LOGINร่างเล็กนิ่งเงียบนั่งจ้องหน้าจอคอมอย่างเหม่อลอย เสียงของคนร่างสูงที่โทรมาเมื่อสองวันก่อน ยังตามหลอกหลอนอยู่ในหู (ถ้าแพทยอมทำเรื่องบนเตียงกับพี่) ร่างเล็กคิดวกวนไปมา พลางกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด พยายามสะบัดเรื่องนั้นออกจากหัวรอบที่ล้าน แต่สุดท้ายก็ยังนึกถึงคำพูดของคนตัวสูงอยู่ดี
กรี๊ดด!! “มึงเป็นอะไร!” ร่างเล็กเผลอหวีดร้องออกมาเสียงดัง ขณะนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน ทำให้เพื่อนนั่งอยู่ข้างๆสะดุ้งตื่นและหันมาถามอย่างตกใจ แต่เธอกลับเลือกบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบความจริง “กูไม่ได้เป็นอะไร สบายดี” เสียงหวานสั่นเอ่ยบอกเพื่อน ด้วยสีหน้าสิ้นหวัง เธอคิดหนักมาสองวันแล้วว่าจะเอายังไงดี เสียงในหัวมันกลับเอาแต่เรียกร้อง ให้ทำตามใจตัวเอง “แต่หน้ามึงดูซีดๆนะ ผมก็ยุ่งไปหมด นี่อย่าบอกนะมึงร้องไห้เพราะพี่เวลล์อยู่” “อื้ม” แพทตี้เผลอตอบออกไปโดยไม่ทันคิด และนั่นมันก็ไม่ได้ทำให้เพื่อนรู้สึกสงสัย เพราะเธอเอาเรื่องของเขามาบ่นให้ข้าวสวยฟังอยู่เป็นประจำ ข้าวสวยคือเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็ก และเข้ามาทำงานที่เดียวกัน ซึ่งเธอเพิ่งจะย้ายตามแพทตี้เข้ามาได้ไม่นาน “ผู้ชายแบบนั้น มึงปล่อยได้ก็ดีแล้ว” คำพูดของเพื่อนทำให้ร่างเล็กรู้สึกสะอึกเล็กน้อย เพราะเธอเพิ่งจะตอบกลับไปคบกับเขาเมื่อสองวันที่แล้ว หากข้าวสวยรู้เข้าคงโดนบ่นจนหูชา แถมการกลับไปครั้งนี้ ต้องเอาร่างกายเข้าแลก “เออ นี่เลิกงานแล้วไปไหนต่อ” แพทตี้จงใจเปลี่ยนเรื่อง หากยังคุยเรื่องของเขาอยู่ อีกไม่นานข้าวสวยคงจับพิรุธได้แน่นอน “กูว่าจะรีบกลับ ต้องพาแม่ไปโรงพยาบาล” “แม่ดีขึ้นบ้างไหม” “หมอบอกนัดเดือนนี้เดือนสุดท้าย” “ดีแล้วมึง ว่างๆเดี๋ยวกูแวะไปเยี่ยม” รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนใบหน้าหวาน พร้อมกับเอาใจช่วย ขอให้แม่ของเพื่อนหายไวๆ ถึงยามยากลำบากแพทตี้ก็มักจะยื่นมือเข้าช่วยข้าวสวยอยู่เสมอ “ออกเลยไหมถึงเวลาเลิกงานแล้ว” “อื้ม ” มือเรียวเก็บเอกสารวางเต็มโต๊ะจัดเข้าชั้นให้เป็นระเบียบ ก่อนจะหยิบของตัวเองใส่ในกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ข้างตัว “กูไปก่อนนะแพท มึงกลับดีๆนะ” “อื้อ มึงก็ขับรถดีๆนะ” ร่างเล็กโบกมือให้เพื่อน ก่อนจะก้มลงมาเก็บของใส่กระเป๋าต่อ แต่เก็บยังไม่ทันเสร็จ โทรศัพท์ที่วางเอาไว้บนโต๊ะก็ดังขึ้น ครืด~ โทร : เวลล์~ ร่างเล็กตกใจอย่างสุดขีด เมื่อเห็นชื่อปลายสายเรียกเข้า แพทสูดหายใจเข้าลึก ก่อนนิ้วเรียวจะกดแตะรับสายอย่างร้อนรน “อื้ม ว่าไง” (พี่รออยู่ข้างล่าง เลิกงานแล้วใช่ไหมครับ) หัวใจดวงน้อยเต้นระทึก เมื่อเสียงทุ้มเข้มบอกรออยู่ นึกไม่ถึงว่าเขาจะขับรถมาหาถึงที่ “..