공유

บทที่ 6

last update 게시일: 2025-11-03 18:51:54

หลังจากใช้เวลาเดินเท้าไม่กี่วันอิงหลิวก็เดินมาถึงชานเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับป่าทึบของแคว้นหนานไห่ นางมองดูความสงบเรียบง่ายที่อยู่ตรงหน้า

“มีคนมาใหม่อีกแล้ว” เสียงเล็ก ๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงที่สอง ที่สาม

“ใช่ ๆ ช่วงนี้มีคนมาเยือนหมู่บ้านเรามากขึ้นเรื่อย ๆ เลย” เสียงเด็กชายตอบกลับกลุ่มเพื่อนของพวกเขา ก่อนจะรีบจูงมือเด็กน้อยอีกคนหนึ่งให้เดินมาหลบหลังของตน

“นางจะไม่ลงมือกับพวกเราใช่หรือไม่ พี่ใหญ่” เสียงหวาดกลัวเล็ก ๆ ดังขึ้นจากด้านหลังของกลุ่มเด็กน้อย

“เกิดอะไรขึ้นกัน” อิงหลิวสังเกตสายตาหวาดระแวงที่ฉายชัดในแววตาของกลุ่มเด็ก ๆ ที่เกาะกลุ่มอยู่ไม่ไกลจากนาง แต่ที่นางแปลกใจมากกว่าคือสายตาของเด็กบางคนแฝงความเกลียดชัง มันไม่สมควรเป็นแววตาของเด็กทั่วไปด้วยซ้ำ

“ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่” นางลองมองสถานที่ตรงหน้าอย่างละเอียด มันดูสงบเรียบง่าย แต่มันจะสงบเกินไปหรือไม่ แทบไม่มีชาวบ้านเดินออกจากตัวบ้านเลย

“ภารกิจใหม่ถูกส่งมอบ โฮสต์โปรดตรวจสอบ

หมู่บ้านที่เคยเงียบสงบ ถูกโจรป่า (ผู้บ่มเพาะ 3 คน คนธรรมดา 10 คน) บุกยึดครอง พวกมันจับผู้ใหญ่บ้านและผู้หญิงเป็นตัวประกัน โฮสต์โปรดช่วยเหลือพวกเขา กำจัดโจรชั่ว คืนความสงบให้หมู่บ้าน

รางวัล : คะแนนสะสม +500 คะแนน

บทลงโทษ : หมู่บ้านถูกทำลาย ,หักคะแนนสะสมลงครั้งหนึ่ง”

“กลุ่มโจรป่ามีผู้บ่มเพาะสามคน กับพรรคพวกอีกสิบคน เยี่ยมจริง เผื่อระบบลืมนะ ข้ายังเป็นแค่คนธรรมดาอยู่” อิงหลิวรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที จำนวนคนมากกว่าสิบคนยังไม่รวมผู้บ่มเพาะอีกสามคนที่ยังไม่รู้ว่าบ่มเพาะถึงขั้นไหนแล้ว

“เดี๋ยวนะ หากจำไม่ผิด ศิษย์จากสำนักวิหคอมตะก็น่าจะเดินทางผ่านเมืองนี้พอดี” หลายวันก่อนนางเพิ่งช่วยพวกเขา ครั้งนี้ก็วานให้พวกเขาตอบแทนบุญคุณครั้งนั้นคืนก็แล้วกัน

อิงหลิวหยิบเอาอุปกรณ์พักค้างแรมออกจากจี้หยกเพื่อเตรียมสถานที่ในการนอนพักคืนนี้ เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นก็ลองเรียกกลุ่มเด็กที่ยังยืนเกาะกลุ่มอยู่ไม่ไกลนักมาถามถึงสถานการณ์ภายในหมู่บ้าน เด็กที่มีอายุมากที่สุดก็ไม่เกินสิบปี หลังอิงหลิวลองตั้งคำถามไปเรื่อย ๆ เด็กน้อยตรงหน้าก็เปิดปากตอบออกมาจนหมด

