แชร์

บทที่ 14 พบอดีต

ผู้เขียน: วนาลักษณ์
last update วันที่เผยแพร่: 2024-12-21 18:53:24

ลุคส์ขบกรามแน่น  คิดแล้วไม่ผิดว่าต้องเป็นเธอ... การประชุมเริ่มขึ้นชายหนุ่มจึงหันไปสนใจกับงานแทน เขาจำต้องอดทนฟังหลายชั่วโมงผ่านไปจนกระทั่งจบ  ชายหนุ่มรีบเดินออกจากห้อง  แต่กลับไม่พบคนที่ต้องการจเอ ภูมิชัยมองตามด้วยความสงสัยก้าวเข้ามายืนเคียงหุ้นส่วนคนใหม่

“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”ภูมิชัยถาม

“เปล่าครับ”

“ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกผมได้นะครับ”

ชายหนุ่มลังเลเล็กน้อย เปิดปากถามคำถามภูมิชัยออกไปด้วยความสงสัย

“ผู้หญิงที่เดินออกจากห้องมา เธอทำหน้าที่อะไรเหรอครับ?”ลุคส์ถาม

“ผู้หญิงคนไหนเหรอครับ?”ภูมิชัยถาม เพราะผู้หญิงที่ออกมาจากห้องมีสองคน

“คนที่เหมือนว่าจะไม่สบายน่ะครับ?”

“อ๋อ ปรางค์ปรียาน่ะเหรอครับ เธอเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดของที่นี่ พอดีเธอเป็นเพื่อนลูกสาวของผม ผมเลยไหว้วานให้เธอช่วยเป็นเลขาจำเป็นแทนลูกสาวผมในวันนี้ครับ”

ลุคส์มีสีหน้าครุ่นคิด พยักหน้าช้าพร้อมกับกล่าวขอบคุณภูมิชัย แล้วหันหลังเดินออกมา ภูมิชัยงุนงงๆ กับท่าทีของเขา

“ใช่เธอจริงๆ ด้วยสินะปรางค์ปรียา” ชายหนุ่มพึมพำกับตนเอง

กวินภพรีบจูงมือเด็กชายมาที่บ้าน ปรางค์ปรียาเมื่อเห็นบุตรชายตนเองร่างบางรีบตรงเข้าไปกอดไว้พร้อมกับสะอื้น  ไทม์มองมารดาแล้วแหงนหน้ามองเพื่อนแม่ด้วยความงุนงง มือเล็กรีบโอบกอดมารดาตอบแล้วลูบแผ่นหลังเบาๆ หญิงสาว คลายอ้อมกอดแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออก ไม่อยากให้ลูกต้องมาเห็นสภาพแม่ตัวเองเป็นเช่นนี้

“แม่ครับ แม่เป็นอะไรทำไมแม่ต้องร้องไห้ละครับ?”เด็กชายถามมารดา

“แม่ไม่เป็นอะไรหรอกครับไทม์ แม่แค่คิดถึงไทม์มากเท่านั้นเอง เดี๋ยวไทม์ไปอาบน้ำนะครับจะได้ลงมาทานข้าวกับแม่...”เธอเอ่ยปากบอกบุตรชายเบาๆ พร้อมกับลูบศีรษะเล็กด้วยความรัก

“ครับแม่”

ร่างเล็กรีบวิ่งขึ้นห้องตนเองไป กวินภพมองหญิงสาวมือหนารีบรั้งมือบางมากุมไว้แล้วจูงไปพูดคุยกัน ดวงตาคมมองมายังสาวที่หมายปองนิ่งหลังจากที่ทั้งคู่นั่งลงบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนหลังบ้าน

“ปรางค์เป็นอะไร ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้?”เขาถาม แล้วสบตาหญิงสาว

“ปรางค์ไม่ได้เป็นอะไรวิน ปรางค์แค่เครียดเรื่องงานนิดหน่อยเท่านั้นเอง...”

