Share

รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4
รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4
Penulis: เหมือนแพ

คนขับรถรสสวาท

last update Tanggal publikasi: 2026-10-08 20:52:17

คืนนั้นแสงจันทร์กระจ่างฟ้าลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านซาตินเข้ามาในห้องนอน ลมเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำจนฉันต้องขยับตัวซุกเข้าหาความอบอุ่นเดียวที่มีอยู่ในห้อง แผงอกกว้างและอ้อมกอดอันแน่นหนาของ 'ลุงชม'

​"ยังไม่นอนอีกหรือครับ คุณหนู?"

เสียงทุ้มต่ำและแผ่วเบาของเขากระซิบอยู่ข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดตรงลำคอจนฉันต้องห่อไหล่ด้วยความวาบหวาม

​"เพียงดาวยังไม่ง่วงเลยค่ะ..." ฉันตอบพลางใช้นิ้วมือเรียวไล้ไปตามสันกรามคมสันของชายวัยกลางคนตรงหน้า

​ลุงชมเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด แม้ริ้วรอยตามวัยและเรือนร่างที่ผ่านประสบการณ์จะทำให้เขกุมความได้เปรียบเหนือฉันเสมอ แต่ทุกครั้งที่อยู่บนเตียงนุ่มผืนนี้ เขากลับทะนุถนอมฉันราวกับตุ๊กตาแก้วที่พร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ

​มือหนาและสากระคายของเขาขยับมาเลื่อนกุมมือฉันไว้ ก่อนจะค่อยๆ พลิกตัวขึ้นมากอดทับร่างฉันไว้เบาๆ สายตาที่เขามองลงมาฉายแววความรัก ความเอ็นดู และความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ปิดไม่มิด

​"ดึกมากแล้วนะครับ เด็กดี ถ้าไม่นอน... ลุงจะไม่เกรงใจแล้วนะ"

​"ใครขอให้ลุงชมเกรงใจกันล่ะคะ..." ฉันส่งยิ้มพร่างพรายพลางยกสองแขนขึ้นเกี่ยวคอเขาไว้

​จูบของลุงชมนุ่มนวลทว่าลึกซึ้ง มันเนิบช้า ละเมียดละไม และเต็มไปด้วยน้ำหนักของความรู้สึก สัมผัสจากฝ่ามือที่อบอุ่นของเขาค่อยๆ ลูบไล้ไปตามเรือนร่าง ทำให้หัวใจฉันเต้นระทึกจนแทบหลุดออกจากอก ทุกจังหวะแนบชิดบนเตียงกว้างดำเนินไปอย่างละมุนละไม ไร้ความเร่งรีบ มีเพียงเสียงลมหายใจสอดประสานกันท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืน

​เมื่อพายุอารมณ์แห่งความหวานซ่านค่อยๆ สงบลง ลุงชมก็ตระกองกอดฉันไว้ในอ้อมอกอย่างแสนรัก เขาดึงผ้านวมผืนหนาขึ้นมาคลุมถึงไหล่ให้ฉัน ก่อนจะประทับจูบเบาๆ ที่หน้าผาก

​"ฝันดีนะครับ คุณหนูของลุง"

​ฉันซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจของเขาที่ค่อยๆ เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในพื้นที่เล็กๆ บนเตียงนุ่มแห่งนี้... ไม่ว่าโลกภายนอกจะเป็นอย่างไร เพียงดาวก็รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดแล้ว

เรื่องราวระหว่างฉันกับลุงชม... ถ้ามองจากคนนอก มันคงเป็นความสัมพันธ์ที่ผิดที่ผิดทางและไม่ควรเกิดขึ้นเลยสักนิด

​ลุงชมสวมชุดสูทสีกรมท่าเรียบตึง ยืนรอเปิดประตูรถยนต์คันหรูให้ฉันตั้งแต่วันแรกที่ฉันก้าวเข้ามารับตำแหน่งในบริษัทของพ่อ เขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ บุคลิกเงียบขรึม และพูดน้อยจนนับคำได้ แต่ทุกกิริยาอาการของเขากลับเต็มไปด้วยความสุภาพ นุ่มนวล และสายตาที่มองฉันด้วยความเอ็นดูเสมอ

