LOGINSET ซีรีส์ชะตานางร้ายทั้งหมด 5 เรื่อง การรวมเรื่องราวของนางร้ายในนิยายเรื่องเดียวกัน ที่แต่ละคนต่างก็ได้ย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้ไขอดีตของตนเอง 1.พอแล้ว!บทนางร้ายข้าไม่อยากเป็น:เรื่องราวของลู่ฉู่หรันบุตรสาวเสนาบดีย้อนเวลากลับมาหลายครั้ง ทว่าครั้งนี้นางถอดใจไม่สู้ต่อ แต่มันกลับต่างออกไป 2.นางร้ายผู้นี้วางมือแล้ว:หลินเฟยเฟยบุตรสาวแม่ทัพที่ครั้งหนึ่งเคยหลงบุรุษเสียจนกลายเป็นคนโง่ การย้อนเวลากลับมาครั้งนี้จะช่วยให้รอดพ้นจากชะตาที่ต้องตายทั้งกลมได้หรือไม่ 3.สตรีร้ายเช่นข้าเลือกอะไรได้บ้าง:เซิ่งหวั่นเอ๋อร์สตรีผู้อยากหนีจากบทนางร้ายเพื่อไปสู่อ้อมกอดของพระรอง พระเอกอะไรข้าไม่ต้องการ 4.ทุกชาติไม่อาจเลือน:เย่ชิงลั่วนางร้ายตัวประกอบถูกบีบให้ต้องเลือกจบชีวิตตัวเอง การกลับมาครั้งนี้นางจะทวงคืนให้หมด 5.กลับมาครั้งนี้ข้าจะไม่หายไปอีกแล้ว:เรื่องราวความรักของนักเขียนอย่างเหมยลี่ ผู้ท่องเวลาในโลกมิตินิยายมาแล้วครั้งหนึ่ง อกหักรักคุดก็หลายครั้ง มาดูกันว่าการได้ทะลุมิติกลับมาโลกนิยายอีกครั้ง จะสมหวังในรักหรือไม่
View Moreในเวลาที่นางคิดว่าจัดท่าได้ดีที่สุดแล้ว แต่ก็ดันลื่นเพราะมือมีเหงื่อออกเยอะ ข้างที่ต้องจับปลายเท้าไว้ดันลื่นหลุด จึงทำให้ทรงตัวต่อไปไม่ได้ ทำให้ล้มหน้าทิ่มพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัวหน้าผากปูด คางแตก กำเดาไหล รวมไปถึงฝ่ามือมีรอยแตกจากการใช้ค้ำพื้นคิดมาถึงตรงนี้ หญิงสาวก็ปาดน้ำตาอีกหนึ่งครั้ง ไม่ได้เจ็บเพราะล้ม แต่ร้องเพราะอับอายต่างหาก เวลานั้นสายตาทุกคู่ต่างก็มองมาที่นางเป็นตาเดียวกัน ถึงไม่มีคำพูด แต่นางรู้ว่าทุกคนต้องหัวเราะอยู่เป็นแน่โชคดีนักที่เด็ก ๆ ไม่อยู่บ้าน ต่างก็เติบโตมีช่องทางทำมาหากินเป็นของตนเอง ถ้าหากอยู่บ้านกันครบน่ะหรือ เสี่ยวหลินคงได้ล้อนางไม่หยุดแน่ส่วนเหตุผลที่นางไม่บอกสามี ไม่ใช่ว่าไม่อยากบอก ทว่าตอนที่อีกฝ่ายเข้ามาเล่นใหญ่ออกปานนั้น เสียงดังลั่นออกไปถึงด้านนอก ทั้งบ่าวไพร่ทั้งผู้คนนอกจวนต่างก็ได้ยินกันถ้วนหน้า ยังไม่นับรวมถึงทหารนายกองที่พามาอีกคิดดูสิว่า หากมีคนพูดปากต่อปาก ฮูหยินนายอำเภอล้มคางแตกเอง แต่ทำทีเป็นว่ามีคนปองร้าย เพื่อกลบเกลื่อนเรื่องความน่าอับอายของตนเองน่ะ มันจะเป็นเช่นไร สู้นางไม่พูดเสียยังดีกว่าด้านนอก ภายในห้องโถงสวีเซียวนั่งอยู่เก้าอี้ตรงกลา
