LOGIN‘ทอปัด’กำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สินในครอบครัว เธอจึงตัดสินใจรับงานเอ็นเตอร์เทน ในคืนนั้นเธอได้เจอกับ ‘ภาธร’ มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เขายื่นข้อเสนอให้เธอมาเป็นเมียเก็บ หรือเมียบำเรอเพื่อแลกกับการช่วยเหลือเรื่องเงิน แม้ตอนแรกเธอจะรู้สึกโกรธที่ถูกดูถูก แต่เพราะไม่มีทางเลือกอื่น เธอจึงต้องยอมรับข้อเสนอนั้น แต่หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของเธอกับมาเฟียหนุ่มกลับเริ่มเปลี่ยนไป
View More~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . เคร๊ง!..... เสียงโครมครามจากฝ่าเท้าของคนเมาที่อาละวาดเตะข้าวของซึ่งขวางหูขวางตาทำให้คนที่กำลังนอนหลับสนิทต้องสะดุ้งตื่น 'ทอปัด' เด็กสาววัยแรกรุ่นขยับตัวลุกขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว เธอหันไปมองหญิงวัยกลางคนซึ่งกำลังนอนหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยาพลางถอนหายใจหนักๆ นึกถึงคนที่กำลังอาละวาดอยู่หน้าบ้านแล้วยิ่งรู้สึกสังเวชใจ ถ้าหากเธอไม่กลับมาบ้าน เธอก็คงไม่รู้ว่าพ่อของเธอยังไม่เลิกเหล้าเหมือนที่เคยบอก "มีใครอยู่ไหมวะ..... เอาข้าวมาให้กูแดกหน่อย กูหิว..... เฮ้ย! ได้ยินไหมวะ อีหยาด" เสียงอ้อแอ้ที่เอ่ยเรียกคนเป็นภรรยาดังก้อง ยังโชคดีอยู่มากที่บ้านของเธอไม่ได้อยู่ในชุมชน เพียงแต่ห่างออกมาไม่มาก แต่ถึงกระนั้นชาวบ้านที่ได้ยินเสียงเอะอะก็ยังตะโกนด่าไม่ขาดสาย เด็กสาวเปิดประตูบ้านออกมา เธอมองเห็นชายวัยกลางคนที่ทุกคนในหมู่บ้านต่างให้สมญานามว่าไอ้ขี้เมากำลังนอนแผ่หราอยู่บนบันไดบ้าน เสื้อผ้าและเนื้อตัวสกปรก เต็มไปด้วยคราบฝุ่นและกลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้ง ใบหน้าคมคร้ามที่ครั้งหนึ่งเธอเคยมองว่าหล่อเหลาบัดนี้ถูกความชรากลืนกิน เส้นผมสีดอกเลาเปียกชื้น เปลือกตาหนาเปิดขึ้นเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมอง "อีปัด..... มึงไปหาข้าวมาให้กู กูหิวข้าว" "พ่อหายไปไหนมาล่ะ กลับมาจนดึกดื่น ใครเขาจะเก็บข้าวเอาไว้ให้ หนูเททิ้งไปหมดแล้ว" "บ่ะ!..... อีลูกเวร มึงมีหน้าที่หาข้าวให้กู กูจะกลับมากี่โมงกี่ยามก็เรื่องของกู" เธอไม่ได้เทข้าวทิ้งเหมือนที่พูด แต่เธอตักข้าวเอาไว้ให้พ่อ แถมยังเอาจานรองหล่อน้ำเอาไว้เพื่อไม่ให้มดมาขึ้น ร่างเล็กเดินหายเข้าไปในครัวแล้วกลับออกมาพร้อมจานข้าว มีไข่เจียวและน้ำพริกผักต้ม กับข้าวที่เธอคุ้นชินมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพ่อของเธอจึงเป็นผู้ชายที่ไร้ความรับผิดชอบ ไม่เคยดูแลทั้งของแม่และตัวเธอ เด็กสาวทรุดตัวลงนั่งบนพื้น