“นั่นหมายความว่า พวกโจรพวกนั้นมีคนที่อยู่เบื้องหลังที่คอยช่วยกันคนไม่ให้เข้ามาตรวจสอบหมู่บ้านนี้ พวกเจ้าพอรู้หรือไม่ว่าคนอยู่เบื้องหลังเป็นผู้บ่มเพาะหรือคนธรรมดา?” นางถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นความไม่แน่ใจฉายชัดออกมา

“ข้าว่าเป็นผู้บ่มเพาะนะ ข้าเคยเห็นเขาสร้างลูกไฟขนาดใหญ่ออกมา” เด็กน้อยคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยแววตาหวาดกลัว

“แต่ข้าไม่เคยเห็นเขาใช้พลังออกมาเลย บางครั้งเขายังเดินลุยน้ำขังเหมือนคนธรรมดาด้วยซ้ำ” เสียงเด็กอีกคนหนึ่งเอ่ยแย้งออกมา

“ไม่เป็นไร ๆ ข้าแค่ลองถามเท่านั้นอย่าได้ทะเลาะกัน ตอนนี้ก็เริ่มจะเย็นแล้ว พวกเจ้าหิวกันหรือยัง?” อิงหลิวที่พูดคุยกับกลุ่มเด็กน้อยตรงหน้าเป็นเวลานาน จนรู้ตัวอีกครั้งก็เริ่มหิวเล็กน้อย

อิงหลิวแสร้งหยิบเอากล่องอาหารจากภายในที่พัก แต่ในความเป็นจริงนางหยิบออกจากช่องเก็บของ ของระบบ ในชุดอาหารที่หยิบออกมาคือซาลาเปาไส้หมูสับและน้ำดื่ม โดยหนึ่งกล่องมีซาลาเปาลูกใหญ่สามลูกและน้ำดื่มสะอาด

หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกลับบ้านของตน อิงหลิวยังคงนั่งอยู่หน้าที่พักคำนวณเวลาที่ศิษย์จากสำนักวิหคอมตะจะเดินทางมาถึง หลังนั่งพักได้เพียงไม่นานนัก เสียงดังพูดคุยก็ดังขึ้นมาเรื่อย ๆ จากชายป่า

“นั่นผู้อาวุโสหญิงคนนั้นไม่ใช่หรือ? ศิษย์พี่เว่ย”

“ใช่ ๆ พวกเราเข้าไปทักทายเถอะ จะได้ให้ศิษย์น้องที่เหลือขอบคุณท่านด้วยสำหรับโอสถระดับสาม” เว่ยหลานรีบพูดขึ้นมา หลังเห็นความสงสัยที่ปรากฏในแววตาของศิษย์บางคน

“ศิษย์พี่หญิง เป็นโอสถระดับสามแน่เหรอ?”

“โอสถระดับสาม หายากยิ่งกว่ายาก กระทั่งเจ้าสำนักของเรายังไม่อาจหักใจใช้มันได้เลย แต่ผู้อาวุโสหญิงคนนั้นกล้าเอาโอสถจำนวนมากออกมาให้คนแปลกหน้าอย่างพวกเรา มันยากที่จะเชื่อนะ” สิ้นเสียงของศิษย์น้องตรงหน้า ผู้ที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่หญิงก็เผยแววตาไม่แน่ใจออกมา

“ช่างมันเถอะ เจ้าอย่าได้ใส่ใจเรื่องที่ผ่านมา ถึงอย่างไรผู้อาวุโสหญิงผู้นี้ก็ช่วยพวกเราไว้จริง พวกเราไม่ควรลืมบุญคุณตรงนี้ รีบเข้าไปขอบคุณท่านเถอะ”

“ขอรับ ศิษย์พี่หญิง”

เว่ยหนาน เดินนำศิษย์น้องของตนเข้าไปหา ผู้อาวุโสหญิงที่เพิ่งเคยพบเจอเพียงไม่กี่ครั้ง “ผู้อาวุโส บังเอิญเสียจริง ข้าพาศิษย์น้องมาขอบคุณท่านอีกครั้งขอรับ” เว่ยหลานตรงเข้ามา ก่อนจะส่งสายตาให้ศิษย์น้องที่เหลือขอบคุณคนในเสื้อคลุม

“ไม่เป็นไร แค่เพียงบังเอิญผ่านทางไปเจอพวกเจ้าเท่านั้น” อิงหลิวตอบกลับ ก่อนจะโบกมือให้กลุ่มคนตรงหน้านั่งลง

