รอยรัก...ของซาตาน

รอยรัก...ของซาตาน

last updateLast Updated : 2025-04-20
By:  Rabbit family 85 Ongoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
39Chapters
671views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เรื่อง... รอยรักของซาตาน เรื่องย่อ : ' ศิวะ อัคราวัล' ชายหนุ่มที่ประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการงานที่มั่นคง ความรักที่ดี ชีวิตของเขาช่างสมบูรณ์แบบ ทว่า...คนรักของเขา ' อัมมาวดี เชาฮาน' กลับทรยศ หักหลัง เขา ไปหาคนที่ดีกว่าเขาในทุกๆด้าน ชายหนุ่มที่แสนดีบูชาในความรัก กลับกลายเป็นคนเย็นชา แข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน และ' อัมพิกา เชาฮาน ' จะทำอย่างไรเมื่อเขาดึงเธอเข้ามาในเกมของเขา " มาเป็นของพี่ซะ แล้วเรื่องทุกอย่างจะจบ" " แล้วพี่จะต้องเสียใจที่ดึงหนูเข้ามาในเกมนี้"

View More

Chapter 1

บทนำ รอยแค้นในใจซาตาน RE-WRITE

ปัจจุบัน — มหานครมุมไบ

แสงไฟของตึกระฟ้าของมหานครมุมไบสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึก อัคราวัล กรุ๊ป... บริษัทส่งออกและผลิตสินค้าอุตสาหกรรมรายใหญ่ติดอันดับสามของเอเชีย ที่เพิ่งย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่ที่มุมไบเมื่อสองปีก่อน

ด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของนครที่ไม่เคยหลับไหล อยู่ในสายตาคมกริบของชายหนุ่มในวัยสามสิบห้าปียืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้ากระจก แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตแบรนด์หรูสั่งตัดพิเศษ ดูผึ่งผายและมั่นคง ทว่า...เงาสะท้อนบนแผ่นกระจก กลับฉายชัดถึงแววตาเย็นชาและแข็งกระด้างของเขา ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆกับแก้วบรั่นดีราคาแพงในมือ เสียงน้ำแข็งกระทบกับแก้วใสเบาๆจนแทบไม่ได้ยินเสียง แต่...เสียงนั้นกลับดังชัดขึ้นมาในห้องทำงานที่เงียบราวกับป่าช้าแห่งนี้

แต่แล้ว...

แรงสั่นสะเทือนบางอย่างบนโต๊ะทำงาน ก็ดึงความสนใจของเขาจากวิวทิวทัศน์ข้างนอกกระจกได้เป็นอย่างดี ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงสแล็คสีดำสนิทก้าวเข้าไปหยุดนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน แก้วบรั่นดีในมือถูกวางลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา พร้อมกับโทรศัพท์เครื่องหรูถูกยกขึ้นแนบใบหูอย่างเชื่องช้า

“ ว่าไง ” น้ำเสียงที่กรอกลงโทรศัพท์นั้น ช่างดูเย็นชา แต่กลับแฝงไปด้วยความเด็ดขาด

( จัดการเรียบร้อยแล้วครับ ท่านประธาน) ปลายสายนั้นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงขี้เล่น แต่กลับแฝงไปด้วยความจริงจังบางอย่าง ที่ทำให้เจ้านายหนุ่มยกยื้มมุมปากด้วยความพอใจ

“ดีมาก อย่าให้เหลือหลักฐานล่ะ”

(แน่นอนอยู่แล้วครับ วางใจได้เลย)

สิ้นเสียงของปลายสาย เขาก็กดวางสายอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีนิลฉายแววความพึงพอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด รายงานจากเลขาคนสนิท ที่เขาเพิ่งส่งไปจัดการคู่แข่งทางธุรกิจรายล่าสุด ที่กล้ามาลองดีกับเขา...

ความสำเร็จ อำนาจ เงินตรา...ตอนนี้เขามีมากกว่าที่วาดฝันไว้เสียอีก แต่สิ่งเดียวที่ไม่อาจซื้อกลับคืนมาได้ก็คือหัวใจ

หัวใจที่แหลกสลายและความศรัทธาที่ถูกเหยียบย่ำราวกับตกอยู่ในห้วงความมืดมิด

ชายหนุ่มก้าวเข้าไปนั่งเก้าอี้หนังที่อยู่หลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีตัวใหญ่ บนนั้นนอกจากจะมีเอกสารและคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุดแล้ว ข้างๆก็ยังมีรูปใบเล็กๆในกรอบรูปตั้งอยู่...

รูปถ่ายของหญิงสาวในชุดส่าหรีสีแดงสด ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตาสุกใสราวกับดวงดาว

อัมมาวดี เชาฮาน...

