Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2026-01-04 13:39:27

ภาพใบหน้าหื่นกระหายปรากฏในคลองสายตา ท่อนแขนที่โอบรัดแน่นหนาไม่ปล่อย เสียงหัวเราะหยาบโลนพร้อมกับลมหายใจที่เป่ารด

เฟิงเย่ดิ้นรนสุดแรง ทั้งเตะ ทั้งทุบ กระทั่งมือคว้าเอามีดสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวของชายที่คว้าตนเอาไว้ ชายคนนั้นไม่ทันระวังตัวจึงถูกแทงเข้าที่ชายโครง

หญิงสาวไม่อยู่รอให้อีกฝ่ายตั้งตัว รีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกระทั่งมองเห็นโรงเตี๊ยมอยู่ข้างหน้าไม่ไกล มองดูผู้คนพลุกพล่านรวมไปถึงกลุ่มคนที่กำลังไล่ล่ามาเบื้องหลัง เฟิงเย่ตัดสินใจเลือกรถม้าคันที่จอดอยู่ใกล้ที่สุด และดูเหมือนคันนี้กำลังจะออกเดินทาง ในใจหวังเพียงออกห่างจากเหล่าคนที่ตามล่า ไม่ว่าเจ้าของรถม้าคันนี้จะเป็นใคร ก็ให้สุดแล้วแต่สิ่งที่พานพบเถิด...

ในความฝันอันน่าหวาดกลัว เสียงทุ้มปลอบโยนดังขึ้นเป็นระยะ ทุกครั้งที่ลืมตาตื่นใบหน้าหล่อเหลาของคนผู้หนึ่งก็มักจะปรากฏในคลองสายตา

เขาคอยปลอบโยน พร้อมกับบอกว่านางปลอดภัยแล้ว และนั่นทำให้คนที่หัวใจเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสงบลง เพียงแต่ความฝันและความจริงตรงหน้า กลับไม่อาจแยกแยะ

สิ่งใดจริง สิ่งใดเท็จ และนางปลอดภัยแล้วจริงหรือ...

แม้ถามตัวเองเช่นนั้น แต่เฟิงเย่ก็ยอมวางศีรษะลงไปบนไหล่แกร่งโดยดี

เงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้า ร่างเล็กขยับตัวด้วยความอึดอัด ดูเหมือนเขาจะสังเกตเห็น ดังนั้นจึงคลายผ้านวมเนื้อหนาที่พันรอบกายให้

“ร้อนหรือ คลายเล็กน้อย ไม่อาจเอาผ้าห่มออก”

“ท่านคือใคร” เฟิงเย่กระซิบถามเสียงเบา

“...เหยียน”

หญิงสาวได้ยินเพียงประโยคหลัง เพราะสติเริ่มเลือนรางอีกครั้ง มือที่เริ่มขยับได้ยื่นพ้นผ้านวมออกมากุมสาบเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้ ราวกับต้องการได้ยินให้ชัดเจน

“...เฟิงเหยียน”

“เฟิง...” เสียงแผ่วเบาทวนชื่อที่ได้ยิน หากแต่ร่างกายที่รู้สึกราวกำลังแยกออกเป็นเสี่ยงๆ

ความเจ็บปวดที่แผ่ลามขึ้นมาจากปลายเท้า ผิวกายร้อนราวกับไฟลวก แต่กลับยังคงรู้สึกหนาวเหน็บจนถึงกระดูกและอาการปวดศีรษะจนแทบระเบิด รวมไปถึงลำคอที่เจ็บร้าวแห้งผาก ทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น มือน้อยกุมสาบเสื้อของเขาแน่นจนข้อซีดขาว

“หลับเถิด เจ้าจะไม่เป็นไร”

หญิงสาวคล้ายวางใจในประโยคนั้น แต่มือกลับยังคงกุมสาบเสื้อของเขาเอาไว้แน่น แม้ในยามที่หมดสติลงอีกครั้ง “จริงหรือ สัญญานะ”

เขายิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มหล่อเหลาจนทำให้นางตาพร่า “ข้าสัญญา”

