Masukสายลับทะลุมิติมาพร้อมระบบสายลับสุดล้ำที่นางสร้างเองกับมือ ไฉนพอมาเกิดใหม่ ระบบกลับประกาศกร้าวว่าอยากเป็นเชฟมือหนึ่ง! เช่นนั้นก็ดี นางจะใช้มันพลิกชะตาน้องปัญญาอ่อนกับมารดาหัวสูงให้รอดเอง! .... แนะนำตัวละคร ระบบชื่อ หยางอิ๋น หรือ เรียกว่าอิ๋นอิ๋นก็ได้ เป็นระบบสายลับที่กลับใจอยากจับมีดทำอาหาร นางเอกเป็นอดีตสายลับสายซึน ไม่ชอบอยู่กับคน แต่ดันมีระบบเก็บคะเเนนความพอใจที่ต้องเข้าหาคน ... พระเอกนั้น…..อุบอิ๊บไว้ก่อน ใครเจอพระเอกคือใคร แวะเดากันมาได้
Lihat lebih banyakบทที่ 64ขนมเป็นเหตุตำหนักชิงหลงเงียบงันเช่นทุกคราแต่ที่ต่างออกไปคงกลิ่นหอมของผลไม้จาง ๆ ที่ลอยโชยเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าขันทีที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวังกล่องไม้เนื้อดีผูกเชือกอย่างดีถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เฉินกงกงขยับเข้าใกล้ เอ่ยรายงานเสียงเบา“เป็นขนมมาจากตำหนักเฉินหลงพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรองทรงรับสั่งให้ส่งมาถวายพระองค์… พร้อมอีกส่วนหนึ่งส่งไปตำหนักของฮองเฮา”ฉู่เหวินซีไม่เอ่ยถามใด ดวงตาสีนิลจับอยู่ที่กล่องนั้นนิ่ง ๆ ไม่ใช่เพราะสนใจขนมที่ใครส่งมาแต่เป็นเพราะกลิ่นที่ลอยโชยออกมามันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดต่างหาก เขายื่นมือไปคลายเชือกไหมช้า ๆ ฝาเปิดออก กลิ่นหอมละมุนของผลไม้สุกก็ลอยแตะปลายจมูกทันทีปลายนิ้วของเขาชะงักทันใด ขนมหน้าตาเช่นนี้ ประหลาดแต่เขาเคยเห็นมาก่อน เพียงแต่ต่างออกไปแค่น้ำราดข้างบนเท่านั้น แต่แก่นแท้ดูแล้วไม่ต่างออกไปจากสิ่งที่เขาคิดแน่นอนว่าขนมตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหนจะทำได้!“เตรียมเสื้อคลุม”เฉินกงกงสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายทันใด “พระองค์จะเสด็จออกไปยามนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”คำถามไม่ได้รับคำตอบ ฉู่เหวินซีเพียงก้าวออกจากตำหนักชิงหลงด้วยจังหวะการเดินไม่ช้าแต่ก็ไม่เร็วให้ใค
บทที่ 63ให้ส่งไปของตำหนักของพี่ใหญ่ด้วยลู่ชิงหรูก้าวเข้าสู่ครัวของตำหนักองค์ชายรอง สถานที่ซึ่งแม้เรียกว่าครัว แต่กลับกว้างขวางสะอาดสะอ้านจนนึกว่าเป็นห้องรับรองชั้นดีอีกห้องหนึ่ง เครื่องครัวเรียงรายครบถ้วนจนน่าอิจฉา กระเบื้องเคลือบพื้นหินเย็นจับฝ่าเท้าอาฮวาเดินตามหลังมาอย่างเงียบเชียบ เมื่อครู่ก็เพียงช่วยจัดเตรียมผ้ากันเปื้อนให้นางพ่อครัวหลวงสามคนที่ประจำครัวต่างจ้องนางด้วยสีหน้าสงบแต่มีคำถามในแววตา พวกเขาอาจไม่กล้าแสดงออกชัดเจน แต่ดูจากกิริยาก็รู้ว่ารู้สึกเหมือนโดนล้ำเขตอาชีพชิงหรูมองไปรอบห้อง ก่อนจะแสร้งยิ้มอย่างครุ่นคิด“ข้าจะทำขนมโดยใช้ลูกพลับสุกที่ต้องคัดเฉพาะจากต้นลูกโตเปลือกบาง สีแดงเข้ม มีไหมเจ้าคะ? และสาลี่น้ำผึ้งรสหวาน แต่ขอที่ผิวนุ่มเล็กน้อยนะเจ้าคะ...