LOGINสายลับทะลุมิติมาพร้อมระบบสายลับสุดล้ำที่นางสร้างเองกับมือ ไฉนพอมาเกิดใหม่ ระบบกลับประกาศกร้าวว่าอยากเป็นเชฟมือหนึ่ง! เช่นนั้นก็ดี นางจะใช้มันพลิกชะตาน้องปัญญาอ่อนกับมารดาหัวสูงให้รอดเอง! .... แนะนำตัวละคร ระบบชื่อ หยางอิ๋น หรือ เรียกว่าอิ๋นอิ๋นก็ได้ เป็นระบบสายลับที่กลับใจอยากจับมีดทำอาหาร นางเอกเป็นอดีตสายลับสายซึน ไม่ชอบอยู่กับคน แต่ดันมีระบบเก็บคะเเนนความพอใจที่ต้องเข้าหาคน ... พระเอกนั้น…..อุบอิ๊บไว้ก่อน ใครเจอพระเอกคือใคร แวะเดากันมาได้
View Moreภัตตาคารจินฮว่าในย่านการค้าของเมืองเฟิ่งเซียงยังคงคึกคักไม่ขาดผู้คน แม้เป็นเมืองชายทะเลที่ห่างจากเมืองหลวง แต่ด้วยเส้นทางการค้าที่ตัดผ่านจึงมีพ่อค้า นักเดินทาง และชาวเรือต่างถิ่นมาเยือนตลอดเวลา กลิ่นหอมของอาหารจากครัวหลังภัตตาคารลอยอบอวล แข่งกับเสียงโห่ร้องและความจอแจจากห้องโถงด้านหน้าไว้ต้อนรับลูกค้า
ชายหนุ่มร่างเล็กในชุดผ้าฝ้ายสีหม่นยืนอยู่หน้าเตา มือเรียวสับหมูสามชั้นลงบนเขียงด้วยจังหวะคงที่ ชำนาญจนคิดว่ามีดในมือไม่ต่างจากอวัยวะหนึ่งของเจ้าตัว ดวงตาคมเรียบนิ่งจดจ่อกับวัตถุดิบตรงหน้าท่วงท่าเฉียบคมราวเครื่องจักรชั้นดี แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าใต้เปลือกตาเรียบเฉยนั้นซ่อนอดีตอันแสนซับซ้อนของหญิงสาวผู้หนึ่งมิใช่เด็กชายผอมบาง !
ลู่ชิงหรู อดีตสายลับจากปลายศตวรรษที่ยี่สิบ ผ่านภารกิจมานับไม่ถ้วน และตายในหน้าที่เมื่อถูกหักหลังโดยเพื่อนร่วมทีม แต่แทนที่จะดับสูญกลับฟื้นในร่างของคุณหนูตกอับแห่งตระกูลขุนนาง ใหญ่ เหตุเพราะมารดาตั้งครรภ์น้องชายผู้มีชะตากาลกิณีต่อตระกูล พวกนางถูกไล่ออกจากจวนใหญ่ต้องระเห็จมาชนบท
ชีวิตใหม่ที่น่าจะสิ้นหวังกลับถูกหล่อเลี้ยงด้วยความสามารถใหม่ของอดีตสายลับและระบบที่นางสร้างขึ้นเองกับมือเมื่ออดีต
‘ข้าวิเคราะห์ชะตาแล้ว เจ้าตายโง่ ๆ แต่ก็ยังโชคดีได้พาข้ามาด้วย ถือว่าเป็นบุญของเจ้าอย่างเดียวยามได้เกิดใหม่’
นี่คือคำพูดแรกยามที่นางรู้ว่าระบบสายลับที่นางสร้างเมื่อตอนเป็นสายลับได้ทะลุมิติมากับนางด้วย
...ภาพโฮโลแกรมเจ้าก้อนสีเหลืองตัวกลมที่ลอยอยู่เหนือเขียง แววตาสดใสน้ำเสียงใสกริ๊งไม่ต่างจากเด็กชายวัยเก้าขวบทั่วไป แต่ที่น่าแปลกใจคือเจ้าระบบสายลับในอดีตนี้กลับกลายเป็นระบบทำอาหารเสียอย่างนั้น
‘เจ้าระบบอารมณ์ดี’ มีชื่อว่า หยางอิ๋น เวลาทำอาหารจะกระตือรือร้นที่สุดแต่ถ้าจะใช้มีดแทงใครเข้าเมื่อไร ระบบนี่ก็พร้อมเงียบหายทันที ราวกับมิใช่ระบบในมีดประจำตัวของนางที่ชาติก่อนนางใช้มันจัดการศัตรูและทำภารกิจมานักต่อนัดอย่างไรอย่างนั้น
“พ่อครัวหรู! รายการอาหารเข้ามาใหม่!”
