แชร์

บทที่ 5

last update วันที่เผยแพร่: 2025-11-03 18:49:00

หลังอิงหลิวเดินออกจากหอประมูล นางก็ตัดสินใจหยุดซื้อเสบียงอาหารแห้งเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งน้ำดื่มจำนวนไม่น้อย โดยจ่ายเงินให้ไปส่งที่โรงเตี๊ยมที่นางใช้พักอาศัยอยู่ ระหว่างที่นางกำลังจะเดินกลับโรงเตี๊ยม อิงหลิวสังเกตเห็นตำราที่วางขายในร้านหนังสือ ที่จริงแล้วตำราเล่มนั้นไม่ได้มีอะไรโดดเด่น แต่ชื่อตำราที่ปรากฏบนหน้าปกกลับดึงดูดความสนใจนาง

“ว่าด้วยเรื่องรากวิญญาณกับดินแดนที่เล่าขาน เหรอ น่าสนใจดี” อิงหลิวรีบเดินเข้าร้านหนังสือจ่ายเงินซื้อตำราทั้งสองเล่มทันที

ภายในห้องพักเวลานี้เต็มไปด้วยเสบียงอาหารแห้งและน้ำสะอาดจำนวนมากที่นางจ้างให้คนนำมาส่ง หลังตรวจนับเรียบร้อยนางก็จัดการเก็บของที่นางซื้อทั้งหมดเข้าจี้หยก

“ใช่ลืมไปเลย ระบบสุ่มวงล้อ” สิ้นเสียงของนาง วงล้อที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าก็เริ่มหมุนทันที ก่อนที่จะเริ่มช้าลงจนหยุดที่พื้นหลังสีขาว

“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับชุดอาหารอิ่มคุ้ม จำนวน 5 ชุด โดยหนึ่งชุดประกอบด้วย หมั่นโถว 3 ลูก ขนมจีบ 5 จาน ไหสุราดอกท้อ 1 ไห”

“กำลังต้องการเสบียงอยู่เลย” นางนึกอย่างยินดี ก่อนจะตัดสินใจนอนพักอีกสักคืน คิดว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยออกเดินทางจะดีกว่า

ในอีกมุมหนึ่งของเมือง กลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนไม่น้อยรวมตัวกันในบ้านเช่า พวกเขาต่างมีกลิ่นโลหิตแฝงอยู่ แม้จะทำความสะอาดร่างกายไปแล้วก็ตาม แต่กลิ่นอายของการเข่นฆ่าราวกับซึมลงในจิตวิญญาณของพวกเขาไปแล้ว

“เจ้าแน่ใจนักว่าข่าวที่เจ้าได้ยินมาไม่ผิด” เสียงเย็นของชายในชุดดำดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้า เจ้าก็ไม่ต้องฟัง แต่ข้ามั่นใจว่าอีกสองวันสมบัติพวกนั้นจะถูกนำเข้าประมูล” เสียงของผู้ที่ไปสืบข่าวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงละโมบ สมบัติวิเศษที่ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นในดินแดนนี้ ไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็เป็นของล้ำค่า น่าเสียดายที่ไม่อาจสืบได้ว่าใครเป็นเจ้าของคนแรก ไม่อย่างนั้นก็จะสามารถประหยัดเงินได้เยอะเลยทีเดียว

“ระบบ สุ่มวงล้อ” อย่างแรกที่โจวอิงหลิวตื่นขึ้นมาคือการสุ่มวงล้อเป็นอย่างแรก เพราะมันน่าเสียดายหากนางเสียโอกาสในการสุ่มไป

“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับอุปกรณ์ปฐมพยาบาลธรรมดา จำนวน 1 กล่อง”

“ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย” อิงหลิวนึกพลางจัดเก็บของทุกอย่าง เตรียมออกจากโรงเตี๊ยม

