Share

บทที่ 7

last update Last Updated: 2026-01-03 11:25:17

เสียงพึมพำไม่ได้ศัพท์พร้อมกับอาการดิ้นรน ทำให้เกาเฟิงเหยียนซึ่งกำลังประคองร่างเล็กเอาไว้ประหลาดใจ ร่างเล็กสั่นเทาราวกำลังหวาดกลัว เสียงพึมพำราวมีใครบางคนกำลังไล่ตาม ทำให้เขาเข้าใจว่านางคงกำลังละเมอ

“ไม่เป็นไรแล้ว ไม่มีใครทำอะไรเจ้าได้แล้ว”

เขากระซิบบอกนางเสียงเบา สายตาเหลือบมองฮูหยินชาวนาที่เอื้อเฟื้อให้เขาพำนักชั่วคราว อีกฝ่ายกำลังทายาที่ฝ่าเท้าให้หญิงสาว กลัวเหลือเกินว่านางจะหลุดพูดอะไรให้ผู้อื่นสงสัย เนื่องจากฮูหยินท่านนี้เข้าใจว่าเขากับหญิงสาวคือคู่หมายกัน

แม้ไม่คาดหวังแต่หลังจากประโยคปลอบโยนของเขา หญิงสาวก็ดูสงบลงไม่น้อย

“ประคบน้ำร้อนแล้วทายานางอาจดีขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีท่านหมอมาดู ที่นี่ห่างไกลนักคงต้องพานางกลับเข้าไปในเมืองหลวง”

“เพียงเท่านี้ก็ต้องขอบคุณท่านลุงกับท่านป้ามากแล้ว” เกาเฟิงเหยียนยิ้มพร้อมกับกล่าวขอบคุณด้วยท่าทีสุภาพ

“หากเร่งเดินทาง คงกลับเข้าเมืองหลวงได้ก่อนมืด เพียงแต่ต้องรีบหน่อย หากประตูเมืองปิดก็คงไร้ความหมาย”

“ขอบคุณท่านป้า”

เกาเฟิงเหยียนไม่ได้บอกว่าเขามีป้ายสำหรับเข้าออกยามวิกาล ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนั้น เมื่อมั่นใจว่าแผลของหญิงสาวไม่ได้ร้ายแรง เขาก็เห็นด้วยที่จะเร่งเดินทางกลับเข้าเมืองหลวง

ก่อนจากมาท่านลุงกับท่านป้ามอบผ้าห่มเนื้อหนามาให้ แม้ไม่ได้ตัดเย็บจากแพรพรรณล้ำค่า แต่ก็สามารถให้ความอบอุ่นกับคนที่กำลังเป็นไข้ได้ ดังนั้นโม่สวินจึงมอบเงินจำนวนหนึ่งเป็นค่าตอบแทน

“นายท่านอากาศเย็นลงแล้ว เกรงว่าหิมะคงตกเป็นแน่เราคงต้องรีบเดินทาง”

เกาเฟิงเหยียนอุ้มหญิงสาวก้าวขึ้นบนรถม้า ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “เข้าใจแล้ว” เขาพยักหน้าก่อนก้าวเข้าไปด้านในโดยมีโม่สวินปิดม่านรถม้าให้มิดชิด

ร่างเล็กถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมและผ้าห่มถึงสามชั้น ทำให้มั่นใจได้ว่านางจะไม่ต้องลมหนาว ดังนั้นเกาเฟิงเหยียนจึงสั่งให้คนของตนออกรถม้า

กระนั้นเมื่อรถม้าโยกคลอนเกินไป เขาจึงจำต้องอุ้มนางขึ้นมานั่งบนตัก พร้อมกับให้นางเอนกายลงบนหัวไหล่ ช่วงจังหวะที่ศีรษะของหญิงสาวพิงลงบนหัวไหล่ เกาเฟิงเหยียนไม่คาดว่านางจะรู้สึกตัวตื่นขึ้น

ดวงตาคู่งามสานสบกับเขา ในนั้นฉายแววตื่นกลัวอยู่ไม่น้อย แต่เพราะร่างกายไม่อาจขยับ เนื่องจากร่างทั้งร่างถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าห่มและเสื้อคลุม ทำให้นางได้แต่มองเขานิ่งก่อนหลับไปอีกครั้ง

ระหว่างทางดูเหมือนหญิงสาวจะละเมอซ้ำๆ เขาเองก็จับใจความได้ไม่มาก แต่ที่แน่ใจคือนางถูกคนหลายกลุ่มตามล่า กระทั่งไม่มีเวลาหยิบคว้าอะไรติดมือมาเลยสักอย่าง ทว่าในระหว่างที่ประคองร่างของหญิงสาวเอาไว้นั้น เขาพลันนึกถึงสิ่งประหลาดที่พันอยู่รอบข้อมือของนาง

