Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-01-03 10:48:46

“ในนั้นมีเสื้อคลุมหิมะอีกหนึ่งตัวขอรับ เป็นเสื้อคลุมที่เหมือนกับของแม่นางผู้นี้” โม่สวินเองก็ไม่อยากจะเชื่อสายตา หากแต่เขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่แอบดูอยู่ห่างๆ ด้วยตาตนเอง ดังนั้นจึงมั่นใจว่าหญิงสาวในรถม้าคือเทพธิดาหนี่ว์ซาน

เกาเฟิงเหยียนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง กระทั่งกระชับอ้อมกอดเมื่อหญิงสาวดิ้นเบาๆ คล้ายไม่สบายตัว

“เสื้อคลุมตัวนั้นเล่า”

“ข้าน้อยนำไปเกี่ยวเอาไว้ยังขอบผาเพื่อหลอกตาคนที่ยังคงตามหานางขอรับ”

“อืมทำดีมาก หากใกล้ถึงบ้านของชาวนาตรงหน้ารีบแจ้งข้า เราจะพักที่นั่นจนกว่าจะรู้ว่าอาการของนางสาหัสเพียงใด”

“ขอรับนายท่าน”

“หนีมาได้อย่างไรไกลถึงเพียงนี้ ทั้งที่รองเท้าก็ไม่ได้สวม” เขาจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่ายามค่ำคืนอันหนาวเหน็บ นางเอาตัวรอดมาไกลถึงเพียงนี้ได้อย่างไร

มองดูใบหน้างดงามที่แดงก่ำด้วยพิษไข้ แต่ริมฝีปากอิ่มกลับซีดเซียวและปริแตก มือใหญ่แตะไล้ลงไปเบาๆ สัมผัสที่แม้พยายามอ่อนโยนแต่กลับส่งผลให้นางนิ่วหน้า

“เจ็บ...”

“ขอโทษ”

เขากระซิบด้วยความรู้สึกผิด ในใจอ่อนยวบด้วยความรู้สึกอันสับสน ยิ่งเห็นนางพึมพำราวหวาดกลัว หัวใจของเขาก็ยิ่งร้อนรนว้าวุ่น

...นี่เขากำลังเป็นอะไรกันแน่

ในความฝันอันเลือนรางเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น คล้ายยังคงดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด เฟิงเย่ที่นอนอยู่ในแคปซูลเดินทางซึ่งจมลงไปในพื้นหิมะ จำเป็นต้องคลานออกมาเพราะความร้อนที่แผ่ซ่านหลังจากการเสียดสีอันรุนแรง

การเดินทางที่เกิดการขัดข้อง ทำให้ออกซิเจนภายในแคปซูลเดินทางทรงกระบอกลดฮวบ

กระนั้นทันทีที่โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นหิมะ ท่อนแขนกลับถูกมือใหญ่หยาบกร้านฉุดรั้ง บุรุษหลายคนต่างส่งเสียงแสดงความเป็นเจ้าของ เสียงเข่นฆ่าเริ่มขึ้นนับจากนั้น

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง จนไม่อาจเข้าใจว่าแท้จริงแล้วรอบตัวกำลังเกิดอะไรขึ้น

ในขณะที่ร่างกายเผชิญกับความหนาวเหน็บ สิ่งที่คว้าได้มีเพียงเสื้อคลุมตัวเดียว ไร้รองเท้า ไร้ซึ่งอุปกรณ์ที่สมควรพกติดกาย ที่หลงเหลืออยู่มีเพียงนาฬิกาข้อมือ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยค้นหากุญแจในการเดินทางกลับ

เบื้องหลังการต่อสู้ยังคงดำเนินไป เฟิงเย่ตั้งสติก่อนจะออกวิ่งท่ามกลางเหตุการณ์นองเลือด บุรุษที่พานพบต่างเอื้อมมือมายังหญิงสาว

หนึ่งเอื้อมคว้า อีกหนึ่งขัดขวางด้วยคมดาบ

ดวงตาของคนเหล่านั้น ล้วนปรากฏแววกระหาย อยากได้ อยากครอบครอง ต่างคนต่างก็ขัดขวางซึ่งกันและกัน ทำให้หญิงสาวมีจังหวะหลบหนีออกมา