มือหนาคว้ามือบางกุมไว้แน่น  ปรางค์ปรียาระบายลมหายใจ เธอรับรู้ความรู้สึกของกวินภพได้ แต่ไม่อาจรับมันไว้ในใจ

“ดูแลตัวเองบ้างนะปรางค์ วินเป็นห่วงมากรู้ไหม...”เขาบอกเสียงเบา

“เข้าใจแล้ววิน ไม่ต้องเป็นห่วงปรางค์หรอกนะ”

หลังจากมื้ออาหารผ่านไป ร่างบางเดินมาส่งเพื่อนชายหน้าบ้าน กวินภพยิ้มให้ เขาเอื้อมมือทำท่าจะเปิดประตูเข้าไปในรถแต่กลับชะงัก แล้วหันกายกลับมามองอีกครั้ง เธอแปลกใจเมื่อเห็นเขาเดินมาหายืนนิ่งไม่พูดอะไรแต่กลับรั้งร่างบางมากอดไว้แน่น คนถูกกอดตกใจกับท่าทีของเพื่อนชายแต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามผลักไส เพราะเธอเองได้รับความช่วยเหลือจากเขามามาก ไม่นานอ้อมกอดถูกคลายเขายิ้มเขินๆ ให้

ในที่สุดเขาก็ยอมกลับไปขึ้นรถตนเองแล้วขับออกไป ดวงตาคมจ้องมองการกระทำที่ผ่านมาสักครู่ของทั้งสอง เขาขบกรามเป็นสันนูน ในอดเดือดดาลอยากกระชากไอ้ผู้ชายคนนั้นมาซัดให้หมอบราบคาบ แต่เขาไม่มีสิทธิ์ทำอะไรแบบนั้นผู้หญิงคนนั้นเธอไม่ใช่ของเขา และไม่เคยเป็นมาตั้งแต่แรก การพบกันในวันนี้ทำให้เขาได้รู้ว่า เธอทั้งรังเกียจและกลัวเขามากเพียงใด

มาติชส่ายหน้า ทำอะไรไม่ได้คงได้แค่เอาใจช่วยเจ้านายเท่านั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ง่ายเลยที่จะทำให้หญิงไทยยอมรับ เพราะเธอได้รับความกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจและร่างกายมากมาย ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หวังแค่เธอคนนั้นจะยอมอ่อนลงบ้างให้นายได้แก้ตัว

ปรางค์ปรียาจูงมือบุตรชายออกมาจากบ้าน วันนี้เธอสัญญากับไทม์ว่าจะพาไปเที่ยวที่สวนสนุก เด็กชายตัวน้อยยิ้มด้วยความดีใจ

“พร้อมไปเที่ยวกับแม่หรือยังครับไทม์?”เธอถามบุตรชาย

“พร้อมแล้วครับ”เด็กชายรีบตอบ

“งั้นก็ไปกันเลย”

หญิงสาวจูงมือบุตรชายพากันเดินมานอกบ้าน เโบกแท็กซี่แล้วพากันเข้าไปนั่ง ไม่นานนักรถก็มาจอดยังสวนสนุกใจกลางเมือง ไทม์ยิ้มออกมาด้วยความดีใจวิ่งนำมารดาอย่างรวดเร็ว ดวงตาซุกซนมองเครื่องเล่นมากมายด้วยความตื่นเต้นยิ่งเห็นมารดาเดินช้ายิ่งขัดใจ มือเล็กจึงรีบจูงมือแม่ไว้แล้วลากให้ตามมาทันที เกือบเย็นถึงจะสิ้นฤทธิ์ของจอมซนลงได้

“ง่วงหรือยังครับ?”หญิงสาวถามเมื่อเห็นบุตรชายตาปรือ

“ครับแม่”

“งั้นกลับบ้านเรากันนะครับ”

ปรางค์ปรียาจูงมือบุตรชายมายืนรอรถที่หน้าสวนสนุก  รถแท็กซี่จอดรอรับ ไทม์รีบเข้าไปก่อน รถเคลื่อนได้สักระยะเด็กน้อยผล่อยหลับศีรษะหนุนตักแม่ มือบางลูบไล้ใบหน้าบุตรชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดูแล้วจุมพิตที่หน้าผาก