เสี่ยวเอ้อสาวเรียกเสียงดังขณะยื่นใบรายการอาหารมาให้ ลู่ชิงหรูรับไว้ด้วยนิ้วเรียว หางตาเหลือบมองเพียงชั่ววาบหนึ่ง
“ปลานึ่งซีอิ๊ว ไก่ตุ๋นสมุนไพร ข้าวคลุกงาดำ บัวลอยไส้งาดำ...”
นางอ่านตามรายชื่ออาหารบนแผ่นกระดาษที่เขียนด้วยถ่านจาง ๆ พยักหน้าเบา ๆ ดวงตานิ่งสงบ แต่ภายในกลับคำนวณลำดับการลงมืออย่างแม่นยำราวแผนจู่โจม นางก้าวไปยังถังปลาน้ำจืดที่ยังดิ้นพล่าน เลือกตัวที่เนื้อแน่น ลำตัวยาวได้สัดส่วน พอเหมาะแก่การนึ่งให้สุกกำลังดี
มือเรียวยกมีดขึ้นโดยไม่ลังเล ใบมีดยาวเรียวส่องประกายสะท้อนแสงอ่อนในครัว เสียงปลายมีดเฉือนผ่านเนื้อปลา ขอดเกล็ด แล่บั้งสองข้างลำตัวอย่างรวดเร็ว แม่นยำ แม้กระทั่งก้างอ่อนบางตรงท้องปลาก็หลบหลีกได้ง่ายดาย
ในชาตินี้ไม่มีใครรู้ว่านางเคยใช้มีดเล่มเดียวกันนี้ปลิดชีวิตศัตรูในความมืด ด้วยฝีมือเฉียบขาดไม่แพ้พ่อครัวในครัว สิ่งที่เปลี่ยนไปเพียงอย่างเดียว
...ปลายทางของคมมีดนี้ไม่ได้มีเพื่อทำร้ายใครแต่เพื่อทำอาหารสร้างความสุขให้คนได้ลิ้มรส
นางหมักปลาด้วยสมุนไพรกลบกลิ่น ซีอิ๊วหมักดองในโอ่งไม้เก่า เหล้าเกาเหลียงเก่า และน้ำตาลกรวดโปรยบาง ๆ เสริมรส วางปลาลงบนจานเคลือบอย่างมั่นมือ แต่งด้วยเห็ดหูหนูขาว ต้นหอม และแผ่นขิงที่ผ่านการฝานบางแล้ว
“ถ้าไม่ใส่ต้นหอมกับเห็ดหูหนู จะเหมือนเขียนบทกลอนที่ไร้จังหวะ”
หยางอิ๋นในร่างโฮโลแกรมลอยวนอยู่ใกล้ซึ้ง เขากล่าวพลางทำหน้าเคร่งเครียดราวกับพ่อครัวหลวงกำลังตรวจสำรับถวายฮ่องเต้
ข้างเตาดิน ไก่เนื้อแน่นสีซีดถูกสับเป็นชิ้นโดยมีดเล่มเดิม เสียงปลายมีดกระทบเขียงไม้ดังแผ่วแต่หนักแน่น จากนั้นนางจึงจัดการเรียงชิ้นเนื้อไก่ลงในหม้อเคลือบเงา ใส่ตังกุย โป๊ยกั๊ก เฉินผี่ เก๋ากี้ และชวงเจี่ย เติมน้ำสะอาด เกลือหินเล็กน้อย แล้วตั้งไฟอ่อนให้เคี่ยวอย่างใจเย็น
“น้ำแกงดีไม่อาจเร่งได้ เหมือนภารกิจที่ต้องรอเวลา ปลุกน้ำให้เดือดขึ้นทีละชั้น ไม่รีบเร่ง แต่ไม่พลาดแม้จังหวะเดียว”
หยางอิ๋น หรือ อิ๋นอิ๋นพึมพำเสียงเบาขณะมองไอน้ำอุ่น ๆ ลอยขึ้นจากปากหม้อ สูดดมกลิ่นตังกุยที่เริ่มโชยมาอย่างแผ่วบาง
อีกมุมหนึ่ง ข้าวหุงใหม่ถูกตักลงอ่างไม้ คลุกด้วยงาดำคั่วบดละเอียด กลิ่นหอมมันกระจายตัวทั่วห้องครัว มือที่เคยปลดไกกับดักอย่างแม่นยำ บัดนี้ขยับไม้พายผสมข้าวกับงาอย่างสง่างามและเปี่ยมความรู้สึก
