LOGIN“ดื้อ...รู้หรือเปล่าว่าปล้ำผู้ชายก็ต้องเจ็บตัวแบบนี้แหละ” ชีวินเค้นหัวเราะเล็กน้อย เขาเองก็ทรมานไม่น้อยแต่ต้องกดเก็บความทรมานอันแสนสยิวเอาไว้ กลัวว่าหญิงสาวจะรู้ว่าเขาก็ปลาบปลื้มกับการยั่วที่ไม่ได้เรื่องของเธอไม่น้อย ปลายนิ้วของคนเย็นชาเคลื่อนมาบดบี้กุหลาบงามที่กำลังกลืนกินท่อนเอ็นของเขา สายตาคมกริบเหลือบมองยัยขี้ยั่วบนตักเล่นน้อยก่อนจะก้มสัมผัสกับหน้าอกหน้าใจของเธอ ความนุ่มหยุ่นของทรวงอกของเธอทำให้เขาหลงใหล ยอดปทุมถันช่างเย้ายวนใจเกินคำบรรยาย ชีวินไม่รอช้าอ้าปากงับยอดทรวงราวกับเด็กทารกน้อยทันที “อะ!” ปานชีวาสะดุ้งน้อย ๆ ความเจ็บปวดใจกลางสาวเมื่อครู่เริ่มหายไปเมื่อความเสียวแบบสุดกู่เข้ามาทดแทน “อ๊าย...พี่วิน ป่านเสียวจัง อือ อึดอัดด้วย” สะโพกผายพยายามกดลงมากลืนกินตัวตนของเขาจนหมดมิด ริมฝีปากทั้งสองข้างเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโตมองเขาเมื่อครู่ หลับตาแน่น “อ่า” “อูยยย...” หญิงสาวครางเสียงโหย เมื่อเธอเป็นหนึ่งเดียวกับพ่อเทพบุตรสุดหล่ออย่างชีวิน มือทั้งสองพยายามสอดแทรกเข้าไปในเสื้อเชิ้ต
“อย่าคิดทำอะไรบ้า ๆ น่ะคุณป่าน” “ให้ป่านสัมผัสของคุณเถอะนะคะ ดูก็รู้ว่าคุณเครียดขนาดไหน” ปลายนิ้วเรียวสวยไล่วนตามขอบกางเกงในสีขาวก่อนจะหยุดต้องส่วนที่เริ่มขยายใหญ่ตามอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น “เก็บสายตาของคุณเอาไว้ทำอย่างอื่นเถอะ” ชีวินขบกรามแน่น น้ำเสียงสั่นระรัวการที่เขาบ้างาน มันทำให้เขาละเลยเรื่องอย่างว่าไปหลายปี พอมีผู้หญิงมาให้ท่าเขาขนาดนี้ ผู้ชายที่ไหนจะทนได้...เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่ไหน ไม่ทันเสียแล้วท่อนเอ็นขนาดใหญ่หัวปลายปานสีแดงก่ำตรงหน้าของหญิงสาวสุดหื่น สาวน้อยร้อนรักกัดปากน้อย ๆ ลอบมองเส้นเลือดรายล้อมตามท่อนเอ็น มือทั้งสองข้างโอบล้อมมันเอาไว้ด้วยความหวงแหน ลมหายใจของหญิงสาวเป่ารดแก่นกายของเขา คนที่ทรมานที่สุดคงหนีไม่พ้นชีวิน เจ้าโลกของเขากำลังโดนทรมานจากสาวน้อยร้อนรักสุดหื่นตรงหน้า ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มือรูดขึ้นรูดลงอย่างเบามือ หญิงสาวได้ยินเสียงครางแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอแกร่ง “อยากเป็นเมียผมขนาดนั้น ระวังเจ็บตัวก็แล้วกัน” ชีวินพูดขึ้นเสียงพร่าด้วยความทรมานและเสียวซ่านในเวลาเ