“คุณหนูขอรับ ม้าที่ท่านซื้อเมื่อวานพร้อมแล้วขอรับ ส่วนเสบียงของม้าสำหรับหนึ่งเดือนก็ถูกเตรียมไว้แล้วเช่นกัน เชิญคุณหนูตรวจสอบดูได้ขอรับ” เสี่ยวเอ้อที่ถูกนางวานให้ทำธุระให้รีบเดินตรงมาหานางทันที

“ขอบใจเจ้ามาก นี่ รางวัลของเจ้า” อิงหลิวมอบก้อนเงินให้ไปสามก้อน ซึ่งว่าเป็นเงินเดือนสำหรับพวกเขาถึงสามเดือนเลยทีเดียว

“ขอบคุณมากขอรับ คุณหนู”

ม้าสีขาวสะอาดตาวิ่งออกไปด้วยความเร็วคงที่ อิงหลิวที่กระชับบังเหียนบังคับม้าพร้อมโน้มตัวไปข้างหน้า สายลมที่ปะทะหน้าทำให้นางรู้สึกถึงความเป็นอิสระไม่น้อย ในระหว่างทางนางบังเอิญเจอคนคุ้นเคยอย่างนายท่านเสิ่นและผู้คุ้มกันคนอื่น ทว่าพวกเขากลับไม่ทันสังเกตเห็นนาง แม้จับใจความไม่ค่อยได้ว่าพวกเขากำลังพูดอะไรกัน แต่นางได้ยินบางคำที่นางคุ้นเคยอย่างดี

“รากวิญญาณสวรรค์ และ ตระกูลจางแห่งแคว้นชิงไห่” อิงหลิวพยายามนึกถึงเรื่องในอดีตที่นางอาจตกหล่น นางพอทราบมาบ้างว่าตระกูลจางของแคว้นชิงไห่เป็นตระกูลที่ครอบครองสมุนไพรมากมายเป็นลำดับต้น ๆ และเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในกลุ่มผู้บ่มเพาะ แต่แล้วเกี่ยวอะไรกับรากวิญญาณสวรรค์ล่ะ หรือในตระกูลมีผู้ที่ครอบครองรากวิญญาณสวรรค์เกิดขึ้นมา

“ช่างมันเถอะ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราเสียหน่อย” นางส่ายหัวเล็กน้อยไล่ความคิดพวกนั้นออกไป ก่อนจะควบคุมสมาธิบังคับม้าให้วิ่งไปข้างหน้า

“คืนนี้พักที่นี่แล้วกัน ยังมีชาวบ้านธรรมดาอีกสี่ถึงห้าครอบครัว ค่อนข้างปลอดภัยเลยทีเดียว” อิงหลิวกวาดสายตาสำรวจสภาพโดยรอบของจุดพักม้า มีครอบครัวของชาวบ้านธรรมดาสี่ถึงห้าครอบครัว นอกนั้นเป็นผู้บ่มเพาะของสำนักผู้ฝึกอสูรหากถามว่าทำไมนางถึงรู้ ก็ดูสัตว์อสูรหน้าตาน่าเกรงขามที่นอนเอนตัวข้างกายผู้เป็นนาย และตราสำนักที่ติดบนหน้าอกเสื้อของผู้บ่มเพาะคนนั้น ดูเท่านี้นางก็รู้แล้ว ว่าเป็นคนของสำนักไหน

ในระหว่างที่อิงหลิวกำลังจัดเตรียมที่พัก สายตาของนางก็เห็นความหวาดระแวงที่ฉายชัดในแววตาของชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ยังไม่ทันที่นางจะทันได้หาคำตอบ ขบวนรถม้าก็เคลื่อนตรงมาทางจุดพักม้า

“ผู้บ่มเพาะเหรอ มาเป็นสำนักเสียด้วย”

