FAZER LOGINพระรองแสนดี? พระรองอบอุ่น? พ่อไมโคเวฟของเหล่าแม่ยก? แน่ใจใช่หรือไม่ว่าพระรองหน้าตายตรงหน้าของนางในตอนนี้เป็นคนเดียวกันกับที่เคยอ่านมา ทำไมพระรองที่นางรู้จักไม่ตรงปกกันเล่า?
Ver mais“ต่อให้นางจะไม่รักข้าตอบ แต่ข้าก็ปรารถนาที่จะเห็นนางมีความสุขกับคนที่นางรัก...”
เป็นคำพูดสุดท้ายจากชายหนุ่มที่เอ่ยบอกกับคนสนิทข้างกาย ก่อนที่เขาจะหมดลมหายใจลงไป.....
“อึก ทำไมพระรองเรื่องนี้ถึงได้น่าสงสารแบบนี้กัน”
พราวฝันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น หลังจากที่เธอได้อ่านตอนสุดท้ายของนิยายที่เธอกำลังติดงอมแงม
และเป็นนิยายที่ผู้คนต่างก็พูดคุยให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากในเวลานี้ เพราะในตอนสุดท้ายของนิยายเรื่องนี้ พระรองช่างเป็นตัวละครที่น่าสงสารที่สุด
“เฮ้อ...นักเขียนทำไมถึงใจร้ายกับพระรองแบบนี้กันเล่า ไม่ให้เขาสมหวังไม่พอยังให้ตายเพราะพิษที่โดนในตอนไปช่วยนางเอกอีก!”
พราวฝัน หญิงสาวอายุ 26 ปีที่มีอาชีพเป็นหัวหน้าฝ่ายขายของบริษัทน้ำหอมชื่อดังแห่งหนึ่งเอ่ยทิ้งท้ายเกี่ยวกับตอนจบของพระรอง ก่อนที่เธอจะรีบปิดคอมเพื่อกลับบ้านหลังจากเลิกงานแล้ว
ในตอนนี้เป็นเวลา 17.50 น. เป็นเวลาเลิกงานของบริษัทแล้ว แต่ในวันนี้เป็นวันที่ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงบ่าย
จนในตอนนี้ก็ยังคงไม่หยุดตก ยังดีที่พราวฝันนั้นขับรถส่วนตัวมาในวันนี้ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะต้องตากฝนไปขึ้นรถที่ท่ารถจนเปียกปอนอย่างแน่นอน
ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก พราวฝันที่กำลังนั่งอยู่ในรถที่จอดติดไฟแดงอยู่ ก็ได้คิดถึงจุดจบของนิยายที่เพิ่งจะอ่านจบไปด้วยใจที่ไม่สงบนัก
เพราะเธอรู้สึกว่าตัวละครที่เธอชอบนั้นได้รับความไม่เป็นธรรมจากนักเขียนเลย ในขณะที่ไฟแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียวและพราวฝันกำลังจะออกตัวรถไปอยู่นั้นเอง
จู่ ๆ ก็มีรถกระบะที่ขับฝ่าไฟแดงอีกด้านมาจนชนเข้ากับรถของเธอเข้าอย่างจัง ทำให้พราวฝันเสียชีวิตลงในที่เกิดเหตุทันทีพร้อมกับจิตสุดท้ายที่ยังคงวนเวียนคิดถึงแต่นิยายที่เพิ่งจะอ่านจบไป
.
.
แคก แคก แคก
พราวฝันสะดุ้งตัวลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการเหมือนถูกอะไรสักอย่างบีบรัดเข้าที่ลำคอของตนเอง
และอาการหายใจไม่ออก ทำให้หญิงสาวนั้นดิ้นรนไปมาจนเชือกที่ผูกอยู่บนคานไม้ขาดลง พร้อมกับร่างของพราวฝันที่ร่วงลงมาบนพื้นได้ก่อนที่เธอจะขาดอากาศหายใจตายลงไปอีกรอบ
โครม!
