เข้าสู่ระบบ“เรื่องเวทย์หยั่งรู้คงแพร่ออกไปทั่ววังหลวงแล้วฝ่าบาทจะต้องบังคับให้องค์หญิงสะกดเวทย์ไว้แน่ๆ เจ้าค่ะ” มีมี่ถอนหายใจรอบที่ร้อย
ห้องทรงอักษร
“อย่างนั้นหรือนาง นางมีเวทย์ประหลาดอย่างนั้นหรือ เจ้าเคยได้ยินไหมอ๋องหรง” ฉีก้านพูดจบก็คีบเครื่องเสวยใส่ปากเคี้ยวงับๆ อย่างอารมณ์ดี อวี่หนิงคีบเนื้อกุ้งที่แกะวางให้อย่างเอาใจ
“ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงเรียบเฉย
“อือประหลาดจริง มันก็จริงอยู่เจ้าไม่เคยเข้าใกล้นางนี่เจ้าสิบสอง เลยไม่รู้ว่านางมีเวทย์ประหลาดแบบนี้”
ลู่เหวินหันไปอมยิ้มเสียอีกทางจะไม่เคยอย่างไรยามที่องค์หญิงเก้าจะแทงท่านอ๋องท่านอ๋องก็ลากองค์หญิงเข้าไปแทงคืน ไม่สิ เมื่อสองคืนที่ผ่านมาก็ไม่รู้ได้แทงกันหรือเปล่าจะเรียกว่าใกล้หรืออะไรดี
“พ่ะย่ะค่ะ” ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ
“แล้วข้าควรทำอย่างไร”
“ฝ่าบาทเพฮะก็ควรจะเข้าไปพูดคุยกับพระสนมก่อนดีไหมเพฮะ”
“พระสนมอะไรกัน นางยังไม่ยอมถวายตัวเสด็จพ่อก็จะแต่งตั้งนางแล้วหรือ รอให้นางถวายตัวก่อนค่อยเรียกนางว่าพระสนม แบบนี้เสด็จพ่อก็ขาดทุนสิ” คนที่ไม่อยากให้ใครมาแย่งความรักจากพ่อไป
อวี่หนิงขัดขึ้นขันทีอาวุโสยิ้มเจื่อนๆ
“เพฮะไม่พระสนม เพฮะต่อไปไม่กล้าเรียกแล้วเพฮะ เอาจริงๆ ฝ่าบาทก็ควรเข้าไปพูดคุยกับนางก่อนว่าหากจะถวายตัวมีวิธีแก้ไขหรือล้างเวทย์หยั่งรู้ของนางไหม หรือไม่ฝ่าบาทก็ควรจะเข้าไปแตะตัวนาง”
“บังอาจเจ้าอยากให้ข้าตายหรือ ดีคืนนี้ข้าจะให้กงกงไปแตะตัวนางให้ข้าดู”
“อะอะไม่เพฮะข้าน้อยฉันผิดไปแล้ว”
“อืมมมคราวหลังห้ามพูดอะไรแบบนี้อีกจำไว้”
ขันทีอาวุโสประสานมือถอยออกไป
“นางงดงามเหมือนในภาพวาดไหม”
ยื่นภาพวาดที่เก็บไว้ในอกเสื้ออย่างดีให้อ๋องหรงดู
“พ่ะย่ะค่ะ” ภาพวาดที่ไม่สมจริงอ๋องหรงอยากจะบอกว่าตัวจริงสวยกว่าร้อยเท่าพันเท่า
“ข้าอยากพบนางอยากเห็นนางอยากครอบครองนาง กงกงบัญชาออกไปใครสามารถล้างเวทย์หยั่งรู้ได้ ข้าฉีก้านปูนบำเหน็จให้อย่างงาม”
อ๋องหรงถอนหายใจยาว นางโป้ปดจะโป้ปดได้กี่น้ำไม่นานฉีก้านจะต้องจับได้
“คืนนี้ข้าจะไปดูหน้านางเสียหน่อยและจะลองปลอบโยนนางให้นางยอมรับข้าเหมือนที่ยอมรับนางกำนัลข้างกายนาง”
จวนของอ๋องหรง ที่เงียบเหงาทว่าเรียบง่ายราวกับปุถุชน
“พ่อบุญธรรมท่าน …..เอ่อหาทางช่วยองค์หญิงเก้าได้หรือยัง”
