بيت / โรแมนติก / รอยรัก...ของซาตาน / บทที่3 ความรัก ความหวัง และไฟแค้น

مشاركة

บทที่3 ความรัก ความหวัง และไฟแค้น

last update تاريخ النشر: 2025-03-02 20:46:43

แสงดวงอาทิตย์สาดส่องลงมากระทบพื้นผิวน้ำทะเล เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งช่างเงียบสงบและไพเราะ สายลมพัดเข้ามากระทบผ้าม่านสีขาวผื่นบางพริ้วไสวตามสายลม ทว่า....มันไม่ได้ช่วยดับแรงโทสะของเจ้าบ้านเลยสักนิด

เพี๊ยะ! ฝ่ามือใหญ่ของเจ้าบ้านฟาดลงไปบนแก้มภรรยาอย่างแรง

"แม่!!"

" คุณสั่งสอนลูกยังไง ให้มันหลงผู้ชายขนาดนี้!! " เสียงกัมปนาทราวกับพายุตลาดลั่นใส่ภรรยา เหล่าคนงานในบ้านต่างแตกตื่นตกใจเมื่อคุณผู้หญิงของบ้านถูกทำร้าย

"มันไม่แหกตาดูหน่อยเหรอ! ว่าผู้ชายคนนั้นมันคนละศาสนากับเรา!!"

อัมพิกาก้าวออกจากห้องของตนหลังได้ยินเสียงโต้เถียงดังมาจากห้องโถง เธอสวมชุดส่าหรีสีขาวงาช้างลวดลายปักด้วยดิ้นทองละเอียดอ่อน ชายส่าหรีพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน ผมสีดำขลับถูกรวบไว้หลวมๆ มีปอยผมเล็กๆร่วงหล่นคลอเคลียกับแก้มสีชมพูอ่อนที่ถูกแต่งแต้มด้วยบลัชออน มือเรียวยกชายส่าหรีขึ้นเล็กน้อยก่อนเร่งฝีเท้า หัวใจเต้นระรัวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนัก

ดวงตาสีน้ำผึ้งจับจ้องไปยังภาพตรงหน้าราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเมื่อ ปราโมทย์ เชาฮาน บิดาของเธอกำลังตะคอกใส่มารดาเธออย่างรุนแรง มือหนาของเขาตบลงโต๊ะด้านหน้าเสียงดังสนั่น ตรงพวงแก้มของ กาญจี แต่งแต้มด้วยรอยเปื้อนแดงขนาดใหญ่ รางบอบบางในชุดส่าหรีสีชมพูสั่นสะท้านไปทั้งตัว ดวงตาสีน้ำผึ้งคู่สวยวาวโรจน์ จับแก้มแดงด้วยรอยฝ่ามืออย่างเบามือ

"พอเถอะค่ะ พ่อ" ร่างเพรียวบางในชุดสีอ่อนหันไปสบตาคนเป็นพ่อ เสียงหวานกล่าวขึ้นมาอย่างโกรธเคือง เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ สายลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดกว้างไม่อาจบรรเทาความเพลิงโทสะในใจเธอได้ สายตาที่มองคนตรงหน้าดูแข็งกร้าวและเปี่ยมไปด้วยไฟโทสะ

" นี่คือวิธีที่พ่อใช้แก้ปัญหาหรอคะ!! "

"อามิ นี่มันไม่ใช่เรื่องของลูก กลับเข้าห้องไปซะ!!" เสียงตะคอกจากคุณปราโมทย์ ไม่สามารถทำให้อัมพิกาหวาดกลัวได้

"ทำไมจะไม่ใช่คะ นี่มันครอบครัวของหนู และหนูจะไม่ยอมให้พ่อทำร้ายแม่เป็นอันขาด!! " สองพ่อลูกจ้องตากันอย่างไม่ลดละ เธอยืนนิ่งไม่ไหวติง สองมือกำหมัดแน่นใต้ชายส่าหรีที่พริ้วไหวตามสายลมช่วยโหมกระพือเพลิงโทสะให้ลุกโชน

" อัมพิกา เชาฮาน!!"

