Masuk"พี่หลินอี๋! ทะ ทำไมพี่จูบฉัน!!" "จำไว้แค่ฉันไม่ใช่คนเดิมก็พอ" "พี่เปลี่ยนไปมาก พี่ไม่เคยเป็นแบบนี้" "มันจะมากจนเธอพูดไม่ออกเลยละ! เตรียมใจของเธอให้พร้อมเถอะ" .............. เรื่องนี้เป็นแนวรักโรแมนติกปากแข็ง ของคุณหนูตระกูลไป๋และคุณชายตระกูลจางที่ต้องเป็นคู่หมั้นกันตั้งแต่เด็ก ถึงอย่างนั้นคุณหนูตระกูลไป๋อย่าง 'ไป๋ลู่จิน' ก็ดันฉีกหน้า 'จางหลินอี๋' ต่อหน้าบรรดาญาติพี่น้องในงานหมั้น ก่อนจะหนีไปเรียนไกลถึงบ้านเกิดคนเป็นแม่อย่างประเทศไทย สุดท้ายลู่จินก็ต้องกลับมาอยู่ไต้หวันอีกครั้ง แถมกลับมาครั้งนี้ยังมีเงื่อนไขที่มีหัวใจเป็นข้อต่อลอง! ความสนุกและความรักที่เริ่มก่อตัวขึ้นทุกวันของคนสองคนที่ค่อยอยู่เคียงข้างจริงๆ มันก็ฟินไม่น้อยเลยนะ😍 ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ รอบนี้ขอมาแบบฟินๆ บางน๊า แต่อยากกระซิบว่าพี่หลินอี้เขาขี้หวงน้องไม่เบาเลยน๊าาาา
Lihat lebih banyak"ฉันชอบรอยยิ้มของเธอที่สุด ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น"เสียงของมู่อี๋เฉินเบาราวกับลมถูกเอ่ยออกมาเมื่อร่างเล็กของหญิงสาวในดวงใจเดินออกจากร้านไปจนลับตา กว่าเขาจะทำใจมาแสดงละครกับเธอในวันนี้ได้ก็เล่นเอาหนักใจไม่น้อย...เพราะเขาเองก็ชอบเธอมาก คนที่เป็นพลังบวกให้คนรอบข้างอย่างลู่จินเขาไม่อยากจะเสียเธอไปเพียงเพราะคบกันไม่ได้ เขาจึงจำยอมจะต้องลดความรู้สึกตัวเองลงเพื่อให้ตัวเองยังมีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มนั้นไม่ว่าจะสถานะใดก็ตาม"สวัสดี"มู่อี๋เฉินเอ่ยทักชายหนุ่มที่เดินเข้ามานั่งแทนที่ของลู่จินที่เพิ่งออกไปได้ไม่นาน จริงๆ เขาเห็นหลินอี้แอบมองมาตั้งแต่ตอนที่ลู่จินนั่งรออยู่ตรงนี้แล้ว การที่หลินอี้ทนเก็บความหึงได้ขนาดนั้นคงมีเรื่องอยากจะคุยกับเขาเป็นแน่"เรื่องของลู่จิน..."หลินอี้เอ่ยเปิดประเด็นด้วยเสียงนิ่ง"ไม่ต้องห่วง ผมขอกลับไปเป็นเพื่อนกับเธอ"มู่อี๋เฉินเอ่ยแทรกประโยคของหลินอี้ เขารู้ดีว่าใบหน้าตึงเครียดนั้นคงคิดว่าเขาจะมาตามเซ้าซี้ลู่จินจนกังวลใจ แต่ดูเหมือนว่าเมื่อคนตรงหน้าได้คำตอบที่ชัดเจนจากเขาคิ้วที่ถูกผูกโบเป็นปมก่อนหน้าก็ค่อยๆ คลายออกราวกับโล่งใจ"ทำไมตอนนี้ถึงยอมแพ้"หลินอี้พูดโดยที่ห