ชื่อนี้ยังคงบาดลึกในความทรงจำของชายหนุ่มทุกครั้งที่เอ่ยถึง ถึงแม้จะพยายามฝังกลบไว้ในเศษซากปรักหักพังของหัวใจไว้นานเท่าใดก็ตาม

ความขมขื่นแล่นริ้วขึ้นจุกอก ศิวะหยิบกรอบรูปนั้นขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือลูบไล้บนกระจกใสที่กั้นใบหน้าของอดีตคนรักอย่างแผ่วเบา ทว่า...แววตาของเขากลับแข็งกร้าวขึ้นทุกขณะ

หึ...ความรัก เขานึกเย้ยหยันในใจ

มันเป็นคำลวงที่สวยหรูมากที่สุดในโลก...

แต่แล้ว... เมื่อนึกถึงความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดเมื่อ สองปีก่อน ความเจ็บปวดนั้นราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน...

ย้อนกลับไปสองก่อน

ร้านอาหารหรู The golden lotus. ,เมืองชัยปุระ

เสียงเปียโนบรรเลงเพลงรักหวานซึ้งเคล้าคลอไปกับบรรยากาศโรแมนติกของร้านอาหารที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของดอกไม้สดและอาหารรสเลิศ เหมาะสมกับคู่รักหรือหนุ่มสาวที่ต้องการสารภาพรักต่อกัน ทว่า...มันคงไม่ใช่กับคู่ของเขา ชายหนุ่มในวัยสามสิบสามปี ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางสุขุม เจ้าของธุรกิจส่งออกอุตสาหกรรมที่กำลังรุ่งโรจน์จนติดอันดับแนวหน้าของประเทศ แต่หัวใจของเขากลับหนักอึ้งด้วยความกังวล

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนคนรักของเขา อัมมาวดีส่งข้อความนัดพบเขา ศิวะไล่สายตาอ่านทุกตัวอักษรที่หญิงคนรักส่งมา มันห่างเหินและเป็นทางการจนน่าใจหาย

(ศิวะคะ... เย็นนี้เจอที่ The Golden Lotus. นะคะ ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย)

เธอนั่งรออยู่แล้วที่โต๊ะมุมสุด ชุดส่าหรีสีฟ้าพาสเทลที่เธอสวมใส่นั้นขัดสีผิวของเธอให้ผ่องใส ใบหน้าของเธอยังคงงดงามเช่นเคย ทว่า...ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกลับฉายแววเฉยเมยและหลบเลี่ยงอยู่ตลอดเวลา

“รอนานไหม” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาสีนิลฉายแววความอ่อนโยนปนปวดร้าวอยู่ลึกๆ

“ไม่ค่ะ... ฉันเพิ่งมาถึง” เธอตอบเสียงเบา ใบหน้าสวยฉาบไปด้วยความหม่นหมอง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นพลางเหลือบมองเขา ก่อนจะหลุบตาลงมองปลายนิ้วตัวเอง

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ความเงียบเริ่มเข้ามาปกคลุมพวกเขา จนกระทั่งอัมมาวดีสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาตรงๆด้วยแววตาสั่นระริก

“ศิวะคะ...” เสียงหวานเอ่ยเรียกเขาอย่างแผ่วเบา มือทั้งสองที่วางไว้บนตักบีบเข้ากับแน่นจนซีดขาว

“เราคงไปต่อกับไม่ได้... ฉันว่า... ควรหยุดความสัมพันธ์ของเราไว้แค่นี้”

ถ้อยคำนั้นเหมือนมีค้อนหนักทุบลงกลางใจ แม้ว่าเขาจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ความเจ็บปวดที่แล่นปราดเข้าหัวใจ มันกำลังบีบให้เขาใจสลาย ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเย้ยหยัน

เขาไม่แปลกใจ... ไม่เลยสักนิด หลังจากที่ได้เห็นบางอย่างด้วยตาตัวเอง

“เหตุผลล่ะ อัมมาวดี” เขาเอ่ยถามเสียงต่ำ มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนออกมา พยายามข่มอารมณ์ที่ปะทุขึ้นภายใน

“ฉัน...ฉันไม่อยากโกหกคุณอีกต่อไปแล้วค่ะ” น้ำเสียงสั่นเครือของเธอเอ่ยขึ้น

“ฉันเจอคนอื่นแล้ว... คนที่ฉันอยากจะใช้ชีวิตด้วย ฉันขอโทษนะคะศิวะ แต่ฉันเลือกเขา”

“หึ... เรื่องนี้เองสินะ” ชายหนุ่มแค่นเสียงเย็นชา พลางล้วงหยิบอะไรบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้ววางลงบนโต๊ะเบื้องหน้าเธอ