เธอเอื้อมมือไปพยุงคนเมาที่ไม่รู้สึกตัวให้ลุกขึ้นนั่ง ครั้งหนึ่งคนที่อยู่ในอ้อมแขนเธอคนนี้เคยใช้ฝ่ามือคู่นี้ตีแม่ของเธอจนเธอเกือบจะไม่ได้เกิดมา ทอปัดใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีจับคนเป็นพ่อให้นั่งพิงกับแคร่ไม้ไผ่แล้วจึงเอื้อมมือไปหยิบชามข้าว ถ้าหากจะให้คนเมาตักข้าวกินเองก็คงจะลำบาก เธอจึงใช้ช้อนตักข้าวแล้วป้อนให้ คนเมาสะลืมสะลือลืมตาขึ้นพลางอ้าปากเมื่อรู้ว่ามีของกินมาจ่ออยู่ตรงหน้า "แจ๊บ!..... แจ๊บ!.... ข้าวอะไรของมึงวะ รสชาติเหมือนข้าวหมา ถุย!.... กูไม่กิน" ข้าวที่เพิ่งป้อนถูกสบถออกมาพร้อมถ้อยคำหยาบคาย เด็กสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกท้อแท้กับสภาพความเป็นอยู่ที่เหมือนกับในนิยายน้ำเน่า หากแต่มันคือเรื่องจริง ทอปัดถูกพ่อแท้ๆ ทุบตีตั้งแต่เธอจำความได้ เธออยากจะหนีไปให้ไกลจากสภาพที่เป็นอยู่ แต่ติดตรงที่เธอสงสารแม่ เธอจึงต้องทนอยู่กับผู้ชายที่เห็นแก่ต้วอย่างพ่อของเธอ บางทีเธอก็เคยถามตัวเองว่าทำไมผู้หญิงที่จิตใจงดงามอย่างแม่ของเธอจึงต้องมาทนอยู่กับผู้ชายที่ไม่เอาไหนอย่างพ่อ ทั้งที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว แม่ไม่มีญาติพี่น้อง ต่างจากพ่อที่มีลุงกับป้า ซึ่งทั้งสองคนก็แสดงท่าทางดูถูกเธอกับแม่ และยังเคยบอกว่าเราสองคนมาเกาะพ่อของเธอกิน แต่ในความเป็นจริง แม่ต่างหากที่เป็นคนเลี้ยงดูทั้งครอบครัว รวมถึงลุงกับป้าด้วย "ถ้าพ่อไม่กินก็ตามใจ งั้นหนูไปนอนล่ะ" "เออ..... มึงจะไปตายที่ไหนก็ไป อีลูกเวร!" ทอปัดเปิดประตูห้องแล้วทรุดตัวลงนั่ง ดวงตาสีดำขลับทอดมองไปยังร่างหนึ่งซึ่งกำลังนอนหายใจสม่ำเสมอ ถ้าหากไม่ได้เป็นเพราะฤทธิ์ของยา ป่านนี้แม่ก็คงจะออกไปหาข้าวให้พ่อกิน "เฮ้อ!" เสียงถอนหายใจเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่เธอจะเรียนจบแล้วออกมาหางานทำเพื่อช่วยแม่ ลำแขนเล็กโอบกอดตัวเอง ผิวกายขาวเนียนละเอียดต่างจากสีผิวของคนเป็นพ่อมีร่องรอยบาดแผลจากการถูกพ่อทำร้าย บ่อยครั้งที่เธอมักจะถูกลุงกับป้าพูดว่าเธอเป็นลูกที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แต่ยังดีที่เธอมีแม่ และแม่ยังบอกอีกว่าเธอไม่ใช่ลูกที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แต่เป็นลูกของแม่ เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวที่แม่รักที่สุด โครม!..... เสียงตึงตังยังคงดังมาจากหน้าบ้าน ทอปัดยกสองมือขึ้นปิดหู เธอก้มหน้านิ่งคล้ายกับว่ากำลังระงับอารมณ์ที่ขุ่นเคือง เธอกำลังโกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้ ถ้าหากเธอสามารถหนีจากที่นี่วันนี้หรือพรุ่งนี้ได้ เธอก็จะทำทันที อย่างน้อยพ่อของเธอก็จะได้สบายใจที่ไม่ต้องไล่เธอออกจากบ้านเช้าเย็นอย่างทุกวันนี้ "อีปัด..... อีลูกเวร เมื่อไหร่มึงจะไปจากชีวิตกูสักที เกิดมาก็ทำให้กูลำบาก อีลูกเวร....." . . . มหาวิทยาลัยxx ทอปัดเดินมานั่งใต้ร่มไม้หน้าตึกคณะด้วยสีหน้าสะลึมสะลือ เธอวางกระเป๋าแล้วฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ในขณะที่เพื่อนสองคนของเธอกำลังเดินมาพอดี "ปัด..... เป็นอะไรหรือเปล่า?" 'ม่านมุก' เด็กสาวรุ่นเดียวกันเอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เธอกับทอปัดเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยมัธยม เห็นเพื่อนตั้งใจเรียนและทำงานพาร์ทไทม์ช่วงเย็นทุกวันเธอจึงรู้สึกเป็นห่วง เช่นเดียวกับ 'มุจรินทร์' เพื่อนอีกคน "เปล่า ...... เมื่อคืนฉันคงนอนดึกน่ะ" "เลิกงานดึกหรือไง ฉันว่าเธอน่าจะหาเวลาพักผ่อนบ้างนะ" "ใช่..... ถ้ามีปัญหาเรื่องเงิน เธอบอกฉันก็ได้ ฉันช่วยเธอได้นะปัด เราเพื่อนกัน" "ไม่เป็นไร ฉันไหว" ทอปัดเลือกที่จะไม่พูดเรื่องของครอบครัว เธอพยายามปิดบังเรื่องของพ่อที่ติดเหล้ามาตลอด เพราะกลัวว่าเพื่อนจะมองว่าพ่อของเธอเป็นคนไม่ดี แต่เรื่องนี้ก็ไม่สามารถปิดเพื่อนทั้งสองคนได้ เพราะเมื่อครั้งที่แม่ของทอปัดป่วยเข้าโรงพยาบาล ม่านมุกและมุจรินทร์ก็เป็นคนช่วยออกค่ารักษา แถมพ่อของทอปัดยังไปอาละวาดในโรงพยาบาลอีกด้วย "ก็อย่าหักโหมมากแล้วกัน บางทีฉันอยากจะให้มีผู้ชายใจดีมาช่วยเธอออกไปจากชีวิตที่ลำบากแบบนี้สักคน เจ้าประคู๊ณ!..... ขอให้ผู้ชายคนนั้นมาเจอยัยปัดเร็วๆ ทีเถอะ" "ว่าไปยัยรินทร์ ฉันแนะนำพี่ชายฉันให้ยัยปัดยังไม่เอา ทั้งหล่อทั้งรวย " "ฉันยังไม่อยากมีใคร สงสารผู้ชายคนนั้นที่จะต้องมาเจอคนอย่างฉันมากกว่า" "คนอย่างเธอมันเป็นอย่างไง..... ฉันว่าใครได้เธอไป ออกจะเป็นบุญน่ะสิไม่ว่า" "ใครบอกล่ะ ตัวฉันเองยังเอาไม่รอด คงไม่มีใครมาสนใจฉันหรอก" บทสนทนาซึ่งมีผู้ที่ไม่ได้ร่วมวงแอบได้ยิน 'ไมตี้' เป็นกะเทยตัวแม่ซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหลังได้ยินเรื่องที่สามสาวคุยกัน และเขาก็รู้จักกับม่านมุกเป็นการส่วนตัว แต่กับเด็กสาวอีกคน เขาเคยเห็น ยิ้มทักทายกันแต่ไม่เคยพูดคุยด้วยเลยสักครั้ง เมื่อเสร็จจากวิชาแรกทอปัดจึงเดินมาเข้าห้องน้ำ ในขณะที่เธอกำลังล้างมือ ไมตี้ก็โผล่เข้ามาจากด้านหลัง เขายิ้มอย่างมีไมตรี ทอปัดเห็นว่าพี่คนนี้สนิทกับม่านมุกเธอจึงยิ้มตอบ "หวัดดีจ้ะ เป็นเพื่อนม่านใช่ไหม" "ค่ะ" "เจ๊ชื่อไมตี้นะ เธอคงเคยเห็นหน้าเจ๊" "ค่ะเจ๊ ม่านเคยเล่าเรื่องเจ๊ให้ฟังด้วย เจ๊มีอะไรหรือเปล่าคะ" "ถ้าจะบอกว่ามีก็มีน่ะนะ เจ๊อยากคุยกับเธอเรื่องงานน่ะ ได้ยินว่าเธอทำงานพาร์ทไทม์ด้วย เอางี้ เดี๋ยวเจ๊เลี้ยงน้ำ เราเดินไปคุยกันไปก็ได้" "งั้นก็ได้ค่ะ" ทอปัดเป็นคนอัธยาศัยดี เธอเดินไปกับไมตี้โดยไม่ได้คิดมาก เพราะถ้าบอกว่าคุยเรื่องงานเธอก็อยากจะฟัง งานพาร์ทไทม์ที่เธอทำอยู่ตอนนี้ก็หนักหนาอยู่ เป็นงานที่ร้านสะดวกซื้อ ค่าจ้างก็น้อยนิดถ้าเทียบกับเวลาที่เธอเสียไป และเธอกำลังอยากหางานใหม่อยู่ "จะกินอะไรเดี๋ยวเจ๊เลี้ยงเอง" "ปัดขอชาเย็นแล้วกันค่ะ" เมื่อได้เครื่องดื่มแล้ว ไมตี้จึงเริ่มบทสนทนา ความจริงแล้วเขาเป็นพาร์ทเนอร์จัดหาสาวๆ ให้กับนักธุรกิจ ยิ่งหน้าตาดีแถมยังไม่เคยเสนอตัวกับที่ไหนมาก่อนยิ่งเป็นที่ต้องการ "ตรงๆ เลยนะ เจ๊น่ะเป็นคนจัดหาเด็กให้กับนักธุรกิจที่เขาอยากได้เด็กไปเป็นเพื่อนเที่ยว เพื่อนกิน ปัดคงพอจะเข้าใจนะว่าเจ๊หมายถึงอะไร" ทอปัดคลี่ยิ้มบาง เธอไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกถึงขนาดที่จะต้องไปทำงานอย่างนั้น เธอทนลำบากก็เพราะอยากแบ่งเบาภาระของแม่ แต่ถ้าเธอจะต้องไปทำงานแบบนั้นแม่ของเธอก็คงจะไม่ชอบใจ "ปัดรู้ค่ะ...... แต่เจ๊ไมตี้ไปหาคนอื่นดีไหมคะ ปัดไม่ถนัดแนวนี้" "โถลูก..... เรื่องแบบนี้มันหัดกันได้ เจ๊จะบอกอะไรให้นะ งานนี้ถ้าเขาถูกใจหนู เขาทุ่มไม่อั้น บางทีอาจจะสบายไปเลยก็ได้ถ้าเขาอยากเลี้ยงดู" "ถึงจะขนาดนั้นก็เถอะค่ะ แต่ปัดยังไม่ได้เดือดร้อนถึงขนาดนั้น ต้องขอโทษเจ๊ด้วยนะคะ" ไมตี้มีสีหน้าเซ็ง เพราะเขาอยากได้เด็กคนนี้มาก ทั้งรูปร่างหน้าตา ขนาดเขาเองยังถูกใจ ถ้าหากลูกค้าวีไอพีของเขาถูกใจเธอขึ้นมา รับรองว่าคนจัดหาอย่างเขาก็พลอยสบายไปด้วย "แหม! เสียดายจัง ถ้าอย่างนั้นเจ๊ให้เบอร์ไว้ เผื่อหนูมีเรื่องเดือดร้อน โทรหาเจ๊ได้ตลอด โอเคไหม" "ได้ค่ะ" เป็นเรื่องที่ทอปัดต้องเอามาขบคิด เพราะจริงๆ แล้วเธอเองก็ไม่เห็นหนทางที่เธอจะหนีจากสภาพชีวิตที่เป็นอยู่นี้ไปได้ วงเวียนชีวิตของเธอมีเพียงบ้านและมหาลัยรวมถึงร้านสะดวกซื้อที่เพื่อนร่วมงานไม่ค่อยจะเป็นมิตร มีเพียงเพื่อนสนิทสองคนและมีเพียงพ่อที่ขี้เมากับแม่ซึ่งร่างกายไม่แข็งแรง แต่ถึงอย่างนั้นความคิดทั้งหมดก็ถูกปัดทิ้งไป เพราะเธอยังรักศักดิ์ศรีของตัวเอง เพื่อนกินเพื่อนเที่ยวที่เจ๊ไมตี้บอกมันก็คือเพื่อนนอนด้วยไม่ใช่หรือไง ×----------------------------×