เสียงเก้าอี้ไม้ล้มกระแทกกับพื้นเสียงดังสนั่น และร่างของหญิงสาวที่นอนฟุบอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพ
“คุณหนู! เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ!”
เสียงร้องถามดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวนางหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดจีนย้อนยุควิ่งตรงเข้ามาหาพราวฝันที่กำลังนอนหอบหายใจอยู่ตรงกลางห้อง
“แคก แคก แคก”
ทางด้านพราวฝันนั้นเอาแต่ส่งเสียงไอออกมาไม่หยุด จนใบหน้าของเธอนั้นแดงก่ำไปหมด เมื่อพราวฝันตั้งสติกลับมาได้เธอจึงได้เริ่มรู้สึกตัวว่าในตอนนี้รอบกายของเธอนั้นไม่ใช่ห้องพักในโรงพยาบาล
แต่น่าจะเป็นห้องนอนของใครสักคนที่ดูเหมือนฉากห้องของละครจีนย้อนยุคที่เคยดูมาก่อน ยิ่งหญิงสาวหน้าตาน่ารักที่แต่งตัวเหมือนสาวใช้ในยุคจีนโบราณนี่อีก
ทำให้พราวฝันรู้สึกสับสนและมึนงงเป็นอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ใช้เวลาในการทำความเข้าใจเสียงเรียกของหญิงสาวตรงหน้าก็ปลุกสติของเธอกลับคืนมา
“คุณหนู เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ แล้วเหตุใดถึงดะ...”
“!!!”
อิงเถา สาวใช้ข้างกายคุณหนูเล็กของตระกูลมู่ถึงกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจกับภาพที่เห็น จนร่างของนางแข็งค้างไป
พราวฝันที่หลังจากลุกขึ้นมานั่งได้แล้วก็มองดูท่าทีแตกตื่นของหญิงสาวตรงหน้า เธอจึงได้แหงนหน้ากลับขึ้นไปมองยังสายตาที่สาวใช้ตรงหน้ามองอยู่
เธอก็เข้าใจได้ในทันทีว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น เหตุใดเธอจึงได้รู้สึกหายใจไม่ออกเช่นนั้น นั่นก็เพราะว่าเธอถูกแขวนคออยู่บนคานไม้ด้านบนอย่างไรเล่า
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? ฉันอะ...”
ในจังหวะที่หญิงสาวกำลังจะเอ่ยถามเรื่องราวขึ้นมาจู่ ๆ ก็มีภาพความทรงจำบางอย่างไหลเข้ามาภายในหัวของเธอจนทำให้พราวฝันนั้นหมดสติลงไปในทันที
“คุณหนู! ใครก็ได้ตามหมอให้ข้าที คุณหนูแขวนคอตัวเอง!”
เสียงของอิงเถากรีดร้องขึ้นอีกครั้ง ด้วยความแตกตื่นตกใจกับภาพที่เห็นเจ้านายของตนหมดสติไปต่อหน้าต่อตา
หลังจากนั้นภายในจวนตระกูลมู่ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมาในทันที ส่วนตัวต้นเรื่องในตอนนี้กลับกำลังจมอยู่ในห้วงแห่งภาพฝันที่ดูจะเป็นความจริงที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้
ภายในความฝัน พราวฝันที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้ากระจกใหญ่ตรงหน้า พร้อมกับจ้องมองดูภาพที่กำลังสะท้อนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เธอคิดว่าคงจะเป็นความทรงจำของเจ้าของร่างที่ตัวเองเข้ามาอยู่อย่างแน่นอน
