LOGINSET ซีรีส์ชะตานางร้ายทั้งหมด 5 เรื่อง การรวมเรื่องราวของนางร้ายในนิยายเรื่องเดียวกัน ที่แต่ละคนต่างก็ได้ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้ไขอดีตของตนเอง 1.พอแล้ว!บทนางร้ายข้าไม่อยากเป็น:เรื่องราวของลู่ฉู่หรันบุตรสาวเสนาบดีย้อนเวลากลับมาหลายครั้ง ทว่าครั้งนี้นางถอดใจไม่สู้ต่อ แต่มันกลับต่างออกไป 2.นางร้ายผู้นี้วางมือแล้ว:หลินเฟยเฟยบุตรสาวแม่ทัพที่ครั้งหนึ่งเคยหลงบุรุษเสียจนกลายเป็นคนโง่ การย้อนเวลากลับมาครั้งนี้จะช่วยให้รอดพ้นจากชะตาที่ต้องตายทั้งกลมได้หรือไม่ 3.สตรีร้ายเช่นข้าเลือกอะไรได้บ้าง:เซิ่งหวั่นเอ๋อร์สตรีผู้อยากหนีจากบทนางร้ายเพื่อไปสู่อ้อมกอดของพระรอง พระเอกอะไรข้าไม่ต้องการ 4.ทุกชาติไม่อาจเลือน:เย่ชิงลั่วนางร้ายตัวประกอบถูกบีบให้ต้องเลือกจบชีวิตตัวเอง การกลับมาครั้งนี้นางจะทวงคืนให้หมด 5.กลับมาครั้งนี้ข้าจะไม่หายไปอีกแล้ว:เรื่องราวความรักของนักเขียนอย่างเหมยลี่ ผู้ท่องเวลาในโลกมิตินิยายมาแล้วครั้งหนึ่ง อกหักรักคุดก็หลายครั้ง มาดูกันว่าการได้ทะลุมิติกลับมาโลกนิยายอีกครั้ง จะสมหวังในรักหรือไม่
View Moreเรื่อง: พอแล้ว! บทนางร้ายข้าไม่อยากเป็น
[บทนำ]
เหมยลี่ เจ้าของนวนิยายชื่อดัง นิยายบุปผชาติสี่ฤดูเข้มข้นเสียจนผู้อ่านวางไม่ลง แค่วางขายสามเรื่องแรกก็ถูกกวาดเรียบแผงทุกเล่ม เหล่าแฟนคลับต่างเรียกร้องให้เธอรีบวางขายเล่มสุดท้ายโดยเร็ว ด้วยเหตุนี้ทำให้เหมยลี่ต้องทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ
เพื่อเขียนนิยายเล่มสุดท้ายให้เสร็จทันเวลา ยี่สิบชั่วโมงถูกใช้ไปกับการเขียนนิยาย สี่ชั่วโมงคือเวลากินและนอน แต่เพื่อผลประกอบการที่ได้ก็นับว่าคุ้มค่า
“พี่สาวนิยายของพี่สนุกจนวางไม่ลงเลย แต่ก็นะพล็อตที่พี่ทำง่ายเกินไปหรือเปล่า นางร้ายและนางเอกเป็นเครือญาติกัน ตัวร้าย พระเอก ตัวประกอบ พระรองก็เป็นเครือญาติกันทั้งนั้น”
“ก็พี่น้องแย่งผู้ชายคนเดียวกันมันสนุกนี่นา” เหมยลี่นอนกระดิกเท้าอย่างสบายใจบนโซฟาตัวใหญ่ ในมือยังมีแอปเปิลลูกหนึ่งที่ถูกกัดกินไปกว่าครึ่งแล้ว ส่วนอีกมือก็ยังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูกระแสนิยายใจโซเชียลอย่างสบายอารมณ์
“พี่ยังไงงานก็เสร็จแล้วหนูว่าพี่นอนหลับสักตื่นเถอะ หนูว่าสภาพพี่ไม่ไหวแล้วนะ” ดูขอบตาดำคล้ำของเหมยลี่นั่นสิ จะไหวแน่หรือ กลัวว่าจะวูบก่อนจะได้รับเงินก้อนใหญ่น่ะสิไม่ว่า
“อ๊อก แอ๊บเอิ๊นอิดออ อ่วยอ้วย อ๊อก (แอปเปิ้นติดคอ ช่วยด้วย)”
“พี่!” ลี่ลี่โยนหนังสือทิ้งทันที ก่อนจะเด้งตัวลงจากเก้าอี้ปราดเข้าช่วยพี่สาวทันที
เหมยลี่ใช้มือทุบอกตาเหลือก พยายามเอาเศษผลไม้ออกจากคอ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เอาไม่ออก เธอเริ่มหายใจลำบากสติเลือนราง รู้สึกมึนหัวราวกับโลกกำลังหมุน หูหรือก็ได้ยินเสียงดังแว่วเหมือนมีใครสักคนเรียกอยู่ในที่ไกลแสนไกล
ใคร ใครเรียกฉัน...
