~ระเริงรักมาเฟียร้าย~
.
.
.
หลังจากที่ทอปัดเอาเงินทั้งหมดฝากธนาคารและเหลือเงินส่วนหนึ่งเพื่อใช้หนี้เงินกู้ให้กับพ่อ วันนี้เธอจึงมานั่งเฝ้าแม่ที่หน้าห้องผ่าตัด ทุกอย่างมันดู ฉุกละหุกจนตั้งตัวไม่ทัน เมื่อคืนหลังจากที่เธอบอกกับแม่ว่าเธอจะไปนอนค้างบ้านเพื่อนเพื่อทำรายงาน ช่วงเช้าเมื่อเธอกลับเข้ามาที่บ้านก็เห็นข้าวของระเนระนาด แม่ของเธอหกล้มเธอจึงต้องรีบพามาโรงพยาบาล แต่ชาวบ้านแถวนั้นกลับบอกว่าพ่อของเธอเองที่เป็นคนทำร้ายแม่
ประตูห้องผ่าตัดถูกเปิดออก ทอปัดจึงรีบวิ่งไปหาหมอวัยกลางคนที่กำลังเดินออกมา เธอใจคอไม่ดี ไม่ใช่ว่าจะกลัวว่าแม่จะไม่หาย แต่เธอกลัวว่าแม่จะเครียดมากกว่า ตอนนี้ปัญหาต่างๆ กำลังรุมเร้าเธออย่างหนัก ยังโชคดีที่เธอไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน นึกขอบคุณนักธุรกิจคนนั้นที่เห็นค่าพรหมจรรย์ของเธอด้วยการให้เงินมาตั้งมากมาย
"แม่หนูเป็นอย่างไงบ้างคะคุณหมอ"
"ผลการผ่าตัดอยู่ในเกณฑ์ดีนะ ต้องรอให้คนไข้ได้พักฟื้นสักระยะ ส่วนเรื่องที่คนไข้จะกลับมาเดินได้ไหมหมอคงต้องให้ใช้รถเข็นไปก่อน"
"ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ"
หมอเดินไปแล้ว ทอปัดจึงทรุดตัวลงนั่งหน้าห้องอีกครั้ง ไม่นานทั้งม่านมุกและมุจรินทร์ก็กระหืดกระหอบมาหาเธอ
"แม่เป็นอย่างไงบ้างปัด ทำไมเธอไม่โทรบอกฉันตั้งแต่เมื่อเข้า ฉันจะได้เอารถไปรับ"
"ไม่เป็นไรหรอกม่าน หมอบอกว่าต้องพักฟื้นเยอะๆ ขอบใจนะที่มา"
"แล้วค่ารักษาล่ะ เอาที่ฉันก่อนไหม"
"ฉันพอจะมีน่ะ ขอบใจพวกเธอมาก"
ทอปัดปิดเรื่องที่เธอยอมไปเป็นเด็กเอ็นเตอร์เทนให้กับนักธุรกิจ เพราะเรื่องนี้เธอไม่อยากให้เพื่อนทั้งสองคนรู้ มันดูน่าอายและไร้ศักดิ์ศรี แต่เธอก็จำเป็นต้องทำ ไม่อย่างนั้นป่านนี้พวกเจ้าหนี้คงจะมาเผาบ้านเธอไปแล้ว
หลังจากที่เพื่อนกลับไป เด็กสาวจึงเข้ามาเฝ้าแม่ เธอให้แม่นอนห้องพิเศษแม่จะได้นอนสบายๆ เมื่อเห็นว่าแม่ของเธอยังคงนอนหลับอยู่ เด็กสาวจึงถือโอกาสกลับบ้านเพื่อไปเอาเสื้อผ้ามานอนเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล
ร่างระหงซึ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงยีนส์เดินมานั่งรอที่ป้ายรถประจำทางโดยที่เธอไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามองจากใครบางคนซึ่งนั่งอยู่ภายในรถที่ติดฟิล์มเสียดำมืด
เมื่อรถประจำทางเคลื่อนตัวออก รถคันนั้นก็ขับตามไปห่างๆ ไม่นานมันก็หยุดตรงป้ายหน้าปากซอย เด็กสาวก้าวลงจากรถ รถยนต์ติดฟิล์มคันนั้นจึงหยุดรออยู่ที่หน้าปากซอยเหมือนเดิม
"ฮัลโหล พี่ขจร ผมตามน้องคนนั้นมาถึงหน้าบ้านแล้วนะครับ.... ครับ ได้ครับ"
รถยนต์เคลื่อนตัวออกไปหลังจากที่ได้รับคำสั่งให้หยุดภารกิจ ขจรได้ส่งคนให้ติดตามดูเด็กสาวคนนั้นโดยไม่ให้คลาดสายตาตามคำสั่งของเจ้านาย เขาสังเกตได้ว่าภาธรดูจะสนใจเด็กสาวคนนี้เป็นพิเศษหรือบางทีเจ้านายของเขาอาจจะสงสัยเธออย่างที่พูดก็เป็นได้
.
.
.
