LOGINบทที่ 1 ตัวจุ้น
เฮดเตอร์ขมวดคิ้วมองเด็กสาวในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนที่ยังนั่งนิ่งอยู่ตรงมุมห้องซ่อม ใบหน้าเล็กๆ ที่เขาจำได้แม่นแทบไม่ต้องนึกซ้ำ เธอคือเด็กนักเรียนบนทางม้าลายนั่นแน่นอน
“เธอว่าไงนะ?” เสียงเข้มเอ่ยถาม พร้อมขยับเข้ามาใกล้
นาเนียร์หน้าเจื่อนไปในทันที ถึงจะยังไม่ชอบหน้าเขานัก แต่ก็รู้ดีว่าเหตุการณ์วันนั้นถึงจะไม่ใช่ความผิดเธอเต็มร้อย แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่มีส่วน เธอถอนหายใจเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน สะพายกระเป๋าเล็กข้างตัวไว้แน่นก่อนจะโค้งให้เขา
“ขอโทษค่ะ…”
เฮดเตอร์เลิกคิ้ว ไม่คิดว่าเด็กจะยอมลดศักดิ์ศรีลงง่ายขนาดนี้
“ขอโทษเรื่องอะไร?”
“ขอโทษที่เถียงลุงเสียงดังกลางถนนวันนั้น…ถึงหนูจะยังคิดว่าลุงผิดอยู่ก็เถอะ” เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตยังคงแฝงความดื้ออยู่จางๆ
เฮดเตอร์หัวเราะหึในลำคอ สายตามองไปทางณคุณที่ยืนพิงโต๊ะอยู่ด้านข้างเหมือนรอดูสถานการณ์ เขาหันกลับมาหาเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง
“จำไว้ ครั้งหน้าอย่าพูดก่อนคิด และอย่าข้ามถนนโดยไม่ดูรถ ถึงจะไฟเขียวก็เถอะ ขับพลาดขึ้นมา คนเจ็บมันไม่ใช่ฉัน” เสียงของเขาไม่ได้ดุดันเหมือนวันนั้น แต่ก็ยังคงหนักแน่นและจริงจัง
นาเนียร์พยักหน้า
“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”
“แล้วนี่อะไร เธอมาที่นี่ได้ยังไง?”
“เฮียครับ นี่นาเนียร์ น้องสาวผม”
“น้องมึง?”
“ครับ คือว่า…” ณคุณยังไม่ได้ทันพูดต่อให้จบประโยค เฮดเตอร์ก็เอ่ยขึ้นแทรกทันที
“มาตามพี่กลับบ้านหรือไง”
“เปล่าค่ะ แค่อยากหารายได้ช่วงปิดเทอม ก็เลย…” เธอรีบพูดสวน ดวงตาฉายแววดื้อดึงทันควัน
“ผมเลยพาน้องมาสมัครงานกับเฮียครับ”
“สมัครงานกับกู?”
“ครับ”
เฮดเตอร์มองเธออย่างพิจารณา ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะปรายตามองไปทางณคุณ
“น้องมึงนี่…ไหวเหรอ?”
“น่าจะไหวนะครับ น้องดื้อแค่ปาก แต่ขยันนะเฮีย” ณคุณยิ้มเจื่อนๆ พลางตบบ่าน้องสาวเบาๆ “ถ้านาเนียร์ไม่ทำปัญหาอะไรก็ให้ลองสักวันสองวันก่อนได้ไหมครับ งานเล็กๆ น้อยๆ ในศูนย์ก็ได้”
เฮดเตอร์ขมวดคิ้วยุ่ง มองหน้านาเนียร์อีกครั้ง คราวนี้เธอก้มหน้าหลบสายตาเขาทันที ก่อนที่ณคุณจะพูดขึ้นอีก
“แค่ช่วยดูออเดอร์ของที่มาส่ง หรือช่วยเช็กของก็พอครับ ไม่ให้ยุ่งงานหลักแน่นอน”
เฮดเตอร์ยังคงนิ่ง ราวกับกำลังชั่งใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
“ก็ได้ ลองดูวันสองวัน ถ้ามีปัญหาไล่ออกทันที เข้าใจไหม?”