​ในบ้านวรการจินดา... ฉันคือ "คุณหนูเพียงดาว" บุตรสาวคนเดียวของผู้บริหารใหญ่ที่ถูกห้อมล้อมด้วยเงินทอง แต่กลับเงียบเหงาและอ้างว้างอย่างที่สุด พ่อกับแม่ยุ่งอยู่กับสังคมและการงานจนแทบไม่มีเวลาให้ ส่วนเพื่อนฝูงในวงสังคมก็มีแต่ความเสแสร้ง จะมีก็แค่ "ลุงชม" คนขับรถประจำตัววัยสี่สิบปลายๆ คนนี้เท่านั้นที่อยู่ข้างฉันในทุกช่วงเวลา

​เขาคือคนที่คอยวนรถมารับฉันในคืนที่ฉันแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียวที่สวนสาธารณะ

เขาคือคนที่เตรียมชาร้อนๆ ใส่แก้วเก็บความเย็นไว้ให้ในรถทุกครั้งที่รู้ว่าฉันเลิกงานดึก

และเขาคือคนเดียวที่คอยถามฉันด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเสมอว่า "วันนี้คุณหนูเหนื่อยไหมครับ?"

​ความใกล้ชิดบนเบาะหลังและเบาะหน้าค่อยๆ ถักทอสายใยบางอย่างขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ จากความอบอุ่นปลอดภัยแบบผู้ใหญ่ที่พึ่งพาได้ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ฉันเองก็หยุดยั้งมันไม่ได้ สายตาที่ฉันมองผ่านกระจกมองหลังเริ่มเปลี่ยนไป และฉันก็รู้ดีว่าสายตาที่เขามองตอบกลับมา... มันมีมากกว่าแค่ความจงรักภักดีของคนขับรถ

​จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในคืนฝนตกหนัก คืนนั้นฉันทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรงเรื่องที่ท่านพยายามจับคู่ฉันกับลูกชายนักธุรกิจใหญ่ ฉันวิ่งร้องไห้ออกมาจากบ้านท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย โดยมีลุงชมวิ่งกางร่มตามมาติดๆ

"คุณหนูครับ! อย่าตากฝนแบบนี้เลยครับ เดี๋ยวมะ... ไม่สบาย"

​ฉันหันกลับไปสวมกอดร่างสูงใหญ่ของเขาไว้แน่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความเสียใจและความกลัว ลุงชมชะงักไปครู่หนึ่ง ร่มในมือเกือบหลุดร่วง ก่อนที่มือหนาและแข็งแรงของเขาจะค่อยๆ ยกขึ้นมากอดตอบฉันอย่างลังเลทว่าอบอุ่น

​"ลุงชม... พาเพียงดาวไปจากที่นี่ที พาไปไหนก็ได้" ฉันสะอื้นซบกับแผงอกกว้างของเขา

​คืนนั้น เขาพาฉันมาพักส่วนตัวเล็กๆ ชายหนุ่มใหญ่พยายามเว้นระยะห่างตามหน้าที่ คอยดูแลหาผ้าแห้งและน้ำอุ่นให้ แต่ความอบอุ่นและความห่วงใยที่จริงใจของเขาก็ทำลายกำแพงกั้นระหว่างเราลงจนหมดสิ้น

​"ลุงเป็นแค่คนขับรถนะครับคุณหนู... ลุงไม่คู่ควรกับคุณหนูเลย" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเมื่อฉันเดินเข้าไปจับมือเขาไว้

​"เพียงดาวไม่เคยสนว่าลุงชมเป็นใคร... เพียงดาวสนแค่ว่าคนที่อยู่ตรงนี้ คือคนที่ทำให้เพียงดาวมีความสุขที่สุด"