จวนมหาเสนาบดีที่สมควรเงียบสงัดเช่นทุกครั้งกลับวุ่นวายขึ้นกลางดึก ผู้เป็นนายของจวนกลับมาพร้อมกับคนเจ็บที่มีผ้านวมและเสื้อคลุมห่อหุ้มทั่วร่าง แม้แต่พ่อบ้านของจวนที่ออกมาต้อนรับ ยังไม่รู้แจ้งว่าผู้ที่ถูกพาเข้าไปคือผู้ใด เป็นสตรีหรือบุรุษ

“ตามท่านหมอฝานมา”

“ขอรับ” พ่อบ้านรับคำโดยไม่เอ่ยถามให้มากความ เขาสั่งคนนำป้ายของจวนออกไปยังคฤหาสน์ตระกูลฝาน

“ส่งสาวใช้คล่องแคล่วสักสองสามคนตามนายท่านไป ให้คนไปเตรียมน้ำร้อน เสื้อผ้าของอิสตรี...” โม่สวินกระซิบบอกพ่อบ้านแต่ก็ต้องขมวดคิ้ว

“ให้คนไปตามท่านป้าจางมาดีกว่า มาถึงแล้วให้เข้าไปหานายท่านทันที”

แม้จะงุนงงจนไม่อาจเข้าใจ แต่พ่อบ้านก็รีบรับคำโดยให้คนไปตามฮูหยินของตนมาในทันที จากนั้นก็สั่งให้คนเตรียมน้ำร้อนและจัดเตรียมสาวใช้เอาไว้

เรือนอวิ๋นหลานยังไม่เคยมีผู้ใดเคยได้เข้ามาพำนัก กระนั้นบ่าวไพร่ในจวนก็ไม่เคยละเลย เกาเฟิงเหยียนเลือกพาหญิงสาวเข้าไปยังเรือนอวิ๋นหลาน เนื่องจากอยู่ใกล้กับเรือนตะวันออกของเขามากที่สุด

วุ่นวายอยู่นานกว่าหญิงสาวจะได้รับการตรวจจากท่านหมอ แผลที่สาหัสที่สุดของหญิงสาว เห็นทีจะหนีไม่พ้นเท้าทั้งสองข้าง

ท่านหมอพอกยาและพันเท้าของนางเอาไว้ รวมไปถึงห้ามนางลงจากเตียงจนกว่าแผลจะหายดี ส่วนเรื่องที่นางเป็นไข้นั้นท่านหมอได้เขียนใบสั่งยาเอาไว้ให้แล้ว

“ท่านพี่นางคือใครหรือ” จางซื่อกระซิบถามสามีหลังจากทั้งสองถูกไล่ออกมา

นางยังคงสงสัยในสิ่งที่เห็นไม่คลาย เพราะตอนที่นางก้าวเข้าไปในห้องพักเรือนอวิ๋นหลานนั้น ท่านมหาเสนาบดีถูกหญิงสาวที่พากลับมายึดสาบเสื้อเอาไว้แน่น

ใบหน้าหล่อเหลาของท่านมหาเสนาบดีไม่เพียงไม่ปรากฏเค้าความไม่พอใจ แต่ดวงตายังฉายแววอ่อนโยนขึ้นมาหลายส่วน 

เขากระซิบกับหญิงสาวที่เพิ่งวางลงบนเตียงไม่กี่คำ จากนั้นหญิงสาวก็ปล่อยมือทันที ความใกล้ชิดสนิทสนมเช่นนี้ อดทำให้ผู้ที่เห็นคิดเลยเถิดไม่ได้จริงๆ

“ข้าจะไปรู้หรือ” พ่อบ้านถลึงตาใส่ฮูหยินของตน

“นาง...งดงามมากเชียว ผิวพรรณขาวผ่องนวลเนียน หรือว่านางจะเป็นอนุของท่านมหาเสนาบดีเลี้ยงเอาไว้ข้างนอกนั่น”

“เจ้าหุบปาก ไม่รู้ว่านายท่านเป็นคนเช่นไร ขืนยังพูดมากระวังจะถูกไล่ออกจากจวน”

