เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน

เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน

last updateDernière mise à jour : 2026-02-05
Par:  Tawan mikiComplété
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
25Chapitres
218Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

มะยม มณเฑียร หนุ่มน้อยนักศึกษาสาขาคหกรรมศาสตร์ ขี้บ่นและกลัวงูจนเข้าเส้น แต่ทุกคืนเขากลับฝันถึงงูดำทมึนตัวหนึ่ง... เมื่อถูกแม่บังคับให้เดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่อุดรธานี เพื่อไปทำพิธีและกราบไหว้ "พ่อปู่นาคา" ที่เขาคิดว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่มะยมกลับไม่รู้เลยว่า การเดินทางครั้งนี้คือการกลับไปหา "เวไนย" นาคาหนุ่มครึ่งงูครึ่งคน อายุ 200 ปี ผู้ที่รอคอยการกลับมาของเขา ในอดีตชาติ...มะยมคือคนที่เวไนยสาบานว่าจะตามหาเพื่อชดใช้ให้ในทุกภพ เพราะรักเก่าของเขาถูกทำลายจนดับสิ้น เมื่อคนหนึ่ง 'ไม่เหลือความทรงจำใดๆ ในอดีตแล้ว' และกำลำจะถูก "พ่อปู่นาคา" ตามเฝ้าทุกย่างก้าว ส่วนอีกคนก็ 'รอคอยมานานแสนนาน' ชะตากรรมที่ผูกมัดด้วยรักและแค้นจากชาติภพเก่าจะนำพาให้ 'เจ้าสาว' คนนี้กลับไปอยู่ในการคุ้มครองของนาคาผู้เยือกเย็นได้หรือไม่?

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ขนมดาราทอง

บทที่ 1 ขนมดาราทอง

ณ กลางใจเมืองหลวงของประเทศไทยของยามบ่ายวันศุกร์สุดสัปดาห์ของนักศึกษาแสงอาทิตย์แผดจ้าจนอากาศดูร้อนอบอ้าวแทบจะแผดเผาผิวให้ไหม้เกรียมได้ แต่นักศึกษาคหกรรมศาสตร์กลุ่มนี้กลับกำลังเผชิญกับความร้อนระอุจากกระทะทองเหลือง!

ในห้องทำขนมที่เต็มไปด้วยไอน้ำและกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยว มะยม กำลังยืนกวาดเมล็ดแตงโมอยู่ในกระทะด้วยท่าทีเร่งร้อน ใบหน้าหวานใสของเขาเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามกรอบหน้าและไรผมสีทองย้อมอย่างไม่ขาดสาย แม้มือจะร้อนผ่าวจนแทบจับไม่ไหว แต่เขาก็ยังคงกวาดเมล็ดฝักทองอย่างมุ่งมั่น

กลุ่มเพื่อนสนิทของเขากำลังช่วยกันประกอบร่างขนมไทยโบราณที่ได้รับฉายาว่า ‘ราชินีแห่งขนมไทย’ อย่าง ดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง ขนมนี้มีส่วนประกอบหลักคือทองเอกปั้นเป็นทรงกลมแป้นเล็กน้อย บากเป็นร่องคล้ายผลมะยมหรือฟักทอง จากนั้นนำไปวางบนจานแป้งเล็ก ๆ ที่ประดับขอบด้วยเมล็ดแตงโมกวาดน้ำเชื่อมจนแห้งเกาะเป็นหนามระยิบระยับ

พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาทำอย่างเคร่งเครียด เพราะมันคืองานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูงลิ่ว ต่อให้ชำนาญแล้วก็ยังยาก แต่สำหรับมือใหม่อย่างพวกเขา นี่คือการสอบวัดใจ ขนมชิ้นเล็ก ๆ นี้ใช้เวลาในการประกอบร่างรวมกันเป็นหนึ่งชิ้นอย่างยาวนานจนน่าท้อใจ

“นี่มะยม! มึงทำดี ๆ สิคะคุณลูกสาวเดี๋ยวไหม้หมดแล้วจะเอาอะไรส่งอาจารย์!”

เสียงแหลมสูงของ มินนี่ หรือชื่อเดิมคือ ณัฐพงศ์ ดังขึ้นทันที มินนี่คือเพื่อนสาวประเภทสองที่ทั้งร่างกายเป็นชายแต่หัวใจเป็นหญิงเต็มร้อย ทั้งจริตจะก้านและสำเนียงการใช้คำก็เกินผู้หญิงแท้ไปหลายขุม เธอกำลังบ่นเพื่อนสนิทที่ก้มหน้าก้มตาทำขนมดาราทอง

“รู้แล้ว จะบ่นอะไรนักหนา มินนี่ มาทำเองมา!”