นาเนียร์เบิกตากว้าง ก่อนจะรีบพยักหน้าแรงๆ
“เข้าใจค่ะ! ขอบคุณนะคะคุณลุง เอ๊ย! เฮียเตอร์!”
“ถ้าเรียกลุงอีก เธอ…” เขาขมวดคิ้ว ไม่ชอบใจเลยสักนิดที่ถูกเรียกว่า ‘ลุง’ ซ้ำสอง
นาเนียร์กลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว แต่ก็พยักหน้ารับอย่างตั้งใจ “ค่ะ เฮีย~” น้ำเสียงเธอช่างยียวนจนน่าหมั่นไส้
ณคุณยิ้มแห้ง อยากปาดเหงื่อออกจากหน้าเหลือเกิน ขณะที่เฮดเตอร์กรอกตาใส่เด็กสาวแล้วหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง
นาเนียร์หันมาหาพี่ชาย กวักมือดีใจจนดูเหมือนเด็กประถม
“เย้~ เนียร์ได้งานแล้ว! ขอบคุณพี่ณนะคะ”
“อย่าเพิ่งดีใจไป…ถ้าเราทำลุง เอ้ย เฮียเตอร์ไม่พอใจ วันเดียวก็โดนไล่กลับบ้านได้ เข้าใจไหม?” ณคุณตีปากตัวเองเบาๆ เมื่อเผลอเรียกตามน้องสาว
“เข้าใจค่าาาา~” เธอลากเสียงยาว
ลูกน้องคยอื่นๆ ก็พลอยดีใจกับเธอด้วย บ้างก็ชูสองนิ้วให้ บ้างก็มาหยอดคำหวานแต่ก็ถูกสกัดดาวรุ่นโดยณคุณ
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการทำงานในรังเสือ ที่นาเนียร์ยังไม่รู้เลยว่า…เธอกำลังจะเข้าไปป่วนโลกที่ ‘ลุงหัวร้อน’ อย่างเฮดเตอร์สงบไว้ด้วยน้ำแข็งบางๆ มานานแค่ไหนแล้ว
ห้านาทีต่อมา…
เสียงเคาะโต๊ะเบาๆ ดังขึ้นหลังจากเฮดเตอร์เดินกลับเข้าห้องทำงานของเขาไม่นาน
“ไอ้ณ มึงเข้ามาคุยกับกูหน่อย”
น้ำเสียงเรียบเย็นของเขาดังลอดออกมาจากบานประตูแง้ม
ณคุณชะงักกลางคันระหว่างที่กำลังจะยื่นแก้วน้ำให้เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง เขาหันไปมองประตูนั้นเล็กน้อยก่อนถอนหายใจอย่างรู้ชะตา แล้ววางแก้วลงบนโต๊ะ
“แป๊บ เดี๋ยวมา” เขาบอกกับเพื่อน ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนั้นด้วยสีหน้าครึ่งจริงจังครึ่งระแวง
“ปิดประตูด้วย”
เฮดเตอร์ยังคงนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ตาเหลือบมองณคุณผ่านขอบแว่นตาดำที่เขาเพิ่งถอดออก
ณคุณปิดประตูอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเจ้านาย
“มีอะไรหรือเปล่าครับเฮีย”
เฮดเตอร์ไม่ตอบทันที เขาใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะเหมือนคนครุ่นคิดอยู่ แล้วจึงเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ
“เด็กคนนั้น…น้องสาวมึง”
“ครับ นาเนียร์” ณคุณพยักหน้าทันที “เธอเป็นน้องสาวแท้ๆ ผมเลย”
เฮดเตอร์นิ่ง
“นิสัยเป็นยังไง”
“ซน ดื้อมาก หัวรั้น แต่ไม่เคยสร้างปัญหาให้ใครครับ แถมยังรับผิดชอบดีด้วย น้องอยากทำงานช่วงปิดเทอม จะได้รู้จักการหาเงิน ไม่ได้อยากมาเที่ยวเล่น”
เฮดเตอร์ยังไม่พูดอะไร เขาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ ก่อนพูดเสียงต่ำแต่ชัดเจน
“กูไม่ชอบเอาคนนอกเข้ามาในทีม รู้ใช่ไหม?”
