Mag-log inมะยม มณเฑียร หนุ่มน้อยนักศึกษาสาขาคหกรรมศาสตร์ ขี้บ่นและกลัวงูจนเข้าเส้น แต่ทุกคืนเขากลับฝันถึงงูดำทมึนตัวหนึ่ง... เมื่อถูกแม่บังคับให้เดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่อุดรธานี เพื่อไปทำพิธีและกราบไหว้ "พ่อปู่นาคา" ที่เขาคิดว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่มะยมกลับไม่รู้เลยว่า การเดินทางครั้งนี้คือการกลับไปหา "เวไนย" นาคาหนุ่มครึ่งงูครึ่งคน อายุ 200 ปี ผู้ที่รอคอยการกลับมาของเขา ในอดีตชาติ...มะยมคือคนที่เวไนยสาบานว่าจะตามหาเพื่อชดใช้ให้ในทุกภพ เพราะรักเก่าของเขาถูกทำลายจนดับสิ้น เมื่อคนหนึ่ง 'ไม่เหลือความทรงจำใดๆ ในอดีตแล้ว' และกำลำจะถูก "พ่อปู่นาคา" ตามเฝ้าทุกย่างก้าว ส่วนอีกคนก็ 'รอคอยมานานแสนนาน' ชะตากรรมที่ผูกมัดด้วยรักและแค้นจากชาติภพเก่าจะนำพาให้ 'เจ้าสาว' คนนี้กลับไปอยู่ในการคุ้มครองของนาคาผู้เยือกเย็นได้หรือไม่?
view moreบทที่ 25 ความสุขตลอดกาล (จบ)การเดินทางกลับบ้านในวันนี้แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา มะยมเดินไปที่ป้ายรถเมล์โดยมีร่างสูงของเวไนยเดินขนาบข้าง เขาเลือกที่จะไม่ซ่อนตัว มือใหญ่กอบกุมมือของมะยมไว้แน่นอย่างมั่นคง แสดงออกอย่างเปิดเผยเป็นการยืนยันสถานะความสัมพันธ์ของพวกเขามะยมรับรู้ได้ถึงความปลอดภัยที่กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์“คุณ...” มะยมเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าบรรยากาศสงบลงแล้ว“เจ้ามีสิ่งใด” เวไนยตอบพลางลูบหลังมือมะยมเบา ๆ“ผมว่าถ้าเรียนจบ ผมจะไปอยู่อุดรสักพัก ค่อยกลับมาหางานทำที่กรุงเทพฯ” มะยมเปิดเผยถึงแผนการในอนาคต“เจ้าไม่ต้องทำงานก็ได้นะ พี่เลี้ยงเจ้าได้” เวไนยเสนออย่างไม่ลังเล“มีเงินหรือไงทำมาพูด” มะยมหัวเราะ“เจ้าต้องการเท่าใดเล่า แม่มะยม” เวไนยถามด้วยรอยยิ้ม“เอากองเท่าภูเขาเลย”“พี่จักหามาให้”“เพ้อเจ้อ” มะยมส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความสุขพวกเขาเดินมาถึงหน้าบ้านของมะยม บรรยากาศเริ่มเงียบลง เวไนยหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามะยมและจับไหล่คนตัวเล็กไว้“ฮ่าฮ่า...” เสียงหัวเราะที่ทำลายความตึงเครียดดังขึ้นอย่างกะทันหัน “ไปถึงบ้านเจ้าแล้ว คืนนี้พี่ไม่ได้นอนกับเจ้า” คำพูดที่คาดไม่ถึงนี้ทำให้