รถแท็กซี่แล่นมาตามทาง แต่ดันเกิดอาการรวน รถเลยจอดเทียบข้างทาง โชเฟอร์แท็กซี่รีบลงมาดูแล้วส่ายหน้า

“ขอโทษนะครับ พอดีรถผมเสีย”

“เหรอคะ ไม่เป็นไรค่ะงั้นฉันลงตรงนี้เลยก็ได้เพราะใกล้ถึงบ้านแล้ว...”

หญิงสาวรีบปลุกบุตรชาย ไทม์งัวเงียตื่นแล้วมองมารดาตนเองด้วยความงุนงง ร่างเล็กลงมาจากรถตามแรงจูงของมารดา

“เดินอีกหน่อยนะลูก นิดเดียวก็ถึงบ้านแล้วครับ”

“ครับแม่”

ไม่นานทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าปากซอยบ้าน แต่ตอนนี้เป็นเวลาหัวค่ำแล้วทำให้ซอยนี้ค่อนข้างมืดและเปลี่ยวไม่น้อย ลุคส์นั่งดูสองแม่ลูกในรถเขาถอนหายใจหนัก  มีบางอย่างสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเด็กคนนั้น ให้มาติชไปสืบมา เด็กคนนั้นไม่มีบิดาในเอกสารการเกิดที่โรงพยาบาล แล้วใครกันที่เป็นพ่อเด็กจากการคำนวณ ระยะเวลาที่เขาและเธอแยกจากกันมันประจวบเหมาะกับอายุของเด็กคนนี้พอดี แล้วจะให้ คิดยังไงได้ หน้าตาของเด็กคนนั้นไม่ได้เหมือนชาวเอเชียแต่กลับมีลักษณะบางส่วนที่ออกไปทางยุโรปผสมกับเอเชีย เด็กคนนี้เป็นลูกครึ่งแน่นอน

ร่างบางพาบุตรชายมาถึงหน้าบ้านแล้วรีบไขประตูเข้าด้านใน ไทม์วิ่งเข้าบ้านก่อนมารดา เธอจึงหันมาเพื่อปิดรั้วบ้านแต่กลับชะงักเมื่อพบใครบางคนกำลังยืนอยู่หน้าประตู กุญแจในมือหล่นลงพื้นทันที ร่างบางถอยหลังอ้าปากค้างด้วยความกลัวกายสาวสั่นเทา ดวงตาคมกริบกำลังจ้องมองมา ปรางค์ปรียาจำได้ไม่มีวันลืมว่าเขาคือใคร

“คุณมาทำไมออกไปนะ!”เธอตวาดไล่เขาลั่น

“ฉันมีเรื่องที่ต้องการรู้”

“เรื่องบ้าอะไร ออกไป! ออกไปนะ! ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!”

“เธอคิดว่าฉันกลัวตำรวจหรือไง ถ้ากลัวฉันคงไม่มาที่นี่หรอก!”

“คุณต้องการอะไร!”หญิงสาวถามเสียงสั่น

“เด็กคนนั้น ฉันต้องการพบลูกของเธอ”เขาประกาศกร้าว

“ไม่มีวัน อย่ามายุ่งกับลูกของฉัน ออกไปซะแล้วไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รอยรักพญามาร   บทที่ 90 ความสุข

