เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน

เพราะงูตัวนั้นคือรักเก่าของฉัน

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-05
โดย:  Tawan mikiจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
25บท
401views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

มะยม มณเฑียร หนุ่มน้อยนักศึกษาสาขาคหกรรมศาสตร์ ขี้บ่นและกลัวงูจนเข้าเส้น แต่ทุกคืนเขากลับฝันถึงงูดำทมึนตัวหนึ่ง... เมื่อถูกแม่บังคับให้เดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่อุดรธานี เพื่อไปทำพิธีและกราบไหว้ "พ่อปู่นาคา" ที่เขาคิดว่าเป็นเรื่องงมงาย แต่มะยมกลับไม่รู้เลยว่า การเดินทางครั้งนี้คือการกลับไปหา "เวไนย" นาคาหนุ่มครึ่งงูครึ่งคน อายุ 200 ปี ผู้ที่รอคอยการกลับมาของเขา ในอดีตชาติ...มะยมคือคนที่เวไนยสาบานว่าจะตามหาเพื่อชดใช้ให้ในทุกภพ เพราะรักเก่าของเขาถูกทำลายจนดับสิ้น เมื่อคนหนึ่ง 'ไม่เหลือความทรงจำใดๆ ในอดีตแล้ว' และกำลำจะถูก "พ่อปู่นาคา" ตามเฝ้าทุกย่างก้าว ส่วนอีกคนก็ 'รอคอยมานานแสนนาน' ชะตากรรมที่ผูกมัดด้วยรักและแค้นจากชาติภพเก่าจะนำพาให้ 'เจ้าสาว' คนนี้กลับไปอยู่ในการคุ้มครองของนาคาผู้เยือกเย็นได้หรือไม่?

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 ขนมดาราทอง

「汐見結衣(しおみ ゆい)様、先日ご予約いただきました結婚式場の件ですが、キャンセルということでよろしいでしょうか?」

結衣はスマホを握る指先にぐっと力を込めたが、声に感情はなかった。

「ええ、お願いします」

「かしこまりました。それでは、キャンセル手続きを進めさせていただきます」

「ありがとうございます」

電話を切ると、結衣は薬指から結婚指輪を抜き取り、テーブルに置いた。それから立ち上がって、スーツケースを引いて家を出て行った。

……

半月前。

夕方、結衣は一件の裁判を終えて、裁判所を出るとすぐにスマホを確認した。

LINEを開くと、ピン留めされたトーク画面には、結衣が送った数十件のメッセージが並んでいたが、相手からの返信は一件もなかった。

先月、二人は結婚式の招待状のデザインで口論になった。

その翌日から、婚約者の長谷川涼介(はせがわ りょうすけ)は海外出張に出てしまった。

この一ヶ月間、結衣がどんなにメッセージを送って仲直りを求めても、涼介はすべて既読無視だった。

この関係において、結衣は惨めなほど自分を低くして尽くしたが、それでも涼介の心を取り戻すことはできなかった。

親友の相田詩織(あいだ しおり)は見ていられず、皮肉交じりにこう言ったものだった。

毎年あれほど多くの離婚訴訟を担当して、数々のくず男を見てきたでしょう?なのにどうしてまだ長谷川涼介にこだわって、彼の本性を見ようとしないの、と。

実は、結衣は涼介の本性が見えていないわけではなかった。ただ、どうしても手放せなかったのだ。

かつてあれほど愛し合っていた二人が、最後には心が離れて、互いに嫌悪しあう結末を迎えることが耐えられなかった。

そして結衣は……涼介のことを、どうしても諦めきれなかった。

八年も一緒にいたのだから、結衣にとって涼介がいない自分など想像もできなかった。

そして彼のいないこれからの生活を、いったいどう送ればいいのか、皆目見当もつかなかった。

メッセージを打ちかけていた、まさにその時。突然、スマホの通知が画面に表示された。

涼介のSNSが更新された知らせだった。

投稿されていたのはシンプルな海の写真。だが結衣は、それが自分が涼介と一緒に行きたいと何度も話していたモルディブだとすぐに分かった。

結衣の指が止まってから、彼とのトーク画面に戻ろうとした瞬間。親友の詩織からメッセージが届いた。

タップすると、篠原玲奈(しのはら れな)のSNS投稿のスクリーンショットだった。

涼介と全く同じ海の写真。ただ、そこには一文が添えられていた。

――出張で疲れたって軽くこぼしたら、彼がモルディブ旅行に連れてきてくれた!