บทที่ 24 ให้มันจบแต่เพียงเท่านี้ท่ามกลางความหวาดกลัวของมะยมและเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ทันใดนั้น... ร่างงูยักษ์สีดำทมึนก็ปรากฏขึ้นเต็มห้อง การมาถึงที่น่าสะพรึงกลัวนั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แสงสลัวในคอนโดถูกกลืนกินด้วยความดำมืดของเกล็ดนาคาที่เงาวามวับ อานุภาพที่กดดันทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เสี้ยววินาทีเดียวที่อาจารย์รังสิมันต์ยังไม่ทันได้ประมวลหางงูยักษ์ก็พุ่งเข้าพันรอบร่างของเขาอย่างฉับพลันและรัดแน่นจนกระดูกลั่น ความพยายามที่จะรุกรานมะยมถูกหยุดยั้งด้วยพลังอำนาจที่เหนือกว่า ใบหน้าของอาจารย์เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเจ็บปวดจากการที่ปอดถูกบดขยี้ เขาทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้เพราะขาดอากาศหายใจ“คุณ! พอแล้ว!” มะยมร้องห้ามด้วยเสียงที่ทรงอำนาจที่สุดที่เขามีเวไนยลดการรัดลงเล็กน้อย ดวงตาสีบุษลคัมฉายแววดุดัน “เหตุใดเจ้าต้องปกป้องมัน! มันสมควรตาย!”“ผมไม่ได้ปกป้อง... ผมไม่อยากให้คุณมีเวรมีกรรมต่อกันอีก” มะยมกล่าวอย่างหนักแน่น“แต่มันจะทำร้ายเจ้า! พี่ยอมไม่ได้!”“ปล่อยให้เขาได้รับกรรมของเขาไปเถอะนะ” มะยมอ้อนวอนพรึ่บ!ร่างงูยักษ์คลายพันธนาการอย่างกะทันหันโ
บทที่ 23 คิดถึงทันทีที่ถึงบ้านและเข้าห้อง มะยมโทรหามินนี่และลิลลี่ทันที เพื่อระบายความอึดอัดที่เกิดขึ้นทั้งหมด ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งบนเตียง มือสั่นเทาเล็กน้อยขณะรอการตอบรับจากปลายสาย“ฮัลโหลมินนี่! กูมีเรื่องจะปรึกษา!” มะยมพูดเสียงเครียด“ใจเย็นก่อนค่ะลูกสาว! เสียงอย่างกับโดนผีอำ! เกิดอะไรขึ้น!” มินนี่ถามด้วยความเป็นห่วง“ฟังนะ!”“เล่ามาค่ะ”“อาจารย์รังสิมันต์เรียกไปคุยที่คอนโด” มะยมเล่าเรื่องที่อาจารย์ตามมาที่โรงแรม การชักชวนให้พักที่คอนโด และการออกคำสั่งให้นัดไปพบส่วนตัวเพื่อปรึกษาธีสิสและเกรดฝึกงาน“อี๋! อี๋มากค่ะ!” มินนี่โวยวายทันทีที่ฟังจบ“นี่มันไม่ใช่ให้คำปรึกษาแล้วนะ! นี่มันการบีบบังคับชัด ๆ!”“ใช่! เขาใช้เรื่องเกรดกับธีสิสมาบีบกู! กูไม่รู้จะทำยังไงดี” มะยมถามอย่างร้อนใจลิลลี่ที่ฟังอยู่เงียบ ๆ ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด“มะยม... อย่าไป! เธอก็ไม่ควรไปคนเดียวในที่ส่วนตัวแบบนั้น”“แต่เกรดฝึกงานกับธีสิสล่ะ?” มะยมกังวล“เกรดน่ะ... ค่อยว่ากัน! อาจารย์คนอื่นก็รับปรึกษาได้! แต่การที่เขามาทำแบบนี้มันเกินเลยมาก” มินนี่เสริม“ถ้าเธอไม่อยากให้มันยุ่งยากนะ... เธอต้องหา ‘ตัวช่วย’ ไ
บทที่ 22 วอแวมะยมถือโอกาสช่วงเวลาพักเดินออกมาจากห้องครัวเพื่อพักผ่อน แต่เพียงก้าวเดียวที่เขาเดินออกมา เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับอาจารย์รังสิมันต์ที่กำลังเดินเข้ามาอย่างจงใจ การปรากฏตัวที่กะทันหันในสถานที่ทำงานแห่งใหม่นี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความพยายามของอาจารย์ที่จะเข้าใกล้เขา“เป็นไงบ้างมณเฑียร