จางซื่อเม้มปากไม่กล้าพูดอะไรมากความอีก แม้ใจในยังคงสงสัย แต่ใครบ้างไม่รู้ว่าท่านมหาเสนาบดีไม่ชอบคนพูดมาก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รัก...พันปี   บทที่ 82 จบ

    “ฉันแซ่เยี่ย ชื่อเฟิงเย่ มีพี่ชายอยู่คนหนึ่งแซ่เดียวกันชื่อจิ่งหรัน เขาเป็นซีอีโอบริษัท...”“ผมแซ่เกา ชื่อเฟิงเหยียน มีน้องสาวต่างพ่ออยู่คนหนึ่งแต่เธอใช้แซ่หยวนของแม่ ชื่อไห่หลัน พ่อเสียไปแล้วแต่มีแม่สองคนหวังว่าคงไม่รังเกียจ แต่ผมมั่นใจว่าคุณต้องรักพวกเธอ เพราะพวกเธอใจดีมาก พวกเธอคนหนึ่งแซ่ซู คนหนึ่งแซ่หยวน หากตกลงผมจะส่งทนายมาพรุ่งนี้”“เดี๋ยว! ตกลงเรื่องอะไร แล้วส่งทนายมาทำไม”“ทรัพย์สินทั้งหมดของผมมีทนายประจำตัวเท่านั้นที่สามารถแจกแจง”ในซวงเสวี่ยเชียนเหนียนเขายกห้องเก็บสมบัติให้ ในชีวิตจริงเขาก็ยังอยากให้ทุกอย่างชัดเจน “ปีศาจเงินตราตัวน้อยๆ เราตกลงหมั้นหมายกันแล้ว คงไม่ได้คิดจะเบี้ยวหรอกจริงมั้ย” ดวงตาคมหรี่ลงในขณะที่กล่าวจบประโยคเฟิงเย่หัวเราะลั่น “ป๋ามาก ผู้สายเปย์! เกาเฟิงเหยียนคุณสอบผ่าน”สองเดือนถัดมาหลังจากการพัฒนาเกมรูปแบบใหม่ ซวงเสวี่ยเชียนเหนียนอันสมบูรณ์แบบก็วางขาย เสียงตอบรับยังคงดีเกิดคาด เพราะไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบเล่นเกม หรือคนที่ชอบอ่านนิยาย ทุกคนล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันสมจริงมากในเวลาเดียวกันกับที่เสียงตอบรับของสินค้าออกมาดี ข่าวดีอีกเรื่องคือการหมั้นหมายของ

  • รัก...พันปี   บทที่ 81

    “หรือว่าคุณคือตัวแทนจากบริษัทหยวนเฟิ่ง มาถึงนานแล้วหรือครับ” ที่แท้ก็คือหุ้นส่วนที่เข้ามาร่วมงานในโพรเจคของเทียนอวี้เยี่ยจิ่งหรันมองเขาสลับกับน้องสาวตัวเอง “เย่เอ๋อร์มาที่บริษัทมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า”“มาคิดบัญชีกับเทียนอวี้ค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเบาพร้อมกันนั้นก็หลบตาเกาเฟิงเหยียน ที่แท้เขาก็รั้งเธอไว้เพียงเพื่อจะถามทาง “แต่ตอนนี้หนีไปแล้ว พี่เองก็รู้เหรอคะว่าเทียนอวี้พยายามหลบหน้าฉัน”เยี่ยจิ่งหรันถอนหายใจ “พี่ต้องทำงาน ไว้ค่อยคุยกันได้ไหม”“ไม่แน่ใจว่าจะได้คุยกันเรื่องงานหรือเปล่านะครับเพราะน้องสาวของผมเองก็หนีไปแล้ว” เกาเฟิงเหยียนพูดกลั้วหัวเราะข้างๆ “นักเขียนไม่อยู่แล้วจะคุยเรื่องงานได้ยังไงถูกมั้ยครับ”“นักเขียนหรือคะ” เฟิงเย่อุทานออกมา “หรือว่าคนเมื่อครู่คือสโนว์ไวท์”“ครับ”“เชิญด้านในดีกว่าครับ”มองดูเกาเฟิงเหยียนหมุนตัวเดินตามพี่ชายไป เฟิงเย่ได้แต่ยืนมองด้วยท่าทีลังเล ไม่ว่ามองอย่างไรเขาก็คือเกาเฟิงเหยียน แต่ข้างๆ กันนั้นพี่ชายของเธอเองก็ไม่ต่างจากหวังอวี่ความลังเลสับสนทำให้หญิงสาวไม่รู้จะเดินไปทางไหนดีใจหนึ่งอยากหันหลังแล้วตามพี่ชายกับเกาเฟิงเหยียนไป การพลัดพรากครั้งนั้น