หม้อน้ำขิงอีกใบ บัวลอยไส้งาดำลอยเด้งตัวบนผิวน้ำร้อนจัด แป้งเหนียวนุ่ม ไส้ในหอมหวานจากงาดำบดละเอียดและน้ำตาลกรวดแท้
หยางอิ๋นลอยเหนือถาดข้าวคลุกงาดำ แสดงท่าทีภูมิใจนักหนา
‘ยอดเยี่ยม ข้าจะเพิ่มคะแนนความพอใจให้เจ้าหนึ่งหน่วย ในฐานะที่ทำให้ข้าได้กลิ่นหอมโชยเช่นนี้ได้’
ชิงหรูไม่ใช่เด็กสาวที่ตามเจ้าระบบขี้น้อยใจไม่ทัน ‘มิใช่เจ้าบอกว่าคะแนนจะนับก็ต่อเมื่อข้าได้ยินคำชมนั้นจากผู้ได้ลิ้มรสด้วยหูตัวเองหรือ คะแนนจากระบบไร้ตัวตนเช่นเจ้านับด้วยหรือ!?’
‘เหอะ! เพราะเจ้ามันเป็นพวกปากไร้รสเช่นนี้อย่างไร คะแนนความพอใจถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนแลกอะไรไม่ได้มากเช่นนี้’
ลู่ชิงหรูหัวเราะในลำคออย่างไม่คิดง้อ ก่อนจะรีบจัดอาหารทั้งหมดลงชามและถ้วย ก่อนนำอาหารไปบริการถึงโต๊ะลูกค้านั้นนางก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเงาสะท้อนของตนในเงาบนกระบวยขัดเงา
ใบหน้าเรียวไร้เครื่องประทิน ผมเปียเดี่ยวรวบผมไว้ข้างหลัง เสื้อผ้าหม่นหมอง ในวันที่มาขอทำงาน นางไม่ได้แม้แต่หวีผมผลัดแป้งยิ่งแล้วใหญ่ เถ้าแก่ของที่ภัตตาคารแห่งนี้จึงคิดว่านางเป็นเด็กหนุ่มแล้วก็รับไว้เป็นเสี่ยวเอ้อของร้าน เมื่อเห็นว่าถูกเข้าใจผิดไปอย่างนั้นแล้วนางก็เลยปล่อยเลยตามเลยเสีย เพราะการที่นางเป็นผู้ชายย่อมปลอดภัยกว่าการเป็นหญิง...ยิ่งเฉพาะในยุคนี้
นางยกถาดอาหารออกจากครัว มุ่งหน้าไปยังโต๊ะที่สั่งอาหารด้วยมือตนเอง เพราะคะแนนความพอใจ จะเพิ่มก็ต่อเมื่อลูกค้าพูดคำชมให้นางได้ยินอย่างชัดเจนเท่านั้น
ลู่ชิงหรูเดินตามเสี่ยวเอ้อไปยังโต๊ะด้านข้างหน้าต่าง โต๊ะนั้นมีคุณหนูผู้หนึ่งแต่งกายงดงาม นั่งอยู่กับสตรีสูงวัยที่น่าจะเป็นมารดา ใบหน้าทั้งสองมีแววเหนื่อยล้าจากการเดินผ่านแดดร้อนยามเที่ยงวัน
“เรียนคุณหนู อาหารตามที่สั่งมาแล้วเจ้าค่ะ”
เสี่ยวเอ้อกล่าวอย่างนอบน้อมก่อนจะหันมารับถาดจากลู่ชิงหรูที่เดินตามมาเงียบ ๆไปวางบนโต๊ะ
เมื่อจัดวางอาหารลงบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย ลู่ชิงหรูก็ถอยออกมาเล็กน้อย ยืนหลบอยู่หลังเสาไม้ด้านข้างเพื่อรอดูปฏิกิริยา สีหน้าท่าทางของลูกค้าที่กินอาหารนั่นสำคัญกว่าทองคำ
คุณหนูผู้นั้นคีบปลานึ่งเข้าปาก ก่อนจะเบิกตากว้างเล็กน้อย ดวงหน้าแสดงความประหลาดใจ ก่อนจะเปล่งเสียงเบา ๆ