ค่ะ” (รีบมานะ พี่รออยู่) คิ้วบางขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แม้จะรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรกลับ เพราะหัวใจมันเต้นรัวจนแทบจะเสียสติ “ค่ะ แพทกำลังลงไป” มือเล็กรีบคว้ากระเป๋าวิ่งไปหน้าลิฟต์ ไม่นาน เธอก็ลงมาจนถึงชั้นล่างสุด ประตูสีเงินเปิดออก พร้อมกับขาเรียวก้าวออกมาบนลาดจอด ใบหน้าหวานกวาดสายตามองหารถของเวลล์ ทว่า ก็ต้องสดุ้งตาตื่น เมื่อมีเสียงมากระซิบข้างใบหู “หาพี่อยู่หรือเปล่าครับ” ร่างเล็กรู้สึกตกใจ ก่อนจะหันควับไปด้านหลัง เมื่อปะทะเข้ากับใบหน้าหล่อ หัวใจก็เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง “ค่ะ ” ริมฝีปากหยักยกยิ้มอย่างเอ็นดู เขาไม่เคยนึกเลยว่าคนน่ารักแบบแพทตี้จะยอมกลับมาหาเขาเพราะเรื่องบนเตียงที่เสนอไป “อ๊ะ~ทะ..ทำอะไร” ร่างสูงเบียดอกแกร่งเข้ามาแนบกับลำตัวของเธอ จนแผ่นหลังแตะติดกับกำแพง ก่อนจะก้มหน้าลงมาหาใบหน้าหวาน จนรับรู้ถึงลมร้อนเป่ารดลงมาข้างพวงแก้ม “ขอดูดปากหน่อยสิ” เสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างใบหู จนร่างเล็กใบหน้าร้อนผ่าว เธอไม่นึกเลยว่าเวลล์จะกล้าพูดมันออกมาตรงๆ “ดะ..เดี๋ยวคนมาเห็นนะคะ” “ไม่เป็นไรหรอก เขากลับหมดแล้ว” “แต่ว่า.. อื้อออ” ริมฝีปากหยักก้มลงประกบปากนุ่ม ชนิดที่เธอไม่ทันตั้งตัว ปลายลิ้นร้อนสอดเข้าหาความหวานจากโพรงนิ่ม แล้วตวัดดูดเกี่ยวลิ้นเล็กเบาๆคล้ายหยอกล้อ เพียงไม่นาน ปากเล็กก็เผยออ้าออกให้เข้าไปดึงดูดอย่างถนัด “อื้ออ” “อื้มมม” เสียงครวญครางดังขึ้นในลำคอ ก่อนมือหนาจะลูบไล้ลงมาบนเนินอก พร้อมกับแตะนิ้วเขี่ยเม็ดไตที่ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อตัวบาง “อ๊ะ อื้อ~” ร่างเล็กพยายามเอามือดันอกแกร่งให้ถอยออก แต่กลับโดนประกบเข้าไปดูดเลียมากขึ้นกว่าเดิม จนแพทตี้เริ่มหายใจไม่ทัน ก่อนจะเผยอปากหอบเอากากาศเข้ามาข้างใน ปลายลิ้นหนาไล่ต้อนลิ้นเล็กให้จนมุม ก่อนจะตวัดดูดแรงๆอย่างหื่นกระหาย เลือดในกายพลุ่งพล่านขึ้นสูง จนสิ่งที่อยู่ในกางเกงเริ่มดันขึ้นมาเป็นรูปทรง แพทตี้เพิ่งรู้ตัวว่าเริ่มตามเขาไม่ทัน เพราะถูกดูดปากจนลิ้นชา ร่างทั้งร่างสั่นระริกเหมือนโดนจูบกระชากวิญญาณ จูบรุนแรงถูกผละออกอย่างกระหาย สายตาคู่คมจ้องมองใบหน้าหวานนิ่งเงียบ พร้อมกับเผยความต้องการออกมาอย่างชัดเจน “อื้ม ยั่ว~” “คะ..