน่นของสองลุงหลานตัวร้ายชลิตาเดินออกมาจากห้องแต่งตัว พร้อมชูชุดเดรสสีขาวสะอาดตาขึ้นสูง ชุดเดรสตัดเย็บประณีต คอปกตั้งทรงเรียบหรู เข้ารูปเน้นเรือนร่างระหงอย่างสง่างาม“พวกมันตั้งใจเลือกชุดเดรสสีแดงให้แกใส่ในคืนที่โดนแฉคลิปปลอมใช่ไหม” ชลิตายิ้ม แววตาฉายประกายสะใจ “ถ้างั้นวันนี้ แกต้องสวมเดรสสีขาวบริสุทธิ์ตัวนี้ เดินเข้าไปเป็นสัปเหร่อฝังกลบพวกมันลงนรก”เพลงพิณมองชุดเดรสสีขาวตรงหน้าด้วยหัวใจเต้นระทึก เธอรับชุดมาสวมใส่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ไม่มีอีกแล้วขอบตาบวมช้ำจากการร้องไห้ ไม่มีอีกแล้วสายตาอ่อนแอที่คอยอ้อนวอนขอความเห็นใจจากใครดวงตากลมโตคู่เดิมแต่งแต้มด้วยอายไลเนอร์คมกริบ ริมฝีป