ภาพถ่ายหลายใบของอัมมาวดีกับชายคนหนึ่ง คนที่ชื่อ ราฟี เชค นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และนักการเมืองหนุ่มไฟแรงจากมุมไบ ท่าทางสนิทสนมเกินเพื่อนในภาพเหล่านั้นเป็นหลักฐานชั้นดี... ว่าเธอมีคนอื่น

ใบหน้าสวยของเธอซีดเผือด เมื่อเห็นภาพเหล่านั้นจากเขา หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำราวกับกลองศึก ความหวาดหวั่นแล่นเข้ามาจนเธอไม่กล้าสบตาเขา

“ ราฟี เชค...ทำธุรกิจอยู่มุมไบ เมืองในฝันของคุณเลยนี่” ศิวะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ตอนนี้เขากำลังจะลงเล่นการเมืองสินะ อนาคตไกล...กว่า นักธุรกิจส่งออกอย่างผมเยอะเลย”

“ศิวะ... มันไม่ใช่แบบนั้นนะคะ”

“ไม่ใช่แบบนั้น?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วเชิงถาม ดวงตาคมกริบมองเธออย่างตัดพ้อ

“แล้วมันเป็นแบบไหน? เขาให้ในสิ่งที่ผมทำให้ไม่ได้งั้นสิ ความมั่นคงที่คุณใฝ่ฝัน... บริษัทของผมคุณก็รู้ว่ามันเติบโตมากแค่ไหน หรือ มันยังมั่นคงไม่พอในสายตาคุณ”

อัมมาวดีส่ายหน้าเบาๆ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าดวงตาคู่สวย

“มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินหรืออำนาจหรอกค่ะศิวะ... แต่ราฟี เขามีความทะเยอทะยาน มีคอนเนคชั่นที่กว้างขวาง เขา...เขาสามารถทำให้ความฝันของฉันเป็นจริงได้”

“ความฝัน?” ชายหนุ่มหัวเราะออกมาในลำคอราวกับมันเป็นเรื่องตลก

“ความฝันที่จะเป็นคุณนายของนักการเมืองใหญ่โต มีหน้ามีตาในสังคมสินะ! แล้วความรักของเราตลอด สามปีที่ผ่านมาล่ะอัมมาวดี มันไม่มีความหมายอะไรกับคุณเลยหรือ!?”

ความรักที่เริ่มต้นขึ้นอย่างงดงามเมื่อสามปีก่อน... ในงานเทศกาลแกงการาประจำเมืองอุทัยปุระ เขาในวัยสามสิบปีไปร่วมงานในนามบริษัทของครอบครัว ไม่เคยคิดเลยว่าหัวใจที่เคยเรียบนิ่งราวกับหินผาจะถูกสั่นคลอนโดยผู้หญิงในชุดส่าหรีสีแดงเพลิง เดินถือหม้อน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่ในขบวนแห่ รอยยิ้มของเธอในวันนั้นราวกับมีแสงตะวันสอดสาดส่องเข้ามาในชีวิตอันไร้ชีวิตชีวาของเขา

และได้ช่วยเธอคว้าหม้อที่ทำท่าจะหล่นจากศีรษะ เขาได้รู้ชื่อเธอในวันนั้น

อัมมาวดี เชาฮาน หญิงสาวผู้เปรียบดุเทพธิดาในใจของเขา...

นั่นคือจุดเริ่มต้น... จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง

“ฉันขอโทษ... ขอโทษจริงๆค่ะศิวะ” อัมมาวดีพร่ำพูดคำขอโทษออกมาด้วยความเสียใจ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม แต่สำหรับเขา มันเป็นเพียงแค่คำพูดราคาถูกที่ไม่อาจชดเชยความเจ็บปวดที่เขาได้รับ

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสีนิลจ้องมองอดีตคนรักเป็นครั้งสุดท้าย ความรัก ความภักดี ความไว้วางใจที่เคยมอบให้ ตอนนี้มันมลายสิ้นไปในพริบตา เหลือเพียงความเย็นเหยียบที่เข้ามาเกาะกุมหัวใจที่แตกสลายยับเยิน

“ผมรักคุณหมดหัวใจ อัมมาวดี...แต่คุณกลับตอบแทนความรักของผมด้วยการนอกใจ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า น้ำตาสายหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตา ก่อนเขาจะปัดมันออกอย่างรวดเร็ว

“ผมจะทำให้คุณรู้ซึ้ง... ว่าการทรยศผมมันเป็นยังไง และคุณจะต้องชดใช้ในสิ่งที่คุณทำกับผม!!”

เขาหันหลังเดินจากไปทันที ไม่รอคำแก้ตัวใดๆที่ออกมาจากปากอดีตคนรักอีก ทิ้งให้อัมมาวดีนั่งร้องไห้มองตามแผ่นหลังของเขาด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ

แต่ทุกอย่างมันก็สายเกินไปแล้ว...