“มองไม่เห็นทาง ข้าประเมินนางแล้วนางไม่ได้ธรรมดาสามารถล่อหลอกคนในวังหลวงและฝ่าบาทให้เชื่อเรื่องเวทย์หยั่งรู้นั่นได้แนบเนียน”
ลู่เหวินถอนหายใจ
“ล่อหลอกอย่างไรกัน มิใช่องค์หญิงนางมีเวทย์หยั่งรู้นั่นจริงๆ หรอกหรือ”
“เจ้าเชื่อที่นางพูดหรือไร”
“ชะเชื่อขอรับพ่อบุญธรรมนางดูน่าเชื่อถือและคำพูดนางบางคำเชื่อถือได้อย่างยิ่งนางไม่เคยโป้ปดอย่างเรื่องที่นางพูดถึงเรื่องยุ่งยากที่พ่อบุญธรรมต้องเผชิญต่อจากนี้เห็นไหมเล่าพูดยังไม่ทันขาดคำทั้งบุตรีขุนนางกรมคลังทั้งองค์หญิงสามเข้ามาพัวพันแล้วยังเรื่องที่ฝ่าบาทให้ดูแลห้องเก็บตำรานั่นอีก ล้วนแต่ยุ่งยาก”
“อืมมมจะยุ่งยากก็เรื่องของนางนั่นล่ะที่ข้าอดห่วงไม่ได้ แต่ที่นางพูดทั้งหมดล้วนโป้ปดข้ากับนาง เคย..เคย นอนร่วมแท่นนอนหากนางมีเวทย์หยั่งรู้ที่เป็นภัยจริงข้าคงตายไปแล้ว”
ลู่เหวินอมยิ้ม
“หากเวทย์หยั่งรู้นั่นจะทำร้ายพ่อบุญธรรมก็คงจะตายใช่ไหม บางทีข้าว่าวิธีล้างเวทย์นั่น…ก็คือการที่….ทั้งสองหรือใครคนใดคนหนึ่งมีใจปฏิพัทธ์แล้วเต็มใจแนบชิดกันก็ได้นะขอรับ”
“หุบปากไม่มีทางเป็นได้”
“ลองดูไหมขอรับพ่อบุญธรรม จะต้องลองพิสูจน์เรื่องนี้ดีไหมขอรับ” อ๋องหรงยกมือขึ้นดีดไปที่หน้าผากของลู่เหวินอย่างแรง
“ไม่ตลก นางกำลังจะเป็นสนมของฝ่าบาทคิดว่าต้องห้ามหรือไม่นางเป็นหญิงต้องห้าม”
ลู่เหวินยิ้มแหย๋ๆ
“แล้วพ่อบุญธรรมท่านจะช่วยนางได้อย่างไรกัน”
“เจ้าประเมินนางต่ำไปนางเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว เรื่องนี้อาจง่ายดายสำหรับนางไม่ควรเป็นข้าที่เข้าไปยุ่งวุ่นวายมิฉะนั้นชีวิตข้าคงจะยุ่งยากเหมือนที่นางทำนายไว้”
ลู่เหวินส่ายหน้าไปมา
“ท่านทำใจได้หรือ ท่านปล่อยมือได้ หรือไม่คิดถึงช่วงเวลาสองคืนที่ท่านกับนางแนบชิดกอดรัดบนแท่นนอนหรือไร พ่อบุญธรรมท่านยอมปล่อยมือยอมให้นางถวายตัวหรือไร”
“หุบปากข้าบอกกี่ครั้งกันว่านางกับข้าไม่ได้มีอะไรกันแค่เพียงบังเอิญ และเจ้าคิดว่าลำพังข้าอ๋องหรงจะเอาอะไรไปต่อกรกับฝ่าบาท”
“พ่อบุญธรรมข้า ลู่เหวินผิดหวังในตัวท่านจริงๆ ท่านจะไม่ไปช่วยองค์หญิงเอ่อถัวจริงๆ ใช่ไหม”
“ไม่ไป”
“ดีขอรับข้าน้อยจะหาทางช่วยองค์หญิงเก้าด้วยตัวเองท่านพ่อบุญธรรมท่านใจดำที่สุด” ลู่เหวินประสานมือก้าวขาจากไป
ตำหนักเหมยฮวาที่บัดนี้ห้อยโคมไฟระย้าราวกับกำลังจะมีงานมงคลไม้ดอกถูกยกมาวางข้างทางเดินที่ฉีก้านกำลังจะเดินผ่านในค่ำคืนนี้ องครักษ์ประจำตามจุดต่างๆ อารักขาแน่นหนา