มะยม หนุ่มน้อยหน้าหวาน รูปหน้าไร้ที่ติ ผมถูกย้อมเป็นสีเหลืองทองจนดูเด่นสะดุดตา ร่างเล็กกะทัดรัด เขากำลังโต้เถียงกับเพื่อนไม่มีลดละ ปีนี้พวกเขาอยู่ปีสามแล้ว ใกล้จะต้องออกฝึกงาน ทำให้ต้องเร่งทำคะแนนวิชาปฏิบัติกันอย่างหนัก

“พอ ๆ อย่าเถียงกันสิ! เดี๋ยวอาจารย์ก็เดินมาได้ยินแล้วก็ด่าพวกเรากันพอดี”

เสียงของ ลิลลี่ สาวหวานประจำกลุ่ม ดังแทรกขึ้นเพื่อห้ามทัพ ลิลลี่เป็นลูกหลานคนจีน ผิวขาว ออกไปทางหมวย ๆ เธอกำลังใช้สมาธิกับการติดทองคำเปลวที่ยอดขนมอย่างระมัดระวัง

“มึงก็ดูณัฐพงศ์สิ มาว่าแต่กูคนเดียว” มะยมว่ากลับอย่างไม่ยอม

“หนอย! อีมะยม กูเปลี่ยนชื่อแล้วนะคะ!” มินนี่ตวัดเสียง

“มึงว่ากูก่อนทำไมเล่า!”

“ก็กูเห็นมึงทำดิ มันจะไหม้ก่อนก็เลยต้องเตือนไหมละ”

“กูตั้งใจทำอยู่!”

“พอได้แล้วทั้งสองคน! วันนี้เราต้องมีขนมส่งอาจารย์กันนะ ถ้าไม่เสร็จคือตกนะ” ลิลลี่เน้นย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“รู้แล้ว!”

มะยมกับมินนี่หันไปตอบใส่ลิลลี่พร้อมกันเป็นเสียงเดียว จากนั้นทั้งคู่ก็รีบกลับไปตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จทันเวลาก่อนที่ความร้อนในกระทะ หรือความร้อนจากอารมณ์ของอาจารย์จะแผดเผาทุกอย่างให้พังลง

หลังจากใช้เวลาร่วม สองชั่วโมงเต็มที่ต้องต่อสู้กับความร้อนและความประณีต ในที่สุดพวกเขาทั้งสามคนก็สามารถประกอบร่างขนม ดาราทอง จนเสร็จสิ้น แม้รูปลักษณ์จะยังไม่เรียบกริบเท่าฝีมืออาจารย์ผู้ชำนาญ แต่ก็ไม่ถือว่าน่าเกลียดเลยแม้แต่น้อย หากมองในฐานะมือใหม่ที่ต้องลงแข่งกับเวลาและความกดดัน ถือว่านี่คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซของพวกเขา

“ป่ะ! เอาไปส่งอาจารย์ศรารัตน์กัน” เสียงของมะยมดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น พร้อมทั้งรีบจัดเตรียมภาชนะใส่ขนม

“สวยเนอะ...เหมือนออกมาจากในวังเลย” ลิลลี่มองขนมที่ถูกจัดวางอย่างชื่นชมในความงามอันวิจิตรของขนมไทยโบราณ

“มันก็แน่อยู่แล้วไหมคะ ระดับ ตัวแม่ตัวมัม เข้าครัวเองทั้งที” มินนี่จีบปากจีบคออย่างภูมิใจ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสุขที่ได้เห็นผลงานที่ร่วมกันสร้างสรรค์ออกมาได้สวยงามสมบูรณ์แบบสำหรับพวกเขา

“ค่ะ คุณมินนี่” มะยมว่ากลั้วหัวเราะ

“เอ่อ พวกมึง เย็นนี้ไปสยาม กันป่ะ? ไปเดินฉลองปิดคอร์สหน่อย”

“ไม่อ่ะ เราเหนื่อยมากเลยว่าจะกลับไปนอน” ลิลลี่ปฏิเสธอย่างอ่อนแรง

“กูก็เหมือนกัน วันนี้ใช้พลังงานไปเยอะมาก” มินนี่เสริม

“เค งั้นกูก็กลับบ้านไปนอนเอาแรงเหมือนกัน”

ระหว่างนั้น ทั้งสามคนก็เดินมุ่งหน้าไปยังโต๊ะของอาจารย์ประจำคณะที่กำลังตรวจดูผลงานของกลุ่มอื่นอยู่ มะยม เดินนำหน้าอย่างระมัดระวัง เขาค่อย ๆวาง

