Masuk"ถึงเพื่อนของหนูจะฟังออกพี่ก็ไม่สนใจหรอกนะ จะยังไงก็ช่างเถอะ นี่มันบ้านคนจริง ๆ ใช่ไหม ทั้งสกปรกและแออัดขนาดนั้น" รถหรูมาจอดอยู่ที่ตึกแถวสองชั้นที่เป็นอาคารเก่า ๆ อิ่มเอมรีบลงจากรถทันที ก่อนจะรีบเปิดประตูแล้วขึ้นไปที่ชั้นสองที่เป็นห้องนอนของพี่ชาย
"ขอบคุณพี่หญิงมากนะคะสำหรับวันนี้" อิ่มเอมไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพี่ชายที่อาสามาดูแลพี่ชายของเธอให้ในตอนกลางวัน ขณะที่เธอออกไปเรียน สมหญิงทำงานรับจ้างซักผ้ารีดผ้าและอาศัยอยู่ตึกแถวที่ติดกัน เธออาสามาดูแลอาหารกลางวันและมาดูแลพี่ชายให้ในเวลาที่ว่างเว้นจากการทำงาน โดยที่เธอไม่เคยขอรับค่าตอบแทนใด ๆ แต่ก็มาช่วยดูแลพี่ชายของเธออยู่แบบนี้มาหลายปีแล้ว
"เลิกไหว้พี่ได้แล้วนะเอม แล้วนี่จะรีบไปไหนหรือเปล่า ทำไมถึงทำสีหน้ากังวลขนาดนั้นล่ะ" อิ่มเอมจึงรีบเล่าทุกอย่างให้เพื่อนบ้านฟัง
"ก็เอาอย่างที่เพื่อนเอมบอกนั่นแหละ พี่ว่าเราไม่ควรปฏิเสธเพื่อนนะเพราะวันสำคัญแบบนี้มันมีแค่ครั้งเดียว เอาเป็นว่าเอมไปเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงพี่ชายหรอก เดี๋ยวอาหารเย็นพี่จะจัดการให้พี่ชายของเอมเองนะ"
"แล้วหนูรบกวนพี่มากหรือเปล่าคะ"
"ถ้ารบกวนพี่ก็คงไม่ช่วยหรอก อย่าคิดมากเลย รีบไปได้แล้วมั้ง เพื่อนรออยู่ข้างล่างไม่ใช่หรือไง"
"ขอบคุณพี่หญิงมากนะคะ งั้นเดี๋ยวเอมจะรีบไปแล้วรีบกลับค่ะ เอมขอฝากพี่ชายด้วยนะคะ"
"รีบไปเถอะไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้หรอก"
คาร่าทนรอเพื่อนไม่ไหวจึงรีบเดินลงจากรถหรู แต่พอเห็นเพื่อนเดินออกมาจากประตูบ้านก็รีบวิ่งไปหาด้วยความดีใจ
"สรุปวันนี้เธอไปกับฉันใช่ไหม"
"วันนี้ฉันต้องไปกับเธออยู่แล้วแหละ โชคดีที่พี่สาวข้างบ้านจะช่วยดูแลพี่ชายฉันต่อน่ะ งั้นเรารีบไปกันเถอะ ฉันเกรงใจพี่ชายเธอ"
"งั้นเรารีบไปกันเถอะ ฉันดีใจมากเลย ในที่สุดเธอก็ได้มาร่วมงานกับฉันสักที ถ้าไม่มีเธอฉันต้องเสียใจมากแน่ ๆ"
อิ่มเอมได้แต่นั่งนิ่ง ๆ มาตลอดทางเพราะเธอลำบากใจไม่น้อยที่ต้องไปที่บ้านของเพื่อนสนิท หลายครั้งที่เธอไปที่นั่นก็มักจะมีสายตาของคนในบ้านหลังนั้นมองมาที่เธอราวกับเธอเป็นตัวน่ารังเกียจ
"พี่จะยอมให้เราแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ แล้วก็เลิกคบกับผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้ได้แล้ว ครอบครัวเราเป็นคนมีชื่อเสียง ส่วนหนูก็ต้องรู้จักการเลือกคบเพื่อนเสียบ้าง หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายนะ ที่พี่จะได้เห็นผู้หญิงคนนี้มาเกาะแกะอยู่รอบตัวหนูน่ะ"