ปัจจุบัน

เมื่อนึกถึงอดีตที่เจ็บปวด ความรักที่สวยงามจบลงด้วยหัวใจที่แตกสลาย มือหนาวางวางกรอบรูปลงบนโต๊ะดังเดิม ดวงตาคมกริบที่เคยเรียบนิ่ง ตอนนี้ไฟแค้นที่สุมมาตลอดสองปีเกิดขึ้นในแววตาของเขา

ไม่... เขาจะไม่ยอมให้ความเจ็บปวดนี้สูญเปล่า

อัมมาวดี... ต้องชดใช้ในสิ่งเธอทำ

ตอนนี้เธอคงมีความสุขอยู่กับชายคนรักคนใหม่ของเธอ... แต่น้องสาวสุดที่รักของเธอ

อัมพิกา เชาฮาน... จะต้องรับรู้ถึงรสชาติความทรมานที่เขาเคยได้รับ

รอยยิ้มเย็นเหยียบผุดขึ้นที่มุมปากราวกับมีซาตาน ได้ผุดขึ้นมาจากเถ้าถ่านในใจที่แตกสลาย

ปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานถูกกดลงอย่างช้าๆ

“อาร์มัน... เข้าพบฉันด่วน”

ไม่นานนัก ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ชายร่างสูงโปร่งท่าทางเฉลียวฉลาดในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างอารมณ์ดี โค้งคำนับเจ้านายเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลา มีรอยยิ้มทะเล้นประดับอยู่ตลอดเวลา

“ครับ... ท่านประธาน”

“ฉันต้องการข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับตระกูลเชาฮาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกสาวคนเล็กของตระกูลนั้น” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่า...มันกลับทรงอำนาจอย่างบอกไม่ถูก

“อัมพิกา เชาฮาน”

อาร์มันเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นไปอีกระดับ สายตาขี้เล่นสบกับเจ้านายแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“รับทราบครับ... ไม่เกินครึ่งชั่วโมง ข้อมูลทุกอย่างจะอยู่ในมือคุณทันที”

“ดี...” ชายหนุ่มผงกศีรษะช้าๆ แววตาของเขาฉายความพึงพอใจและประกายบางอย่างที่ทำให้อาร์มันรู้สึกเย็นเหยียบไปถึงสันหลัง

“หาข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ... กิจวัตรประจำวัน เพื่อนสนิท จุดอ่อน...ทุกอย่างที่เธอรักและผูกพัน”

รอยยิ้มเย็นปรากฏขี้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่เคยอ่อนโยน ตอนนี้ราวกับมีซาตานเข้ามาสิงสู่