​คำตอบนั้นทลายปราการสุดท้ายในใจของลุงชม ความรักและความปรารถนาที่ซุกซ่อนไว้ใต้หัวใจที่เจียมเนื้อเจียมตัวมาเนิ่นนานถูกปลดปล่อยออกมา และในคืนนั้นเอง... คนขับรถผู้แสนดีกับคุณหนูผู้เหงาหงอย ก็ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งทางสังคมไปสู่ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งบนเตียงนุ่มที่ไร้ซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ มีเพียงคนสองคนที่รักกันสุดหัวใจ

สายฝนยามดึกภายนอกยังคงตกกระหน่ำปะทะกระจกหน้าต่าง เสียงซ่าของสายฝนช่วยกลบทุกเสียงภายในห้องนอนสลัว แต่ไม่อาจบดบังความร้อนแรงที่กำลังแผดเผาอยู่บนเตียงกว้างได้เลย

​ลุงชมทอดตัวลงทับร่างของฉันไว้เบาๆ แววตาอบอุ่นและเจียมเนื้อเจียมตัวที่เคยเห็นยามสวมหมวกคนขับรถ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งไคล้และปรารถนาอย่างลึกซึ้งที่พร้อมจะกลืนกินฉันไปทั้งตัว

​"ลุงชม..." ฉันส่งเสียงพึมพำเรียกร้องพลางสอดนิ้วมือเข้าประสานกับกลุ่มผมสั้นเกลากระด้างของเขา

​"คุณหนู..." เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าและพร่ามัว สายตาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน ราวกับจะย้ำเตือนว่าต่อแต่นี้ไปจะไม่มีเส้นแบ่งชนชั้นระหว่างเราอีกแล้ว

​ริมฝีปากหนาฉ่ำประกบลงมาบดเบียดริมฝีปากฉันอย่างหนักแน่นและเร่าร้อน ไม่ใช่จูนที่แผ่วเบาเหมือนเคย แต่เป็นจูบที่เรียกร้อง ตอบรับ และละเลียดชิมความหวานซ่านอย่างไม่รู้จักอิ่มเอม ลมหายใจอุ่นร้อนแลกเปลี่ยนกันอย่างถี่กระชั้นจนอกของฉันกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหัวใจที่เต้นระทึก

​ฝ่ามือสากระคายแต่เต็มไปด้วยพละกำลังของชายวัยกลางคน ลูบไล้ผ่านส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างฉันอย่างจงใจ สัมผัสจากมือที่เคยจับพวงมาลัยรถยนต์ บัดนี้กำลังจุดไฟเสน่หาให้ลุกโชนไปทั่วทุกตารางนิ้วบนผิวเนื้อเนียนนุ่ม ฉันแอ่นอกรับสัมผัสจากปลายลิ้นและจูบที่ลากเลื่อนลงมาตามลำคอระหงและเนินอกอย่างเผลอไผล

​"อื้อ... ลุงชม... ลุงชมคะ"

​ฉันร้องออกมาด้วยความวาบหวามเมื่อเขาเพิ่มจังหวะรุกรานอย่างหนักแน่น ร่างกายสูงใหญ่ของเขาสอดประสานและขับเคลื่อนไปตามสัญชาตญาณความปรารถนา แรงอารมณ์ที่เคี่ยวกรำและซุกซ่อนไว้ภายใต้สูทสีกรมท่ามาเนิ่นนานถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเปี่ยมล้น ทว่าแนบแน่นและทรงพลัง จนเตียงนุ่มสั่นคลอนไปตามจังหวะที่กระหน่ำเข้ามา

​ผิวกายของสองเราเกลื่อนไปด้วยหยาดเหงื่อซึมระยับ ท่ามกลางอากาศเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ แต่ละสัมผัสบดเบียดและตอบรับกันอย่างเข้าขา ไร้ซึ่งความเขินอาย มีเพียงความเร่าร้อนที่แผดเผาให้ทั้งห้องกลายเป็นทะเลเพลิง