สิ่งนั้นมีสีดำลักษณะคล้ายสร้อย แต่เส้นใหญ่กว่ามาก ทั้งยังทำจากวัสดุที่เขาทั้งคุ้นเคยแต่ก็ดูแปลกตา พิจารณาอยู่นานมากเขาจึงหาวิธีถอดมันออกมาได้

“อย่าเข้ามา...” เสียงร้อนรนด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นอีกครั้ง

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว เจ้าปลอดภัยแล้ว” เขากระซิบปลอบซ้ำๆ จากนั้นนางก็สงบลง ราวกับเสียงของเขาส่งผลต่อนาง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รัก...พันปี   บทที่ 26

    “เอ๋ เจ้าก็ไปหรือ”“ใช่แล้ว ข้าสนิทกับคุณหนูหลี่ บุตรีของเจ้ากรมกลาโหม หากมีโอกาสข้าจะแนะนำให้ท่านได้รู้จักนาง จริงสิแล้วนี่ท่านลองชุดเสร็จแล้วหรือ”ท่าทีเป็นกันเองทั้งยังแฝงความจริงใจอยู่หลายส่วน ทำให้เฟิงเย่รู้สึกดีกับอีกฝ่ายไม่น้อย เทียบกันแล้วระหว่างคุณหนูโจวผู้นี้ กับคุณหนูจินบุตรีเสนาบดีฝ่ายตรวจสอบ นางมองว่าโจวซีอวี๋ผู้นี้น่าคบหากว่ามาก“ข้าลองชุดเสร็จแล้ว กำลังจะไปนั่งเล่นที่ริมทะเลสาบ พี่...ข้าหมายถึงองครักษ์ของท่านมหาเสนาบดีบอกว่าที่นั่นมีบะหมี่เนื้อตุ๋นรสชาติไม่เลว”“อร่อยจริงๆ นะ ข้าเคยลองชิมมาแล้ว” กล่าวจบโจวซีอวี๋ก็ลดเสียงลงราวกลัวจะมีคนผ่านมาได้ยิน “ท่านจะไปตอนนี้เลยหรือ”“ใช่ ทำไมหรือ”“ข้า...ไปด้วยได้หรือไม่” โจวซีอวี๋มองซ้ายขวา “ท่านรอข้าที่หน้าร้านแพรพรรณ ครู่เดียวเท่านั้น”“แล้วทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ”“ข้ามากับคุณหนูจิน นางไม่ใคร่จะชอบให้ข้าไปที่นั่น” โจวซีอวี๋ครุ่นคิดเล็กน้อย “ข้าไปบอกนางก่อนว่าจะกลับ ท่านรอข้าด้วยนะ”มองแผ่นหลังอรชรเดินดุ่มๆ เข้าห้องหนึ่งไป เฟิงเย่จึงหันไปสบตากับโม่สวิน “พี่โม่ นี่มันเรื่องอะไรกัน” นางถามงงๆ“น่าจะเพราะสตรีชั้นสูงไม่ใคร่จะชอบนั่งที่แ

  • รัก...พันปี   บทที่ 25

    นางพูดทีเล่นทีจริง ก่อนก้าวเดินเข้าไปชมสมบัติที่ล่อตาล่อใจ “มหาเสนาบดีนี่รายได้ดีขนาดนี้เลยหรือ ท่านไปเอามาจากไหนมากมาย เงินเดือน...ข้าหมายถึงเบี้ยหวัดเท่าไรหรือ”“ไม่มากนัก แต่ก็เหมาะสมกับตำแหน่ง ของแปดในสิบส่วนเป็นฮ่องเต้พระราชทานตามโอกาสต่างๆ ไม่ก็เป็นของที่ขุนนางน้อยใหญ่ส่งมาในโอกาสสำคัญ อีกส่วนก็เป็นของที่ข้าใช้เงินซื้อมา บางส่วนซื้อมาเพราะต้องส่งเป็นของขวัญแก่จวนต่างๆ”เขากล่าวจบก็เดินไปยังหีบไม้ ซึ่งวางเหนือสุดด้านขวามือ เฟิงเย่เดินตามเข้าไปดู และนางก็ต้องเบิกตาเพราะของที่อยู่ด้านใน“สวยจัง”ผ้าทอลายบุปผาสีขาวนวลตา กับเครื่องประดับที่ทำจากหยกสองสีส่องประกายระยิบระยับกับแสงไฟในห้องลับ เฟิงเย่ตระหนักแล้วว่าแม้แต่เรื่องของสตรีเกาเฟิงเหยียนก็ช่างเลือกยิ่ง ผ้าพับนี้หากนำไปตัดชุดกับผ้าสีส้มอ่อนที่เขาเลือก ชุดนั้นจะเข้ากับหยกสีขาวสลับส้มชุดนี้มาก“ชอบหรือไม่” เขาไม่ถามเปล่ากลับหยิบเอากำไลหยกออกมาสวมให้นาง “เดิมยังคิดว่าจะไม่ได้ใช้”“สวยมากเลย แต่...” นางเงยหน้ามองเขา “ถอดก่อนดีกว่า สวมตอนนี้หากทำตกแตกไปจะทำเช่นไร ของดีแบบนี้คงขายได้ราคาดีมาก”เกาเฟิงเหยียนหัวเราะ “ข้าจะให้ท่านพ่อบ้านน

