Home / รักโบราณ / ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ / บทที่ 6 คุณชายน้อยอยู่ที่ไหน?

Share

บทที่ 6 คุณชายน้อยอยู่ที่ไหน?

last update Huling Na-update: 2026-01-08 12:07:37

บทที่ 6

คุณชายน้อยอยู่ที่ไหน?

“โอ้ย!”

“เจ้าทำหยิ่งว่ามีพี่สาวดีอยู่ผู้เดียวตลอด คิดว่าเก่งนักหรือ?”

เสียงหัวเราะดังเซ็งแซ่ ดินถูกปาใส่ตัว เสื้อเขาถูกดึงกระชาก ผิวถลอกและเสื้อผ้าเลอะดินไปทั่ว อาหรงดิ้นขลุกขลักพยายามผลักและตีกลับ แต่แรงของเขาเทียบกับเด็กสามคนได้อย่างไร

“อย่า...เจ็บ...” เขาพูดเสียงสั่น คำพูดขาด ๆ หาย ๆ

เทียนหรงจำคำสอนของพี่สาวได้ อย่าปล่อยให้ใครข่ม แต่หากอีกฝ่ายมีพวกมามากก็ต้องหาช่องทางหนี ไม่ต้องสนศักดิ์ศรีทั้งนั้น

เวลาผ่านไปอีกฝ่ายเริ่มเถียงกันเรื่องจะเอาตัวเขาไปไหนต่อ เทียนหรงก็พลิกตัวรวดเร็ว แล้วออกวิ่งเต็มแรง ทิศที่เขาวิ่งไปนั้นแน่นอนว่าพวกเด็กเกเรไม่กล้าตามเข้าไปแน่

เป็นภายในป่าไผ่แสนจะมืดทมึนนั่นเอง !

เทียนหรงไม่รู้ว่าวิ่งห่างมามากแค่ไหน ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี แสงแดดรอดผ่านปลายยอดไม้ไผ่สูงชะลูดน้อยอยู่แล้ว พอแสงน้อยลงก็ทำให้ดูสลัวเข้าไปใหญ่

...แม้ลู่เทียนหรงจะเหนื่อยจนแทบหมดแรง มือถลอก เข่าเจ็บ เสื้อเปื้อนโคลน แต่เขายังไม่ร้องไห้สักแอะ

“หรง...จะกลับ...หาพี่”

เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงไม่มั่นคงนัก แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ เด็กน้อยค่อย ๆ เดินต่ออย่างระวัดระวัง คอยมองต้นไผ่ที่จำได้ ใบไม้ที่ล้มอยู่บนพื้น หรือแม้แต่รอยโคลนบนทางเดิน ทว่าทุกอย่างมันกลับเหมือนกันไปหมดน่ะสิ...

ยามเย็นเข้าแล้วดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ ลู่ชิงหรูเดินกลับถึงบ้านของตนพร้อมกล่องไม้ในมือ ข้างในคือหมั่นโถสอดไส้เนื้อที่นางตั้งใจเก็บไว้ให้ทุกคนในบ้านได้ลิ้มลอง

เมื่อตลอดบ่ายนางได้ลองให้เถ้าแก่กินก็ได้แค่สี่คะแนน ส่วนพ่อครัวลองกินก็ได้เจ็ด ไม่มีใครแตะร้อยอีกเลย... แม้นางจะทำไส้เดียวกัน แป้งเดียวกัน น้ำราดก็ไม่ได้ต่างก็ตาม

แสดงว่าคะแนนคงไม่ขึ้นอยู่กับรสชาติอย่างเดียว...แต่อยู่ที่คนกินด้วย แล้วเช่นนั้นคุณชายผู้นั้น คิดอะไรตอนกินกันแน่

แต่ยังไม่ทันเดินเข้าไปข้างในความเงียบผิดปกติรอบบ้านก็ทำให้นางต้องหยุดชะงัก

ปกติอาหรงน้อยจะต้องวิ่งมาต้อนรับนาง รอยยิ้มสดใสของเด็กชายจะปรากฏพร้อมเสียงเรียก ท่านพี่! ทุกครั้งไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว

