เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน

เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน

last updateLast Updated : 2026-02-05
By:  Tawan mikiCompleted
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
25Chapters
261views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

มะยม มณเฑียร หนุ่มน้อยนักศึกษาสาขาคหกรรมศาสตร์ ขี้บ่นและกลัวงูจนเข้าเส้น แต่ทุกคืนเขากลับฝันถึงงูดำทมึนตัวหนึ่ง... เมื่อถูกแม่บังคับให้เดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่อุดรธานี เพื่อไปทำพิธีและกราบไหว้ "พ่อปู่นาคา" ที่เขาคิดว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่มะยมกลับไม่รู้เลยว่า การเดินทางครั้งนี้คือการกลับไปหา "เวไนย" นาคาหนุ่มครึ่งงูครึ่งคน อายุ 200 ปี ผู้ที่รอคอยการกลับมาของเขา ในอดีตชาติ...มะยมคือคนที่เวไนยสาบานว่าจะตามหาเพื่อชดใช้ให้ในทุกภพ เพราะรักเก่าของเขาถูกทำลายจนดับสิ้น เมื่อคนหนึ่ง 'ไม่เหลือความทรงจำใดๆ ในอดีตแล้ว' และกำลำจะถูก "พ่อปู่นาคา" ตามเฝ้าทุกย่างก้าว ส่วนอีกคนก็ 'รอคอยมานานแสนนาน' ชะตากรรมที่ผูกมัดด้วยรักและแค้นจากชาติภพเก่าจะนำพาให้ 'เจ้าสาว' คนนี้กลับไปอยู่ในการคุ้มครองของนาคาผู้เยือกเย็นได้หรือไม่?

View More

Chapter 1

บทที่ 1 ขนมดาราทอง

บทที่ 1 ขนมดาราทอง

ณ กลางใจเมืองหลวงของประเทศไทยของยามบ่ายวันศุกร์สุดสัปดาห์ของนักศึกษาแสงอาทิตย์แผดจ้าจนอากาศดูร้อนอบอ้าวแทบจะแผดเผาผิวให้ไหม้เกรียมได้ แต่นักศึกษาคหกรรมศาสตร์กลุ่มนี้กลับกำลังเผชิญกับความร้อนระอุจากกระทะทองเหลือง!

ในห้องทำขนมที่เต็มไปด้วยไอน้ำและกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยว มะยม กำลังยืนกวาดเมล็ดแตงโมอยู่ในกระทะด้วยท่าทีเร่งร้อน ใบหน้าหวานใสของเขาเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามกรอบหน้าและไรผมสีทองย้อมอย่างไม่ขาดสาย แม้มือจะร้อนผ่าวจนแทบจับไม่ไหว แต่เขาก็ยังคงกวาดเมล็ดฝักทองอย่างมุ่งมั่น

กลุ่มเพื่อนสนิทของเขากำลังช่วยกันประกอบร่างขนมไทยโบราณที่ได้รับฉายาว่า ‘ราชินีแห่งขนมไทย’ อย่าง ดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง ขนมนี้มีส่วนประกอบหลักคือทองเอกปั้นเป็นทรงกลมแป้นเล็กน้อย บากเป็นร่องคล้ายผลมะยมหรือฟักทอง จากนั้นนำไปวางบนจานแป้งเล็ก ๆ ที่ประดับขอบด้วยเมล็ดแตงโมกวาดน้ำเชื่อมจนแห้งเกาะเป็นหนามระยิบระยับ

พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาทำอย่างเคร่งเครียด เพราะมันคืองานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูงลิ่ว ต่อให้ชำนาญแล้วก็ยังยาก แต่สำหรับมือใหม่อย่างพวกเขา นี่คือการสอบวัดใจ ขนมชิ้นเล็ก ๆ นี้ใช้เวลาในการประกอบร่างรวมกันเป็นหนึ่งชิ้นอย่างยาวนานจนน่าท้อใจ

“นี่มะยม! มึงทำดี ๆ สิคะคุณลูกสาวเดี๋ยวไหม้หมดแล้วจะเอาอะไรส่งอาจารย์!”

เสียงแหลมสูงของ มินนี่ หรือชื่อเดิมคือ ณัฐพงศ์ ดังขึ้นทันที มินนี่คือเพื่อนสาวประเภทสองที่ทั้งร่างกายเป็นชายแต่หัวใจเป็นหญิงเต็มร้อย ทั้งจริตจะก้านและสำเนียงการใช้คำก็เกินผู้หญิงแท้ไปหลายขุม เธอกำลังบ่นเพื่อนสนิทที่ก้มหน้าก้มตาทำขนมดาราทอง

“รู้แล้ว จะบ่นอะไรนักหนา มินนี่ มาทำเองมา!”