หลังจากตามติดการสอนของว่าที่ของพ่อของลูก ตกเย็นปานชีวาจำเป็นต้องกลับมาเรียนอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาแทบไม่สนใจเธอเลย ยังไงเธอก็แอบเล่นโทรศัพท์ของเขาโดยไม่ลืมบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของเธอเอาไว้ “ทำไมวันนี้มาแปลก มานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดีใจอะไรเหรอ” ประกิตถามเพื่อนหลังคาบที่ต้องเรียนรวมกับอีกหลายสาขา เห็นเพื่อนสาวกำลังนั่งเหม่อคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกละครหรือไง “กี้ ฉันอยากแต่งงานแล้ว” “ห๊ะ! เป็นบ้าอะไรของแก เมื่อหลายวันก่อน แกยังทำหน้าเซ็งเบื่อการแต่งงานอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วไหนวันนี้แกอยากแต่งงานแล้ว...” ประกิตงงเป็นไก่ตาแตก “ฉันเจอเขาแล้ว” ปานชีวาเฉลย พร้อมฉีกยิ้ม แบบที่หนุ่มที่ไหนเห็นก็ละลายไม่แพ้กัน “ใคร!” “ก็คนที่ฉันจะต้องแต่งงานด้วยยังไงล่ะ เขาทั้งรวย ทั้งหล่อ สุภาพบุรุษ แบบนี้แหละพ่อของลูกฉัน” ปานชีวาพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่ปลื้มปริ่ม “เขาหล่อจริง ๆ งั้นเหรอ พาฉันไปเจอหน่อยสิ” ประกิตกระตือรือร้นอยากจะเจอชายหนุ่มปริศนาคู่หมั้นคู่หมายของเพื่อนสาว “เขาแทบไม่มองฉันเลย ฉันอุตส
“นี่คุณชีวินกำลังบอกปฏิเสธการแต่งงานของป่านอย่างนั้นเหรอคะ” ปานชีวาอ้าปากกว้าง เมื่อชายหนุ่มที่ตนเองหมายปองพูดข้าง ๆ คู ๆ ซึ่งคนไม่ยอมแพ้อย่างเธอยอมไม่ได้เสียด้วย ยัง ๆ เขาต้องแต่งงานกับเธอเพราะหัวใจในอกดวงน้อยกลายเป็นของเขาไปเรียบร้อย ต่อให้ยั่วให้อ่อยขนาดไหนก็ต้องยอม... “ใช่ เรายังไม่รู้จักกันดีพอ คุณยังอนาคตอีกไกล อย่าเอาอนาคตมาทิ้งกับอาจารย์มหาลัยฯอย่างผมเลย” ชีวินพยายามตัดบทหญิงสาว เขายอมเป็นผู้ชายใจร้ายมากกว่าการเป็นผู้ชายที่ต้องอยู่กับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก ปานชีวาลุกขึ้นยืนก่อนเดินไปหาคนที่นั่งอยู่ก่อนขยับตัวเข้าใกล้ชายหนุ่ม ถ้าเมื่อก่อนผู้ชายคงเป็นฝ่ายรุก แต่สำหรับเธอเมื่อเจอคนที่ใช่ เจอพ่อของลูกแล้ว เธอไม่มีทางปล่อยไปแบบง่าย ๆ เด็ดขาด “ทำอะไรนะ?” เสียงเข้มดังขึ้นด้วยความตกใจกับการจู่โจมของสาวร่างบางแต่สัดส่วนบางส่วนกลับมีขนาดใหญ่เสียเหลือเกิน เขาเป็นชายหนุ่มเต็มตัว ผู้หญิงสุดเซ็กซี่มาอยู่ใกล้ ๆ ถึงที่เขาคงต้องหวั่นไหวแน่นอน “ก็อยากจะจูบปากสวย ๆ ของคุณยังไงล่ะค่ะอาจารย์สุดหล่อ อยากลงโทษนักเรียนคนนี้ไหมคะ” หญิงสาวแก