~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ภาธรได้พาเด็กสาวที่มีอาการแพ้ท้องอย่างหนักไปโรงพยาบาล ระหว่างทางที่อยู่ในรถเธออาเจียนอย่างหนักโดยมีเขาคอยประคอง เมื่อเห็นว่าอาการของเธอไม่สู้ดี เขาจึงรั้งร่างเล็กให้นอนซบลงบนตักแกร่ง เอ่ยน้ำเสียงเร่งเร้าให้ลูกน้องรีบขับรถไปให้ถึงโรงพยาบาลโดยเร็ว ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้สึกอยากจะปกป้องใคร เด็กสาวคนนี้ทำให้เขารู้ว่าการมีคนที่รักนั้นมันรู้สึกดีแค่ไหน "ขับเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหม" "ได้ครับนาย" ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้เลย ความรู้สึกที่หงุดหงิด กระวนกระวายใจ เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้ ยิ่งมองเห็นว่าข้างหน้าเป็นสี่แยกไฟแดงเขายิ่งอยากจะให้ลูกน้องขับฝ่ามันไป ภาธรก้มลงมองเด็กสาวที่นอนหลับตาอยู่บนตักด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม เขาใช้ฝ่ามือลูบแผ่นหลังของเธอไปมาหวังว่าจะทำให้เธอผ่อนคลาย "เป็นอย่างไงบ้าง..... เวียนหัวมากเลยหรือ" ทอปัดพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรกับเขา อาการที่เธอเป็นมันคืออาการของคนแพ้ท้อง ก่อนที่เธอจะเจอเขา เธอก็เคยอาเจียนติดต่อกันหลายชั่วโมงมาแล้ว แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ตอนที่เธอได้อยู่ใกล้กับเขา เธอกลับรู้สึกสบายขึ้น ทั้งอาการเวียนหัวก็ลดน
~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . ทอปัดลังเลที่จะตัดสินใจ เธอยังคงกังวลทั้งเรื่องของแม่และเจ้าตัวเล็กในท้อง เธอไม่รู้ถึงเหตุผลที่เขาตามหาเธอ และบอกให้เธอกลับไปกับเขา ทุกอย่างมันดูคลุมเครือ ไม่มีอะไรที่แน่นอนสักอย่าง เธออยากรู้เหตุผลของเขาจริงๆ ภาธรยอมปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน เขาใช้สายตาสำรวจภายในบ้านที่ว่างเปล่า ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีแม้กระทั่งโซฟาให้นั่ง เมื่อหันกลับมาเห็นเด็กสาวที่ยืนนิ่งและเห็นถุงอาหารที่เธอซื้อมา เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิด "เดี๋ยวฉันจะให้ขจรมาจัดการเรื่องของใช้ของเธอ ส่วนเรื่องบ้านเช่า เธอก็ไปบอกคืนเขาซะ" "หนูขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหม" ร่างสูงใหญ่หันกลับมา ใบหน้าคมคร้ามเรียบเฉยหากแต่ดูกระตือรือล้น ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ว่าถ้าหากเจอเธอ เขาควรจะใช้คำพูดแบบไหนที่จะทำให้เธอกลับไปกับเขา ทั้งที่คนอย่างเขาไม่จำเป็นจะต้องคิดหาวิธีมากมายเพื่อที่จะเข้าหาเธอ หากแต่เขาก็ทำไปแล้ว ความอ่อนหวานของเธอทำให้เขาแพ้อย่างราบคาบ "คุณต้องการให้หนูเอาเด็กไว้ พอเด็กคลอดคุณก็จะเอาลูกของหนูไป ใช่ไหมคะ" มุมปากหยักเหยียดยิ้มกดลึกเมื่อได้ยินประโยคที่แสนจะบาดใจ เธอคิดอย่างนั้นเองหรอกหรือ เขาด
