Mag-log inพระรองแสนดี? พระรองอบอุ่น? พ่อไมโคเวฟของเหล่าแม่ยก? แน่ใจใช่หรือไม่ว่าพระรองหน้าตายตรงหน้าของนางในตอนนี้เป็นคนเดียวกันกับที่เคยอ่านมา ทำไมพระรองที่นางรู้จักไม่ตรงปกกันเล่า?
view more“ต่อให้นางจะไม่รักข้าตอบ แต่ข้าก็ปรารถนาที่จะเห็นนางมีความสุขกับคนที่นางรัก...”
เป็นคำพูดสุดท้ายจากชายหนุ่มที่เอ่ยบอกกับคนสนิทข้างกาย ก่อนที่เขาจะหมดลมหายใจลงไป.....
“อึก ทำไมพระรองเรื่องนี้ถึงได้น่าสงสารแบบนี้กัน”
พราวฝันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น หลังจากที่เธอได้อ่านตอนสุดท้ายของนิยายที่เธอกำลังติดงอมแงม
และเป็นนิยายที่ผู้คนต่างก็พูดคุยให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากในเวลานี้ เพราะในตอนสุดท้ายของนิยายเรื่องนี้ พระรองช่างเป็นตัวละครที่น่าสงสารที่สุด
“เฮ้อ...นักเขียนทำไมถึงใจร้ายกับพระรองแบบนี้กันเล่า ไม่ให้เขาสมหวังไม่พอยังให้ตายเพราะพิษที่โดนในตอนไปช่วยนางเอกอีก!”
พราวฝัน หญิงสาวอายุ 26 ปีที่มีอาชีพเป็นหัวหน้าฝ่ายขายของบริษัทน้ำหอมชื่อดังแห่งหนึ่งเอ่ยทิ้งท้ายเกี่ยวกับตอนจบของพระรอง ก่อนที่เธอจะรีบปิดคอมเพื่อกลับบ้านหลังจากเลิกงานแล้ว
ในตอนนี้เป็นเวลา 17.50 น. เป็นเวลาเลิกงานของบริษัทแล้ว แต่ในวันนี้เป็นวันที่ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงบ่าย
จนในตอนนี้ก็ยังคงไม่หยุดตก ยังดีที่พราวฝันนั้นขับรถส่วนตัวมาในวันนี้ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะต้องตากฝนไปขึ้นรถที่ท่ารถจนเปียกปอนอย่างแน่นอน
ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก พราวฝันที่กำลังนั่งอยู่ในรถที่จอดติดไฟแดงอยู่ ก็ได้คิดถึงจุดจบของนิยายที่เพิ่งจะอ่านจบไปด้วยใจที่ไม่สงบนัก
เพราะเธอรู้สึกว่าตัวละครที่เธอชอบนั้นได้รับความไม่เป็นธรรมจากนักเขียนเลย ในขณะที่ไฟแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียวและพราวฝันกำลังจะออกตัวรถไปอยู่นั้นเอง
จู่ ๆ ก็มีรถกระบะที่ขับฝ่าไฟแดงอีกด้านมาจนชนเข้ากับรถของเธอเข้าอย่างจัง ทำให้พราวฝันเสียชีวิตลงในที่เกิดเหตุทันทีพร้อมกับจิตสุดท้ายที่ยังคงวนเวียนคิดถึงแต่นิยายที่เพิ่งจะอ่านจบไป
.
.
แคก แคก แคก
พราวฝันสะดุ้งตัวลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการเหมือนถูกอะไรสักอย่างบีบรัดเข้าที่ลำคอของตนเอง
และอาการหายใจไม่ออก ทำให้หญิงสาวนั้นดิ้นรนไปมาจนเชือกที่ผูกอยู่บนคานไม้ขาดลง พร้อมกับร่างของพราวฝันที่ร่วงลงมาบนพื้นได้ก่อนที่เธอจะขาดอากาศหายใจตายลงไปอีกรอบ
โครม!
