Home / มาเฟีย / ระยะนี้อันตราย / บทที่ 2 เด็กใหม่

Share

บทที่ 2 เด็กใหม่

last update Last Updated: 2025-09-19 19:35:40

บทที่ 2 เด็กใหม่

ณคุณเดินออกจากห้องทำงานของเฮดเตอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาหยิบมือถือขึ้นมาดู เห็นข้อความที่น้องสาวส่งมาค้างอยู่ว่า

‘พี่ณอยู่ไหนอะ ลูกน้องพี่มารุมล้อมเนียร์ใหญ่เลย ช่วยด้วยเนียร์กลัว’

เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วพิมพ์ตอบไปว่า

‘อยู่เฉยๆ เดี๋ยวพี่ลงไปหา’

ในใจกังวลปนห่วง เพราะน้องสาวเขา นาเนียร์เป็นคนไม่ยอมคน และโลกของเฮดเตอร์ก็ไม่ใช่ที่สำหรับใครที่ชอบตั้งคำถามหรือขัดคำสั่ง

ณคุณรู้ดีว่าน้องสาวเขามีไฟในใจ แต่ไฟแบบนั้นมันเป็นได้ทั้งพลังและเชื้อเพลิงทำลายตัวเอง ถ้าเผลอปะทะกับเฮดเตอร์โดยไม่รู้ทางหนีทีไล่ ก็อาจจะจนมุมจนไม่มีทางหนี

เมื่อเดินลงมายังโถงกลางของอาคาร ณคุณก็เห็นนาเนียร์นั่งอยู่ที่มุมเดิมแต่น้องๆ เขาต่างยืนล้อมเธอราวกับกลุ่มเสือหิวกำลังต้อนเหยื่อ แต่ใบหน้าเธอยังเรียบนิ่งแต่แววตากลับคุกรุ่นราวกับพร้อมจะลุกขึ้นเถียงใครสักคนได้ทุกเมื่อ

“พี่ณ!” นาเนียร์ทักทันทีที่เห็นเขา ก่อนจะส่งสัญญาณให้พี่ชายว่าช่วยด้วย

“เบาๆ หน่อยพวกมึง เดี๋ยวน้องกูตกใจหมด” ณคุณเดินเข้าไปใกล้ ก้มลงพูดเสียงเบา “กลับบ้านไป เราสองคนต้องคุยกันนะ”

นาราขมวดคิ้ว ก่อนจะก้มหน้ารู้สึกผิด

“เรื่องเฮียเตอร์ขับรถเกือบชนหนูเหรอ”

“รู้นี่ว่าพี่จะถามอะไร เพราะงั้นเตรียมคำตอบดีๆ”

นาเนียร์พยักหน้าหงึก พลางก้มหน้าหลบสายตาพี่ชาย

ณคุณมองน้องสาวอย่างระอา ปนเอ็นดู

“ถ้าเราอยากอยู่ที่นี่โดยไม่ให้พี่ลำบากใจ เราก็อย่าดื้อ เฮียเตอร์เขาอารมณ์ร้อน”

“เข้าใจค่ะพี่ณ” นาเนียร์พยักหน้าแต่สายตายังรู้สึกผิดในที “น้องจะอยู่จุดที่เขาให้อยู่ จะไม่สร้างปัญหาให้พี่ณ”

ณคุณยิ้มเจื่อน…ใช่ นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการและกลัวที่สุด เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาต้องทำงานกับน้องสาวตัวเอง

ด้านบนของอาคาร เฮดเตอร์ยืนพิงขอบกระจก มองลงมายังโถงกลาง เขาเห็นสองพี่น้องคุยกันจากมุมสูง เขาสังเกตการแสดงออกของหญิงสาวคนนั้น ต่อหน้าคนอื่นเธอดูเข้มแข็งและแข็งกร้าวไม่ยอมคน ทว่าต่อหน้าพี่ชายกลับเหมือนลูกแมวน้อยชอบอ้อน

“ไม่ใช่แค่สายตาแล้วล่ะ…” เขาพึมพำกับตัวเอง “…ท่าทางก็ไม่ยอมใครเหมือนกัน”

รอยยิ้มหยันบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากชายหนุ่ม

เกมเริ่มขึ้นแล้ว และเขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนโดยเฉพาะ ‘น้องของลูกน้อง’ มาทำให้สมดุลในโลกของเขาเปลี่ยนแปลงไปได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน

หลายนาทีต่อมา ณคุณพานาเนียร์เดินลัดเลาะไปตามทางเดินภายในอาคารซึ่งเป็นสำนักงานหลักของทีมแข่งรถ ‘Fury Circuit’ ทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยและความเคร่งครัดภายใต้การนำของเฮดเตอร์

เสียงรองเท้าสองคู่กระทบพื้นสะท้อนแผ่วเบาไปตามผนังโลหะสีเข้ม ผนังด้านหนึ่งติดกระจกใสเผยให้เห็นลานทดลองรถที่อยู่เบื้องล่าง พนักงานบางส่วนเดินผ่านด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แต่เมื่อเห็นณคุณ พวกเขาต่างยกมือทักทายอย่างเคารพ

นาเนียร์เดินอย่างสงบ ไม่ซุกซน ไม่ถามจุกจิก ดวงตาของเธอกวาดมองรอบตัวอย่างพินิจ ไม่ใช่แบบนักท่องเที่ยวที่ตื่นเต้น แต่แบบคนที่ต้องการเข้าใจมากกว่าแค่เห็น

“ที่นี่คือห้องควบคุมหลัก” ณคุณชะลอฝีเท้าแล้วเอ่ยเสียงเบา “พี่ดูแลเรื่องการวางกลยุทธ์และข้อมูลรถแข่งทั้งหมดจากตรงนี้”

นาเนียร์พยักหน้า

“มันเหมือนสนามรบแบบมีแผงควบคุมเลยนะคะ เหมือนการรบที่ไม่ใช้ปืน แต่ใช้สมองกับความเร็ว”

ณคุณหันมามองน้องด้วยแววตาแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มน้อยๆ

“พูดได้เป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะเรา”

“ก็ต้องเป็นสิคะ ถ้าไม่อยากให้พี่ณอายใครที่ลากเด็กดื้อมาเดินเพ่นพ่านในสนามของเขา” เธอพูดติดตลก แต่น้ำเสียงไม่ได้ล้อเลียน ทว่ากลับจริงจังในที

ณคุณถอนหายใจแล้วยิ้มเจื่อน ก่อนจะพาน้องเดินต่อไปยังอาคารอีกหลัง ซึ่งตั้งอยู่ติดกับลานแข่ง อาคารเก็บรถแข่งส่วนตัวของเฮดเตอร์

ประตูเหล็กเปิดออกด้วยเสียงกลไกเบาๆ และแสงสว่างจากเพดานก็เผยให้เห็นรถแข่งไฮเทคหลายคันจอดเรียงราย ราวกับผลงานศิลปะในแกลเลอรี่มูลค่าหลายสิบล้าน

นาเนียร์เงียบไปนานขณะมองดูรถแต่ละคัน สีหน้าเธอนิ่งสนิท มีเพียงแววตาที่เปล่งประกายอย่างสงบ

“สวยเหมือนสัตว์ป่าในกรงเลยนะคะ” เธอเอ่ยเบาๆ “ดูสงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยพลังน่ากลัว ถ้าหลุดออกไป คงควบคุมไม่ได้ง่ายๆ”

“นั่นแหละที่พี่อยากให้เรารู้” ณคุณพูดขึ้นช้าๆ “ที่นี่…มันไม่ใช่ที่สำหรับคนที่แค่เดินดูเฉยๆ แล้วจะเข้าใจทุกอย่าง มันมีแรงกดดัน มีกฎของมัน และถ้ามีใครพลาดแม้แต่นิดเดียว มันอาจไม่ใช่แค่เรื่องของการแข่งขันอีกต่อไป”

นาเนียร์ไม่ตอบในทันที เธอยกมือแตะกระจกที่กั้นระหว่างโถงกับลานเก็บรถ ก่อนเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

“น้องจะไม่ทำให้พี่ณลำบากใจค่ะ”

ณคุณหันมาสบตาน้องสาวอีกครั้ง แววตาเธอยังเหมือนเดิม…นิ่ง สงบ แต่หนักแน่นจนน่าแปลกใจ

เสียงฝีเท้าของทั้งสองค่อยๆ จางลงในโถงเงียบ ก่อนจะมีเสียงเบาๆ ดังขึ้นจากอินเตอร์คอมใกล้เพดาน

“ณ…ให้คนมาเอาเอกสารห้องกูด้วย”

ณคุณหยุดเดินเล็กน้อย แล้วเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดที่เงียบงันบนมุมเสา