ความมืดมิดยามค่ำคืนหาได้น่าหวาดกลัว เท่ากับสายตากระหายของบุรุษเหล่านั้น เฟิงเย่วิ่งไปข้างหน้า แม้เหนื่อยแต่ก็ไม่ยอมหยุด กระทั่งวิ่งอยู่นานร่างเล็กก็ล้มลงไปยังใต้ต้นเหมยซึ่งถูกหิมะปกคลุม

ความเหนื่อยล้าทำให้ไม่อาจขยับ เท้าเปล่าเปลือยเจ็บชาจนไม่อาจลุกขึ้นยืน ได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาแต่ไม่อาจขยับ เมื่อฝีเท้าใกล้เข้ามาก็ทำได้เพียงหลับตานิ่ง

แต่...คนเหล่านั้นกลับวิ่งผ่านไป ราวกับมองไม่เห็นคนที่ล้มตัวลงนอนอยู่บนพื้นหิมะ

ทุกอย่างเงียบลงไปแล้วหญิงสาวจึงตะเกียกตะกายลุกขึ้น ตอนนั้นเองที่ตระหนักว่าเสื้อคลุมบนร่างเพิ่งช่วยชีวิตตนเอาไว้ แต่ยังคงไม่ใช่ทุกคนที่หลงกล มือใหญ่ข้างหนึ่งคว้าต้นแขนของหญิงสาว

เสียงหัวเราะดังลั่น…

มองดูใบหน้าราวกับเพิ่งได้รับชัยชนะของบุรุษตรงหน้า เฟิงเย่ดิ้นรนทั้งก่นด่าเทียนอวี้ เพราะดูเหมือนตั้งแต่เดินทางมาถึงดินแดนซวงเสวี่ยเชียนเหนียน ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนตามล่านางทั้งสิ้น!!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รัก...พันปี   บทที่ 82 จบ

    “ฉันแซ่เยี่ย ชื่อเฟิงเย่ มีพี่ชายอยู่คนหนึ่งแซ่เดียวกันชื่อจิ่งหรัน เขาเป็นซีอีโอบริษัท...”“ผมแซ่เกา ชื่อเฟิงเหยียน มีน้องสาวต่างพ่ออยู่คนหนึ่งแต่เธอใช้แซ่หยวนของแม่ ชื่อไห่หลัน พ่อเสียไปแล้วแต่มีแม่สองคนหวังว่าคงไม่รังเกียจ แต่ผมมั่นใจว่าคุณต้องรักพวกเธอ เพราะพวกเธอใจดีมาก พวกเธอคนหนึ่งแซ่ซู คนหนึ่งแซ่หยวน หากตกลงผมจะส่งทนายมาพรุ่งนี้”“เดี๋ยว! ตกลงเรื่องอะไร แล้วส่งทนายมาทำไม”“ทรัพย์สินทั้งหมดของผมมีทนายประจำตัวเท่านั้นที่สามารถแจกแจง”ในซวงเสวี่ยเชียนเหนียนเขายกห้องเก็บสมบัติให้ ในชีวิตจริงเขาก็ยังอยากให้ทุกอย่างชัดเจน “ปีศาจเงินตราตัวน้อยๆ เราตกลงหมั้นหมายกันแล้ว คงไม่ได้คิดจะเบี้ยวหรอกจริงมั้ย” ดวงตาคมหรี่ลงในขณะที่กล่าวจบประโยคเฟิงเย่หัวเราะลั่น “ป๋ามาก ผู้สายเปย์! เกาเฟิงเหยียนคุณสอบผ่าน”สองเดือนถัดมาหลังจากการพัฒนาเกมรูปแบบใหม่ ซวงเสวี่ยเชียนเหนียนอันสมบูรณ์แบบก็วางขาย เสียงตอบรับยังคงดีเกิดคาด เพราะไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบเล่นเกม หรือคนที่ชอบอ่านนิยาย ทุกคนล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันสมจริงมากในเวลาเดียวกันกับที่เสียงตอบรับของสินค้าออกมาดี ข่าวดีอีกเรื่องคือการหมั้นหมายของ