“อัมมาวดี... สิ่งที่เธอรักมากที่สุด ฉันจะทำลายมันซะ”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
39 Chapters
บทนำ รอยแค้นในใจซาตาน RE-WRITE
ปัจจุบัน — มหานครมุมไบ แสงไฟของตึกระฟ้าของมหานครมุมไบสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึก อัคราวัล กรุ๊ป... บริษัทส่งออกและผลิตสินค้าอุตสาหกรรมรายใหญ่ติดอันดับสามของเอเชีย ที่เพิ่งย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่ที่มุมไบเมื่อสองปีก่อน ด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของนครที่ไม่เคยหลับไหล อยู่ในสายตาคมกริบของชายหนุ่มในวัยสามสิบห้าปียืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้ากระจก แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตแบรนด์หรูสั่งตัดพิเศษ ดูผึ่งผายและมั่นคง ทว่า...เงาสะท้อนบนแผ่นกระจก กลับฉายชัดถึงแววตาเย็นชาและแข็งกระด้างของเขา ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆกับแก้วบรั่นดีราคาแพงในมือ เสียงน้ำแข็งกระทบกับแก้วใสเบาๆจนแทบไม่ได้ยินเสียง แต่...เสียงนั้นกลับดังชัดขึ้นมาในห้องทำงานที่เงียบราวกับป่าช้าแห่งนี้ แต่แล้ว... แรงสั่นสะเทือนบางอย่างบนโต๊ะทำงาน ก็ดึงความสนใจของเขาจากวิวทิวทัศน์ข้างนอกกระจกได้เป็นอย่างดี ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงสแล็คสีดำสนิทก้าวเข้าไปหยุดนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน แก้วบรั่นดีในมือถูกวางลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา พร้อมกับโทรศัพท์เครื่องหรูถูกยกขึ้นแนบใบหูอย่างเชื่องช้า “ ว่าไง ” น้ำเสียงที่กรอกลงโทรศัพท์นั้น ช
last updateLast Updated : 2025-03-02
Read more
บทที่1 เงื่อนงำในใจเธอ RE-WRITE
สามเดือนก่อนเลิกรา คฤหาสน์ตระกูลเชาฮาน, ริมทะเลสาบพิโคลา, เมืองอุทัยปุระ แสงแดดยามบ่ายทาบลงบนผิวน้ำที่สงบนิ่งของทะเลสาบพิโคลา สะท้อนเงาคฤหาสน์สีขาวนวลของตระกูลเชาฮานตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่ง สถาปัตยกรรมแบบราชสถานแท้ๆผสมผสานกับความหรูหราและความอ่อนช้อยของศิลปะพื้นเมืองได้อย่างลงตัว ผนังสีขาวสะอาดตาตัดกับงานแกะสลักหินทรายสีชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองอุทัยปุระ บริเวณรอบคฤหาสน์คือสวนเขียวชอุ่มที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน เต็มไปด้วยดอกกุหลาบหลากสีและต้นลั่นทมที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ศาลาหินอ่อนริมน้ำตั้งโดดเด่นเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจคลายเย็นของคนในครอบครัว ถัดมาเป็นห้องนั่งเล่นที่โอ่โถง ซึ่งตกแต่งด้วยพรมเปอร์เซียผืนงามและเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักลวดลายวิจิตร แสงแดดอ่อนๆลอดผ่านหน้าต่างบานสูงที่กรุด้วยกระจกสี เผยให้เห็นทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบด้านนอก ทว่า... ถึงแม้วิวทิวทัศน์ภายนอกจะสวยงามสักเพียงใด ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับร่างหญิงสาวที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้หวายบุนวมนุ่มข้างหน้าต่าง เธออยู่ในชุดส่าหรีผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนสบายตา ผมยาวสลวยสีดำขลับถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ
last updateLast Updated : 2025-03-02
Read more
บทที่2 หัวใจที่ถูกแบ่ง