“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนจากสำนักวิหคอมตะ ยินดีที่ได้พบทุกท่าน” เสียงที่ดังขึ้นจากกลุ่มของผู้บ่มเพาะสำนักผู้ฝึกอสูร ทำให้ทุกคนรู้ได้ในทันที ว่านั่นเป็นขบวนรถม้าของสำนักใด

สำนักวิหคอมตะเป็นสำนักที่แตกต่างจากผู้บ่มเพาะอื่น เพราะทั้งวิชาในการบ่มเพาะ เครื่องแต่งกาย และอาวุธประจำตัว ต่างหรูหราและดูล้ำค่ามากกว่าสำนักอื่น

“ช่างบังเอิญเสียจริงที่ได้พบศิษย์ของสำนักอสูรคำราม พวกเจ้าออกมาล่าสัตว์อสูรหรือ?” เสียงเย็นสบายดังตอบกลับจากภายในรถม้า ก่อนที่เจ้าของเสียงจะก้าวออกมาอย่างช้า ๆ

“แค่พาเด็กใหม่ออกล่าสัตว์อสูรเท่านั้น แล้วท่านล่ะ คุณชายเว่ยเช่นท่าน มาทำอะไรในที่แบบนี้กัน” ศิษย์ของสำนักอสูรคำราม ผู้บ่มเพาะระดับสร้างฐาน กู่อี้หยาง ถามกลับด้วยความสงสัย แถวนี้มีแต่ป่าทึบ และไม่มีอะไรที่สามารถดึงความสนใจของคนในสำนักวิหคอมตะได้

“พวกศิษย์น้องอยากไปแคว้นหนานไห่น่ะ ได้ข่าวว่ามีทรัพยากรล้ำค่าที่เพิ่งได้จากทะเล ทั้งงดงามและหายาก ก็เลยต้องรีบออกเดินทาง” คุณชายเว่ย เว่ยหลาน ตอบกลับสหายต่างสำนัก ก่อนจะสั่งงานศิษย์ใหม่ให้เตรียมที่พักภายในคืนนี้

อิงหลิวที่เตรียมที่พักสำหรับคืนนี้เรียบร้อยแล้ว ก็กระชับเสื้อคลุมที่ปกปิดตั้งแต่เส้นผมจนถึงปลายเท้า ก่อนจะย่อตัวลงนั่งบนผ้าที่รองไว้ แม้นางจะทำด้วยท่าทีเรียบง่าย แต่เครื่องประดับบนเสื้อคลุมก็ยังคงส่องประกายออกมา

“เสื้อคลุมนั่น ช่างงดงามนะ” เสียงพูดคุยของศิษย์หญิงภายในสำนักวิหคอมตะดังขึ้น ก่อนที่สายตาอีกหลายคู่จะจับจ้องมาทางหญิงสาวเจ้าของเสื้อคลุม

“เจ้าว่าหญิงนางนั้นเป็นผู้บ่มเพาะเหมือนพวกเราหรือไม่”

“ข้าว่าน่าจะเป็นผู้บ่มเพาะ เสื้อคลุมนั่นงดงามและมีความสามารถแฝงอยู่ อาจจะเป็นสมบัติวิเศษด้วยซ้ำ ไม่สังเกตหรือในตอนแรกพวกเราแทบจะจับสัมผัสถึงตัวตนของหญิงนางนั้นไม่ได้เลย จนกระทั่งศิษย์พี่หญิงเอ่ยออกมา” ศิษย์หน้าใหม่เอ่ยความคิดของตนออกมา

“ก็จริงนะ ข้าแทบจะสัมผัสตัวตนของหญิงผู้นั้นไม่ได้ อาจจะเป็นผู้อาวุโสหญิงจากสำนักอื่นที่ออกมาหาประสบการณ์ภายนอกก็ได้ ข้าว่าอย่าได้เข้าไปก่อเรื่องเลยจะดีกว่า”