แต่วันนี้ ทั้งบ้านกลับเงียบราวไร้ผู้คน

คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงไปยังห้องครัวหลังบ้าน กลิ่นยาขมลอยคลุ้งมาตั้งแต่หน้าประตู ป้าเจานั่งคนหม้ออยู่หน้าเตาอย่างใจจดใจจ่อ

“ป้าเจา” ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ “คุณชายน้อยอยู่ที่ไหน?”

ป้าเจาหันมาพลางรีบลุกขึ้น “เอ่อ...เมื่อบ่ายยังนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านอยู่เลยเจ้าค่ะคุณหนู น่าจะยังวิ่งเล่นอยู่แถวข้างบ้าน...”

“ท่านแม่ป่วยหรือ?” นางจำได้ว่าเมื่อเช้ามารดายังดีๆ อยู่เลยนะ

“เจ้าค่ะ ฮูหยินท่านเพิ่งหลับไปเมื่อครู่ ตอนบ่ายเริ่มมีไข้สูง ป้าก็เลยไม่ได้ออกไปไหนเลย เช็ดตัวให้ตลอด…”

ลู่ชิงหรูไม่ได้พูดต่อ เพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วรีบหมุนตัวเดินออกจากครัวทันที นางเริ่มจากเข้าไปค้นห้องและออกไปถามบ้านข้างเคียงไปทีละบ้าน ถามทีละคน คำตอบก็ยังคงซ้ำเดิม

“ไม่เห็นเลยแม่นางชิงหรู”

“ไม่รู้เลย ข้าก็เพิ่งกลับมาเมื่อครู่”

ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้ ไม่มีแม้แต่เงาของอาหรง

หัวใจของลู่ชิงหรูเริ่มหนักขึ้นทุกที ทว่าท่าทีภายนอกยังสงบ ไม่ร้อนรน แต่มีแววตาเคร่งเครียดฉายอยู่ตลอดเวลา

สุดท้าย นางกลับเข้าไปยังบ้านตนอีกครั้ง

ภายในห้องนอนของมารดา กลิ่นยายังตลบอยู่ในอากาศ ไป๋อี้เหยานอนบนเตียง ผ้าห่มคลุมถึงอก ป้าเจานั่งอยู่ปลายเตียงเช็ดตัวให้ และเสียงฝีเท้าร้อนรนของนางก็ทำให้มารดาลืมตาขึ้นช้า ๆ

“เมื่อบ่ายก็เห็นเล่นอยู่หน้าบ้าน ตกเย็นกลับวิ่งเล่นไปไหนไกลให้เป็นห่วงเสียได้ ช่างไม่รู้ความ” เสียงแหบพร่ากล่าว

“เขาไม่ใช่เด็กแบบนั้น” ชิงหรูเอ่ยตอบทันควัน “อาหรงไม่เคยออกไปไหนไกลโดยไม่บอก และไม่เคยหายตัวไปจนถึงยามนี้”

ไป๋อี้เหยาเม้มริมฝีปากพยายามกลั้นความเวียนหัวในตอนนี้ แต่ยังเอ่ยอย่างพยายามรักษาท่าทีทนงตนไว้

“เด็กย่อมซนได้เดี๋ยวอาหรงก็กลับมา...ไม่ต้องถึงกับกระโตกกระตากหรอก”

“ข้าจะทำอันใดไม่ต้องให้ท่านมาบอก...”