ถ้วยลายครามที่ทำจากกระเบื้องเนื้อดี มีพื้นผิวสีขาวนวลสะอาดตา โดดเด่นด้วยลวดลายสีน้ำเงินครามเข้มที่วาดขึ้นอย่างประณีตลวดลายมงคลแบบจีนผสมผสานกับลายไทยลายดอกไม้ ซึ่งช่วยเสริมให้ขนมที่บรรจุอยู่ภายในดูมีคุณค่าและสง่างามยิ่งขึ้น ความมันวาวของเคลือบถ้วยสะท้อนแสงไฟเบา ๆ ชวนให้นึกถึงภาชนะโบราณที่ใช้ในราชสำนัก

ภายในถ้วยลายครามนั้น มี ขนมดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง วางเรียงรายอยู่ราวกับดวงดาวสีทองที่ถูกอัญเชิญมาประดับเรือนแก้ว ขนมมงคลชิ้นนี้เป็นจุดเด่นที่ดึงดูดสายตาอย่างแท้จริง สีเหลืองทองอร่าม ของตัวขนมทองเอก ตัดกับสีขาวและสีน้ำเงินเข้มของถ้วยลายครามอย่างชัดเจน

ขนมแต่ละชิ้นถูกจัดวางอย่างประณีต ส่วนบนเป็นทรงกลมคล้ายดอกไม้ที่ถูกบากเป็นกลีบอย่างสวยงาม ฐานรองทำจากแป้งอบกรอบรูปวงกลม ขอบของฐานถูกประดับด้วย เมล็ดแตงโมกวาดน้ำตาลเชื่อม ที่มีลักษณะคล้ายลายกระจัง หรือลายหนามเล็ก ๆ สีขาวนวล ทำให้ขนมมีมิติคล้ายเครื่องราชอิสริยาภรณ์รูปดาว ยอดของขนมถูกประดับด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์เล็ก ๆ ที่วาววับ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคลและลาภยศข

อาจารย์ศรารัตน์ก้มลงพิจารณาขนมตรงหน้าอย่างตั้งใจ มุมปากของเธอแย้มยิ้มอย่างชื่นชมความตั้งใจของเด็ก ๆ ที่เธอตั้งใจสั่งสอน ขนมที่ออกมาสวยงามและใส่ใจในรายละเอียดขนาดนี้ ถือว่าเกินความคาดหมายของนักศึกษาสายคหกรรม

“สวยมากค่ะ ผ่าน!”

“ขอบคุณค่ะ/ครับอาจารย์!”

พวกเขาทั้งสามคนพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตื่นเต้นและดีใจ ขนมที่ตั้งใจทำเสร็จสมบูรณ์และได้รับการยอมรับเป็นสัญญาณว่า พวกเขาปิดเทอมแล้วอย่างเป็นทางการ และพร้อมที่จะเตรียมตัวก้าวเข้าสู่โลกแห่งการฝึกงานจริงในไม่ช้า

.

.

.

หลังจากความเหน็ดเหนื่อยในการทำขนม มะยมก็พาตัวเองกลับมาสู่สถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย หมู่บ้านโครงการบ้านเศรษฐีขนาดเก้าสิบตารางวา ที่โอบล้อมด้วยความเขียวขจี บ้านของเขาตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม บ้านสีครีมอ่อน ยืนหยัดภายใต้รูปทรงคลาสสิกที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน หลังคาสีเขียวหยกตัดกับขอบบัวสีขาวสะอาดตา เสมือนมงกุฎที่ประดับ

แต่สิ่งที่ทำให้บ้านหลังนี้มีชีวิตชีวาคือมวลพฤกษาที่โอบล้อม พวงกุหลาบเลื้อยสีชมพูอ่อน ได้โอบกอดซุ้มประตูทางเข้าไว้อย่างเสน่หา กลิ่นหอมหวานรวยรินดุจคำเชื้อเชิญ ส่วนบริเวณรั้วเหล็กเตี้ยนั้น ถูกเติมเต็มด้วยไม้ดอกสีสดใสและไม้พุ่มที่จัดแต่งอย่างประณีต ทำให้ทุกมุมของสวนดูมีชีวิตชีวา สดชื่น และเป็นระเบียบเรียบร้อย

มะยมลงจากรถประจำทางที่หน้าปากซอยหมู่บ้าน เดินลัดเลาะตามถนนที่เงียบสงบประมาณเจ็ดร้อยเมตรจนกระทั่งถึงรั้วบ้าน ท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ ยามเย็นที่ทอดยาวเป็นเงา