ณคุณพยักหน้า
“รู้ครับ แต่เนียร์ไม่ใช่คนนอกสำหรับผมหรอกครับ และผมรับรองได้ว่าเธอจะไม่สร้างปัญหาให้เฮียแน่นอน”
เฮดเตอร์หรี่ตาลงเล็กน้อย
“วันก่อนกูเกือบขับรถชนน้องมึง รู้ไหม”
ณคุณส่ายหน้าเบาๆ นาเนียร์ไม่ยอมเล่าอะไรเลย และเขาสำรวจร่างกายน้องดีแล้ว ไม่มีตรงไหนบาดเจ็บจึงไม่ได้เอะใจหรือเอ่ยถามใดๆ
“เฮียเกือบขับรถชนน้องผม”
“เออ น้องมึงแม่งข้ามถนนไม่ดูรถ ดีไม่ชน ไม่งั้นมึงได้ร้องไห้สามวันเจ็ดวันแน่ แม่ง แถมยังมาด่ากูอีก เรียกกูลุงๆ เหมือนคนแก่!”
“นาเนียร์รักความถูกต้อง ผมขอโทษแทนน้องด้วยครับ”
“กูก็หัวร้อนจริงๆ” เฮดเตอร์พูดพลางยักไหล่ ก่อนจะทิ้งตัวพิงเก้าอี้อีกครั้ง สีหน้าครุ่นคิดขึ้นมาใหม่ “กูไม่ติดเรื่องที่เธอเป็นน้องมึงหรอก แต่ที่กูจะไม่ทนคือ ถ้าเธอเอาความวุ่นวายมาให้กู กับให้ที่นี่”
“ผมเข้าใจครับ ผมจะดูแลเธอเอง ถ้าเธอทำอะไรไม่เข้าท่า ผมเป็นคนรับผิดชอบเอง”
เฮดเตอร์พยักหน้าเบาๆ ดวงตาคมยังไม่ละไปจากณคุณ
“ถ้าน้องมึงจุ้นจ้านไม่เข้าตากูเมื่อไร ทุกอย่างจบทันที และถ้าน้องมึงทำให้ลูกน้องกูเสียผู้เสียคนนะ”
“เฮีย!” ณคุณอ้าปากค้าง “นี่คิดว่าน้องผมจะมาป่วนถึงขั้นนั้นเลยเหรอครับ”
“กับสายตาแบบนั้น…กูไม่ไว้ใจ” เฮดเตอร์ยกมุมปากขึ้นน้อยๆ อย่างคล้ายเย้ย เขาไม่ได้พูดเล่น แต่ก็ไม่ได้เอาจริงแบบเจ้านายเคร่งขรึมทั่วไป
“สายตาแบบไหนครับ?”
“สายตาแบบ…เด็กที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ ไง” เฮดเตอร์ยกคิ้วเล็กน้อย “แล้วก็ดูเหมือนจะหมั่นไส้กูเข้าไส้ด้วย”
“ฮ่าๆ ผมคิดว่าน้องจำเฮียได้แม่นเลยครับ ตั้งแต่แรกเห็นก็ปะทะกันเลยทีเดียว”
“งั้นก็ฝากไว้ในความดูแลมึง ถ้าเธอล้ำเส้นเมื่อไร…อย่าหาว่ากูไม่เตือน”
“ครับเฮีย” ณคุณรับคำเรียบๆ แม้จะรู้ว่าต่อจากนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่น้องสาวเขาก็ต้องผ่านบททดสอบนี้ไปให้ได้
เพราะที่นี่…คือโลกของเฮดเตอร์ เจ้านายขี้หงุดหงิดและหัวร้อน ที่ไม่ง่ายสำหรับใครหน้าไหนทั้งนั้น
————————————
ลุงระวังหลงน้องนัวเนียร์นะ 🤭
ตอนพิเศษ 2เช้าวันหยุดในบ้านหลังใหญ่บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ห้องโถงกลางถูกจัดแต่งด้วยดอกไม้สีขาวสลับชมพูอ่อน กลิ่นหอมอวลไปทั่วจนสร้างความอบอุ่นราวกับงานหมั้นเล็กๆ ที่แฝงไปด้วยความหมายยิ่งใหญ่กันต์กำลังช่วยช่างจัดดอกไม้ยกแจกันไปตั้งตรงมุมโต๊ะอย่างตั้งใจ“พวกนายวางตรงนี้สิ จะได้บาลานซ์กับเวที” เขาพูดพร้อมหันไปเช็กตำแหน่งต้นหนยืนพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น