มะยม หนุ่มน้อยหน้าหวาน รูปหน้าไร้ที่ติ ผมถูกย้อมเป็นสีเหลืองทองจนดูเด่นสะดุดตา ร่างเล็กกะทัดรัด เขากำลังโต้เถียงกับเพื่อนไม่มีลดละ ปีนี้พวกเขาอยู่ปีสามแล้ว ใกล้จะต้องออกฝึกงาน ทำให้ต้องเร่งทำคะแนนวิชาปฏิบัติกันอย่างหนัก

“พอ ๆ อย่าเถียงกันสิ! เดี๋ยวอาจารย์ก็เดินมาได้ยินแล้วก็ด่าพวกเรากันพอดี”

เสียงของ ลิลลี่ สาวหวานประจำกลุ่ม ดังแทรกขึ้นเพื่อห้ามทัพ ลิลลี่เป็นลูกหลานคนจีน ผิวขาว ออกไปทางหมวย ๆ เธอกำลังใช้สมาธิกับการติดทองคำเปลวที่ยอดขนมอย่างระมัดระวัง

“มึงก็ดูณัฐพงศ์สิ มาว่าแต่กูคนเดียว” มะยมว่ากลับอย่างไม่ยอม

“หนอย! อีมะยม กูเปลี่ยนชื่อแล้วนะคะ!” มินนี่ตวัดเสียง

“มึงว่ากูก่อนทำไมเล่า!”

“ก็กูเห็นมึงทำดิ มันจะไหม้ก่อนก็เลยต้องเตือนไหมละ”

“กูตั้งใจทำอยู่!”

“พอได้แล้วทั้งสองคน! วันนี้เราต้องมีขนมส่งอาจารย์กันนะ ถ้าไม่เสร็จคือตกนะ” ลิลลี่เน้นย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“รู้แล้ว!”

มะยมกับมินนี่หันไปตอบใส่ลิลลี่พร้อมกันเป็นเสียงเดียว จากนั้นทั้งคู่ก็รีบกลับไปตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จทันเวลาก่อนที่ความร้อนในกระทะ หรือความร้อนจากอารมณ์ของอาจารย์จะแผดเผาทุกอย่างให้พังลง

หลังจากใช้เวลาร่วม สองชั่วโมงเต็มที่ต้องต่อสู้กับความร้อนและความประณีต ในที่สุดพวกเขาทั้งสามคนก็สามารถประกอบร่างขนม ดาราทอง จนเสร็จสิ้น แม้รูปลักษณ์จะยังไม่เรียบกริบเท่าฝีมืออาจารย์ผู้ชำนาญ แต่ก็ไม่ถือว่าน่าเกลียดเลยแม้แต่น้อย หากมองในฐานะมือใหม่ที่ต้องลงแข่งกับเวลาและความกดดัน ถือว่านี่คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซของพวกเขา

“ป่ะ! เอาไปส่งอาจารย์ศรารัตน์กัน” เสียงของมะยมดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น พร้อมทั้งรีบจัดเตรียมภาชนะใส่ขนม

“สวยเนอะ...เหมือนออกมาจากในวังเลย” ลิลลี่มองขนมที่ถูกจัดวางอย่างชื่นชมในความงามอันวิจิตรของขนมไทยโบราณ

“มันก็แน่อยู่แล้วไหมคะ ระดับ ตัวแม่ตัวมัม เข้าครัวเองทั้งที” มินนี่จีบปากจีบคออย่างภูมิใจ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสุขที่ได้เห็นผลงานที่ร่วมกันสร้างสรรค์ออกมาได้สวยงามสมบูรณ์แบบสำหรับพวกเขา

“ค่ะ คุณมินนี่” มะยมว่ากลั้วหัวเราะ

“เอ่อ พวกมึง เย็นนี้ไปสยาม กันป่ะ? ไปเดินฉลองปิดคอร์สหน่อย”

“ไม่อ่ะ เราเหนื่อยมากเลยว่าจะกลับไปนอน” ลิลลี่ปฏิเสธอย่างอ่อนแรง

“กูก็เหมือนกัน วันนี้ใช้พลังงานไปเยอะมาก” มินนี่เสริม

“เค งั้นกูก็กลับบ้านไปนอนเอาแรงเหมือนกัน”

ระหว่างนั้น ทั้งสามคนก็เดินมุ่งหน้าไปยังโต๊ะของอาจารย์ประจำคณะที่กำลังตรวจดูผลงานของกลุ่มอื่นอยู่ มะยม เดินนำหน้าอย่างระมัดระวัง เขาค่อย ๆวาง