ณ โรงเตี๊ยมหวงตี้เหลา
โรงเตี๊ยมหวงตี้เหลาขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวงแคว้นต้าเหลียง เหล่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทั้งด้านอาหารและศิลปะทุกแขนง
ทว่าตอนนี้ผู้คนกลับมิได้สนใจอาหารหรือการแสดง ด้วยเหตุการณ์ตรงหน้าพวกเขาตอนนี้หาดูได้ยากยิ่ง เมื่อเหล่าตัวแทนบุปผชาติทั้งสี่มารวมตัวกัน ทั้งยังมีสถานะพิเศษเป็นถึงบุปผชาติแห่งสี่ฤดู จึงไม่แปลกที่ใคร ๆ ต่างก็ให้ความสนใจ
ข้างกายของพวกนางยังมีเหล่าบุรุษสูงศักดิ์นั่งแนบชิด สายตาทุกคู่ต่างพากันจับจ้องไปที่พวกเขาแปดคน โดยเฉพาะอีกกลุ่มสตรีที่อยู่ทิศทางฝั่งตรงข้าม เมื่อได้เห็นภาพความรักอันหวานชื่นพวกนางเหล่านั้นกลับถอนหายใจขึ้นพร้อมกัน ราวกับว่านัดหมายกันไว้ก่อนแล้วอย่างไรอย่างนั้น ต่างฝ่ายต่างความคิดทว่าจุดหมายกลับไปในทางเดียวกัน
สี่สตรีนั่งร่วมโต๊ะเพ่งมองคนทั้งแปด สายตาพวกนางหลากหลายอารมณ์ยากจะคาดเดา ทว่าเมื่อได้รับสายตาตอบกลับของคนที่นั่งจากฝั่งตรงข้าม กลับทำเอาสี่สตรีตระกูลใหญ่พานไม่ชอบใจเอาเสียเลย
“เป็นแค่ลูกอนุหาบุรุษสูงศักดิ์เกาะได้แค่นี้คิดว่าตนเองสูงส่งนักหรือไง” บุตรสาวคนโตจวนเสนาบดีลู่ ลู่ฉู่หรัน
“แค่ลูกพี่ลูกน้องทำตัวราวกับปลิงตัวหนึ่ง คิดจะเทียบชั้นข้าคงต้องรอไปอีกสิบชาติกระมัง” บุตรสาวเพียงคนเดียวแห่งจวนแม่ทัพหลิน หลินเฟยเฟย
“โชคดีมีวาสนาได้ก็เพราะพึ่งบารมีผู้อื่น แต่กลับทำตัวหยิ่งผยองหลงลืมชาติกำเนิด มีอะไรน่าอิจฉากัน” บุตรสาวคนรองแห่งจวนกั๋วกงตระกูลเซิ่ง เซิ่งหวั่นเอ๋อร์
“เด็กข้างถนนไม่มีแม้แต่บ้านอยู่ในวันนั้น กลายเป็นคนที่วางตัวเหนือผู้อื่นไปแล้วหรือนี่” บุตรสาวคนโตจวนมหาเสนาบดีฝ่ายขวาตระกูลเย่ เย่ชิงลั่ว
สตรีทั้งสี่สบถขึ้นพร้อมกัน ต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ของตนเอง จมอยู่กับอดีตแห่งความเจ็บช้ำที่พวกนางได้รับ ไม่ว่าตอนไหน ไม่ว่าเมื่อไร ก็เป็นได้เพียงนางร้ายที่ไม่มีสิทธิ์เลือก ไม่ทำเขา เขาก็ทำเรา พวกนางก็แค่ปกป้องตนเอง กลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดีเช่นนั้นน่ะหรือ
“บุปผชาติสี่ฤดูมันก็แค่นิยายประโลมโลก มีสิทธิ์อะไรมาบงการชีวิตข้า”