​เมื่อคลื่นอารมณ์ความปรารถนากระแทกเข้าสู่จุดสูงสุด เสียงกรีดร้องแผ่วเบาของฉันกลืนหายไปในจุมพิตอันลุ่มลึกของลุงชม ร่างกายทั้งสองเกร็งกระตุกและโอบกอดกันไว้แน่นหนา ราวกับจะสลักลึกความรู้สึกนี้ไว้ในผิวกายและดวงวิญญาณ

​ลมหายใจหอบถี่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบที่ค่อยๆคืนกลับมา ลุงชมซบหน้าลงกับซอกคอของฉัน อ้อมกอดของเขายังคงแนบแน่นและมั่นคง ผิวกายอบอุ่นสัมผัสกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่ค่อยๆ ผ่อนลงเป็นปกติ

​"ลุงรักคุณหนูเหลือเกินครับ..." เขากระซิบด้วยน้ำเสียงรักใคร่สุดหัวใจ พลางประทับจูบซ้ำๆ ที่แก้มและริมฝีปากที่เจ่อของฉัน

​ฉันยิ้มรับพลางซุกตัวเข้าหาอกอุ่นของชายคนขับรถที่เป็นทั้งผู้คุ้มครอง และคนรักเพียงคนเดียวในชีวิตของฉัน

​

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 7

    "เกมงั้นเหรอ?" พี่หมอกยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ปลิวมาปัดหน้าฉันออกไปทัดที่ใบหูอย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นจากปลายสิ้วของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ "เราคิดว่าพี่ว่างขนาดที่จะต้องลงทุนขับรถตามมาดักรอใต้หอ แอบกุมมือใต้โต๊ะ หรือตามมาเคลียร์ถึงชายหาด เพราะแค่อยากเอาชนะไอ้นิกเหรอ?"​"แล้วมันไม่ใช่หรือไงคะ..." ฉันเค้นเสียงตอบ หลบสายตาร้อนแรงของเขา​"ตอนแรก... พี่ก็คิดว่ามันคงเป็นแค่เรื่องสนุกๆ" พี่หมอกเชิดคางฉันขึ้นช้าๆ บังคับให้ฉันต้องสบตากับนัยน์ตาพราวระยับที่บัดนี้เต็มไปด้วยความจริงจังจนน่ากลัว "พี่ตั้งใจจะเปิดทางให้ไอ้นิกจริงๆเพราะพี่ไม่เคยคิดจะจริงจังกับใคร... แต่พอเห็นเราอยู่ใกล้ไอ้นิก เห็นเรายิ้มให้มัน หัวใจพี่มันดันไม่รักดี รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาซะงั้น"​"..." ฉันแช่แข็งไปทั้งตัว ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินคำสารภาพตรงๆ จากปากผู้ชายเจ้าชู้คนนี้​"พี่รู้ว่าพี่เจ้าชู้ รู้ว่าพี่มันเจ้าเล่ห์... แต่กับเรา พี่ไม่ได้เล่นเกมนะครับแก้มใส" พี่หมอกโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเฉียดกันเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆ รดผื่นผิวแก้ม "พี่หึงเรา... และพี่ก็ไม่คิดจะยอมยกเราให้ไอ้นิกอีกต่อไปแล้วด้วย"​คำว่

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 6

    เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศรอบพูลวิลล่าเงียบสงบ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสะท้อนผิวน้ำในสระว่ายน้ำเป็นประกาย เพื่อนๆ คนอื่นยังคงหลับสนิทอยู่ในห้องพักหลังจากปาร์ตี้หนักเมื่อคืน ฉันตัดสินใจตื่นแต่เช้า ออกมานั่งสูดอากาศรับลมทะเลเย็นๆ ที่เก้าอี้ชายหาดริมสระคนเดียว หวังว่าจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นจากเรื่องปวดหัวเมื่อคืน​แต่แล้ว เสียงก้าวเท้าแผ่วเบาก็ดังมาจากด้านหลัง​"ตื่นเช้าจังเลยนะแก้มใส..."​ฉันหันไปมอง พี่นิก เดินถือแก้วกาแฟร้อนสองใบเข้ามาหา เขาสวมเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสั้นสบายๆ ส่งยิ้มสดใสให้ฉันเหมือนทุกที แต่นัยน์ตาของเขากลับดูมีร่องรอยของความครุ่นคิดและความกังวลลึกๆ ซ่อนอยู่​"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่นิก" ฉันส่งยิ้มตอบ รับแก้วกาแฟที่เขายื่นมาให้ "พอดีตื่นแล้วไม่ค่อยหลับน่ะค่ะ"​พี่นิกทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ชายหาดข้างๆ ฉัน เขายกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ พลางทอดสายตามองออกไปที่ทะเลไกลสุดสายตา ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่หนึ่งจนฉันเริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด​"แก้มใส..." อยู่ๆ พี่นิกก็เอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบและนิ่งกว่าปกติ "พี่ขอถามอะไรเราตรงๆ สักเรื่องได้ไหมครับ?"​หัวใจฉันตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ความรู้สึก