ถ้วยลายครามที่ทำจากกระเบื้องเนื้อดี มีพื้นผิวสีขาวนวลสะอาดตา โดดเด่นด้วยลวดลายสีน้ำเงินครามเข้มที่วาดขึ้นอย่างประณีตลวดลายมงคลแบบจีนผสมผสานกับลายไทยลายดอกไม้ ซึ่งช่วยเสริมให้ขนมที่บรรจุอยู่ภายในดูมีคุณค่าและสง่างามยิ่งขึ้น ความมันวาวของเคลือบถ้วยสะท้อนแสงไฟเบา ๆ ชวนให้นึกถึงภาชนะโบราณที่ใช้ในราชสำนัก

ภายในถ้วยลายครามนั้น มี ขนมดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง วางเรียงรายอยู่ราวกับดวงดาวสีทองที่ถูกอัญเชิญมาประดับเรือนแก้ว ขนมมงคลชิ้นนี้เป็นจุดเด่นที่ดึงดูดสายตาอย่างแท้จริง สีเหลืองทองอร่าม ของตัวขนมทองเอก ตัดกับสีขาวและสีน้ำเงินเข้มของถ้วยลายครามอย่างชัดเจน

ขนมแต่ละชิ้นถูกจัดวางอย่างประณีต ส่วนบนเป็นทรงกลมคล้ายดอกไม้ที่ถูกบากเป็นกลีบอย่างสวยงาม ฐานรองทำจากแป้งอบกรอบรูปวงกลม ขอบของฐานถูกประดับด้วย เมล็ดแตงโมกวาดน้ำตาลเชื่อม ที่มีลักษณะคล้ายลายกระจัง หรือลายหนามเล็ก ๆ สีขาวนวล ทำให้ขนมมีมิติคล้ายเครื่องราชอิสริยาภรณ์รูปดาว ยอดของขนมถูกประดับด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์เล็ก ๆ ที่วาววับ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคลและลาภยศข

อาจารย์ศรารัตน์ก้มลงพิจารณาขนมตรงหน้าอย่างตั้งใจ มุมปากของเธอแย้มยิ้มอย่างชื่นชมความตั้งใจของเด็ก ๆ ที่เธอตั้งใจสั่งสอน ขนมที่ออกมาสวยงามและใส่ใจในรายละเอียดขนาดนี้ ถือว่าเกินความคาดหมายของนักศึกษาสายคหกรรม

“สวยมากค่ะ ผ่าน!”

“ขอบคุณค่ะ/ครับอาจารย์!”

พวกเขาทั้งสามคนพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตื่นเต้นและดีใจ ขนมที่ตั้งใจทำเสร็จสมบูรณ์และได้รับการยอมรับเป็นสัญญาณว่า พวกเขาปิดเทอมแล้วอย่างเป็นทางการ และพร้อมที่จะเตรียมตัวก้าวเข้าสู่โลกแห่งการฝึกงานจริงในไม่ช้า

.

.

.

หลังจากความเหน็ดเหนื่อยในการทำขนม มะยมก็พาตัวเองกลับมาสู่สถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย หมู่บ้านโครงการบ้านเศรษฐีขนาดเก้าสิบตารางวา ที่โอบล้อมด้วยความเขียวขจี บ้านของเขาตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม บ้านสีครีมอ่อน ยืนหยัดภายใต้รูปทรงคลาสสิกที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน หลังคาสีเขียวหยกตัดกับขอบบัวสีขาวสะอาดตา เสมือนมงกุฎที่ประดับ

แต่สิ่งที่ทำให้บ้านหลังนี้มีชีวิตชีวาคือมวลพฤกษาที่โอบล้อม พวงกุหลาบเลื้อยสีชมพูอ่อน ได้โอบกอดซุ้มประตูทางเข้าไว้อย่างเสน่หา กลิ่นหอมหวานรวยรินดุจคำเชื้อเชิญ ส่วนบริเวณรั้วเหล็กเตี้ยนั้น ถูกเติมเต็มด้วยไม้ดอกสีสดใสและไม้พุ่มที่จัดแต่งอย่างประณีต ทำให้ทุกมุมของสวนดูมีชีวิตชีวา สดชื่น และเป็นระเบียบเรียบร้อย

มะยมลงจากรถประจำทางที่หน้าปากซอยหมู่บ้าน เดินลัดเลาะตามถนนที่เงียบสงบประมาณเจ็ดร้อยเมตรจนกระทั่งถึงรั้วบ้าน ท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ ยามเย็นที่ทอดยาวเป็นเงา

เขาเปิดประตูเข้าไปในบ้าน เห็น พันเอกวิชัย ผู้เป็นบิดา นั่งดูรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลอยู่ที่กลางห้องโถง ส่วน คุณนายทองดี ผู้เป็นมารดา กำลังขะมักเขม้นทำอาหารเย็นอยู่ในครัว