ลู่ชิงหรูตอบเสียงเรียบอย่างลดความไม่พอใจลงให้มากที่สุดก่อนจะหันไปทางป้าเจา “ฝากให้ป้าไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านไว้หน่อย เผื่อให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านช่วยถามว่ามีใครเห็นเทียนหรงหรือไม่”

“เจ้าค่ะ!” ป้าเจารีบคว้าเสื้อคลุมแล้วก้าวออกไปทันใด

ลู่ชิงหรูยืนนิ่งอยู่เพียงครู่ แล้วหันหลังเดินออกจากห้องด้วยสีหน้าที่ยังคงควบคุมอารมณ์อย่างมั่นคง นางไม่มีเวลาสนใจคนไม่ช่วยแต่ยังเร่งให้เกิดเรื่องวุ่นวายหรอก

ชิงหรูออกไปนอกบ้านอีกครั้งคราวนี้นางเริ่มไล่ถามอีกคราจนกระทั่งก้าวมาหยุดอยู่หน้าบ้านไม้เก่า รั้วผุหลังหนึ่งที่อยู่ริมแนวต้นไม้

...บ้านของนางหู

กลิ่นคาวปลากับกลิ่นเขม่าควันไฟลอยแตะจมูก นางเห็นนางหูกำลังย่อตัวอยู่หน้าเขียงไม้เก่า สับปลาสดใส่ลงในถังไม้ เศษเกล็ดกระจายเกาะเสื้อผ้าเต็มไปหมด

“ป้าหู พอจะเห็นน้องชายข้าบ้างหรือไม่?” นางเอ่ยเสียงราบเรียบ

นางหูชะงักไปนิด ริมฝีปากที่เม้มแน่นคลี่ยิ้มเยาะบาง ๆ ราวกับถือไพ่เหนือกว่าอย่างชอบใจ

“น้อยชายเจ้าหายหรือ? ทั้งบ่ายข้าทำงานตลอดไม่มีเวลาเฝ้าดูลูกหลานใครหรอก” เสียงของนางลากยาวก่อนจะเปรยอย่างไม่ใส่ใจต่อ “ก็สมกับเป็นลูกคนเมืองหลวงน่ะแหละ...ถูกเลี้ยงแบบคุณชายคุณหนูหน่อยเอาแต่ใจหายไปเช่นนี้ลำบากผู้อื่นโดยแท้”

คำพูดที่แฝงด้วยการเยาะเย้านี้ชิงหรูหาสนใจไม่ ตอนนี้นางสนแค่เรื่องตามหาน้องชายของตนเองเท่านั้น นางไม่ตอบโต้อะไร ก่อนจะหันหลังกลับไป

แต่แล้วขณะที่กำลังจะก้าวออกจากเขตรั้วเก่าของบ้านนางหูไป สายตาของลู่ชิงหรูก็สะดุดเข้ากับร่างเล็กที่มุมของรั้วบ้าน

อามู่...เด็กชายเกเรที่ทุกคนในหมู่บ้านรู้ดี กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ข้างกองฟืน มือกำของเล่นไม้ดัดแปลงจากท่อนไม้ซ้อมของทหารขนาดย่อม ใบหน้าที่ปกติเต็มไปด้วยแววกร่าง พอนางหันมามองกลับเปลี่ยนเป็นแข็งค้างทันใด

แวบแรกที่อามู่เห็นนาง ดวงตากลมโตเบิกขึ้นคล้ายตื่นตกใจ มือหยุดขยับทันที

ลู่ชิงหรูเห็นถึงความผิดปกตินั่นนางหยุดเดิน แล้วหันตัวกลับมาช้า ๆ

“อามู่” นางเอ่ยชื่อเรียบ ๆ “วันนี้เจ้าเห็นอาหรงบ้างไหม?”

เด็กชายรีบหลบตาอย่างรวดเร็ว “ไม่...ไม่เห็น ข้าอยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปไหนเลยทั้งวัน!”

คำตอบนั้นออกมารวดเร็วจนน่าสงสัย และที่สำคัญคือขัดกับภาพตรงหน้าที่นางสังเกตเห็นมาก

เศษดินร่วนสีดำชื้นติดอยู่ที่ชายเสื้อของอามู่ เป็นลักษณะของดินที่มีเฉพาะในป่าไผ่ที่อยู่ท้ายหมู่บ้านอันเกิดจากการทับถมกันของใบไผ่ ไม่ใช่ดินแข็งแห้งแบบลานหน้าบ้านทั่วไป...