กลิ่นกำยานหอมผ่อนคลายในห้องของมีมี่
ซูเอ่อปิดประตูลงเบาๆ หลังจากที่ชะโงกหน้าออกไปมองด้านนอก
“ใกล้ได้เวลาแล้วเจ้าค่ะองค์หญิง เหล่าองครักษ์ประจำจุดแล้ว ฝ่าบาทคงกำลังเสด็จมาที่นี่ เอ่อ ซูเอ่อบังอาจพูด”
“ว่ามาข้ากำลังฟังอยู่”
มีมี่นั่งแต่งหน้าให้ขอบตาคลำหม่นแสงราวกับคนที่ผ่านการร้องไห้มา
“เอ่อ หากว่า หากว่าองค์หญิงจะปล่อยเวทย์นั่นที่ไม่รู้ว่าร้ายแรงแค่ไหนเพราะซูเอ่อก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อน หากจะปล่อยก็ควรจะยั้งมือเจ้าค่ะโดยเฉพาะกับฝ่าบาทเพราะเราอยู่ในที่ของเขาและนี่คือตำหนักเหมยฮวา ไม่มีทางหนีรอดแม้แต่จะก้าวออกไปก็ไม่อาจองค์หญิงเจ้าขา อย่าวู่วามนะเจ้าคะ”
มีมี่ยิ้ม
“ข้ารักเจ้าซูเอ่อ” ลุกขึ้นผลักซูเอ่อออกไปข้างนอกห้อง
ปิดประตูทันที
“องค์หญิง องค์หญิงเจ้าขาอย่าทำแบบนี้เจ้าค่ะทุกอย่างมีทางออกอย่าทำแบบนี้เจ้าค่ะ”
ซูเอ่อเขย่าประตูด้วยสีหน้าตื่นตระหนกทั้งตกใจและหวาดกลัว
ใครสองคนที่แอบที่เงามืด ลุกลี้ลุกลนอีกคนกำลังจะปรากฏตัวแต่ถูกอีกคนรั้งตัวไว้
“พ่อบุญธรรมใจเย็นก่อนขอรับ” ลู่เหวินดึงตัวคนที่บอกว่าไม่มาช่วยไว้ อีกคนขยับหน้ากากด้วยความเคยชิน
“ปึงๆๆๆ”
ร่างเล็กถูกกดทาบไว้แน่นกับพื้นหญ้า อ้อมแขนแข็งแรงโอบรัดไม่เปิดช่องให้หนี ริมฝีปากบางถูกช่วงชิงอีกครั้งอย่างหวานลึก มีมี่ที่กำลังเคลิ้มไปไกล สมองขาวโพลนไปหมด รู้เพียงว่าลมหายใจของอีกฝ่ายร้อนผ่าวจนหัวใจนางเต้นไม่เป็นจังหวะปลายนิ้วของนางเผลอกำเสื้อเขาแน่น ร่างทั้งร่างอ่อนลงทุกขณะแต่แล้วเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังแว่วใกล้เข้ามา"ท่านพ่อบุญธรรมขอรับ องค์หญิงเก้าขอรับ"เสียงของลู่เหวินชัดเจนขึ้นทุกทีอ๋องหรงชะงักไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ ดวงตาคมฉายแววขัดใจ ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างเสียดาย แล้วก้มลงกดจูบที่ริมฝีปากบางของมีมี่อีกครั้ง คราวนี้อ้อยอิ่งเนิบนานราวกับจงใจทิ้งร่องรอยไว้มีมี่ตาเบิกกว้าง ใบหน้าแดงแปร๊ดไปทั้งแถบยังไม่ทันได้ตั้งสติลู่เหวินก็โผล่พ้นพุ่มไม้เข้ามา"อะ ท่านพ่อบุญธรรมท่าน…"ประโยคของเขาค้างกลางอากาศอ๋องหรงขยับตัวอย่างสงบนิ่ง มือใหญ่คว้าไก่ป่าที่ตกอยู่ข้างกายชูขึ้น สีหน้าเรียบเฉยราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น"ข้ากับองค์หญิงเก้าเรากำลังช่วยกันจับไก่ป่า"มีมี่หน้าแดงจัด รีบก้มหน้าหนีแทบไม่ทัน มือยังสั่นน้อยๆลู่เหวินมองซ้ายมองขวา ดวงตาเป็นประกายแปลกๆ ก่อนจะยิ้มแห้งแล้วประสานมือ