สวีเซียวอยู่บนหลังม้าใบหน้าบึ้งตึง หากตอนนี้เขาฆ่าใครได้เขาทำไปแล้ว ทว่าคนผู้นั้นเป็นใครเขาไม่อาจทราบได้หลังจากบ่าวในจวนมาแจ้งเขาว่าฮูหยินเกิดเรื่อง เขาก็รีบรุดมาที่เกิดเหตุทันที พร้อมกับทหารรักษาการณ์นับสิบนายตามมาด้วย ชาวบ้านละแวกนั้นให้ความสนใจ เกิดอะไรขึ้น เหตุใดท่านนายอำเภอถึงได้พาทหารมามากมายถึงเพียงนั้นเมื่อมาถึงลานกลางเรือน ก็เห็นว่าภรรยารักหน้าผากปูดบวม คางแตก ฝ่ามือทั้งสองข้างแตกเป็นแผลถลอก เป็นเช่นนี้จะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร ตนหรือทะนุถนอมนางราวกับไข่ในหิน แต่กลับมีคนทำร้ายนางให้บาดเจ็บถึงเพียงนี้ร่างสูงช้อนอุ้มภรรยาขึ้นมาแนบอก ก่อนจะออกคำสั่งให้คนไปตามหมอ จากนั้นตัวเขาก็พานางเข้าไปพักในห้องแค่เห็นนางต้องเจ็บตัวเช่นนี้เขาก็ใจแทบขาด มันผู้ใดกล้ามาทำร้ายภรรยารัก ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห กระนั้นก็ยังทำอะไรไม่ได้ เมื่อเหมยลี่ไม่ยอมปริปากให้เบาะแสเลยสักคำ สวีเซียวจึงได้แต่สั่งให้ทหารที่ติดตามมารอฟังคำสั่งอีกทีทว่ายังไม่ทันจะได้ถามอะไร ท่านหมอก็เข้าห้องมาพอดี สวีเซียวจึงถอยออกมาให้ท่านหมอรักษาบาดแผลของนางก่อน หลังจากท่านหมอกลับไป เขาจึงไม่รอที่จะหาความกระจ่าง ซักถามถึงสาเหตุที่ทำใ
ดังนั้นเมื่อตนออกตามหาเหมยลี่ไปตามที่ต่าง ๆ อาเหิงที่อยู่ในความดูแล ชื่นชอบการท่องเที่ยว มีหรือจะยอมอยู่ในพระราชวัง ที่เปรียบเสมือนกรงขังนั้นได้ในระหว่างงานพิธีดำเนินต่อไปตามขั้นตอน คนที่เกร็งที่สุดเห็นทีจะเป็นเถ้าแก่เปียว เขาที่นั่งอยู่ข้างผู้สูงศักดิ์ ได้ยินเหล่าท่านผู้นั้นพูดคุยกันชัดเจน ก็ได้แต่คิดว่า ตนรับใครมาเป็นบุตรสาวบุญธรรมกันแน่แม้แต่พระชายาและท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจ เหมยลี่ก็ยังรู้จัก เมื่อครู่บทสนทนาจากพระชายารุ่ยอ๋องบอกว่า นางเป็นอดีตองค์หญิงใหญ่ ที่ฝ่าบาททรงตามใจมากที่สุด และยังเป็นผู้มีพระคุณต่อทุกพระองค์อีกด้วยได้ยินดังนั้น เถ้าแก่เปียวก็ถึงกับแอบเช็ดเหงื่อ ใจคอไม่ค่อยดี เกรงว่าจะไปทำให้บุตรสาวคนนี้ไม่พอใจเข้าสักวัน ในตอนรับถ้วยชาคารวะของคู่บ่าวสาว มือคู่นั้นก็ยังสั่นไม่หยุด เกือบทำคว่ำใส่เหมยลี่อยู่รอมร่ออยู่ดีไม่ว่าดีได้เกี่ยวดองกับเชื้อพระวงศ์เสียอย่างนั้น มิรู้ว่านี่เป็นวาสนาหรือวิบากกรรมกันแน่ ต่อจากนี้จะทำอะไรก็คงต้องคิดให้ดีเสียก่อน ไม่เช่นนั้นชีวิตในบั้นปลายของตน คงไม่ได้สงบสุขเป็นแน่เมื่อถึงยามค่ำ เป็นช่วงเวลาที่ต้องเข้าหอ แต่กลับต้องใช้ไปกับการร่วมโต๊ะอาหาร