ที่พราวฝันมั่นใจว่าร่างที่เธออยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ร่างของตัวเองแล้วเพราะเธอนั้นรู้ดีว่าแรงชนจากรถอีกคนที่พุ่งมาอย่างแรงนั้นคงจะทำให้เธอตายลงไปแล้วนั่นเอง
เพียงแต่เธอไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ถึงแม้จะอ่านนิยายแนวเกิดใหม่แบบนี้มาเยอะก็ตาม แต่เธอก็ยังคงทำใจเชื่อได้ยาก
จนในตอนนี้ที่เธอได้รับรู้ความทรงจำของร่างเดิมที่เธอเข้ามาอยู่นั้นทำให้พราวฝันถึงกับต้องเอามือขึ้นมาขยี้ที่หัวของตัวเอง
เพราะร่างที่เธอเข้ามาอยู่ในตอนนี้คือร่างของ มู่หลัน น้องสาวของนางเอกในนิยายที่เธอเพิ่งจะอ่านจบลงไป
และมู่หลันนั้นยังเป็นตัวละครที่เธอไม่ค่อยชอบนัก ด้วยนิสัยของตัวละครที่ชอบพระเอกที่เป็นคนรักของพี่สาวแท้ ๆ ของตัวเอง จนถึงขั้นร่วมมือกับนางร้ายเพื่อทำร้ายนางเอกผู้เป็นพี่สาวของตนเอง
เพราะความอิจฉาและชิงชังที่พี่สาวของตนได้รับความรักจากพระเอกในนิยายที่ตนเองหลงรัก
“ซวยแล้วไหมละยัยฝันเอ้ย! ทำไมแกถึงดวงซวยแบบนี้กันเล่า”
พราวฝันเอ่ยขึ้นกับตัวเองอย่างหัวเสียที่ตนเองดันหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครที่ไม่ชอบหน้าแบบนี้ แล้วต่อไปนี้จะเป็นยังไงต่อกัน
ว่าแต่เธอหลุดเข้ามาในช่วงไหนของเนื้อหาในนิยายกัน เท่าที่จำได้เธอไม่เคยเห็นว่าจะมีฉากที่น้องสาวนางเอกแขวนคอตายเสียหน่อย
หรือว่าเป็นเธอที่อ่านข้ามไปกันนะ ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังครุ่นคิดอยู่กับตัวเองอยู่นั้น กระจกตรงหน้าของเธอก็แตกกระจายออกไปคนละทิศละทาง ด้วยความตกใจ
พราวฝันจึงได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝันที่เป็นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม มู่หลัน (จะแทนชื่อน้องเป็นชื่อนี้แทนนะคะ) จึงได้ปรับสายตาเพื่อให้มองภาพได้ชัดเจนขึ้น
และภาพแรกที่นางมองเห็นหลังจากที่ปรับสายตาได้กลับมาเป็นปกติแล้วก็คือ ใบหน้าของหญิงสาวนางหนึ่งที่ดูงดงาม ใจดี อ่อนโยนราวกับเทพธิดา
เพียงเท่านั้นมู่หลันก็รับรู้ได้ในทันทีว่าคนที่กำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ ตนเองในตอนนี้ก็คือ มู่เหยา นางเอกของนิยายเรื่องนี้และเป็นพี่สาวของนาง
“หลันเอ๋อร์เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง”
น้ำเสียงห่วงใยจากมู่เหยาทำให้มู่หลันถึงกับพูดอะไรไม่ออก เพราะความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิมที่เพิ่งจะได้รับมานั่นช่างทำให้นางรู้สึกละอายใจต่ออีกฝ่ายยิ่งนัก
“หลันเอ๋อร์?”