ใครยั่ว” ร่างเล็กกัดปากพร้อมกับเบือนหน้าหนี จู่ๆ ความอายก็เริ่มฉายออกมาจนแก้มแดงระเรื่อ สายตาคมจับจ้องเธอนิ่ง ก่อนจะเลื่อนหน้าลงมองหน้าอกที่ดันนูนขึ้นมาอย่างหื่นๆหลังจากที่พิชชาสงบสติอารมณ์และใจเย็นลงแล้ว ลุคก็ขับรถพาเธอขับรถไปยังบ้านพักตากอากาศที่เคยพาไปครั้งแรก เวลานี้เธอและเขารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ลุคยื่นมืออีกข้างไปกุมมือคนตัวเล็ก ขณะที่อีกข้างยังจับพวงมาลัยรถอยู่ เขาหันมามองเธอด้วยแววตาที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใย ก่อนจะดึงมือเรียวขึ้นไปพรมจูบเบาๆ ใบหน้าสวยหันมองแล้วยิ้มให้บางๆ เธอรู้สึกดีใจที่มีเขาอยู่ในชีวิต ลุคเป็นผู้ชายที่ดีมาก ดีขึ้นมาก สิ่งที่ให้สัญญากับเธอ เขาทำมันได้ทั้งหมดเลย “ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่คอยปกป้องชาตลอด” “เพราะว่า พี่รักหนูไง” ร่างเล็กได้ยินลุคบอกรักก็เขินจนนวลแก้มขาวอมชมพูระเรื่อขึ้นเล็กน้อย มันไม่ใช่สิ่งชินเลยสักครั้ง ต่อให้เขาจะพูดกับเธอแทบทุกวัน แต่ก็ทำให้พิชชาเสียอาการได้อยู่ดี “ชาก็รักพี่เหมือนกัน” เธอยิ้มหวานอย่างเอียงอายและมองหน้าเขาด้วยความอบอุ่น ไม่คิดเลยว่าคนที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟวันนั้น จะน่ารักได้มากขนาดนี้ ลุคขับรถมุ่งหน้าไปตามทิศทางที่วางแผนเอาไว้แล้วก็ไปถึงบ้านพักต่างอากาศของเขา ที่เคยพาเธอมาครั้งแรก ริมชาดหาดสีนวลนุ่มไปด้วยทรายละเอียด “เดี๋ยวให้แม่บ้านเตรียมอาหารทะเลสดๆไว้ให้นะครับ” “ได้เ
1 อาทิตย์ต่อมา… พิชชากลับถึงไทยแล้ว หญิงสาวเดินออกมาจากประตูทางออก เห็นลุคยืนรออยู่เธอก็โผล่เข้ากอดคนตัวสูงอย่างโหยหา เป็นเวลาเกือบสองเดือนที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน “คิดถึงจังค่ะ” “คิดถึงเหมือนกับครับ” เขาพูดพลางหอมแก้มแฟนสาว พร้อมกับสูดกลิ่นหอมจากกายร่างเล็กเก็บเอาไว้ในอกลึก กลิ่นหอมของเธอทำเอาเอาลุคแทบคลั่งและพิชชาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน “กลับคอนโดกันครับ หนูจะได้พักผ่อนด้วย” เขาพูดพลางลากกระเป๋าให้ร่างเล็ก ส่วนมืออีกข้างจับมือเรียวเอาไว้แน่น ก่อนจะจูงมือเธอไปขึ้นรถกลับคอนโด คอนโด ร่างเล็กถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย เนื่องจากเวลาที่ไทยต่างจากที่โน้นมาก พิชชาต้องใช้เวลาปรับตัวกับอากาศและเวลานอน กว่าจะกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติได้ “อาบน้ำก่อนไหม?” “หนูขอนอนเลยได้ไหม..” “ไม่ได้ ต้องอาบน้ำก่อนสิ” ลุคพูดพร้อมกับเข้ามาแบกร่างเล็กให้เข้าไปในห้องน้ำ พิชชาตกใจทำหน้าเหว๋อเผลอกรี๊ดออกมาจนชายหนุ่มรู้สึกแสบแก้วหู “อื้อ หนูจะตก” “ตกอะไรพี่อุ้มอยู่” “วางหนูลงก่อน” ลุคยอมทำตาม ก่อนจะวางเธอลงอย่างเบามือ แล้วกระซิบแนบข้างหู “อาบน้ำด้วยกันไหม” พิชชาหน้าแดงซ่า