“ใช่ ๆ ข้าเห็นด้วย ครั้งนี้พวกเรามีแค่ศิษย์พี่เว่ยเท่านั้น หากมีเรื่องจริงข้าไม่อยากจะคิด”

“ระบบ สุ่มวงล้อ” ทันทีที่อิงหลิวตื่นขึ้นมา นางก็นึกถึงการสุ่มวงล้อเป็นลำดับแรก

“ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับสมบัติวิเศษ เสื้อผ้าตามฤดูกาล ฤดูกาลละ 3 ชุด มีทั้งหมดสามฤดู ฤดูหนาว ฤดูร้อน ฤดูฝน”

“ข้าก็คิดแล้วว่าลืมเตรียมอะไรมา ที่แท้ก็เสื้อผ้าไว้ผลัดเปลี่ยนนี่เอง ที่มีอยู่ในจี้หยกก็มีเพียงไม่กี่ชุดเท่านั้น” อิงหลิวนึกดีใจเล็กน้อย สำหรับหญิงสาวเช่นนางย่อมสนใจของสวย ๆ งาม ๆ อยู่แล้ว ยิ่งเสื้อผ้าที่เพิ่งได้มาก็งดงามเตะตาไม่น้อย ทั้งยังสามารถใช้งานได้ทันที ไม่ต้องไปเย็บใหม่ให้ยุ่งยาก

หลังอิงหลิวจัดการอาหารเช้าเสร็จนางก็ลุกขึ้นจัดเก็บสัมภาระของตนก่อนจะบังคับม้าเดินทางต่อทันที ตามแผนที่ที่นางซื้อมา ต้องผ่านเมืองเล็ก ๆ อีกสองสามเมืองจึงจะเข้าเขตของป่าใหญ่ที่ทอดยาวกั้นกลางดินแดน และภายในป่านั้นก็มีสำนักอสูรคำรามตั้งตระหง่านอยู่

“กว่าจะถึงเมือง ก็คงจะเย็นพอดี” อิงหลิวตัดสินใจที่จะพักในเมือง เพราะเมื่อคืนนางไม่กล้าที่จะหลับสนิททำให้วันนี้ร่างกายของนางเหนื่อยล้ามากกว่าครั้งไหน ๆ

เวลาผ่านไปราว ๆ เกือบเดือน อิงหลิวก็สามารถพาตัวเองมายืนอยู่หน้าทางเข้าป่าใหญ่ ในช่วงเช้าของทุก ๆ วัน อย่างแรกที่นางทำคือการสุ่มวงล้อทุกวันโดยไม่ขาดเลยสักครั้ง จนตอนนี้นางมีของเพียงพอที่จะใช้ตั้งตัวได้แล้ว

“เอาล่ะ ทานโอสถป้องกันพิษเรียบร้อย ดีนะที่สุ่มได้ในวันนี้พอดี” โอสถป้องกันพิษที่นางทานในครั้งนี้ เป็นโอสถที่คนธรรมดาก็สามารถรับเข้าร่างได้ และแน่นอนว่าผู้บ่มเพาะก็เช่นกัน แต่ราคาต่อเม็ดนั้นก็แทบขูดเลือดขูดเนื้อเลยทีเดียว แม้กระทั่งผู้บ่มเพาะก็แทบจะกัดฟันที่จะใช้ในแต่ละครั้ง

“โฮสต์ มีภารกิจเข้ามา

ช่วยเหลือผู้บ่มเพาะที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายใน 1 ชั่วยาม

รางวัล : คะแนนสะสม 300 คะแนน

บทลงโทษ : ผู้บ่มเพาะผู้นั้นตาย , โฮสต์จะไม่สามารถใช้งานระบบได้เป็นจำนวน 3 วัน”

“มีบทลงโทษด้วยเหรอเนี่ย ได้ ระบบนำทางเลย”

“รับทราบโฮสต์”