“อร่อยเหลือเกินเจ้าค่ะ ท่านแม่ ลองนี่สิ…”
สตรีสูงวัยรับคำแล้วคีบเข้าปากบ้างก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“น้ำแกงกลมกล่อม รสชาติเบาสบายลำคอ ใช่จะดีเพียงหน้าตาเท่านั้น”
เสียงคำชมไม่ดังนัก ทว่าชิงหรูกลับได้ยินชัดทุกถ้อยคำ พร้อมเก็บสีหน้าความพอใจเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสมใส่ระบบไม่เว้นแม้แต่ชั่วอึดใจเดียว
‘คะแนนความพอใจ +2 +2’
เสียงหยางอิ๋นลอยมาด้วยน้ำเสียงรื่นเริงจนแทบกระโดดตีลังกา ตัวอิ๋นอิ๋นนั้นมีเพียงชิงหรูเท่านั้นที่มองเห็น เมื่อได้รับคะแนนเรียบร้อยก็พร้อมจะเดินกลับไปในครัวอีกคราเพราะเดี๋ยวจะถูกพ่อครัวคนอื่นว่าเอาได้ ทว่ายังไม่ทันได้หันหลังกลับเข้าสู่ครัวเลย เสียงโหวกเหวกก็ดังขึ้นจากหน้าร้านพร้อมเสียงโต๊ะล้มและเสียงเก้าอี้กระแทกพื้นตามมาติด ๆ
“ไอ้เถ้าแก่! ออกมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะโกนกร้าวปนหยาบคายดังสนั่นทั่วภัตตาคาร ทุกสายตาหันมาทางต้นเสียง มีชายสวมเสื้อผ้าหยาบกระด้างกลุ่มหนึ่งยืนพิงโต๊ะหน้าร้าน หนึ่งในนั้นใช้เท้าถีบโต๊ะไม้เสียงดังสนั่น “วันนี้พวกข้าจะเก็บค่าคุ้มครองเสียหน่อย! ตลาดนี้ใคร ๆ ก็จ่าย! วันนี้ถึงคราวพวกเจ้าแล้ว”
เถ้าแก่ผู้ชราซึ่งเป็นเจ้าของร้านรีบวิ่งเยาะ ๆ ไปหน้าประตูด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย พลางโค้งคารวะเล็กน้อย มือปาดเหนื่อยที่วันนี้พวกเขายากจะรอดพ้นจากการถูกคุกคามเสียแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของตำรวจเมือง พวกมันถึงรีบมาเก็บค่าคุ้มครองที่ร้านพวกเขานั่นเอง
“วันนี้ร้านข้ายังไม่ได้กำไรเลยโปรดเมตตาเลื่อนวัน…”
ชายคนนั้นยังไม่ทันฟังจนจบก็ตวาดใส่ “มากความนัก!” แล้วผลักอกเถ้าแก่จนเกือบล้มทันที
เงาร่างบางผุดออกมารับร่างเถ้าแก่ไว้ได้ทัน ลู่ชิงหรูยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าราบเรียบแต่แววตาเยียบเย็นมองไปพวกคนที่มาใหม่อย่างไร้ความเกรงกลัว
“คนชรา พวกเจ้าก็ยังกล้าทำร้ายได้ เจ้ายังมีความเป็นคนอยู่หรือไม่”
ชายหัวหน้าหันมามองนางด้วยแววเหยียดหยาม “ว่าไงนะ เจ้าเด็กเปี๊ยกกล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ!?” เขาเอื้อมมือหมายจะคว้าคอเสื้อนางแต่...