モルディブが結衣にとってどれほど特別な場所か、涼介が知らないはずはなかった。

結衣があれほど「一緒に行きたい」と言い続けていた場所。涼介はいつも「忙しい」とはぐらかしていたのに、まさか別の女を連れて行ったなんて……

まばたきをした瞬間、抑えきれずに涙がこぼれた。

さっき外で感じた冷たい風が、まるで心の中にも吹き込んできたかのようになった。

その時、詩織から電話がかかってきた。

「あの篠原玲奈って女、マジでむかつくんだけど!

結衣が長谷川ともうすぐ結婚するって知ってて、わざと彼と同じ写真をアップするなんて、最低な嫌がらせよ!

それに長谷川のやつも大概ひどいわよ!どこへ行こうが勝手だけど、なんでわざわざモルディブを選ぶの?

結衣がずっと一緒に行きたがってた場所だって知らないはずないでしょ?八年も付き合ったのに!

あいつら、ここまであからさまにしやがって!結衣が浮気されてもう三年になるのよ?それでもあいつと結婚して、この先一生そんな目に遭い続けるつもり?」

結衣の胸は締め付けられるように痛んだ。詩織の言うことは、それこそ痛いほど分かっていた。

でも、八年も付き合って、結婚式まであと一ヶ月余り。今さら諦められなかった。

結衣は、最後にもう一度だけ彼に賭けてみたいと思った。それでも望む結果にならなければ、その時はきっぱり諦めようと、そう心に決めた。

「詩織、土曜日はウェディングドレスとブライズメイドドレスの試着日よ、忘れないで来てね」

電話の向こうの声がぴたりと止まった。次の瞬間、詩織は何やら汚い言葉を吐き捨てて、一方的に電話を切った。

結衣の言葉に、詩織は呆れて怒りを抑えきれなかった。

ここ数年、涼介の心変わりは誰の目にも明らかだった。なのに結衣は、いわゆる痛い目を見るまで分からないタイプで、いつか涼介が必ずもう一度振り向いてくれると信じ込んでいる。

詩織が結衣には言わなかったことがある。それは、自分が何度も、涼介が別の女性と抱き合ってホテルに入っていくところを目撃していたことだ。

涼介はとっくに腐りきっていた。かつて結衣だけを見つめていた男ではなく、どこからどう見てもクズ男になり下がっていた。

あんなクズ男、事故にでも遭ってしまえばいい。一生、不幸のどん底にいればいいんだわ!