เขาเปิดประตูเข้าไปในบ้าน เห็น พันเอกวิชัย ผู้เป็นบิดา นั่งดูรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลอยู่ที่กลางห้องโถง ส่วน คุณนายทองดี ผู้เป็นมารดา กำลังขะมักเขม้นทำอาหารเย็นอยู่ในครัว

“พ่อ...แม่ครับ มะยมกลับมาแล้วครับ” มะยมเอ่ยเรียกเสียงใส

“อืม” พ่อพยักหน้ารับสั้น ๆ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอโทรทัศน์

มะยมจึงเดินเลี่ยงไปที่ห้องครัว เขาเดินเข้าไปกอดแม่จากด้านหลังขณะที่เธอกำลังหั่นผักอย่างขะมักเขม้นและประณีต

ฟอดดด

“หอมจังเลยครับ” ริมฝีปากนุ่มกดลงบนแก้มของแม่ด้วยความรัก

“ไปอาบน้ำก่อนเลยตัวแสบ” แม่หันมายิ้มอย่างเอ็นดู

“โห ขอกอดหน่อยนะครับ วันนี้เหนื่อยมากเลย” มะยมออดอ้อนพลางซบหน้ากับไหล่ของแม่

“เป็นอีหยังละ” น้ำเสียงของแม่เปลี่ยนเป็นภาษาอีสานอันคุ้นเคย

“ก็วันนี้ทำขนม ดาราทอง ครับแม่ ดูมือผมสิ แดงหมดเลย ร้อนด้วย กดดันด้วย” มะยมยื่นมือที่ยังคงมีรอยแดงจาง ๆ จากความร้อนให้แม่ดู

“แล้วทำได้บ่ละ”

“ได้สิครับนี่ใคร! คุณมะยม ลูกชายคุณนายทองดี หลานยายบุญมา เชียวนะ” มะยมยืดอกอย่างภูมิใจ

“ฮู้แล้วละบักหล่า (รู้แล้วลูก)” แม่หัวเราะเบา ๆ กับท่าทางของลูกชาย

“แม่อ่ะ ชอบพูดอีสานใส่ผม”

“ก็แม่เป็นคนอีสาน ต่อให้เราไปอยู่ไกลถึงเมืองนอกเมืองนา ก็บ่มีวันลืมกำพืด หรือ ถิ่นฐานกำเนิดเราได้หรอกนะ” แม่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นปนอ่อนโยน เป็นคำสอนที่มะยมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก

“ผมรู้ครับ”

“จำไว้นะลูก ต่อให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนใหญ่คนโต สักแค่ไหนก็เปลี่ยนแปลงกำพืดเราไม่ได้ เพราะเรามันคนอีสาน”

“ทราบแล้วครับ คุณนายทองดี” มะยมตอบรับอย่างขี้เล่นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเป็นกันเอง แต่ท่ามกลางความหยอกเย้านั้น ดวงตาของเขากลับส่องประกายยิบยับด้วยความมุ่งมั่น ประกายใสนั้นสะท้อนถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูด เขาเคารพในคำสั่งนั้น และจะทำมันให้ดีที่สุด

“จ้ะ ไปอาบน้ำอาบท่าไปแม่มีเรื่องสำคัญจะบอก” แม่ทองดีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่เน้นย้ำ เป็นการเร่งเร้าให้มะยมไปทำความสะอาดร่างกาย คำพูดที่หนักแน่นในประโยคหลังบ่งบอกว่าเรื่องที่จะคุยกันนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มะยมรับรู้ได้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าของผู้เป็นแม่

"ครับ" มะยมตอบกลับอย่างเรียบง่าย แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัยว่าเรื่องสำคัญที่แม่จะบอกคืออะไร แต่เขาก็ไม่ซักถามต่อ

ฟอดด

ริมฝีปากนุ่มก้มลงไปหอมแก้มแม่ของเขาอีกครั้งอย่างรักใคร่ เป็นการแสดงความรักที่สม่ำเสมอ แม้จะมีอายุมากขึ้นตามกาลเวลาจนมีริ้วรอยปรากฏ แต่ในสายตาของมะยม แม่ของเขาก็ยังคงดูสวยและสง่างามไม่เปลี่ยนแปลง สง่าราศีนั้นสมกับเป็นคุณนายภรรยา พันเอกวิชัย ผู้เป็นบิดาอยู่ดี ความงามที่มาพร้อมกับบุคลิกที่น่าเคารพนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจของลูกชาย

มะยมจำได้ว่าตั้งแต่เขาอายุห้าขวบ ชีวิตในวัยเด็กของเขาผูกพันอยู่กับยายที่จังหวัดอุดรธานี ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ เวรุฬวัน ที่นั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิต ก่อนที่โชคชะตาจะพลิกผัน พ่อได้รับบรรจุเป็นผู้กำกับและย้ายครอบครัวจากอีสานเข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานครอย่างถาวรตั้งแต่นั้นมา การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่นั้นทำให้ชีวิตของเขาแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
25
บทที่ 1 ขนมดาราทอง
บทที่ 1 ขนมดาราทอง ณ กลางใจเมืองหลวงของประเทศไทยของยามบ่ายวันศุกร์สุดสัปดาห์ของนักศึกษาแสงอาทิตย์แผดจ้าจนอากาศดูร้อนอบอ้าวแทบจะแผดเผาผิวให้ไหม้เกรียมได้ แต่นักศึกษาคหกรรมศาสตร์กลุ่มนี้กลับกำลังเผชิญกับความร้อนระอุจากกระทะทองเหลือง!ในห้องทำขนมที่เต็มไปด้วยไอน้ำและกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยว มะยม กำลังยืนกวาดเมล็ดแตงโมอยู่ในกระทะด้วยท่าทีเร่งร้อน ใบหน้าหวานใสของเขาเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามกรอบหน้าและไรผมสีทองย้อมอย่างไม่ขาดสาย แม้มือจะร้อนผ่าวจนแทบจับไม่ไหว แต่เขาก็ยังคงกวาดเมล็ดฝักทองอย่างมุ่งมั่นกลุ่มเพื่อนสนิทของเขากำลังช่วยกันประกอบร่างขนมไทยโบราณที่ได้รับฉายาว่า ‘ราชินีแห่งขนมไทย’ อย่าง ดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง ขนมนี้มีส่วนประกอบหลักคือทองเอกปั้นเป็นทรงกลมแป้นเล็กน้อย บากเป็นร่องคล้ายผลมะยมหรือฟักทอง จากนั้นนำไปวางบนจานแป้งเล็ก ๆ ที่ประดับขอบด้วยเมล็ดแตงโมกวาดน้ำเชื่อมจนแห้งเกาะเป็นหนามระยิบระยับ พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาทำอย่างเคร่งเครียด เพราะมันคืองานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูงลิ่ว ต่อให้ชำนาญแล้วก็ยังยาก แต่สำหรับมือใหม่อย่างพวกเขา นี่คือการสอบวัดใจ ขนมชิ้นเล็
Read More
บทที่ 2 เรื่องสำคัญ
บทที่ 2 เรื่องสำคัญ หลังจากที่ทุกคนทานอาหารมื้อค่ำร่วมกันอย่างอบอุ่นเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ย้ายมานั่งรวมกันในห้องโถงกลางบ้าน พ่อของมะยมนั่งอยู่ด้านขวา แม่นั่งอยู่ด้านซ้าย ส่วนมะยมนั่งอยู่ตรงกลาง โคมไฟสีนวลทอแสงลงมาสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายคุณนายทองดี เอื้อมมือมาจับมือลูกชายไว้เบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความจริงจัง“แม่มีเรื่องสำคัญจะบอก... แม่ต้องกลับไป ไหว้พ่อปู่นาคา ที่อุดรฯ มะยมจะไปกับแม่ไหม” มะยมรับฟังด้วยความสงบ เขาไม่ได้ประหลาดใจกับจุดหมายปลายทาง เพราะนั่นคือบ้านเกิดของครอบครัว แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือความภักดีของแม่ ความศรัทธาต่อพ่อปู่นาคานั้นยังคงมั่นคง แม้จะย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ นานแล้ว การกลับไปไหว้ครั้งนี้เป็นการกลับไปสู่รากเหง้าของศรัทธาอย่างแท้จริง“ทำไมแม่ต้องไปทุกปีเลยครับ ผมเห็นแม่ไปตลอดเลย”“มันเป็นธรรมเนียมนะลูก เราเป็นลูกหลานที่นั่น มะยมไปกับแม่นะ”“ผมไม่ไปครับ” เขาปฏิเสธทันควันอย่างหนักแน่น คิ้วเรียวเล็กขมวดกันเป็นปม สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน การปฏิเสธที่รวดเร็วนี้เผยให้เห็นว่ามะยมไม่ได้มีความเชื่อหรือความศรัทธา
Read More
บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล
บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล หมู่บ้านเวรุฬวัน จังหวัดอุดรธานี แสงแดดยามสายลอดผ่านพุ่มไม้หนาทึบลงมาทอดลงบนพื้นดินของตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงบแต่แฝงไว้ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า ชาวบ้านที่นี่มีวิถีชีวิตผูกพันกับตำนานที่เล่าขานถึง องค์พ่อปู่นาคา ผู้ปกปักรักษาคุ้มครองดินแดนแห่งนี้มาแล้วหลายชั่วอายุคน ศรัทธาของพวกเขาหยั่งรากลึกไม่เคยจางหายถัดจากหมู่บ้านไปไม่ไกลนัก คือที่ตั้งของ “ถ้ำเวรุฬวัน” ซึ่งมีขนาดใหญ่โตจนแทบจะกลืนกินภูเขาทั้งลูก ทางเข้าถ้ำปกคลุมด้วยเถาวัลย์และต้นไม้น้อยใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอย่างลึกลับและน่าเกรงขามภายในถ้ำนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เย็นเยียบและชวนขนลุก แสงสว่างส่องผ่านรอยแตกของเพดานถ้ำลงมากระทบกับ รูปปั้นงูจงอางสีดำองค์ใหญ่ ที่สูงกว่าสองเมตร องค์พญานาคาสีดำเมี่ยมกำลังคดตัวอยู่ที่ฐาน ชูคอแผ่แม่เบี้ยอย่างสง่าผ่าเผย ดวงตาสีเหลืองบุษราคัมนั้นดูราวกับมีชีวิตกำลังจ้องมองผู้คนที่เข้ามา รอบเสาหินภายในถ้ำทุกต้นก็มีรูปปั้นงูสีดำเลื้อยพันโดยรอบ ชวนให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่ากำลังถูกโอบล้อมด้วยพลังอำนาจที่ไม่ใช่มนุษย์ด้านหน้าของถ้ำมีศาลเล็ก ๆ ที่เป็นจุดรวมความศ
Read More
บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อ
บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อไม่นานหลังจากรถทัวร์เคลื่อนออกจากท่า มะยมที่เข้าสู่ห้วงนิทราก็ได้พบกับความฝันที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว เขากลับไปสู่ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่เคยปรากฏเมื่อครั้งก่อนอีกครั้ง ท่ามกลางสายลมที่พัดโชย ร่างสูงของบุรุษผมสีบรอนซ์เทาคนเดิมยืนหันหลังให้ เส้นผมพลิ้วไหวไปตามแรงลมอย่างงดงามและน่าค้นหาร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ หันกลับมาหาเขา แต่ใบหน้ากลับยังคงพร่าเลือน มองเท่าไหร่ก็เห็นไม่ชัดสักที ความคลุมเครือนี้ยิ่งเพิ่มความสนใจและดึงดูดให้มะยมต้องเข้าไปใกล้บุรุษผู้นั้นอีกครั้ง“คุณ... คุณ...” มะยมพยายามเรียกขานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขายังคงไม่มั่นใจในตัวตนของชายผู้นี้ที่ปรากฏตัวในความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ใบหน้าจะมองไม่ชัด แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ทำให้เขาต้องเอ่ยปากเรียกหา ราวกับความทรงจำกำลังพยายามฟื้นคืน“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ...” เสียงทุ้มกังวานนั้นดังขึ้นอย่างอบอุ่นและอ่อนโยน คำพูดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นสื่อถึงความผูกพันที่ลึกซึ้ง ราวกับรู้จักกันมานานแสนนาน คำว่า 'กลับบ้าน' นั้นทำให้มะยมรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ แต่ก็เต็มไปด้วยความสงสัยว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใดกัน
Read More
บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวัน
บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวันหลังจากทรมานร่างกายบนรถทัวร์เกือบสิบชั่วโมง การเดินทางอันยาวนานก็สิ้นสุดลง ในที่สุดมะยมกับแม่ก็ก้าวลงจากรถเอาเสียจนมืดค่ำ ท่ารถโดยสารประจำทางจังหวัดอุดรธานีมีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ที่ดูเงียบเหงาและไม่ได้คึกคักอย่างที่คิดโชคยังเข้าข้างเมื่อญาติพี่น้องของผู้เป็นแม่ได้มาคอยรับอยู่ที่จุดนัดหมายก่อนแล้ว คุณนายทองดีรีบเดินนำหน้าไปยังบริเวณที่นัดไว้กับลูกพี่ลูกน้องทันที ทิ้งให้มะยมเดินตามด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องแบกรับทั้งอาการปวดเมื่อยและความตื่นตระหนกจากความฝัน“สวัสดีจ้า อ้ายพล”(สวัสดีจ้า พี่พล)คุณนายทองดีเอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคยทันทีที่เห็นญาติผู้พี่ ภาษาอีสานที่ใช้นั้นแสดงถึงรากเหง้าและความผูกพันที่แนบแน่น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากตอนอยู่กรุงเทพฯ กลายเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง “เออ เมื่อยบ่ละ”(เออ เหนื่อยไหมละ) พลทักตอบด้วยรอยยิ้มอย่างอบอุ่นและจริงใจ คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาอีสานที่เรียบง่ายนี้แสดงออกถึงความเข้าใจในความเหนื่อยล้าของการเดินทางที่ยาวนาน รอยยิ้มนั้นช่วยคลายความตึงเครียดของบรรยากาศยามค่ำคืนที่ท่ารถได้เป็นอย่างดี เป็นการต้อนรับที่แสดงถึงน้