“ครับเฮีย” เขาหันไปมองน้องสาว “ดูเหมือนจะมีงานให้เราทำแล้วนะ”

นาเนียร์เพียงพยักหน้าเบาๆ …แต่แววตาเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“เนียร์โกรธง่ายหายเร็วนะ พี่ณก็คงรู้ว่าน้องสาวตัวเองเป็นคนยังไง แต่เฮียเตอร์ของพี่ณน่ะ เขาจะมีอคติกับเนียร์ไหมไม่รู้นะ”

“อืม ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปริที่ห้องควบคุม”

“ค่ะ”

นาเนียร์เดินตามทางที่พี่ชายบอก ด้วยฝีเท้าเรียบสงบ แต่ในใจกลับเต้นแรงอย่างประหลาด…ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่อาจเป็นเพราะไม่แน่ใจว่าเธอควรจะจัดวางตัวเองอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ ‘เฮียเตอร์ของพี่ณ’

ประตูกระจกขุ่นเบื้องหน้าเปิดออกโดยอัตโนมัติเมื่อเธอเดินเข้าใกล้ กลิ่นเย็นๆ ของเครื่องปรับอากาศและเอกสารหนังสือผสมกันคล้ายห้องประชุมใหญ่ในบริษัทยักษ์ เฮดเตอร์ยืนอยู่ด้านใน กำลังเปิดแฟ้มหนาอยู่หน้าชั้นเอกสารเหล็กที่เรียงรายเป็นระเบียบ เขาหันมามองเพียงชั่ววินาที ก่อนจะปรายสายตากลับไปที่เอกสารตรงหน้า

“มาช้า”

นาเนียร์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะรีบขยับเข้ามาใกล้ เธอพยายามควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉย

“ขอโทษค่ะ…เนียร์เพิ่งมาครั้งแรก ยังไม่คุ้นทาง”

เฮดเตอร์ปิดแฟ้มในมือดัง ปึ้ก! แล้วหยิบอีกแฟ้มส่งให้เธอโดยไม่พูดอะไร นาเนียร์ยื่นมือไปรับอย่างระมัดระวัง แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนยืนอยู่กลางแรงอัดของสนามแข่งก็ไม่ปาน

“แฟ้มนี้สำหรับส่งฝ่ายกลยุทธ์” เขาเอ่ยเสียงนิ่ง “อย่าทำตก อย่าทำหาย อย่าเปิดดู ถ้าไม่ใช่คนที่มีสิทธิ์เข้าอ่าน”

“ค่ะ…เข้าใจแล้วค่ะ”

สายตาคมของเฮดเตอร์เลื่อนขึ้นมาสบกับเธอตรงๆ เป็นครั้งแรก แววตานั้นไม่ใช่แค่ประเมิน แต่มันเหมือนชั่งน้ำหนัก…ราวกับกำลังพิจารณาว่าเธอเหมาะจะอยู่ในสนามของเขาหรือไม่

“ไม่ใช่เพราะเป็นน้องของไอ้ณแล้วจะได้สิทธิพิเศษอะไรที่นี่ จำไว้ให้ดี”

นาเนียร์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงเรียบ

“เนียร์ไม่ได้คาดหวังสิทธิพิเศษค่ะ แค่อยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุดโดยไม่ให้ใครต้องเดือดร้อน…โดยเฉพาะพี่ณ”

เฮดเตอร์เลิกคิ้วเพียงเล็กน้อย แววตาไม่เผยความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะหันกลับไปยังโต๊ะทำงานของเขาอีกครั้ง

“งั้นก็พิสูจน์ให้เห็นด้วยการกระทำ ไม่ใช่คำพูด”

นาเนียร์ก้มศีรษะเล็กน้อย

“ค่ะ…จะทำให้ได้”

เธอหมุนตัวกลับและเดินออกจากห้องนั้นอย่างเงียบงัน แม้หัวใจจะยังเต้นแรงไม่หยุด แต่ฝีเท้าไม่สั่น และสายตาก็ไม่หันกลับไปมองอีกเลย

บนโต๊ะ เฮดเตอร์หยุดการจัดเอกสารชั่วครู่ เขายกมือขึ้นลูบกรามตัวเองเบาๆ พลางพึมพำ

“…รู้จักพูด…แต่ก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี”