" อย่ามาเรียกชื่อหนูแบบนั้นนะคะพ่อ!!..พ่อไม่มีสิทธิ์พูดกับหนูด้วยน้ำเสียงแบบนี้นะคะ!! " เธอพูดกับพ่อด้วยเสียงเย็นชา แล้วหันมาคุยกับมารดาด้วยเสียงที่อ่อนลง

"แม่คะ เป็นยังไงบ่างคะ? เจ็บรึเปล่า"

" แม่ไม่เป็นไรจ้ะลูก" เสียงอ่อนหวานของกาญจีตอบบุตรสาวด้วยเสียงสั่นเครือ ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยทว่ายังคงความสวยงามเอาไว้พยายามฝืนยิ้มให้บุตรสาว ทว่าในใจยังคงเจ็บปวดกับความกระทำของสามี

"อย่ากังวลไปเลย แม่ไหวจ้ะ"

"โอ๋กันเข้าไป! " ภาพสองแม่ลูกปลอบโยนกันช่างเป็นภาพที่บาดตาบาดใจเขาเหลือเกิน ภาพบุตรสาวประคองมารดาเอาไว้อย่างอ่อนโยน น้ำตาที่เอ่อคลอดวงตาของภรรยามันเสียดแทงหัวใจแกร่งจนย่อยยับ เสียงของเขาเป็นไปด้วยความขุ่นเคืองจนแทบระเบิดออกมา

"พวกเธอสองคนจะทำเหมือนพ่อเป็นคนร้ายไปถึงไหน" ใบหน้าสวยอ่อนเยาว์ค่อยๆหันมาพลางสบตาคมกริบของคุณปราโมทย์ เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาอย่างประชดประชัน

"ที่พ่อรู้สึกแบบนี้ก็เพราะว่าพ่อทำตัวเองต่างหากค่ะ พ่อเลือกที่จะใช้ความรุนแรงแทนเหตุผล แล้วพ่อหวังอะไรล่ะคะ? คิดว่าทุกคนต้องเข้าใจพ่องั้นหรอ" ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งห้องสิ้นเสียงของอัมพิกา คำพูดของเธอราวกับใบมีดทิ่มแทงหัวใจของปราโมทย์ สายตาคมกริบเลื่อนไปหาภรรยาที่อยู่ด้านหลังบุตรสาว จ้องมองไปยังรอยแดงตรงแก้มแววตาก็พลันวูบไหว ฝ่ามือแกร่งกำหมัดแน่นก่อนจะเดินหนีไปอีกทาง

"คุณคะ...!" กาญจีร้องเรียกสามีด้วยเสียงอ่อนล้า เมื่อเห็นเขาหันหลังเดินหนีไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง เสียงของเธอแฝงไปด้วยความเจ็บปวดและอ้อนวอน ทว่าคุณปราโมทย์กลับไม่ฟังอะไรเลย ร่างของเขาเดินออกไปจนแผ่นหลังกว้างลับสายตา ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความอ่อนโยนกลับคลอด้วยน้ำตาที่พรั่งพรูอย่างไม่อาจควบคุมได้ หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบรัด น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลอาบแก้ม ความกังวลต่อสามีและครอบครัวทำให้เธอเริ่มหน้ามืด ร่างบอบบางโอนเอนราวกับไม่อาจยืนหยัดได้อีกต่อไป

"แม่!!!" เสียงร้องของอัมพิกาดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวของเธอที่พุ่งเข้ามาประคองมารดาไว้ได้ทัน ก่อนที่กาญจีจะร่วงลงไปกองกับพื้น

"แม่คะ! แม่ได้ยินหนูไหม!" หญิงสาวกอดร่างของมารดาไว้แน่น ดวงตาสั่นระริกด้วยความตกใจและเป็นห่วง เธอใช้มือปัดปอยผมที่ปรกหน้ามารดาออกเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสที่แก้มซีดขาวของกาญจี

กาญจีค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำมองหน้าลูกสาวด้วยความอ่อนล้า

"แม่ไม่เป็นไรจ้ะลูก...แม่ไหว..." เสียงของเธอเอ่ยขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ทว่าแผ่วจนแทบไม่ได้ยินเสียงของเธอเลย

"แม่ไม่ต้องพูดอะไรแล้วนะคะ หนูจะพาแม่ไปพักก่อน" เธอประคองร่างของมารดาขึ้นช้า ๆ และพาเดินไปยังโซฟาใกล้ ๆ แม้มือที่ประคองร่างจะสั่นอยู่ก็ตาม

ในขณะเดียวกันที่ ย่านธุรกิจ C Scheme, เมืองชัยปุระ สำนักงานใหญ่ของบริษัท Agraral Industries.

