Masukปาร์ตี้ของว่างยามบ่ายในวันนี้ของพวกเธอถูกยกเลิกกะทันหัน เพราะคุณน้าปัทมีแขกมาหาที่บ้านพอดี ปาร์ตี้ของว่างจึงมีเพียงเธอและยัยแป้งสองคนเท่านั้น พวกเธอสองคนปาร์ตี้กันง่ายๆที่มุมพักผ่อนในห้องของแป้งนี่เอง
พอตกเย็นคุณน้าปัทก็ออกไปทานมื้อค่ำกับแขกที่มาหา แถมยังฝากให้เธอกับพี่เป้อยู่กินข้าวเป็นเพื่อนกับแป้งก่อนค่อยกลับเนื่องจากคุณเพื่อนตัวดีของเธอไม่ยอมออกไปทานมื้อเย็นด้วยกันกับท่าน ยัยแป้งบอกว่าเพราะว่าคุณป้าที่เป็นแขกของคุณแม่ในวันนี้ ชอบถามอะไรมากมายกับเธอ ตอนกลางวันเธอโดนลากไปอยู่พักหนึ่งก็อึดอัดพอแล้ว ไม่ขอไปทนทรมานอีก ก่อนจะถึงมื้อเย็นอยู่ๆแป้งก็เกิดอยากกินจิ้มจุ่มขึ้นมาจึงจัดแจงโทรสั่งให้ร้านเอามาส่ง มื้อเย็นที่ป้าจิตเตรียมเอาไว้จึงถูกให้เอาไปแจกจ่ายคนอื่นๆในบ้านทานแทน ส่วนพวกเธอสามคนก็มานั่งล้อมวงปูเสื่อกินจิ้มจุ่มกันที่สวนหลังบ้าน กลิ่นหอมของจิ้มจุ่มฟุ้งไปทั้งบ้านแล้วในตอนนี้ แค่ได้กลิ่นก็ชวนน้ำลายไหลขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ “นึกยังไงเรา อยู่ๆก็สั่งจิ้มจุ่มมากิน” เป้ถามน้องสาว “หนูเห็นเพื่อนลงในสตอรี่ เขากินกันดูน่าอร่อยดีค่ะ” “ฉันนึกว่าแก่จะกลัวผมเหม็นซะอีก ปกติฉันชวนไปกินชาบูแกยังไม่ค่อยจะยอมไปเลยบอกกลัวหัวเหม็นตลอด” “ก็แกชอบมาชวนไปกินชาบูวันที่ฉันเพิ่งจะสระผมอะช่วยไม่ได้ เดี๋ยวฉันไปหยิบถ้วยน้ำจิ้มก่อนนะ แกใส่ผักรอฉันเลย” แป้งเอ่ยบอกเธอก่อนจะวิ่งเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้เธออยู่กับพี่เป้และหม้อดินจิ้มจุ่ม “ครั้งหน้า ถ้าเราอยากกินชาบูก็บอกพี่นะ พี่ไปกินเป็นเพื่อนเราได้” เขาเอ่ยอาสา “พี่เป้ชอบกินชาบูเหมือนกันเหรอคะ” หวายเอ่ยถามอย่างดีใจ รู้สึกราวกับว่าเจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์ “ชอบไม่ชอบสำหรับพี่ ขึ้นอยู่กับว่าไปกินกับใครครับ” “ถ้าได้ไปกินกับหวายจะเป็นอะไรพี่ก็ชอบทั้งนั้น” เขาพูดขึ้นมาแบบนี้ สายตากับจ้องมองเธออย่างเจ้าเล่ห์ทีเดี๋ยว เมื่อครู่เขาเพิ่งจะหยอดเธอใช่ไหม ไอ้เจ้ายิ้มกรุ้มกริ่มแบบนี้ทำเอาเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด “ร้อนเหรอแก ขยับห่างหม้ออีกหน่อยไหม หน้าแกแดงไปหมดแล้ว” แป้งเอ่ยถามเพื่อนสนิทตนอย่างเป็นห่วง เมื่อเธอเดินกลับมาจากห้องครัวแล้วพบว่าใบหน้าเพื่อนสาวของตนยามนี้แดงไปทั่วทั้งหน้าอย่างน่าเป็นห่วง “อืม สงสัยฉันคงจะนั่งใกล้ไป” เธอเอออ่อไปกับเพื่อนแก้เขินไปอย่างนั้น สองทุ่มกว่าๆวงจิ้มจุ่มจึงได้สหายตัว พอดีกับที่น้าปัทกลับมาพอดีเธอจึงขอตัวกลับคอนโด พี่เป้เองก็บอกว่าจะกลับพร้อมเธอ แต่ถูกน้าปัทรั้งตัวเองไว้เสียก่อน เห็นบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับพี่เป้ อยากให้พี่เป้ค้างที่บ้านคืนนี้ด้วย “งั้นเดี๋ยวผมไปส่งน้องก่อน