“พ่อ...แม่ครับ มะยมกลับมาแล้วครับ” มะยมเอ่ยเรียกเสียงใส

“อืม” พ่อพยักหน้ารับสั้น ๆ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอโทรทัศน์

มะยมจึงเดินเลี่ยงไปที่ห้องครัว เขาเดินเข้าไปกอดแม่จากด้านหลังขณะที่เธอกำลังหั่นผักอย่างขะมักเขม้นและประณีต

ฟอดดด

“หอมจังเลยครับ” ริมฝีปากนุ่มกดลงบนแก้มของแม่ด้วยความรัก

“ไปอาบน้ำก่อนเลยตัวแสบ” แม่หันมายิ้มอย่างเอ็นดู

“โห ขอกอดหน่อยนะครับ วันนี้เหนื่อยมากเลย” มะยมออดอ้อนพลางซบหน้ากับไหล่ของแม่

“เป็นอีหยังละ” น้ำเสียงของแม่เปลี่ยนเป็นภาษาอีสานอันคุ้นเคย

“ก็วันนี้ทำขนม ดาราทอง ครับแม่ ดูมือผมสิ แดงหมดเลย ร้อนด้วย กดดันด้วย” มะยมยื่นมือที่ยังคงมีรอยแดงจาง ๆ จากความร้อนให้แม่ดู

“แล้วทำได้บ่ละ”

“ได้สิครับนี่ใคร! คุณมะยม ลูกชายคุณนายทองดี หลานยายบุญมา เชียวนะ” มะยมยืดอกอย่างภูมิใจ

“ฮู้แล้วละบักหล่า (รู้แล้วลูก)” แม่หัวเราะเบา ๆ กับท่าทางของลูกชาย

“แม่อ่ะ ชอบพูดอีสานใส่ผม”

“ก็แม่เป็นคนอีสาน ต่อให้เราไปอยู่ไกลถึงเมืองนอกเมืองนา ก็บ่มีวันลืมกำพืด หรือ ถิ่นฐานกำเนิดเราได้หรอกนะ” แม่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นปนอ่อนโยน เป็นคำสอนที่มะยมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก

“ผมรู้ครับ”

“จำไว้นะลูก ต่อให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนใหญ่คนโต สักแค่ไหนก็เปลี่ยนแปลงกำพืดเราไม่ได้ เพราะเรามันคนอีสาน”

“ทราบแล้วครับ คุณนายทองดี” มะยมตอบรับอย่างขี้เล่นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเป็นกันเอง แต่ท่ามกลางความหยอกเย้านั้น ดวงตาของเขากลับส่องประกายยิบยับด้วยความมุ่งมั่น ประกายใสนั้นสะท้อนถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูด เขาเคารพในคำสั่งนั้น และจะทำมันให้ดีที่สุด

“จ้ะ ไปอาบน้ำอาบท่าไปแม่มีเรื่องสำคัญจะบอก” แม่ทองดีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่เน้นย้ำ เป็นการเร่งเร้าให้มะยมไปทำความสะอาดร่างกาย คำพูดที่หนักแน่นในประโยคหลังบ่งบอกว่าเรื่องที่จะคุยกันนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มะยมรับรู้ได้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าของผู้เป็นแม่

"ครับ" มะยมตอบกลับอย่างเรียบง่าย แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัยว่าเรื่องสำคัญที่แม่จะบอกคืออะไร แต่เขาก็ไม่ซักถามต่อ

ฟอดด

ริมฝีปากนุ่มก้มลงไปหอมแก้มแม่ของเขาอีกครั้งอย่างรักใคร่ เป็นการแสดงความรักที่สม่ำเสมอ แม้จะมีอายุมากขึ้นตามกาลเวลาจนมีริ้วรอยปรากฏ แต่ในสายตาของมะยม แม่ของเขาก็ยังคงดูสวยและสง่างามไม่เปลี่ยนแปลง สง่าราศีนั้นสมกับเป็นคุณนายภรรยา พันเอกวิชัย ผู้เป็นบิดาอยู่ดี ความงามที่มาพร้อมกับบุคลิกที่น่าเคารพนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจของลูกชาย

มะยมจำได้ว่าตั้งแต่เขาอายุห้าขวบ ชีวิตในวัยเด็กของเขาผูกพันอยู่กับยายที่จังหวัดอุดรธานี ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ เวรุฬวัน ที่นั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิต ก่อนที่โชคชะตาจะพลิกผัน พ่อได้รับบรรจุเป็นผู้กำกับและย้ายครอบครัวจากอีสานเข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานครอย่างถาวรตั้งแต่นั้นมา การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่นั้นทำให้ชีวิตของเขาแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
25 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status