อิงหลิวปล่อยม้าที่ซื้อมาให้เป็นอิสระ ก่อนจะรีบเดินไปตามทางที่ระบบนำทาง ระยะทางก็เริ่มไกลขึ้นเรื่อย ๆ จากหน้าทางเข้า แสงสว่างก็เริ่มริบหรี่ลงเรื่อย ๆ จนอิงหลิวคิดว่าหากนางต้องเดินทางคนเดียวโดยไม่มีระบบ นางคงไม่กล้าก้าวเท้าเข้ามาในป่าทึบแบบนี้แน่

“กลิ่นเลือดนี่ ไม่น่าจะได้รับบาดเจ็บคนเดียวแน่” นางนึกในใจ ก่อนจะรีบเพิ่มความเร็วตรงไปข้างหน้า จนเห็นกลุ่มคนคุ้นหน้าที่กำลังพิงต้นไม้ด้วยใบหน้าขาวซีด

“ดูแล้วไม่ได้ถูกพิษ แค่ได้รับบาดเจ็บภายนอกเท่านั้น แต่ว่าทำไมถึงได้มีอาการเช่นนี้ ข้ายิ่งไม่ใช่หมอเสียด้วย” อิงหลิวเริ่มเคร่งเครียดหลังเห็นสภาพคนบาดเจ็บตรงหน้า

“โฮสต์ ได้เข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกตน และฝึกฝนเป็นแพทย์โอสถแล้ว อย่าได้มีท่าทีแบบนั้น” ระบบรีบส่งเสียงเตือนให้โฮสต์ของตนสำรวมท่าทีให้เหมาะสมกับฐานะแพทย์โอสถในอนาคต

“ข้ารู้แล้ว ระบบว่าโอสถฟื้นฟูระดับสามในมือของข้า สามารถรักษากลุ่มคนตรงหน้าได้ไหม” อิงหลิวนึกถึงโอสถฟื้นฟูระดับสามที่นางสุ่มได้เมื่อหลายวันก่อน ถึงอย่างไรตอนนี้นางก็ไม่สามารถใช้โอสถพวกนั้นได้อยู่แล้ว ต้องรอจนกว่านางจะได้รากวิญญาณคืนมาเสียก่อนจึงจะเข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกตน

“สมบัติวิเศษ โอสถ ตำรา มีการแบ่งระดับ ตั้งแต่ระดับที่หนึ่งถึงระดับที่เจ็ด สูงกว่านั้นโฮสต์ยังไม่ต้องรู้ ระดับที่ 1 การจะได้พบก็ค่อนข้างยาก แต่ถ้ามีเงินและอำนาจมากพอก็สามารถหามาครอบครองได้ ส่วนระดับที่ 2 ส่วนใหญ่ผู้ที่ครอบครองต่างเป็นผู้มีอำนาจและฐานะที่มั่นคง การจะตัดสินใจใช้สมบัติวิเศษหรือโอสถระดับที่ 2 สำหรับพวกเขาก็ราวกับกรีดเลือดกลืนเนื้อตัวเอง ไม่ต้องพูดถึงระดับที่ 3 ที่อยู่ในมือของโฮสต์ ความสามารถและคุณค่าของมันก็สมควรที่เรียกว่าโอสถระดับ 3 แค่เพียงพวกเขาทานเข้าไป บาดแผลพวกนั้น และพลังวิญญาณก็จะฟื้นฟูกลับมาเต็มเปี่ยม ไม่แน่บางคนอาจจะสามารถทะลวงขั้นบ่มเพาะ สูงขึ้นไปอีกหนึ่งขั้นเลยทีเดียว”

“หายากเหรอ ข้าเข้าใจแล้ว ขอบใจมากนะระบบ” อิงหลิวมองขวดโอสถต่าง ๆ ที่ได้สุ่ม แม้โอสถระดับสามจะสุ่มได้น้อยกว่าโอสถระดับอื่น แต่จำนวนที่น้อยที่ว่า ก็มีมากกว่าโอสถระดับอื่นนั้นถึง สองร้อยเม็ด ดูท่าแล้ว นางจะโชคดีในการสุ่ม