ทั้งสี่พูดขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายแต่อย่างใด ทว่าเมื่อตั้งสติได้ทุกคนต่างมีสีหน้าตกใจ คำพูดที่ออกจากปากมันเหมือนกันราวกับพบเจอเรื่องเดียวกันมาอย่างไรอย่างนั้น
“มิใช่ว่าพวกเจ้า...” ลู่ฉู่หรันเอ่ยไว้เพียงเท่านั้นทุกคนก็รู้ถึงความหมายที่นางต้องการสื่อถึงทันที พานทำให้ประหลาดใจไม่น้อย นางหรือก็นึกว่ามีแค่ตัวเองที่รู้เรื่องนี้เสียอีก
บุตรสาวจากตระกูลใหญ่พยักหน้าพร้อม ๆ กัน เป็นอันว่ารู้กันดี พวกนางเป็นเพียงนางร้ายในนิยายเรื่องหนึ่งก็เท่านั้น นั่นเท่ากับว่าทุกคนจะต้องพบจุดจบเหมือนกัน ถ้าไม่ตายก่อนก็กลายเป็นบ้าเสียสติ ทว่าหนึ่งในสี่นางร้ายกลับมีคนผู้หนึ่งที่เหมือนจะวนเวียนซ้ำ ๆ มากกว่าใคร
“เช่นนั้นก็เท่ากับว่าพวกเรามีชะตาเดียวกัน พวกเรามาเป็นพันธมิตรชั่วคราวกันเถอะ หลังจากนี้หากมีใครต้องการให้ข้าช่วยเหลือขายินดี” ลู่ฉู่ หรันถือว่าตนนั้นมีประสบการณ์มากกว่าใคร ทั้งนางยังมีชีวิตยืนยาวมากกว่าคนอื่น นั่นเท่ากับว่านางสามารถให้คำแนะนำคุณหนูทั้งสามคนได้ กระนั้นการอยู่ของนางก็ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์หรือไม่ ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนชะตาไปทำไมในเมื่อไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง
“ได้ ท่านก็เช่นกัน หากต้องการความช่วยเหลือมาหาข้าได้ทุกเมื่อ” หลินเฟยเฟยยิ้มอ่อน กระนั้นการช่วยเหลือของนางก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง เพราะนางได้วางแผนไว้แล้วว่าอีกครึ่งปีจะไปจากที่นี่ ออกไปใช้ชีวิตกับบุตรที่กำลังจะเกิดมาในอนาคตในอีกไม่ช้า
“ข้าก็เช่นกัน ยินดีต้อนรับพี่สาวน้องสาวทุกเมื่อ แต่ว่าต้องรีบหน่อยนะ หากช้าข้าอาจจะช่วยใครไม่ได้” เซิ่งหวั่นเอ๋อร์หัวเราะร่วน ชีวิตนางต่อจากนี้อาจจะต้องตกต่ำกลายเป็นอนุของใครบางคนก็ได้ใครจะไปรู้ แต่ใช่ว่าชะตาเช่นนี้นางจะยอมอยู่เฉย ๆ ให้เกิดขึ้นกันเล่า
“จวนมหาเสนาบดียินดีต้อนรับพี่สาวน้องสาวเช่นกัน” เย่ชิงลั่วยกจอกสุราแห่งพันธมิตรยื่นออกไปตรงหน้า ชะตานางร้ายอะไรกัน ข้านี้แหละจะเป็นคนแหกทุกกฎเกณฑ์นั้นเอง
“ดี แด่มิตรภาพที่ดีของเรา” แม้แต่คนนอกก็ยังดีกว่าคนในครอบครัวเสียอีก ฉู่หรันยิ้มรับให้กับมิตรภาพใหม่ ยกจอกสุราชนกับเย่ชิงลั่วแด่ผู้มีชะตาเดียวกันกับนาง