#23.45 น. “พวกมึงมาอยู่ที่นี่กันเองหรอ?” โมสถามเพื่อน ก่อนจะรีบเดินเข้าไปนั่งกับลุคและซันด์ที่นั่งดื่มกันอยู่ก่อนแล้ว “ว่าแต่สองคนนี้ไปไหนกันมา” ลุคเอ่ยถามโบว์และโมส เพราะเห็นเข้ามาในบ้านพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะมองหน้ากันอย่างเลิ่กลัก และเฉไฉถามถึงเรื่องอื่น “เออ..ไอ้ลุค มึงไปเจอเปียมาหรอ?” “ใช่ มึงรู้ได้ยังไง?” “กูกับโบว์ผ่านไปเห็นเข้า” “งั้นหรอ..” “คือว่า พี่ลุค..หนูว่าระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะ หนูกับพี่โมสเห็นว่ามีคนแอบถ่ายพี่อยู่ด้วย” “จริงหรอ เธอรู้ไหมว่าใคร” ลุคถามอย่างสงสัย เพราะไม่คิดว่าจะมีคนแอบถ่าย เขาคิดว่าเป็นเพื่อนของเปียล่อให้เขาไปติดกับอีกหรือเปล่า “อื้อนี่ พี่มาดูเอง” โบว์พูด ก่อนจะเปิดภาพหลักฐานที่อัดไว้ให้เขาดู ในคลิปเห็นหน้าคนที่ถ่ายชัดมาก เพราะเธอแอบอยู่จากฝั่งตรงข้าม มันจึงทำให้รู้ว่าคือใคร “ผู้หญิงคนนี้ โบว์จำได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทของพิชชาตอนมัธยม เจอกันตอนมีกิจกรรมนั่นแหละ เป็นวันเดียวกับที่พี่ทะเลาะกันหนักๆกับพิชชา แต่ก็คิดได้หลายมุมนะ ไม่รู้ว่าเป็นแผนของพี่เปียหรือเปล่าหรือพิชชาบอกให้เธอมาตามดูพี่ลุค” “แล้วเธอจะทำแบบนั้นทำไม” ลุคพู
แม่ของพิชชาออกจากห้องผ่าตัดแล้ว หมอบอกว่าพ้นขีดอันตราย แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้นมากกว่าหนึ่ง เดือน พ่อ พี่สาวและพิชชานั่งเฝ้าอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษ รอให้คนเป็นแม่ฟื้นขึ้นมาอย่างเป็นห่วง ตอนนี้หมอให้เข้าเยี่ยมได้แล้ว หลังจากผ่านไปหนึ่ง สัปดาห์ ทำให้ทุกคนในครอบครัวเบาใจลงบ้าง “พี่มีงานที่บริษัทเข้าด่วน ฝากดูแลแม่ด้วยนะ” มารีนหันมาบอกคนเป็นน้องสาวและพ่อที่นั่งกุมมือแม่ไว้อยู่ เธอก็เป็นห่วงแม่ไม่ต่างกัน หลังจากเคลียร์งานเสร็จก็จะรีบมาเยี่ยมแม่ทุกวัน “ได้ค่ะ พี่รีนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวชากับพ่ออยู่ดูแลแม่เอง” พิชชาพูดพร้อมกับเดินเข้าไปกอดพี่สาว ก่อนจะไปส่งเธอที่หน้าห้อง ก่อนจะเดินกลับมานั่งดูแม่ที่ยังนอนนิ่งำม่ได้สติ “ที่มหาลัยเป็นไงบ้างลูก ทำเรื่องลาอาจารย์เรียบร้อยแล้วใช่ไหม” พ่อถามขึ้นอย่างเป็นห่วง เพราะไม่ได้ถามพิชชาเลยตั้งแต่มา มัวแต่ยุ่ง และเป็นห่วงแม่จนไม่เป็นอันทำอะไร แถมพิชชายังบินมาอย่างกะทันหัน “ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูทำเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” “อีกนานไหมคะ กว่าแม่จะฟื้น..” “หมอบอกอีกไม่เกินสามวันก็น่าจะฟื้นแล้ว” พ่อพูดพลางมองร่างของแม่ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ม