“ขอบคุณผู้อาวุโส พวกเจ้านั่งลงเถอะ” สิ้นเสียงของผู้เป็นศิษย์พี่ ศิษย์น้องในสำนักก็รีบนั่งลงทันที แม้ว่าในใจไม่อยากจะนั่งกับคนแปลกหน้าก็ตาม

“เอ่อ ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสจะเดินทางไปไหนหรือขอรับ?” ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด เสียงของศิษย์ชายคนหนึ่งในสำนัก ก็เริ่มต้นบทสนทนาเพื่อคลายความอึดอัดที่เริ่มปกคลุม

“ข้าก็เพียงแค่เดินทางไปเรื่อย ๆ ยังไม่ได้มีเป้าหมายอะไรหรอก” อิงหลิวนึกดีใจที่มีผู้เริ่มต้นการพูดคุย ดีจริงเดี๋ยวอีกไม่นานนางจะหาทางพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านตรงหน้า

“อ๋อ อย่างนั้นหรือขอรับ” สิ้นเสียงนั้น ความเงียบก็เริ่มปกคลุมขึ้นอีกครั้ง อิงหลิวที่เห็นว่าทุกคนเริ่มกลับมาเงียบอีก นางจึงตัดสินใจเริ่มต้นพูดคุยขึ้นเสียเอง

“จริงสิ ครั้งก่อนข้าได้ยินว่ามีผู้ที่ชื่นชอบเสื้อคลุมของข้า” หลังนางเอ่ยจบ ศิษย์หญิงบางคนก็เริ่มเผยใบหน้าซีดเผือด

“ขออภัยที่ผู้น้อยทำให้ผู้อาวุโสไม่พอใจ” ศิษย์หญิงสองสามคนรีบคุกเข่าลงตรงหน้านางพร้อมเปิดปากขออภัยนางทันที โดยอิงหลิวไม่ทันตั้งตัว

“ข้าไม่ได้โกรธเคืองอะไรพวกเจ้า รีบลุกขึ้นเถอะ” อิงหลิวปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ หลังนางเกือบหลุดท่าทีตกใจออกไปแล้ว

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่เมตตาเจ้าค่ะ”

“ข้าก็เพียงแค่ถามถึงเท่านั้น ตอนนี้ข้ามีม้วนผ้าที่มีความสามารถพิเศษบางอย่าง หากพวกเจ้าต้องการข้าสามารถยกให้ได้” นางพูดพร้อมหยิบเอาม้วนผ้าที่นางได้เคยได้รับจากมารดานางออกมา ม้วนผ้าที่มีความสามารถสร้างความอบอุ่นให้ผู้ที่สวมใส่ และสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ทั้งยังมีลวดลายที่งดงามยากที่จะละสายตา

“ช่างงดงามเสียจริง ผู้อาวุโสจะมอบให้พวกข้าจริงหรือเจ้าคะ?” สายตาของกลุ่มศิษย์หญิงตรงหน้าจับจ้องมายังม้วนผ้าที่อยู่บนมือของนางโดยไม่ละไปไหน

“ข้าพูดคำไหนคำนั้น แต่มีข้อแม้แค่อย่างเดียว ถ้าพวกเจ้าสามารถทำได้สำเร็จ ข้าจะมอบม้วนผ้าทั้งหมดให้พวกเจ้าไปเลย แต่ถ้าไม่ ข้าก็จะถือว่าไม่เคยพูดเรื่องนี้กับพวกเจ้า” อิงหลิวพูดเสร็จ ม้วนผ้าทั้งสี่ม้วนที่เคยปรากฏขึ้นตรงหน้าก็หายวับไปทันที

“เรื่องอะไรหรือ? ผู้อาวุโส เชิญท่านกล่าวได้เลย หากไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมในใจของพวกเรา พวกเราย่อมรับปาก” เว่ยหลานกล่าวแทนศิษย์หญิงในสำนักที่สติกำลังหลุดลอยไป พวกนางเห็นสิ่งสวยงามไม่ค่อยได้หรอก ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นเช่นนี้ ไม่รู้อาจารย์ของพวกนางสั่งสอนอะไรพวกนางไปถึงได้มีท่าทีเช่นนี้ทุกคน