จากนั้นเหล่านางร้ายทั้งสี่ต่างยกจอกสุราชนกัน ฉลองให้กับมิตรใหม่และการหลุดพ้นจากบทบาทที่พวกนางไม่ต้องการ
ครรภ์ที่สองของชิงลั่วเป็นไปด้วยดี ร่างกายมารดาและบุตรในครรภ์แข็งแรง เมื่ออายุครรภ์มั่นคงแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเฝ้าระวังเหมือนช่วงแรกยกเว้นก็แต่...พฤติกรรมแปลก ๆ ของภรรยา คราแรกจ้าวเฟิงอี้เข้าใจว่านั่นคืออาการแพ้ท้อง แต่นานวันเข้าเขาชักเริ่มไม่แน่ใจ ภรรยามักสรรหาแต่ของหวาน ๆ มาทานอยู่ตลอด อะไรที่ไม่ใช่รสหวานนางจะไม่แตะเด็ดขาดจ้าวเฟิงอี้เริ่มไม่ไหวกับการกินอาหารรสหวานมากไปของภรรยา เมื่อก่อนนางกินขนมเขายังพอรับได้ ทว่าตอนนี้มันเริ่มลามไปถึงอาหารคาวเสียแล้วหลังจากการตรวจร่างกายครั้งล่าสุด อ๋องหนุ่มได้ถูกท่านหมอตักเตือนมาไม่น้อย หากมารดากินหวานมากเกินไป จะทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งแม่และเด็ก อย่าได้ตามใจคนท้องมากเกินไปเป็นอันขาดก่อนหน้าชิงลั่วนางก็เชื่อฟังดี เลี่ยงของหวานไปพักใหญ่ ทว่าเมื่อเขาเผลอนางก็มักจะเติมน้ำตาลอยู่เรื่อย ๆ แม้กระทั่งตอนนี้ ทั้งที่เขานั่งอยู่ทนโท่นางก็ยังแอบเติมน้ำตาลลงไปในน้ำแกงตุ๋นรังนก“ชิงลั่ว อย่าคิดว่าข้าไม่เห็นนะ” ชายหนุ่มหลับตาสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึก ๆ เผื่อว่าวิธีนี้จะทำให้เขาใจเย็นลงบ้าง น่าเสียดาย นอกจากจะไม่ช่วยให้ใจเย็นขึ้นแล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนท้องเ
เวลาผ่านไปกว่าสองปี เย่ชิงลั่วและจ้าวเฟิงอี้ก็ได้มีพยานรักด้วยกันหนึ่งคน เป็นบุตรชายแสนน่ารักจ้ำม่ำ ถอดแบบผู้เป็นมารดาทุกกระเบียดนิ้วจ้าวเฟิงอี้เข้าใจถึงความทรมานยามคลอดบุตรเป็นอย่างดี เขาจึงตั้งใจจะมีแค่บุตรชายไว้สืบสกุลก็เพียงพอแล้ว แต่นั่นคือความคิดของเขาเพียงคนเดียวสำหรับเย่ชิงลั่วไม่ย่อท้อ อ้อนวอนขอสามียอมให้มีลูกเพิ่มอีกสักคน นางก็อยากจะมีจ้าวเฟิงอี้ตัวจิ๋วที่เป็นของตนเองบ้าง เด็กหญิงที่ใบหน้าถอดแบบบิดา นึกถึงยามใด ใจดวงนี้มันก็เกิดคันยุบยิบขึ้นมาทุกคราทว่าเมื่อเอ่ยปากกับสามีเรื่องบุตรคนที่สอง เขากลับเปลี่ยนเรื่องคุยเสียอย่างนั้น บางครั้งก็ลุกหนีเอาเสียดื้อ ๆ มิหนำซ้ำเขายังตัดโอกาสนางทุกทางยามต้องร่วมเตียงเคียงหมอน