    แม้ปากเธออยากจะร้องห้ามอีก แต่ดันถูกเขาหยุดเสียงด้วยริมฝีปากหนาเสียก่อน จากขัดขืนในคราแรกไม่นานนักจึงเปลี่ยนเป็นหวานละมุนสมกับความคิดถึงที่ทั้งเธอและเขามีให้ต่อกัน เธอไม่รู้ว่าตอนไหนที่อาภรณ์หลุดหายออกจากเรือนร่างแต่เวลานี้ทั้งเธอและเขาต่างมอบความรู้สึกที่มีให้แก่กันเสียงนกร้องในรุ่งเช้าปลุกให้หญิงสาวลืมตาตื่น เหลือบมองสามีทีกำลังหลับอยู่ เธอลุกจากเตียงแต่งตัว รีบเดินตรงไปที่ครัวเพื่อทำอาหารเช้าให้ทุกคนได้ทาน“ขอโทษนะคะ พอดีคุณท่านเชิญคุณไปพบค่ะ” สาวใช้มาบอกขณะเธอกำลังเข้าครัว“ฉันเหรอคะ?”“ใช่ค่ะ เชิญทางนี้นะคะ”ปรางค์ปรียารีบเดินตามสาวใช้ไปที่ห้องทำงานของเมแกนทันทีด้วยความแปลกใจ มาถึงหน้าห้อง ประตูเปิดออก เธอเห็นโดยชายชรากำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ ร่างบางหยุดยืนแล้วนั่งลงตรงหน้าเขา“มีอะไรหรือเปล่าคะเรียกดิฉันมาพบ?”“มีสิ”มือเหี่ยวย่น เลื่อนกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงิน ส่งให้หญิงสาว ปรางค์ปรียามองด้วยความแปลกใจ“เปิดดูสิ”ยอมเปิดดูตามคำบอก ภายในบรรจุด้วยสร้อยสีเงินดูธรรมดา แต่ที่น่าแปลกคือจี้ที่เหมือนกับที่ลุคส์ให้เธอในวันที่เธอจากมา และตอนนี้สร้อยนั้นเธอใส่ให้กับไทม์ไว้“หมายความว่ายังไงคะ

  • รอยรักพญามาร   บทที่ 89 ความสุข

    หญิงสาวแสร้งนิ่งไม่ตอบคำถาม เธอรู้สึกหมั่นไส้เขาเสียเต็มประดา ก่อนหน้านั้นยังตวาดอยู่หยกๆ พอรู้ว่ามีเจ้าตัวน้อยเปลี่ยนเป็นคนละคนอย่างปัจจุบันทันด่วนแบบนี้“ผมดีใจมากแค่ไหนคุณรู้ไหมปรางค์...”เขาพร่ำบอกมือหนาโอบรัดเอวบางไว้แล้วแนบแก้มไปกับหน้าท้องที่ยังไม่ได้ยื่นออกมามากนัก โดยมีเพียงเสื้อผ้าเป็นปราการกั้นไว้เท่านั้น“ปล่อยนะคะ”หญิงสาวแสร้งบ่นแล้วยันเขาออกเบาๆชายหนุ่มยังคงยืนหยัดโอบเธอไว้เช่นนั้น เธอเลยจำต้องปล่อยเลยตามเลยจนกระทั่งเขายอมคลายอ้อมกอด ดวงตาของมีแววประกายสดใสผิดกับเมื่อกี้ลิบลับ“กี่เดือนแล้วปรางค์ ไปหาหมอหรือยังแล้วมียาทานหรือเปล่า?”หลากหลายคำถามพรั่งพรูออกมาทันที“จะสนใจทำไมคะ”“ทำไมพูดแบบนี้ละปรางค์ ในท้องคุณนั้นลูกผมนะ แล้วอีกอย่าง... ตอนที่คุณมีไทม์ผมไม่เคยแม้กระทั่งดูแลหรือรับรู้เลยด้วยซ้ำ”เสียงเขาเศร้าลงจริงอย่างที่เขาพูด...ช่วงเวลาที่มีไทม์อยู่ในท้องเธอเองทั้งเจ็บปวดทั้งสุขใจ มันเป็นความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไปหมดแต่สุดท้ายแล้วเมื่อเธอได้เห็นหน้าลูก ความรู้สึกที่เกลียดพ่อของเขามันก็ถูกฝังลงในส่วนลึกของจิตใจแทน“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องทั้งหมดฉันอภัยให้คุณหมดแล้ว ถึงแม

