Home / รักโบราณ / ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ / บทที่ 5 เขาแค่อยากให้พี่สาวภูมิใจ

Share

บทที่ 5 เขาแค่อยากให้พี่สาวภูมิใจ

last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-08 12:07:18

บทที่ 5

เขาแค่อยากให้พี่สาวภูมิใจ

ภายในรถม้า

ม่านหน้าต่างถูกรูดปิดลงอย่างช้า ๆ ด้วยปลายนิ้วเรียวยาว มือนั้นกลับมาวางบนตักนิ่งดุจหยกสลัก ทว่าดวงตาคู่นั้นยังจับจ้องแนวกำแพงไม้ด้านหลังที่เพิ่งเห็นเงาเคลื่อนไหวเมื่อครู่

เพียงแผ่วเบาของลมหายใจที่จดจ่อบางอย่างในตำแหน่งใกล้ๆ เขา มันเบามากแต่สำหรับเขา...มันชัดเจนพอ

“อี้เซิน”

องครักษ์ชุดดำที่นั่งเฝ้าเงียบอยู่ด้านในเงยหน้าขึ้นทันที

“ตรวจบริเวณโดยรอบ มีคนแอบอยู่แถวนี้หรือไม่”

“ขอรับ”

ชายหนุ่มในชุดดำก้าวลงจากรถม้าไร้เสียง เงาร่างกลืนหายไปในเงาเรือนอย่างแนบเนียน

หยวนเหวินซีไม่พูดอะไรต่อ เพียงลดสายตาลงกลับมาที่กล่องอาหารอีกครั้ง เหลือหมั่นโถคำสุดท้าย เขาหยิบขึ้นมาโดยไม่ลังเล แม้ใบหน้ายังคงเรียบนิ่งราวกับไม่รู้จักคำว่าอร่อย แต่ความจริงคือมือของเขาไม่อาจหยุดให้หยิบมันขึ้นมากินได้เลยแม้แต่คำเดียว

เมื่อเคี้ยวคำสุดท้ายจนหมด กล่องไม้ก็ว่างเปล่าเรียบร้อย เขาปิดฝากล่องอย่างเงียบงัน แล้วหันไปถามชายที่นั่งหน้ารถม้า

“อาหารแปลกตานี่มาจากที่ใด”

“ภัตตาคารจินฮวาขอรับ อยู่หัวถนนใหญ่ฝั่งตะวันออก เป็นร้านอาหารธรรมดา มิได้มีชื่อในหมู่ขุนนางมากนัก”

“ธรรมดา?” เขาทวนคำเบา ๆ แววตานิ่งไปชั่วขณะ

หยวนเหวินซีอยู่ในตระกูลหยวนซึ่งเป็นตระกูลพ่อค้าที่มั่งคั่งที่สุดในเมืองเฟิ่งเซียง แม้ไม่ได้อยู่มานานเท่าไหร่แต่ก็เฟ้นหาอาหารมานับพันในเมืองแห่งนี้ ที่จวนไม่เคยขาดของดี พ่อครัวที่เรือนของเขาก็เคยประจำวังหลวง เป็นคนที่พิถีพิถันในรส จนบางคนว่าเขากินยากกว่าผู้สูงศักดิ์ใดในเมืองหลวงเสียอีก

แต่วันนี้อาหารจากภัตตาคารธรรมดา กลับทำให้เขากินจนหมดโดยไม่รู้ตัว...