ตั้งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ภายในห้องของผู้บริหารตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคาร ตกแต่งภายในด้วยโทนสีเข้ม แบบภาพวาดศิลปะอินเดียโบราณ ผนังห้องถูกติดด้วยกระจกทำให้มองเห็นทิวทัศน์ภายนอก โต๊ะทำงานสุดหรูตั้งอยู่ตรงกลางห้อง มีชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นเจ้าของห้องอยู่ในชุดสูทผูกเนคไทอย่างเนี้ยยืนมองทิวทัศน์ภายนอกด้วยสายตาเรียบนิ่ง ขณะเดียวกันความคิดของเขากลับเต็มไปด้วยแผนการบางอย่าง

" เปิดตัวซะเอิกเกริกเลยนะ อัมมาวดี " ฝ่ามือแกร่งกำหนังสือพิมพ์ไว้แน่นก่อนจะฉีกมันออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ในใจของเขารู้สึกแค้นเคืองปนไปด้วยความเจ็บปวดที่อดีตคนรักทำกับเขาไว้เจ็บแสบ น้ำตาหยดนึงไหลออกมาจากดวงตาคมกริบก่อนจะถูกเจ้าของปัดออกไป

ชายหนุ่มถูกคนรักหักหลัง นอกใจ จนในใจเกิดบาดแผลฉกรรจ์จนไม่สามารถรักษามันให้หายได้ ความแค้นเคืองภายในจิตใจเพิ่มขึ้นเท่าทวีเมื่อได้เห็นว่าอดีตคนรักเปิดตัวผู้ชายคนใหม่อย่างเอิกเกริก

" เธอทำฉันเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส อัมมาวดี เธอก็ต้องรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน " เขาพูดกับตัวเองเสียงต่ำ การพยายามจะลืมเธอและปล่อยวางจากความแค้นที่ยังคงติดอยู่ในใจเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถทำได้ ตอนนี้เขาไม่ต้องการแค่การแก้แค้น เขาต้องการให้เธอรู้สึกถึงความสูญเสียที่เขารู้สึกเหมือนกัน

"มันถึงเวลาแล้ว... อัมมาวดี" เสียงเขาพึมพำด้วยความมั่นใจ รอยยิ้มเย็นชาเริ่มปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา แผนการที่เขาวางไว้ ในที่สุดก็ได้เอาออกมาใช้เสียที

เธอรักน้องสาวของเธอมากใช่ไหม.... งั้นฉันจะทำให้น้องสาวของเธอตกหลุมรักฉัน หลงฉัน เชื่อฟังฉัน และเจ็บปวดเพราะฉัน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • รอยรัก...ของซาตาน   บทที่ 35 คำถาม

    บ้านเชาฮาน, เมืองอุทัยปุระสายลมเย็นพัดผ่านร่างของหญิงสาวที่ออกมารับลมเล่นที่ระเบียงห้อง ดวงตาสีน้ำผึ้งทอดมองไปยังพื้นผิวของน้ำทะเลสาบที่เป็นประกายระยิบระยับใต้แสงแดด เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งเป็นจังหวะ บรรยากาศดูสงบร่มเย็น ทว่า...หัวใจของเธอกลับไม่ได้สงบเช่นบรรยากาศ นี่ก็ผ่านมาห้าวันแล้วนับแต่วันที่เธอออกจากโรงพยาบาล ศิวะไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย จะมีเพียงแค่ส่งข้อความมากวนประสาทเป็นบางวัน เธอละสายตาจากวิวทะเลมาที่โทรศัพท์เครื่องหรูในมือ ปลายนิ้วเลื่อนปลดล็อคหน้าจอ เธอเปิดค้างอยู่ที่รายชื่อติดต่อ เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงเปิดหน้านี้ค้างไว้ แต่... อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานหมั้นของพี่สาวของเธอ และปราโมทย์พ่อของเธอก็เชิญเขามางานนี้ด้วย ซึ่งเธอไม่มั่นใจเลยว่าชายหนุ่มจะทำอะไรที่เหนือความคาดหมายหรือเปล่า"เลิกคิดเถอะ..." เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง ปลายนิ้วของเธอลูบคลำบนหน้าจอโทรศัพท์ไปมา ก่อนจะปิดหน้าจอลง หญิงสาวพยายามทำให้ใจสงบ ทว่า... ยิ่งพยายามสงบใจมากขึ้นเท่าไหร่ ความรุ่มร้อนภายในจิตใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น...ความคิดมากมายทะลักเข้ามาในหัว มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ถ้าเกิดว่า...