กลับมาที่ปัจจุบันหญิงสาวในชุดส่าหรีสีฟ้ากลับเข้ามาในบ้าน ร่างเพรียวเดินเข้ามาในบ้านอย่างช้าๆ ในใจมีแต่ความรู้สึกผิด ที่เธอได้ทำผิดต่อคนรัก " พี่อามู พี่เป็นอะไร" "อามิ...พี่" อัมมาวดีลังเลที่จะพูดเพราะเธอรู้ว่าน้องสาวของเธอนั้นเคารพศิวะเหมือนดั่งพี่ชายแท้ๆ "คะ?." "พี่กับศิวะเราเลิกกันแล้ว" "ฮะ.." ในที่สุดอัมมาวดีก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้น้องสาวฟังรวมไปถึงเรื่องที่เธอแอบคบหาราฟีตอนที่ยังคบกับศิวะอยู่ด้วย "พี่อามู! พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง...พี่บอกเลิกพี่ศิวะเพื่อไปคบกับผู้ชายที่เพิ่งเจอได้ยังไง" อัมพิกาโวยวายเสียงดัง"อามิ ฟังพี่ก่อน พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด ราฟีไม่ใช่คนเลว เขาทำให้พี่รู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย""แล้วพี่ศิวะล่ะคะ" "พี่ไม่ได้รักเขาแล้ว อีกอย่างพวกเราก็ไม่เหมาะสมกัน" อัมพิกายืนนิ่งไปชั่วขณะหลังจากได้ยินคำพูดของพี่สาว น้ำเสียงที่แฝงความแน่วแน่ของอัมมาวดีสะท้อนถึงการตัดสินใจที่ชัดเจน ทว่าในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความขัดแย้ง“พี่อามู...พี่เคยคิดถึงความรู้สึกของพี่ศิวะบ้างไหมคะ? ผู้ชายที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อพี่...”น้ำเสียงของอัมพิกาแผ่วลง ดวงตาคู่สวยฉายแววผิดหวัง หญิงสาวไม่เคยเลยว
last updateLast Updated : 2025-03-02
Read more
บทที่3 ความรัก ความหวัง และไฟแค้น
แสงดวงอาทิตย์สาดส่องลงมากระทบพื้นผิวน้ำทะเล เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งช่างเงียบสงบและไพเราะ สายลมพัดเข้ามากระทบผ้าม่านสีขาวผื่นบางพริ้วไสวตามสายลม ทว่า....มันไม่ได้ช่วยดับแรงโทสะของเจ้าบ้านเลยสักนิด เพี๊ยะ! ฝ่ามือใหญ่ของเจ้าบ้านฟาดลงไปบนแก้มภรรยาอย่างแรง "แม่!!" " คุณสั่งสอนลูกยังไง ให้มันหลงผู้ชายขนาดนี้!! " เสียงกัมปนาทราวกับพายุตลาดลั่นใส่ภรรยา เหล่าคนงานในบ้านต่างแตกตื่นตกใจเมื่อคุณผู้หญิงของบ้านถูกทำร้าย "มันไม่แหกตาดูหน่อยเหรอ! ว่าผู้ชายคนนั้นมันคนละศาสนากับเรา!!" อัมพิกาก้าวออกจากห้องของตนหลังได้ยินเสียงโต้เถียงดังมาจากห้องโถง เธอสวมชุดส่าหรีสีขาวงาช้างลวดลายปักด้วยดิ้นทองละเอียดอ่อน ชายส่าหรีพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน ผมสีดำขลับถูกรวบไว้หลวมๆ มีปอยผมเล็กๆร่วงหล่นคลอเคลียกับแก้มสีชมพูอ่อนที่ถูกแต่งแต้มด้วยบลัชออน มือเรียวยกชายส่าหรีขึ้นเล็กน้อยก่อนเร่งฝีเท้า หัวใจเต้นระรัวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนัก ดวงตาสีน้ำผึ้งจับจ้องไปยังภาพตรงหน้าราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเมื่อ ปราโมทย์ เชาฮาน บิดาของเธอกำลังตะคอกใส่มารดาเธออย่างรุนแรง มือหนาของเขาตบลงโต๊ะด้านหน้าเสียงดังสนั่น ตรงพวงแก
last updateLast Updated : 2025-03-02
Read more
บทที่4 ข่าวใหญ่
บ้านเชาฮาน, เมืองอุทัยปุระ บรรยากาศยามเย็นในบ้านเชาฮานเต็มไปด้วยความเงียบงันและอึมครึม หลังจากเหตุการณ์ทะเลาะกันเมื่อช่วงสาย อัมพิกายังคงเป็นกังวลเรื่องอาการของมารดา แม้ว่าแม่ของเธอจะยืนยันว่าตัวเองไม่เป็นอะไรมาก แต่แววตาที่ดูอ่อนล้าของกาญจีกลับทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ"แม่นั่งพักตรงนี้ก่อนนะคะ" หญิงสาวบอกกับมารดาก่อนจะตัดสินใจโทรหาคุณหมอประจำตระกูล "หมอศานนท์ ปัทมกุล" ชายวัยกลางคนที่มีความรู้และประสบการณ์ในการรักษา และยังเป็นคนที่ครอบครัวเชาฮานไว้ใจมาอย่างยาวนาน( ฮัลโหล) เสียงแหบทุ้มดังขึ้นจากปลายสาย ( สวัสดีค่ะ คุณลุง หนูเองค่ะ อัมพิกา ) ( คุณลุงคะ คุณลุงช่วยมาตรวจดูคุณแม่ให้หนูหน่อยได้ไหมคะ พอดีว่าคุณแม่ท่านเป็นลมน่ะคะ ) ( ได้สิ เดี๋ยวอีกสักพักลุงเข้าไปนะ ) ( ค่ะคุณลุง ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ) พูดจบเธอก็ตัดสายไป อัมพิกาเดินเข้ามาดูกาญจีที่นั่งอ่อนแรงอยู่ในห้องนั่งเล่น" เป็นยังไงบ้างคะแม่ " " แม่ไม่เป็นอะไร อีกสักพักแม่ก็หาย" เสียงอ่อนแรงของมารดาทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วแน่น กาญจีเอามือไปแตะมือลูกสาวเบาๆ เธอไม่อยากให้ลูกสาวต้องเป็นกังวลเพราะเธอ " อามิ เชื่อแม่นะลูก " " ไม่เชื่อได
