Masukอิ่มเอมที่กำลังคิดถึงช่วงเวลาที่ทำให้ได้รู้จักกับคาร่าอยู่เพลิน ๆ ก็สะดุ้งโหยงเมื่อโดนเพื่อนสะกิดที่แขน
"ถึงแล้วนะ เหม่ออะไรอยู่ล่ะอิ่มเอม"
"อ้อ...ขอโทษนะ ฉันคิดอะไรเพลิน ๆ ไปหน่อย โอ้โห...นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมงานมันถึงได้ใหญ่โตขนาดนี้ล่ะ"
ตรงหน้าคฤหาสน์หรูหลังใหญ่สไตล์ยุโรปบนพื้นที่ส่วนตัวในพื้นที่เกือบสองไร่ ตรงลานน้ำพุรูปมังกรสีทองตรงหน้าทางเข้าตัวคฤหาสน์ ได้ตกแต่งสถานที่จัดงานเลี้ยงสุดยิ่งใหญ่อลังการ สมกับเป็นงานเลี้ยงของลูกสาวคนเดียวของตระกูลดังที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจมากมาย
"เธอก็มาบ่อยแล้วนะ ยังไม่ชินอีกหรือไง"
"อย่าพูดคำว่าชินสิ ฉันไม่ชินกับอะไรที่ยิ่งใหญ่แบบนี้หรอก ต่อให้มาสิบครั้งร้อยครั้ง ฉันก็ตื่นเต้นทุกครั้งแหละที่ได้มาบ้านของเธอ"
"งั้นเดี๋ยวเราไปที่งานกันเลยเถอะ คนน่าจะมาเยอะแล้วดูสิ งั้นเราไปนั่งโต๊ะตรงโน้นกัน แต่ว่าเธอนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปทักทายแด๊ดกับคุณแม่ก่อน"
"ได้สิ" อิ่มเอมมองตามหลังของเพื่อนสาวไป พอเดินเข้าไปที่งาน ทุกคนต่างก็รุมล้อมพร้อมกับมอบของขวัญราคาแพงให้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเดียวกันกับคาร่า เพราะสวมชุดนักเรียนนานาชาติเหมือนกัน ส่วนมากก็เป็นลูกหลานของคนตระกูลดังที่มีฐานะและมีชื่อเสียงเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาในโทรทัศน์และตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ธุรกิจทั้งนั้น
"เธอมานั่งอะไรตรงนี้ล่ะ ฉันจะเอาเครื่องดื่มก็รีบเอามาให้ฉันสิ เธอคงจะเป็นลูกของคนใช้สินะ เพราะดูจากชุดนักเรียนที่ใส่แล้ว ไม่น่าจะเป็นเพื่อนของคาร่าได้"
อิ่มเอมรีบลุกขึ้นทันที ก่อนจะรีบเดินไปเอาเครื่องดื่มตามที่เพื่อนของคาร่าสั่ง เพราะเธอไม่อยากทำให้งานของเพื่อนต้องมีปัญหาเพราะเธอ
"มานี่กับฉัน เดี๋ยวนี้!" มือหนารั้งแขนเล็กของอิ่มเอมในชุดนักเรียนมัธยมปลายให้ไปที่มุมอับของลานน้ำพุขนาดใหญ่ หลังจากที่เธอกำลังเดินไปยังจุดบริการเครื่องดื่ม เธอไม่สามารถสะกดกลั้นความกลัวกับคนตรงหน้าไว้ได้เลย พลางมองตามร่างแกร่งของพี่ชายเพื่อนที่ทั้งสูงใหญ่และบึกบึน แถมยังออกแรงบีบไปที่แขนของเธอด้วยพละกำลังมหาศาล
"คะ...คุณครูซมีอะไรกับฉันหรือคะ"
"ฉันเตือนเธอกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายุ่งกับน้องสาวฉันอีก นี่เธอกำลังจงใจจะท้าทายฉันใช่ไหม!"
"เปล่านะคะ คือฉันพยายามแล้ว แต่คาร่าก็ตามมาหาฉันถึงที่บ้าน ฉันก็เลยหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็อยากจะเป็นเพื่อนของคาร่าต่อไปจริง ๆ นะคะ"
"เธอต้องการเท่าไหร่?"
"คุณหมายถึงอะไรคะ"
"อย่ามาทำไก๋เลยน่า ฉันถามว่าเธอต้องการเงินเท่าไหร่ เธอจะเอาเท่าไหร่เพื่อแลกกับการเลิกยุ่งกับน้องสาวของฉัน"
"ฉันไม่ได้ต้องการ..."