その夜、結衣はよく眠れなかった。何度も悪夢にうなされ、明け方近くになってようやく眠りかけた。

うとうとし始めた、ほんの束の間。玄関ドアの電子ロックが解除される音が聞こえた。

結衣ははっと目を開けた。体を起こすとほぼ同時に、涼介が寝室のドアを開けて入ってくるのが見えた。

涼介はスーツケースを引き、ひどく疲れ切った顔をしている。長い旅の疲れがありありとにじんでいた。

しかし結衣は、彼のシャツの襟元についた口紅の跡と、胸元に微かに見える引っ掻き傷を見逃さなかった。

布団を握る手がぐっと固くなって、心臓を冷たい手で鷲掴みにされたような痛みが走った。

結衣が起きているのに気づくと、涼介はわずかに眉を上げた。

「起こしちゃった?」

涼介は答えを待つでもなく、スーツケースを引いてクローゼットへ向かって、扉を開けて着替えを探し始めた。

結衣は深く息を吸って、涼介の背中を見つめて問いかけた。

「……篠原さんを、モルディブに連れて行ったの?」

シャツを取り出していた手が一瞬止まった。涼介は振り返り、嘲るような笑みを口元に浮かべて結衣を見た。

「なんだ?そこまで行きたいなら、俺たちのハネムーンもそこにするか?」

涼介の口調に含まれた明確な棘を受け止めて、結衣の顔からさっと血の気が引いた。

「私がどれだけ……モルディブに行きたかったか、あなたは知ってるはずよ」

「お前が行きたいからって、玲奈が行っちゃ駄目なのか?」

「そういう意味じゃない……私は、ただ……」

——あなたと一緒に行きたかったのに。

結衣が言い終わるのを待たず、涼介は苛立たしげにさえぎった。

「もういい。こっちは出張帰りで疲れてるんだ。お前と言い争う気はない」

彼は一方的に背を向けながらバスルームに入り、「バン!」と乱暴にドアを閉めて、結衣の前から姿を消した。

結衣は俯いて、血の気を失って白くなった自分の指先を見つめながら、口元に自嘲めいた笑みを浮かべた。

以前ならまだ言い返してきたのに、今では口論することさえ億劫なのだ。

涼介がシャワーを浴びてバスルームから出てきたとき、結衣はすでに着替えと身支度を終え、ドレッサーの前に座って鏡に向かって、まさに口紅を引いているところだった。

結衣は今日、深い緑色のベルベットのロングドレスを身にまとった。腰まである長い髪を下ろし、丁寧に化粧をしていた。あまりの美しさに目を奪われるほどだった。

涼介は一瞬ちらりと彼女に目をやったが、何の感情も浮かべず、すぐに視線をそらした。

涼介がコートを羽織り、家を出て行こうとしたとき、結衣は落ち着いた口調で念を押した。

「土曜日はウェディングドレスの試着日だ。今度こそ遅刻しないで」

結衣が最も嫌うのは時間を守らない人間だった。涼介と付き合い始めた理由の一つは、彼が時間を守る人だったからだ。

しかし、涼介が心変わりしてからは、他の女のために何度も結衣との約束を反故にしてきた。

涼介の口元に、侮蔑の色さえ帯びた嘲りの笑みが浮かんだ。

「心配するな」

彼が言い終わると同時に、涼介のスマホがけたたましく鳴った。わざとか偶然か、彼はスピーカーフォンにした。篠原玲奈の妙に甘ったるい声がスピーカーから流れ出した。

「社長ったら、昨日はちょっと激しすぎたんだから。おかげで、アソコがまだ痛いんだもん。ちゃんと責任取ってよ!」

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
25
บทที่ 1 ขนมดาราทอง
บทที่ 1 ขนมดาราทอง ณ กลางใจเมืองหลวงของประเทศไทยของยามบ่ายวันศุกร์สุดสัปดาห์ของนักศึกษาแสงอาทิตย์แผดจ้าจนอากาศดูร้อนอบอ้าวแทบจะแผดเผาผิวให้ไหม้เกรียมได้ แต่นักศึกษาคหกรรมศาสตร์กลุ่มนี้กลับกำลังเผชิญกับความร้อนระอุจากกระทะทองเหลือง!ในห้องทำขนมที่เต็มไปด้วยไอน้ำและกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยว มะยม กำลังยืนกวาดเมล็ดแตงโมอยู่ในกระทะด้วยท่าทีเร่งร้อน ใบหน้าหวานใสของเขาเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามกรอบหน้าและไรผมสีทองย้อมอย่างไม่ขาดสาย แม้มือจะร้อนผ่าวจนแทบจับไม่ไหว แต่เขาก็ยังคงกวาดเมล็ดฝักทองอย่างมุ่งมั่นกลุ่มเพื่อนสนิทของเขากำลังช่วยกันประกอบร่างขนมไทยโบราณที่ได้รับฉายาว่า ‘ราชินีแห่งขนมไทย’ อย่าง ดาราทอง หรือ ทองเอกกระจัง ขนมนี้มีส่วนประกอบหลักคือทองเอกปั้นเป็นทรงกลมแป้นเล็กน้อย บากเป็นร่องคล้ายผลมะยมหรือฟักทอง จากนั้นนำไปวางบนจานแป้งเล็ก ๆ ที่ประดับขอบด้วยเมล็ดแตงโมกวาดน้ำเชื่อมจนแห้งเกาะเป็นหนามระยิบระยับ พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาทำอย่างเคร่งเครียด เพราะมันคืองานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูงลิ่ว ต่อให้ชำนาญแล้วก็ยังยาก แต่สำหรับมือใหม่อย่างพวกเขา นี่คือการสอบวัดใจ ขนมชิ้นเล็
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 เรื่องสำคัญ