เขามักจะสรรหาวิธีให้นางดื่มยาห้ามครรภ์ เริ่มตั้งแต่หลอกเป็นยาบำรุงผสมในอาหาร หรือแม้แต่น้ำชาที่นางดื่มทุกวันเมื่อนางล่วงรู้ความจริง เขาจึงเปลี่ยนวิธี นั่นคือดื่มยาห้ามบุตรเสียเองเหอะ! อ๋องบ้าผู้นี้ ช่างน่าตายนัก คิดว่านางจะยอมแพ้หรืออย่างไร ไม่มีทาง... เมื่อมียาห้ามครรภ์ได้ มันย่อมต้องมียาแก้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาในตอนนี้ มันเริ่มลามปามไปถึงขั้น จ้าวเฟิงอี้บ่ายเบี
บทที่ 31ปัง!ร่างบางวิ่งสวนทันทีที่บานประตูถูกเปิด นางเคยมาที่นี่แล้วก็จริง แต่ว่าเรือนลู่สุ่ยอยู่ตรงไหนกันนะ จวนอ๋องกว้างออกปานนี้ เมื่อไรจะหาเจอกันเล่า แต่ในตอนที่กำลังลังเลว่าจะไปทางไหนดี กลับมีสาวใช้สองคนเดินผ่านพอดีเย่ชิงลั่วหยุดฟังอย่างตั้งใจ ทว่าเมื่อทั้งสองฝ่ายสบตากัน ฝ่ายสาวใช้กลับทำเป็นมองไม่เห็น พูดคุยกันราวกับว่าไม่เคยเจอใครเสียอย่างนั้น‘เรือนลู่สุ่ยจัดสวยเนาะ’‘ใช่เรือนที่ต้องเดินตรงไปทางทิศตะวันออก หัวมุมมีรูปปั้นพยัคฆ์แล้วเลี้ยวซ้ายก็จะเจอใช่หรือไม่’‘ใช่ ๆ เรือนที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าแดงมงคลนั่นแหละ’แต่เมื่อรู้แล้วว่าลู่สุ่ยไปทางไหน หญิงสาวไม่รอช้าวิ่งไปตามทางที่สาวใช้พูดกันอย่างไม่ลังเล คิดแค่ว่าลองตามไปก่อน หากไม่ใช่ค่อยหาทางใหม่ เพราะอย่างไรก็ดีกว่าไปอย่างไม่มีจุดหมายในที่สุดนางก็มาถึงเรือนลู่สุ่ย ใบหน้างามยิ้มออกทันที กระทั่งเหยียบเข้าเขตเรือน เสียงแว่วจากการทำพิธีทำเอาใจนางไหววูบอย่างช่วยไม่ได้ดียิ่ง มาทันเวลาพอดี...เย่ชิงลั่วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความมั่นใจ เตรียมใจไว้แล้วว่าวันนี้นางจะต้องชิงตัวเจ้าบ่าวให้ได้ คิดได้ดังนั้นจึงผลักประตูเปิดออก ก่อนจะตะ
บทที่ 31เพียงวันเดียวหลังจากจัดการตัวปัญหาอย่างหนานซีเวยและพรรคพวกไปได้ ข่าวคราวในวังหลังก็เริ่มแพร่กระจายออกมาเป็นวงกว้างภายในคืนเดียวกันนั้นเอง ฮองเฮาได้นำหลักฐานและพยานการกระทำผิดของสวีกุ้ยเฟย เข้ากราบทูลฮ่องเต้ เกี่ยวกับการประสูติและสิ้นพระชนม์ของโอรสที่ผ่านมาว่าด้วยเรื่องเหตุใดนางสนมมักแท้งบุตรบ่อยครั้ง ทั้งที่มีการควบคุมดูแลอย่างเคร่งครัด หรือแม้แต่การสิ้นพระชนม์ของโอรสตั้งแต่ยังเล็ก ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มาจากฝีมือสวีกุ้ยเฟยและที่น่าตกใจไปกว่านั้น ผู้ที่นำหลักฐานทั้งหมดส่งให้ฮองเฮา นั่นคือสวีเซียว ท่านชายผู้ถูกสวีกุ้ยเฟยชุบเลี้ยงมาเองกับมือภายในคืนนั้นจ้าวหรงสั่งปลดกุ้ยเฟยลงจากตำแหน่งทันที และให้ย้ายไปอยู่ตำหนักเย็นห้ามออกมาชั่วชีวิต ถอดถอนตำแหน่งและถอดชื่อออกจากราชวงศ์ ผู้นำตระกูลสวีถูกประหาร ยึดทรัพย์เข้าคลังหลวงทั้งหมด ที่เหลือถูกเนรเทศไปไกลกว่าสามพันลี้ ห้ามรับราชการและเข้าเมืองหลวงอีกเจ็ดชั่วโคตรทว่ามีเพียงคนเดียวที่ไม่ได้รับลงโทษ และยังถูกปูนบำเหน็จความดีความชอบ นั่นคือสวีเซียว ว่ากันว่าเขาได้รับความคุ้มครองจากฮองเฮา ฝ่าบาทประทานแต่งตั้งตระกูลใหม่ให้เขา แต่เจ้าตัวกลับร
บทที่ 12ยังไม่ทันจะได้พูดสิ่งใดหรือแม้แต่คิดหาวิธีที่รั้งจ้าวหลิวหมิงไว้กับตัว ลู่เยี่ยนถิงกลับถูกทิ้งให้เดียวดายท่ามกลางสายตาผู้คน นางอยากกรีดร้องให้สาสมกับความอัดอั้นตันใจ เมื่อก่อนตนพูดแค่ไม่กี่ประโยคท่านอ๋องก็ล้วนแล้วแต่ยอมทั้งนั้น เพราะนังฉู่หรันพระองค์ถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเช่นนี้ลู่เยี่
บทที่ 12“เพ่ยซานเสด็จพ่อเล่า เหตุใดถึงมีแค่เจ้าอยู่ตรงนี้” เจ้าเฟยเฟิงได้ของเล่นเป็นที่พอใจแล้ว เขาหมายใจจะขอกลับก่อนเพื่อเปิดโอกาสให้เสด็จพ่อได้อยู่กับเสด็จแม่ตามลำพัง ทว่ารู้ตัวอีกทีกลับเห็นแค่คนสนิทของบิดา แต่บิดาไม่อยู่แล้ว“เรียนซื่อจื่อท่านอ๋องอยู่กับจวิ้นอ๋องด้านบนโรงเตี๊ยมพ่ะย่ะค่ะ”“อยู่ก
บทที่ 11ท่านหญิงแห่งจวนโหวถึงกับคลึงขมับเพื่อคลายอาการปวดหัว ทำงานมาทั้งวันต้องมาเจอเรื่องให้หนักใจ ให้ตรวจบัญชีและสินค้าในร้านค้าต่อไปไม่ไหวแล้ว ออกไปสูดอากาศสักหน่อยก็คงจะดีทว่าอีกใจกลับรู้สึกเป็นห่วงบุตรชายขึ้นมาเสียดื้อ ๆ มิใช่ว่าเชื่อคำของลู่เยี่ยนถิง นางเชื่อว่าเจ้าเด็กดื้อเอาตัวรอดได้ แต่เ
บทที่ 11“คุณหนู ท่านหญิงสือจี้อยู่ทางโน้นเจ้าค่ะ” สาวใช้ผู้ติดตามวิ่งหน้าตั้งรายงานผู้เป็นนาย พลางชี้มือชี้ไม้ให้นายสาวเห็นเป้าหมาย“ดี” ลู่เยี่ยนถิงจ้องมองเป้าหมายไม่วางตา นับตั้งแต่ท่านอ๋องแต่งงานกับพี่สาว พระองค์ก็ทำตัวห่างเหินอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เข้าหาก็ถูกปฏิเสธ ไม่เคยได้อยู่กันสองต่อสองอย่