"อ๋อ...จะโก่งราคาว่างั้น? ไม่ต้องเล่นตัวหรอกนะ เธออยากได้เท่าไหร่ก็ว่ามาเลย ไม่ต้องทำฟอร์มเยอะหรอก"
"ทำไมคุณถึงตีราคาของคำว่าเพื่อนระหว่างฉันกับน้องสาวของคุณแบบนั้นล่ะคะ คุณคิดว่ามิตรภาพระหว่างฉันกับคาร่าเพียงแค่ใช้เงินก็สามารถทำให้ฉันเลิกยุ่งกับน้องสาวของคุณได้จริงหรือคะ ถึงฉันจะจน ฉันจะเป็นเพื่อนกับคาร่าไม่ได้เลยหรือคะ"
"ใช่...คนอย่างเธอจะเป็นเพื่อนกับน้องสาวของฉันได้ยังไง แค่สามปีที่ผ่านมามันก็มากพอแล้ว ฉันให้เวลาเธอมามากพอแล้ว เธออยากจะให้ฉันพูดยังงั้นหรือ? ว่าทำไมเธอถึงเป็นเพื่อนกับน้องสาวฉันไม่ได้ งั้นฉันจะบอกเธอให้ จะได้หัดเจียมตัวแล้วก็สำเหนียกตัวเองซะบ้าง"
"คุณครูซไม่ต้องบอกหรอกค่ะ ฉันรู้ตัวเองดีทุกอย่าง แต่คำว่ามิตรภาพมันแบ่งแยกชนชั้นด้วยหรือคะ ฉันทราบดีค่ะว่าถ้าเทียบกับคาร่าแล้วฉันไร้ค่าแค่ไหน ฉันทราบดีค่ะว่าด้วยสถานะทางสังคมและฐานะของคาร่ากับฉันมันต่างกันแค่ไหน ฉันรู้ดีแก่ใจทุกอย่าง แต่ฉันจะไม่สามารถเป็นเพื่อนกับคาร่าได้เลยหรือคะ ฉันแค่อยากจะมอบความรู้สึกและความปรารถนาดีให้กับคาร่าบ้างแบบที่ผ่านมาไม่ได้เลยหรือคะ"
"มิตรภาพบ้าบออะไรแบบนั้นฉันไม่สนใจหรอก ถ้าฉันบอกให้เธอเลิกยุ่งก็ต้องเลิก ถ้าเธอรักเพื่อนจริง ๆ ก็อย่าฉุดให้คาร่าไปยังจุดที่ต่ำกว่านี้เลย คาร่าเป็นคนหัวอ่อน เป็นคนที่ไม่ทันคน ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอเคยหลอกลวงอะไรน้องสาวของฉันบ้าง คาร่าถึงได้ไม่ยอมเลิกคบกับเธอสักที แล้วนี่ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะให้เธอมาเจอน้องสาวฉัน ถ้าเธอไม่อยากเดือดร้อน ก็เลิกเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของคาร่าซะ!"
อิ่มเอมมองดูมือหนาที่ยื่นโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดมาตรงหน้าของเธอ อิ่มเอมก็มองด้วยความไม่เข้าใจ
"กรอกเลขบัญชีของเธอลงซะ แล้วก็ใส่จำนวนเงินที่เธอต้องการได้เลย ฉันให้ขนาดนี้แล้ว เธอคงจะทำตามที่ฉันต้องการนะ ฉันอุตส่าห์ลดตัวมาคุยกับเธอขนาดนี้ รีบกรอกจำนวนเงินที่ต้องการซะ!"
