Share

วิศวะร้าย 1

last update Tanggal publikasi: 2026-10-08 20:53:07

บรรยากาศในลานเกียร์ตอนเย็นอบอ้าวไปด้วยแดดเมืองไทยและความคึกคักของกิจกรรมรับน้อง ฉันยืนกุมมือตัวเองแน่น ถือป้ายชื่อกระดาษแข็งแผ่นโตที่แขวนคออยู่ด้วยความประหม่า เพราะเพิ่งเปิดเทอมเป็นสัปดาห์แรก แถมเพื่อนในกลุ่มยังแยกย้ายกันไปเข้าห้องน้ำหมดเหลือแค่ฉันที่ยืนรออยู่คนเดียวใต้ร่มไม้

​"น้องครับ..."

​เสียงทุ้มหวานดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมอง เจ้าของเสียงเป็นผู้ชายร่างสูง สวมเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มของคณะวิศวะ เขามียิ้มสดใสที่เป็นมิตรและดูเข้าถึงง่าย

​"อ๋อ... ยินดีต้อนรับสู่คณะนะน้อง" เขายิ้มกว้าง ใบหน้าดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด "พี่ชื่อ นิก อยู่ปีสามครับ น้องชื่ออะไรเหรอ?"

​"เอ่อ... ชื่อ แก้มใส ค่ะ อยู่ปีหนึ่ง สาขาโยธาค่ะ" ฉันตอบเสียงแผ่ว พยายามส่งยิ้มสุภาพให้พี่เขา

​"แก้มใส... ชื่อน่ารักจัง" พี่นิกเกาหัวแก้เขิน หน้าเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ "คือว่า... ถ้าพี่ขอคอนแทกต์ไว้คุย น้องแก้มใสพอจะสะดวกไหมครับ?"

​ฉันทำตัวไม่ถูก ได้แต่มองหน้าพี่นิกสลับกับมือตัวเอง ความจริงฉันไม่เคยมีแฟนและไม่เคยโดนจีบตรงๆแบบนี้มาก่อน หัวใจเลยเต้นแรงด้วยความตกใจและทำตัวไม่ถูก

​"ไอ้นิก... มึงยืนทำอะไรอยู่ตรงนี้วะ? เขาเรียกประชุมพี่ระเบียบแล้ว"

​น้ำเสียงเรียบเย็นแต่ทรงพลังดังขึ้นขัดจังหวะ ฉันหันไปมองตามเสียงและพบกับผู้ชายอีกคนหนึ่งในเสื้อช็อปสีเดียวกัน เขาสูงกว่าพี่นิกเล็กน้อย รูปร่างสมส่วน เรือนผมสีดำสนิทปัดไปด้านหลังอย่างลวกๆ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายจนสะกดสายตา แต่สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกเกร็งยิ่งกว่าเดิมคือสายตาเรียบเฉยใต้คิ้วเข้มคู่นั้น

​"เอ้าวุ่นวายจริง มึงรอแป๊บดิหมอก" พี่นิกหันไปบอกเพื่อน ก่อนจะหันกลับมาหาฉันด้วยท่าทีร้อนรน "เนี่ยแก้มใส นี่ พี่หมอก เพื่อนพี่เอง... เอ่อ แล้วเรื่องที่พี่ถามเมื่อกี้ว่าไงครับ?"

​พี่หมอกก้าวเข้ามายืนข้างๆ พี่นิก สายตาของเขาปะทะเข้ากับฉันตรงๆ เพียงเสี้ยววินาทีนั้น ฉันรู้สึกเหมือนโดนมองทะลุเข้ามาข้างใน สายตาเขาไม่เหมือนพี่นิกที่ดูเปิดเผย แต่เป็นสายตาที่ลึกซึ้ง นิ่งสงบ และยากจะเดาความคิด

​"อ๋อ... น้องคนนี้นี่เอง" พี่หมอกเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆที่ดูเหมือนจะยิ้ม แต่นัยน์ตากลับพราวแพรวอย่างแปลกประหลาด "มึงเล็งไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?"