  • รัก...พันปี   บทที่ 81

    “หรือว่าคุณคือตัวแทนจากบริษัทหยวนเฟิ่ง มาถึงนานแล้วหรือครับ” ที่แท้ก็คือหุ้นส่วนที่เข้ามาร่วมงานในโพรเจคของเทียนอวี้เยี่ยจิ่งหรันมองเขาสลับกับน้องสาวตัวเอง “เย่เอ๋อร์มาที่บริษัทมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า”“มาคิดบัญชีกับเทียนอวี้ค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเบาพร้อมกันนั้นก็หลบตาเกาเฟิงเหยียน ที่แท้เขาก็รั้งเธอไว้เพียงเพื่อจะถามทาง “แต่ตอนนี้หนีไปแล้ว พี่เองก็รู้เหรอคะว่าเทียนอวี้พยายามหลบหน้าฉัน”เยี่ยจิ่งหรันถอนหายใจ “พี่ต้องทำงาน ไว้ค่อยคุยกันได้ไหม”“ไม่แน่ใจว่าจะได้คุยกันเรื่องงานหรือเปล่านะครับเพราะน้องสาวของผมเองก็หนีไปแล้ว” เกาเฟิงเหยียนพูดกลั้วหัวเราะข้างๆ “นักเขียนไม่อยู่แล้วจะคุยเรื่องงานได้ยังไงถูกมั้ยครับ”“นักเขียนหรือคะ” เฟิงเย่อุทานออกมา “หรือว่าคนเมื่อครู่คือสโนว์ไวท์”“ครับ”“เชิญด้านในดีกว่าครับ”มองดูเกาเฟิงเหยียนหมุนตัวเดินตามพี่ชายไป เฟิงเย่ได้แต่ยืนมองด้วยท่าทีลังเล ไม่ว่ามองอย่างไรเขาก็คือเกาเฟิงเหยียน แต่ข้างๆ กันนั้นพี่ชายของเธอเองก็ไม่ต่างจากหวังอวี่ความลังเลสับสนทำให้หญิงสาวไม่รู้จะเดินไปทางไหนดีใจหนึ่งอยากหันหลังแล้วตามพี่ชายกับเกาเฟิงเหยียนไป การพลัดพรากครั้งนั้น

  • รัก...พันปี   บทที่ 80

    หยางอวิ๋นอี้กำลังรำลึกความหลังกับโม่สวินผู้เป็นศิษย์น้อง เขารำพึงว่าหากวันนั้นคุ้มกันคนรักของเกาเฟิงเหยียนได้ หากเกาเฟิงเหยียนไม่สูญเสียคนรัก อีกฝ่ายก็ไม่ต้องพิษกำเริบจนสิ้นใจ กระทั่งหวังอวี่อาสานำศพกลับขึ้นหนี่ว์ซานในนิยายกล่าวถึงเพียงเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงว่าคนรักของเกาเฟิงเหยียนคือใคร ที่สำคัญเหตุการณ์ในนิยายดูเหมือนสอดคล้องกับในเกม นั่นก็คือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เฟิงเย่จากมาแล้ว ทั้งยังอธิบายโดยใช้บทพระเอกนายเอกเป็นหลักเฟิงเย่ยังไม่ยอมแพ้เข้าอินเทอร์เน็ตลองค้นหาว่าคนพูดถึงเรื่องนี้ว่ายังไง กระทั่งในที่สุดก็เห็นคอมเม้นท์ที่โจมตีเทียนอวี้--เกาเฟิงเหยียนอยู่หนายยยย----ทำไมอยู่ๆ ก็เปลี่ยนบทอ่ะ ตัวสำคัญอย่างมหาเสนาบดีทำไมหายไป----ทำไมอยู่ๆ เรื่องราวช่วงแรกๆ ก็หายไป เปลี่ยนเป็นเริ่มต้นเรื่องเพราะหยางอวิ๋นอี้แทนอ่ะ แล้วที่ปูเรื่องถึงเทพแห่งคำทำนายกับมหาเสนาบดีคืออะไร งง----แม่ทัพจ้าวของเค้าหายไป—ต่อจากนั้นคอมเม้นท์เหล่านั้นก็ไม่ได้รับการสนใจ เปลี่ยนเป็นคอมเม้นท์เกี่ยวกับพระเอกและนายเอกแทนเฟิงเย่ขมวดคิ้วครุ่นคิดแล้วพยายามโทรหาเทียนอวี้ ถึงอย่างนั้นก็ยังเหมือนเดิมคือไม