  • รัก...พันปี   บทที่ 80

    หยางอวิ๋นอี้กำลังรำลึกความหลังกับโม่สวินผู้เป็นศิษย์น้อง เขารำพึงว่าหากวันนั้นคุ้มกันคนรักของเกาเฟิงเหยียนได้ หากเกาเฟิงเหยียนไม่สูญเสียคนรัก อีกฝ่ายก็ไม่ต้องพิษกำเริบจนสิ้นใจ กระทั่งหวังอวี่อาสานำศพกลับขึ้นหนี่ว์ซานในนิยายกล่าวถึงเพียงเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงว่าคนรักของเกาเฟิงเหยียนคือใคร ที่สำคัญเหตุการณ์ในนิยายดูเหมือนสอดคล้องกับในเกม นั่นก็คือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เฟิงเย่จากมาแล้ว ทั้งยังอธิบายโดยใช้บทพระเอกนายเอกเป็นหลักเฟิงเย่ยังไม่ยอมแพ้เข้าอินเทอร์เน็ตลองค้นหาว่าคนพูดถึงเรื่องนี้ว่ายังไง กระทั่งในที่สุดก็เห็นคอมเม้นท์ที่โจมตีเทียนอวี้--เกาเฟิงเหยียนอยู่หนายยยย----ทำไมอยู่ๆ ก็เปลี่ยนบทอ่ะ ตัวสำคัญอย่างมหาเสนาบดีทำไมหายไป----ทำไมอยู่ๆ เรื่องราวช่วงแรกๆ ก็หายไป เปลี่ยนเป็นเริ่มต้นเรื่องเพราะหยางอวิ๋นอี้แทนอ่ะ แล้วที่ปูเรื่องถึงเทพแห่งคำทำนายกับมหาเสนาบดีคืออะไร งง----แม่ทัพจ้าวของเค้าหายไป—ต่อจากนั้นคอมเม้นท์เหล่านั้นก็ไม่ได้รับการสนใจ เปลี่ยนเป็นคอมเม้นท์เกี่ยวกับพระเอกและนายเอกแทนเฟิงเย่ขมวดคิ้วครุ่นคิดแล้วพยายามโทรหาเทียนอวี้ ถึงอย่างนั้นก็ยังเหมือนเดิมคือไม

  • รัก...พันปี   บทที่ 79

    ที่สุดแพทย์ก็ลงความเห็นให้หญิงสาวกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เพียงแต่ทุกเดือนต้องกลับไปปรึกษาและประเมินผลมองดูห้องนอนอันว่างเปล่า หญิงสาวรับรู้ได้ว่าตัวเองคงไม่อาจกลับไปเป็นคนเดิมอีกแล้ว จากมาโดยไม่ได้ร่ำลาวันนั้น ไม่รู้ว่าเกาเฟิงเหยียนเป็นอย่างไรบ้างเสียงมือถือดังขึ้นนั่นเป็นเบอร์ของเยี่ยจิ่งหรัน พี่ชายของเธอเอง “ค่ะพี่”“เสร็จหรือยัง จะให้พี่ไปรอข้างบนมั้ย?”“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันลงไปดีกว่า”วันนี้เยี่ยจิ่งหรันจะพาไปกินข้าวนอกบ้าน ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เฟิงเย่มองหาหวังอวี่ในตัวพี่ชายมาโดยตลอด และหลังจากทำเช่นนั้นในใจก็มักจะรู้สึกผิดหวังอวี่เป็นเพียงตัวละครที่ถูกสร้างขึ้น แต่เธอกลับเอามาปะปนในความทรงจำร่วมกับพี่ชายของตัวเอง พี่ชายแท้ๆ ที่ห่วงใยเธอจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ“อยากกินอะไร”หญิงสาวนึกอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงตอบเสียงเบา “บะหมี่เนื้อตุ๋นค่ะ พี่พอจะรู้จักร้านไหนที่อร่อยๆ บ้างมั้ยคะ?”เยี่ยจิ่งหรันหัวเราะ “พี่กินออกบ่อย ร้านที่อยู่ใกล้ๆ บริษัท ตอนนี้น่าจะยังเปิดอยู่” เขามองนาฬิกาข้อมือ “เพิ่งทุ่มครึ่ง เขาน่าจะปิดสามทุ่มยังทัน”เฟิงเย่มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่ชาย เขายังคงอ่อนโยนเช่นนี้เส