“หมู่บ้านตรงหน้า มีกลุ่มโจรบุกเข้าไปสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน ทั้งยังจับตัวผู้ใหญ่บ้านและผู้หญิงเป็นตัวประกัน พวกเจ้าช่วยไปกำจัดโจรชั่ว คืนความสงบให้หมู่บ้าน แค่เพียงเท่านี้” สิ้นเสียงของนาง ศิษย์ของสำนักวิหคอมตะตรงหน้าก็เผยแววตาประหลาดใจ

“ผู้อาวุโส ท่านแน่ใจนะว่าเรื่องที่ท่านต้องการมีแค่นี้” ศิษย์ชายในสำนักที่เคยสงสัยในตัวของผู้อาวุโสหญิงที่ศิษย์พี่ของเขาพูดถึง อดไม่ได้ที่จะแปลกใจในคำขอที่เรียบง่าย หรือว่าพวกเขาจะเข้าใจผิดไปเอง

“มีแค่นี้แหละที่ข้าต้องการ ข้าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องพวกนี้ แต่ข้าจะมอบโอสถระดับสองให้พวกเจ้าเพื่อป้องกันตัว พวกเจ้าสามารถทำตามที่ข้าบอกได้หรือไม่?” นางถามกลับก่อนจะหยิบเอาขวดโอสถระดับสองออกมาตามจำนวนศิษย์ที่อยู่ตรงหน้า

“นี่มัน โอสถระดับสองจริง ๆ ผู้อาวุโสมันมีค่ามากเกินไป พวกข้าไม่อาจรับได้” เว่ยหลานและศิษย์น้องแต่ละคนเผยสีหน้าไม่ยินยอมออกมา แต่พวกเขาก็ไม่อาจยอมรับโอสถที่มีค่าเกินไปได้ การกำจัดโจรชั่วพวกนั้นคือการแลกเปลี่ยนกับม้วนผ้าที่เป็นสมบัติวิเศษเท่านั้น ซึ่งโอสถพวกนี้ไม่เกี่ยวกัน และพวกเขาไม่อาจรับมาเปล่าได้

“พวกเจ้ารับไปเถอะ โจรพวกนั้นมีผู้บ่มเพาะถึงสามคน และคนธรรมดาอีกประมาณสิบคน พวกเขาอาจจะสู้พวกเจ้าไม่ได้ แต่พวกมันอาจใช้แผนชั่วกับพวกเจ้าได้ เอาโอสถพวกนี้ไปเถอะ แค่เพียงโอสถระดับสอง ข้าไม่ต้องใช้มันหรอก” อิงหลิวตอบกลับ พลางนึกในใจ นางเป็นเพียงคนธรรมดา หากทานโอสถระดับสองเข้าไป ร่างกายนางได้แหลกเหลวเป็นแน่

“ขอบคุณผู้อาวุโสในความเมตตา พวกข้าจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้” ศิษย์ในสำนักวิหคอมตะแต่ละคนที่ได้รับโอสถระดับสองในมือ ต่างซาบซึ้งในความใจกว้างของผู้อาวุโสตรงหน้า แค่เพียงกำจัดโจรชั่วไม่กี่คนผู้อาวุโสแค่สะบัดมือก็สามารถกำจัดพวกมันไปได้แล้ว แต่ผู้อาวุโสมอบโอกาสในการพัฒนาฝีมือให้กับพวกเขา ทั้งยังมอบสมบัติวิเศษและโอสถมีค่าให้พวกเขาอีก ผู้อาวุโสช่างเป็นคนที่จิตใจดีเสียจริง

หลังจากแยกย้ายกันในคืนนั้น ผ่านไปเพียงสองวันอิงหลิวก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบว่าภารกิจเสร็จสิ้น หลังนางแลกเปลี่ยนคะแนนเป็นค่าประสบการณ์เพื่อเลื่อนระดับของระบบนางก็ได้รับของขวัญในการเลื่อนระดับทันที

“เลื่อนระดับสำเร็จ ยินดีด้วยโฮสต์ได้รับทักษะติดตัว ตรวจสอบ”