​"ก็เมื่อกี้ไงวะ" พี่นิกสะกิดแขนเพื่อน "มึงว่าไง น้องเขาน่ารักไหมวะ? กูว่าจะจีบจริงจังนะเนี่ย มึงอย่ามาขัดขวางกูนะไอ้หมอก"

​พี่หมอกยักไหล่ด้วยท่าทีสบายๆ เขาเบือนสายตากลับมามองฉันอีกครั้ง คราวนี้เขาไล่สายตามองป้ายชื่อบนคอฉันช้าๆ ก่อนจะสบตาฉันตรงๆ

​"กูจะไปขัดขวางมึงทำไม" น้ำเสียงของเขานุ่มนวล แต่น้ำหนักคำพูดกลับดูไม่แยศแยง "กูไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย เด็กปีหนึ่งก็น่ารักทุกคนแหละ... มึงอยากจีบก็จีบไปดิ กูยอมให้มึงทางสะดวกเลย"

​"จริงนะ? มึงพูดเองนะ!" พี่นิกยิ้มร่าอย่างดีใจ

​ฉันยืนฟังทั้งสองคนคุยกันด้วยความรู้สึกแปลกๆ คำพูดของพี่หมอกฟังดูเหมือนเขาไม่ได้สนใจฉันเลยสักนิด และพร้อมจะเปิดทางให้เพื่อนเต็มที่ แต่ทว่า... ในจังหวะที่พี่นิกหันไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเพื่อเตรียมกดแอดไลน์ฉัน พี่หมอกกลับก้าวเข้ามาใกล้ฉันอีกครึ่งก้าว

​เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนฉันได้ยินเสียงลมหายใจและกลิ่นหอมเย็นๆ ของน้ำหอมประจำตัวเขา พี่หมอกส่งยิ้มมุมปากมาให้ฉัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ไม่เหมือนกับท่าทางนิ่งๆ เมื่อครู่เลยสักนิด ก่อนจะกระซิบเสียงเบาหวิวที่มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน

​"น่ารักดีนี่... แต่ระวังไอ้นิกมันหลอกเอานะครับ 'น้องแก้มใส'"

​ดวงตาคู่คมแพรวพราวไปด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังเล่นเกมที่ฉันไม่เข้าใจ ฉันแช่แข็งไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ ร้อนผ่าวไปทั่วแก้มทั้งสองข้าง

​"อ่ะแก้มใส พี่เปิดคิวอาร์โค้ดแล้ว สแกนได้เลยครับ" พี่นิกหันกลับมาพร้อมยื่นโทรศัพท์ให้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น

​"เอ่อ... ค...ค่ะ" ฉันตอบรับเสียงสั่น พยายามหลบสายตาของพี่หมอกที่ยังคงยืนมองฉันอยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้มกริ่มที่ปิดยังไงก็ไม่มิด

​พี่หมอกยกมือขึ้นตบบ่าพี่นิกเบาๆ แล้วพูดเสียงเรียบ "กูไปรอที่ห้องประชุมก่อนนะ... จีบติดไม่ติดก็พยายามเข้าล่ะ"

​พูดจบเขาก็หันหลังเดินแยกออกไป ทิ้งให้ฉันยืนหัวใจเต้นระส่ำอยู่ตรงนั้น ฉันไม่รู้เลยว่าคำว่า 'ยอมให้เพื่อนจีบ' ของพี่หมอกหมายความว่าอย่างนั้นจริง หรือมันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างกันแน่...

ช่วงเย็นของวันต่อมา ลานเกียร์ยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยคึกคักของเหล่านิสิต ฉันเดินถือเอกสารกิจกรรมของเอกโยธาผ่านม้านั่งหินอ่อนหลายตัว เพื่อตรงไปยังตึกคณะ หวังว่าจะรีบเอาเอกสารไปส่งแล้วกลับหอพักเสียที

​ทว่า สายตาของฉันกลับไปสะดุดเข้ากับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่โต๊ะใต้ต้นไม้ใหญ่

​ตรงนั้น... พี่หมอก กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มดาวคณะและรุ่นพี่สาวสวยสามสี่คน ภาพตรงหน้าดูราวกับฉากในซีรีส์เกาหลี พี่หมอกสวมเสื้อช็อปตัวเดิม แขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนเรียวสวย เขานั่งเอนหลังพิงม้านั่งด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือหนึ่งถือแก้วกาแฟเย็น ส่วนอีกมือเคาะเป็นจังหวะบนโต๊ะ