  • รัก...พันปี   บทที่ 78

    “เรารู้” น้ำเสียงราบเรียบนั้นคล้ายคนที่กำลังปลงตก “เขารักเจ้า และคงไม่อาจมอบให้ให้ผู้อื่น” ฉีเฟิ่งเซียนหัวเราะเสียงขื่น “เป็นเราที่โง่งมเองที่คิดว่าเขาจะหันมามองหากสามารถกำจัดเจ้า”เฟิงเย่ชะงักเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าพูดออกมาตามตรง“เสด็จพี่บอกเจ้าแล้วกระมังว่าเราคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” กล่าวจบก็มองลงไปเบื้องล่างกำแพง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดเราพาเจ้ามาที่นี่” ร่างงามก้าวขึ้นไปยังขอบกำแพง“องค์หญิง!” เฟิงเย่ขมวดคิ้ว“ไม่ต้องตื่นเต้นไป เราไม่กระโดดลงไปหรอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้” มือน้อยลูบหน้าท้องของตนเบาๆ “เราเพียงอยากบอกเขา”ก้มลงมองยังหน้าท้องแบนราบ “ว่าบิดาที่แสนต่ำช้าของเขา ตกลงไปจากจุดนี้ก่อนสิ้นใจอย่างน่าสมเพช” ในน้ำเสียงแฝงประกายความเกลียดชังระคนเจ็บปวด“องค์หญิงลงมาเถิดเพคะ ไม่คุ้มกันหรอก”ฉีเฟิ่งเซียนเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เฟิงเย่ “เจ้าเป็นถึงเทพธิดาแห่งหนี่ว์ซาน เจ้าว่าชีวิตหลังความตายมีอยู่จริงหรือไม่ หากมีจริงคงดีไม่น้อยเลย ข้าหวังว่าในชีวิตหน้าข้าจะสามารถลืมเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นชาตินี้ ลืมสิ้นว่าข้าเคยมีใจให้เกาเฟิงเหยียน”เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทำให้หญิงสาวทั้