สายตาคมกริบเหลือบมองจอมอนิเตอร์ที่ฉายภาพในมุมต่างๆ ของสำนักงาน และภาพหนึ่งคือโถงทางเดินที่นาเนียร์เพิ่งเดินผ่าน

และเขายังจับตามองอยู่

—————————————

จ้องนานๆ ระวังน้องท้องนะลุง 😆

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ระยะนี้อันตราย   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2เช้าวันหยุดในบ้านหลังใหญ่บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ห้องโถงกลางถูกจัดแต่งด้วยดอกไม้สีขาวสลับชมพูอ่อน กลิ่นหอมอวลไปทั่วจนสร้างความอบอุ่นราวกับงานหมั้นเล็กๆ ที่แฝงไปด้วยความหมายยิ่งใหญ่กันต์กำลังช่วยช่างจัดดอกไม้ยกแจกันไปตั้งตรงมุมโต๊ะอย่างตั้งใจ“พวกนายวางตรงนี้สิ จะได้บาลานซ์กับเวที” เขาพูดพร้อมหันไปเช็กตำแหน่งต้นหนยืนพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น พลางก้มหน้ากางแผนผังการจัดโต๊ะ“นี่พวกแขกผู้ใหญ่ต้องนั่งฝั่งไหนกันแน่ เฮดเตอร์ถ้าไม่รีบตอบ เดี๋ยวพรุ่งนี้คนมาแล้วจะมั่วกันหมดนะเว้ย”ลีอองหัวเราะพลางยกถาดแก้วน้ำมาวางเรียงบนโต๊ะรับแขก“ใจเย็นๆ หน่อยเถอะไอ้ต้น มึงก็เหมือนแม่บ้านไปทุกทีแล้วนะ”เสียงหยอกล้อทำให้เฮดเตอร์ที่นั่งตรวจเช็กรายชื่อแขกอยู่เงยหน้าขึ้น เขายิ้มบางๆ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากเพื่อนสนิทที่ร่วมลงแรงกันเต็มที่ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นอยู่ เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางประตูบ้าน ก่อนจะปรากฏร่างชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้ามีเค้าโครงคล้ายเฮดเตอร์ไม่ผิดเพี้ยน“เซอร์ไพรส์!”ทุกสายตาหันไปทันที เฮดเตอร์ชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง ดวงตาคมวาวด้วยความดีใจ“ไอ้คิว!”ร่างส

  • ระยะนี้อันตราย   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1ย่างเข้าสู่ปีที่สี่ของการเป็นนักเรียนแพทย์ การเจอกันกับเฮดเตอร์ก็น้อยลงตามตารางเรียนที่มากขึ้น และเป็นปีสี่ของนาเนียร์ที่ต้องขึ้นชั้นคลินิกและได้ราวน์คนไข้จริงๆ กับอาจารย์หมอเสียงโทรศัพท์สั่นและดังเบาๆ อยู่ในกระเป๋าเสื้อของนาเนียร์ เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนเคาน์เตอร์แล้วเดินไปหลบมุมเพื่อรับสายของเฮดเตอร์“เฮีย เนียร์ยุ่งอยู่ค่ะ มีอะไรด่วนไหม”(เปล่า แค่คิดถึงเด็กดื้อน่ะ)“อ๋อ คิดถึงเหมือนกันนะคะ อย่าน้อยใจนะที่เนียร์ไม่มีเวลาให้ ช่วงนี้ยุ่งมากจริงๆ”เสียงถอนหายใจทุ้มต่ำลอดผ่านมาทางสายคล้ายจะกลั้นความน้อยใจเอาไว้ไม่มิด(รู้หรอกว่าเรายุ่ง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า…ตอนนี้ใครกันแน่ที่อยู่กับเนียร์มากกว่าเฮีย)น้ำเสียงติดกระเซ้า ทว่ามีความน้อยใจแฝงอยู่จนหัวใจนาเนียร์สะดุ้ง เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามอธิบายเสียงเบา“ไม่มีใครทั้งนั้นค่ะเฮีย มีแต่คนไข้กับอาจารย์หมอ เนียร์อยากให้เฮียเข้าใจนะ”เฮดเตอร์หัวเราะหึเบาๆ แต่ก็ยังไม่อาจปิดบังความรู้สึกในใจได้(แต่เฮียก็ยังอยากให้เราเจอกันบ้าง…ไม่ใช่แค่ได้ยินเสียงผ่านโทรศัพท์แบบนี้)มือที่จับโทรศัพท์ของนาเนียร์สั่นน้อยๆ เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึกแล้วตอบด