มู่เหยาที่เห็นว่าน้องสาวของตนเองยังคงเอาแต่นอนนิ่งมองหน้าของตนเอง แต่ไม่ยอมปริปากเอ่ยตอบคำถามก็รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา จนหญิงสาวต้องเอ่ยเรียกน้องสาวของตนเองอีกครั้ง
“ขะ...ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะพี่หญิง ข้าเพียงแค่ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ ข้าขอตัวนอนพักอีกสักหน่อยนะเจ้าคะ”
มู่หลันที่เห็นแล้วว่าถ้าเกิดว่านางยังเอาแต่เงียบอยู่เช่นนี้ อีกฝ่ายก็จะยิ่งเป็นห่วงมากขึ้น ดังนั้นนางจึงได้เอ่ยตอบพี่สาวเพื่อให้อีกฝ่ายนั้นคลายความกังวลในใจลงไป
“ได้ เช่นนั้นเจ้าก็พักให้อาการดีขึ้นเสียหน่อยเถิด ถ้าเกิดว่ามีเรื่องอะไรก็ให้อิงเถาไปตามพี่ได้ที่เรือนนะ”
“เจ้าค่ะ”
มู่เหยาเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนที่หญิงสาวจะลุกขึ้นเดินออกจากเรือนของผู้เป็นน้องสาวไป เมื่อได้ยินคำตอบรับของอีกฝ่ายเพื่อให้น้องสาวได้พักผ่อนให้อาการดีขึ้น
==========================================================================================
เปิดตอนแรกแบบเบา ๆไปก่อนนะคะ ฝากกดหัวใจและกดติดตามผลงานของไรท์กันด้วยนะคะ สามารถคอมเม้นแสดงความคิดเห็นได้ แต่ขอให้เป็นคำสุภาพด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
“ข้าจะไปแต่งกับสตรีอื่นได้อย่างไร ในเมื่อฮูหยินกับบุตรของข้าหนีมาเช่นนี้”“อะไรนะ!”มู่หลันถึงกับร้องถามขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อนางได้ยินคำว่าบุตรจากปากของร่างสูงที่กำลังกอดรัดนางเอาไว้อย่างแน่นหนา“เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก ท่านหมอบอกว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ อยู่ แล้วเหตุใดเจ้าจึงได้หนีข้ามาเช่นนี้กัน?”หมิงเว่ยหยางปล่อยให้อีกฝ่ายได้เป็นอิสระอีกครั้ง จากนั้นเขาจึงได้เอ่ยถามถึงเหตุผลที่หญิงสาวตรงหน้าต้องหนีเขามาไกลถึงต่างเมืองเช่นนี้แถมนางยังพาลูกของเขามาลำบากโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย ช่างน่าจับกลับไปฟาดให้ก้นลายยิ่งนัก“ใครหนีท่านกัน! ข้าก็เพียงแค่อยากมาพักผ่อนเพียงเท่านั้น อีกอย่างข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะท้องเช่นนี้เหมือนกันนั่นแหละ”“ถ้าข้ารู้ตั้งแต่แรกละก็ ข้าจะ...”“ไม่ได้! เจ้าจะทำร้ายเด็กที่บริสุทธิ์คนหนึ่งเพียงแค่ต้องการตัดปัญหาทิ้ง หรือว่าเกลียดบิดาของเขาไม่ได้”ยังไม่ทันที่มู่หลันจะเอ่ยจบ หมิงเว่ยหยางก็พูดขัดขึ้นมาเสียงดังอย่างไม่พอใจ เพราะเขาคิดว่าหญิงสาวคิดที่จะกำจัดลูกในท้องของนางทิ้งไปเสียเพื่อเป็นการจบปัญหา“แล้วท่านมายุ่งอะไรกับเรื่องของข้ากัน! ข้าจะเก็บเด็กคนนี้ไว้หรือไม่มันก็เร