: บริษัทจางหลิน: ลู่จิน ฉันถูกปู่ไล่กลับมาช่วยงานที่บริษัทกับพี่หลินอี้หลังจากที่เราอยู่เฝ้าปู่กันถึงสามวันติด ทำให้ตอนนี้งานที่บริษัทยุ่งเหยิงไปหมด และฉันเชื่อว่าพี่หลินอี้จะไม่เหนื่อยขนาดนี้เลยถ้าตอนอยู่อเมริกาเขาหัดรับสายเลขาเสียบ้าง "พี่หลินอี้มีอะไรให้หนูช่วยไหม"ฉันถามขึ้นด้วยความเบื่อเหนื่อยเมื่อเล่นเกมจนชนะไปทุกด่านแล้ว นี่ก็ผ่านมาครึ่งวันเข้าไปแล้วพี่หลินอี้ก็ยังคงนั่งอ่านเอกสารและแก้เอกสารอยู่ที่เดิมไม่ขยับ "ไม่มีครับ เบื่อเหรอ?"พี่หลินอี้วางปากกาพร้อมหันมามองสบตาฉันผ่านแว่นตาใส ภาพของเขาตอนนี้มันช่างหล่อเหลาจนสามารถสะกดให้ฉันไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลยจริงๆ"ก็...เบื่อสิคะ หางานให้ทำหน่อย"ฉันพูดอ้อนก่อนจะเดินตรงไปกอดคอแฟนหนุ่มของตัวเองไว้หลวมๆ เป็นการเอาใจ ตอนนี้บอกตามตรงฉันไม่รู้จะทำอะไรแก้เบื่อแล้ว "อยากทำอะไรละ? ให้พี่กินหนูฆ่าเวลาดีไหม"คนเจ้าเล่ห์พูดพร้อมยื่นใบหน้าเข้ามาขโมยหอมที่แก้มฉันเสียงดัง ฟอด ตั้งแต่คบกันมาเขาก็เอาเปรียบฉันอยู่เรื่อยเลยแถมยังไม่เคยจะเลือกที่อีกต่างหากเรียกได้ว่าว่างเป็นเอาเปรียบไม่รู้ว่าอดอยากมาจากไหน"คิดแต่เรื่องลามก!""ก็เห็นครางสะเพรา
หลังจากกลับมาพักผ่อนที่โรงแรม ลู่จินก็ยังคงนั่งมองไปนอกหน้าต่างนิ่งราวกับกำลังใช้ความคิดมากมาย จนหลินอี้ที่เอนตัวทำงานอยู่บนเตียงข้างกันถึงกับต้องเก็บงานแล้วขยับตัวเข้าไปโอบเมียสาวไว้ก่อนจะเกยคางลงบนบ่าเล็กอย่างเอาใจ เขารู้ว่าเธอคงคิดมากเรื่องคุณปู่ไม่น้อยอีกทั้งเธอยังไม่รู้ว่าอันที่จริงแล้วมันเป็นเพียงแผนการของท่านเท่านั้น ไม่แปลกที่เธอจะกังวลอันที่จริงการผ่าตัดของปู่ลู่จินผ่านไปได้ด้วยดี เนื้องอกส่วนนั้นถูกตัดได้อย่างปลอดภัย จะเหลือเพียงแค่รอให้แผลฟื้นตัวดีขึ้นก็สามารถกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้ อีกทั้งการตรวจสุขภาพครั้งใหญ่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง"คิดมากเรื่องคุณปู่เหรอ""คิดถึงช่วงเวลาที่ทำให้ครอบครัวหนักใจค่ะ""หมายถึง?""ที่หนูหนีไปทุกคนคงเป็นห่วงมาก...ตอนนั้นหนูโกรธจนไม่ติดต่อใครเลยแต่สุดท้ายทางบ้านก็ยังส่งคนตามหาและตามดูแลห่างๆ""ท่านคงห่วง...""แต่หนูก็ทำเป็นไม่รู้ใช้ชีวิตของตัวเองไป หางานทำเลี้ยงตัวเอง เที่ยวกับเพื่อนทุกวัน...ยังดีที่งานพิเศษรายได้ดีหนูเลยไม่ต้องติดต่อขอเงินทางบ้าน แต่การที่หนูไม่ติดต่อมันก็ทำให้หนูพลาดไปหลายอย่าง..."เสียงลู่จินอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดจนหลินอี้ต้
ร่างสวยยืนนิ่งอยู่ที่ประตูห้องพักผู้ป่วยวีไอพีโดยที่มีมือหนาของหลินอี้คอยจับที่บ่าไว้ตลอด ทั้งที่ตลอดการเดินทางมาลู่จินทำใจไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะเข้มแข็ง แต่ด้วยความที่เธอไม่เคยเห็นคุณปู่ป่วยจนนอนโรงพยาบาลมาก่อน บอกตามตรงมันทำให้เธอรู้สึกหน่วงที่ใจจนเจ็บ"ไม่เป็นไรนะลู่จิน