"ทำไมล่ะคะเฮีย เฮียจะห่วงชื่อเสียงและหน้าตาไปทำไม รวมถึงแด๊ดกับคุณแม่ด้วย หนูกับอิ่มเอมคบกันก็มีแต่ความรักความปรารถนาดีให้แก่กัน หนูไม่สนหรอกว่าอิ่มเอมจะมีฐานะต่างจากเราแค่ไหน แต่อิ่มเอมคือเพื่อนที่ดีที่สุดของหนูและเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวในชีวิตที่มีแต่ความจริงใจให้"
"จริงใจหรือเห็นแก่เงินกันล่ะ ผู้หญิงคนนั้นคงจะได้เงินจากหนูมาเยอะสินะ"
"เฮียหยุดพูดดูถูกเพื่อนของหนูเถอะนะคะ ไม่งั้นหนูจะลงตรงนี้แหละ"
ครูซก็เลยไม่ได้พูดอะไรต่ออีก เพราะเขามีน้องสาวคนเดียวที่เขารักมาก น้องสาวที่อายุห่างกันมากพอสมควร เขาเฝ้าดูแลน้องสาวมาตั้งแต่เด็กเพราะเธอเปรียบเสมือนนางฟ้าตัวน้อย ๆ ของตระกูลที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวยิ้มอย่างมีความสุขได้เสมอ
อิ่มเอมก็รู้สึกผิดอยู่ในใจที่เป็นสาเหตุทำให้พี่น้องต้องมีปัญหากัน หลายครั้งที่พี่ชายของเพื่อนมักจะมาเตือนให้เธอเลิกยุ่งกับคาร่า แต่คาร่าก็มักจะตามหาเธอเจอทุกครั้งจนทำให้รู้จักบ้านของเธอ แล้วหลังจากวันนั้นเธอก็ไม่สามารถหลีกหนีจากคาร่าได้อีก
...สามปีก่อน...
อิ่มเอมเดินออกจากรั้วโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อกลับบ้านตามปกติ เธอก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ สวมชุดโรงเรียนนานาชาติชื่อดังระดับประเทศกำลังนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในเก้าอี้ที่สวนสาธารณะ
"นี่เธอ...เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงมานั่งร้องไห้คนเดียวล่ะ" อิ่มเอมตกตะลึงไปเล็กน้อยที่เห็นดวงตาของคนตรงหน้า เธอไม่เคยเห็นดวงตาของใครที่สวยขนาดนี้มีก่อนเลย
คาร่าเงยหน้ามองคนที่มาทักเธอทั้งน้ำตา อิ่มเอมรีบตั้งสติเมื่อเธอเผลอจ้องตาไปนานพอสมควร เมื่อเห็นว่าเธอกำลังเสียใจอย่างหนัก จึงรีบหาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองในกระโปรงนักเรียนแล้วยื่นให้
"เช็ดน้ำตาก่อนเถอะ ใบหน้าสวย ๆ แบบนี้ไม่เหมาะกับน้ำตาเลยนะ"
คาร่าชะงักเมื่อได้ยินคนที่อายุใกล้เคียงกันพูดจาดี ๆ กับเธอแบบนี้ แถมยังไม่ทักท้วงเรื่องดวงตาของเธออีก จึงรีบคว้าผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดแล้วก็หยุดร้องไห้ทันที
"ทำไมถึงมานั่งร้องไห้คนเดียวล่ะ ป่านนี้แล้วยังไม่กลับบ้านอีกหรือไง"