  • รอยรัก...ของซาตาน   บทที่ 34 ความรู้สึกที่ซ่อนเร้น

    เมื่อชายหนุ่มออกไปแล้ว ปราโมทย์ก็อยู่เป็นเพื่อนลูกสาวอย่างเงียบๆ เขานั่งปอกผลไม้อย่างชำนาญ เก็บแอปเปิ้ลที่ถูกหั่นชิ้นอย่างสวยงามยื่นไปที่ปากของอัมพิกาอัมพิกาอ้าปากรับผลไม้ที่คนเป็นพ่อส่งให้ด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวปิดปากเคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย การที่พ่อของเธอมานั่งปอกผลไม้และป้อนเธอนั้นเป็นสิ่งที่เห็นได้ยาก เพราะปกติแล้วปราโมทย์จะนั่งอยู่ในห้องทำงานทั้งวัน ยกเว้นเวลาทานอาหาร "ขอบคุณนะคะพ่อ" "ขอบคุณอะไร?" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาอย่างเรียบเฉย มือที่กำลังปอกผลไม้อยู่ถึงกับชะงัก "ก็... ขอบคุณที่ดูแลหนู แล้วก็เข้าไปช่วยหนูไงคะ" หญิงสาวเอนตัวไปซบที่แขนแกร่งอย่างออดอ้อน รู้สึกถึงฝ่ามือที่กำลังลูบผมเธออย่างอ่อนโยน ดวงตาคู่สวยหลับพริ้มรับรู้ถึงความรักของพ่อที่มีต่อเธอ "ลูกสาวตกอยู่ในอันตรายทั้งที พ่อจะอยู่เฉยได้ยังไง" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น พลางดันตัวลูกสาวออกมาเบาๆ "ค่า...แล้วแม่เป็นยังไงบ้างคะ?" "ก็เรื่อยๆ... ปกติดี ไม่ได้แพ้อะไร" อัมพิกาพยักหน้า มารดาของเธออายุก็มากแล้ว แต่ดันมาตั้งครรภ์อีก ไม่รู้ว่า... น้องในครรภ์จะเป็นผู้หญิงหรือ ผู้ชายกันนะ หญิงสาวคิดขึ้นมาด้วยความสงสัย มือบางหยิบแอป

  • รอยรัก...ของซาตาน   บทที่33 บาดเจ็บ

    อีกด้านหนึ่งของป่า ราฟีและปราโมทย์พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เดินแกะรอยทั้งสามคนเข้ามาในป่า ที่นี่เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ทำให้ป่าที่นี่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ และมีสัตว์ร้ายชุกชุม พวกเขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง จนกระทั่ง...ปัง! ปัง! มีเสียงปืนดังขึ้นในอีกด้านหนึ่งของป่า ทำให้พวกเขาหยุดชะงัก หัวใจของคนเป็นพ่ออย่างปราโมทย์เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวและเป็นห่วงลูกสาวคนเล็กอย่างสุดซึ้ง เขาภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าให้พระองค์คุ้มครองลูกสาวของเขาด้วย "เร็วเข้า!" ปราโมทย์คำรามใส่เจ้าหน้าที่เสียงดังลั่น คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน เขาเดินไปทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว ราฟีและเจ้าหน้าที่เร่งเดิมตามหลังชายหนุ่มใหญ่อย่างเร่งรีบ นักการเมืองหนุ่มรับรู้ถึงความเป็นห่วงพี่มีต่อลูกสาวคนเล็กของปราโมทย์ได้เป็นอย่างดี ทว่า...เสียงปืนที่ดังใกล้ขนาดนี้ บางทีพวกเขาอาจจะอยู่ใกล้ๆแถวนี้ก็ได้ "เดี๋ยวก่อน" ชายหนุ่มหยุดว่าที่พ่อตาเอาไว้ ใบหน้าเคร่งเครียดของเขาทำให้ปราโมทย์ถึงกับหยุดชะงัก"มีอะไร?" "เสียงปืนดังใกล้ขนาดนี้ พวกคุณคิดว่าจะเป็นพวกไหน?" น้ำเสียงเรียกเฉยของเขาเอ่ยขึ้นมาอย่างเนิบนาบ ราฟีประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าเอาไว้ หากว