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 5

    ​‘พี่หมอก!’ ฉันส่งสายตาดุๆ ไปให้เขาใต้แสงไฟปิงปอง​แต่คนเจ้าเล่ห์กลับยิ้มกริ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า พี่หมอกทอดสายตามองฉันเนิ่นนาน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เอื้อมมือลงไปใต้โต๊ะไม้ตัวยาว...​พรึ่บ!​สัมผัสอบอุ่นและแข็งแรงจากฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่หลังมือของฉันใต้มุมอับของโต๊ะอาหาร! เรียวนิ้วยาวของเขาสอดประสานเข้ากับนิ้วมือของฉันช้าๆ กุมไว้แน่นจนฉันไม่สามารถถอนมือหนีได้เลย​ฉันแช่แข็งไปทั้งตัว หน้าผ่าวร้อนขึ้นมาจนคิดว่าคงแดงแข่งกับไฟประดับรอบสระแน่ๆ ทุกคนรอบโต๊ะยังคงคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน พี่นิกยังคงย่างบาร์บีคิวพลางเล่าเรื่องขำขันในคณะ โดยที่ไม่รู้เลยว่าใต้โต๊ะอาหารตัวเดียวกันนี้... เพื่อนสนิทของเขากำลังกุมมือฉันไว้แน่น!​"เอ่อ... แก้มใส เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? หน้าแดงๆ นะ" เพื่อนสาวข้างๆ หันมาถามด้วยความห่วงใย​"ป...เปล่าจ้ะ! อากาศมันคงร้อนน่ะ" ฉันตอบเสียงสั่น พยายามดึงมือออกจากการกุมของพี่หมอก แต่เขากลับยิ่งกระชับฝ่ามือแน่นขึ้น แถมยังใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ บนหลังมือฉันอย่างยั่วเย้า​พี่หมอกละสายตาจากกลุ่มเพื่อน หันมามองฉันตรงๆ อีกครั้ง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ขยับริมฝีปากพูดแบบไม่มีเสียง ข้าม

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 4

    ​"แล้วไงล่ะ?" พี่หมอกขยับรอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ขึ้นอีกนิด "ไอ้นิกมันชอบเรา... แต่พี่ก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าในหัวของน้องแก้มใสตอนนี้ มีแต่เรื่องไอ้นิก หรือมีเรื่องของพี่อยู่ด้วย?"​"ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นค่ะ!" ฉันตอบเสียงสั่น พยายามดันอกกว้างของเขาออก แต่มือไม้กลับสั่นไปหมดเมื่อสัมผัสได้ถึงแผงอกแน่นแข็งแรงภายใต้เสื้อช็อป​พี่หมอกเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยั่วเย้า เขาก้มหน้าลงมาใกล้อีกจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดข้างแก้ม เสียงกระซิบพร่าทุ้มของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบและเต้นระส่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก​"โกหกไม่เนียนเลยนะครับ... หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรอีกเหรอ?"​"..." ฉันพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งแช่แข็งสบสายตาพราวพราวคู่นั้นอย่างแพ้พ่าย​"คืนนี้ขึ้นห้องไป... ฝันถึงพี่ด้วยนะ 'น้องแก้มใส'"​พี่หมอกยิ้มกริ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เขายอมผละตัวถอยออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ยื่นมือมาขยี้ผมฉันเบาๆ อย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่บิ๊กไบค์คันใหญ่ สตาร์ตเครื่องยนต์แล้วขับทะยานออกไปในความมืด ทิ้งให้ฉันยืนขาอ่อน หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงอยู่ใต้หอพักเพียงลำพัง...