เขาไม่ได้เอ่ยชม ไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ แต่ปลายนิ้วที่ลูบขอบฝากล่องช้า ๆ นั้น บอกบางสิ่งที่สายตาไม่เคยยอมเอื้อนเอ่ย

“ออกรถ”

สารถีรับคำสั่งทันที รถม้าทรงสูงขยับล้อจนฝุ่นลอยกระจาย

ผู้ช่วยคนสนิทกลับมานั่งที่หน้ารถม้าเงียบ ๆ ไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงเหลือบตามองเข้าไปในรถม้านิ่ง แล้วหยิบสมุดบันทึกจากอกเสื้อ เขียนบรรทึกสั้น ๆ ลงบนหน้ากระดาษ

...คุณชายหยวน ผู้ที่ไม่เคยชอบอาหารใดนอกจากฝีมือพ่อครัวจากวังหลวง กลับกินอาหารจากร้านธรรมดาได้จนหมด ไม่มีทิ้งแม้แต่น้อย

แสงแดดอ่อนเริ่มทาบพื้นหินในตรอกยาว ลู่ชิงหรูย่ำกลับไปทางร้านภัตตาคารอย่างเงียบงัน ร่างคล่องแคล่วแทรกผ่านผู้คนในตลาดเช้าอย่างไร้เสียง ในหัวกลับเต็มไปด้วยคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้

หนึ่งร้อยคะแนนความพอใจ…มาจากอาหารแปลกตาเพียงชิ้นเดียว?

‘ปาฏิหาริย์รึไง หนึ่งร้อยคะแนนในครั้งเดียว...’ เสียงของหยางอิ๋นดังขึ้นในหัว เสียงใสแจ๋วแต่ฟังแล้วรู้สึกเหมือนกำลังยกมือเท้าคางพลางคิด ‘ขนาดตอนเจ้าเสิร์ฟบะหมี่เป็ดย่างให้แม่ทัพประจำค่ายครานู้น ยังได้แค่สิบกว่าเอง’

ชิงหรูนั้นดวงตาจับจ้องทางข้างหน้าแต่คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยตลอดการเดินกลับ

‘กล่องก็ธรรมดา วัตถุดิบก็หาง่าย เทคนิคก็ไม่ได้ซับซ้อน หรือเขากำลังหิวจนกินอะไรก็อร่อยไปหมด ความพอใจจึงมากไปด้วย? เจ้าเป็นถึงระบบทำอาหารไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเลยหรือ?’

‘ข้าก็เป็นระบบทำอาหารนะ ไม่ใช่เทพพยากรณ์! ข้อมูลการตอบสนองขึ้นอยู่กับความพอใจเฉพาะบุคคลทั้งนั้น ข้าแค่เก็บคะแนน ไม่ได้อ่านใจคนได้เสียหน่อย’

‘…’

‘แต่ยังไงเราก็เจอทางแล้วนะ!’ หยางอิ๋นกระตือรือร้นขึ้นเล็กน้อย ‘ร้อยคะแนนนี่ไม่ใช่ได้กันบ่อย ๆ ถ้าเจ้าได้แบบนี้อีกสักเก้าครั้ง คะแนนก็แตะพันแล้ว!’

‘หนึ่งพันกว่า…ก็เปิดห้องครัวยุโรปขั้นต้นได้สินะ’

เครื่องครัวจากชาติที่แล้วถ้านางได้มา นางจะทำขนมอบได้ดีขึ้นมาก สามารถทำเค้กให้อาหรงได้เลย

‘ถูกต้อง! นั่นแหละคือเหตุผลที่ข้าทิ้งระบบสายลับมาเป็นระบบทำอาหาร…อาหารมันให้อะไรมากกว่าชีวิตแบบไล่ฆ่าคนอ่ะนะ’

ลู่ชิงหรูถอนใจแผ่ว ๆ ก่อนจะเงียบไป ดวงตาเหลือบขึ้นมองหลังคาภัตตาคารที่ตนทำงานเริ่มเห็นอยู่ไกล ๆแล้ว บางทีหากไม่รวมการที่เงินนั้นน้อยอาชีพพ่อครัวในตอนนี้ก็มีความสุขมากกว่าตอนนางทำอาชีพสายลับในชาติก่อนยิ่งนัก

อย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยหลบซ่อนและใช้ชีวิตธรรมดามีครอบครัวได้...

เงาของลู่ชิงหรูหายเข้าสู่หลังร้านอีกครา...