~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . รถยนต์ติดฟิล์มดำมืดจอดหลบมุมอยู่ข้างรั้ว เมื่อรถแท็กซี่แล่นสวนออกไป ขจรซึ่งอยู่ในรถจึงได้ขยับตัวให้ใกล้กับหน้าต่าง เขาเพ่งมองเข้าไปภายในบ้านเช่าหลังเล็กที่เปิดไฟสว่าง เมื่อแน่ใจว่าเด็กสาวที่ออกมาจากร้านกาแฟหน้ามหาลัยเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้นจริงๆ เขาจึงส่งข้อความหาเจ้านาย ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงขจรได้รับข้อความให้สะกดรอยตามเด็กสาวจากหน้าร้านกาแฟ และโชคดีที่เธอนั่งแท็กซี่มาที่บ้านเช่าหลังนี้ ไม่นานบีเอ็มดับเบิลยูคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดข้างๆ ราวกับติดปีก ขจรเองยังแปลกใจที่เจ้านายมาถึงภายในเวลารวดเร็วคล้ายกับว่าเด็กสาวคนนี้เป็นคนพิเศษ ร่างสูงแทรกตัวลงจากรถอย่างรวดเร็ว เขาก้าวเท้าเดินอย่างเร่งรีบแทนที่จะนั่งรอให้ลูกน้องเดินลงไปหา ขจรเองก็รีบลงจากรถแทบไม่ทันเหมือนกัน "เธอน่าจะอยู่ในบ้านหลังนั้นครับคุณแทค" ภาธรมองตามขจรเข้าไปในบ้านเช่าหลังเล็กที่มีรั้วเป็นลูกกรงขึ้นสนิม มีต้นไม้ขึ้นรก สภาพบ้านข้างในก็คงจะไม่ได้ดูดีไปกว่าข้างนอกสักเท่าไหร่ ยิ่งเขาคิดว่าเด็กสาวจะต้องอยู่ที่นี่ตามลำพังในขณะที่ท้องโต คิ้วเข้มพาดเฉียงยิ่งขมวดมุ่นด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ร่าง
~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . ม่านมุกรู้สึกตกใจกับประโยคนั้นของเพื่อนสนิท ทอปัดเป็นเพื่อนกับเธอตั้งแต่ปีหนึ่ง พวกเราคบกันโดยไม่รังเกียจเรื่องฐานะ ทั้งที่บ้านของม่านมุกและมุจรินทร์นั้นมีอันจะกิน แตกต่างจากฐานะของทอปัดโดยสิ้นเชิง แต่ทอปัดก็เป็นเพื่อนที่ดี ขยันและมีน้ำใจกับเพื่อนทุกคน ทั้งที่เป็นเด็กขยันเรียนคนหนึ่งแต่ทำไมทอปัดจึงพลาด ตั้งท้องในขณะที่ใกล้จะเรียนจบอย่างนี้ (เธอท้องกับใคร..... ปัด เธอมีแฟนหรือ ที่เธอหายไปก็คงเพราะสาเหตุนี้ใช่ไหม) "ฉัน..... ฉันไม่มีแฟนหรอก อีกอย่างตอนนี้ฉันก็ไม่ได้อยู่กับแม่ด้วย" ม่านมุกนึกไปถึงช่วงระยะเวลาที่ทอปัดมักจะทำตัวมีความลับกับเพื่อน เธอมักจะรีบกลับ และมีเงินมากมายเพื่อจ่ายค่าผ่าตัดให้แม่ ทั้งที่เคยบอกกับเพื่อนว่าเธอไม่มีเงิน และพ่อขี้เมาของเธอก็ยังหาแต่ปัญหามาให้ (ผู้ชายที่เป็นพ่อของเด็กเขารู้ไหมว่าเธอท้อง) "ไม่..... เขาไม่รู้ และฉันก็ไม่อยากให้เขารู้ด้วย" (เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนสนิทอยู่หรือเปล่า ถ้าเห็น..... เธอช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังได้ไหม) เรื่องราวที่ไม่อยากเปิดเผยให้ใครได้ฟัง เพราะเธอรู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่ไร้ศักดิ์ศรี ไร