พลั่ก!
ฝ่ามือของชิงหรูกระแทกข้อมือเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่ก็เป็นจังหวะพอดิบพอดีอย่างไม่น่าเชื่อจนอีกฝ่ายเซไปเล็กน้อยโดยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นที่มือของตนที่บัดนี้ชาจนแทบขยับไม่ได้
‘อุ๊ย ยังรวดเร็วไม่เบานี่นา!’ เสียงหยางอิ๋นร้องอย่างมีสีสันแต่ไม่โผล่ตัวออกมา ‘แต่ห้ามใช้มีดนะ ถ้าเจ้าใช้ ข้าจะปิดการสนทนาไปสามวันเลยคอยดู!’
นางมิได้ตอบ กลับยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าเล็กน้อยราวไม่ได้ตั้งใจตีแต่บังเอิญเป็นจังหวะเดียวกันที่อีกฝ่ายเอื้อมมาเฉย ๆ
ชายอันธพาลนั้นก็หาได้คิดว่านางตั้งใจจึงขยับจะเข้าหาอีกครั้ง แต่จู่ ๆ ก็สะดุ้งเฮือก ราวกับถูกของแข็งกระแทกเข้าที่ข้อศอกจนเกิดอาการชาคล้ายคนบังเอิญแกว่งมือชนโต๊ะอย่างไรอย่างนั้น
เขาหันขวับไปรอบตัวแต่กลับไม่เห็นผู้ใดขยับ นอกจากสายตาชาวบ้านที่มองอย่างอยากรู้เท่านั้น แล้วใครแอบโจมตีเขาอย่างขี้ขลาดกันเล่า!
“ใครปาของใส่ข้า!”
เขาคำรามลั่นมองหาให้ขวักจนท่าทางดูน่าขบขันไม่น้อย
แต่เมื่อไม่เจอใครเพื่อให้ไม่เสียเวลาก็ทำท่าจะเดินเข้าหาเถ้าแก่อีกครา คราวนี้ก้อนหินอีกก้อนหนึ่งก็พุ่งมาจากที่ไม่รู้ไหนกระแทกท้ายทอยของเขาอย่างแม่นยำ ชิงหรูยังคงยืนนิ่งแต่ข้างหลังนางขยับมือเขวี้ยงหินในมือแต่ต้นแขนไม่ขยับให้ถูกจับได้เลย
คราวนี้ทั้งกลุ่มอันธพาลเริ่มลังเลเสียแล้ว เพราะพวกเขามักจะถูกก้อนหินจากที่ใดไม่รู้ทำร้ายยามเดินหน้าจะทำร้ายชายชราเจ้าของภัตตาคารเสมอ
“หรือร้านเราจะมีเทพเจ้าคุ้มครองจริงอย่างตำนานว่า?”
ชิงหรูแสร้งพึมพำกับตนเองแบบไม่ดังมากแต่พอให้ใครหลายคนได้ยิน แน่นอนว่าเมื่อหาที่มาของการถูกทำร้ายไม่ได้สมมติฐานที่นางว่าไปก็อาจจะมีความเป็นไปได้สูงในทันใด
“วันนี้พวกข้าขอติดไว้ก่อนแล้วกัน! ไว้คราวหน้ามาเก็บสองเท่าจากเดิม ไปพวกเรา!”