ไหนจะตามชุดก็มีใบไผ่แห้งติดอยู่ด้วย เส้นผมยุ่งเหยิง เหงื่อซึมที่ขมับ ทั้งหมดกำลังตะโกนความจริงที่ปากเด็กชายไม่อาจปิดบังได้

ดวงตาลู่ชิงหรูหรี่ลงทันที

“แน่ใจหรือว่าเจ้าอยู่แต่ในบ้าน?”

น้ำเสียงของนางยังไม่เปลี่ยน แต่บรรยากาศรอบตัวกลับหนักขึ้นกดดันเด็กตัวน้อยอย่างตั้งใจ อามู่ไม่ตอบ ดวงตาล่อกแล่ก มือขยับกระบองในมือไปมาแบบไร้จุดหมาย สุดท้ายเมื่อไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดอย่างไรก็รีบวิ่งไปหาผู้เป็นมารดาเสียเลย

“ท่านแม่!”

“เจ้านี่มัน! จะกลั่นแกล้งลูกข้าไปถึงไหนกัน!” เสียงนางหูดังขึ้นขณะขยับมาบังลูกชายไว้

ลู่ชิงหรูเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่สะท้านและไม่คิดว่าสิ่งที่ตนทำผิดแต่อย่างใด

“ข้าไม่ได้กลั่นแกล้ง เพียงแค่ถามเท่านั้น” นางว่าชัดถ้อยคำดวงตาคู่นั้นน่ากลัวอย่างกับนักล่า “หึ...หากอาหรงเป็นอะไรไป ใครก็ตามที่มีส่วนทำให้เกิด ข้าจะไม่ละเว้นแน่นอน”

อามู่กลืนน้ำลายลงคอ หน้าเริ่มซีดเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สารภาพอะไรได้แต่มองชิงหรูเดินจากไปด้วยจิตใจหวั่นเกรงเพียงเท่านั้น...

หัวใจในอกของชิงหรูนั้นเริ่มเต้นแรงอย่างหวาดหวั่น แม้ยังคงใบหน้ายังเรียบนิ่ง นางไม่อาจเสียเวลาอีกแม้แต่น้อย ตอนนี้...น้องชายของนางอาจหลงอยู่ที่ป่าไผ่ หลงทาง หรือแย่กว่านั้น...

นางเร่งฝีเท้ากลายเป็นวิ่งออกไปในที่สุด หัวใจบีบรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ทุกก้าวที่มุ่งไปยังแนวป่าไผ่คือความหวังสุดท้าย

‘อาหรง...อย่าเป็นอะไรไปเลย’

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 33 คะแนนความพอใจหมดแล้ว

    บทที่ 33คะแนนความพอใจหมดแล้วสำหรับเรื่องให้คนติดตามชิงหรูพอเข้าใจว่าเขาอาจจะห่วงชีวิตของตน ทว่าเรื่องโยงไปมั่วซั่วนี้ชิงหรูยอมไม่ได้“ข้าได้พบกับใครนั้นไม่รบกวนให้คุณชายหยวนใส่ใจหรอก...”คำตอบสั้นตรงและไร้ความเกรงใจ ทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางตะเกียบลงในที่สุด“ต่อไป... ห้ามลาพักยาวแบบนี้อีกโดยไม่ได้ขออนุญาตจากข้า” เสียงของเขาเย็นเฉียบ “ช่วงที่เจ้าไม่อยู่ พ่อบ้านเฉินก็ไม่อยู่ แล้วข้าจะจ้างเจ้ามาเพิ่มทำไมในเมื่อไม่สามารถช่วยงานเฉินปิ่งได้”ลู่ชิงหรูพึมพำ “ข้าแจ้งกับพ่อข้านเฉินแล้ว เขาบอกว่าช่วงนั้นเขาจะดูแลท่านเอง...” แล้วเหตุใดเจ้านายจอมเรื่องมากถึงบ่นว่าพ่อบ้านเฉินไม่อยู่ให้ใช้งานได้เล่า“แล้วอย่างไร เจ้ารับเงินจากเฉินปิ่งหรือ?”น้ำเสียงเขาเย็นชาและเป็นคำพูดที่ทำให้ลูกจ้างเช่นนางหาทางโต้กลับไม่ได้ หากนางอยากจะได้รับเงินจากเขาอยู่นางมองเขานิ่ง ๆ หากไม่เพราะมีหยางอิ๋นคอยปลอบประโลมให้นางใจเย็นก็คงได้ลาออกกันไปแล้ว ชิงหรูเอ่ยขึ้นตรงไปตรงมาคิดจะคุยกับเขาด้วยเหตุและผล“ข้ายังจำเป็นต้องพาอาหรงไปเรียนเขียนอักษรกับคุณชายเซียว จะไม่ได้ก็คงไม่ได้...”เหตุผลของนางสะกิดบางอย่างในใจเขาทำ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 32 อย่าเข้ามาใกล้พี่สาวข้า

    บทที่ 32อย่าเข้ามาใกล้พี่สาวข้า“อาหรงน้อย แม่นางลู่มาแล้วหรือ ข้าชงชาเสร็จพอดี”“รบกวนคุณชายเซียวแล้ว”ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ แล้วปล่อยมือจากน้องชาย พลางก้าวเข้าไปนั่งอย่างไม่รีบร้อน“แต่ข้าตั้งใจจะชงชาให้เจ้าดื่มก่อนเริ่มสอนเด็กน้อยนี่น่ะ”เขายิ้มบาง ๆ มือยังคงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วก่อนจะเลื่อนถ้วยชามาให้ชิงหรู สิ่งที่เซียวหลิงชวนทำนั้นอยู่ในสายตาของอาหรงทั้งหมด เขาขมวดคิ้วมองถ้วยชาอย่างไม่ค่อยชอบใจ สองแขนเล็กขยับเข้ามาเกาะแขนและนั่งข้างพี่สาวใกล้กว่าเดิมเด็กชายขยับตัวเบา ๆ ยกมือวางไว้บนขาพี่สาว แววตาเงียบงันคู่นั้นกลับสะท้อนความรู้สึกได้ชัดเจนกว่าคำพูดใด ๆเซียวหลิงชวนกลั้นยิ้ม ก้มหน้าลงเล็กน้อยมองอาการหวงพี่สาวของเด็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู ขนาดเด็กน้อยยังมองออกว่าเขาปฏิบัติกับนางพิเศษ เหตุใดรู้สึกเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้เลยเล่าขณะนั้นเองเสียงแว่วในหัวชิงหรูก็ดังขึ้น‘ข้าให้คะแนนความไวของเด็กนี่เต็มสิบ! ขนาดเด็กยังดูรู้ว่าคุณชายกำลังเกี้ยวเจ้าเลย... เจ้าใจอ่อนให้เขาหน่อยก็ไม่เสียหายนะ!’‘หือ...’ ชิงหรูเริ่มเอะใจแต่ก็ยังไม่ฟันธงอย่างที่ระบบเอ่ยหรอก นางทำเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วพยักหน้าให้