เสียงเก้าอี้ไม้ล้มกระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่น และร่างของหญิงสาวที่นอนฟุบอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพ
“คุณหนู! เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ!”
เสียงร้องถามดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวนางหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดจีนย้อนยุควิ่งตรงเข้ามาหาพราวฝันที่กำลังนอนหอบหายใจอยู่ตรงกลางห้อง
“แคก แคก แคก”
ทางด้านพราวฝันนั้นเอาแต่ส่งเสียงไอออกมาไม่หยุด จนใบหน้าของเธอนั้นแดงก่ำไปหมด เมื่อพราวฝันตั้งสติกลับมาได้เธอจึงได้เริ่มรู้สึกตัวว่าในตอนนี้รอบกายของเธอนั้นไม่ใช่ห้องพักในโรงพยาบาล
แต่น่าจะเป็นห้องนอนของใครสักคนที่ดูเหมือนฉากห้องของละครจีนย้อนยุคที่เคยดูมาก่อน ยิ่งหญิงสาวหน้าตาน่ารักที่แต่งตัวเหมือนสาวใช้ในยุคจีนโบราณนี่อีก
ทำให้พราวฝันรู้สึกสับสนและมึนงงเป็นอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ใช้เวลาในการทำความเข้าใจเสียงเรียกของหญิงสาวตรงหน้าก็ปลุกสติของเธอกลับคืนมา
“คุณหนู เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ แล้วเหตุใดถึงดะ...”
“!!!”
อิงเถา สาวใช้ข้างกายคุณหนูเล็กของตระกูลมู่ถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจกับภาพที่เห็น จนร่างของนางแข็งค้างไป
พราวฝันที่หลังจากลุกขึ้นมานั่งได้แล้วก็มองดูท่าทีแตกตื่นของหญิงสาวตรงหน้า เธอจึงได้แหงนหน้ากลับขึ้นไปมองยังสายตาที่สาวใช้ตรงหน้ามองอยู่
เธอก็เข้าใจได้ในทันทีว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น เหตุใดเธอจึงได้รู้สึกหายใจไม่ออกเช่นนั้น นั่นก็เพราะว่าเธอถูกแขวนคออยู่บนคานไม้ด้านบนอย่างไรเล่า
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? ฉันอะ...”
ในจังหวะที่หญิงสาวกำลังจะเอ่ยถามเรื่องราวขึ้นมาจู่ ๆ ก็มีภาพความทรงจำบางอย่างไหลเข้ามาภายในหัวของเธอจนทำให้พราวฝันนั้นหมดสติลงไปในทันที
“คุณหนู! ใครก็ได้ตามหมอให้ข้าที คุณหนูแขวนคอตัวเอง!”
เสียงของอิงเถากรีดร้องขึ้นอีกครั้ง ด้วยความแตกตื่นตกใจกับภาพที่เห็นเจ้านายของตนหมดสติไปต่อหน้าต่อตา
หลังจากนั้นภายในจวนตระกูลมู่ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมาในทันที ส่วนตัวต้นเรื่องในตอนนี้กลับกำลังจมอยู่ในห้วงแห่งภาพฝันที่ดูจะเป็นความจริงที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้
ภายในความฝัน พราวฝันที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้ากระจกใหญ่ตรงหน้า พร้อมกับจ้องมองดูภาพที่กำลังสะท้อนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เธอคิดว่าคงจะเป็นความทรงจำของเจ้าของร่างที่ตัวเองเข้ามาอยู่อย่างแน่นอน