พิชชาตื่นเช้ามาในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของร่างสูงที่กอดเธอเอาไว้แน่น ตอนนี้เขายังหลับอยู่ ใบหน้าของลุคเวลาหลับมันดูมีเสน่ห์จนร่างเล็กอดมองไม่ได้ พอเห็นพิชชาเริ่มขยับตัว ลุคก็ตื่นขึ้นมาทันที เขาลูบหัวสาวน้อยเบาๆ ก่อนจะดึงเธอไปจูบที่หน้าผาก ขณะท่อนล่างของทั้งคู่ยังแนบชิดกัน “สายยัง?” ชายหนุ่มถามขึ้นขณะที่ดึงร่างบางเข้าไปกอด พลางจูบซับจนทั่วใบหน้าหวาน “ยังค่ะ ชาว่าจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้ว” “อื้ม พี่ขอนอนกอดอีกหน่อย” เขาพูดพร้อมกับหลับตาลง ทั้งสองกอดกันอยู่พักใหญ่ๆ เลือดในกายอุ่นแผ่ไปทั่วร่าง ตอนนี้เขารักพิชชาอย่างเต็มหัวใจ ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนสาวน้อยที่นอนอยู่ข้างเขาได้อีกแล้ว จู่ๆ ลุคก็พลิกตัวร่างเล็กขึ้นมาไว้บนตัวของเขา พิชชาตกใจได้แต่มองหน้าเขาอย่างงงๆ ลุคเลยถือโอกาสนั้นฝังปลายจมูกสูดดมความหอมจากซอกคอเก็บไว้ในอกลึก “อื้อ~ พี่ลุค” “อื้ม ไปอาบน้ำกันครับ” ชายหนุ่มกระซิบเบาๆ ก่อนจะยิ้มให้เธอ พิชชาหน้าแดงชมพูระเรื่อขึ้นมาเพราะความเขิน เธอไม่คิดเลยว่าคนที่โกรธให้กันวันนั้น จะเป็นผู้ชายที่น่ารักมากขนาดนี้ #07.46 น. พิชชารีบจัดการแต่งตัวให้ตัวเองเรียบร้อยก่อนที่ลุคจะอาบน้ำ
อีกฟากของมหาลัย เปียแอบเข้ามาซุกตัวอยู่ในห้องน้ำ ไม่กล้าออกไปเจอหน้าใคร ไม่กล้าแม้กระทั่งเข้าเรียน เพราะทนแรงกดดันไหวไหวทุกคนจ้องมองมาที่เธอ ทั้งโดนโพสต์ด่าในกลุ่มที่เธอสร้างเฟคนิวส์ทำลายชื่อเสียงคนอื่น หญิงสาวเลื่อนดูเม้นอย่างมือไม้สั่น มันยิ่งทำให้เธอเกลียดพิชชาเข้าไส้ ทำไมคนๆนั้นไม่เป็นแก เปียได้แต่แค้นร้อนรุ่มในใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทันใดนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงนักศึกษากลุ่มหนึ่งเดินมาเข้าห้องน้ำ “พี่เปียนี่ก็ใสๆนะมึง กูเข้าใจมาตลอดว่าเธอเป็นคนดี แต่แม่งร้ายสุดๆ!!” “เอออจริงสร้างข่าวทำลายคนอื่น แต่ย้อนเข้าตัวซะงั้น” “แต่ตอนอยู่ปีสองทุกคนก็เข้าใจว่าพี่เปียคบกับพี่ลุคนะ ไม่แน่เขาอาจจะสร้างภาพขึ้นมาเองก็ได้” “เออจริง ก็เผลอเข้าใจว่าเป็นคนเรียบร้อยมาตลอด” หญิงสาวได้ยินทุกอย่างที่คนพวกนั้นพูด เธอยืนกำหมัดแน่นในห้องน้ำด้วยความโกรธเกลียด พร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหลออกมา เธอเกลียดพิชชาที่ทำชีวิตเธอพังได้ถึงขนาดนี้ เปียน้ำตาคลอด้วยความเจ็บปวดต่อคำพูดที่ได้รับ ช่างเชือดเฉือนหัวใจเหลือเกิน เวลานี้เธอพยายามจนถึงที่สุด ทำไมต้องพบกับเรื่องที่นำพาต่อความเจ็บปวดขนาดนี้ด้วย เปียร