“งั้นก็เชิญข้างในครับ” แม้จะยังสงสัยในตัวหญิงสาว แต่เขาก็เก็บเอาไว้เพราะยังไงธุระที่ว่าเขาต้องเจรจากับเธออยู่แล้ว เขาอดเหลียวมองการแต่งตัวอันเซ็กซี่ของเจ้าหล่อนไม่ได้ ถึงอย่างไรเขาก็ห้ามปรามเธอไม่ได้อยู่แล้ว พอเข้ามาในห้องพักของอาจารย์หนุ่ม ใบหน้าสวยบูดบึ้งเมื่อมองไม่เห็นเจ้าของห้อง แต่มีเพียงเธอและชายหนุ่มที่เธอคุยด้วยเมื่อครู่ “แล้วคุณชีวินอยู่ไหนเหรอคะ” “คุณมีอะไรจะคุยเหรอครับ” ชีวินไม่ตอบคำถามของเธอ เดินตรงไปนั่งเก้าอี้ของตัวเอง พลางจ้องมองคนที่มีธุระกับตน ปานชีวาพูดไม่ออก ชายหนุ่มที่เธอเคยปรามาสว่าเขาต้องขี้เหร่ ปากเหม็น เขากลับกลายมาเป็นสุภาพบุรุษสุดหล่อตรงหน้า แถมยังเป็นว่าที่คู่หมั้นและคู่แต่งงานของเธอในอนาคตอีกต่างหาก “คุณคือคุณชีวิน?” หญิงสาวถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “ใช่ครับผมเอง ว่าแต่มีอะไรอีกเดี๋ยวผมต้องไปสอนต่อแล้ว” ชีวินยิ้มเล็กน้อย แม้เห็นใบหน้าหวอของหญิงสาว เธอดูตกใจมากเลยทีเดียว หญิงสาวยืดอกขึ้นเดินฉับ ๆ มานั่งตรงหน้าของชายหนุ่ม วางกระเป๋าแบรนด์แนมเอา
ปานชีวา หรือ ป่าน กำลังนั่งเท้าคางด้วยความเบื่อหน่าย หลังจากเรียนเสร็จคาบบ่ายหญิงสาวมานั่งรอเพื่อนชายหัวใจสาวที่เรียนต่างสาขา เรื่องที่น่าเบื่อหน่ายเข้ามารบกวนจิตใจของเธอไม่พ้นเรื่องชายหนุ่มวัยสามสิบที่คุณแม่ของเธออยากให้เดตด้วย “ว่าไงจ๊ะ ป่าน” ไม่นานเพื่อนชายใจเป็นสาวก็เข้ามานั่งลงข้าง ๆ พลางเล่นหูเล่นตามองหนุ่มโต๊ะข้าง ๆ ประกิต หรือชายหนุ่มชอบให้เรียกตัวเองว่า กี้ เอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น “เฮ้....กี้ ช่วยสนใจฉันหน่อยได้ไหม” ปานชีวาหันมาเห็นเพื่อนสาวให้ความสนใจหนุ่มหล่อ เขย่าแขนแกร่งเบา ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ “อะไรยะ” “แม่ฉันกำลังจับฉันแต่งงานกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้” “อ๊าย...อะไรนะ!” ประกิตกรีดร้องออกมาอย่างไม่อาย ไม่สนว่าคนรอบข้างจะมองยังไง ท้าวสะเอวมองปานชีวาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยินเมื่อครู่ “จริง ๆ แม่ฉันอยากให้ฉันลองไปเดตกับเขาก่อน ฉันจะทำยังไงดีฉันยังไม่อยากแต่งงาน” หญิงสาวโวยวาย ถ้าชายหนุ่มที่จะมาแต่งงานกับเธอ ปากเบี้ยว