  • ระยะนี้อันตราย   บทที่ 55 บทส่งท้าย

    บทที่ 55 บทส่งท้ายเปิดเทอมปีสองของนักศึกษาแพทย์มาได้ไม่กี่สัปดาห์ แต่นาเนียร์ก็สัมผัสได้ถึงความหนักหน่วงที่ต่างจากเดิม ทั้งชั่วโมงเรียนที่ยาวนานกว่าปีแรก และเนื้อหาวิชาที่เข้มข้นขึ้นจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เธอมักกลับมาบ้านหรือคอนโดพร้อมกับความเหนื่อยล้าเต็มสองแขน แต่สิ่งที่แตกต่างจากเมื่อก่อนคือเธอไม่เคยต้องแบกรับเพียงลำพังอีกแล้วเฮดเตอร์เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ยังคงนิสัยเจ้าเล่ห์และแฝงความกวนประสาทอยู่ตลอด แต่เวลามีเธออยู่ใกล้กลับกลายเป็นคนใจเย็นลงอย่างน่าประหลาด ยิ่งหลังจากผ่านเรื่องราวมากมาย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แน่นแฟ้นขึ้นจนเหมือนหายใจด้วยจังหวะเดียวกันเย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน นาเนียร์เดินก้มหน้าก้มตาออกมาจากมหาวิทยาลัยอย่างอิดโรย แต่ทันทีที่เห็นร่างสูงคุ้นตายืนพิงรถหรูรออยู่ หัวใจที่หนักอึ้งกลับเบาสบายอย่างน่าประหลาด“เฮียขา…” เสียงหวานอ้อนดังขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาใกล้ เธอยกแขนคล้องเอวเขาแน่นเหมือนหาที่พักพิงเฮดเตอร์ก้มลงสบตา ดวงตาคมอ่อนแสงลงอย่างไม่รู้ตัว มือหนายกขึ้นลูบผมเธอเบาๆ“เหนื่อยอีกแล้วใช่ไหมตัวเล็ก”เธอพยักหน้าหงึกๆ พลางซบลงกับอกกว้าง“เหนื่อยมากเลยค่ะ วันนี้เรี

  • ระยะนี้อันตราย   บทที่ 54 เด็กขี้อ้อน

    บทที่ 54 เด็กขี้อ้อนหลายเดือนต่อมานาเนียร์เดินมาหาเฮดเตอร์ที่ยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยท่าทางอิดโรยสุดๆ ทันทีที่ปลายรองเท้าและกับปลายรองเท้าเขา แขนสองข้างก็อ้าออกและสวมกอดเอวสอบอัตโนมัติ“ขออ้อนหน่อย เรียนเหนื่อยมาทั่งอาทิตย์เลย”“อยากกินอะไรอร่อยๆ ไหม เฮียตามใจเราหนึ่งวัน”“ไม่อยากกินอะไรเลยค่ะ อยากนอนบนตัวเฮียมากกว่า”“ขี้อ้อนจริงๆ นะเรา”“น้อยๆ หน่อยน้องสาว” เสียงณคุณดังขึ้นจากทางด้านหลังนาเนียร์ เขาถือถุงผ้าใบโปรดของน้องสาวมายื่นให้เฮดเตอร์พลางยกมือขึ้นไปแตะหน้าผากน้องด้วยความมันเขี้ยว “ฝากด้วยเฮีย บ่นว่าเหนื่อยตั้งแต่ไปรับมาจากมหา‘ลัยแล้ว”“อืม แล้วมึงจะเข้าบริษัทตอนไหน ถ้าเข้าไปกูฝากดูรถแข่งด้วย”“อีกหนึ่งชั่วโมงเฮีย”“อืม”“ไปเถอะ อยากนอนแล้ว” นาเนียร์หันไปยกมือไหว้พี่ชาย แล้วเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่งเองเมื่อเห็นแบบนั้นเฮดเตอร์จึงเชิดหน้าน้อยๆ ให้ณคุณแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ“เหนื่อยขนาดนั้นเลย?”“มากค่ะ เรียนว่าหนักแล้วนะ อาจารย์บอกว่าเทอมสองจะต้องเรียนผ่าอาจารย์ใหญ่แล้ว ขนลุกไม่หาย”“ก็เราเลือกเอง”“ก็จริงค่ะ แค่บ่นให้ฟันเฉยๆ สนใจมาเป็นอาจารย์ใหญ่ให้เนียร์ลองผ่าเล่นๆ ไหม”“ตลก

  • ระยะนี้อันตราย   บทที่ 53 แฟนหรือพ่อ?

