LOGINมีมี่ในร่างของอ๋องหรงกำลังถูกล้อมไว้ ความสงบภายนอกที่แสดงออกมาเหมือนเช่นเคยกลบความตื่นเต้นที่แฝงอยู่ในใจของมีมี่ไว้จนมิด ขณะที่กำลังจะถูกพาตัวไปตามคำสั่งของฉีก้าน ใบหน้าของมีมี่ยังคงไร้อารมณ์ใดๆ เก๊กไว้ตามแบบของอ๋องหรงไม่ให้หลุดคาแรคเตอร์ ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยการคิดหาทางหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ให้ได้ทันใดนั้นเสียงดังจากเบื้องหลังทำให้ทุกคนชะงัก เมื่อองค์หญิงสามอวี่หนิงพุ่งตัวออกมาขวางทาง มีมี่หันไปมองและเห็นอวี่หนิงวิ่งมาด้วยดวงตาที่เปล่งประกายไปด้วยความกล้าหาญ"เสด็จพ่อ ได้โปรด อย่าทำแบบนี้ท่านอยากเห็นลูกตายหรือไร" อวี่หนิงพูดเสียงสั่นเทา แต่ไม่ยอมถอยหลังกลับ นางรีบวิ่งไปกอดอ๋องหรงตัวปลอมไว้แน่น ดวงตาของนางมีน้ำตาคลอและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด"ข้ารักท่านอา... ข้ายอมตายหากท่านจะทำร้ายท่านอา" เสียงของนางสั่นเครือแต่มั่นคงจริงใจในคำพูดทุกคนที่นั่นตกใจ โดยเฉพาะฉีก้านที่ยืนอยู่ห่างๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความกลัวผสมปนกัน เขารีบตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทั้งตกใจและไม่พอใจ"อวี่หนิง เจ้าจะบ้าไปแล้วหรือ อ๋องหรงมีค่าใดกัน"ทว่าอวี่หนิงยังคงไม่ยอมคลายอ้อมกอดจากอ๋องหรงตัวปลอมไป มือขอ
มีมี่ในร่างของอ๋องหรงที่บัดนี้ผ่านเทเลพอตมายืนตรงหน้าองค์หญิงสามอวี่หนิง ความสง่างามในท่าทางของสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนเลียนแบบท่าทางได้สมจริงที่สุดฮ่าาาานึกขำแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง อวี่หนิงที่อยู่ในห้องขังผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย แต่ยังคงมีประกายแห่งความหวังอยู่ในนั้น"ท่านอา...ในที่สุดท่านก็มา...ข้าดีใจจริงๆ" อวี่หนิงพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตายังคงจับจ้องไปที่ของอ๋องหรงที่คิดว่านั่นคือเขา น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายแต่ดีใจอย่างที่สุดที่อ๋องหรงยังหวงนางมีมี่ในร่างของอ๋องหรงยิ้มเล็กน้อย สายตายังคงแฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่อวี่หนิงมองเห็นได้“ท่านอาข้าคิดว่าท่านจะไม่มาช่วยข้าเสียแล้วข้าหวั่นใจเหลือเกินแต่พอท่านมาแบบนี้ข้าดีใจที่สุดเลยแสดงว่าท่านอาห่วงข้าไม่น้อย”"ข้ามาช่วยเจ้าแล้วองค์หญิงสาม...เรารีบไปกันเถอะ ในเมื่อเจ้าช่วยข้าเช่นไรข้าไม่ช่วยเจ้าได้" น้ำเสียงของมีมี่เบาและแฝงไปด้วยคำมั่นสัญญา แม้ในใจจะรู้ดีว่าทุกอย่างยังไม่ปลอดภัย"จะไปอย่างไร..." อวี่หนิงถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล หัวใจของนางยังคงไม่แน่ใจในสถา