เขาชี้หน้าเถ้าแก่กับชิงหรูก่อนพาลูกน้องเดินออกจากร้านไปเสียงอึกทึกไม่ต่างจากขามา
ลู่ชิงหรูหันไปประคองเถ้าแก่กลับเข้าไปนั่งอย่างเงียบ ๆ แล้วหันกลับไปปลอบลูกค้าที่ต่างลุกขึ้นยืนระวังตัวก่อนหน้าตามหน้าที่ของตน
“ขออภัยขอรับ เหตุวุ่นวายจบสิ้นแล้ว เชิญรับประทานต่อเถิด...”
เสียงฮือฮาเริ่มซาลง บางคนยังคงมีคความประหลาดใจปรากฎเต็มหน้า แต่ชิงหรูก็ไม่สนใจคุยกับเถ้าแก่แล้วก็หันหลังกลับ ก้าวเท้าเดินกลับเข้าครัวไป ราวกับทุกอย่างเป็นเพียงพายุฤดูร้อนที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...
บทที่ 56การแก้แค้นเริ่มต้นแล้ว“ท่านพ่อเจ้าคะ... อย่างที่แม่นมติ่งกล่าวมาลูกนั้นนอนไม่ค่อยหลับ เพราะมีความกังวลเรื่องท่านแม่กับน้องชายเจ้าค่ะ--”เวินซื่อที่นั่งด้านข้างถึงกับชะงัก วูบหนึ่งในดวงตาฉายความตกใจชัดเจน ใครจะนึกกันเล่าว่าลูกเลี้ยงที่ไม่เคยสร้างปัญหามาวันนี้เอาแต่จะเรียกร้อง ไหนจะพูดถึงสตรีนางนั้นที่นางกำหนดให้อยู่แต่บ้านเก่าท้ายจวนอีกเล่า“อาหรู...วันนี้เจ้าคงเหนื่อยมากแล้วคงทำให้คิดฟุ้งซ่านไปเสียใหญ่ ข้าก็เข้าใจ...ว่าเจ้าคิดถึงวันเก่า ๆแต่เรื่องนี้มันใหญ่หลวงนักส่งผลต่อบารมีของบิดาของเจ้าคงมิอาจขัดตามคำแนะนำของนักพรตผู้เฒ่าเมื่อเก่าก่อนได้”เสียงของเวินซื่อดังแต่เจือด้วยความกดเน้นตรงคำสำคัญพอดิบพอดีให้ไห่เทียนได้คิดถึงจะได้ตัดความลังเลบางอย่างในสายตาออกไปลู่ไห่เทียนหรี่ตาลงคิ้วขมวดอยู่แต่ใบหน้ากลับเรียบเย็นเขารักชื่อเสียง เกียรติยศ ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ฉะนั้น...เขาจึงพร้อมทำทุกอย่างที่ช่วยเปิดทางสู่อนาคตอันรุ่งเรืองของตน เขาเดินทางมาไกลเกินกว่าที่พี่น้องที่เคยดูถูกเขาไว้จะเอื้อมถึงแล้วก็จริง แต่ว่านั่นก็ยังไม่เพียงพอ“อย่างที่แม่รองเจ้าว่า เรื่องอื่น…เอาไว้ก่อนเถิด” ลู่ไห่
บทที่ 55ภาวะมีบุตรยากเมื่อรถม้าสีเข้มแล่นเข้าเขตจวนสกุลลู่ ลู่ชิงหรูก็เห็นแสงไฟจากห้องโถงสว่างไสวผิดปกติ นางจึงรู้ในทันทีว่า ผู้เป็นบิดาและเวินซื่อคงกลับมาถึงแล้วและใช่…ร่างของลู่ไห่เทียน เวินซื่อ และเสวี่ยเอ๋อร์ยืนรออยู่ในโถงรับรอง สีหน้าของแต่ละคนล้วนไม่สู้ดีนัก ชิงหรูมองแล้วชอบยิ่งนักที่เห็นพวกเขามีสีหน้ากันเช่นนี้“กลับมาก่อนโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้ ยังเห็นหัวข้าเป็นบิดาอยู่หรือไม่!”