หลังจากที่มู่หลันหมดสติไปแล้วก็ไม่ได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นได้อีกย้อนกลับไปสามวันก่อนหมิงเว่ยหยางกับโจวจื่อหยวนได้ทำตามแผนการจนสำเร็จ และสามารถหาหลักฐานในความผิดของเซี่ยจูเหยียนที่จ้างวานคนร้ายให้ลอบไปฉุดมู่หลันกับพี่สาวได้สำเร็จเรียบร้อยจากนั้นชายหนุ่มทั้งสองจึงคิดที่จะกลับมาพูดคุยอธิบายเกี่ยวกับเรื่องแผนการที่ทั้งสองได้วางกันเอาไว้ล่วงหน้าให้กับพวกนางสองพี่น้องได้รับฟังในเรื่องนี้ทางด้านโจวจื่อหยวนนั้นผ่านไปได้อย่างราบรื่นเพราะมู่เหยานั้นเป็นสตรีที่ใจดี ใจอ่อน นางจึงสามารถรับฟังสาเหตุได้อย่างใจเย็นหลังจากที่โจวจื่อหยวนเอ่ยอธิบายให้ฟังก็ขอหญิงสาวแต่งงาน ซึ่งก็คืองานแต่งในวันนี้คืองานแต่งของทั้งสองคนนั่นเองแต่กลับกันเขากลับต้องติดตามหญิงสาวอีกนางมาไกลถึงสามวันเพื่อต้องการที่จะพูดคุยกับหญิงสาวให้เข้าใจกันเพียงแต่ยังไม่ทันที่เขาจะทันได้ปรากฏตัวต่อหน้าอีกฝ่ายกลับเป็นลมหมดสติไป จนเขาต้องรีบเข้ามารับตัวเอาไว้เกือบไม่ทันเช่นนี้กลับมาที่ปัจจุบัน หลังจากที่หมิงเว่ยหยางรับร่างของมู่หลันได้อย่างทันท่วงทีแล้วนั่น ชายหนุ่มก็รีบอุ้มร่างบางเข้าไปยังรถม้าเช่นเดิมพร้อมกับออกคำส
ไม่รู้ว่ามู่หลันนั้นนอนหลับไปนานเท่าไหร่ จนเมื่อเปลือกตางามที่ปิดสนิทได้เปิดขึ้น และความรู้สึกแรกหลังจากที่หญิงสาวรู้สึกตัวขึ้นมาก็คืออาการปวดแสบตรงบริเวณหว่างขาของตนเองที่ในตอนนี้นางรู้สึกปวดหนึบไปหมดทั่วทั้งช่วงล่าง ทำให้มู่หลันรับรู้ได้ในทันทีว่านางได้เสียความบริสุทธิ์ของตนเองไปเสียแล้วแต่ถ้าแลกกับการที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ถือว่าไม่เป็นไร เพราะมู่หลันนั้นคิดเสียว่าเป็นเพียงขั้นตอนการถอนพิษเสียหลังจากที่คิดได้เช่นนั้นมู่หลันก็พยุงร่างของตนเองให้ลุกขึ้นมานั่งด้วยความยากลำบากเล็กน้อย ยังดีที่มีเพียงอาการเจ็บปวดไม่มากเมื่อหญิงสาวสามารถลุกขึ้นมานั่งเสร็จเรียบร้อยจึงได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องเผื่อว่าจะพบเจอร่างของใครบางคนอยู่แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า จู่ ๆ ภายในใจของหญิงสาวก็อดที่จะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาไม่ได้ดีที่นางสามารถทำใจได้อย่างรวดเร็ว เพราะนางก็คิดเอาไว้แล้วว่าเรื่องมันคงจะเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว ดังนั้นมู่หลันจึงได้สลัดความคิดฟุ้งซ่านของตนเองทิ้งโดยเร็วมู่หลันค่อย ๆ พาร่างอันอ่อนแรงของตนเองให้ลุกขึ้นไปแต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนที่นางจะเดินออกจากห้องนอนของใครบางคนเพื่อกลับจวนของตนเองโ