พลางก้มหน้ากางแผนผังการจัดโต๊ะ“นี่พวกแขกผู้ใหญ่ต้องนั่งฝั่งไหนกันแน่ เฮดเตอร์ถ้าไม่รีบตอบ เดี๋ยวพรุ่งนี้คนมาแล้วจะมั่วกันหมดนะเว้ย”ลีอองหัวเราะพลางยกถาดแก้วน้ำมาวางเรียงบนโต๊ะรับแขก“ใจเย็นๆ หน่อยเถอะไอ้ต้น มึงก็เหมือนแม่บ้านไปทุกทีแล้วนะ”เสียงหยอกล้อทำให้เฮดเตอร์ที่นั่งตรวจเช็กรายชื่อแขกอยู่เงยหน้าขึ้น เขายิ้มบางๆ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากเพื่อนสนิทที่ร่วมลงแรงกันเต็มที่ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นอยู่ เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางประตูบ้าน ก่อนจะปรากฏร่างชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้ามีเค้าโครงคล้ายเฮดเตอร์ไม่ผิดเพี้ยน“เซอร์ไพรส์!”ทุกสายตาหันไปทันที เฮดเตอร์ชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง ดวงตาคมวาวด้วยความดีใจ“ไอ้คิว!”ร่างส
ตอนพิเศษ 1ย่างเข้าสู่ปีที่สี่ของการเป็นนักเรียนแพทย์ การเจอกันกับเฮดเตอร์ก็น้อยลงตามตารางเรียนที่มากขึ้น และเป็นปีสี่ของนาเนียร์ที่ต้องขึ้นชั้นคลินิกและได้ราวน์คนไข้จริงๆ กับอาจารย์หมอเสียงโทรศัพท์สั่นและดังเบาๆ อยู่ในกระเป๋าเสื้อของนาเนียร์ เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนเคาน์เตอร์แล้วเดินไปหลบมุมเพื่อรับสายของเฮดเตอร์“เฮีย เนียร์ยุ่งอยู่ค่ะ มีอะไรด่วนไหม”(เปล่า แค่คิดถึงเด็กดื้อน่ะ)“อ๋อ คิดถึงเหมือนกันนะคะ อย่าน้อยใจนะที่เนียร์ไม่มีเวลาให้ ช่วงนี้ยุ่งมากจริงๆ”เสียงถอนหายใจทุ้มต่ำลอดผ่านมาทางสายคล้ายจะกลั้นความน้อยใจเอาไว้ไม่มิด(รู้หรอกว่าเรายุ่ง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า…ตอนนี้ใครกันแน่ที่อยู่กับเนียร์มากกว่าเฮีย)น้ำเสียงติดกระเซ้า ทว่ามีความน้อยใจแฝงอยู่จนหัวใจนาเนียร์สะดุ้ง เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามอธิบายเสียงเบา“ไม่มีใครทั้งนั้นค่ะเฮีย มีแต่คนไข้กับอาจารย์หมอ เนียร์อยากให้เฮียเข้าใจนะ”เฮดเตอร์หัวเราะหึเบาๆ แต่ก็ยังไม่อาจปิดบังความรู้สึกในใจได้(แต่เฮียก็ยังอยากให้เราเจอกันบ้าง…ไม่ใช่แค่ได้ยินเสียงผ่านโทรศัพท์แบบนี้)มือที่จับโทรศัพท์ของนาเนียร์สั่นน้อยๆ เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึกแล้วตอบด