อ๋องหรงนอนหลับอยู่บนแท่นนอนด้านซ้าย ใบหน้าของเขาค่อยๆ ผ่อนคลายลง แต่ความเครียดที่ยังเหลืออยู่ในตัวก็ยังไม่หายไป มีมี่เฝ้ามองเขาเงียบๆ แล้วค่อยๆ ย่องไปที่ประตูห้องลับที่ลู่เหวินยืนรออยู่ที่ข้างประตู มือของลู่เหวินขยับเบาๆ พร้อมกับเปิดประตูให้มีมี่ออกไปอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเงียบสงัด“องค์หญิงเก้าชวี่เหลินท่านแน่ใจหรือว่าท่านไม่ให้ข้าน้อยไปด้วย” ลู่เหวินถามเบาๆ เสียงของเขาแทบจะกลายเป็นกระซิบ ราวกับกลัวว่าเสียงของเขาจะไปปลุกอ๋องหรงมีมี่หันกลับไปมองเขา รอยยิ้มที่บางเฉียบประดับอยู่บนใบหน้าของ ก่อนที่จะตอบด้วยน้ำเสียงที่มีความเครียดแฝง“แน่ใจสิ... เจ้าอยู่ที่นี่คอยทำงานสำคัญให้ข้า เจ้าจำไว้นะลู่เหวิน ว่าคนที่ไม่ควรไปที่วังหลวงตอนนี้ที่สุดก็คือท่านย่าบุญธรรมของเจ้าฮูหยินเจีย”ลู่เหวินขมวดคิ้วอย่างสงสัย ขณะยังคงจับตามองท่าทางของมีมี่อย่างไม่วางตา“ทำไมขอรับ”“เหอะน่า...” มีมี่ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจริงจัง“ไม่ว่าเป็นตายอย่างไร ห้ามนางออกไปที่วังหลวง เจ้าลืมไปแล้วหรือลู่เหวินว่าข้าน่ะ... มีญาณหยั่งรู้”พูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความมั่
เมื่ออยู่ในห้องสองลับต่อสอง"เจ้าจะทำอย่างไร?"อ๋องหรงเอ้่ยปากถาม มีมี่แหบเบาจนแทบไม่ได้ยิน ขณะที่มีมี่กลืนน้ำลายลงคอช้าๆ มองไปที่อ๋องหรงด้วยความรู้สึกหลากหลายที่เริ่มแสดงออกมาอย่างชัดเจน "ทำอะไร?" มีมี่พูดขึ้นเสียงราบเรียบ"ก็ไหนเจ้าบอกว่ามีแผน" มีมี่พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มฝืนๆ แต่คำพูดนั้นกลับสะท้อนถึงความร้อนใจที่ไม่สามารถซ่อนเอาไว้ได้"อย่าทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ข้าในตอนนี้ร้อนใจที่สุด" เสียงของเขาสั่นนิดหน่อย แต่ก็พยายามควบคุมมันให้ดูมั่นคงที่สุดอ๋องหรงถอนหายใจเบาๆ มีมี่ยิ้ม "หึ ข้ารู้แล้วว่าท่านร้อนใจ...ก็องค์หญิงสามเป็นคนที่ท่านหมายปอง...ท่านก็คงต้องร้อนใจอยู่แล้ว"เขาจ้องตานางอยู่สักครู่ แล้วหันไปมองนอกหน้าต่างที่มืดมิดราวกับจะหาคำตอบจากความเงียบ"ข้านะบอกแผนไปกับฮูหยินเจียไปแล้ว" มีมี่พูดพลางยิ้มบางๆ ไม่แสดงออกถึงความกังวลที่อยู่ภายใน "ท่านไม่ต้องห่วง ไม่เกินสามวันองค์หญิงสามอวี่หนิงจะต้องมาอยู่ที่นี่กับท่านแทนข้า และนางจะปลอดภัย."อ๋องหรงขมวดคิ้วอย่างแน่น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจ"สามวันเลยหรือนางจะทนได้หรือในคุกใต้ดินนั่น" คำถามนั้นทิ้งไว้ด้วยความไม่มั่นใจรา