ม้าเร็วควบฝ่าลมกลางค่ายทหาร เสียงเกือกม้ากระแทกพื้นดินดังถี่ ก่อนร่างทหารจะกระโดดลงจากอาน รีบวิ่งตรงไปยังกระโจมหลักของอ๋องเฉวียนม่านกระโจมถูกเปิดผาง"ท่านอ๋องขอรับ ตอนนี้ฮ่องเต้ฉีก้านได้ส่งหนังสือคำสั่งให้ประหารท่านอ๋องหรงทันทีหากพบหน้า"ภายในกระโจม อ๋องเฉวียนที่กำลังพิจารณาแผนที่อยู่เพียงชะงักปลายพู่กันเล็กน้อย ก่อนมุมปากจะยกขึ้นช้าๆ แววตาลึกล้ำอ่านไม่ออก"เร็วดีนี่ สิ่งที่องค์หญิงเก้าทายทักไว้กำลังจะเกิดขึ้นแล้วสินะนางทำนายไว้แม่นราวกับจับวางรู้แม้กระทั่งวันเดือนปี"เขาวางพู่กันลงอย่างไม่รีบร้อน สีหน้าสงบนิ่งราวกับข่าวเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เพราะเขารู้ล่วงหน้าจากจดหมายของมีมี่ที่ให้ลู่เหวินส่งถึงเขาแล้วนั่นเอง"ส่งหนังสือตอบรับไปทันทีว่าข้าพร้อมจะทำตามพระบัญชาอย่างไม่มีบกพร่อง"องครักษ์ข้างกายยิ้มบางๆ อย่างรู้กัน ดวงตาฉายแววเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นดีอ๋องเฉวียนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ"เซียวหยา"องครักษ์หนุ่มก้าวออกมาหนึ่งก้าว ประสานมือคำนับ"ข้าน้อยพร้อมรับคำสั่ง""ส่งคนคุ้มกันอ๋องหรงให้มาพบกันที่นี่อย่างปลอดภัยและเร่งเดินทางให
เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหลุดออกจากริมฝีปาก ก่อนที่นางจะกัดปากตัวเองแน่น พยายามกลืนความรู้สึกบางอย่างลงไปลู่เหวินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เหลือบมององค์หญิงสาม แล้วถอนหายใจเงียบๆ เบามากจนแทบไม่มีใครได้ยินมีมี่เดินตามอ๋องหรงไปเงียบๆ มืออุ่นใหญ่ยังกุมมือของนางไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ความอบอุ่นนั้นส่งผ่านมาจนปลายนิ้วของนางร้อนวูบโดยไม่รู้ตัว"จะต้องเดินเบาๆ ย่องช้าๆ เดินเหมือนเจ้าเกรงว่าวันนี้เราจะไม่ได้ไก่หรือกระต่ายสักตัว"อ๋องหรงพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย พลางกุมมือมีมี่ไว้มั่นคงพูดจบเขาก็นั่งย่อตัวลงทันที พร้อมดึงมีมี่ให้นั่งลงข้างพุ่มไม้ตามเขา สายตาคมจับจ้องไปข้างหน้า