อิงหลิวมองบุรุษตรงหน้าที่หากนางจำไม่ผิด รู้สึกจะมีชื่อว่า เว่ยหลาน คุณชายเว่ยสินะ ที่ศิษย์ของสำนักอสูรคำรามเรียก

“ท่านช่วยข้าไว้เหรอ ขอบคุณท่านมาก” ทันทีที่ เว่ยหลานได้สติก็รีบก้มหัวขอบคุณคนตรงหน้าทันที เขาจำเสื้อคลุมที่คนตรงหน้าใส่ได้ รู้สึกศิษย์น้องของเขาจะเรียกว่า ผู้อาวุโสหญิง ตอนแรกเขาไม่มั่นใจว่าคนผู้นั้นจะมีฐานะเป็นผู้อาวุโส แต่ดูจากวันนี้ เสื้อผ้าที่สวมใส่และเสื้อคลุมต่างก็เป็นสมบัติวิเศษทั้งนั้น ทั้งโอสถที่เขาเพิ่งทานเข้าไปก็เป็นถึงโอสถระดับสาม อาจจะไม่ใช้ผู้อาวุโสธรรมดาเสียแล้ว

“ไม่เป็นไร เจ้าเอาโอสถที่เหลือไปแจกจ่ายให้กับศิษย์น้องของเจ้าเถอะ รีบหน่อยก็ดีอาการบางคนเริ่มทรุดหนักแล้ว” อิงหลิวนึกสับสนเล็กน้อยกับสายตาที่ฉายแววเคารพเทิดทูนนาง แต่นางก็ไม่สนใจอะไร ในหัวของนางตอนนี้กำลังรอฟังว่าภารกิจของนางสำเร็จหรือไม่

“สำเร็จภารกิจ ยินดีด้วย โฮสต์มีคะแนนสะสม + 300 แต้ม”

“สำเร็จสักที ระบบตรวจดูสถานะ” อิงหลิวรีบตรวจดูสถานะของตนทันที

“โฮสต์: โจวอิงหลิว

ระบบ : 1

ระดับ : คนธรรมดา (รอระบบแม่ส่งมอบรากวิญญาณ)

ค่าประสบการณ์ : 0/500

คะแนนสะสม : 300

แนวทางบ่มเพาะ : แพทย์โอสถ (กำลังดำเนินการ)

สถานะ : ปกติ”

“ดีจริงอีกแค่สองร้อยคะแนน ระบบก็จะเลื่อนระดับได้อีกครั้ง” อิงหลิวคิดถึงรางวัลที่นางจะได้ในการเลื่อนระดับของระบบ อย่าได้คิดว่านางเห็นแก่ตัวเชียว การที่ต้องอยู่คนเดียวและพึ่งพาได้แต่ตัวเองเท่านั้น ทั้งยังไม่มีกำลังจะปกป้องตัวเองได้ การไขว่คว้าหาพลังเป็นหนทางเดียวที่จะสามารถรับรองความปลอดภัยของตัวเอง

“ขอบคุณผู้อาวุโสมากนะเจ้าคะที่ช่วยเหลือพวกเรา” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นตรงหน้า เรียกความสนใจอิงหลิวจากการนั่งอ่านสถานะของตน

“ไม่เป็นไร พวกเจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว ข้าขอตัวก่อนล่ะ” อิงหลิวที่เพิ่งได้ยินคำเรียกขานของตัวเองจากปากผู้อื่น ก็รีบขอแยกตัวออกมาทันที ผู้อาวุโสเหรอ พวกนางคิดว่าข้าเป็นผู้อาวุโสเหรอ ทั้งที่ข้าก็ไม่เคยเปิดเผยโฉมหน้าใต้เสื้อคลุมให้ใครเห็น ยกเว้นชายชราในโรงประมูล