แล้วกลับมานอนบ้านก็ได้ครับแม่” พี่เป้ยืนยันจะไปส่งฉันก่อน “เดี๋ยวให้พร้อมขับรถไปส่งหนูหวายก็ได้ ลูกจะขับรถไปมาทำไมกัน” น้าปัทเองก็ยืนกรานจะให้ลุงพร้อมคนขับรถของน้าปัทไปส่งเธอให้ได้ “พี่เป้ให้ลุงพร้อมไปเถอะ เดี๋ยวพอถึงคอนโดพี่ก็ขี้เกียจขับกลับมาแล้วแป้งรู้” เพื่อนของเธอเห็นด้วยกับน้าปัท ตัวหวายเองก็เช่นเดียวกัน “หวายกลับไปกับลุงพร้อมก็ได้ค่ะ ยังไงรถก็รออยู่แล้ว” หวายเอ่ยขึ้น พลางส่งยิ้มไปให้ทั้งสามคน เธอเห็นพี่เป้ดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เขาคงอยากไปส่งเธอด้วยตัวเอง “งั้นก็บายๆนะเพื่อน ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกด้วย” “หนูหวายแวะมาบ่อยๆนะลูก บ้านน้ายินดีต้อนรับหนูทุกเมื่อ” “ขอบคุณค่ะ ฝันดีนะคะน้าปัท พี่เป้ แป้ง” หวายบอกลาทุกคนอีกครั้งก่อนจะขึ้นรถที่จอดรอเอาไว้เพื่อกลับคอนโด หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกมาแล้วหันหลังกลับไปมองก็เห็นว่ายัยแป้งประคองน้าปัทเข้าบ้านไปแล้ว มีเพียงพี่เป้เท่านั้นที่ยังมองตามรถของเธออยู่ พี่เป้ในตอนนี้ช่างดูเหมือนเด็กโดนแย่งของเล่นอย่างไร อย่างนั้นช่างน่าเอ็นดูนักตอนพิเศษ 4พยานรัก"วันนี้กินไรกันดีอ่ะแก ฉันอยากกินอาหารญี่ปุ่นได้ไหม"เป็นยัยแป้งเพื่อนสนิทของเธอที่เอ่ยถามขึ้น พร้อมกับที่เจ้าตัวยื่นโทรศัพท์มือถือที่กำลังอยู่ในหน้าแอพสั่งอาหารที่มีชื่อร้านอาหารญี่ปุ่นปรากฏอยู่"แกจะกดสั่งอยู่แล้ว ไม่ต้องถามฉันก็ได้มั้ง" เธอเอ่ยกับเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งน้องสามีของเธอด้วย"ถามเป็นมารยาทไง เพื่อนเป็นคนมีมารยาท งั้นกดสั่งเลยนะ""ตามใจแกเลย" เธอตอบพลางยิ้มเวลาผ่านไปไม่นานอาหารก็มาส่ง ยัยแป้งรีบวิ่งไปรับด้วยความเร็วแสง ก่อนที่จะรีบจัดแจงเปิดกล่องอาหารญี่ปุ่นอย่างกระตือรือร้นสุด ๆ"รีบมากินเร็วแก"ยัยแป้งควักมือเรียกเธอให้รีบเข้าไปหา เมื่อหวายเดินมานั่งที่โซฟาแล้วยัยแป้งจึงดันกล่องข้าวมาให้เธอ"ข้าวหน้าแซลมอน ฉันสั่งมาให้ ตรงฉันยังมีไข่ม้วนกับซูชิด้วยนะ" แป้งโฆษณาก่อนจะหันมาเปิดกล่องอาหารให้เพื่อนสาวเสร็จสรรพหวายนั้นเมื่อได้เห็นหน้าตาของอาหารร่วมไปถึงกลิ่นของอาหารตรงหน้าที่เข้ามาปะทะเข้าที่จมูกก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาในทันที เธอยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองก่อนที่จะกุลีกุจอวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็วแป้งที่เห็นท่าทางของเพื่อนสนิทก็ร้อนใจรีบสาวเท้าตามไปดู