Read More
บทที่ 6 การทำบุญและการพบพาน
บทที่ 6 การทำบุญและการพบพานณ วัดเวฬุวันในยามเช้าวันนี้วัดกลับคึกคักไปด้วยผู้คนหลั่งไหลมาทำบุญกันอย่างเนืองแน่น ความมีชีวิตชีวาของผู้คน หนึ่งในนั้นคือมะยม แม่ และยายที่มาถึงด้วยรถกระบะของลุงพลทันทีที่ลงจากรถ ยายกับแม่ก็รีบพากันเดินขึ้นสู่ศาลาวัดทันทีเพื่อจับจองพื้นที่สำหรับพิธีสงฆ์ ความกระตือรือร้นของพวกท่านนั้นชัดเจน ส่วนมะยมทำได้เพียงเดินตามหลังไปอย่างจำใจด้วยความไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมพิธี เขาจึงได้แต่สอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ วัดแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยความร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาและบรรยากาศที่น่าพักผ่อน เสียงชาวบ้านคุยกันจอแจอย่างสนิทสนมดังสะท้อนไปทั่วศาลา เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่ยึดมั่นในการเข้าวัดเข้าวา มะยมใช้การสังเกตสิ่งรอบตัวเพื่อหลีกหนีความรู้สึกแปลกแยกที่เข้ามาแทนที่“ไผละยายบุญมา” (ใครละยายบุญมา)เพื่อนบ้านที่เป็นคอเดียวกันกับยายเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่มะยมอย่างพิจารณา คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาถิ่นนี้แสดงถึงความกระหายที่จะรับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ของคนในหมู่บ้าน การมาถึงของมะยมจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้สู
Read More
บทที่ 7 คำทำนาย
บทที่ 7 คำทำนายรถกระบะแล่นกลับจากวัดมาเลี้ยวเข้าสู่บริเวณบ้านไม้สองชั้นของยายบุญมา หลังจากทุกคนลงจากรถกันเสร็จเรียบร้อย ลุงพลก็ขับรถกลับไปจอดที่บ้านตัวเองโดยไม่รอช้า ทั้งสามคนจึงแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับมารวมตัวกันนั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน แสงแดดยามสายลอดผ่านร่มเงาไม้ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและสงบ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะพูดคุยถึงเรื่องราวที่ค้างคาใจตั้งแต่เมื่อคืน“แม่มีเรื่องอะไรจะเล่าจ้ะ” เธอถามผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความเป็นห่วงและกระตือรือร้นที่จะรู้ความจริง“เอ่อ... ก่อนที่พวกเอ็งจะมา” ยายบุญมาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“พ่อหมอบุญถิ่น เขาได้รับคำทำนายเกี่ยวกับ ‘เจ้าสาว’ ที่จะต้องถวายองค์พ่อปู่นาคา” คำพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อท้องถิ่นนี้สร้างความตึงเครียดขึ้นบนแคร่ไม้ทันที ยายบุญมาตระหนักดีว่าการมาถึงของมะยมมีความเกี่ยวพันกับคำทำนายนี้ ความกังวลในน้ำเสียงของเธอเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องงมงายทั่วไป“เขาว่ายังไงบ้างจ้ะ” แม่ถามย้ำมะยมเลือกที่จะนั่งฟังแม่กับยายเล่าเกี่ยวกับตำนานเจ้าสาวของพ่อปู
Read More
บทที่ 8 น้ำตก
บทที่ 8 น้ำตก มะยมตัดสินใจละทิ้งความกังวลและความหงุดหงิดไว้ชั่วขณะ เขาต้องการให้สายน้ำชำระล้างความรู้สึกที่วุ่นวายออกไป เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อน กองเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นถูกทิ้งไว้บนโคนหิน เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดเหมือนหยวกกล้วยที่ดูผุดผ่องตัดกับบรรยากาศของชนบท จนเหลือเพียงบล็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ เขาค่อย ๆ เดินลงน้ำไปและให้ร่างกายได้สัมผัสกับความเย็นสบายของลำธาร เป็นการปลดปล่อยร่างกายและจิตใจสู่ธรรมชาติเขาเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำที่ใสสะอาด สาดน้ำใส่ตัวเองอย่างสนุกสนาน