“พวกเขาเข้าใจผิดว่าท่านเป็นผู้อาวุโส เพราะเสื้อผ้า เสื้อคลุม และโอสถที่ท่านใช้เมื่อสักครู่ ผู้บ่มเพาะธรรมดาไม่มีสิทธิ์ที่จะครอบครองได้ ยิ่งคนธรรมดายิ่งไม่มีสิทธิ์ ท่านที่ครอบครองสิ่งของระดับนั้นจึงกลายเป็นผู้แข็งแกร่งในสายตาคนนอกไปแล้ว” เสียงระบบอธิบายให้นางฟัง

“ไม่มีผลเสีย มีแต่ผลดี ก็แล้วไปเถอะ รีบเดินทางดีว่า ใกล้จะถึงแคว้นหนานไห่แล้วด้วย” อิงหลิวคิดอย่างยินดี ก่อนจะรีบเร่งความเร็วไปข้างหน้า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 474

    “นั่น เทพทั้งห้า? บรรพบุรุษของข้าไม่ใช่หรือ?” อิงหลิวเอ่ยขึ้นด้วยความไม่มั่นใจ“โฮสต์ครับ ระบบเคยอธิบายเรื่องจักรวาลที่โฮสต์อาศัยอยู่ไปแล้วใช่ไหมครับ? แล้วโฮสต์จำเรื่องของจักรวาลพวกนั้นได้ไหมครับ?” ระบบตัวน้อยถามขึ้นหลังเห็นโฮสต์ของตนเกิดความสงสัย“ข้าจำได้ หรือว่า!?” อิงหลิวเผยแววตาที่เปล่งประกายออ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 473

    บทที่ 223ร้านค้ามิติเลื่อนระดับ? ( จบภาค 4 )“ตัวข้า อิงหลิว ขอร้องการตัดสินจากเบื้องบน ดวงวิญญาณของตัวตนตรงหน้านั้นมีความผิดที่ไม่สามารถจะมองข้ามได้ การกระทำในอดีตนับพันปี หมื่นปีที่กระทำต่อทุกสรรพชีวิต ทั้งเข่นฆ่า ช่วงชิง ข่มขู่ทารุณและทรมานเหล่าผู้ที่ไร้ซึ่งทางสู้กลับ แม้จะเป็นการกระทำปกติของผู้

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 472

    “ภารกิจฉุกเฉินในฐานะผู้เป็นมหามิตรแห่งธรรมชาติ ตัวตนที่ก้าวเดินบนเส้นทางการเข่นฆ่าและช่วงชิงลมหายใจของสรรพชีวิต คือ สิ่งที่ผู้เป็นมหามิตรไม่อาจจะมองข้ามได้ เสียงร่ำไห้ของเหล่าจิตวิญญาณที่ล้มตายไปอย่างอยุติธรรมดังก้องถึงการดำรงอยู่ของธรรมชาติ โปรดปลดปล่อยดวงวิญญาณเหล่านั้น และชะล้างกลิ่นอายโลหิตที่ไ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 471

    บทที่ 222เทพเจ้าแห่งความงาม ปาเหม่ยอิง!อิงหลิวและเฟิ่งหย่ามองกลุ่มคนตรงหน้าที่ปล่อยจิตสังหารออกมาครอบคลุมทั่วบริเวณ ทั้งยังแฝงด้วยกลิ่นอายกดดันหมายจะคร่าชีวิตพวกนางด้วยแววตาเรียบเฉย“ช่างไม่รู้จักเจียมตัว!” เฟิ่งหย่าเปิดปากขึ้น ก่อนจะก้าวเท้าไปตรงหน้าหนึ่งก้าว โดยดันให้ผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวของตนไ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 470