“ข้าอยู่ที่ใดกัน?”หลังจากที่มู่หลันรู้สึกตัวจนสติกลับมาแจ่มชัดแล้วนั้น หญิงสาวจึงได้เอ่ยถามชายหนุ่มด้านข้างว่าตนเองในตอนนี้อยู่ที่ไหนกันแน่“จวนของข้าเอง ว่าแต่อาการของเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?”หมิงเว่ยหยางเอ่ยตอบคำถามของหญิงสาว ก่อนที่เขาจะวกกลับไปถามย้ำถึงอาการของอีกฝ่ายอีกครั้ง“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณที่ช่วยข้านะเจ้าคะ ท่านช่วยส่งข้ากลับจวนได้หรือไม่ ข้าเป็นห่วงอิงเถากลัวว่านางจะถูกลงโทษที่ข้าถูกจับตัวไป”มู่หลันเอ่ยตอบชายหนุ่มออกไป พร้อมกับลุกขึ้นนั่ง เพียงแต่ในใจของนางในตอนนี้กลับรู้สึกเป็นห่วงสาวใช้ข้างกายมากกว่าอาการของตนเองเสียอีกเมื่อหมิงเว่ยหยางได้ยินสิ่งที่หญิงสาวเอ่ยขอร้องแก่เขา ก็ทำให้ชายอดที่จะมองร่างบางตรงหน้าด้วยสายตาคาดไม่ถึงเพราะอีกฝ่ายดูจะไม่ค่อยเหมือนกับหญิงสาวคนเดิมที่เขาเคยรู้จักเมื่อครั้งอดีต ด้วยว่าในอดีตนั้นหญิงสาวตรงหน้าหาได้มีความเป็นห่วงเป็นใยผู้ใดไม่แต่กลับนางที่อยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้กลับดูแตกต่างไปจากเดิมจนเขาเองก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้“ย่อมได้ เพียงแต่ข้าจำเป็นจะต้องบอกเจ้าเสียก่อนว่าในตอนนี้เจ้านั้นถูกพิษเจ็ดบุปผาเข้าไปเสียแล้ว”“และพิษตัวนี้ไม่มี
“อ๊ะ! ขอบคุณท่านแม่ทัพมากเจ้าค่ะ”มู่หลันที่กลับมามีสติได้ในตอนที่ร่างของตัวเองหล่นลงมาจากหลังม้าแล้ว เอ่ยขึ้นกับบุรุษที่กำลังอุ้มตัวเองอยู่ในตอนนี้อย่างจริงใจตุบ!“โอ๊ย! ท่านจะปล่อยข้าทำไมไม่บอกกันดี ๆ เล่า ไอ้คนนิสัยไม่ดี”เพียงแค่จบประโยคที่มู่หลันเอ่ยขอบคุณชายหนุ่ม หมิงเว่ยหยางก็ปล่อยร่างของนา
ก่อนที่หญิงสาวจะรีบเอ่ยถามอาการของน้องสาว แต่ในตอนนี้มู่หลันได้หมดสติไปแล้ว เพราะเสียพลังไปมากผนวกกับความเย็นของน้ำที่ทำให้หญิงสาวหมดสติไปในที่สุด“นางเพียงแค่หมดสติไป รีบพานางกลับจวนก่อนเถิด”โจวจื่อหยวนที่เดินตามหลังของมู่เหยามาเอ่ยขึ้นเมื่อดูอาการของหญิงสาวแล้ว“ได้เจ้าค่ะ จิวจิวรีบไปตามท่านหมอ
สองสายตาสอดประสานกันอย่างชิดใกล้ ด้วยระยะห่างที่ใบหน้าของคนทั้งสองนั้นอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือกั้นกลาง ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองเองก็ดูจะไม่เหลือช่องว่างแล้วเช่นกันระยะห่างในตอนนี้คือมู่หลันนั้นสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อน ๆ ของร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน นั่นเป็นเพราะว่าในตอนนี้พวกเขาทั
“ดะ เดี๋ยวก่อนสิน้องเล็ก...”มู่เหยาเอ่ยเรียกน้องสาวของตนเองตามหลังของอีกฝ่ายไป แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันเสียแล้ว เพราะในเวลานี้แผ่นหลังของผู้เป็นน้องสาวนั้นได้หายไปท่ามกลางเหล่าชาวเมืองเสียแล้ว“หลันเอ๋อร์นางเป็นอะไรไปหรือ?”เป็นโจวจื่อหยวนที่เอ่ยถามถึงท่าทีที่แปลกไปของหญิงสาวกับหญิงอันเป็นที่รักด้วย

