ที่พราวฝันมั่นใจว่าร่างที่เธออยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ร่างของตัวเองแล้วเพราะเธอนั้นรู้ดีว่าแรงชนจากรถอีกคนที่พุ่งมาอย่างแรงนั้นคงจะทำให้เธอตายลงไปแล้วนั่นเอง
เพียงแต่เธอไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ถึงแม้จะอ่านนิยายแนวเกิดใหม่แบบนี้มาเยอะก็ตาม แต่เธอก็ยังคงทำใจเชื่อได้ยาก
จนในตอนนี้ที่เธอได้รับรู้ความทรงจำของร่างเดิมที่เธอเข้ามาอยู่นั้นทำให้พราวฝันถึงกับต้องเอามือขึ้นมาขยี้ที่หัวของตัวเอง
เพราะร่างที่เธอเข้ามาอยู่ในตอนนี้คือร่างของ มู่หลัน น้องสาวของนางเอกในนิยายที่เธอเพิ่งจะอ่านจบลงไป
และมู่หลันนั้นยังเป็นตัวละครที่เธอไม่ค่อยชอบนัก ด้วยนิสัยของตัวละครที่ชอบพระเอกที่เป็นคนรักของพี่สาวแท้ ๆ ของตัวเอง จนถึงขั้นร่วมมือกับนางร้ายเพื่อทำร้ายนางเอกผู้เป็นพี่สาวของตนเอง
เพราะความอิจฉาและชิงชังที่พี่สาวของตนได้รับความรักจากพระเอกในนิยายที่ตนเองหลงรัก
“ซวยแล้วไหมละยัยฝันเอ้ย! ทำไมแกถึงดวงซวยแบบนี้กันเล่า”
พราวฝันเอ่ยขึ้นกับตัวเองอย่างหัวเสียที่ตนเองดันหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครที่ไม่ชอบหน้าแบบนี้ แล้วต่อไปนี้จะเป็นยังไงต่อกัน
ว่าแต่เธอหลุดเข้ามาในช่วงไหนของเนื้อหาในนิยายกัน เท่าที่จำได้เธอไม่เคยเห็นว่าจะมีฉากที่น้องสาวนางเอกแขวนคอตายเสียหน่อย
หรือว่าเป็นเธอที่อ่านข้ามไปกันนะ ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังครุ่นคิดอยู่กับตัวเองอยู่นั้น กระจกตรงหน้าของเธอก็แตกกระจายออกไปคนละทิศละทาง ด้วยความตกใจ
พราวฝันจึงได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝันที่เป็นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม มู่หลัน (จะแทนชื่อน้องเป็นชื่อนี้แทนนะคะ) จึงได้ปรับสายตาเพื่อให้มองภาพได้ชัดเจนขึ้น
และภาพแรกที่นางมองเห็นหลังจากที่ปรับสายตาได้กลับมาเป็นปกติแล้วก็คือ ใบหน้าของหญิงสาวนางหนึ่งที่ดูงดงาม ใจดี อ่อนโยนราวกับเทพธิดา
เพียงเท่านั้นมู่หลันก็รับรู้ได้ในทันทีว่าคนที่กำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ ตนเองในตอนนี้ก็คือ มู่เหยา นางเอกของนิยายเรื่องนี้และเป็นพี่สาวของนาง
“หลันเอ๋อร์เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง”
น้ำเสียงห่วงใยจากมู่เหยาทำให้มู่หลันถึงกับพูดอะไรไม่ออก เพราะความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิมที่เพิ่งจะได้รับมานั่นช่างทำให้นางรู้สึกละอายใจต่ออีกฝ่ายยิ่งนัก
“หลันเอ๋อร์?”