คุณปู่แค่อ่อนเพลียจากการผ่าตัด"หลินอี้ยังคงปลอบใจแฟนสาว ทำให้ลู่จินมีแรงใจขึ้นมาแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องพักอย่างสงบ ก่อนที่สายตาสวยของเธอจะมองสำรวจไปทั่วห้องสีขาวแล้วมาหยุดที่ร่างชายสูงวัยบนเตียงผู้ป่วย ร่างนั้นเต็มไปด้วยสายออกซิเจนและสายยางมากมายถูกเชื่อมเข้ากับตัวที่ยังคงนอนนิ่งภาพที่เห็นทำเอาลู่จินถึงกับจุกอกจนน้ำตาไหลเธอได้แต่ก้าวเท้าเข้าไปหาท่านช้าๆ โดยไม่สนคำทักทายของพ่อและแม่ตัวเองด้วยซ้ำ ก่อนที่จะวางมือเล็กลงบนมือที่ทั้งขาวซีดและเหี่ยวแห้งตามกาลเวลานั้น "ลู่จินลูกเพิ่งมาถึงทำไมไม่ไปพักก่อนละลูก"แม่ของลู่จินเดินเข้ามาลูบเข้าที่ผมลูกสาวเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นลู่จินก็ยังไร้ซึ่งเสียงตอบรับ เธอเอาแต่มองใบหน้าชายสูงวัยที่กำลังนอนหลับนิ่งพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม"ลู่จิน ตอนนี้คุณปู่เพิ่งได้รับยานอนหลับไปไม่ต้องคิดมาก”
:ห้องทำงานของลู่จินถูกบังคับให้ลาออกจากงานเพราะหลินอี้กลัวว่ามู่อี๋เฉินจะแอบไปหาเธอแล้วทำอะไรบ้าๆ อีก และเขายังหาคนงานที่ทำงานเก่งไปทำงานแทนเธอเรียบร้อยทำให้โชนและนกยูงถึงกับตกตะลึงกับความรอบคอบของหลินอี้จนไม่สามารถปฏิเสธได้ ส่วนลู่จินก็ต้องมาอยู่ที่บริษัทกับหลินอี้แทนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตอนแรกลู่จิ
"ประธาน ประธานจาง! แย่แล้ว!""อะไรซูเฟีย! โวยวายจนตกใจลู่จินเป็นอะไร"ระหว่างที่หลินอี้กำลังนั่งเคลียร์เอกสารรอลู่จินคุยกับเพื่อนเธออยู่ ซูเฟียก็วิ่งเข้าห้องมาอย่างหน้าตาตื่นท่าทางของซูเฟียทำเขาอดคิดไม่ได้เลยว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับลู่จินหรือเปล่า เพื่อนสาวคุยกันไม่ลงตัวแล้วทะเลาะกันงั้นเหรอ?"ไม่ใช
เขาพาฉันมายังห้องทำงานซึ่งตลอดทางเราก็ไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ปล่อยมือฉันเลยไม่ว่าจะถูกพนักงานมองมาที่เราแค่ไหนก็ตาม จนในที่สุดเขาก็พาฉันมานั่งลงบนโซฟาก่อนจะทิ้งตัวนอนลงบนตักฉันแล้วจ้องหน้าฉันนิ่งจนคาดเดาอารมณ์ไม่ถูกซึ่งดูจากสีหน้าที่พร้อมระเบิดของเขาตอนนี้ฉันก็ไม่กล้าจะบอกให้เ
ตืด ตืด "อะ อืมม"หลินอี้สะดุ้งตื่นเมื่อรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวนอน เขาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาแนบหูทั้งที่ยังไม่ลืมตาตื่น ในใจก็คิดไปว่าใครกันนะโทรเข้ามาเข้าตอนนี้ "ฮัลโหล" หลินอี้ กรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ด้วยความงัวเงียเพราะเมื่อคืนเขาแทบจะไม่ได้นอนเลย เพียงแต่ลู่จินครา