  • รอยรัก...ของซาตาน   บทที่32 บาดเจ็บ

    "บ้าเอ๊ย!" อาร์มันสบถในลำคอ ก่อนจะพุ่งเข้าเข้าไปตวัดขาใส่คนพูดเป็นแรก ท่ามกลางกลุ่มคนที่มีอาวุธครบมือ ปัง! ปัง! เสียงปืนดังก้องไปทั่วป่า กระสุนวิ่งผ่านหูในระยะประชิดจนทำให้อาร์มันเบี่ยงตัวหลบหลังต้นไม้แทบไม่ทัน เปลือกไม้แตกตามแรงปะทะ ท่อนไม้ในมือศิวะถูกเหวี่ยงออกไปผัวะ! กระทบกับร่างกายของกลุ่มชายในเครื่องแบบอย่างรุนแรง จนเซถอยไปหลายก้าว ฮาร์มันสบโอกาสก็พุ่งเข้าไปตวัดเท้ากระแทกปืนในมือศัตรูจนมันหลุดกระเด็นไป ด้านศิวะก็ไม่น้อยหนาใช้เท้าเตะเสยคางหนึ่งในนั้นจนสลบเหมือดอึก! อาร์มันรีบเข้าเตะซ้ำจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายหมดสภาพแล้ว ก่อนจะหันหลังเข้าหากันเมื่อคนที่เหลือกระจายตัวมาล้อมพวกเขาเอาไว้ "คุณเคยแสดงละครไหม?" อาร์มันหอบหายใจหนัก พลางพูดหยอกเย้าอีกฝ่ายอย่างขี้เล่น"หึ!" ใบหน้าคมเข้มกระตุกรอยยิ้มมุมปากก่อนจะพุ่งเข้าหักแขนศัตรูไปด้านหลัง พร้อมกับรับปืนมาอยู่ในมือ ปัง! เสียงลั่นไกกระทบไหล่ของชายอีกคนดังลั่น แล้วเอี้ยวตัวไปยิงเข้าที่ลำตัวของเขาทันทีโดยใช้ร่างของเพื่อนศัตรูเป็นเกราะกำบัง "เวรเอ๊ย!... ฉันไม่ใช่นักแสดงหนังบู๊นะ" อาร์มันพึมพำเสียงเบาๆ ในใจนึกถึงหน้าลูกเมียเอาไว้เพื่อเป

  • รอยรัก...ของซาตาน   บทที่ 31 รู้สึก

    หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อรู้สึกถึงความฟกช้ำตามร่างกาย ดวงตาคู่สวยค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้น สายตากวาดไปรอบๆด้วยความมึนงง ร่างเล็กยันตัวลุกขึ้นช้าๆ การกระทำของเธออยู่ในสายตาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล"ตื่นแล้วสินะ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างเนิบนาบ อัมพิกาหันไปมองทางต้นเสียง ศิวะกำลังยืนกอดอกมองหน้าเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "..." เธอไม่ได้ตอบเขา หญิงสาวเคลื่อนตัวออกมาจากเพิง ก่อนจะพยายามลุกขึ้นยืน ทว่า... ขาทั้งสองกลับอ่อนแรงจนเธอเกือบจะล้มลง "อ๊ะ!" แต่...วงแขนแกร่งเข้ามาโอบร่างของเธอเอาไว้ก่อนที่เธอจะล้มลงกับพื้น "ระวังหน่อย" ร่างสูงเอ่ยขึ้นมาเสียงดุ ใบหน้าเคร่งขรึมของเขามองเธออย่างคาดโทษ หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น พยายามดันตัวออกมาจากอ้อมกอดของเขา แต่เรี่ยวแรงของเธอก็ช่างมีน้อยเหลือเกิน "อยู่เฉยๆ " เสียงทุ้มดุของเขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นมาแนบอก ซึ่งบุคคลที่สามอย่างอาร์มันก็มองภาพตรงหน้าด้วยสายตายิ้มๆ พลางส่ายหน้าเบาๆ "ไหนบอกเป็นแค่เครื่องมือไง" ผู้ช่วยหนุ่มพึมพำเสียงเบา ก่อนจะเดินเข้าหาทั้งสองคน " ให้ผมช่วยไหมครับ?" ศิวะปรายตามองอาร์มันอย่าง