มู่เหยาที่เห็นว่าน้องสาวของตนเองยังคงเอาแต่นอนนิ่งมองหน้าของตนเอง แต่ไม่ยอมปริปากเอ่ยตอบคำถามก็รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา จนหญิงสาวต้องเอ่ยเรียกน้องสาวของตนเองอีกครั้ง
“ขะ...ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะพี่หญิง ข้าเพียงแค่ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ ข้าขอตัวนอนพักอีกสักหน่อยนะเจ้าคะ”
มู่หลันที่เห็นแล้วว่าถ้าเกิดว่านางยังเอาแต่เงียบอยู่เช่นนี้ อีกฝ่ายก็จะยิ่งเป็นห่วงมากขึ้น ดังนั้นนางจึงได้เอ่ยตอบพี่สาวเพื่อให้อีกฝ่ายนั้นคลายความกังวลในใจลงไป
“ได้ เช่นนั้นเจ้าก็พักให้อาการดีขึ้นเสียหน่อยเถิด ถ้าเกิดว่ามีเรื่องอะไรก็ให้อิงเถาไปตามพี่ได้ที่เรือนนะ”
“เจ้าค่ะ”
มู่เหยาเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนที่หญิงสาวจะลุกขึ้นเดินออกจากเรือนของผู้เป็นน้องสาวไป เมื่อได้ยินคำตอบรับของอีกฝ่ายเพื่อให้น้องสาวได้พักผ่อนให้อาการดีขึ้น
==========================================================================================
เปิดตอนแรกแบบเบา ๆไปก่อนนะคะ ฝากกดหัวใจและกดติดตามผลงานของไรท์กันด้วยนะคะ สามารถคอมเม้นแสดงความคิดเห็นได้ แต่ขอให้เป็นคำสุภาพด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
“อย่างน้อยก็มีข้าคนหนึ่งที่ไม่ได้อยากเห็นเจ้าตายนะ”“...”ทันทีที่จบคำพูดของชายหนุ่ม มู่หลันก็หยุดร้องไห้ลงไปอย่างรวดเร็วราวกับปิดสวิตช์ พร้อมกันนั้นนางยังหันหน้ากลับไปมองใบหน้าที่ดูหล่อเหลาแสนดีอย่างคนโง่งม“นี่ข้าหูฝาดไปหรือไม่กันนะ?”มู่หลันเอ่ยออกมาด้วยความงุนงงอย่างไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง ว่าบุรุษน่าตายตรงหน้าของนางจะเอ่ยปลอบใจนางเช่นนี้ได้“เจ้านี่นะ...”หมิงเว่ยหยางที่เห็นถึงความเปลี่ยนไปมาของหญิงสาวก็รู้สึกตามไม่ทัน จนเขานั้นเอ่ยสิ่งใดไม่ออก ทำได้เพียงเอ่ยคาดโทษอีกฝ่ายเอาไว้เพียงเท่านั้น“สือซานไปตามจับคนร้ายแล้วนำตัวมาให้ข้าที่นี่”หมิงเว่ยหยางหันไปเอ่ยสั่งการผ่านทางองครักษ์ข้างกายที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลมากนักสือซานที่ได้รับคำสั่งของผู้เป็นนายก็รีบพยักหน้ารับ ก่อนที่องครักษ์หนุ่มจะจากไปทำตามคำสั่งในทันที“ว่าแต่เจ้านั่นมันชื่อว่าอะไรนะ แล้วทำไมมันถึงได้เชื่องกับท่านราวกับแมวเช่นนั้นกัน?”ด้านมู่หลันที่ทำเป็นไม่สนใจการคาดโทษจากแม่ทัพหนุ่ม นางจึงได้เอ่ยเปลี่ยนเรื่องไปเป็นเจ้าตัวลายทางที่กำลังนอนหมอบอยู่ด้านข้าง“เจ้านี่นะรึ? มันชื่อไป๋หมิงเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าเอง”หมิงเว่ยหยาง