ลู่ไห่เทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มขรึมทันทีที่เห็นนางก้าวขาเข้ามา เวินซื่อทำท่าจะเอ่ยเสริม แต่ลู่ชิงหรูกลับยอบกายลงเล็กน้อย สีหน้าไม่สลดแต่สุภาพเรียบร้อยและเอ่ยขึ้นเสียก่อน“ข้าต้องขออภัยท่านพ่อด้วย เพียงแต่ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย กลัวจะอยู่ต่อแล้วทำให้ตระกูลขายหน้าต่อหน้าต่อขุนนางท่านอื่นรวมถึงฝ่าบาทจึงตัดสินใจขอตัวออกมาก่อน...”ถ้อยคำของนางเรียบง่าย…แต่วางน้ำหนักมาอย่างพอเหมาะ ทำให้ลู่ไห่เทียนชะงักไปเล็กน้อยก่อนพยักหน้าอย่างไม่อยากต่อความ...สำหรับบิดาที่หน้าตาสำคัญกว่าเรื่องไหน ๆ สิ่งที่นางทำย่อมเหมาะสมแล้ว“ช่างเถอะ ครานี้ข้าไม่ถือโทษเจ้า…แต่อย่าให้มีคราวหน้าอีกก็แล้วกัน”เสวี่ยเอ๋อร์เบ้ปากเล็กน้อยอย่าง
บทที่ 54สำนักจ้างงานหลี่หมิงชิงหรูกลับมาที่สุดเดิมพบว่านางกำนัลที่ติดตามนางมากำลังยืนทำหน้าร้อนรนอยู่แถวนั้น ครั้นพอนางเห็นผู้เป็นนายเดินกลับมา สีหน้าก็โล่งอกทันที“คุณหนูเจ้าคะ! ข้า…หาท่านแทบพลิกแผ่นดินแล้ว!”“ขอโทษที ข้าปวดท้องมากจนเดินวนหาสุขาเองน่ะ” ชิงหรูทำสีหน้าอ่อนเพลียเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อ “เจ้าช่วยไปบอกบิดาข้าให้ทีว่า…ข้าจะกลับจวนก่อน ไม่อาจกลับเข้าไปในงานได้แล้ว”นางเว้นคำมือลูบกุมท้องตนไว้คล้ายเจ็บปวดที่ท้องนางกำนัลตกใจเล็กน้อยสุดท้ายก็ได้แต่ไปส่งชิงหรูที่บริเวณรถม้าจอดอยู่และกลับไปในงานทำตามที่เจ้านายชั่วคราวรับสั่งทันใด“กลับจวน” เสียงของนางราบเรียบกับสารถีรถม้าคันเล็กของจวนสกุลลู่คนขับรถม้าเห็นว่าเป็นบุตรีของเจ้าตระกูลก็ไม่กล้าขัด รีบพานางเคลื่อนรถออกจากเขตรั้ววังหลวงทันทีเสียงล้อรถม้าดังกระทบแผ่นหินบนถนนหลวงกลางถนนสายหลัก ข้างทางเรียงรายด้วยร้านค้าแสงตะเกียงสว่างไสว ขณะลู่ชิงหรูกำลังเหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่มีก้อนเมฆบดบังแสงอาทิตย์อยู่นั้น สายตากลับแล่นเฉียบขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมา“หยุดรถที่หน้าตลาดข้างหน้า ข้าจะลงไปซื้อยาต้มสักหน่อย”นางแสร้งทำเสียงแผ่ว
บทที่ 53ที่แท้เขาก็คือ...เสียงฆ้องดังขึ้นอีกคราหนึ่ง บ่งบอกถึงเวลาเริ่มต้นพิธีการอย่างเป็นทางการแขกเหรื่อทยอยเข้าสู่ลานพิธีใหญ่เบื้องหน้าอารามหลวง บรรยากาศถูกแต่งแต้มด้วยแสงตะเกียงหรูหรานับร้อย เสียงพิณคลอเบา ๆ ดังกังวานในอากาศหนาวเย็นของค่ำคืนเหมันต์เหล่าขุนนางระดับสูงและสตรีในตระกูลต่าง ๆ เรียงนั่งตามลำดับยศ ขนาบซ้ายขวาเป็นแถวยาวโดยมีลานตรงกลางเว้นไว้รอรับราชวงศ์ลู่ไห่เทียนเจ้าตระกูลลู่ถูกจัดให้นั่งเบื้องหน้าในตำแหน่งสูงข้างขุนนางตระกูลใหญ่อื่น เขาหันไปสนทนาเบา ๆ กับเวินซื่อที่นั่งถัดไป“ข้าได้ยินข่าวจากในวังว่า วันนี้ฝ่าบาทอาจมีราชโองการให้บุตรสาวตระกูลลู่ของเราหมั้นหมายกับองค์ชายใหญ่”เวินซื่อเหลือบตาไปยังบุตรสาวของตนที่นั่งข้างลู่ชิงหรูครู่หนึ่งก่อนทำสีหน้าตกใจไปทางผู้เป็นสามีที่รู้หลังจากนางด้วยซ้ำ กล่าวอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว“หากจริงก็คงเป็นพระมหากรุณามาก เอ อย่าบอกนะว่าผ้าผืนนั้นที่กงกงกลี่อวี้มอบให้จะหมายถึง...”“ใช่แล้ว ดีนะที่เข้ามอบมันให้อาหรูสวมแทนที่จะเป็นเสวี่ยเอ๋อร์ มิเช่นนั้นคงแย่แน่ แผนการเดิมที่วางไว้มีหวังพลาดไปหมด”ลู่ไห่เทียนยิ้มอย่างเอ็นดูภรรยารองของตนเองท
บทที่ 33คะแนนความพอใจหมดแล้วสำหรับเรื่องให้คนติดตามชิงหรูพอเข้าใจว่าเขาอาจจะห่วงชีวิตของตน ทว่าเรื่องโยงไปมั่วซั่วนี้ชิงหรูยอมไม่ได้“ข้าได้พบกับใครนั้นไม่รบกวนให้คุณชายหยวนใส่ใจหรอก...”คำตอบสั้นตรงและไร้ความเกรงใจ ทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางตะเกียบลงในที่สุด“ต่อไป... ห้ามลาพักยาวแบบนี้อี
บทที่ 32อย่าเข้ามาใกล้พี่สาวข้า“อาหรงน้อย แม่นางลู่มาแล้วหรือ ข้าชงชาเสร็จพอดี”“รบกวนคุณชายเซียวแล้ว”ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ แล้วปล่อยมือจากน้องชาย พลางก้าวเข้าไปนั่งอย่างไม่รีบร้อน“แต่ข้าตั้งใจจะชงชาให้เจ้าดื่มก่อนเริ่มสอนเด็กน้อยนี่น่ะ”เขายิ้มบาง ๆ มือยังคงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วก่อนจะเลื่อนถ้ว
บทที่ 30พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่เช่นนั้น ชิงหรูก็ตัดสินใจได้แล้ว! นางถอนหายใจยาวเหยียดในใจ ‘หากเขาหลับเจ้าว่า ข้าจะแอบถีบเขาให้ตกเตียงสักหน่อยดีไหม’หยางอิ๋นรีบเอ่ยเสียงรีบร้อนห้ามทันใด “นายท่านโปรดคิดถึงฟังก์ชันครัวยุโรป วัตถุดิบจากทั่วหล้า... โอ้... เบคอน...ชีส...เจ้าไม่มีหนทางอื่นที
บทที่ 29คะแนนน้อยที่สุดเท่าที่นางเคยได้มาเมื่อนางเดินพ้นห้องนอนของเจ้าของคฤหาสน์มามุ่งตรงหยิบของและเร่งฝีเท้ากลับเขาจะป่วยกันสักเท่าไหร่กัน ข้อเรียกร้องให้ทำอาหารสามมื้อนี้ย่อมต้องทำให้นางออกจากภัตตาคารแน่ ระหว่างนี้ชิงหรูคิดว่านางจะต้องรีบทำคะแนนแล้วก็เรียกเงินค่าตอบแทนเข้าเยอะ ๆ‘เรื่องออกจากภ












reviewsMore