  • รอยรักพญามาร   บทที่ 88 ความสุข

    ชายชราถือไม้เท้ายืนนิ่ง อยู่ด้านหน้าหลุมศพที่สลักชื่อลูกัส ดาโคริด ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลา เริ่มมีน้ำตาเอ่อนองออกมา ด้วยความรู้สึกผิดจับใจ เขารู้ซึ้งถึงความเหงาและเจ็บปวดแล้ว เวลานี้ไม่มีใครมาสนใจ หรือเหลียวแลชายชราเช่นเขาอีก ลูกชายคนเดียวที่อยู่ด้วยกันมานาน เขาใช้งานราวกับลูกน้องก็จากไป มันยิ่งทำให้รู้สึกว้าเหว่มากขึ้นเวลานี้บรรยากาศทุกอย่างเงียบงัน มีเพียงลูกน้องและสาวใช้ไม่กี่คนที่ทำหน้าที่ในบ้าน แต่ไม่มีใครกล้าพอพูดคุยกับเขาเช่นลูกัสเลย มือเหี่ยวย่นถูกยกขึ้นมาปาดน้ำตาออกไป ไม่ได้ถืออะไรมาฝากลูก ที่ไม่เคยเอ่ยปากยอมรับ ไม่เคยได้รับรู้ว่าลูกัสชอบทานอะไร หรือชอบทำอะไรเลยสักอย่างเวลานี้มันคงสายไปแล้ว...หากว่าเขาอยากจะบอกขอโทษออกไปชายชราถือไม้เท้าเดินไปยังรถของตนเอง มือเหี่ยวย่นลูบใบหน้าเพื่อปาดน้ำตาที่ยังตกค้างให้หมดไป ชีวิตคนแก่เช่นเขาคงเหลือเวลาอีกไม่มากไม่นานนักหรอกมาเรีย...เขาจะไปพบเธอแน่นอน จะไปสารภาพความผิดที่เขาได้ทำไว้“เจ้านายต้องการอะไรอีกไหมครับ?”ลูกน้องถามเขา ชายชราโบกมือ แล้วสาวเท้าเดินเข้าไปด้านใน หลังจากรถมาจอดสนิททหน้าคฤหาสน์แล้วเสียงที่ดังก้องกังวานมีเพียงเสียง

  • รอยรักพญามาร   บทที่ 87 กลับมาทวงคืน

    พินอาภาเดินมาใกล้เพื่อนสาว แล้วหยิบมือถือมาให้ดู ดวงตาคู่สวยเรื่อไปด้วยน้ำตาเบิกกว้าง เมื่อเห็นสภาพเขานอนให้น้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาล เธอไม่อยากเชื่อว่าเขาจะอยู่ในสภาพแบบนี้“ตอนนี้เขาป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล วันๆ กินแต่เหล้า อะไรก็ไม่ยอมแตะ เราคงทำได้แค่นี้ ที่เหลือปรางค์ตัดสินใจเอาเองก็แล้วกัน”ร่างบางทรุดกายลงกับพื้น ยกมือปิดหน้าปล่อยโฮ พินอาภารีบเข้าไปประคองเพื่อน แล้วรั้งมากอดพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่“เรายอมแล้วพิน...พาเรากับลูกไปหาเค้าที”ร่างเล็กปาดน้ำตาที่กำลังไหลมาไม่ขาด รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าไม่ยอมจางมันเป็นน้ำตาแห่งความดีใจไม่ใช่น้ำตาแห่งความทุกข์ดั่งเช่นเมื่อก่อน เขาหวังและสุดท้ายมันก็เป็นจริงเขาจะได้พบพ่อแล้วเขาดีใจมากเหลือเกินเช้าวันรุ่งไทม์ช่วยแม่เก็บกระเป๋าเดินทางด้วยความสุข พินอาภายิ้มกับท่าทางของหลานที่วิ่งไปรอบบ้านไม่ให้แม่ต้องขยับทำอะไรเลย เขาพยายามหาข้าวของที่จำเป็นมาใส่กระเป๋าเพราะตอนเย็นจะต้องเดินทางแล้ว“ปรางค์...ดูหน้าไทม์สิดีใจใหญ่เลย”พินอาภาบอกเพื่อนคนเป็นแม่หันไปมองลูกแล้วยิ้มออกมา เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นลูกมีความสุขหลังจากกลับมาจากฝรั่งเศสในวันนั้น“ขอบใจม