“ทักษะตรวจสอบ หรือว่าจะเป็นทักษะที่ไว้ตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ และตรวจสอบผู้คน ใช่หรือไม่?” อิงหลิวถามขึ้นอย่างตื่นเต้น ทักษะนี้เป็นทักษะที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นผู้บ่มเพาะ

“โฮสต์มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงในหน้าสถานะของโฮสต์ โปรดตรวจสอบ”

“ได้ สถานะ” นางรีบเรียกหน้าสถานะของตนออกมา

“โฮสต์: โจวอิงหลิว

ระบบ : 2

ระดับ : คนธรรมดา (รอระบบแม่ส่งมอบรากวิญญาณ จะดำเนินการภายใน 12 ชั่วยาม)

ค่าประสบการณ์ : 0/500

คะแนนสะสม : 300

แนวทางบ่มเพาะ : แพทย์โอสถ (กำลังดำเนินการ)

สถานะ : ปกติ”

“ข้ากำลังจะได้รากวิญญาณกลับมาแล้วเหรอ ดีจริง อีกแค่คืนเดียวเท่านั้น”

“ระบบว่าไม่น่าใช่นะ” อิงหลิวได้ยินในสิ่งที่ระบบพูด แต่นางก็ไม่อยากเถียงกลับ แม้จะมีโอกาสได้รากวิญญาณของตนกลับมาแค่หนึ่งในร้อยส่วน นางก็ขอลองสู้สักครั้ง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 474

    “นั่น เทพทั้งห้า? บรรพบุรุษของข้าไม่ใช่หรือ?” อิงหลิวเอ่ยขึ้นด้วยความไม่มั่นใจ“โฮสต์ครับ ระบบเคยอธิบายเรื่องจักรวาลที่โฮสต์อาศัยอยู่ไปแล้วใช่ไหมครับ? แล้วโฮสต์จำเรื่องของจักรวาลพวกนั้นได้ไหมครับ?” ระบบตัวน้อยถามขึ้นหลังเห็นโฮสต์ของตนเกิดความสงสัย“ข้าจำได้ หรือว่า!?” อิงหลิวเผยแววตาที่เปล่งประกายออ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 473

    บทที่ 223ร้านค้ามิติเลื่อนระดับ? ( จบภาค 4 )“ตัวข้า อิงหลิว ขอร้องการตัดสินจากเบื้องบน ดวงวิญญาณของตัวตนตรงหน้านั้นมีความผิดที่ไม่สามารถจะมองข้ามได้ การกระทำในอดีตนับพันปี หมื่นปีที่กระทำต่อทุกสรรพชีวิต ทั้งเข่นฆ่า ช่วงชิง ข่มขู่ทารุณและทรมานเหล่าผู้ที่ไร้ซึ่งทางสู้กลับ แม้จะเป็นการกระทำปกติของผู้

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 472

    “ภารกิจฉุกเฉินในฐานะผู้เป็นมหามิตรแห่งธรรมชาติ ตัวตนที่ก้าวเดินบนเส้นทางการเข่นฆ่าและช่วงชิงลมหายใจของสรรพชีวิต คือ สิ่งที่ผู้เป็นมหามิตรไม่อาจจะมองข้ามได้ เสียงร่ำไห้ของเหล่าจิตวิญญาณที่ล้มตายไปอย่างอยุติธรรมดังก้องถึงการดำรงอยู่ของธรรมชาติ โปรดปลดปล่อยดวงวิญญาณเหล่านั้น และชะล้างกลิ่นอายโลหิตที่ไ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 471

    บทที่ 222เทพเจ้าแห่งความงาม ปาเหม่ยอิง!อิงหลิวและเฟิ่งหย่ามองกลุ่มคนตรงหน้าที่ปล่อยจิตสังหารออกมาครอบคลุมทั่วบริเวณ ทั้งยังแฝงด้วยกลิ่นอายกดดันหมายจะคร่าชีวิตพวกนางด้วยแววตาเรียบเฉย“ช่างไม่รู้จักเจียมตัว!” เฟิ่งหย่าเปิดปากขึ้น ก่อนจะก้าวเท้าไปตรงหน้าหนึ่งก้าว โดยดันให้ผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวของตนไ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 470