"ฉันถามหน่อยสิ ทำไมเธอถึงมาคุยกับฉันล่ะ"
"แล้วฉันมากวนเธอหรือเปล่าล่ะ ถ้าเกิดว่าเธอไม่ชอบ งั้นฉันขอตัวก่อนนะ"
"ไม่ใช่แบบนั้น ฉันก็แค่แปลกใจว่าทำไมเธอถึงมาทักฉัน ทั้ง ๆ ที่เราไม่รู้จักกันล่ะ แถมเธอยังช่วยปลอบใจ แล้วให้ผ้าเช็ดหน้าฉันด้วย"
"ก็ฉันเห็นเธอร้องไห้ก็เลยเป็นห่วงน่ะ ฉันก็เลยมาถามดูว่าพอจะช่วยอะไรได้ไหม"
"มาช่วยทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้จักกันน่ะหรือ"
"แล้วถ้าเวลาเธอเห็นคนอื่นที่ไม่รู้จักกำลังลำบาก เธอก็จะไม่ช่วยหรือไง"
"ก็มันไม่ใช่เรื่องของเรานี่ ทำไมต้องช่วยล่ะ"
"ฉันก็ไม่รู้หรอกแต่ฉันแค่อยากช่วยเธอ ว่าแต่ทำไมเธอถึงร้องไห้ล่ะ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือไง"
"ก็เพื่อนในห้องมักจะเห็นฉันเป็นตัวประหลาดน่ะสิ ทุกคนก็เลยชอบรุมแกล้งฉัน พอเห็นฉันเป็นคนอ่อนแอก็เลยแกล้งฉันสารพัด จนตอนนี้ฉันไม่อยากไปโรงเรียนเลยล่ะ"
"ถ้าเธอมีจิตใจที่เข้มแข็งนะ ใคร ๆ ก็ทำอะไรเธอไม่ได้หรอก ถ้าเธออยากเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้นและไม่อยากโดนเพื่อนในห้องรังแกอีก วันหลังฉันจะสอนวิธีให้ สนใจไหมล่ะ? แน่นอนว่าสอนฟรีไม่คิดเงินด้วยนะ"
"เธอจะช่วยฉันจริง ๆ ใช่ไหม แล้วฉันจะเป็นคนที่เข้มแข็งได้จริง ๆ หรือเปล่า งั้นพรุ่งนี้ฉันจะมานั่งรอตรงนี้นะ เธอจะช่วยฉันจริง ๆ ใช่ไหม"
"ได้สิ พรุ่งนี้มาเจอกันที่เดิมก็ได้ เธอจะเข้มแข็งหรือเปล่านั้นมันก็อยู่ที่ตัวเธอ แต่ฉันมาเจอเธอได้แค่วันละไม่เกินยี่สิบนาทีนะ เพราะว่าฉันจะต้องรีบกลับไปดูแลพี่ชายด้วยน่ะ"
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์หลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันนั้น อิ่มเอมก็อยากรู้เหลือเกินว่าเพื่อนสาวของเธอเป็นยังไงบ้าง แต่เธอก็จนหนทางที่จะหาข่าวคราวของเพื่อนสนิท เพราะถึงเธอจะพยายามโทรไปหาเบอร์ส่วนตัวของคาร่ากี่ครั้งก็ไม่ติดอยู่ดี"ใกล้ได้เวลาแล้วสินะ" อิ่มเอมลุกขึ้นจากเก้าอี้ในห้องนอน แล้วส่องกระจกดูความเรียบร้อยของตัวเอง ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่างแล้วไปยังตึกแถวติดกันที่เป็นบ้านของแฟนพี่ชาย"เดี๋ยวหนูไปเรียกแท็กซี่ให้นะคะ""ไม่ต้องหรอกเอม เดี๋ยวพี่ชายพี่จะไปส่งที่สนามบินเองน่ะ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงน่าจะถึง เอมเข้ามารอข้างในด้วยกันก่อนสิ""ค่ะพี่หญิง""เอมแน่ใจนะว่าอยู่คนเดียวได้ จะไม่ไปอยู่ต่างประเทศกับพวกพี่จริง