​"พี่หมอกอ่ะ... เมื่อคืนสัญญาว่าจะทักหา แล้วทำไมหายเงียบไปเลยล่ะคะ?" พี่ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มทำเสียงเง้างอน พลางเอื้อมมือไปจับแขนเสื้อช็อปของเขาเบาๆ

​พี่หมอกยิ้มรับ... เป็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์แบบที่ทำให้คนมองใจสั่นได้ง่ายๆ ดวงตาคู่คมพราวพราวด้วยความเย้ายวน เขาก้มหน้าลงไปใกล้อีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน

​"ขอโทษทีครับ พอดีเมื่อคืนงานยุ่งมากจริง... แต่คืนนี้สัญญาว่าจะชดเชยให้ โอเคไหมครับ?"

​คำพูดไม่กี่คำกับสายตาเจ้าชู้ร้ายกาจนั่นทำให้อีกฝ่ายหน้าแดงเปรี้ยง กลุ่มเพื่อนสาวข้างๆ พากันกรี๊ดกร๊าดหยอกล้อกันใหญ่ ฉันยืนมองภาพนั้นอยู่นานโดยไม่รู้ตัว ในใจรู้สึกแปลกแปร่งขึ้นมาอย่างน่าประหลาด... เขาดูเป็นผู้ชายอันตรายจริงๆ สมกับที่พี่นิกเคยบอกว่าเป็นพวกเจ้าชู้ตัวพ่อ

​‘คนอะไร บริหารเสน่ห์เก่งเป็นบ้า...’ ฉันคิดในใจ ก่อนจะรีบถอนสายตากลับและก้าวเท้าเตรียมจะเดินผ่านไปอย่างเงียบๆ

​แต่แล้ว... ราวกับเขามีเซนส์

​ในจังหวะที่ฉันกำลังจะก้าวผ่านโต๊ะนั้นไป พี่หมอกกลับละสายตาจากสาวๆ ตรงหน้า แล้วเบือนหน้ามาทางฉันตรงๆ

​ฉันชะงักกึก สายตาของเราปะทะกันจังๆกลางลานเกียร์

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 7

    "เกมงั้นเหรอ?" พี่หมอกยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ปลิวมาปัดหน้าฉันออกไปทัดที่ใบหูอย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นจากปลายสิ้วของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ "เราคิดว่าพี่ว่างขนาดที่จะต้องลงทุนขับรถตามมาดักรอใต้หอ แอบกุมมือใต้โต๊ะ หรือตามมาเคลียร์ถึงชายหาด เพราะแค่อยากเอาชนะไอ้นิกเหรอ?"​"แล้วมันไม่ใช่หรือไงคะ..." ฉันเค้นเสียงตอบ หลบสายตาร้อนแรงของเขา​"ตอนแรก... พี่ก็คิดว่ามันคงเป็นแค่เรื่องสนุกๆ" พี่หมอกเชิดคางฉันขึ้นช้าๆ บังคับให้ฉันต้องสบตากับนัยน์ตาพราวระยับที่บัดนี้เต็มไปด้วยความจริงจังจนน่ากลัว "พี่ตั้งใจจะเปิดทางให้ไอ้นิกจริงๆเพราะพี่ไม่เคยคิดจะจริงจังกับใคร... แต่พอเห็นเราอยู่ใกล้ไอ้นิก เห็นเรายิ้มให้มัน หัวใจพี่มันดันไม่รักดี รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาซะงั้น"​"..." ฉันแช่แข็งไปทั้งตัว ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินคำสารภาพตรงๆ จากปากผู้ชายเจ้าชู้คนนี้​"พี่รู้ว่าพี่เจ้าชู้ รู้ว่าพี่มันเจ้าเล่ห์... แต่กับเรา พี่ไม่ได้เล่นเกมนะครับแก้มใส" พี่หมอกโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเฉียดกันเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆ รดผื่นผิวแก้ม "พี่หึงเรา... และพี่ก็ไม่คิดจะยอมยกเราให้ไอ้นิกอีกต่อไปแล้วด้วย"​คำว่