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 3

    แกร๊ก!​เสียงลูกบิดประตูห้องสโมฯ ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่สลัดความเงียบในห้องจนแตกกระจาย​ฉันสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบเด้งตัวถอยห่างจากพี่หมอกจนหลังแทบจะกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะไม้ด้านหลัง หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงยิ่งกว่าเดิม แต่พี่หมอกกลับไม่ได้มีท่าทีลนลานแม้แต่น้อย เขเพียงแค่ผละใบหน้าออกไปอย่างช้าๆ รอยยิ้มมุมปากยังคงแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างคนใจเย็น​"เอ่อ... กูเอาขนมกับน้ำมาเพิ่ม..."​พี่นิก ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมถุงพลาสติกในมือ แต่แล้วเขาก็ชะงักกึกไปทันที สายตาของพี่นิกมองสลับไปมาระหว่างฉันที่ยืนหน้าแดงเจ่อ ร่างกายเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ กับพี่หมอกที่กำลังยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกง ยักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ อยู่ข้างป้ายผ้าที่ทาสีค้างไว้​บรรยากาศภายในห้องสโมฯ อึดอัดและกระอักกระอ่วนขึ้นมาในทันตา ความเงียบโรยตัวครอบคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงแอร์​"ทำอะไรกันอยู่วะ?" พี่นิกถามขึ้นมา น้ำเสียงไม่ได้ติดเล่นเหมือนทุกที ดินแดนความร่าเริงในตาของเขาดูหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดขณะจ้องมองเพื่อนสนิท​"ก็..." ฉันอ้ำอึ้ง พยายามจะหาเสียงตัวเองเพื่ออธิบาย "คือแก้มใสทำสีเลอะ... พี่หม

  • รวมเรื่องสั้นเสียวๆจบในตอน เล่มที่4   วิศวะร้าย 2

    หัวใจฉันตุกวูบ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาถึงใบหน้าเมื่อโดนดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมอง แต่สิ่งที่ทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม คือการกระทำถัดมาของเขา...​พี่หมอกไม่ได้ทำเป็นไม่รู้จักฉัน เขาไม่ได้ละสายตาหนี แต่กลับยกมือขึ้นมาในระดับอกแบบที่เพื่อนในกลุ่มเขาไม่มีทางเห็น แล้วใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณว่า ‘เงียบไว้’​จากนั้น เขาก็กระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์และพราวพราวยิ่งกว่าเดิม พลางใช้นิ้วเดิมเปลี่ยนเป็นชี้มาที่ฉัน แล้วขยับปากพูดแบบไม่มีเสียงออกมาอย่างช้าๆ ทีละคำ...​‘ระ-วัง-เดิน-ชน-เสา-นะ-ครับ’​"เอ๊ะ..."​ฉันสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ร่างกายปฏิกิริยาไวตามคำพูดเขา จนก้าวขาพลาดไปชนเข้ากับขอบม้านั่งหินอ่อนแถวนั้นเข้าจริงๆ!​กึก!​"โอ๊ย!" ฉันร้องออกมาเบาๆ เสียหลักจนเอกสารในมือเกือบหลุดร่วง​เสียงร้องของฉันทำให้กลุ่มสาวๆ หันมามองเป็นตาเดียว ฉันรีบก้มหน้าชิดอก แก้มร้อนฉ่าจนคิดว่ามันคงแดงแข่งกับสีดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ฉันรีบสับเท้าเดินหนีออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้​แต่ก่อนที่ฉันจะพ้นระยะสายตา เสียงหัวเราะในคอทุ้มต่ำและแสนจะยั่วเย้าของพี่หมอกก็แว่ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status