  • รอยรัก...ของซาตาน   บทที่30 มุมมืด

    "หนูผิดเอง...หนูผิดเองค่ะ" เสียงสั่นเครือของเธอเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอย่างแผ่วเบา หญิงสาวกล่าวโทษตัวเองที่เธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องสาวตกอยู่ในอันตราย ถ้าเธอ...ไม่เข้าไปช่วยแม่ค้าคนนั้น น้องสาวของเธอคงจะยืนอยู่ตรงนี้"มันไม่ใช่ความผิดของคุณ อามู" ราฟีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่า...คำอธิบายของชายหนุ่มกลับทำให้อีกคนเดือดดาล และรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเมื่อเรื่องที่ทำให้ลูกสาวของเขาถูกตามล่ามันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง"เพราะแค่เรื่องหยุมหยิมพวกนี้ พวกมันถึงกับตามล่าลูกสาวฉันเลยหรอ" ปราโมทย์แทบสบถออกมา เสียงเย็นเยียบของเขากล่าวออกมาจนราฟีเองก็สัมผัสได้ถึงแรงโทสะที่กำลังปะทุอยู่ในใจของชายสูงวัย "ใช่ครับ" ชายหนุ่มตอบสั้นๆ "พวกมันไม่ใช่แค่เป็นพ่อค้าคนกลางธรรมดา แต่ว่าพวกมันมีเบื้องลึกมากกว่านั้น พวกมันมีเส้นสายกับนักการเมืองท้องถิ่นบางคนและจ่ายส่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เลยไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เท่าไหร่" "แล้วไอ้คนที่ถูกคุมตัวอยู่มันพูดว่าอะไรบ้าง?" เขาถามกลับ "ตอนแรกก็ไม่ยอมพูดอะไรครับ แต่ว่าพอใช้วิธีนิดหน่อย พวกมันก็เลยยอมพูด" ราฟีหรี่ตามองบิดาของคนรัก พลางยิ้มมุมปากเล็

  • รอยรัก...ของซาตาน   บทที่5.2 การเริ่มต้นใหม่

    ชายวัยกลางคนในชุดชุดเชอร์วานีสีดำประดับลวดลายปักทองสะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าขนาดใหญ่กลางงาน ปราโมทย์ยิ้มทักทายแขกในงานอย่างเป็นมิตร " ยินดีนะคะคุณปราโมทย์ " "ขอบคุณครับ ขอบคุณที่มางาน" เขายกมือไหว้แขกทุกคนอย่างให้เกียรติ ปรายตามองงานที่ตกแต่งด้วยมาลัยดอกมะลิและกุหลาบสีแดงสด เสียงดนตรีแบบค

  • รอยรัก...ของซาตาน   บบที่5 ข่าวใหญ่

    ภายในคฤหาสน์ตระกูลเชาฮาน ที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีทองและแดงเข้ม ประดับด้วยดอกไม้หลากสีเรียงรายตลอดแนวระเบียง กลิ่นกำยานอ่อนๆ หอมอบอวลทั่วงานโถงใหญ่ แสงไฟจากโคมระย้ากระทบกับเครื่องประดับอันหรูหรา สร้างบรรยากาศอันโอ่อ่าศิวะปรากฏตัวในชุดโจฎปุรีประดับลวดลายทองอันวิจิตร บ่งบอกถึงความสง่างามและฐานะที่น่าเกร

  • รอยรัก...ของซาตาน   บทที่4 ข่าวใหญ่

    บ้านเชาฮาน, เมืองอุทัยปุระ บรรยากาศยามเย็นในบ้านเชาฮานเต็มไปด้วยความเงียบงันและอึมครึม หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะกันเมื่อช่วงสาย อัมพิกายังคงเป็นกังวลเรื่องอาการของมารดา แม้ว่าแม่ของเธอจะยืนยันว่าตัวเองไม่เป็นอะไรมาก แต่แววตาที่ดูอ่อนล้าของกาญจีกลับทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ"แม่นั่งพักตรงนี้ก่อนนะคะ" หญ

  • รอยรัก...ของซาตาน   บทที่2 หัวใจที่ถูกแบ่ง

    กลับมาที่ปัจจุบันหญิงสาวในชุดส่าหรีสีฟ้ากลับเข้ามาในบ้าน ร่างเพรียวเดินเข้ามาในบ้านอย่างช้าๆ ในใจมีแต่ความรู้สึกผิด ที่เธอได้ทำผิดต่อคนรัก " พี่อามู พี่เป็นอะไร" "อามิ...พี่" อัมมาวดีลังเลที่จะพูดเพราะเธอรู้ว่าน้องสาวของเธอนั้นเคารพศิวะเหมือนดั่งพี่ชายแท้ๆ "คะ?." "พี่กับศิวะเราเลิกกันแล้ว"

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status