“อิงเถา เจ้าปีนต้นไม้เป็นหรือไม่?”มู่หลันเอ่ยถามสาวใช้ข้างกายของตนเองขึ้นมาทันที หลังจากที่นางคาดเดาได้แล้วว่าเจ้าตัวที่ส่งเสียงร้องเมื่อสักครู่นี้มันคือตัวอะไร“ปะ เป็นเจ้าค่ะคุณหนู ทำไมหรือเจ้าคะ?”อิงเถาเอ่ยตอบผู้เป็นนายออกไปด้วยท่าทางงุนงงเป็นอย่างยิ่ง เพราะนางเองก็ไม่รู้ว่าทำไมคุณหนูของตนจึงได้เอ่ยถามคำถามเช่นนั้นกับตนเอง“ดี เช่นนั้นเจ้ารีบวิ่งไปปีนต้นไม้ตรงด้านซ้ายมือในตอนนี้เลย เร็วเข้าถ้าเจ้ายังไม่อยากเป็นอาหารของเสือ!”มู่หลันที่เริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าอันหนักเดินใกล้เข้ามายังทิศทางที่พวกตนเองยืนอยู่นางจึงไม่รอช้ารีบเอ่ยสั่งสาวใช้คนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดขึ้นมาในทันทีทางด้านอิงเถาที่ได้ยินคำว่าเสือนางก็รีบวิ่งตรงไปยังต้นไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อนจะรีบปีนป่ายขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ได้อย่างรวดเร็วจนแม้แต่มู่หลันก็ยังอดทึ่งในความไวแสงของสาวใช้คนสนิทของตนเองไม่ได้“คุณหนูรีบขึ้นมาเร็วเจ้าค่ะ!”เสียงเรียกของสาวใช้ดังขึ้นเรียกสติของมู่หลันกลับมาได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อนางหันหน้ากลับไปมองยังทิศทางที่เสียงของสัตว์สี่เท้าที่กำลังวิ่งมายังตนเองด้วยความรวดเร็วทำให้ดวงตากลมโตของมู่หลันถึ
อีกด้านทางฝั่งของมู่เหยาในตอนนี้เองก็ได้พบเข้ากับโจวจื่อหยวนแล้วเช่นเดียวกัน หลังจากที่หญิงสาวแยกกับน้องสาวก็ได้เดินเข้าไปยังภายในสถานที่สำหรับกราบไหว้บูชาและในตอนที่นางเดินผ่านประตูเข้าไปด้านในก็ได้พบเข้ากับชายหนุ่มที่เป็นคนรักของตนเองในทันทีนั่นจึงทำให้มู่เหยาเข้าใจในคำพูดของน้องสาวก่อนหน้านี้ที่นางพูดกับตนเองแล้ว“เหยาเอ๋อร์ เจ้ามาได้อย่างไรหรือ?”โจวจื่อหยวนเอ่ยทักทายสตรีคนรักด้วยใบหน้าคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายเองก็จะเดินทางมาที่วัดแห่งนี้เช่นเดียวกัน“ข้ามาเป็นเพื่อนหลันเอ๋อร์ทำบุญวันคล้ายวันเกิดเจ้าค่ะ แล้วพี่จื่อหยวนเล่ามาทำงานที่นี่หรือเจ้าคะ”มู่เหยาเอ่ยถามชายคนรักกลับหลังจากที่นางเอ่ยตอบคำถามของอีกฝ่ายจบลง“ใช่แล้วละ วันนี้พี่กับแม่ทัพหมิงได้รับคำสั่งให้มาเฝ้ารักษาความสงบที่วัดหลิงหลางในวันนี้”โจวจื่อหยวนเอ่ยตอบคำถามของหญิงสาวกลับ พร้อมกับเอ่ยถึงบุรุษอีกคนที่หมายตาสตรีอันเป็นที่รักของตนขึ้นมาก่อนที่เขาจะลอบสังเกตดูสีหน้าของหญิงคนรักตรงหน้าเพื่อดูปฏิกิริยาจากร่างบางตรงหน้าด้วยเขานั้นเป็นบุรุษด้วยกันย่อมมองออกว่าหมิงเว่ยหยางเองก็มีใจให้กับหญิงสาวตรงหน้าของเขาเช่นเดียวกัน ย่อมไม