บทที่ 2 เรื่องสำคัญ หลังจากที่ทุกคนทานอาหารมื้อค่ำร่วมกันอย่างอบอุ่นเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ย้ายมานั่งรวมกันในห้องโถงกลางบ้าน พ่อของมะยมนั่งอยู่ด้านขวา แม่นั่งอยู่ด้านซ้าย ส่วนมะยมนั่งอยู่ตรงกลาง โคมไฟสีนวลทอแสงลงมาสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายคุณนายทองดี เอื้อมมือมาจับมือลูกชายไว้เบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความจริงจัง“แม่มีเรื่องสำคัญจะบอก... แม่ต้องกลับไป ไหว้พ่อปู่นาคา ที่อุดรฯ มะยมจะไปกับแม่ไหม” มะยมรับฟังด้วยความสงบ เขาไม่ได้ประหลาดใจกับจุดหมายปลายทาง เพราะนั่นคือบ้านเกิดของครอบครัว แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือความภักดีของแม่ ความศรัทธาต่อพ่อปู่นาคานั้นยังคงมั่นคง แม้จะย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ นานแล้ว การกลับไปไหว้ครั้งนี้เป็นการกลับไปสู่รากเหง้าของศรัทธาอย่างแท้จริง“ทำไมแม่ต้องไปทุกปีเลยครับ ผมเห็นแม่ไปตลอดเลย”“มันเป็นธรรมเนียมนะลูก เราเป็นลูกหลานที่นั่น มะยมไปกับแม่นะ”“ผมไม่ไปครับ” เขาปฏิเสธทันควันอย่างหนักแน่น คิ้วเรียวเล็กขมวดกันเป็นปม สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน การปฏิเสธที่รวดเร็วนี้เผยให้เห็นว่ามะยมไม่ได้มีความเชื่อหรือความศรัทธา
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล
บทที่ 3 บุรุษงามผู้จากจรไกล หมู่บ้านเวรุฬวัน จังหวัดอุดรธานี แสงแดดยามสายลอดผ่านพุ่มไม้หนาทึบลงมาทอดลงบนพื้นดินของตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงบแต่แฝงไว้ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า ชาวบ้านที่นี่มีวิถีชีวิตผูกพันกับตำนานที่เล่าขานถึง องค์พ่อปู่นาคา ผู้ปกปักรักษาคุ้มครองดินแดนแห่งนี้มาแล้วหลายชั่วอายุคน ศรัทธาของพวกเขาหยั่งรากลึกไม่เคยจางหายถัดจากหมู่บ้านไปไม่ไกลนัก คือที่ตั้งของ “ถ้ำเวรุฬวัน” ซึ่งมีขนาดใหญ่โตจนแทบจะกลืนกินภูเขาทั้งลูก ทางเข้าถ้ำปกคลุมด้วยเถาวัลย์และต้นไม้น้อยใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอย่างลึกลับและน่าเกรงขามภายในถ้ำนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เย็นเยียบและชวนขนลุก แสงสว่างส่องผ่านรอยแตกของเพดานถ้ำลงมากระทบกับ รูปปั้นงูจงอางสีดำองค์ใหญ่ ที่สูงกว่าสองเมตร องค์พญานาคาสีดำเมี่ยมกำลังคดตัวอยู่ที่ฐาน ชูคอแผ่แม่เบี้ยอย่างสง่าผ่าเผย ดวงตาสีเหลืองบุษราคัมนั้นดูราวกับมีชีวิตกำลังจ้องมองผู้คนที่เข้ามา รอบเสาหินภายในถ้ำทุกต้นก็มีรูปปั้นงูสีดำเลื้อยพันโดยรอบ ชวนให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่ากำลังถูกโอบล้อมด้วยพลังอำนาจที่ไม่ใช่มนุษย์ด้านหน้าของถ้ำมีศาลเล็ก ๆ ที่เป็นจุดรวมความศ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อ
บทที่ 4 การเดินทางของคนไม่เชื่อไม่นานหลังจากรถทัวร์เคลื่อนออกจากท่า มะยมที่เข้าสู่ห้วงนิทราก็ได้พบกับความฝันที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว เขากลับไปสู่ทุ่งหญ้าเขียวขจีที่เคยปรากฏเมื่อครั้งก่อนอีกครั้ง ท่ามกลางสายลมที่พัดโชย ร่างสูงของบุรุษผมสีบรอนซ์เทาคนเดิมยืนหันหลังให้ เส้นผมพลิ้วไหวไปตามแรงลมอย่างงดงามและน่าค้นหาร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ หันกลับมาหาเขา แต่ใบหน้ากลับยังคงพร่าเลือน มองเท่าไหร่ก็เห็นไม่ชัดสักที