ทำได้ไหม” “เอ่อ.. ได้ครับ อาจารย์มาได้ไงครับ” มะยมถามด้วยความประหลาดใจ“พอดีเชฟกับอาจารย์เป็นเพื่อนกันน่ะ”“อ๋อ... งั้นอาจารย์มาหาเชฟ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” มะยมพยายามเลี่ยง“ไม่ใช่... อาจารย์มาชวนเราไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน”“เอ่อ... ไม่ดีกว่าครับ ผมเกรงใจ”“เกรงใจทำไมคนกันเอง ไปเหอะ อาจารย์เลี้ยงเอง” อาจารย์รังสิมันต์ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ มะยมจึงจำต้องรับคำ“ก็ได้ครับ”มะยมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินตามอาจารย์รังสิมันต์ไปอย่างจำยอม แต่ในขณะที่พวกเขาเดินจากไปนั่นเอง กลุ่มหญิงสาวที่ทำงานในครัวซึ่งเพิ่งเดินออกมา ก็เริ่มต้นพูดคุยกันอย่างออกรสน้ำเสียงกระซิบกระซาบนั้นทำให้มะยมรับรู้ได้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดูเกินเลยระหว่างเขากับอาจารย์กำลังกลายเป็นเรื่องนินทาในหมู่เพื่อนร่วมงานแล้ว“แหม! น้องมะยม นี่มาวันแรกก็ม
บทที่ 16 อาจารย์รังสิมันต์สองวันถัดมา ก็ถึงวันเปิดเรียนวันแรกตามกำหนดที่มะยมรอคอย วันนี้เขาตื่นแต่เช้าตรู่ ลุกขึ้นมาเตรียมตัวอยู่ในชุดนักศึกษาอย่างตั้งใจและปราณีตโดยมีร่างสูงของเวไนยที่บัดนี้อยู่ในชุดเสื้อผ้าแบบมนุษย์ นั่งอยู่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์ และมองตามทุกอิริยาบถของเขาอย่างไม่ยอมละสายตาแม้แ
บทที่ 15 ตั้งใจเรียนนะ 18+ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ เวไนยก็เข้ามา นอนกกกอดกับเขาเกือบทุกค่ำคืน บางครั้งก็มาใน ร่างงูยักษ์ ขนาดมหึมาที่โอบรัดเขาไว้ใต้ผ้าห่ม บางครั้งก็เป็น ร่างมนุษย์ ที่หล่อเหลาและเต็มไปด้วยไฟปรารถนา ทว่าเมื่อตื่นเช้ามา เจ้าตัวก็มักจะหายออกไปแล้ว ราวกับไม่เคยมีใครอยู่ร่วมเตี
บทที่ 14 เลขนำโชคเช้าวันรุ่งขึ้นมะยมตื่นขึ้นมาก็พบว่าเสื้อผ้าถูกจัดลงกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยหมดแล้ว แต่กลับ ไม่พบร่างของเวไนย ไปไหนของเขา? ทั้งที่เมื่อคืนก็นอนกกกอดและได้ยินเสียงเพลงกล่อมอยู่ด้วยกันแท้ ๆเขาเลยเดินลงมาจากบ้าน แม่เตรียมของขึ้นรถของ ลุงพล ไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่กระเป๋าของเขา เลยเด
บทที่ 13 กลับบ้านวันนี้เป็นวันที่ครบสามวันตามคำขอของชาวบ้านและเวไนย มะยมตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ในชุดที่เขานำมาเอง ไม่ใช่เสื้อคอกระเช้าอีกต่อไป เวไนยยังคงนั่งอยู่บนเตียงนอน มองเขาทุกย่างก้าวด้วยแววตาอาลัย“คุณ... วันนี้ผมจะกลับบ้านแล้วนะ” มะยมประกาศเสียงแข็ง“พี่รู้แล้ว... เจ้ารังเกียจพ