  • รัก...พันปี   บทที่ 79

    ที่สุดแพทย์ก็ลงความเห็นให้หญิงสาวกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เพียงแต่ทุกเดือนต้องกลับไปปรึกษาและประเมินผลมองดูห้องนอนอันว่างเปล่า หญิงสาวรับรู้ได้ว่าตัวเองคงไม่อาจกลับไปเป็นคนเดิมอีกแล้ว จากมาโดยไม่ได้ร่ำลาวันนั้น ไม่รู้ว่าเกาเฟิงเหยียนเป็นอย่างไรบ้างเสียงมือถือดังขึ้นนั่นเป็นเบอร์ของเยี่ยจิ่งหรัน พี่ชายของเธอเอง “ค่ะพี่”“เสร็จหรือยัง จะให้พี่ไปรอข้างบนมั้ย?”“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันลงไปดีกว่า”วันนี้เยี่ยจิ่งหรันจะพาไปกินข้าวนอกบ้าน ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เฟิงเย่มองหาหวังอวี่ในตัวพี่ชายมาโดยตลอด และหลังจากทำเช่นนั้นในใจก็มักจะรู้สึกผิดหวังอวี่เป็นเพียงตัวละครที่ถูกสร้างขึ้น แต่เธอกลับเอามาปะปนในความทรงจำร่วมกับพี่ชายของตัวเอง พี่ชายแท้ๆ ที่ห่วงใยเธอจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ“อยากกินอะไร”หญิงสาวนึกอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงตอบเสียงเบา “บะหมี่เนื้อตุ๋นค่ะ พี่พอจะรู้จักร้านไหนที่อร่อยๆ บ้างมั้ยคะ?”เยี่ยจิ่งหรันหัวเราะ “พี่กินออกบ่อย ร้านที่อยู่ใกล้ๆ บริษัท ตอนนี้น่าจะยังเปิดอยู่” เขามองนาฬิกาข้อมือ “เพิ่งทุ่มครึ่ง เขาน่าจะปิดสามทุ่มยังทัน”เฟิงเย่มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่ชาย เขายังคงอ่อนโยนเช่นนี้เส

  • รัก...พันปี   บทที่ 78

    “เรารู้” น้ำเสียงราบเรียบนั้นคล้ายคนที่กำลังปลงตก “เขารักเจ้า และคงไม่อาจมอบให้ให้ผู้อื่น” ฉีเฟิ่งเซียนหัวเราะเสียงขื่น “เป็นเราที่โง่งมเองที่คิดว่าเขาจะหันมามองหากสามารถกำจัดเจ้า”เฟิงเย่ชะงักเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าพูดออกมาตามตรง“เสด็จพี่บอกเจ้าแล้วกระมังว่าเราคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” กล่าวจบก็มองลงไปเบื้องล่างกำแพง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดเราพาเจ้ามาที่นี่” ร่างงามก้าวขึ้นไปยังขอบกำแพง“องค์หญิง!” เฟิงเย่ขมวดคิ้ว“ไม่ต้องตื่นเต้นไป เราไม่กระโดดลงไปหรอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้” มือน้อยลูบหน้าท้องของตนเบาๆ “เราเพียงอยากบอกเขา”ก้มลงมองยังหน้าท้องแบนราบ “ว่าบิดาที่แสนต่ำช้าของเขา ตกลงไปจากจุดนี้ก่อนสิ้นใจอย่างน่าสมเพช” ในน้ำเสียงแฝงประกายความเกลียดชังระคนเจ็บปวด“องค์หญิงลงมาเถิดเพคะ ไม่คุ้มกันหรอก”ฉีเฟิ่งเซียนเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เฟิงเย่ “เจ้าเป็นถึงเทพธิดาแห่งหนี่ว์ซาน เจ้าว่าชีวิตหลังความตายมีอยู่จริงหรือไม่ หากมีจริงคงดีไม่น้อยเลย ข้าหวังว่าในชีวิตหน้าข้าจะสามารถลืมเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นชาตินี้ ลืมสิ้นว่าข้าเคยมีใจให้เกาเฟิงเหยียน”เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทำให้หญิงสาวทั้