    บทที่ 53 แฟนหรือพ่อ?หลังกลับจากไปเยี่ยมครอบครัวเฮดเตอร์ นาเนียร์ก็เข้าสู่โหมดปกติ เธอเรียนเช้าเลิกค่ำ บางวันก็ดึกเพราะทำรายงานกับกลุ่มเพื่อน ส่วนเฮดเตอร์ก็รับหน้าที่คอยส่งข้าวส่งน้ำเช่นเคย และเขายังเป็นที่รู้จักของเพื่อนๆ ในกลุ่มของนาเนียร์อีก“เฮีย”“หืม?” เขารีบวางโทรศัพท์แล้วหันหน้ามองนาเนียร์ทันที“อาทิตย์นี้ขอนอนหอกับรูมเมทนะคะ อาทิตย์หน้าค่อยจะไปค้างกับเฮียที่คอนโด”เฮดเตอร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอจากปากเธอ ดวงตาคมกริบที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความผ่อนคลายค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแววเคร่งขรึม แต่ก็ยังมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่“ทำไมล่ะ” เสียงทุ้มถามเรียบๆ แต่แฝงน้ำหนักบางอย่างที่นาเนียร์ฟังออกเธอยกมือขึ้นเสยผมทัดหู เกิดอาการประหม่าเล็กๆ“ก็…อยากอยู่ทำงานกับเพื่อนๆ ให้เสร็จ จะได้ไม่เกรงใจเฮีย อีกอย่าง…นอนหอบ้างก็ดีเหมือนกันค่ะ เนียร์กลัวว่าเฮียจะลำบาก ต้องคอยรับส่งทุกวัน”เฮดเตอร์กอดอก เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าเหมือนกำลังชั่งใจระหว่างความหวงแหนกับความเข้าใจ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอเบาๆ“พูดซะดีเชียวนะ” เขาโน้มตัวมาข้างหน้า เอื้อมมือแตะปลายคางมนให้เงยหน้าขึ้นสบตา “แ

  • ระยะนี้อันตราย   บทที่ 52 ครอบครัวของเฮดเตอร์

    บทที่ 52 ครอบครัวของเฮดเตอร์ในห้องทำงานของเฮดเตอร์ ณคุณเดินตามทั้งสองมา และได้เอ่ยขึ้นเสียงเรียบเมื่อเห็นเฮดเตอร์รั้งใบหน้าน้องสาวไปจูบเบาๆ ต่อหน้าต่อตาเขา“เฮียก็เบาๆ หน่อยแล้วกัน ผมไม่อยากให้นาเนียร์เสียอนาคตที่จะเป็นหมอตอนนี้”“รู้หรอกน่า”“ก็…เบาๆ หน่อย”“พี่ณ…”“เรานั่นแหละตัวดีเลย แล้วจะกลับบ้านเลยไหม หรือจะกลับไปนอนที่หอพัก?” ณคุณเอ่ยถามนาเนียร์ ทว่าเฮดเตอร์กลับโอบเอวบางไว้หลวมๆ“นาเนียร์จะกลับไปนอนที่คอนโดกับกู”“โอเค” ณคุณส่ายหน้าเบาๆ อย่างเอือมระอาใจ แล้วหันหลังเดินออกมาจากห้องทำงานของเฮดเตอร์ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลงตามร่างสูงของณคุณ ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ เฮดเตอร์ยังคงโอบเอวนาเนียร์ไว้แน่น ร่างสูงโน้มตัวลงเล็กน้อยจนปลายจมูกเฉียดผิวแก้มใสของเธอ“พี่ณของเธอนี่แม่ง…ทำอย่างกับฉันจะกินเธอตรงนี้เลย” เขาเอ่ยเสียงทุ้ม แฝงรอยหัวเราะในลำคออย่างขี้เล่นนาเนียร์หน้าแดงจัด รีบผลักแผ่วๆ ที่อกหนา แต่กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย เพราะเฮดเตอร์จงใจยืนขวางเอาไว้ ดวงตาคมสบมองเธอแน่วแน่ ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์“ว่าแต่…” เขาโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด “ถ้าจะเดินจับมือไปด้วยกันจริงๆ แบบที่ถามต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status