ความคลุมเครือนี้ยิ่งเพิ่มความสนใจและดึงดูดให้มะยมต้องเข้าไปใกล้บุรุษผู้นั้นอีกครั้ง“คุณ... คุณ...” มะยมพยายามเรียกขานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขายังคงไม่มั่นใจในตัวตนของชายผู้นี้ที่ปรากฏตัวในความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ใบหน้าจะมองไม่ชัด แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ทำให้เขาต้องเอ่ยปากเรียกหา ราวกับความทรงจำกำลังพยายามฟื้นคืน“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ...” เสียงทุ้มกังวานนั้นดังขึ้นอย่างอบอุ่นและอ่อนโยน คำพูดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นสื่อถึงความผูกพันที่ลึกซึ้ง ราวกับรู้จักกันมานานแสนนาน คำว่า 'กลับบ้าน' นั้นทำให้มะยมรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ แต่ก็เต็มไปด้วยความสงสัยว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใดกัน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวัน
บทที่ 5 หมู่บ้านเวรุฬวันหลังจากทรมานร่างกายบนรถทัวร์เกือบสิบชั่วโมง การเดินทางอันยาวนานก็สิ้นสุดลง ในที่สุดมะยมกับแม่ก็ก้าวลงจากรถเอาเสียจนมืดค่ำ ท่ารถโดยสารประจำทางจังหวัดอุดรธานีมีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ที่ดูเงียบเหงาและไม่ได้คึกคักอย่างที่คิดโชคยังเข้าข้างเมื่อญาติพี่น้องของผู้เป็นแม่ได้มาคอยรับอยู่ที่จุดนัดหมายก่อนแล้ว คุณนายทองดีรีบเดินนำหน้าไปยังบริเวณที่นัดไว้กับลูกพี่ลูกน้องทันที ทิ้งให้มะยมเดินตามด้วยความเหนื่อยล้าที่ต้องแบกรับทั้งอาการปวดเมื่อยและความตื่นตระหนกจากความฝัน“สวัสดีจ้า อ้ายพล”(สวัสดีจ้า พี่พล)คุณนายทองดีเอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคยทันทีที่เห็นญาติผู้พี่ ภาษาอีสานที่ใช้นั้นแสดงถึงรากเหง้าและความผูกพันที่แนบแน่น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจากตอนอยู่กรุงเทพฯ กลายเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง “เออ เมื่อยบ่ละ”(เออ เหนื่อยไหมละ) พลทักตอบด้วยรอยยิ้มอย่างอบอุ่นและจริงใจ คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาอีสานที่เรียบง่ายนี้แสดงออกถึงความเข้าใจในความเหนื่อยล้าของการเดินทางที่ยาวนาน รอยยิ้มนั้นช่วยคลายความตึงเครียดของบรรยากาศยามค่ำคืนที่ท่ารถได้เป็นอย่างดี เป็นการต้อนรับที่แสดงถึงน้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 การทำบุญและการพบพาน
บทที่ 6 การทำบุญและการพบพานณ วัดเวฬุวันในยามเช้าวันนี้วัดกลับคึกคักไปด้วยผู้คนหลั่งไหลมาทำบุญกันอย่างเนืองแน่น ความมีชีวิตชีวาของผู้คน หนึ่งในนั้นคือมะยม แม่ และยายที่มาถึงด้วยรถกระบะของลุงพลทันทีที่ลงจากรถ ยายกับแม่ก็รีบพากันเดินขึ้นสู่ศาลาวัดทันทีเพื่อจับจองพื้นที่สำหรับพิธีสงฆ์ ความกระตือรือร้นของพวกท่านนั้นชัดเจน ส่วนมะยมทำได้เพียงเดินตามหลังไปอย่างจำใจด้วยความไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมพิธี เขาจึงได้แต่สอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ วัดแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยความร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาและบรรยากาศที่น่าพักผ่อน เสียงชาวบ้านคุยกันจอแจอย่างสนิทสนมดังสะท้อนไปทั่วศาลา เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาตามประสาคนเฒ่าคนแก่ที่ยึดมั่นในการเข้าวัดเข้าวา มะยมใช้การสังเกตสิ่งรอบตัวเพื่อหลีกหนีความรู้สึกแปลกแยกที่เข้ามาแทนที่“ไผละยายบุญมา” (ใครละยายบุญมา)เพื่อนบ้านที่เป็นคอเดียวกันกับยายเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่มะยมอย่างพิจารณา คำถามสั้น ๆ ด้วยภาษาถิ่นนี้แสดงถึงความกระหายที่จะรับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ของคนในหมู่บ้าน การมาถึงของมะยมจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้สู
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 คำทำนาย
บทที่ 7 คำทำนายรถกระบะแล่นกลับจากวัดมาเลี้ยวเข้าสู่บริเวณบ้านไม้สองชั้นของยายบุญมา หลังจากทุกคนลงจากรถกันเสร็จเรียบร้อย ลุงพลก็ขับรถกลับไปจอดที่บ้านตัวเองโดยไม่รอช้า ทั้งสามคนจึงแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับมารวมตัวกันนั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน แสงแดดยามสายลอดผ่านร่มเงาไม้ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและสงบ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะพูดคุยถึงเรื่องราวที่ค้างคาใจตั้งแต่เมื่อคืน“แม่มีเรื่องอะไรจะเล่าจ้ะ” เธอถามผู้เป็นแม่ทันทีด้วยความเป็นห่วงและกระตือรือร้นที่จะรู้ความจริง“เอ่อ... ก่อนที่พวกเอ็งจะมา” ยายบุญมาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ“พ่อหมอบุญถิ่น เขาได้รับคำทำนายเกี่ยวกับ ‘เจ้าสาว’ ที่จะต้องถวายองค์พ่อปู่นาคา” คำพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อท้องถิ่นนี้สร้างความตึงเครียดขึ้นบนแคร่ไม้ทันที ยายบุญมาตระหนักดีว่าการมาถึงของมะยมมีความเกี่ยวพันกับคำทำนายนี้ ความกังวลในน้ำเสียงของเธอเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องงมงายทั่วไป“เขาว่ายังไงบ้างจ้ะ” แม่ถามย้ำมะยมเลือกที่จะนั่งฟังแม่กับยายเล่าเกี่ยวกับตำนานเจ้าสาวของพ่อปู
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 น้ำตก
บทที่ 8 น้ำตก มะยมตัดสินใจละทิ้งความกังวลและความหงุดหงิดไว้ชั่วขณะ เขาต้องการให้สายน้ำชำระล้างความรู้สึกที่วุ่นวายออกไป เขาค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อน กองเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นถูกทิ้งไว้บนโคนหิน เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดเหมือนหยวกกล้วยที่ดูผุดผ่องตัดกับบรรยากาศของชนบท จนเหลือเพียงบล็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ เขาค่อย ๆ เดินลงน้ำไปและให้ร่างกายได้สัมผัสกับความเย็นสบายของลำธาร เป็นการปลดปล่อยร่างกายและจิตใจสู่ธรรมชาติเขาเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำที่ใสสะอาด สาดน้ำใส่ตัวเองอย่างสนุกสนาน จนไม่ได้สังเกตเลยว่า กำลังมีสัตว์เลื้อยคลานลำตัวสีดำทมึน เกล็ดสีดำมะเมื่อม กำลังเลื้อยลงน้ำตามเขาไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผิวน้ำเขาที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำก็ต้องหยุดชะงัก เพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาโดนขา มันลื่น ๆ และเย็นเยือก เขาจึงยืนอยู่เฉย ๆ เพื่อรอดูว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำ หรือคิดไปเองไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไปขาของเขาก็เริ่มก้าวไม่ออก เพราะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งค่อย ๆ พันรัดขาไว้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เขากำลังจะว่ายหนีขึ้นฝั่ง แต่กลับขยับตัวไม่ได้ จนกระทั่งสิ่งที