แสงแดดอ่อนปลายยามบ่ายทอดยาวไปตามคันนาแคบ ๆ ที่คดเคี้ยวหลังหมู่บ้าน เด็กน้อยห้าขวบอย่างเทียนหรงกำลังเดิน เตาะแตะตามอามู่ไปเงียบ ๆ ร่างน้อย ๆ ผ่านแรงลมอ่อนที่พัดกลิ่นดินและต้นข้าวสดใหม่มาแตะจมูก เสื้อผ้าบนตัวเขาเรียบง่าย สีซีดเก่าแต่สะอาด ปลายแขนเสื้อถูกพับขึ้นอย่างเรียบร้อย ฝีเท้าของเด็กน้อยก้าวอย่างระวัง ขณะที่ในหัวคิดวนไม่หยุด

เขาไม่ค่อยไว้ใจอามู่...เด็กชายข้างบ้านที่โตกว่าเขาสี่ปี คนผู้นี้มักเสียงดัง ชอบยักคิ้ว เยาะเย้ย และมักทำให้เด็กในหมู่บ้านร้องไห้เสมอ

แต่ครั้งนี้เขาเดินตามมาเพราะ อามู่มาพร้อมข้อความที่ทำให้เทียนหรงเกิดความลังเล

“พี่สาวเจ้าบอกให้ไปหาที่ป่าไผ่ฝั่งโน้นหน่อย”

เทียนหรงส่ายหน้าน้อย ๆ ทันที เขาจำได้ดีว่าพี่ชิงหรูไม่เคยคิดให้เขาไปไหนไกลคนเดียว

เขาอ้าปากจะบอกออกไปว่า ไม่ แต่ยังไม่ทันได้พูดให้จบ อามู่ก็ยักไหล่แล้วพูดเบา ๆ ทว่าเจ็บแปลบกลางในของเด็กน้อยที่รักพี่สาวยิ่งกว่าอื่นใด

“ไม่ไปก็แล้วกัน ข้าจะบอกพี่เจ้าว่าเจ้ากลัว ไม่กล้าเดินไปเอง”

คำว่า กลัว ทำให้ฝีเท้าเล็กหยุดกึก เทียนหรงเม้มปากแน่นอย่างคิดหนัก ในใจเด็กห้าขวบแม้จะพูดไม่คล่อง แต่ฟังเข้าใจ คำพูดเมื่อครู่ของอามู่มันกัดกินเขาอยู่ข้างใน

เขาไม่ได้อยากกล้าหาญเพื่ออวดใคร...เขาแค่อยากให้พี่สาวภูมิใจก็เท่านั้น

สุดท้าย เทียนหรงก็พยักหน้าช้า ๆ แล้วเดินตามอามู่ไปโดยไม่พูดอะไรอีก

เส้นทางผ่านไร่นาและคันดินทอดยาวไปจนถึงแนวป่าไผ่ที่ทอดตัวอยู่ทางเหนือ ลมในป่าชื้นและเย็นกว่า ภายใต้เงาไผ่ที่ทอดสลับกัน เทียนหรงมองไปรอบตัวที่ต้นป่าไผ่แต่ไม่เห็นพี่สาวอย่างที่อามู่อ้างเลย

แต่มีเด็กชายสองคนยืนรออยู่ใต้ต้นไผ่ ทั้งสองสูงกว่าอาหรง

อย่างเห็นได้ชัด

“นี่แหละ เจ้าหนูคนนั้น!” อามู่หัวเราะขณะเดินไปหาเด็กอีกสองคน “ข้าเคยบอกแล้วว่าพี่สาวมันงามที่สุดในหมู่บ้าน จนชอบมาอวดเบ่งผู้อื่น”

เทียนหรงก้าวถอยหนึ่งก้าวอย่างเริ่มรู้สึกถึงภัย แต่ไม่ทันหนี มือของเด็กชายคนหนึ่งก็คว้าแขนเล็กไว้ได้ แล้วผลักเขาลงบนพื้นดินสีดำตรงหน้าทันที