อิ่มเอมเงยหน้ามองคนตัวใหญ่ ก่อนจะดันมือหนาออกไปทันทีโดยไม่ต้องคิด
"ฉันไม่ต้องการเงินของคุณหรอกค่ะ คุณเก็บเอาไว้เถอะ"
"นี่ฉันให้เธอกรอกตัวเลขเองขนาดก็ยังไม่พอใจอีกหรือไง เงินก้อนนี้มันสามารถเปลี่ยนชีวิตจน ๆ ของเธอได้เลยนะ แถมยังสามารถซื้อบ้านหลังใหม่ได้ มันดีกว่าตึกแถวเก่า ๆ ที่ซอมซ่อและสกปรกแบบนั้นอีกเป็นไหน ๆ"
"ฉันไม่ต้องการเงินของคุณค่ะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ อ๊ะ!" ไหล่เล็กของอิ่มเอมถูกกระชากเข้าหาคนตัวใหญ่อย่างรวดเร็ว อิ่มเอมไม่สามารถขยับตัวได้เลย เธอรู้สึกตัวได้ว่ากำลังถูกตรึงโดยคนร่างใหญ่ ร่างกายแนบชิดกันจนเธอได้กลิ่นของน้ำหอมกระทบปลายจมูกที่มาจากร่างกายของเขา พร้อมกลิ่นบุหรี่จากลมหายใจของคนตัวสูงเล็กน้อย
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์หลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันนั้น อิ่มเอมก็อยากรู้เหลือเกินว่าเพื่อนสาวของเธอเป็นยังไงบ้าง แต่เธอก็จนหนทางที่จะหาข่าวคราวของเพื่อนสนิท เพราะถึงเธอจะพยายามโทรไปหาเบอร์ส่วนตัวของคาร่ากี่ครั้งก็ไม่ติดอยู่ดี"ใกล้ได้เวลาแล้วสินะ" อิ่มเอมลุกขึ้นจากเก้าอี้ในห้องนอน แล้วส่องกระจกดูความเรียบร้อยของตัวเอง ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่างแล้วไปยังตึกแถวติดกันที่เป็นบ้านของแฟนพี่ชาย"เดี๋ยวหนูไปเรียกแท็กซี่ให้นะคะ""ไม่ต้องหรอกเอม เดี๋ยวพี่ชายพี่จะไปส่งที่สนามบินเองน่ะ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงน่าจะถึง เอมเข้ามารอข้างในด้วยกันก่อนสิ""ค่ะพี่หญิง""เอมแน่ใจนะว่าอยู่คนเดียวได้ จะไม่ไปอยู่ต่างประเทศกับพวกพี่จริง ๆ ใช่ไหม ยังไงพี่ก็เป็นห่วงเอมอยู่ดี ผู้หญิงตัวคนเดียวอยู่บ้านคนเดียวแบบนี้ พี่อดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ""พี่โอบจะเอาหนูไปเป็นภาระอีกหรือไงคะ ค่าใช้จ่ายที่โน่นก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย หนูอยู่ที่นี่แหละค่ะดีแล้ว เพราะพี่จะได้เก็บเงินเอาไว้รักษาขาได้เต็มที่""แต่พี่อยากให้เอมไปด้วยนะ เพราะเอมก็เรียนมหาวิทยาลัยระบบเปิดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียน ถึงเวลาก็แค่ไปสอบเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นก็ค่อยบินกลับ
คาร่าถึงกับพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่ได้ยินจากปากของคนที่เธอรักมาก ทำให้ความรู้สึกที่อยากจะกอดเพื่อนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปลิดชีพตัวเองหายไปเป็นปลิดทิ้ง"นี่คาร่า เวลาที่เธอเศร้าเธอจะชอบกินของหวาน งั้นเดี๋ยวฉันจะออกไปหาไอติมมาให้นะ ถ้าฉันกลับมาจะต้องมีแต่ความสดใสบนใบหน้านะเข้าใจไหม ไม่งั้นเธออดกินแน่""ขอบใจนะ ฉันจะตั้งตารอเลยล่ะ" คาร่ามองตามหลังเล็กของเพื่อนด้วยสายตาละห้อย เป็นอีกครั้งที่เพื่อนรักได้ช่วยให้เธอรู้สึกอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเธอยังจำความรู้สึกครั้งแรกที่เจอกับอิ่มเอมได้ เป็นคนแปลกหน้าคนแรกที่เธอเปิดใจอยากจะพูดเรื่องของตัวเองให้ฟัง"ถ้าเธออยากเข้มแข็งขึ้น อันดับแรกเลย จิตใจของเธอต้องเข้มแข็งก่อน แล้วก็ต้องดูสาเหตุว่าทำไมเธอถึงชอบโดนเพื่อนแกล้ง จากนั้นเราก็ต้องเข้มแข็งและอย่ากลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับคนเหล่านั้น ยิ่งถ้าเธอกลัว คนพวกนั้นก็จะยิ่งได้ใจนะ"คาร่าหยิบยาที่เตรียมไว้เททิ้งลงถังขยะ ไม่รู้ทำไมเธอถึงตัดสินใจที่จะไม่ฆ่าตัวตาย เพียงแค่เธอคิดว่าถ้าอิ่มเอมกลับมาแล้วไม่เห็นหน้าเธออีกตลอดกาล เพื่อนที่เธอรักจะต้องเสียใจมากแน่ ๆ"ไอติมมาแล้ว" อิ่มเอมหิ้วถุงไอติมและขนมหวานมาถุงใหญ่
สองวันต่อมาอิ่มเอมก็มาโผล่ที่ต่างจังหวัดจนได้เพราะเธอก็รู้สึกผิดที่เป็นฝ่ายตีตัวออกห่างจากเพื่อนแบบนี้ ท่ามกลางสายตาที่ไม่พอใจของเพื่อนคาร่าที่มาด้วยอีกสามคน คนเหล่านั้นก็ทำได้แค่เพียงเขม่นมองดูด้วยสายตาไม่พอใจเท่านั้น เพราะไม่สามารถขัดความต้องการของคาร่าได้"คิดถึงเธอจังเลยอิ่มเอม สามวันนี้เรามาสนุกกันให้สุดเหวี่ยงไปเลยนะ""คาร่า…เธอเป็นอะไรไปหรือเปล่า ถึงเราจะไม่ได้เจอกันบ่อย แต่ฉันก็พอจะดูออกนะว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจ""ก็นิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวให้แม่บ้านเอาของไปไว้ที่ห้องก่อน เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง คืนนี้เธอนอนกับฉันได้ไหม""ได้สิ เรื่องแค่นี้เอง งั้นเราขึ้นไปกันเถอะ" อิ่มเอมมองตามเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่ไม่ได้ติดต่อกันมาสักพักใหญ่ เธอก็ไม่รู้เลยว่าจิตใจของคาร่าในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง"คาร่า เล่นน้ำค่อยเล่นพรุ่งนี้ได้ไหม ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอเยอะเลย""ไม่รู้ว่าเพื่อนฉันจะโอเคหรือเปล่าน่ะสิ งั้นเดี๋ยวฉันลองไปถามดูก่อนนะ""ไม่ต้องหรอกคาร่า เดี๋ยวฉันไปถามเอง ห้องของเพื่อนเธออยู่ข้าง ๆ นี่เองใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวฉันไปบอกให้นะ เธอนั่งรอก่อนเถอะ"อิ่มเอมเคาะประตูห้องสองครั้ง แล้วก็เป็น
"พี่ว่าไงนะคะ พี่โอบกับพี่หญิงจะแต่งงานกัน""ใช่…พี่คิดกันมาสักพักแล้วล่ะ พี่กับหญิงก็ดูใจกันมานานแล้ว ตอนแรกพี่ก็กลัวว่าหญิงจะใจตรงกันกับพี่หรือเปล่า จะรังเกียจที่พี่ต้องพิการแบบนี้ จะเป็นภาระกับคนที่พี่รักไหม แต่ตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่พี่จะต้องบอกเอมสักที""เป็นข่าวดีในรอบที่สองของวันเลยค่ะพี่ หนูดีใจมากเลยที่พี่ทั้งสองจะแต่งงานกัน แต่ว่าพี่หญิงคะ การที่พี่แต่งงาน นั่นก็หมายถึงพี่ต้องดูแลพี่ชายหนูแบบนี้ไปตลอดเลยนะคะ จะทำให้พี่ลำบากหรือเปล่า พี่โอเคหรือเปล่าคะ""รู้สิ พี่รู้ว่าถ้าแต่งงานแล้วพี่ต้องทำอะไร พี่ชายเอมไม่ได้พิการถึงขั้นที่ว่ารักษาไม่ได้สักหน่อย เดี๋ยวถ้าพี่หาเงินได้มากพอ พี่ค่อยพาพี่ชายเอมไปทำกายภาพบำบัดก็น่าจะดีขึ้นนะ หมอที่ดูแลก็บอกอยู่ไม่ใช่หรือไงว่าถ้าได้รับการรักษาและทำกายภาพบำบัดแล้ว ก็มีโอกาสกลับมาหายเป็นปกติน่ะ""ก็ใช่ค่ะ แต่ว่าหนูไม่อยากให้พี่หญิงลำบากเพราะหนูเกรงใจ""เอมคิดว่าถ้ามันลำบากจริง พี่จะยอมแต่งงานกับพี่ชายเอมหรือไง การที่พี่ตัดสินใจแบบนี้ นั่นก็หมายถึงพี่ยอมรับทุกอย่างในตัวของพี่ชายเอมได้ เพราะฉะนั้นอย่าห่วงเลย ส่วนเอมก็ใกล้จะเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว จะได้
"ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอจะพูดอะไร แต่ถ้าเธอคิดจะเล่นกับฉัน ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือนล่ะ" แขนแกร่งออกแรงกอดรัดอิ่มเอมแน่นกว่าเดิมจนเธอรู้สึกอึดอัด เธอรับรู้ได้ถึงแรงมหาศาลของเขาว่ามันน่ากลัวแค่ไหนเพราะเธอไม่สามารถที่จะขยับหนีไปไหนได้เลยแม้แต่นิดเดียว"อิ่มเอม เธอไปอยู่ที่ไหนเนี่ย" คาร่าตะโกนหาเพื่อนสนิทพลางกวาดสายตาไปทั่วบริเวณงานด้วยความเป็นห่วง"ฉันเตือนเธอแล้วนะ ถ้าอยากจะลองดีก็ลองดู จะได้รู้ว่าฉันพูดจริงหรือแค่ขู่ ถ้าคิดจะท้าทายคนอย่างฉันก็ลองดู ไปได้ละ! น้องสาวฉันตามหาเธออยู่" มือหนาผลักร่างนุ่มออกจากตัวอย่างแรงจนอิ่มเอมฟุบลงไปกองกับพื้นสนามหญ้า เพราะเขาไม่คิดที่จะยั้งมือผลักเธอออกไปแบบนั้นเลยแม้แต่น้อยอิ่มเอมรีบทำสีหน้าให้เป็นปกติ ทั้ง ๆ ที่เธอแทบหัวใจหยุดเต้นเมื่อได้เห็นสายตาคมดุของพี่ชายเพื่อน สายตาที่ดุดัน แข็งกร้าว จนแทบจะเชือดเฉือนเธอไปทั้งตัวแบบนั้น"อิ่มเอม เธอไปที่ไหนมาเนี่ย ฉันเป็นห่วงแทบแย่""ฉันเดินเล่นดูบรรยากาศรอบ ๆ แถวนี้น่ะ""งั้นเรามานั่งกันเถอะ นี่อิ่มเอม เราก็ไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ ฉันอยากรู้จังว่าเธอจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ไหน" ทั้งสองเดิน
อิ่มเอมที่กำลังคิดถึงช่วงเวลาที่ทำให้ได้รู้จักกับคาร่าอยู่เพลิน ๆ ก็สะดุ้งโหยงเมื่อโดนเพื่อนสะกิดที่แขน"ถึงแล้วนะ เหม่ออะไรอยู่ล่ะอิ่มเอม""อ้อ...ขอโทษนะ ฉันคิดอะไรเพลิน ๆ ไปหน่อย โอ้โห...นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมงานมันถึงได้ใหญ่โตขนาดนี้ล่ะ"ตรงหน้าคฤหาสน์หรูหลังใหญ่สไตล์ยุโรปบนพื้นที่ส่วนตัวในพื้นที่เกือบสองไร่ ตรงลานน้ำพุรูปมังกรสีทองตรงหน้าทางเข้าตัวคฤหาสน์ ได้ตกแต่งสถานที่จัดงานเลี้ยงสุดยิ่งใหญ่อลังการ สมกับเป็นงานเลี้ยงของลูกสาวคนเดียวของตระกูลดังที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจมากมาย"เธอก็มาบ่อยแล้วนะ ยังไม่ชินอีกหรือไง""อย่าพูดคำว่าชินสิ ฉันไม่ชินกับอะไรที่ยิ่งใหญ่แบบนี้หรอก ต่อให้มาสิบครั้งร้อยครั้ง ฉันก็ตื่นเต้นทุกครั้งแหละที่ได้มาบ้านของเธอ""งั้นเดี๋ยวเราไปที่งานกันเลยเถอะ คนน่าจะมาเยอะแล้วดูสิ งั้นเราไปนั่งโต๊ะตรงโน้นกัน แต่ว่าเธอนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปทักทายแด๊ดกับคุณแม่ก่อน""ได้สิ" อิ่มเอมมองตามหลังของเพื่อนสาวไป พอเดินเข้าไปที่งาน ทุกคนต่างก็รุมล้อมพร้อมกับมอบของขวัญราคาแพงให้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเดียวกันกับคาร่า เพราะสวมชุดนักเรียนนานาชาติเหมือนก