    ...ในขณะที่พวกของซือหลิวรุ่นหานต้องพบเจอกับการไล่ล่าของกลุ่มสัตว์อสูร พวกของจีหวงหมิงและสำนักเพลิงวิหคนั้นก็ต้องเผชิญสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน แต่เปลี่ยนจากการหลบหนีสัตว์อสูรเป็นหนีการไล่ล่าของเหล่าผู้บ่มเพาะจากมิติอื่นแทน เพราะพวกเขานั้นดันไปรับรู้ถึงแผนการของคนพวกนั้น! ทั้งยังเป็นแผนการเลวร้ายที่จ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 469

    บทที่ 221บันทึกต้นกำเนิด สมบัติวิเศษระดับเทพ...“เทพห้าตนเหรอ? หมายความว่าอย่างไรหลานข้า” เฟิ่งหย่าที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั้นเอ่ยปากถามขึ้นหลังได้ยินคำเรียกที่ค่อนข้างแตกต่างจากที่นางรู้จัก หากเป็นเทพเจ้า นางย่อมรู้ดี เพราะมารดาของนางก็เป็นผู้ที่ถูกเรียกว่าเทพเจ้า แต่ เทพ? ตัวตนนั้นคล้ายคลึงกับเทพเจ้าหรื

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 300

    “ไม่จริง! เทพเจ้าที่ประจำอยู่ที่นี่ คือ คนของตำหนักเม...” อิงหลิวกวาดสายตาอ่านบรรทุกหน้าสุดท้ายอีกครั้ง และพบว่านางจำประโยคนั้นได้อย่างแม่นยำ“หยุนชิง สิ่งที่บันทึกในเล่มนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาประมาณเก้าหมื่นปีถึงแสนปีที่ผ่านมา คนที่ชื่อเฟยจิวหรงบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับตัวตนของเทพเจ้าไว้ แต่ว่า...เจ้าล

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-01
  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 306

    “ภาพต่อไป คือ มิติแยกส่วนทั้งหมดของมิติแยกที่สาม ซึ่งเคยเป็นมิติที่โฮสต์อาศัยอยู่ในชาติภพก่อน โฮสต์โปรดสังเกตดู เพราะมิติแยกย่อยทั้งหมดนั้น เกือบไม่มีกระแสค้ำจุนแล้ว”บทที่ 146พลังทั้งสามของมิติแยกทั้งสาม “มิติที่ข้าเคยอยู่เหรอ!?” อิงหลิวอดไม่ได้ที่จะเผยความตื่นเต้นออกมา เป็นเวลาเกือบสิบเก้าปีแล้ว

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-01
  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 293

    “ผู้คุ้มกันพวกนั้นเป็นคนของผู้อาวุโสห้าของตระกูลโจว เดิมทีพวกนั้นก็ไม่ได้เต็มใจจะเดินทางมาที่นี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ต้องแปลกใจไป หากว่าพวกมันจะกล้าก่อเรื่องที่นี่ ทั้งยังหมายจะยึดเอาสมบัติวิเศษชิ้นนี้ไปอีก” หลี่เหมยอี้พูดต่อจากพี่สาวของตน ก่อนที่นางจะเข้าไปใกล้หญิงสาวทั้งสามที่มีศักดิ์เป็นหลานสาว

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-01
  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 304

    “มิติแยกย่อย ระดับแปด พงไพรสีชาด ประตูทางเข้าอยู่ใจกลางตระกูลเฟยแห่งแผ่นดินตอนบน ดินแดนซานซี มิติแยกที่สอง มิติแยกย่อยที่หกสิบ จักรวาลลำดับที่หนึ่ง โลกบ่มเพาะ แต่ด้วยถูกปิดตายนับแสนปี ปัจจุบันจึงยังไม่มีผู้ใดค้นพบ”“มิติแยกย่อย ระดับแปด เขาวงกตแห่งความตาย ประตูทางเข้าอยู่หลังตระกูลเฟิ่งบนดินแดนดาราฉ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-01
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status