จนไม่ได้สังเกตเลยว่า กำลังมีสัตว์เลื้อยคลานลำตัวสีดำทมึน เกล็ดสีดำมะเมื่อม กำลังเลื้อยลงน้ำตามเขาไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผิวน้ำเขาที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็ต้องหยุดชะงัก เพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาโดนขา มันลื่น ๆ และเย็นเยือก เขาจึงยืนอยู่เฉย ๆ เพื่อรอดูว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำ หรือคิดไปเองไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไปขาของเขาก็เริ่มก้าวไม่ออก เพราะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งค่อย ๆ พันรัดขาไว้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังจะว่ายหนีขึ้นฝั่ง แต่กลับขยับตัวไม่ได้ จนกระทั่งสิ่งที
Read More
บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่
บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่เอ้ก.. อี... เอ้ก... เอ้ก! เสียงไก่ร้องขันตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นสัญญาณว่าวันนี้คือวันที่ชาวบ้านเวรุฬวันเฝ้ารอคอยบรรดาชาวบ้านต่างพากันไปจัดเตรียมสถานที่บริเวณ หน้าปากถ้ำเวรุฬวัน อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมทำนายว่าผู้ใดกันที่เป็นเจ้าสาว... ที่จะเป็นเครื่องเซ่นให้แก่ องค์พ่อปู่นาคาพ่อหมอบุญถิ่น ร่างทรงคนเดิมของหมู่บ้าน กำลังจัดเตรียม โต๊ะหมู่บูชา ที่ประดับประดาด้วยเครื่องเซ่นไหว้สีดำและทองอย่างเคร่งครัด กลิ่นธูปเทียนและควันกำยานหอมหมอกระจายไปทั่วบริเวณปากถ้ำ สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามที่บ้านของมะยมถูกผู้เป็นแม่กับยายปลุกให้อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อที่จะได้เข้าร่วมพิธีสำคัญของชาวบ้าน เขาที่นอนสบายอยู่ ต้องตื่นมาด้วยความงัวเงียและไม่เต็มใจอย่างที่สุด“แม่จะรีบไปไหนครับเนี่ย” มะยมบ่นอุบ“เร็วเข้า! แม่บอกให้เร็วเข้า บักหล่า” คุณนายทองดีเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน“วุ้ย! อะไรกันก็ไม่รู้”มะยมรีบไปอาบน้ำตามคำสั่งแม่ และแม้จะยังคงหงุดหงิดกับชุดผ้าถุงที่ถูกเปลี่ยนเมื่อวาน แต่เขาก็ยอมสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม่เตรียมให้ไม่นาน ทั้งสามคนก็พากันเ
Read More
บทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+
บทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+มะยมที่นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจนมืดค่ำ หลังจากที่ได้ยินเสียงชาวบ้านเก็บของกันออกไปจนเงียบสงบ เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งใหญ่โตและเย็นเยือกกำลังโอบกอดเขาไว้ เขาจึงขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นที่ดูจะมาจากสิ่งนั้นอย่างไม่รู้ตัวแต่เมื่อมือของเขาลูบไปสัมผัส... ทำไมมันถึงเป็นเกล็ด ๆ มัน ๆ เลื่อม ๆ! มะยมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายแข็งตัว ดวงตาสีบุษราคัม คู่คมกำลังจับจ้องเขาอยู่ตรงหน้า ปลายลิ้นสีแดงที่แยกออกจากกันเป็นสองแฉกกำลังแลบออกมาอย่างเชื่องช้า ลำตัวใหญ่ยาวมหึมาของงูจงอางสีดำมะเมื่อมขดตัวอยู่ข้าง ๆ เขา!เขาที่เริ่มรู้สึกตัวอย่างเต็มที่ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้ากรี๊ดดดดด!!!!ฟ่อ... ฟ่อ...เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นอย่างไม่คิดชีวิตถูกปลดปล่อยออกมาจากลำคอ เขารีบร้อนถอยร่นร่างกายที่บอบช้ำไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียงอย่างรุนแรง ในขณะที่งูจงอางขนาดมหึมาตรงหน้าได้ถอยร่นไปอยู่ที่ปลายเตียงอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เขารีบยกสองมือขึ้นไหว้งูยักษ์ตรงหน้าอย่างอัตโนมัติ ใบหน้าเปื้อนน้ำตาแสดงออกถึงการวิงวอนขอชีวิตและเมตตาอย่างสิ้นหวั
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status