  • รอยรักพญามาร   บทที่ 86 กลับมาทวงคืน

    ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งสงสาร มีเพียงแค่เธอกับเขาเท่านั้น ที่ตอนนี้กำลังมีความสุขในรัก แต่ระหว่างเพื่อนสาวและผู้ชายคนนี้กลับทุกข์แสนสาหัส ทำเพื่ออะไรกันเธอไม่เห็นจะเข้าใจ“ไปที่ห้องก่อนเถอะค่ะ”“ครับ” นั่งจัดเสื้อผ้าตนเองในห้อง ใจก็นึกว่าจะทำยังไงถึงช่วยเพื่อนและลุคส์ได้ เธอรู้ว่าสองคนรักกันมาก แต่กลับมีเส้นบางๆ ที่ไม่อาจข้ามมาได้ นี่ยิ่งทำให้ทรมานใจหนักเข้าไปเสียอีก ไม่ใช่ว่าใครไม่ดี แต่เพราะมีเหตุผลจำเป็นต้องแยกจากกันเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นหลังจากหญิงสาวอาบน้ำแต่งกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว พินอาภารีบเดินไปเปิดประตูก่อน พบกับเทเรซ่าน้าสาวของลุคส์ที่มายืนซึมอยู่“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”“หนูพิน...เอ่อ...หนูปรางค์ไม่มาด้วยเหรอจ๊ะ”พินอาภาชะงักจ้องมองใบหน้าเศร้าสร้อยของหญิงตรงหน้า“ไม่ได้มาค่ะ”เธอตอบเสียงเบา“เหรอจ๊ะ งั้นไม่เป็นไรจ้ะน้าไปก่อนนะ”เสียงโวยวายบวกกับเสียงข้าวของมากมายในห้องแตกกระจาย ทำให้หญิงสาวรีบเปิดประตูออกไปดู เห็นแฟนหนุ่มกำลังห้ามทัพเจ้านายตนเองโดยมีเทเรซ่าคอยห้ามปราบอีกคน“ผมจะบ้าแล้วรู้ไหม! เธอกลับมาหาฉันได้ไหมปรางค์...ฮือๆๆ” เขาสะอื้นหนักแล้วทรุดกายลงกับพื้นมือคว้าขวดเหล้าม

  • รอยรักพญามาร   บทที่ 88 กลับมาทวงคืน

    บอดี้การ์ดหนุ่มถอนหายใจออกมา เขาคงทำได้แค่ปลอบใจและยืนมองแค่นั้นทุกอย่างคงต้องอยู่ที่คนสองคนแล้วเขาไม่รู้เหมือนกันว่าปรางค์ปรียาจะใจแข็งมากแค่ไหน“ฉันคิดถึงเธอปรางค์ปรียา...ฉันรักเธอได้ยินไหม!”เขาตะโกนลั่นออกมาร่างสูงใหญ่พยายามทรงตัวลุกขึ้นยืนแต่กลับเซจนมาติชต้องรีบไปรับไว้ มาติชส่ายหัวไปมาด้วยความหนักใจ“ฉันอยากกินเหล้ามาติช พาฉันไปหน่อย...”แสงสีมากมายท่ามกลางคลับหรูใจกลางเมือง ร่างสูงใหญ่ยกน้ำสีอำพันเข้าปากไม่ขาดสายไม่รู้กี่ขวดที่หายเข้าไปในลำคอแต่เขากลับยังไม่หยุด มาติชทำได้แค่เพียงยืนดูอยู่เช่นนั้นอาจจะดีหากเจ้านายของเขาดื่มจนหลับไป ดีกว่าเห็นผู้ชายที่เคยมีอำนาจเหนือใครต้องมาทุรนทุรายเพราะพิษรัก“มาติช...สั่งเหล้ามาอีกเซ่!”บอดี้การ์ดหนุ่มกวักมือเรียกบริกรทันที และเหล้ายี่ห้อหรูราคาแพงก็ถูกวางอยู่ตรงหน้าเขา และผลของมันคือการที่ชายคนหนึ่งกำลังนอนฟุบอยู่บนโต๊ะอย่างหมดสภาพ มาติชรีบเดินเข้าไปหาแล้วสั่งลูกน้องที่ติดตามมาด้วยช่วยกันลากเจ้านายตนเองกลับบ้าน ร่างสูงใหญ่ถูกวางลงบนฟูกหนาเขาพลิกกายเล็กน้อย“ปรางค์...กลับมาหาผมเถอะได้โปรด...”เสียงละเมอของเขายิ่งทำให้บอดี้การ์ดหนุ่มรู้สึกสะท้