ๆ ใช่ไหม ยังไงพี่ก็เป็นห่วงเอมอยู่ดี ผู้หญิงตัวคนเดียวอยู่บ้านคนเดียวแบบนี้ พี่อดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ""พี่โอบจะเอาหนูไปเป็นภาระอีกหรือไงคะ ค่าใช้จ่ายที่โน่นก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย หนูอยู่ที่นี่แหละค่ะดีแล้ว เพราะพี่จะได้เก็บเงินเอาไว้รักษาขาได้เต็มที่""แต่พี่อยากให้เอมไปด้วยนะ เพราะเอมก็เรียนมหาวิทยาลัยระบบเปิดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียน ถึงเวลาก็แค่ไปสอบเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นก็ค่อยบินกลับ
คาร่าถึงกับพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่ได้ยินจากปากของคนที่เธอรักมาก ทำให้ความรู้สึกที่อยากจะกอดเพื่อนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปลิดชีพตัวเองหายไปเป็นปลิดทิ้ง"นี่คาร่า เวลาที่เธอเศร้าเธอจะชอบกินของหวาน งั้นเดี๋ยวฉันจะออกไปหาไอติมมาให้นะ ถ้าฉันกลับมาจะต้องมีแต่ความสดใสบนใบหน้านะเข้าใจไหม ไม่งั้นเธออดกินแน่""ขอบใจนะ ฉันจะตั้งตารอเลยล่ะ" คาร่ามองตามหลังเล็กของเพื่อนด้วยสายตาละห้อย เป็นอีกครั้งที่เพื่อนรักได้ช่วยให้เธอรู้สึกอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเธอยังจำความรู้สึกครั้งแรกที่เจอกับอิ่มเอมได้ เป็นคนแปลกหน้าคนแรกที่เธอเปิดใจอยากจะพูดเรื่องของตัวเองให้ฟัง"ถ้าเธออยากเข้มแข็งขึ้น อันดับแรกเลย จิตใจของเธอต้องเข้มแข็งก่อน แล้วก็ต้องดูสาเหตุว่าทำไมเธอถึงชอบโดนเพื่อนแกล้ง จากนั้นเราก็ต้องเข้มแข็งและอย่ากลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับคนเหล่านั้น ยิ่งถ้าเธอกลัว คนพวกนั้นก็จะยิ่งได้ใจนะ"คาร่าหยิบยาที่เตรียมไว้เททิ้งลงถังขยะ ไม่รู้ทำไมเธอถึงตัดสินใจที่จะไม่ฆ่าตัวตาย เพียงแค่เธอคิดว่าถ้าอิ่มเอมกลับมาแล้วไม่เห็นหน้าเธออีกตลอดกาล เพื่อนที่เธอรักจะต้องเสียใจมากแน่ ๆ"ไอติมมาแล้ว" อิ่มเอมหิ้วถุงไอติมและขนมหวานมาถุงใหญ่
สองวันต่อมาอิ่มเอมก็มาโผล่ที่ต่างจังหวัดจนได้เพราะเธอก็รู้สึกผิดที่เป็นฝ่ายตีตัวออกห่างจากเพื่อนแบบนี้ ท่ามกลางสายตาที่ไม่พอใจของเพื่อนคาร่าที่มาด้วยอีกสามคน คนเหล่านั้นก็ทำได้แค่เพียงเขม่นมองดูด้วยสายตาไม่พอใจเท่านั้น เพราะไม่สามารถขัดความต้องการของคาร่าได้"คิดถึงเธอจังเลยอิ่มเอม สามวันนี้เรามาสนุกกันให้สุดเหวี่ยงไปเลยนะ""คาร่า…เธอเป็นอะไรไปหรือเปล่า ถึงเราจะไม่ได้เจอกันบ่อย