เถ้าแก่เปียวยกแขนเสื้อขึ้นซับน้ำตาด้วยความปลื้มปีติ ไม่คิดว่าเหมยลี่คนที่ตนรักเหมือนบุตรสาวคนหนึ่ง ที่ผ่านมาเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ห่วงว่าจะพาลูกทั้งสามไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ห่วงว่านางและหลาน ๆ จะกินอิ่ม หรือได้รับความลำบากไหมแต่มาวันนี้ พอได้เห็นเหมยลี่ได้ดี เขาก็อดดีใจด้วยไม่ได้ ตนมองคนไม่ผิดจริง ๆ ความช่วยเหลือที่ให้ไปไม่สูญเปล่าเลย อีกทั้งไม่คิดว่าเจ้าเด็กคนนี้ จะมาขอให้ตนเป็นพ่อในวันแต่งงาน จะไม่ให้รู้สึกปลาบปลื้มได้อย่างไร“เมื่อครู่ เจ้าว่าอะไรนะ” เถ้าแก่เปียวยังคงไม่เชื่อหู ถึงขั้นถามย้ำสองครั้งเพื่อความมั่นใจ“ช่วยเป็นญาติฝั่งเจ้าสาวให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ ท่านพ่อ” เหมยลี่นั่งคุกเข่าตรงหน้าเถ้าแก่ พร้อมกับยกถ้วยชาค้างไว้เช่นนั้น ในใจก็แอบกังวลอยู่สักหน่อย ไม่รู้ว่าเถ้าแก่จะรับไหว้นางหรือไม่“ดี ๆ ในเมื่อลูกสาวจะออกเรือนแล้ว พ่อคนนี้จะไม่ยอมได้อย่างไร”เปาเปียวรับถ้วยน้ำชาจากมือบุตรสาวบุญธรรม ก่อนจะยกขึ้นจิบหนึ่งอึกเพื่อเป็นการรับไหว้ พิธีรับเป็นบุตรสาวก็เป็นอันเสร็จสิ้น ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม พลางคิดว่าตอนนี้ตนมีทั้งบุตรสาวบุตรชายแล้วหรือนี่ ช่างดีจริง ๆ มิหนำซ้ำยังม
บทที่ 4ฉู่หรันพูดอะไรไม่ออกได้แต่อึกอัก พยักหน้าแล้วยิ้มให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เด็กหนอเด็กน้อยเจ้าจะรู้อะไร คนที่เจ้าบอกว่าไม่กล้ากับข้าน่ะ ประเดี๋ยวคืนนี้เขาก็จะกลับมากรอกยาพิษข้าแล้ว มันเจ็บและทรมานเจียนตายเชียวล่ะยิ่งเข้าใกล้เขตคลังสมบัติมากเท่าไรใจยิ่งสั่น ภาวนาให้ทหารเฝ้ายามกันไว้ไม่ให้ผ่าน
บทที่ 4ฉู่หรันไม่สามารถขัดใจซื่อจื่อน้อยได้นางจึงจำยอมเดินตามแต่โดยดี พลางเหลือบมองมือเล็กป้อมที่ไม่ยอมปล่อยมือจากกันท่าเดียว เหตุใดครานี้ถึงได้ไม่เหมือนเมื่อตอนย้อนกลับมาในครั้งก่อน ๆ จ้าวเฟยเฟิงไม่เพียงไม่แสดงท่าทางรังเกียจ แต่เด็กคนนี้กลับเอาแต่เรียกเสด็จแม่ ๆ เกาะติดไม่ห่าง ราวกับว่ากลัวตนหายไ
บทที่ 3“ซื่อจื่อหม่อมฉันไม่ได้เป็นอะไร ซื่อจื่อคิดมากไปแล้วเพคะ”“เสด็จแม่ไม่รักลูกแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดไม่เรียกเฟิงเอ๋อร์ หรือว่าลูกทำอะไรให้เสด็จแม่ไม่พอใจ” เด็กชายมองมารดาคนใหม่ด้วยสายตาออดอ้อน เสด็จแม่จะต้องไม่พอใจที่เมื่อคืนเสด็จพ่อทิ้งให้อยู่ห้องหอเพียงคนเดียวเป็นแน่ อาจจะทำให้เสด็จแม่พาน
บทที่ 3หญิงสาวมองทุกอย่างรอบกาย ไม่มีอะไรที่ต่างออกไปเลย ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม วางไว้ที่เดิม ๆ ภาพเลือนรางเคลื่อนไหวไปตามสิ่งที่ฉู่หรันนึกคิด ม้านั่งและสวนย่อมตรงนั้นเป็นที่ที่นางเคยแอบมองท่านอ๋องอยู่บ่อย ๆ ในยามเช้า ได้แต่จินตนาการว่าสักวันหนึ่งจะเป็นตนที่ได้อยู่ข้างกายสามีไร้รักและแสนจะเย็นชา












reviews