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 31 ตั่งนั่นเจ้านอนได้

    บทที่ 31ตั่งนั่นเจ้านอนได้เสียงเคาะประตูเบา ๆ ในยามดึกทำให้ลู่ชิงหรูที่เพิ่งหลับตาไปได้ไม่นานต้องลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง แสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่างทำให้มองเห็นโดยรอบชัดเจน ครั้นนางเปิดประตูออกมาก็พบว่าเป็นชายหนุ่มในชุดองครักษ์คุ้นหน้ายืนอยู่ในเงามืดหน้าห้องของนางในคฤหาสน์สกุลหยวน“คุณชายให้มาตามแม่นางไปที่ห้อง...”ชิงหรูขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจทว่าค่าจ้างหนึ่งตำลึงเงินต่อวันที่ค้ำคอทำให้นางตัดสินใจตามไปอย่างไม่ได้เอ่ยถามแม้คำเดียว เพียงพยักหน้าแล้วตามเขาไป...ระหว่างทาง นางสังเกตได้ว่าพ่อบ้านเฉินไม่ปรากฏตัวเช่นเคย ความเงียบของค่ำคืนนี้กลับแฝงไว้ด้วยบางอย่างที่ผิดแปลกไป เมื่อมาถึงหน้าห้องพักผ่อนของหยวนเหวินซี องครักษ์ก็เปิดประตูให้นางเข้าไปแล้วเขาก็หลบออกไปทันที ปล่อยให้นางเดินเข้าไปเพียงลำพังชิงหรูก้าวเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง กลิ่นยาสมุนไพรจาง ๆ ยังคลุ้งอยู่ทั่วห้อง และเจ้าของเรือนก็กำลังนอนเอนพิงหมอน หน้าผากเปียกชื้นด้วยเหงื่อมากมาย แต่ข้างกายไร้คนรับใช้อย่างที่ควรจะเป็น...ไม่มีแม้กระทั่งพ่อบ้านเฉิน แสดงว่าคืนนี้เขาออกไปทำธุระข้างนอกอีกแล้วสินะ“คุณชายเรียกข้ามีอันใดให้รับ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 30 พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่

    บทที่ 30พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่เช่นนั้น ชิงหรูก็ตัดสินใจได้แล้ว! นางถอนหายใจยาวเหยียดในใจ ‘หากเขาหลับเจ้าว่า ข้าจะแอบถีบเขาให้ตกเตียงสักหน่อยดีไหม’หยางอิ๋นรีบเอ่ยเสียงรีบร้อนห้ามทันใด “นายท่านโปรดคิดถึงฟังก์ชันครัวยุโรป วัตถุดิบจากทั่วหล้า... โอ้... เบคอน...ชีส...เจ้าไม่มีหนทางอื่นที่จะได้สิ่งเหล่านั้นมาเร็วเท่าหนทางนี้แล้วนะ!”ลู่ชิงหรูจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าราบเรียบไร้รอยค้านแล้วบัดนี้“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะรับหน้าที่นี้เพิ่มอีกหนึ่งอย่าง รบกวนคุณชายหยวนเขียนสัญญามาด้วย”นางยังไม่ทันได้ถอนหายใจให้เต็มอึด เฉินปิงที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ก็ได้รับคำสั่งทันที เขาเขียนสัญญาตามที่คุยกันและให้นางและหยวนเหวินซีลงนามเรียบร้อยแล้วและทันใดนั้นเสียงราบเรียบของชายป่วยก็ดังขึ้นแทบจะทันที“เฉินปิง เจ้าออกไปตรวจบัญชีที่คั่งค้างเสีย... เรื่องรับใช้ข้าในตอนนี้ปล่อยให้เป็นของบ่าวรับใช้คนใหม่เถอะ”“ขอรับคุณชาย”พ่อบ้านชราแม้จะนิ่ง แต่แววตาเหมือนจะสะท้อนความลังเลบางอย่างอยู่ลึก ๆ กระนั้นก็ยังโค้งคำนับและก้าวออกไปจากห้องไปอย่างไม่อาจสอบถามหรือคัดค้านได้เหลือเพียงเขาและนาง ที่แม้ต่อหน้าล

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 29 คะแนนน้อยที่สุดเท่าที่นางเคยได้มา

