Masuk~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ภาธรได้พาเด็กสาวที่มีอาการแพ้ท้องอย่างหนักไปโรงพยาบาล ระหว่างทางที่อยู่ในรถเธออาเจียนอย่างหนักโดยมีเขาคอยประคอง เมื่อเห็นว่าอาการของเธอไม่สู้ดี เขาจึงรั้งร่างเล็กให้นอนซบลงบนตักแกร่ง เอ่ยน้ำเสียงเร่งเร้าให้ลูกน้องรีบขับรถไปให้ถึงโรงพยาบาลโดยเร็ว ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้สึกอยากจะปกป้องใคร เด็กสาวคนนี้ทำให้เขารู้ว่าการมีคนที่รักนั้นมันรู้สึกดีแค่ไหน "ขับเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหม" "ได้ครับนาย" ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้เลย ความรู้สึกที่หงุดหงิด กระวนกระวายใจ เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้ ยิ่งมองเห็นว่าข้างหน้าเป็นสี่แยกไฟแดงเขายิ่งอยากจะให้ลูกน้องขับฝ่ามันไป ภาธรก้มลงมองเด็กสาวที่นอนหลับตาอยู่บนตักด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม เขาใช้ฝ่ามือลูบแผ่นหลังของเธอไปมาหวังว่าจะทำให้เธอผ่อนคลาย "เป็นอย่างไงบ้าง..... เวียนหัวมากเลยหรือ" ทอปัดพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรกับเขา อาการที่เธอเป็นมันคืออาการของคนแพ้ท้อง ก่อนที่เธอจะเจอเขา เธอก็เคยอาเจียนติดต่อกันหลายชั่วโมงมาแล้ว แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ตอนที่เธอได้อยู่ใกล้กับเขา เธอกลับรู้สึกสบายขึ้น ทั้งอาการเวียนหัวก็ลดน
~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . ทอปัดลังเลที่จะตัดสินใจ เธอยังคงกังวลทั้งเรื่องของแม่และเจ้าตัวเล็กในท้อง เธอไม่รู้ถึงเหตุผลที่เขาตามหาเธอ และบอกให้เธอกลับไปกับเขา ทุกอย่างมันดูคลุมเครือ ไม่มีอะไรที่แน่นอนสักอย่าง เธออยากรู้เหตุผลของเขาจริงๆ ภาธรยอมปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน เขาใช้สายตาสำรวจภายในบ้านที่ว่างเปล่า ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีแม้กระทั่งโซฟาให้นั่ง เมื่อหันกลับมาเห็นเด็กสาวที่ยืนนิ่งและเห็นถุงอาหารที่เธอซื้อมา เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิด "เดี๋ยวฉันจะให้ขจรมาจัดการเรื่องของใช้ของเธอ ส่วนเรื่องบ้านเช่า เธอก็ไปบอกคืนเขาซะ" "หนูขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหม" ร่างสูงใหญ่หันกลับมา ใบหน้าคมคร้ามเรียบเฉยหากแต่ดูกระตือรือล้น ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ว่าถ้าหากเจอเธอ เขาควรจะใช้คำพูดแบบไหนที่จะทำให้เธอกลับไปกับเขา ทั้งที่คนอย่างเขาไม่จำเป็นจะต้องคิดหาวิธีมากมายเพื่อที่จะเข้าหาเธอ หากแต่เขาก็ทำไปแล้ว ความอ่อนหวานของเธอทำให้เขาแพ้อย่างราบคาบ "คุณต้องการให้หนูเอาเด็กไว้ พอเด็กคลอดคุณก็จะเอาลูกของหนูไป ใช่ไหมคะ" มุมปากหยักเหยียดยิ้มกดลึกเมื่อได้ยินประโยคที่แสนจะบาดใจ เธอคิดอย่างนั้นเองหรอกหรือ เขาด