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 6

    เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศรอบพูลวิลล่าเงียบสงบ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสะท้อนผิวน้ำในสระว่ายน้ำเป็นประกาย เพื่อนๆ คนอื่นยังคงหลับสนิทอยู่ในห้องพักหลังจากปาร์ตี้หนักเมื่อคืน ฉันตัดสินใจตื่นแต่เช้า ออกมานั่งสูดอากาศรับลมทะเลเย็นๆ ที่เก้าอี้ชายหาดริมสระคนเดียว หวังว่าจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นจากเรื่องปวดหัวเมื่อคืน​แต่แล้ว เสียงก้าวเท้าแผ่วเบาก็ดังมาจากด้านหลัง​"ตื่นเช้าจังเลยนะแก้มใส..."​ฉันหันไปมอง พี่นิก เดินถือแก้วกาแฟร้อนสองใบเข้ามาหา เขาสวมเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสั้นสบายๆ ส่งยิ้มสดใสให้ฉันเหมือนทุกที แต่นัยน์ตาของเขากลับดูมีร่องรอยของความครุ่นคิดและความกังวลลึกๆ ซ่อนอยู่​"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่นิก" ฉันส่งยิ้มตอบ รับแก้วกาแฟที่เขายื่นมาให้ "พอดีตื่นแล้วไม่ค่อยหลับน่ะค่ะ"​พี่นิกทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ชายหาดข้างๆ ฉัน เขายกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ พลางทอดสายตามองออกไปที่ทะเลไกลสุดสายตา ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่หนึ่งจนฉันเริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด​"แก้มใส..." อยู่ๆ พี่นิกก็เอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบและนิ่งกว่าปกติ "พี่ขอถามอะไรเราตรงๆ สักเรื่องได้ไหมครับ?"​หัวใจฉันตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ความรู้สึก

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 5

    ​‘พี่หมอก!’ ฉันส่งสายตาดุๆ ไปให้เขาใต้แสงไฟปิงปอง​แต่คนเจ้าเล่ห์กลับยิ้มกริ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า พี่หมอกทอดสายตามองฉันเนิ่นนาน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เอื้อมมือลงไปใต้โต๊ะไม้ตัวยาว...​พรึ่บ!​สัมผัสอบอุ่นและแข็งแรงจากฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่หลังมือของฉันใต้มุมอับของโต๊ะอาหาร! เรียวนิ้วยาวของเขาสอดประสานเข้ากับนิ้วมือของฉันช้าๆ กุมไว้แน่นจนฉันไม่สามารถถอนมือหนีได้เลย​ฉันแช่แข็งไปทั้งตัว หน้าผ่าวร้อนขึ้นมาจนคิดว่าคงแดงแข่งกับไฟประดับรอบสระแน่ๆ ทุกคนรอบโต๊ะยังคงคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน พี่นิกยังคงย่างบาร์บีคิวพลางเล่าเรื่องขำขันในคณะ โดยที่ไม่รู้เลยว่าใต้โต๊ะอาหารตัวเดียวกันนี้... เพื่อนสนิทของเขากำลังกุมมือฉันไว้แน่น!​"เอ่อ... แก้มใส เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? หน้าแดงๆ นะ" เพื่อนสาวข้างๆ หันมาถามด้วยความห่วงใย​"ป...เปล่าจ้ะ! อากาศมันคงร้อนน่ะ" ฉันตอบเสียงสั่น พยายามดึงมือออกจากการกุมของพี่หมอก แต่เขากลับยิ่งกระชับฝ่ามือแน่นขึ้น แถมยังใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ บนหลังมือฉันอย่างยั่วเย้า​พี่หมอกละสายตาจากกลุ่มเพื่อน หันมามองฉันตรงๆ อีกครั้ง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ขยับริมฝีปากพูดแบบไม่มีเสียง ข้าม

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 4

    ​"แล้วไงล่ะ?" พี่หมอกขยับรอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ขึ้นอีกนิด "ไอ้นิกมันชอบเรา... แต่พี่ก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าในหัวของน้องแก้มใสตอนนี้ มีแต่เรื่องไอ้นิก หรือมีเรื่องของพี่อยู่ด้วย?"​"ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นค่ะ!" ฉันตอบเสียงสั่น พยายามดันอกกว้างของเขาออก แต่มือไม้กลับสั่นไปหมดเมื่อสัมผัสได้ถึงแผงอกแน่นแข็งแรงภายใต้เสื้อช็อป​พี่หมอกเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยั่วเย้า เขาก้มหน้าลงมาใกล้อีกจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดข้างแก้ม เสียงกระซิบพร่าทุ้มของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบและเต้นระส่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก​"โกหกไม่เนียนเลยนะครับ... หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรอีกเหรอ?"​"..." ฉันพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งแช่แข็งสบสายตาพราวพราวคู่นั้นอย่างแพ้พ่าย​"คืนนี้ขึ้นห้องไป... ฝันถึงพี่ด้วยนะ 'น้องแก้มใส'"​พี่หมอกยิ้มกริ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เขายอมผละตัวถอยออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ยื่นมือมาขยี้ผมฉันเบาๆ อย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่บิ๊กไบค์คันใหญ่ สตาร์ตเครื่องยนต์แล้วขับทะยานออกไปในความมืด ทิ้งให้ฉันยืนขาอ่อน หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงอยู่ใต้หอพักเพียงลำพัง...