  • รัก...พันปี   บทที่ 77

    นางสงสัยว่านางกำนัลน้อยผู้นั้นอาจถูกข่มขู่ แม้ท่าทีหนักแน่นเมื่อขอร้องคน แต่ในดวงตากลับฉายแววหวาดกลัวระคนวิตกกังวล เกรงว่าคนสำคัญของอีกฝ่ายคงถูกนำมาข่มขู่เป็นแน่หาไม่ในเวลาเช่นนี้ผู้ใดจะกล้าเสี่ยงโดนลงโทษ เพียงเพื่อช่วยเหลือองค์หญิงที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจเอาตัวรอดไปได้เช่นนี้หงกงกงหันไปกระซิบกับนางกำนัลด้านหลัง จากนั้นตัวเขาก็เดินมากับหญิงสาว เมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามของนางเขาก็ยิ้ม“ข้าน้อยไม่อาจวางใจ ก่อนหน้านี้ข้าน้อยรับปากท่านมหาเสนาบดีว่าจะส่งท่านกลับอย่างปลอดภัย ดังนั้นจึงจะไปเป็นเพื่อนท่านหญิงเข้าเฝ้าองค์หญิง เรื่องที่ท่านกำชับข้าน้อยให้คนเร่งไปดำเนินการต่อแล้ว อีกไม่นานคงรู้ผล ท่านหญิงวางใจได้”หงกงกงผู้นี้เป็นคนไม่เลวจริงๆ“หงกงกง ในที่สุดก็หาท่านพบ” หน้าตำหนักองค์หญิงเฟิ่งเซียนกงกงน้อยคนหนึ่งวิ่งปราดเข้ามา เฟิ่งเย่หัวเราะในลำคอ นางแหงนขึ้นมองซุ้มประตูตำหนักเฟิ่งอวี่ ในใจคล้ายตระหนักถึงบางอย่าง“มีอะไรพรวดพราดเข้ามาเสียมารยาทยิ่ง” หงกงกงตำหนิ“ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้า”“ตอนนี้หรือ” หงกงกงเลิกคิ้ว“ขอรับ”“เช่นนั้น...” เขากังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ

  • รัก...พันปี   บทที่ 40

    สวนดอกเหมยเบ่งบานส่งกลิ่นหอมโชยมากับสายลม หิมะที่ยังคงไม่ละลายสีตัดกันกับดอกเหมยสีแดง มองดูน่าหลงใหล เป็นความงามที่ท้าทายความหนาวเหน็บ แม้แดดจ้าหากแต่กลับเย็นเยือกว่ากันว่าสิ่งใดก็ไม่น่ากลัวเท่ากับการแก่งแย่งชิงดีของอิสตรี เฟิงเย่แม้เติบโตมาในสังคมที่เปิดกว้างของโลกปัจจุบัน ถึงอย่างนั้นความน่ากลัว

  • รัก...พันปี   บทที่ 39

    โถงกลางเรือนจื่อเสียงมีแผนที่จำลองเมืองหลวงโดยละเอียด ขบวนรถม้าขนาดเล็กสองคันจอดอยู่ยังตรอกเสวียนอู่ เหนือกำแพงมีหมากหยกสีดำวางอยู่เกือบยี่สิบตัว ส่วนหมากหยกขาววางสลับก้อนหินซึ่งวางอยู่ยังขบวนรถม้าเฟิงเย่หรี่ดวงตาลงก่อนเดินวนรอบแผนที่จำลอง นางเดินผ่านเกาเฟิงเหยียนพร้อมกับผลักเขาเบาๆ ให้ก้าวไปด้านห

  • รัก...พันปี   บทที่ 38

    “มาแล้ว” หวังอวี่กล่าวลอยๆ“ใคร”“พี่โม่ของเจ้าอย่างไรเล่า”หญิงสาวหันขวับไปด้านหลัง โม่สวินนำรถม้ามาจริงๆ ทั้งยังน่าจะมาถึงได้ครู่หนึ่งแล้ว“เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน” ลี่ไห่หลันลุกขึ้นย่อกายให้หวังอวี่“รบกวนแม่นางลี่แล้ว”“หลันเอ๋อร์ไว้พบกันพรุ่งนี้เช้า”“เจ้าค่ะ” ลี่ไห่หลันยิ้มกว้างจากนั้น

  • รัก...พันปี   บทที่ 36

    “ข้าไปกับท่าน!” เฟิงเย่วิ่งตามหวังอวี่ไปขึ้นรถม้า “เสี่ยวจือเจ้าไปรถม้าคันนั้นนะ ข้าจะไปกับพี่ใหญ่”“เจ้าค่ะ”หวังอวี่ลอบอมยิ้ม แต่เมื่อนางวิ่งมาทันเขาก็รีบเก็บรอยยิ้ม เขาพบว่ามีบางอย่างแปลกๆ “วันนี้ท่านมหาเสนาบดีให้พวกท่านคุ้มกันนางหรือ” หวังอวี่มองปลายนิ้วของตัวเองก่อนมุ่นคิ้ว“ขอรับ วันนี้นายท่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status