ตอนพิเศษ1'เราเลิกกันเถอะ พี่ไม่ได้รักหวายแล้ว'พี่เป้เอ่ยประโยคที่ทำให้ฉันนิ่งค้างไปในทันทีที่ได้ยิน ซ้ำยังไม่รอให้ฉันตอบกลับไปเขาก็หันหลังเดินจากไปทันที'เลิกกัน ไม่รักแล้ว' คำว่าเลิกกับคำว่าไม่รักคือคำพูดของผู้ชายที่เธอรักและกำลังจะแต่งงานด้วย เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินมันออกมาจากปากของเขาผู้ชายที่ดูว่ารักเธอมาก และไม่เคยมีอะไรทำให้เธอต้องรู้สึกสงสัยในความรักของเขาหวายค่อย ๆ ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดแรง พี่เป้ที่เอ่ยคำตัดสัมพันธ์เมื่อครู่ราวกับไม่ใช่คนที่เธอคุ้นเคย แววตาของเขาที่มองมาก็เช่นเดียวกัน มันเป็นแววตาที่ว่างเปล่าและไร้ความรู้สึก อะไรทำให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลงแบบนี้กันนะทำไมถึงหมดรักล่ะทำไม....ความคิดในหัวของเธอในเวลานี้วนเวียนคิดหาเหตุผลอยู่นานเป็นเพราะว่าเธอดูไม่สนใจงานแต่งของเราเหรอ ใช่แบบนั้นหรือเปล่า เธอต้องถามเข้าให้รู้เรื่อง เราต้องปรับความเข้าใจกันให้ได้ เธอจะไม่ยอมเสียเขาไปเด็ดขาด!!!คิดได้เช่นนั้นเจ้าของร่างบางก็รีบกุลีกุจอลุกขึ้น ก่อนจะวิ่งไปที่ประตูห้องของตนอย่างรวดเร็ว หมายจะรีบก้าวตามชายคนรักไปเพื่อรั้งเขาเอาไว้แต่ครั้นเมื่อ
“คุณปัณณธรค่ะ คุณเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและยังหล่อเหลามากแบบนี้ ไม่ทราบว่ามีแฟนหรือยังคะ” หลังจากที่อริสาถามออกไป ร่างสูงที่เธอสัมภาษณ์ก็เงียบไปครู่หนึ่ง จนเธอนึกว่าจะไม่ได้คำตอบแล้วถึงได้เอ่ยออกมา “มีแฟนแล้วครับ อีกทั้งคบกันมานานจวนจะเข้าปีที่หกแล้ว” “เอ่อ คำตอบของคุณปัณณธรคงทำให้สาวๆครึ่งประเทศร้องไห้แน่นๆเลยค่ะ ดิฉันเห็นคุณนิ่งไปนานนึกว่าจะไม่อยากตอบคำถามนี้ซะอีก” “ไม่ใช่ผมไม่อยากตอบครับ ความจริงผมแค่คิดว่าจะตอบออกไปยังไงดี” “ยังไงนะคะ” อริสาถามต่อย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก และรอให้เขาอธิบายเพิ่มต่อให้ “จะว่ายังไงดี คบกันมาจะหกปี ตอนนี้ผมรู้สึกไม่อยากเป็นแฟนกับเธอแล้วครับ” คำตอบของร่างสูงทำให้บรรยากาศภายในสตูดิโอเงียบไปหมด “เอ่อ ขอบคุณที่คุณปัณณธรมาให้สัมภาษณ์ในวันนี้นะคะ สัมภาษณ์ เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ” อริสารีบจบสัมภาษณ์ทันที เมื่อเธอรู้สึกว่ากำลัง ถามถึงสิ่งที่ไม่ควรถามออกไปซะแล้ว “ในเมื่อคุณสัมภาษณ์ผมเสร็จแล้ว อย่างนั้นจะเป็นอะไรไหมครับถ้า ผมอยากจะขอเป็นฝ่ายขอสั
บทที่ 25/1บทส่งท้าย ห้าปีผ่านไป หลังจากเรียนจบหวายก็เริ่มทำงานที่บริษัทนิตยสารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่มีนิตยสารชื่อดังหลายประเภททั้งด้านแฟชั่น ธุรกิจ ข่าวสาร การท่องเที่ยว และอื่นๆอีกมากมาย เธอเข้ามาในฐานนะช่างภาพฝึกหัด จนกระทั่งได้เป็นช่างภาพประจำของบริษัทได้สำเร็จ ส่วนใหญ่ภาพถ่ายที่เธอถ่ายก็จะเป็นประเภทด้านแฟชั่น นางแบบ เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ วันนี้งานที่เธอถูกไหว้วานให้มารับหน้าที่ถ่ายภาพแทนไม่ใช่ด้านที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่นเลย