บทที่ 55 บทส่งท้ายเปิดเทอมปีสองของนักศึกษาแพทย์มาได้ไม่กี่สัปดาห์ แต่นาเนียร์ก็สัมผัสได้ถึงความหนักหน่วงที่ต่างจากเดิม ทั้งชั่วโมงเรียนที่ยาวนานกว่าปีแรก และเนื้อหาวิชาที่เข้มข้นขึ้นจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เธอมักกลับมาบ้านหรือคอนโดพร้อมกับความเหนื่อยล้าเต็มสองแขน แต่สิ่งที่แตกต่างจากเมื่อก่อนคือเธอไม่เคยต้องแบกรับเพียงลำพังอีกแล้วเฮดเตอร์เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ยังคงนิสัยเจ้าเล่ห์และแฝงความกวนประสาทอยู่ตลอด แต่เวลามีเธออยู่ใกล้กลับกลายเป็นคนใจเย็นลงอย่างน่าประหลาด ยิ่งหลังจากผ่านเรื่องราวมากมาย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แน่นแฟ้นขึ้นจนเหมือนหายใจด้วยจังหวะเดียวกันเย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน นาเนียร์เดินก้มหน้าก้มตาออกมาจากมหาวิทยาลัยอย่างอิดโรย แต่ทันทีที่เห็นร่างสูงคุ้นตายืนพิงรถหรูรออยู่ หัวใจที่หนักอึ้งกลับเบาสบายอย่างน่าประหลาด“เฮียขา…” เสียงหวานอ้อนดังขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาใกล้ เธอยกแขนคล้องเอวเขาแน่นเหมือนหาที่พักพิงเฮดเตอร์ก้มลงสบตา ดวงตาคมอ่อนแสงลงอย่างไม่รู้ตัว มือหนายกขึ้นลูบผมเธอเบาๆ“เหนื่อยอีกแล้วใช่ไหมตัวเล็ก”เธอพยักหน้าหงึกๆ พลางซบลงกับอกกว้าง“เหนื่อยมากเลยค่ะ วันนี้เรี
บทที่ 54 เด็กขี้อ้อนหลายเดือนต่อมานาเนียร์เดินมาหาเฮดเตอร์ที่ยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยท่าทางอิดโรยสุดๆ ทันทีที่ปลายรองเท้าและกับปลายรองเท้าเขา แขนสองข้างก็อ้าออกและสวมกอดเอวสอบอัตโนมัติ“ขออ้อนหน่อย เรียนเหนื่อยมาทั่งอาทิตย์เลย”“อยากกินอะไรอร่อยๆ ไหม เฮียตามใจเราหนึ่งวัน”“ไม่อยากกินอะไรเลยค่ะ อยากนอนบนตัวเฮียมากกว่า”“ขี้อ้อนจริงๆ นะเรา”“น้อยๆ หน่อยน้องสาว” เสียงณคุณดังขึ้นจากทางด้านหลังนาเนียร์ เขาถือถุงผ้าใบโปรดของน้องสาวมายื่นให้เฮดเตอร์พลางยกมือขึ้นไปแตะหน้าผากน้องด้วยความมันเขี้ยว “ฝากด้วยเฮีย บ่นว่าเหนื่อยตั้งแต่ไปรับมาจากมหา‘ลัยแล้ว”“อืม แล้วมึงจะเข้าบริษัทตอนไหน ถ้าเข้าไปกูฝากดูรถแข่งด้วย”“อีกหนึ่งชั่วโมงเฮีย”“อืม”“ไปเถอะ อยากนอนแล้ว” นาเนียร์หันไปยกมือไหว้พี่ชาย แล้วเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่งเองเมื่อเห็นแบบนั้นเฮดเตอร์จึงเชิดหน้าน้อยๆ ให้ณคุณแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ“เหนื่อยขนาดนั้นเลย?”“มากค่ะ เรียนว่าหนักแล้วนะ อาจารย์บอกว่าเทอมสองจะต้องเรียนผ่าอาจารย์ใหญ่แล้ว ขนลุกไม่หาย”“ก็เราเลือกเอง”“ก็จริงค่ะ แค่บ่นให้ฟันเฉยๆ สนใจมาเป็นอาจารย์ใหญ่ให้เนียร์ลองผ่าเล่นๆ ไหม”“ตลก