    ...ในขณะที่พวกของซือหลิวรุ่นหานต้องพบเจอกับการไล่ล่าของกลุ่มสัตว์อสูร พวกของจีหวงหมิงและสำนักเพลิงวิหคนั้นก็ต้องเผชิญสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน แต่เปลี่ยนจากการหลบหนีสัตว์อสูรเป็นหนีการไล่ล่าของเหล่าผู้บ่มเพาะจากมิติอื่นแทน เพราะพวกเขานั้นดันไปรับรู้ถึงแผนการของคนพวกนั้น! ทั้งยังเป็นแผนการเลวร้ายที่จ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 469

    บทที่ 221บันทึกต้นกำเนิด สมบัติวิเศษระดับเทพ...“เทพห้าตนเหรอ? หมายความว่าอย่างไรหลานข้า” เฟิ่งหย่าที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั้นเอ่ยปากถามขึ้นหลังได้ยินคำเรียกที่ค่อนข้างแตกต่างจากที่นางรู้จัก หากเป็นเทพเจ้า นางย่อมรู้ดี เพราะมารดาของนางก็เป็นผู้ที่ถูกเรียกว่าเทพเจ้า แต่ เทพ? ตัวตนนั้นคล้ายคลึงกับเทพเจ้าหรื

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 208

    “แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรเล่า จะโจวอิงหลิว มู่อิงหลิว หรือเฟิ่งอิงหลิว ทั้งหมดนั้นก็หมายถึงตัวข้าทั้งนั้น” อิงหลิวเผยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะก้มหน้ามองดูเนื้อย่างในมือเช่นเดิม แซ่โจวของนางนั้นก็ได้มาจากโจวลู่เหอ บิดาที่เลี้ยงดูนาง ส่วนแซ่มู่นั้นมาจากบิดาแท้ ๆ ของนางที่นางเองก็ไม่เคยเห็นหน้า และแซ่สุดท้าย คื

    last update최신 업데이트 : 2026-03-27
  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 206

    “ที่นี่สินะ ส่วนที่ลึกที่สุดของสำนักเจ็ดราตรี” อิงหลิวเดินนำเหล่าสัตว์อสูรมาหยุดตรงหน้าประตูขนาดใหญ่ที่แกะสลักลวดลายงดงาม“ดูจากกลิ่นอายของพลังฟ้าดิน การป้องกันภายในคงแน่นหนาพอตัว เจ้านายต้องระวังด้วยนะ” ไป๋จูร้องออกเตือนออกมา เพราะแผ่พลังออกมาปกคลุมตัวเองเพิ่มเติม“น่าจะเข้าวันใหม่แล้วล่ะ พวกเรานั่

    last update최신 업데이트 : 2026-03-27
  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 215

    “ไม่เป็นไร เรื่องสืบเรื่องราวพวกนั้นคงต้องพักไว้ก่อน อีกไม่นานพวกเราก็จะสามารถเข้าไปในห้องลับของสำนักเซียนเหินได้แล้ว ไม่น่าว่าหากข้าได้ของสำคัญของมารดาข้ามา ข้าอาจจะรู้เรื่องราวในอดีตพวกนั้นได้ แม้จะไม่ทั้งหมด ก็ดีกว่าตอนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย”“นายน้อย สามารถหาทางเข้าไปเอาของสำคัญของนายหญิงได้แ

    last update최신 업데이트 : 2026-03-27
  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 122

    “สิ่งของชิ้นนี้ มีไว้ทำอะไรเจ้าคะท่านพ่อ” อิงหลิวรู้ว่าเจ้าสิ่งที่อยู่ในมือมีไว้ทำอะไรและมีพลังอะไรที่แอบแฝงไว้ แต่นางไม่รู้ถึงความสำคัญของมันหรือหน้าที่ของมันว่ามีไว้เพื่อทำอะไรภายในสำนักเซียนเหิน“ปกติแล้วของชิ้นนี้จะมอบไว้ให้กลุ่มจู่โจมของสำนักไว้เพื่อเป็นสิ่งของยึดเหนี่ยวในใจ และคอยย้ำเตือนว่าพว

    last update최신 업데이트 : 2026-03-23
더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status