“โอ้ย!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 64 ขนมเป็นเหตุ

    บทที่ 64ขนมเป็นเหตุตำหนักชิงหลงเงียบงันเช่นทุกคราแต่ที่ต่างออกไปคงกลิ่นหอมของผลไม้จาง ๆ ที่ลอยโชยเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าขันทีที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวังกล่องไม้เนื้อดีผูกเชือกอย่างดีถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เฉินกงกงขยับเข้าใกล้ เอ่ยรายงานเสียงเบา“เป็นขนมมาจากตำหนักเฉินหลงพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรองทรงรับสั่งให้ส่งมาถวายพระองค์… พร้อมอีกส่วนหนึ่งส่งไปตำหนักของฮองเฮา”ฉู่เหวินซีไม่เอ่ยถามใด ดวงตาสีนิลจับอยู่ที่กล่องนั้นนิ่ง ๆ ไม่ใช่เพราะสนใจขนมที่ใครส่งมาแต่เป็นเพราะกลิ่นที่ลอยโชยออกมามันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดต่างหาก เขายื่นมือไปคลายเชือกไหมช้า ๆ ฝาเปิดออก กลิ่นหอมละมุนของผลไม้สุกก็ลอยแตะปลายจมูกทันทีปลายนิ้วของเขาชะงักทันใด ขนมหน้าตาเช่นนี้ ประหลาดแต่เขาเคยเห็นมาก่อน เพียงแต่ต่างออกไปแค่น้ำราดข้างบนเท่านั้น แต่แก่นแท้ดูแล้วไม่ต่างออกไปจากสิ่งที่เขาคิดแน่นอนว่าขนมตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหนจะทำได้!“เตรียมเสื้อคลุม”เฉินกงกงสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายทันใด “พระองค์จะเสด็จออกไปยามนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”คำถามไม่ได้รับคำตอบ ฉู่เหวินซีเพียงก้าวออกจากตำหนักชิงหลงด้วยจังหวะการเดินไม่ช้าแต่ก็ไม่เร็วให้ใค

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 63 ให้ส่งไปของตำหนักของพี่ใหญ่ด้วย

    บทที่ 63ให้ส่งไปของตำหนักของพี่ใหญ่ด้วยลู่ชิงหรูก้าวเข้าสู่ครัวของตำหนักองค์ชายรอง สถานที่ซึ่งแม้เรียกว่าครัว แต่กลับกว้างขวางสะอาดสะอ้านจนนึกว่าเป็นห้องรับรองชั้นดีอีกห้องหนึ่ง เครื่องครัวเรียงรายครบถ้วนจนน่าอิจฉา กระเบื้องเคลือบพื้นหินเย็นจับฝ่าเท้าอาฮวาเดินตามหลังมาอย่างเงียบเชียบ เมื่อครู่ก็เพียงช่วยจัดเตรียมผ้ากันเปื้อนให้นางพ่อครัวหลวงสามคนที่ประจำครัวต่างจ้องนางด้วยสีหน้าสงบแต่มีคำถามในแววตา พวกเขาอาจไม่กล้าแสดงออกชัดเจน แต่ดูจากกิริยาก็รู้ว่ารู้สึกเหมือนโดนล้ำเขตอาชีพชิงหรูมองไปรอบห้อง ก่อนจะแสร้งยิ้มอย่างครุ่นคิด“ข้าจะทำขนมโดยใช้ลูกพลับสุกที่ต้องคัดเฉพาะจากต้นลูกโตเปลือกบาง สีแดงเข้ม มีไหมเจ้าคะ? และสาลี่น้ำผึ้งรสหวาน แต่ขอที่ผิวนุ่มเล็กน้อยนะเจ้าคะ...อ้อ ถ้ามีผลไม้เปรี้ยวหวานอย่างอื่นด้วยก็จะดีมาก”พ่อครัวใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ของพวกนี้มิได้เตรียมไว้ครบขอรับ ต้องไปเลือกที่คลัง”“เช่นนั้นก็ขอรบกวนท่านช่วยดูให้หน่อยเถิดเจ้าค่ะ” ลู่ชิงหรูกล่าวพร้อมรอยยิ้มจริงใจและท่าทีนอบน้อมพ่อครัวหลวงทั้งสามสบตากันก่อนจะพยักหน้าอย่างมิอาจปฏิเสธ แล้วรีบออกไปทันทีเมื่อประตูครัวปิดลง ควา