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่
บทที่ 9 พิธีไหว้พ่อปู่เอ้ก.. อี... เอ้ก... เอ้ก! เสียงไก่ร้องขันตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นสัญญาณว่าวันนี้คือวันที่ชาวบ้านเวรุฬวันเฝ้ารอคอยบรรดาชาวบ้านต่างพากันไปจัดเตรียมสถานที่บริเวณ หน้าปากถ้ำเวรุฬวัน อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมทำนายว่าผู้ใดกันที่เป็นเจ้าสาว... ที่จะเป็นเครื่องเซ่นให้แก่ องค์พ่อปู่นาคาพ่อหมอบุญถิ่น ร่างทรงคนเดิมของหมู่บ้าน กำลังจัดเตรียม โต๊ะหมู่บูชา ที่ประดับประดาด้วยเครื่องเซ่นไหว้สีดำและทองอย่างเคร่งครัด กลิ่นธูปเทียนและควันกำยานหอมหมอกระจายไปทั่วบริเวณปากถ้ำ สร้างบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามที่บ้านของมะยมถูกผู้เป็นแม่กับยายปลุกให้อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อที่จะได้เข้าร่วมพิธีสำคัญของชาวบ้าน เขาที่นอนสบายอยู่ ต้องตื่นมาด้วยความงัวเงียและไม่เต็มใจอย่างที่สุด“แม่จะรีบไปไหนครับเนี่ย” มะยมบ่นอุบ“เร็วเข้า! แม่บอกให้เร็วเข้า บักหล่า” คุณนายทองดีเร่งเร้าด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน“วุ้ย! อะไรกันก็ไม่รู้”มะยมรีบไปอาบน้ำตามคำสั่งแม่ และแม้จะยังคงหงุดหงิดกับชุดผ้าถุงที่ถูกเปลี่ยนเมื่อวาน แต่เขาก็ยอมสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่แม่เตรียมให้ไม่นาน ทั้งสามคนก็พากันเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+
บทที่ 10 เจ้าสาวของข้า 18+มะยมที่นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจนมืดค่ำ หลังจากที่ได้ยินเสียงชาวบ้านเก็บของกันออกไปจนเงียบสงบ เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งใหญ่โตและเย็นเยือกกำลังโอบกอดเขาไว้ เขาจึงขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นที่ดูจะมาจากสิ่งนั้นอย่างไม่รู้ตัวแต่เมื่อมือของเขาลูบไปสัมผัส... ทำไมมันถึงเป็นเกล็ด ๆ มัน ๆ เลื่อม ๆ! มะยมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายแข็งตัว ดวงตาสีบุษราคัม คู่คมกำลังจับจ้องเขาอยู่ตรงหน้า ปลายลิ้นสีแดงที่แยกออกจากกันเป็นสองแฉกกำลังแลบออกมาอย่างเชื่องช้า ลำตัวใหญ่ยาวมหึมาของงูจงอางสีดำมะเมื่อมขดตัวอยู่ข้าง ๆ เขา!เขาที่เริ่มรู้สึกตัวอย่างเต็มที่ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้ากรี๊ดดดดด!!!!ฟ่อ... ฟ่อ...เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นอย่างไม่คิดชีวิตถูกปลดปล่อยออกมาจากลำคอ เขารีบร้อนถอยร่นร่างกายที่บอบช้ำไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียงอย่างรุนแรง ในขณะที่งูจงอางขนาดมหึมาตรงหน้าได้ถอยร่นไปอยู่ที่ปลายเตียงอย่างรวดเร็ว ความหวาดกลัวพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เขารีบยกสองมือขึ้นไหว้งูยักษ์ตรงหน้าอย่างอัตโนมัติ ใบหน้าเปื้อนน้ำตาแสดงออกถึงการวิงวอนขอชีวิตและเมตตาอย่างสิ้นหวั
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status