~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . รถยนต์ติดฟิล์มดำมืดจอดหลบมุมอยู่ข้างรั้ว เมื่อรถแท็กซี่แล่นสวนออกไป ขจรซึ่งอยู่ในรถจึงได้ขยับตัวให้ใกล้กับหน้าต่าง เขาเพ่งมองเข้าไปภายในบ้านเช่าหลังเล็กที่เปิดไฟสว่าง เมื่อแน่ใจว่าเด็กสาวที่ออกมาจากร้านกาแฟหน้ามหาลัยเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้นจริงๆ เขาจึงส่งข้อความหาเจ้านาย ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงขจรได้รับข้อความให้สะกดรอยตามเด็กสาวจากหน้าร้านกาแฟ และโชคดีที่เธอนั่งแท็กซี่มาที่บ้านเช่าหลังนี้ ไม่นานบีเอ็มดับเบิลยูคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดข้างๆ ราวกับติดปีก ขจรเองยังแปลกใจที่เจ้านายมาถึงภายในเวลารวดเร็วคล้ายกับว่าเด็กสาวคนนี้เป็นคนพิเศษ ร่างสูงแทรกตัวลงจากรถอย่างรวดเร็ว เขาก้าวเท้าเดินอย่างเร่งรีบแทนที่จะนั่งรอให้ลูกน้องเดินลงไปหา ขจรเองก็รีบลงจากรถแทบไม่ทันเหมือนกัน "เธอน่าจะอยู่ในบ้านหลังนั้นครับคุณแทค" ภาธรมองตามขจรเข้าไปในบ้านเช่าหลังเล็กที่มีรั้วเป็นลูกกรงขึ้นสนิม มีต้นไม้ขึ้นรก สภาพบ้านข้างในก็คงจะไม่ได้ดูดีไปกว่าข้างนอกสักเท่าไหร่ ยิ่งเขาคิดว่าเด็กสาวจะต้องอยู่ที่นี่ตามลำพังในขณะที่ท้องโต คิ้วเข้มพาดเฉียงยิ่งขมวดมุ่นด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ร่าง
~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . ม่านมุกรู้สึกตกใจกับประโยคนั้นของเพื่อนสนิท ทอปัดเป็นเพื่อนกับเธอตั้งแต่ปีหนึ่ง พวกเราคบกันโดยไม่รังเกียจเรื่องฐานะ ทั้งที่บ้านของม่านมุกและมุจรินทร์นั้นมีอันจะกิน แตกต่างจากฐานะของทอปัดโดยสิ้นเชิง แต่ทอปัดก็เป็นเพื่อนที่ดี ขยันและมีน้ำใจกับเพื่อนทุกคน ทั้งที่เป็นเด็กขยันเรียนคนหนึ่งแต่ทำไมทอปัดจึงพลาด ตั้งท้องในขณะที่ใกล้จะเรียนจบอย่างนี้ (เธอท้องกับใคร..... ปัด เธอมีแฟนหรือ ที่เธอหายไปก็คงเพราะสาเหตุนี้ใช่ไหม) "ฉัน..... ฉันไม่มีแฟนหรอก อีกอย่างตอนนี้ฉันก็ไม่ได้อยู่กับแม่ด้วย" ม่านมุกนึกไปถึงช่วงระยะเวลาที่ทอปัดมักจะทำตัวมีความลับกับเพื่อน เธอมักจะรีบกลับ และมีเงินมากมายเพื่อจ่ายค่าผ่าตัดให้แม่ ทั้งที่เคยบอกกับเพื่อนว่าเธอไม่มีเงิน และพ่อขี้เมาของเธอก็ยังหาแต่ปัญหามาให้ (ผู้ชายที่เป็นพ่อของเด็กเขารู้ไหมว่าเธอท้อง) "ไม่..... เขาไม่รู้ และฉันก็ไม่อยากให้เขารู้ด้วย" (เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนสนิทอยู่หรือเปล่า ถ้าเห็น..... เธอช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังได้ไหม) เรื่องราวที่ไม่อยากเปิดเผยให้ใครได้ฟัง เพราะเธอรู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่ไร้ศักดิ์ศรี ไร