อ้อ ถ้ามีผลไม้เปรี้ยวหวานอย่างอื่นด้วยก็จะดีมาก”พ่อครัวใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ของพวกนี้มิได้เตรียมไว้ครบขอรับ ต้องไปเลือกที่คลัง”“เช่นนั้นก็ขอรบกวนท่านช่วยดูให้หน่อยเถิดเจ้าค่ะ” ลู่ชิงหรูกล่าวพร้อมรอยยิ้มจริงใจและท่าทีนอบน้อมพ่อครัวหลวงทั้งสามสบตากันก่อนจะพยักหน้าอย่างมิอาจปฏิเสธ แล้วรีบออกไปทันทีเมื่อประตูครัวปิดลง ควา
บทที่ 62สะพานเชื่อมไปยังอำนาจหลายวันก่อน มีนางกำนัลของตำหนักเฉินหลงมามอบจดหมายถึงมือของบ่าวชิงหรู บอกว่าองค์ชายรองมีความประสงค์ให้นางไปพบที่พระตำหนัก มิได้ระบุเหตุผลชัดเจนอาฮวาเองก็อดถามขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ…วันนี้ท่านจะไปวังจริงหรือเจ้าคะ? หากฮูหยินรองไม่ยินดี…”“ฮวา” ลู่ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ ดวงตาฉายแววเยียบเย็น “ข้าก็ไม่อาจขัดพระประสงค์ขององค์ชายรองได้เช่นกัน เจ้าคิดว่าระหว่างคำสั่งเวินซื่อกับองค์ชายในวัง…ข้าควรเลือกฟังผู้ใด?”อาฮวาก้มหน้า “บ่าวไม่กล้าคิดเพคะ”“เพียงแต่…” ลู่ชิงหรูวางเสียงราบเรียบ “ข้าคิดว่าวันนี้นางคงไม่ปล่อยให้ข้าไปเพียงลำพัง เสวี่ยเอ๋อร์…คงจะตามไปด้วยแน่นอน”คำคาดการณ์นั้นแม่นยิ่งกว่าคำทำนายใดเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว ชิงหรูออกมายืนรอหน้าจวนเพียงครู่ รถม้าประดับตราเฉินหลงขององค์ชายรองก็มาหยุดอยู่หน้าประตูอย่างเด่นตระหง่าน บ่าวข้างจวนและชาวบ้านละแวกนั้นต่างแอบมามุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนัก บ้างก็ซุบซิบ บ้างก็แย้มยิ้มแต่เงี่ยหูรอคอยและไม่นานนัก เวินซื่อก็ค่อย ๆ พยุงเสวี่ยเอ๋อร์ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนปักลายกวางชมดอกเหมย ออกมาหน้าจวนอย่างถนุถนอม ราวกับกลัวบุตรสาว
บทที่ 61นางมีนัดกับองค์ชายรองยามค่ำคืนในตำหนักชิงหลงสงบเงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงสายลมพัดกิ่งไผ่กระทบกันเบา ๆ เงาไฟจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนเคลื่อนไหวอยู่บนผนังหินสีดำ พระพักตร์ขององค์ชายใหญ่แลดูไร้อารมณ์ ขณะถอดเสื้อนอกออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีนิลของเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวคุณหนูจากสกุลลู่…หญิงสาวที่ปรากฏตัวแทนยังสถานที่นัดในวันนี้...