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 62 สะพานเชื่อมไปยังอำนาจ

    บทที่ 62สะพานเชื่อมไปยังอำนาจหลายวันก่อน มีนางกำนัลของตำหนักเฉินหลงมามอบจดหมายถึงมือของบ่าวชิงหรู บอกว่าองค์ชายรองมีความประสงค์ให้นางไปพบที่พระตำหนัก มิได้ระบุเหตุผลชัดเจนอาฮวาเองก็อดถามขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ…วันนี้ท่านจะไปวังจริงหรือเจ้าคะ? หากฮูหยินรองไม่ยินดี…”“ฮวา” ลู่ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ ดวงตาฉายแววเยียบเย็น “ข้าก็ไม่อาจขัดพระประสงค์ขององค์ชายรองได้เช่นกัน เจ้าคิดว่าระหว่างคำสั่งเวินซื่อกับองค์ชายในวัง…ข้าควรเลือกฟังผู้ใด?”อาฮวาก้มหน้า “บ่าวไม่กล้าคิดเพคะ”“เพียงแต่…” ลู่ชิงหรูวางเสียงราบเรียบ “ข้าคิดว่าวันนี้นางคงไม่ปล่อยให้ข้าไปเพียงลำพัง เสวี่ยเอ๋อร์…คงจะตามไปด้วยแน่นอน”คำคาดการณ์นั้นแม่นยิ่งกว่าคำทำนายใดเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว ชิงหรูออกมายืนรอหน้าจวนเพียงครู่ รถม้าประดับตราเฉินหลงขององค์ชายรองก็มาหยุดอยู่หน้าประตูอย่างเด่นตระหง่าน บ่าวข้างจวนและชาวบ้านละแวกนั้นต่างแอบมามุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนัก บ้างก็ซุบซิบ บ้างก็แย้มยิ้มแต่เงี่ยหูรอคอยและไม่นานนัก เวินซื่อก็ค่อย ๆ พยุงเสวี่ยเอ๋อร์ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนปักลายกวางชมดอกเหมย ออกมาหน้าจวนอย่างถนุถนอม ราวกับกลัวบุตรสาว

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 61 นางมีนัดกับองค์ชายรอง

    บทที่ 61นางมีนัดกับองค์ชายรองยามค่ำคืนในตำหนักชิงหลงสงบเงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงสายลมพัดกิ่งไผ่กระทบกันเบา ๆ เงาไฟจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนเคลื่อนไหวอยู่บนผนังหินสีดำ พระพักตร์ขององค์ชายใหญ่แลดูไร้อารมณ์ ขณะถอดเสื้อนอกออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีนิลของเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวคุณหนูจากสกุลลู่…หญิงสาวที่ปรากฏตัวแทนยังสถานที่นัดในวันนี้...ไม่ใช่นางคนนั้นภาพของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายที่เคยก้มหน้าก้มตารอเขากินอาหารตอนเขาพักอยู่ที่เมืองเฟิ่งเซียนยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ สีหน้าระรื่นหยาดเยิ้มของคุณหนูจากสกุลลู่ในวันนี้ขัดแย้งกับความสุขุมลึกของแววตาของนางยังแจ่มชัดในสายตาเขาเขาเอื้อมมือหยิบกล่องขนมที่ถูกส่งมาจากจวนลู่ซึ่งยังวางอยู่บนโต๊ะ เปิดฝาแล้วจ้องมองขนมถั่วสลักรูปเหยี่ยวบน รูปร่างและลายเส้น...เหมือนป้ายหยกของเขาไม่มีผิดเพี้ยน“แล้วนางรู้ได้อย่างไร...” เสียงต่ำของเขาดังขึ้นแผ่วเบาในห้องเงียบงันไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะรู้ตราประจำตัวของเขาในฐานะผู้นำองค์กรเงาในเมืองเฟิ่งเซียน นอกจากผู้เคยอยู่ใกล้ชิดเขาตอนอยู่เมืองเฟิ่งเซียนแล้วจะมีใครไหนรู้อีกเล่าเขาหรี่ตา แววตาเย็นเยียบ“เฉินอัน” เขาเอ่ยเร