  • รัก...พันปี   บทที่ 24

    เขาหัวเราะ “ไม่ต้องกังวล ตอนนี้ข้ายังเลี้ยงดูเจ้าได้โดยไม่ให้เจ้าลำบาก”“อ้อ” นางครุ่นคิดตามประโยคที่เขาบอก แต่แล้วกลับขมวดคิ้ว “ตอนนี้หรือ” ดวงตาคู่งามหรี่ลง “ท่าน...” นางมองซ้ายขวา “หรือว่าตอนที่ท่านจากไปพวกเขาจะยึดทุกอย่างกลับคืน”เขาไม่ตอบเพียงยิ้ม“เช่นนั้นก็ดีเลย” นางถูมือไปมา “ช่วงที่ยังมีอยู่ในมือก็ใช้ให้หมดเลยแล้วกัน ข้าจะช่วยท่านใช้เอง”เขาอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้จริง นางช่าง...เป็นสตรีที่เขาไม่เคยพานพบมาก่อนเลยจริงๆ ไม่พยายามเสแสร้งเพื่อรักษาหน้าสักนิด“เอาแพรพรรณที่งามที่สุดและแพงที่สุดในร้านมา จะตัดชุดสวยไปโอ้อวดชาวบ้านก็ต้องเน้นแพงๆ สิ”เห็นนางยิ้มและสนุกกับทุกเรื่องที่กำลังทำ เกาเฟิงเหยียนพลันรู้สึกว่าทุกความเหนื่อยยากที่เขาตรากตรำมานั้น วันนี้ถูกปลดเปลื้องออกไปจนสิ้นเขาถึงกับกำลังคำนวณว่าทรัพย์สมบัติที่เขามีในห้องลับ เพียงพอจะให้นางใช้จ่ายหรือไม่ เพราะหากไม่พอบางทีเขาอาจรีดไถฮ่องเต้ได้อีกนิดหน่อย เนื่องจากก่อนนี้ไม่เคยทำตอนนี้จึงรู้สึกเสียใจยิ่งเห็นนางยิ้มและแสดงท่าทีสนุกสนานเช่นนี้ เขาพลันรู้สึกว่านี่จึงจะเป็นเป้าหมายที่แท้จริงในชีวิตเขาตลอดชีวิตเขาไม่เคยมีเป้าหมา

  • รัก...พันปี   บทที่ 23

    หลังจากมีคนร้ายบุกเข้าไปในจวนมหาเสนาบดี เกาเฟิงเหยียนก็ไม่ได้พยายามปกปิดฐานะของเฟิงเย่อีก ตรงกันข้ามเขากลับจงใจพานางออกมาพานพบผู้คน ทั้งยังนั่งรถม้าเที่ยวทั่วเมืองหลวง ให้ผู้คนเห็นใบหน้าของนางอย่างชัดเจน โดยไม่ใส่ใจว่าผู้ใดจะซุบซิบที่นางเข้าไปอยู่ในจวน โดยที่ทั้งสองยังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานจริงอยู่หญิงสาวรับรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่นางมั่นใจว่าไม่ใช่ทั้งหมด เพราะนางยังคาใจเรื่องที่สตรีทั้งสามนางจงใจเข้าไปพบนางถึงจวนด้านหลังจะว่าไปเกาเฟิงเหยียนก็หล่อเหลา ฐานะของเขาหรือก็คงดึงดูดใจสตรีทั่วทั้งแคว้นฉี ดังนั้นนางจึงตระหนักดีว่าสตรีทั่วหล้าคงเห็นนางเป็นดังศัตรูคู่แข่งรถม้าจอดลงยังหน้าร้านแพรพรรณ เสียงสวบสาบดังจากข้างนอกก่อนที่ม่านรถม้าจะเปิดออก “ข้าลงเดินเองได้แล้ว” นางกล่าวเกาเฟิงเหยียนส่งเสียงรับรู้ก่อนถอยหลังลงไปรอด้านล่างรถม้าหลายวันมานี้หญิงสาวเดินเองได้แล้ว แม้ไม่อาจเดินในระยะไกลแต่ก็นับว่านางสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่าเดิมนางรู้จุดประสงค์ของหวังอวี่กับเกาเฟิงเหยียนดี ที่พวกเขาพานางออกมาข้างนอกทุกครั้งที่มีโอกาส นั่นก็เพราะอยากให้คนมากมายในเมืองหลวงได้เห็นหน้านาง ได้พบ ได