“ได้ พี่เข้าใจแล้ว”มู่เหยาเอ่ยขึ้นทิ้งทายก่อนที่บทสนทนาของพวกนางสองพี่น้องจะจบลงไปผ่านไปไม่นาน ในที่สุดรถม้าของสองพี่น้องตระกูลมู่ก็เดินทางมาถึงหน้าทางเข้าของวัดหลิงหลางแล้วมู่หลันกับมู่เหยาจึงได้พากันเดินลงจากรถม้า ที่ในตอนนี้ด้านนอกรถม้าเองก็มีผู้คนมากมายที่เดินทางมาที่วัดหลิงหลางแห่งนี้เพื่อกราบไหว้ขอพรในวันนี้เช่นเดียวกัน“พี่หญิงเจ้าคะ ท่านเดินเข้าไปก่อนเลยเจ้าค่ะ ข้าขอไปเดินเล่นอีกเล็กน้อย ช่วงปลายยามอู่พวกเราค่อยมาเจอกันที่รถม้านะเจ้าคะ”มู่หลันเอ่ยขึ้นกับพี่สาวของตนเองหลังจากที่พวกนางทั้งสองได้ลงมายืนที่พื้นเสร็จเรียบร้อยแล้วที่มู่หลันเอ่ยเช่นนั้นเป็นเพราะว่านางจำได้ว่าเหตุการณ์ที่มาวัดแห่งนี้ พี่สาวของนางจะได้พบกับพ่อพระเอกนิยายที่มาตรวจงานเช่นเดียวกันและเป็นฉากที่คนทั้งคู่จะได้ใช้เวลาร่วมกันภายในวัดแห่งนี้ เพื่อเป็นการหลีกหนีฉากหวานจนมดขึ้นตา นางจึงเลือกที่จะแยกตัวออกไปเดินเพียงลำพังเสียเพราะนอกจากพ่อพระเอกนิยายแล้วก็ยังมีตัวร้ายกับพ่อพระรองที่มาในวันนี้เช่นเดียวกันดังนั้นมู่หลันจึงคิดที่จะชิ่งหนีจากเรื่องราวน่าปวดหัวของเหล่าตัวละครเอกเสีย“จะได้อย่างไรกัน ท่านพ่อท่าน
“ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะคุณหนูมู่ ไม่ทราบว่าต้องการซื้อหาสินค้าอะไรของทางร้านเราหรือเจ้าคะ”คนงานต้อนรับของร่านขายเครื่องนอนเอ่ยทักทายมู่หลันขึ้น หลังจากที่หญิงสาวเดินไปหยุดลงที่หน้าร้านของพวกเขา“ข้าต้องการดูชุดเครื่องนอนอย่างเช่น ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าม่าน จริงสิที่นี่มีฟูกสำหรับปูนอนหรือไม่”มู
“อ๊ะ! ขอบคุณท่านแม่ทัพมากเจ้าค่ะ”มู่หลันที่กลับมามีสติได้ในตอนที่ร่างของตัวเองหล่นลงมาจากหลังม้าแล้ว เอ่ยขึ้นกับบุรุษที่กำลังอุ้มตัวเองอยู่ในตอนนี้อย่างจริงใจตุบ!“โอ๊ย! ท่านจะปล่อยข้าทำไมไม่บอกกันดี ๆ เล่า ไอ้คนนิสัยไม่ดี”เพียงแค่จบประโยคที่มู่หลันเอ่ยขอบคุณชายหนุ่ม หมิงเว่ยหยางก็ปล่อยร่างของนา
ก่อนที่หญิงสาวจะรีบเอ่ยถามอาการของน้องสาว แต่ในตอนนี้มู่หลันได้หมดสติไปแล้ว เพราะเสียพลังไปมากผนวกกับความเย็นของน้ำที่ทำให้หญิงสาวหมดสติไปในที่สุด“นางเพียงแค่หมดสติไป รีบพานางกลับจวนก่อนเถิด”โจวจื่อหยวนที่เดินตามหลังของมู่เหยามาเอ่ยขึ้นเมื่อดูอาการของหญิงสาวแล้ว“ได้เจ้าค่ะ จิวจิวรีบไปตามท่านหมอ
สองสายตาสอดประสานกันอย่างชิดใกล้ ด้วยระยะห่างที่ใบหน้าของคนทั้งสองนั้นอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือกั้นกลาง ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองเองก็ดูจะไม่เหลือช่องว่างแล้วเช่นกันระยะห่างในตอนนี้คือมู่หลันนั้นสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อน ๆ ของร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน นั่นเป็นเพราะว่าในตอนนี้พวกเขาทั