  • รอยรักพญามาร   บทที่ 76 สมรภูมิเดือด

    “บางที... วันนี้อาจจะเหลือแค่เราคนใดคนหนึ่งก็ได้ใครจะรู้”เสียงอึกทึกครึกโครมด้านล่างส่งผลให้ร่างบางแต่งกายออกมาจากห้องน้ำเสร็จเงี่ยหูฟัง มือบางค่อยๆ บิดลูกบิดแง้มประตู แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดเฝ้าหน้าห้องแล้วจึงถือวิสาสะก้าวเดินออกมา แม้ใจกลัวๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย พินอาภาค่อยๆ ก้าวเดินอย่า

  • รอยรักพญามาร   บทที่ 75 สมรภูมิเดือด

    เจ้าของร่างอวบเริ่มมีน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม แม้เธอรักเขามากเพียงใดแต่เขาก็ไม่เคยไยดี เธอเองก็ไม่อยากฝืนอีกต่อไป หากแต่งไปเขาคงทำตามที่พูดจริงๆ แววตาที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ เล่นเอาเธอเย็นไปถึงขั้วหัวใจ รู้ดีว่าคนอย่างเขาต้องทำได้แน่ ไม่อยากเอาชีวิตตัวเองและพ่อมาเสี่ยง“ลูกเมียผมอยู่ไหนเอมม่า”เขาถามเสียงเ

  • รอยรักพญามาร   บทที่ 74 ไม่อาจปรารถนา

    ชายหนุ่มปล่อยร่างอวบอัดให้เป็นอิสระ เอมม่าทรุดกายลงนั่งสะอื้นอยู่กับพื้น แหงนมองเขา ในขณะที่มือจับรอบคอเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด“ก็ลองดูสิ... ถ้าคุณกล้ามากพอก็ทำเลย! หากคุณยังจำได้ดีเรื่องของแม่ผมผมตอบแทนยังไง หากคุณต้องการผมจัดให้อีกได้ และเรื่องในคราวนี้มันจะเลวร้ายและรุนแรงกว่าคราวนั้นเป็นร้อยเท่า

  • รอยรักพญามาร   บทที่ 66 การต่อสู้กับความเจ็บปวด

    ร่างสูงกำยำเร่งฝีเท้าเมื่อถึงสนามบิน ด้านหน้ามีรถตู้สีขาวดจอดรอรับ ลูกัสก้าวขึ้นรถขบกราบแน่นนึกแค้นใจที่ตนถูกตลบหลัง มองวิวด้านนอกกระจกรถแววตาแข็งกร้าว ราวหนึ่งชั่วโมงถัดมารถเลี้ยวเข้าสู่เขตคฤหาสน์หลังงาม ลูกัสสูดหายใจเข้าปอดเพราะรู้ว่าจุดหมายจะต้องเจอสิ่งใดเพียะ!ฝ่ามือหนักกระทบลงบนใบหน้าคมเข้ม น

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status