แต่ฉันก็พอจะดูออกนะว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจ""ก็นิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวให้แม่บ้านเอาของไปไว้ที่ห้องก่อน เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง คืนนี้เธอนอนกับฉันได้ไหม""ได้สิ เรื่องแค่นี้เอง งั้นเราขึ้นไปกันเถอะ" อิ่มเอมมองตามเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่ไม่ได้ติดต่อกันมาสักพักใหญ่ เธอก็ไม่รู้เลยว่าจิตใจของคาร่าในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง"คาร่า เล่นน้ำค่อยเล่นพรุ่งนี้ได้ไหม ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอเยอะเลย""ไม่รู้ว่าเพื่อนฉันจะโอเคหรือเปล่าน่ะสิ งั้นเดี๋ยวฉันลองไปถามดูก่อนนะ""ไม่ต้องหรอกคาร่า เดี๋ยวฉันไปถามเอง ห้องของเพื่อนเธออยู่ข้าง ๆ นี่เองใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวฉันไปบอกให้นะ เธอนั่งรอก่อนเถอะ"อิ่มเอมเคาะประตูห้องสองครั้ง แล้วก็เป็น
"พี่ว่าไงนะคะ พี่โอบกับพี่หญิงจะแต่งงานกัน""ใช่…พี่คิดกันมาสักพักแล้วล่ะ พี่กับหญิงก็ดูใจกันมานานแล้ว ตอนแรกพี่ก็กลัวว่าหญิงจะใจตรงกันกับพี่หรือเปล่า จะรังเกียจที่พี่ต้องพิการแบบนี้ จะเป็นภาระกับคนที่พี่รักไหม แต่ตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่พี่จะต้องบอกเอมสักที""เป็นข่าวดีในรอบที่สองของวันเลยค่ะพี่ หนูดีใจมากเลยที่พี่ทั้งสองจะแต่งงานกัน แต่ว่าพี่หญิงคะ การที่พี่แต่งงาน นั่นก็หมายถึงพี่ต้องดูแลพี่ชายหนูแบบนี้ไปตลอดเลยนะคะ จะทำให้พี่ลำบากหรือเปล่า พี่โอเคหรือเปล่าคะ""รู้สิ พี่รู้ว่าถ้าแต่งงานแล้วพี่ต้องทำอะไร พี่ชายเอมไม่ได้พิการถึงขั้นที่ว่ารักษาไม่ได้สักหน่อย เดี๋ยวถ้าพี่หาเงินได้มากพอ พี่ค่อยพาพี่ชายเอมไปทำกายภาพบำบัดก็น่าจะดีขึ้นนะ หมอที่ดูแลก็บอกอยู่ไม่ใช่หรือไงว่าถ้าได้รับการรักษาและทำกายภาพบำบัดแล้ว ก็มีโอกาสกลับมาหายเป็นปกติน่ะ""ก็ใช่ค่ะ แต่ว่าหนูไม่อยากให้พี่หญิงลำบากเพราะหนูเกรงใจ""เอมคิดว่าถ้ามันลำบากจริง พี่จะยอมแต่งงานกับพี่ชายเอมหรือไง การที่พี่ตัดสินใจแบบนี้ นั่นก็หมายถึงพี่ยอมรับทุกอย่างในตัวของพี่ชายเอมได้ เพราะฉะนั้นอย่าห่วงเลย ส่วนเอมก็ใกล้จะเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว จะได้
"ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอจะพูดอะไร แต่ถ้าเธอคิดจะเล่นกับฉัน ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่ะ" แขนแกร่งออกแรงกอดรัดอิ่มเอมแน่นกว่าเดิมจนเธอรู้สึกอึดอัด เธอรับรู้ได้ถึงแรงมหาศาลของเขาว่ามันน่ากลัวแค่ไหนเพราะเธอไม่สามารถที่จะขยับหนีไปไหนได้เลยแม้แต่นิดเดียว"อิ่มเอม เธอไปอยู่ที่ไหนเนี่ย" คาร่าตะโกนหาเพื่อนสนิทพลางกวาดสายตาไปทั่วบริเวณงานด้วยความเป็นห่วง"ฉันเตือนเธอแล้วนะ ถ้าอยากจะลองดีก็ลองดู จะได้รู้ว่าฉันพูดจริงหรือแค่ขู่ ถ้าคิดจะท้าทายคนอย่างฉันก็ลองดู ไปได้ละ! น้องสาวฉันตามหาเธออยู่" มือหนาผลักร่างนุ่มออกจากตัวอย่างแรงจนอิ่มเอมฟุบลงไปกองกับพื้นสนามหญ้า เพราะเขาไม่คิดที่จะยั้งมือผลักเธอออกไปแบบนั้นเลยแม้แต่น้อยอิ่มเอมรีบทำสีหน้าให้เป็นปกติ ทั้ง ๆ ที่เธอแทบหัวใจหยุดเต้นเมื่อได้เห็นสายตาคมดุของพี่ชายเพื่อน สายตาที่ดุดัน แข็งกร้าว จนแทบจะเชือดเฉือนเธอไปทั้งตัวแบบนั้น"อิ่มเอม เธอไปที่ไหนมาเนี่ย ฉันเป็นห่วงแทบแย่""ฉันเดินเล่นดูบรรยากาศรอบ ๆ แถวนี้น่ะ""งั้นเรามานั่งกันเถอะ นี่อิ่มเอม เราก็ไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ ฉันอยากรู้จังว่าเธอจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ไหน" ทั้งสองเดิน
อิ่มเอมที่กำลังคิดถึงช่วงเวลาที่ทำให้ได้รู้จักกับคาร่าอยู่เพลิน ๆ ก็สะดุ้งโหยงเมื่อโดนเพื่อนสะกิดที่แขน"ถึงแล้วนะ เหม่ออะไรอยู่ล่ะอิ่มเอม""อ้อ...ขอโทษนะ ฉันคิดอะไรเพลิน ๆ ไปหน่อย โอ้โห...นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมงานมันถึงได้ใหญ่โตขนาดนี้ล่ะ"ตรงหน้าคฤหาสน์หรูหลังใหญ่สไตล์ยุโรปบนพื้นที่ส่วนตัวในพื้นที่เกือบสองไร่ ตรงลานน้ำพุรูปมังกรสีทองตรงหน้าทางเข้าตัวคฤหาสน์ ได้ตกแต่งสถานที่จัดงานเลี้ยงสุดยิ่งใหญ่อลังการ สมกับเป็นงานเลี้ยงของลูกสาวคนเดียวของตระกูลดังที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจมากมาย"เธอก็มาบ่อยแล้วนะ ยังไม่ชินอีกหรือไง""อย่าพูดคำว่าชินสิ ฉันไม่ชินกับอะไรที่ยิ่งใหญ่แบบนี้หรอก ต่อให้มาสิบครั้งร้อยครั้ง ฉันก็ตื่นเต้นทุกครั้งแหละที่ได้มาบ้านของเธอ""งั้นเดี๋ยวเราไปที่งานกันเลยเถอะ คนน่าจะมาเยอะแล้วดูสิ งั้นเราไปนั่งโต๊ะตรงโน้นกัน แต่ว่าเธอนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปทักทายแด๊ดกับคุณแม่ก่อน""ได้สิ" อิ่มเอมมองตามหลังของเพื่อนสาวไป พอเดินเข้าไปที่งาน ทุกคนต่างก็รุมล้อมพร้อมกับมอบของขวัญราคาแพงให้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเดียวกันกับคาร่า เพราะสวมชุดนักเรียนนานาชาติเหมือนก