สำหรับทอปัดแล้ว การได้อยู่กับแม่ ได้ดูแลแม่ เธอก็มีความสุขมากกว่าการได้ไปเที่ยวตามประสาเด็กวัยรุ่น เงินที่เธอได้จากนักธุรกิจคนนั้นเธอจึงตั้งใจจะเก็บเอาไว้เพื่อหาห้องเช่าและซื้อของมาขายออนไลน์เพื่อหารายได้พิเศษ เพราะเธอไม่อยากอยู่ใกล้กับป้าหม่อนและสภาพแวดล้อมอย่างนั้นอีก ถ้าหากป้าหม่อนรู้ว่าเธอมีเงินเยอะขนาดนี้ อาจจะใช้พ่อให้มาหยิบยืมไปเล่นการพนันอีกก็เป็นได้
"ปัด ..... นั่งเหม่อเชียว เป็นอะไรหรือเปล่า"
"เปล่าหรอกแม่ ปัดคิดเรื่องเรียนน่ะ "
"จริงสิ.... นี่ก็ใกล้จะเปิดเรียนแล้วไม่ใช่หรือไง แม่ก็มาป่วยอีก แล้วเราจะเอาค่าเทอมที่ไหนล่ะลูก"
"ไม่เป็นไรหรอกแม่ ไม่ต้องคิดมาก"
"ปัด...... มีอะไรจะบอกแม่ไหม"
ทอปัดวางแก้วน้ำที่ล้างเสร็จแล้วคว่ำลงบนตะแกรง เด็กสาวเดินมาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงคนป่วย ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มบางเบาพลางวางฝ่ามือนุ่มลงบนมือที่เหี่ยวย่นของแม่ เธออยากให้แม่หายป่วยไม่อยากให้กังวลเรื่องเรียนของเธอ อีกไม่กี่เดือนเธอก็จะจบแล้วออกมาหางานช่วยแม่
"ไม่มีอะไรนี่แม่ ปัดสบายดี"
"ปัด..... แม่ขอโทษนะที่ทำให้ปัดต้องลำบาก"
"ไม่เลยแม่ ปัดมีความสุขดี แม่อย่าคิดมาก "
"แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าผ่าตัด ไหนจะค่าห้องพิเศษอีก"
"ไม่ต้องห่วงหรอกแม่ ปัดพอจะมีเงิน"
"เงินตั้งเยอะตั้งแยะปัดจะไปหามาจากที่ไหน"
"ปัดทำงานอยู่กับรุ่นพี่ที่เป็นสาวสองน่ะแม่ พี่เขาทำงานให้กับคนรวย"
"งานอะไรน่ะปัด"
"งานประชาสัมพันธ์น่ะแม่ แม่นอนเถอะ พักผ่อนเยอะๆ เดี๋ยวปัดออกไปโทรหาเพื่อนแป๊บนึง "
เด็กสาวเดินออกมาจากห้องหลังจากที่บอกให้แม่นอนพักผ่อน ใบหน้าน่ารักแฝงความเหนื่อยล้า เธอจะต้องกลับบ้านเพื่อไปดูพ่อ ป่านนี้จะไปเมาที่ไหนก็ไม่รู้ เงินที่ได้มาจากนักธุรกิจคนนั้นเธอจะไม่มีทางเอาไปใช้หนี้ให้พ่ออีก เพราะมันก็เหลือน้อยเต็มที เธอใช้หนี้ให้พ่อไปแล้ว เก็บเอาไว้จ่ายค่าผ่าตัดและค่าห้องคงจะเหลืออีกเพียงสองหมื่น อย่างน้อยเธอก็จะใช้มันอย่างประหยัดที่สุด
ครืด ....
ครืด....
โทรศัพท์เครื่องเก่าสั่นครืดคราด เธอไม่ได้ออกมาโทรหาเพื่อนเหมือนที่บอกแม่ แค่จะออกมานั่งรับลมเท่านั้น แต่เมื่อเห็นเบอร์แปลกที่โชว์อยู่หน้าจอ คิ้วโก่งจึงขมวดเป็นปม
"ฮัลโหล..... ใครคะ"
(เจ้านายผมอยากเจอคุณ คุณพอจะมีเวลาว่างหรือเปล่า?)
"คุณเป็นใครคะ แล้วได้เบอร์หนูมาได้อย่างไง"
(ผมเป็นคนสนิทของคุณแทค เบอร์นี้ได้มาจากรุ่นพี่ของคุณ)
"เจ๊ไมตี้หรือคะ..... แล้วคุณแทคเขาอยากจะเจอหนูทำไมคะ หรือว่า .... เขาจะเอาเงินคืนหรือคะ"
(วันพรุ่งนี้ เตรียมตัวให้พร้อม ผมจะให้รถไปรับคุณที่โรงพยาบาล)
"ไม่ได้คะ หนูต้องอยู่เฝ้าแม่"
(ถ้าคุณไม่อยากให้ครอบครัวต้องเดือดร้อนก็อย่าปฏิเสธ)
ปลายสายวางไปแล้วแต่ทอปัดยังคงกำโทรศัพท์ในมือไว้แน่น เธอเม้มเรียวปากเป็นเส้นตรง หัวสมองกำลังทำงานอย่างหนัก เธอเป็นกังวลเรื่องเงินมากกว่าคำขู่ของผู้ชายคนเมื่อครู่ ฝ่ามือขาวยกขึ้น ปลายเล็บมือถูกกัดอย่างลืมตัว ทุกครั้งที่เธอต้องใช้ความคิดเธอมักจะทำแบบนี้ ผู้ชายคนนั้นอยากเจอเธออีกทำไม ผู้หญิงคนอื่นก็มีอีกตั้งถมเถถ้าหากเขาอยากจะหาคู่นอน เรื่องเบอร์ของเธออีกเหมือนกัน เจ๊ไมตี้ก็เหลือเกิน คราวที่แล้วเธอก็ไม่กล้าว่าเรื่องที่เจ๊ไมตี้หลอกเธอเรื่องที่จะมีคนมารีบช่วงต่อจนเธอต้องยอมดื่มเป็นเพื่อนนักธุรกิจคนนั้น แล้วก็เลยเถิดจนกลายเป็นคู่นอน เพราะถ้าไม่ได้เจ๊ไมตี้ เธอก็คงไม่มีเงินค่าผ่าตัด ช่างเถอะ ...... เธอไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ไปก็ไปสิ
×------------------------×