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 60 เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้ง

    บทที่ 60เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้งเมื่อบทสนทนาในห้องทำงานจบลง ลู่ชิงหรูก็ค้อมกายขอตัวออกมาอย่างนอบน้อม นางเดินออกจากห้องไปโดยมีอาฮวาเดินตามเงียบ ๆฝีเท้าของนางช้ากว่าปกติเพราะรออะไรบางอย่างอยู่‘เจ้าวางเหยื่อล่อ กระตุกความรู้สึกคนได้ชำนาญนัก’ดวงตานิ่งราบของลู่ชิงหรูกะพริบช้ายิ้มรับคำชมของหยางอิ๋นแล้วแล้วในจังหวะที่กำลังจะเลี้ยงออกจากเขตของเรือนหลักแล้วนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลัง“คุณหนูลู่”ลู่ชิงหรูหยุดฝีเท้าก่อนหันกลับมาอย่างเชื่องช้าฉู่เหวินซานยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสงบ สายตาทอดมองมาอย่างเรียบเรื่อย แต่ในแววตากลับเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่“องค์ชายรองมีเรื่องอันใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ?”“ข้ามาเยี่ยมจวนคราวนี้ยังไม่ได้ชมเหล่าดอกท้อที่กำลังบานเลย พาข้าเดินชมสวนหน่อยสิ”เขาเอ่ยเหมือนพูดเรื่องธรรมดาทั้งที่ในยุคนี้พบปะของบุรุษสตรีพบไม่บ่อยนักลู่ชิงหรูยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะย่อคำนับ “หม่อมฉันยินดีเพคะ”เมื่อหันไปส่งสัญญาณให้อาฮวา อาฮวาก็เข้าใจถอยห่างไปพร้อมบ่าวคนอื่น ทิ้งให้ทั้งสองเดินเคียงกันในสวนที่ยังไม่เห็นดอกไม้บานสะพรั่งอย่างที่อีกคนเอ่ยอ้างก่อนหน้าสักนิดเดินเงียบมาพ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 59 คะแนนความพอใจหลักร้อยมาอีกแล้ว

    บทที่ 59คะแนนความพอใจหลักร้อยมาอีกแล้วสายตาของฉู่เหวินซานจับจ้องอยู่ที่ชิงหรูอย่างไม่ปิดบัง...ไม่ใช่เพราะเครื่องแต่งกาย ไม่ใช่เพราะความงามเหนือกว่าสตรีใดที่เขาเคยเจอ แต่เพราะบางอย่างในดวงตานิ่งลึกคู่นั้นที่ดูคล้าย...ไม่ยินดียินร้ายต่อการมีอยู่ของเขาเท่าที่ควรต่างหากใต้เท้าลู่กระแอมเบา ๆ ขัดบุตรสาวที่เขาเองก็เพิ่งใกล้ชิดคราแรกอย่างพยายามแสดงออกว่าไม่ได้ห่างเหินกันต่อหน้าคนนอก แม้จะประหลาดใจว่าเหตุใดบุตรสาวคนโตถึงมาหาเขาในวันที่มีแขกพอดีแต่ก็ต้องรับสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจึงปัดความสงสัยทิ้งไปชั่วคราวก่อน“ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว นั่งลงก่อน เจ้านำขนมอะไรมาด้วยหรือ?”ลู่ชิงหรูยิ้มรับอย่างยินดีก่อนพยักหน้าเบา ๆ ให้ฮวาวางขนมในถาดลงบนโต๊ะที่คั่นระหว่างบุรุษในห้องทั้งสองก่อนสีไข่น่าจะนุ่มส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอทันใด“ข้าเพิ่งลองทำขนมสูตรใหม่เจ้าค่ะ ...คิดว่าอยากให้ท่านพ่อได้ลองชิม...”“ไม่รู้ว่าเจ้าก็ทำขนมเป็นด้วย มันคือขนมอันใดเหตุข้าไม่เคยเห็นมาก่อน...”ลู่ไห่เทียนเลื่อนขนมจานหนึ่งให้ไปอยู่ตรงหน้าของผู้มีศักดิ์สูงกว่า ก่อนจะเงยหน้าถามบุตรสาวของตน“เป็นขนมเนื้อนุ่มรสเกาลัดเจ้าค่ะ”“กลิ่นหอมอีกท