~ระเริงรักมาเฟียร้าย~ . . . ภาธรนิ่งเงียบ เขากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เรื่องที่ตัดสินใจบอกกับเพื่อนเมื่อครู่นั้นไม่ได้ทำให้เขาหนักใจเท่ากับเรื่องที่เขากำลังจะบอกกับเพื่อนในตอนนี้ ในความเป็นจริงเรื่องนี้มันก็ไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนแต่อย่างใด แค่เด็กสาวคนนั้นเป็นลูกแท้ๆ ของพ่อบุญธรรมก็เท่านั้น แต่มันก็คงจะง่ายกว่านี้ถ้าหากแม่ของเธอไม่เคยพูดว่าไม่ให้เขาไปยุ่งเกี่ยวกับเด็กสาวคนนั้นอีก "ท้องก็แต่งสิวะ..... มึงจะมานั่งเครียดทำไม มาเฟียอย่างมึง มีพร้อมทุกอย่าง เงิน รถ บ้าน ลูกน้อง" บุรินทร์สาธยายความพร้อมของเพื่อน ในเมื่อภาธรมีพร้อมทุกอย่าง เป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนอยากได้ แต่แล้วทำไมเพื่อนของเขาจึงต้องมานั่งหน้าเศร้าเหมือนถูกสาวทิ้งอย่างนี้ "แต่แม่เขาไม่ปลื้มกู" "แม่เขารู้ว่ามึงเป็นมาเฟีย?" ภาธรถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่เดินวนไปมา ตอนนี้เขาควรจะออกไปตามหาเธอ หรือไปคุยกับแม่ของเธอให้รู้แล้วรู้รอด แต่เขาก็ยังจัดการกับตัวเองไม่ได้เลย "เรื่องนั้นมันคงไม่สำคัญเท่ากับที่เด็กคนนั้นเป็นลูกแท้ๆ ของพ่อกู" บุรินทร์แทบสำลักซิการ์ที่กำลังดูด เรื่องที่ภาธรบอกทำให้ตกใจมาก ถ้าห
~ระเริงรักมาเฟียร้าย~ . . . หลังจากวางสายจากเด็กที่ชื่อพิน หยาดฟ้าจึงหันมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่มีคำถามมากมาย หากแต่เธอก็กลบเกลื่อนมันด้วยการเอ่ยประโยคที่คิดว่ามันไม่สมควรที่จะเป็นความลับอีกต่อไป "เรื่องที่ฉันอยากจะบอกคุณ ลูกสาวของฉัน..... ทอปัด เป็นลูกสาวของคุณภพกับฉัน คุณไม่ต้องให้คนไปตามสืบเรื่องนี้แล้วนะคะ" ไม่ทันแล้ว...... ภาธรคิดในใจ เพราะเขาได้ให้อติเดชไปเค้นความจริงมาจากปากของสามีใหม่เธอเรียบร้อย แถมเขายังได้รู้ความลับมาอีกหนึ่งเรื่อง นั่นก็คือ จริงๆ แล้ว พ่อขี้เมาของเด็กสาวคนนั้น ไม่ได้เป็นสามีใหม่ของคุณหยาดตะวัน หากแต่มันเป็นเหมือนปลิงที่คอยดูดเลือด คอยแต่จะไถเงินสองแม่ลูก เพราะคำว่าบุญคุณที่มันเคยช่วยเหลือเธอ "ครับ ..... ผมทราบมาตั้งนานแล้ว" "คุณมีอะไรจะบอกกับฉันไหมคะ" เธอยื่นคำถามให้เขา เพียงแค่อยากจะรู้ความจริงทั้งหมด หากแต่ภาธรกลับเงียบ ถ้าหากมันเป็นดั่งที่เธอคิดเอาไว้ เธอจะถือเสียว่าได้หยิบยื่นโอกาสนั้นให้กับเขาแล้ว หากแต่เขาไม่รับมัน "ถ้าไม่มี..... งั้นฉันจะบอกให้คุณเลิกติดต่อกับลูกสาวของฉัน ถ้าคุณไม่ได้คิดอะไรกับเธอ ฉันขอให้คุณหายไปจากชีวิตของเธอซะ ฉันมีเรื่