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 3

    แกร๊ก!​เสียงลูกบิดประตูห้องสโมฯ ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่สลัดความเงียบในห้องจนแตกกระจาย​ฉันสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบเด้งตัวถอยห่างจากพี่หมอกจนหลังแทบจะกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะไม้ด้านหลัง หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงยิ่งกว่าเดิม แต่พี่หมอกกลับไม่ได้มีท่าทีลนลานแม้แต่น้อย เขเพียงแค่ผละใบหน้าออกไปอย่างช้าๆ รอยยิ้มมุมปากยังคงแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างคนใจเย็น​"เอ่อ... กูเอาขนมกับน้ำมาเพิ่ม..."​พี่นิก ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมถุงพลาสติกในมือ แต่แล้วเขาก็ชะงักกึกไปทันที สายตาของพี่นิกมองสลับไปมาระหว่างฉันที่ยืนหน้าแดงเจ่อ ร่างกายเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ กับพี่หมอกที่กำลังยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกง ยักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ อยู่ข้างป้ายผ้าที่ทาสีค้างไว้​บรรยากาศภายในห้องสโมฯ อึดอัดและกระอักกระอ่วนขึ้นมาในทันตา ความเงียบโรยตัวครอบคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงแอร์​"ทำอะไรกันอยู่วะ?" พี่นิกถามขึ้นมา น้ำเสียงไม่ได้ติดเล่นเหมือนทุกที ดินแดนความร่าเริงในตาของเขาดูหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดขณะจ้องมองเพื่อนสนิท​"ก็..." ฉันอ้ำอึ้ง พยายามจะหาเสียงตัวเองเพื่ออธิบาย "คือแก้มใสทำสีเลอะ... พี่หม

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 2

    หัวใจฉันตุกวูบ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาถึงใบหน้าเมื่อโดนดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมอง แต่สิ่งที่ทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม คือการกระทำถัดมาของเขา...​พี่หมอกไม่ได้ทำเป็นไม่รู้จักฉัน เขาไม่ได้ละสายตาหนี แต่กลับยกมือขึ้นมาในระดับอกแบบที่เพื่อนในกลุ่มเขาไม่มีทางเห็น แล้วใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณว่า ‘เงียบไว้’​จากนั้น เขาก็กระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์และพราวพราวยิ่งกว่าเดิม พลางใช้นิ้วเดิมเปลี่ยนเป็นชี้มาที่ฉัน แล้วขยับปากพูดแบบไม่มีเสียงออกมาอย่างช้าๆ ทีละคำ...​‘ระ-วัง-เดิน-ชน-เสา-นะ-ครับ’​"เอ๊ะ..."​ฉันสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ร่างกายปฏิกิริยาไวตามคำพูดเขา จนก้าวขาพลาดไปชนเข้ากับขอบม้านั่งหินอ่อนแถวนั้นเข้าจริงๆ!​กึก!​"โอ๊ย!" ฉันร้องออกมาเบาๆ เสียหลักจนเอกสารในมือเกือบหลุดร่วง​เสียงร้องของฉันทำให้กลุ่มสาวๆ หันมามองเป็นตาเดียว ฉันรีบก้มหน้าชิดอก แก้มร้อนฉ่าจนคิดว่ามันคงแดงแข่งกับสีดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ฉันรีบสับเท้าเดินหนีออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้​แต่ก่อนที่ฉันจะพ้นระยะสายตา เสียงหัวเราะในคอทุ้มต่ำและแสนจะยั่วเย้าของพี่หมอกก็แว่ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status