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 30 พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่

    บทที่ 30พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่เช่นนั้น ชิงหรูก็ตัดสินใจได้แล้ว! นางถอนหายใจยาวเหยียดในใจ ‘หากเขาหลับเจ้าว่า ข้าจะแอบถีบเขาให้ตกเตียงสักหน่อยดีไหม’หยางอิ๋นรีบเอ่ยเสียงรีบร้อนห้ามทันใด “นายท่านโปรดคิดถึงฟังก์ชันครัวยุโรป วัตถุดิบจากทั่วหล้า... โอ้... เบคอน...ชีส...เจ้าไม่มีหนทางอื่นที

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 28 ใช้เล่ห์มาก็ใช้กลับ

    บทที่ 28ใช้เล่ห์มาก็ใช้กลับลู่ชิงหรูกอดเข่าบนกองฟางอันเย็นชื้นหลังพิงกำแพงหินเย็นเฉียบ แสงตะเกียงด้านนอกส่องผ่านซี่ลูกกรงเป็นเงาทอดยาวบนพื้น นางไม่ได้หลับตลอดคืน ไม่ได้ใช่เพราะหวาดหวั่นใดใดนางนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงคนที่บ้านว่าจะเป็นห่วงนางแค่ไหนต่างหาก ตอนนี้น่าจะขึ้นเช้าวันใหม่แล้วหากพวกเขาพบว

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 27 นักฆ่าเดนตาย

    บทที่ 27นักฆ่าเดนตายเสียงฝีเท้าหนักแน่นสะท้อนผ่านความเงียบสงัดของคุกใต้ดินในยามค่ำคืน ลู่ชิงหรูที่นั่งสงบนิ่งอยู่ภายในห้องขังลืมตาขึ้นช้า ๆ แววตาคมดั่งมีดปลายแหลมเหลือบไปยังประตูเหล็กที่เปิดออกพร้อมร่างสูงของพ่อบ้านเฉินปิ่งย่างกรายเข้ามาแสงตะเกียงในมือเขาสาดผ่านบานเหล็กเผยให้เห็นแววตาที่เคยมั่นค

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 26 นางถูกจับไปขังในคุกใต้ดิน

    บทที่ 26นางถูกจับไปขังในคุกใต้ดิน“แม่นางลู่ ขออภัยที่ต้องรบกวนยามวิกาลเช่นนี้ ข้าจำต้องให้คนไปเชิญเจ้า เพราะข้าอยากรบกวนให้เจ้าช่วยทำอาหาร...สำหรับผู้ป่วยหน่อย”ลู่ชิงหรูได้ฟังคำขอ พอจะเดาได้ทันที...คุณชายหยวนป่วยอย่างนั้นหรือ? เมื่อบ่ายจึงไม่ได้ให้นางมาทำงานนางเพียงคิดเงียบ ๆ แต่ไม่ได้เอ่ยถามอ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status