  • รัก...พันปี   บทที่ 77

    นางสงสัยว่านางกำนัลน้อยผู้นั้นอาจถูกข่มขู่ แม้ท่าทีหนักแน่นเมื่อขอร้องคน แต่ในดวงตากลับฉายแววหวาดกลัวระคนวิตกกังวล เกรงว่าคนสำคัญของอีกฝ่ายคงถูกนำมาข่มขู่เป็นแน่หาไม่ในเวลาเช่นนี้ผู้ใดจะกล้าเสี่ยงโดนลงโทษ เพียงเพื่อช่วยเหลือองค์หญิงที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจเอาตัวรอดไปได้เช่นนี้หงกงกงหันไปกระซิบกับนางกำนัลด้านหลัง จากนั้นตัวเขาก็เดินมากับหญิงสาว เมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามของนางเขาก็ยิ้ม“ข้าน้อยไม่อาจวางใจ ก่อนหน้านี้ข้าน้อยรับปากท่านมหาเสนาบดีว่าจะส่งท่านกลับอย่างปลอดภัย ดังนั้นจึงจะไปเป็นเพื่อนท่านหญิงเข้าเฝ้าองค์หญิง เรื่องที่ท่านกำชับข้าน้อยให้คนเร่งไปดำเนินการต่อแล้ว อีกไม่นานคงรู้ผล ท่านหญิงวางใจได้”หงกงกงผู้นี้เป็นคนไม่เลวจริงๆ“หงกงกง ในที่สุดก็หาท่านพบ” หน้าตำหนักองค์หญิงเฟิ่งเซียนกงกงน้อยคนหนึ่งวิ่งปราดเข้ามา เฟิ่งเย่หัวเราะในลำคอ นางแหงนขึ้นมองซุ้มประตูตำหนักเฟิ่งอวี่ ในใจคล้ายตระหนักถึงบางอย่าง“มีอะไรพรวดพราดเข้ามาเสียมารยาทยิ่ง” หงกงกงตำหนิ“ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้า”“ตอนนี้หรือ” หงกงกงเลิกคิ้ว“ขอรับ”“เช่นนั้น...” เขากังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ

  • รัก...พันปี   บทที่ 61

    บ่ายคล้อยหลังจากส่งองค์หญิงเฟิ่งเซียนกลับเข้าวังหลวงลับๆ เซียวเหอก็กลับตำหนักเหมันต์ ซึ่งเป็นที่พำนักที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทาน แต่เมื่อได้รับรายงานว่าจ้าวหลิงหลบหนีไปได้ เขาก็ให้รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล“เจ้าบอกว่าจ้าวหลิงหลบหนีไปได้อย่างนั้นหรือ”“พ่ะย่ะค่ะ ตอนที่หลบหนีออกมา จ้าวจวินพาจ้าวหลิง

  • รัก...พันปี   บทที่ 60

    เซียวเหอแยกเรียวขางามออกคร่อมตัก เขารั้งให้หญิงสาวนั่งหันหลังพิงอก พร้อมกันนั้นก็จุมพิตไล่เรื่อยลงมายังลำคอหอมกรุ่น มือใหญ่สอดเข้าไปยังสาบเสื้อที่เผยอเปิด สายตาคมเหลือบมองใบหน้านวลแหงนเงยแดงก่ำมือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปยังหน้าท้องแบนราบ ปลดเปลื้องสายคาดเอวและแหวกชุดตัวหน้าออก ลูบไล้ลงไปยังจุดอ่อนไหว ส

  • รัก...พันปี   บทที่ 59

    เช้าตรู่วันถัดมาราชสำนักแทบจะลุกเป็นไฟเพราะข่าวใหญ่ แม่ทัพจ้าวลอบกลับมาเมืองหลวงเพื่อพบเกาเฟิงเหยียน สถานการณ์ชายแดนคับขัน แต่แม่ทัพใหญ่กลับละเลยหน้าที่ ทั้งยังถูกหัวหน้ามือปราบจับตัวได้ที่จวนท่านเทพแห่งคำทำนายคนทั้งสามถูกควบคุมตัวเอาไว้ กระทั่งถูกส่งตัวไปยังคุกหลวงตามรับสั่งของฮ่องเต้ หลังจากที่จ

  • รัก...พันปี   บทที่ 58

    เซียวเหอยังคงจับจ้องเฟิงเย่ที่นอนนิ่ง กระนั้นกลับรู้สึกประหลาดใจ “นางไม่ได้หลับ?”“นี่เป็นการฝังเข็มของฝานเจ๋อ นางมีสติรับรู้ แต่จะไร้เรี่ยวแรง”“อ้อ ป้องกันการหลบหนีสินะ” เซียวเหอพยักหน้า“ข้ามีเรื่องหนึ่งสงสัย” หลิ่วจื่อเอ่ยเสียงเรียบ“ท่านสงสัยหรือ” เซียวเหอเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ นั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status