บทที่ 53 แฟนหรือพ่อ?หลังกลับจากไปเยี่ยมครอบครัวเฮดเตอร์ นาเนียร์ก็เข้าสู่โหมดปกติ เธอเรียนเช้าเลิกค่ำ บางวันก็ดึกเพราะทำรายงานกับกลุ่มเพื่อน ส่วนเฮดเตอร์ก็รับหน้าที่คอยส่งข้าวส่งน้ำเช่นเคย และเขายังเป็นที่รู้จักของเพื่อนๆ ในกลุ่มของนาเนียร์อีก“เฮีย”“หืม?” เขารีบวางโทรศัพท์แล้วหันหน้ามองนาเนียร์ทันที“อาทิตย์นี้ขอนอนหอกับรูมเมทนะคะ อาทิตย์หน้าค่อยจะไปค้างกับเฮียที่คอนโด”เฮดเตอร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอจากปากเธอ ดวงตาคมกริบที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความผ่อนคลายค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแววเคร่งขรึม แต่ก็ยังมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่“ทำไมล่ะ” เสียงทุ้มถามเรียบๆ แต่แฝงน้ำหนักบางอย่างที่นาเนียร์ฟังออกเธอยกมือขึ้นเสยผมทัดหู เกิดอาการประหม่าเล็กๆ“ก็…อยากอยู่ทำงานกับเพื่อนๆ ให้เสร็จ จะได้ไม่เกรงใจเฮีย อีกอย่าง…นอนหอบ้างก็ดีเหมือนกันค่ะ เนียร์กลัวว่าเฮียจะลำบาก ต้องคอยรับส่งทุกวัน”เฮดเตอร์กอดอก เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าเหมือนกำลังชั่งใจระหว่างความหวงแหนกับความเข้าใจ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอเบาๆ“พูดซะดีเชียวนะ” เขาโน้มตัวมาข้างหน้า เอื้อมมือแตะปลายคางมนให้เงยหน้าขึ้นสบตา “แ
บทที่ 52 ครอบครัวของเฮดเตอร์ในห้องทำงานของเฮดเตอร์ ณคุณเดินตามทั้งสองมา และได้เอ่ยขึ้นเสียงเรียบเมื่อเห็นเฮดเตอร์รั้งใบหน้าน้องสาวไปจูบเบาๆ ต่อหน้าต่อตาเขา“เฮียก็เบาๆ หน่อยแล้วกัน ผมไม่อยากให้นาเนียร์เสียอนาคตที่จะเป็นหมอตอนนี้”“รู้หรอกน่า”“ก็…เบาๆ หน่อย”“พี่ณ…”“เรานั่นแหละตัวดีเลย แล้วจะกลับบ้านเลยไหม หรือจะกลับไปนอนที่หอพัก?” ณคุณเอ่ยถามนาเนียร์ ทว่าเฮดเตอร์กลับโอบเอวบางไว้หลวมๆ“นาเนียร์จะกลับไปนอนที่คอนโดกับกู”“โอเค” ณคุณส่ายหน้าเบาๆ อย่างเอือมระอาใจ แล้วหันหลังเดินออกมาจากห้องทำงานของเฮดเตอร์ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลงตามร่างสูงของณคุณ ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ เฮดเตอร์ยังคงโอบเอวนาเนียร์ไว้แน่น ร่างสูงโน้มตัวลงเล็กน้อยจนปลายจมูกเฉียดผิวแก้มใสของเธอ“พี่ณของเธอนี่แม่ง…ทำอย่างกับฉันจะกินเธอตรงนี้เลย” เขาเอ่ยเสียงทุ้ม แฝงรอยหัวเราะในลำคออย่างขี้เล่นนาเนียร์หน้าแดงจัด รีบผลักแผ่วๆ ที่อกหนา แต่กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย เพราะเฮดเตอร์จงใจยืนขวางเอาไว้ ดวงตาคมสบมองเธอแน่วแน่ ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์“ว่าแต่…” เขาโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด “ถ้าจะเดินจับมือไปด้วยกันจริงๆ แบบที่ถามต