ไม่ใช่นางคนนั้นภาพของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายที่เคยก้มหน้าก้มตารอเขากินอาหารตอนเขาพักอยู่ที่เมืองเฟิ่งเซียนยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ สีหน้าระรื่นหยาดเยิ้มของคุณหนูจากสกุลลู่ในวันนี้ขัดแย้งกับความสุขุมลึกของแววตาของนางยังแจ่มชัดในสายตาเขาเขาเอื้อมมือหยิบกล่องขนมที่ถูกส่งมาจากจวนลู่ซึ่งยังวางอยู่บนโต๊ะ เปิดฝาแล้วจ้องมองขนมถั่วสลักรูปเหยี่ยวบน รูปร่างและลายเส้น...เหมือนป้ายหยกของเขาไม่มีผิดเพี้ยน“แล้วนางรู้ได้อย่างไร...” เสียงต่ำของเขาดังขึ้นแผ่วเบาในห้องเงียบงันไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะรู้ตราประจำตัวของเขาในฐานะผู้นำองค์กรเงาในเมืองเฟิ่งเซียน นอกจากผู้เคยอยู่ใกล้ชิดเขาตอนอยู่เมืองเฟิ่งเซียนแล้วจะมีใครไหนรู้อีกเล่าเขาหรี่ตา แววตาเย็นเยียบ“เฉินอัน” เขาเอ่ยเร
บทที่ 60เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้งเมื่อบทสนทนาในห้องทำงานจบลง ลู่ชิงหรูก็ค้อมกายขอตัวออกมาอย่างนอบน้อม นางเดินออกจากห้องไปโดยมีอาฮวาเดินตามเงียบ ๆฝีเท้าของนางช้ากว่าปกติเพราะรออะไรบางอย่างอยู่‘เจ้าวางเหยื่อล่อ กระตุกความรู้สึกคนได้ชำนาญนัก’ดวงตานิ่งราบของลู่ชิงหรูกะพริบช้ายิ้มรับคำชมของหยางอิ๋น
บทที่ 44เขาไม่อาจปกป้องคนที่เขารักได้เลยรถม้าหรูสามคันแล่นฝ่าหิมะที่ตกไม่แรงมากเข้าสู่ตัวเมืองเฟิ่งเซียงอย่างรวดเร็ว มาหยุดลงหน้าประตูโรงหมอประจำเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้ย่านการค้ารถม้าคันกลางคือคันที่ลู่ชิงหรูยังคงนอนสลบอยู่ภายใน ข้างกายมีลู่เทียนหรงนั่งเงียบไม่พูดไม่จา แต่สองมือน้อยกลับกอบกุมฝ่ามือ
บทที่ 43เหมือนคฤหาสน์ร้างชิงหรูชะงักไปทันใดร่างกายพาให้ก้าวเข้าใกล้อย่างไม่รู้ตัว หิมะทับถมสูงเกือบถึงข้อเท้า พ้นทางเปิดปิดประตู ไม่มีแม้เงาองครักษ์ ไม่มีแม้เสียงฝีเท้าในลาน ไม่มีควันไฟจากโรงครัวด้วยซ้ำชิงหรูเดินอ้อมไปอีกมุมหนึ่งที่เคยเป็นจุดส่งวัตถุดิบ เดิมทีจะมีบ่าวเข้าออกแทบทั้งวัน แต่เวลานี้
บทที่ 36ระบายอารมณ์พอหรือยังไป๋อี้เหยาแสร้งหัวเราะเบา ๆ กลบเกลื่อนกิริยาหยาบคายของผู้เป็นบุตรสาว แล้วกล่าวเตือนเสียงกระซิบ“ชิงหรู เจ้าต้องทำตัวดี ๆ อย่าเสียมารยาท นี่แม่นมติ่ง…เดินทางมาตั้งไกลเพื่อมาพาพวกเรากลับไปยังจวนของบิดาเจ้าที่เมืองหลวงนะ”“หึ”ลู่ชิงหรูหัวเราะในลำคออย่างเย็นชาทันทีที่ได้ย












Ulasan-ulasanLebih banyak