    บทที่ 29คะแนนน้อยที่สุดเท่าที่นางเคยได้มาเมื่อนางเดินพ้นห้องนอนของเจ้าของคฤหาสน์มามุ่งตรงหยิบของและเร่งฝีเท้ากลับเขาจะป่วยกันสักเท่าไหร่กัน ข้อเรียกร้องให้ทำอาหารสามมื้อนี้ย่อมต้องทำให้นางออกจากภัตตาคารแน่ ระหว่างนี้ชิงหรูคิดว่านางจะต้องรีบทำคะแนนแล้วก็เรียกเงินค่าตอบแทนเข้าเยอะ ๆ‘เรื่องออกจากภัตตาคาร นั่นไม่ใช่เป้าหมายของเจ้าอยู่แล้วนี่ เจ้าอยากเปิดฟังก์ชันห้องครัวยุโรปไม่ใช่หรือ? ครัวในภัตตาคารนั่นแค่ครัวไม้ ควันโขมง มีดก็บิ่น วัตถุดิบก็ธรรมดา! อย่านำมาเปรียบเลย’เจ้าระบบตอนนี้เหมือนถูกคะแนนความพอใจที่มาทีละมาก ๆ จากคุณชายหยวนจอมเรื่องมากบดบังสายตาเสียแล้ว เอะอะอะไรก็ส่งเสริมให้นางเลือกฝั่งนี้เสมอชิงหรูถอนหายใจยาว แต่นางก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายพูดมีเหตุผล การแลกนี้ย่อมคุ้มกับสิ่งที่เสียไป...ชิงหรูเดินกลับมาถึงบ้านแล้ว เสียงประตูไม้ถูกผลักเปิดออกเบา ๆ ในยามบ่ายที่เงียบสงัด เงาของนางทอดยาวบนพื้นดินข้างเรือน บ้านเปิดอยู่แสดงว่าทุกคนอยู่ในบ้านไม่ได้ออกไปตามหานาง ซึ่งก็ดีแล้วทันทีที่นางก้าวเข้ามาในลานบ้าน เงาร่างเล็ก ๆ ก็วิ่งพรวดออกมาจากบ้านก่อนจะกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของนางอย่างแน่นห

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 28 ใช้เล่ห์มาก็ใช้กลับ

    บทที่ 28ใช้เล่ห์มาก็ใช้กลับลู่ชิงหรูกอดเข่าบนกองฟางอันเย็นชื้นหลังพิงกำแพงหินเย็นเฉียบ แสงตะเกียงด้านนอกส่องผ่านซี่ลูกกรงเป็นเงาทอดยาวบนพื้น นางไม่ได้หลับตลอดคืน ไม่ได้ใช่เพราะหวาดหวั่นใดใดนางนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงคนที่บ้านว่าจะเป็นห่วงนางแค่ไหนต่างหาก ตอนนี้น่าจะขึ้นเช้าวันใหม่แล้วหากพวกเขาพบว่านางยังไม่กลับบ้าน คงร้อนใจจนไม่เป็นอันกินอันนอนนางถอนหายใจเงียบ ๆ พับแขนแนบอกแล้วเอนหัวกับผนังเย็นเฉียบ แม้ในใจจะกังวลถึงครอบครัว แต่สีหน้ากลับนิ่งสนิทไม่แสดงความอ่อนแอใด นางมีนิสัยเก็บอารมณ์เก่งนี้ติดตัวมานานแล้ว...และเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นในความเงียบของคุกใต้ดินบานประตูเหล็กเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างขององครักษ์ชุดดำผู้หนึ่งที่นางจำได้ดี เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงเอ่ยเสียงราบเรียบ“พ่อบ้านเฉินให้มาปล่อยตัวแม่นาง...”ลู่ชิงหรูลุกขึ้น สบตากับชายผู้นั้นครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามออกไปโดยไม่เอ่ยถามใด ไม่แสดงความประหลาดใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เป็นเขาเองที่มีสีหน้าประหลาดใจกับสภาพของนางเหตุใดสตรีอายุน้อยนางหนึ่งถึงไร้ท่าทีหรือสีหน้าอย่างคนที่ถูกขังในคุกมืดไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเช่นนี้...เมื่อพ้นจากค

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status