“ไม่ได้” เสียงของฮูหยินเจียที่ก้าวเข้ามาข้างในอีกคนดังกังวานไปทั่วห้องลับ เมื่อน้ำเสียงแข็งกร้าวขัดจังหวะทุกคน ลู่เหวินรีบก้มหน้า อ๋องหรงถอนหายใจยาว“ได้ยินไหมว่าเจ้าไม่ควรเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อหญิงโง่งมเพียงคนเดียว นางไม่คู่ควรกับเจ้า”“ฮูหยินขอรับนางเป็นองค์หญิงสามมีแค่ข้าที่ไม่คู่ควรกับนาง” ฮูหยินเจียส่ายหน้าระอาใจ“เหลวไหล เจ้าคือคนที่ฝ่าบาท เลือกไว้ให้สืบทอดราชบัลลังก์นางเช่นไรจะคู่ควรกับเจ้าในเมื่อนางคือลูกของคนที่ฆ่าฝ่าบาท”อ๋องหรงหันไปมองฮูหยินเจียด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก“ฮูหยินท่าน... ได้โปรดเถอะ ข้าไม่อาจทนดูดายปล่อยให้อวี่หนิงต้องพบกับชะตากรรมอันเลวร้ายเช่นนั้น”อ๋องหรงประสานมือเข้าหากัน น้ำเสียงของเขาดูเจือไปด้วยความอ้อนวอนอย่างที่ไม่เคยแสดงมาก่อนฮูหยินเจียยืนนิ่งดั่งรูปปั้น นัยน์ตาคมกริบจ้องมองอ๋องหรงอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ“เจ้าบอกเขาไปสิ...องค์หญิงเก้า... ว่าทำไมเขาไม่ควรไป ข้าไม่อยากจะพูดกับเขาแล้วดื้อรั้นสิ้นดี”บรรยากาศในห้องลับนั้นเงียบกริบ ไม่มีเสียงแม้แต่ฝีเท้าที่เดินผ่าน แต่หัวใจของทุกคนกลับเต้นรัวเร็วขึ้นทุกขณะ มีมี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกเหมือนจะต้องตอบแทนทุกชีวิตที
ฮองเฮาถอนหายใจยาว มองร่างบอบบางที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน“ลุกขึ้น อ๋องหรงไม่คู่ควรกับเจ้า อวี่หนิง… เจ้าควรมีบุรุษที่เหมาะสมกับเจ้าและดีกว่าอ๋องหรงให้เลือกมากมาย แต่เจ้ากลับเป็นเดือดเป็นร้อนเพราะเขา ในขณะที่เขากลับเคียงข้างองค์หญิงเก้าผู้งดงาม ไม่หันมองเจ้าสักนิดเช่นนั้นเดินคนละทางจึงเหมาะจะใช้คำพูดนี้ที่สุดแล้ว”อวี่หนิงกำชายเสื้อแน่น ไหล่บางสั่นไหว เสียงสะอื้นหลุดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่“เสด็จแม่ ลูกขอแค่ได้ลอง ขอแค่ได้รัก”ฮองเฮาหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงแข็งกร้าวดุจหินผา“ได้”นางหันไปมองขันทีข้างกาย“บัญชาออกไป องค์หญิงสามอวี่หนิงให้การช่วยเหลือนักโทษ มีบัญชาจากข้าให้ขังนางไว้จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง”อวี่หนิงก้มศีรษะลง น้ำตาหยดลงพื้นเย็นเฉียบ“ขอบพระทัยเสด็จแม่”ห้องลับเงียบสงัด แสงตะเกียงสั่นไหวตามแรงลม“ไม่เชื่อหรือ เชื่อหน่อยเถอะ ข้าช่วยทำนายอนาคตให้ท่านแล้ว ไม่ผิดแน่ อย่างไรเสียองค์หญิงสามก็ต้องเคียงข้างท่านจนแก่เฒ่า”เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้น อ๋องหรงเป่ยหลางย่างสามขุมเข้ามา ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนอย่างไม่ให้ตั้งตัว แขนแข็งแรงรัดแน