ที่ใต้ดงไผ่มีไก่ป่ากำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหารอยู่จริงๆ"ซู่ๆๆ"ส่งสัญญาณให้เงียบมีมี่รีบนั่งลงข้างหลังเขา ตัวเกร็งเล็กน้อย แต่"นั่นๆๆๆ ทางนั้น"นางรีบชี้ไปอีกด้านน้ำเสียงตื่นเต้น ที่มีแม่ไก่พาลูกน้อยคุ้ยเขี่ยดินอยู่อ๋องหรงหันกลับมาใบหน้าหล่อเหลาเกือบชนเข้ากับใบหน้าของมีมี่ที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่กระเบียดนิ้วลมหายใจอุ่นร้อนปะทะปลายจมูกของนางโดยตรง ผงะหงายเพราะความตกใจ"อะ"มีมี่สะดุ้งเบาๆ ด้วยความตกใจเมื่ออีกคนดึงมือไว้ ดวงตาคมลึกของเขาจ
ขบวนเดินทางเคลื่อนออกจากชายป่าอีกครั้ง เสียงกีบม้าดังกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มีมี่นั่งอยู่บนหลังม้าท่าทางเกร็งไหล่ ปากเม้มแน่นเหมือนกำลังอดทนกับอะไรบางอย่าง ดวงตากลอกไปมาครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาวเบาๆ"ระบบ ฉันอยากได้พลังพิเศษขี่ม้าได้ตอนนี้ทันที จะได้ไม่ต้องนั่งบนหลังม้าแล้วเคียงข้างไปกับอ๋องขี้เก๊กคนนั้น"เสียงหัวเราะคิกคักใสดังขึ้นข้างหูทันที"ได้เลยเจ้าค่ะนายหญิง ข้าน้อยจะจัดการให้ตอนนี้ นี่คือหญ้าวิเศษ นายหญิงให้เจ้าม้าโง่ตัวนั้นกิน พอมันกินเข้าไปแล้วมันจะฟังภาษาคนออก นายหญิงก็แค่พูดกับมันเพราะๆ ลูบหลังมันเบาๆ แล้วมันจะพานายหญิงไปทุกที่ที่ต้องการ"มีมี่ก้มมองหญ้าสีเขียวสดที่โผล่มาในมือ ก่อนจะถอนหายใจแล้วค่อยๆ ยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์"ต่อไปก็เหลือแค่อยู่ห่างๆ หมอนั่น ไม่ต้องเข้าใกล้ฉันก็ปลอดภัย ฮ่าาา"พูดจบ นางก็แอบก้มตัวลงยื่นหญ้าไปตรงปากม้าอย่างแนบเนียน มือเล็กตบแผงคอมันเบาๆ"มากินเร็ว เจ้าตัวดี"ม้าหนุ่มพ่นลมหายใจฟึดหนึ่ง ก่อนจะงับหญ้าเข้าไปเคี้ยวกร้วมๆ อย่างไม่ระแวงมีมี่รีบลูบคอมันเบาๆ พลางกระซิบเสียงหวาน"เด็กดี เจ้าม้ารูปหล่อ เจ้าน่ะ พาข้าเดินดีๆ ล่ะ"แทบจะทั
อ๋องหรงผละออกจากมีมี่อย่างง่ายดาย สีหน้ากลับมาเรียบเฉยราวกับเมื่อครู่ไม่เคยเกิดอะไรขึ้น มีมี่ถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือยกขึ้นแตะริมฝีปากตนเอง ดวงตายังแดงช้ำยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยคำ เสียงฝีเท้าก็เร่งเข้ามาใกล้ลู่เหวินกับอวีหนิงพุ่งออกจากแนวไม้ทึบ"ท่านอา...."