last updateLast Updated : 2025-03-05
Read more
บบที่5 ข่าวใหญ่
ภายในคฤหาสน์ตระกูลเชาฮาน ที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีทองและแดงเข้ม ประดับด้วยดอกไม้หลากสีเรียงรายตลอดแนวระเบียง กลิ่นกำยานอ่อนๆ หอมอบอวลทั่วงานโถงใหญ่ แสงไฟจากโคมระย้ากระทบกับเครื่องประดับอันหรูหรา สร้างบรรยากาศอันโอ่อ่าศิวะปรากฏตัวในชุดโจฎปุรีประดับลวดลายทองอันวิจิตร บ่งบอกถึงความสง่างามและฐานะที่น่าเกรงขาม เสื้อคลุมของเขาถักทอด้วยผ้าชั้นดีตัดเย็บอย่างประณีต มีลวดลายราชสีห์อันทรงอำนาจ เขาก้าวเข้ามาในงานอย่างสง่าผ่าเผย ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาที่หน้าทางเข้างาน อัมมาวดีและอัมพิกา ลูกสาวทั้งสองของตระกูลเชาฮาน ยืนต้อนรับแขกด้วยรอยยิ้มอัมมาวดีอยู่ในชุดส่าหรีสีแดงเข้มปักลายทองละเอียดอ่อน ผ้าอาภรณ์สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทรงผมเกล้ามวยสูง ตกแต่งด้วยดอกมะลิสดและจิวเวลรีที่ทำจากเพชรน้ำงาม ดูงดงามราวกับนางพญาอัมพิกาแต่งกายในชุดเลเฮนกาสีชมพูพีชประดับด้วยงานปักสีเงิน เสื้อครอปเข้ารูปเผยให้เห็นความอ่อนหวานของวัยสาว เธอประดับสร้อยคอพลอยสีชมพูเข้ากับต่างหูระย้าเข้ากับดวงตาสีน้ำผึ้งประกายสดใสของเธอ สองพี่น้องยืนเคียงกันเป็นภาพที่งดงามประหนึ่งนางเทพีแห่งความงามประจำค่ำคืน สร้างความประทับใจให้แขกเหรื่อที่เ
last updateLast Updated : 2025-03-06
Read more
บทที่5.2 การเริ่มต้นใหม่
ชายวัยกลางคนในชุดชุดเชอร์วานีสีดำประดับลวดลายปักทองสะท้อนแสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าขนาดใหญ่กลางงาน ปราโมทย์ยิ้มทักทายแขกในงานอย่างเป็นมิตร " ยินดีนะคะคุณปราโมทย์ " "ขอบคุณครับ ขอบคุณที่มางาน" เขายกมือไหว้แขกทุกคนอย่างให้เกียรติ ปรายตามองงานที่ตกแต่งด้วยมาลัยดอกมะลิและกุหลาบสีแดงสด เสียงดนตรีแบบคลาสสิกอินเดียจากวงดนตรีสดช่วยสร้างบรรยากาศให้รื่นเริง ของทุกชิ้นในงานเขาเป็นคนเลือกเองกับมือ แสงไฟสาดส่องลงมาบนทางเดิน ร่างบอบบางในชุดเลห์งาร์สีทองประดับด้วยดอกไม้มุกสีขาวนวล สวมใส่เครื่องประดับสีทองตัดกับชุด เข็มขัดประดับเพชรสวยงามคาดอยู่ที่เอวส่งเสริมให้เธอดูโดดเด่น กาญจีเดินมาพร้อมลูกสาวทั้งสองคอยประคองเดินลงบันไดมาอย่างช้าๆ เดินย่างกรายมายังเก้าอี้ตัวยาวประดับด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ชนิดอย่างสวยงาม ร่างงามหย่อนตัวลงนั่งโดยมีลูกสาวประคองเอาไว้ แขกที่รอมอบของขวัญต่างมองด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะทยอยเดินเข้ามามอบของขวัญและคำอวยพรให้เธอ เสียงของดนตรีพื้นเมืองดังขึ้นเป็นระยะสร้างบรรยากาศให้รื่นเริงและอบอุ่น " คุณนาย ขอให้มีความสุขนะคะ " รอยยิ้มสวยปรากฏบนใบหน้า " คุณกาญจี ขอให้เด็กคนนี้เกิด
last updateLast Updated : 2025-03-06
Read more
บทที่5 .3
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แขกทุกคนทยอยกลับบ้านจนเกือบหมด อัมพิกายืนส่งแขกคนสุดท้ายด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน " ขอบคุณที่มานะคะ" เสียงนุ่มนวลกล่าวลาแขกคนสุดท้าย ความเหนื่อยล้าแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ งานในวันนี้กินพลังเธอไปหมดสิ้น เสียงดนตรีรื่นเริงที่ได้ยินก่อนหน้าตอนนี้กลับเงียบเชียบ หญิงสาวนั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ภาพเหตุการณ์บนระเบียงในตอนนั้นก็กลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง "พี่ศิวะ " อัมพิกาหลับตาลง พลางยกมือนวดขมับเบาๆ ผู้ชายที่เธอเคารพรักเหมือนพี่ชายแท้ๆในตอนนี้กลายเป็นคนที่เธอไม่รู้จัก ทั้งเย็นชา แข็งกระด้าง ปากร้าย ผู้ชายที่อ่อนโยนในตอนนั้นหายไปไหนแล้ว แสงจากโคมไฟระย้าสาดส่องลงมากระทบกับชุดสวยงามของเธอ ร่างอรชรนั่งเหม่อลอยอยู่ในห้องนั่งเล่น สายลมอ่อนๆพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง กลิ่นหอมจากดอกไม้ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย _วันนี้อากาศหนาว อย่าลืมกินน้ำอุ่นด้วยล่ะ_เสียงอ่อนโยนของชายหนุ่มดังขึ้นมาในหัว ศิวะในตอนนั้นช่างดูอบอุ่น ทั้งน้ำเสียง แล้วแววตา อีกทั้งความรักในดวงตาของเขาที่มองพี่สาวของเธอมันช่างมั่นคง อ่อนหวาน พวกเขาเดินเคียงคู่กันมา
last updateLast Updated : 2025-03-07
Read more
บทที่6 รุ่งอรุณแห่งโชคชะตา
แสงแดดอ่อนในยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านแพรสีครีมที่พริ้วไหวทางสายลม ภายในห้องสีขาวมุกที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยเครื่องไม้แกะสลักลวดลายสวยงาม พื้นกระเบื้องลายหินอ่อนถูกปูด้วยพรหมทอมือลวดลายวิจิตรบรรจงสร้างบรรยากาศให้ดูอ่อนหวานและสวยงาม เตียงคิงไซส์ถูกคลุมด้วยผ้าปูที่นอนสีชมพูอ่อนที่ปักลวดลายดอกไม้ด้วยด้ายสีทองเข้ากันกับบรรยากาศห้องอย่างลงตัว หญิงสาวเจ้าของห้องยืนอยู่ตรงกระจกบานใหญ่ พลางยกมือขึ้นหวีผมยาวสลวยจนถึงบั้นเอว สวมใส่ชุดอานาร์กาลีสีฟ้าอ่อนประดับด้วยลูกปัดสีน้ำเงิน ที่ทำมาจากผ้าไหมเนื้อบางพริ้วไหวเวลาขยับตัว ตัวชุดคลุมไปถึงข้อเท้า ด้านในสวมใส่เลกกิ้งเพื่อความเรียบร้อย ทับด้วยส่าหรีสีขาวปักด้วยดิ้นทองอ่อนๆบางๆ คลุมพาดบนไหล่ ทำให้เธองดงามราวกับเทพธิดา หญิงสาวหมุนซ้ายหมุนขวาเพื่อเช็คความเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง เสียงกระพรวนที่ข้อเท้าดังกระทบกันอย่างไพเราะ เดินผ่านห้องโถงไปยังห้องรับประทานอาหารของครอบครัว ห้องกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยกระจกเงาแกะสลักสวยงาม โต๊ะไม้สักยาวถูกปูด้วยค่าปักลายสีทอง บนโต๊ะถูกวางด้วยชุดเครื่องถ้วยที่ทำมาจากกระเบื้องเคลือบ และประดับด้วยแจกันหินอ่อนท
last updateLast Updated : 2025-03-08
Read more
บทที่ 7 ความสับสน
ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทางสง่างาม ดวงตาสีนิลมองไปรอบๆร้านอย่างคุ้นเคย งานศิลปะของอดีตคนรักถูกออกแบบอย่างปราณีตและถูกสวมใส่โดยหุ่นจำลอง ผ้าไหมและส่าหรีเต็มไปด้วยสีสันงดงามและมีความหรูหรา พลันสายตาก็สะดุดกับหญิงสาวในชุดส่าหรีสีแดงเข้มเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ " คุณมาขอพบฉันมีอะไรหรือเปล่าคะ ศิวะ" ดวงตาสีน้ำผึ้งอ่อนของหญิงสาววูบไหวเล็กน้อย เธอซ่อนความรู้สึกผิดเอาไว้ในใจ น้ำเสียงอ่อนหวานสั่นเครือช่วงท้ายประโยค " ผม...อยากได้ส่าหรีให้แม่สักชุด กำลังจะถึงวันเกิดของท่านแล้วผมก็อยากให้อะไรที่มันพิเศษ " ชายหนุ่มบอกหญิงสาวเสียงนุ่ม พลางมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาคนึงหา ในใจของเขาก็พลันรู้สึกเจ็บปวด คนที่เคยอยู่เคียงข้าง เคยใกล้ชิด เคยได้รัก ตอนนี้เธอก็เดินไปเคียงข้างคนอื่นเสียแล้ว " จริงด้วย ถ้างั้นฉันจะเป็นคนตัดส่าหรีให้คุณป้าเองค่ะ รับรองว่าเสร็จก่อนวันงานแน่ๆ" เสียงหวานกล่าวกับชายหนุ่มอย่างมั่นเหมาะ ถึงอย่างไรมารดาอีกฝ่ายก็ดีกับเธอมาก อัมมาวดีอยากให้ของขวัญชิ้นนี้พิเศษกว่าทุกชิ้น " รบกวนหรือเปล่า" "ไม่หรอกค่ะ วันเกิดคุณป้าทั้งที" รอยยิ้มสดใสปรากฏบนดวงหน้าหวาน ศิว
last updateLast Updated : 2025-03-08
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status