  • รัก...พันปี   บทที่ 22

    “เฮ้อ บุปผามีใจ แต่สายน้ำไร้ไมตรี” โจวฟ่านเป็นพระเอกของเรื่องและที่นี่ไม่มีนางเอก มีแต่นายเอก...“เจ้าพูดถึงเรื่องอะไร”“ไม่มีอะไร” นางรีบกลบเกลื่อนเกาเฟิงเหยียนก้าวตรงไปยังเรือนอวิ๋นหลาน ด้านหลังยังมีองครักษ์ของเขาสามคนเดินตามมา เพราะหนึ่งคนนั้นเดินตามหวังอวี่ไปแล้ว“ด้านนอกนั่นมีข่าวลือเกี่ยวกับตัวเจ้าแพร่ออกไป ข้าสงสัยว่าเรื่องนี้กับการวางเพลิงตบตาครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกัน”“ข่าวลือหรือ คงไม่ใช่รู้กันทั่วว่าข้าคือคนที่มาจากหนี่ว์ซานกระมัง” นางถอนใจ“ใช่”“เช่นนั้นมีคนต้องการจับตัวข้าไปหรือ”“เรื่องนี้ไม่ต้องกังวลข้าจะจัดการเอง”“จัดการยังไง”เกาเฟิงเหยียนอมยิ้มมองนางแต่ไม่ตอบ กระทั่งเขาวางนางลงบนเก้าอี้ในห้อง “เจ้าเป็นเด็กดีอยู่ที่นี่เงียบๆ” มองตามสายตาของชายหนุ่ม โม่สวินยืนกอดกระบี่อยู่ด้านนอก กระทั่งเกาเฟิงเหยียนออกไปจากเรือน เขาก็ไม่ได้ติดตามผู้เป็นนายไป ดังนั้นนางจึงมั่นใจว่าอีกฝ่ายจงใจให้โม่สวินอยู่คุ้มครองนาง“เฮ้อ วุ่นวายจริง”นางรู้ดีว่าตัวเองจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ถึงอย่างนั้นก็อดกังวลขึ้นมาไม่ได้ นึกถึงสายตาของคุณหนูจินเมื่อครู่ เหตุใดนางจึงรู้สึกว่ามีบางเรื่องเกาเฟิง

  • รัก...พันปี   บทที่ 21

    ดวงตาดุดันถลึงมองหญิงสาว แต่นางกลับยิ้มด้วยความตื่นเต้นให้อีกฝ่าย เนื่องจากกำลังดีใจที่เก็บกุญแจดอกแรกมาได้ใบเฟิงถูกเก็บเข้าสู่นาฬิกา แสงสีม่วงหายไปแล้วพร้อมกับสัญญาณที่หายไปเช่นกัน กุญแจดอกแรกถูกเก็บกลับมาแล้ว ยังคงเหลืออีกสอง...“เย่เอ๋อร์ เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ” หวังอวี่เองก็โมโหจนหน้าเขียวคล้ำ เขารับหญิงสาวมาจากโจวเทียนอวี้ หากไม่ใช่หัวหน้ามือปราบช่วยนางเอาไว้ ป่านนี้นางคงร่วงลงไปในสระจำลองแล้ว!!!“ข้าเพียงพยายามเก็บของสำคัญ”“ของสำคัญอะไรกัน”“ก็แสงสีม่วง ใบเฟิงสีส้มนั่นอย่างไรเล่า ท่านมองไม่เห็นหรือ”“เจ้าพูดจาไร้สาระอะไร สิ่งที่ข้าเห็นคือเจ้าคว้าจับความว่างเปล่าชัดๆ” หวังอวี่ถลึงตาใส่นาง “ใบเฟิง...ที่นี่มีใบเฟิงที่ไหนกัน”เฟิงเย่ใคร่ครวญครู่หนึ่ง “หรือว่าพวกท่านมองไม่เห็น”นางนึกถึงกุญแจดอกแรกที่เปล่งสีแดง วันนั้นนางให้หวังอวี่ออกมาตามสัญญาณ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาอาจไม่รู้และมองไม่เห็น คนที่เก็บกลับมาต้องเป็นนางเท่านั้น หาไม่ก็ไร้ผล...ผู้มาฝีมือดีมากหากแต่องครักษ์คุ้มกันจวนมหาเสนาบดีเองก็มิใช่ตะเกียงไร้น้ำมัน ดังนั้นประมือกันอยู่ครู่หนึ่งเจ้าบ้านก็ได้รับชัยชนะชายชุดดำหลายคนสา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status