อวีหนิงรีบวิ่งเข้าไปโผกอดอ๋องหรงแนบแน่น น้ำตาไหลรินเป็นสาย ตัวสั่นเล็กน้อยราวเพิ่งผ่านความหวาดกลัวมาเต็มที่"อวีหนิงคิดว่าจะไม่ได้พบท่านอาอีกแล้วฮืออออออ"อ๋องหรงชะงักเพียงครู่ ก่อนค่อยๆ ยกมือขึ้นกอดตอบ ฝ่ามือลูบศีรษะนางเบาๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำลงอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้ยิน"ไม่ต้องร้องแล้วอาอยู่นี่แล้ว"อวีหนิงยิ่งซบแน่นขึ้นอย่างวางใจลู่เหวินยืนมองอยู่เงียบๆ แววตาวาบไหวเล็กน้อยส่วนมีมี่… นางหันหลังให้ทั้งสามคนตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ร่างเล็กเดินเงียบๆ หลบออกไปอีกทาง ปลายแขนเสื้อยกขึ้นปาดหางตาลวกๆ ก่อนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นราวไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าตนเอง“ฉันไมไ่ด้ร้องไห้เสียใจฉันร้องเพราะฉันกลัวหนอนแก้วนั่นต่างหาก”มีมี่เดินเลี่ยงออกมาได้ไม่ไกลก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าตามหลังมาอย่างไม่ปิดบัง นางสูดจมูกเบาๆ รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แ
เสียงใบไม้ไหววูบดังขึ้นพร้อมเงาดำพุ่งออกมาจากทุกทิศ มือสังหารนับสิบกรูกันเข้าหากองคาราวานในพริบตา อ๋องหรงชักกระบี่ออกจากฝักอย่างว่องไว ร่างสูงก้าวพรวดมาขวางหน้ามีมี่ทันที คมกระบี่สะท้อนแสงเย็นเยียบ มือใหญ่รั้งเอวบางแนบชิดราวกับภาพทีเซอร์ของซีรียส์ดีดีสักเรื่อง“พระเอกของฉัน ทำไมเท่จังฮือออ” แต่เดี่ยวก่อน…."ไม่มันไม่ถูกต้องท่านอ๋อง ท่านต้องไปช่วยองค์หญิงสามอวีหนิงสิ พระเอกต้องช่วยนางเอกก่อนมาช่วยข้าทำไม""หุบปากของเจ้าถ้าไม่อยากตายก็อย่าห่างข้าอยู่ใกล้ๆ ข้าไว้"อ๋องหรงตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองศัตรูรอบด้านโดยไม่หันกลับมา มุมคิ้วขมวดแน่น บรรยากาศตึงเครียดจนลมหายใจแทบสะดุด มีมี่เม้มปากแน่น ใจหนึ่งยังงงงัน อีกใจคิดไปไกล….หากฉันตายในนิยายเรื่องนี้แล้วจะได้กินของอร่อยๆ อย่างชาบู พิซซ่าไหมคิดจบก็รีบถอยกรูดไปหลบด้านหลังอ๋องหรงทันทีเกาะชายเสื้อพลิ้วไหวไว้แน่นลู่เหวินก้าวเข้ามาประกบ เอาหลังพิงหลังอ๋องหรง กระบี่ในมือยกตั้งรับ สีหน้าจริงจังน้ำเสียงเข้ม อย่างผู้ที่พร้อมจะเสียสละ"พ่อบุญธรรม ท่านพาองค์หญิงเก้าหนีไปก่อน นี่มันมือสังหารระดับพระกาฬสังกัดวังหลวงชัดๆ ลูกลองประมือกับพวกมันดูแล้ว