แต่เกี่ยวกับธุรกิจ เห็นว่าเป็นนักธุรกิจที่จะมาในวันนี้กว่าจะตอบรับให้สัมภาษณ์ได้ก็ไม่ใช่ง่ายๆเลย ทางบริษัทติดต่อไปหลายครั้งกว่าเจ้าตัวจะย่อมใจอ่อนมาให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ เดิมที่พี่คนที่รับหน้าที่ถ่ายรูปให้กับประเภทธุรกิจโดยตรงวันนี้ดันไม่สบายกะทันหัน เธอจึงถูกไหว้วานให้มาทำหน้าที่แทนเพราะดูเหมือนเธอจะว่างพอดีที่จะมาแทนได้ ส่วนช่างภาพคนอื่นๆไม่ออกไปทำงานนอกสถานที่ก็ล้วนแล้วแต่ มีงานรอถ่ายอยู่ก่อนแล้วทั้งนั้น “ขอบคุณหวายมากนะที่มาช่วย ไม่ได้เราพี่คงแย่แน่ๆเลย” พี่อริสา นักข่าว
“พี่ไม่ปล่อย” เขาเอ่ยขึ้นเสียงแข็ง อีกทั้งยังรู้สึกเป็นห่วงเธอมาก และรู้ว่าเธอพยายามจะให้เขาปล่อยเพื่อจะหลบเขาและเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอแน่ถ้ายังไม่ว่ายใจ เพราะฉะนั้นเข้าจึงจัดการอุ้มร่างบางขึ้น และพาเธอเดินเข้าไปในห้องนอน ถึงร่างบางในอ้อมแขนของเขาจะขัดขืนทว่าเขาก็ไม่ยอมปล่อยเธอลงไปเมื่อเดินเข้ามาในห้องแล้วเข้าจึงยอมปล่อยเธอลงในที่สุด“หวายไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะ พี่เป้ช่วยออกไปก่อนได้ไหมคะ” ครั้งนี้เธอย้ำกับเขาอย่างใจเย็น“ทำไมล่ะ”“หวายอยากอาบน้ำแล้วไงคะ อยู่แบบนี้มันก็เปียกไปหมดจริงไหม”“นั่นสิ งั้นพี่เองก็ต้องรีบอาบน้ำด้วยเหมือนกัน ดีจะได้อาบพร้อมกันไปเลย” พูดจบเขาก็อุ้มร่างบางไปในห้องน้ำทันที“เราน่ะชุดว่ายน้ำชิ้นบนหลุดทำไมไม่บอกพี่” เขาเอ่ยถามเธอเมื่อวาง เธอลงที่อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่และทำการเปิดน้ำใส่ในอ่างให้อย่างเสร็จ สรรพ“พี่เป้รู้ได้ยังไงคะ” คนตัวเล็กกว่าถามขึ้น เธอในตอนนี้นั่งกอดตัวเอง เอาไว้แน่นในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่นี้“ก็เพิ่งรู้แน่ชัดเมื่อกี้แหละ ทำไมอายพี่เหรอ” เขาเย้าต่อ เมื่อครู่ตอน อุ้มเธอเข้ามาเมื่อมองสำรวจทั้งตัวของเธอดีๆจึงได้เห็นว่าสายผูกชุดว่ายน้ำที่ เขาเห็นซึ่งจะมีผูกอยู
บทที่ 24/1ห้วงเวลาแห่ง (รัก)เวลาล่วงเลยมาถึงสามทุ่มกว่าๆนั่นแหละ หวายกับเป้ถึงได้กลับมาทิ้งตัวนั่งลงที่ห้องนั่งเล่นภายในวิลล่าของตน พร้อมกับข้าวของไม่น้อยที่พวกเขาหอบหิ้วมาจากถนนคนเดิน“ตอนเดินไม่เห็นเป็นไรเลย ทำไมตอนนี้ทำเป็นหมดแรงไปซะแล้ว” เป้เอ่ยแซวแฟนสาวของเขา“พลังแฝงไงคะรู้จักไหม” เธอตอบเชิงขบขัน“เหมือนรู้จักดีเลยด้วยซ้ำ คุณแม่พี่กับยัยแป้งก็มีพลังแบบนี้เหมือนกันนี่”“ไม่เท่านั้นหรอกค่ะ ความจริงแล้วพวกผู้หญิงแบบเรามีพลังอย่างนี้กันทุกคน” หวายเอ่ยพลางหัวเราะขึ้นมา“พี่นี่สงสารผู้ชายทั้งโลกขึ้นมาทันทีเลยครับ” เขาเองก็ทำท่าทางตื่นกลัวรับมุขเธอตอบกลับไป“ก่อนจะสงสารพวกเขา พี่ควรสงสารตัวเองนะคะ เพราะพี่น่ะต้องเจอกับตัวถึงสามคนด้วยกัน ทั้งคุณแม่พี่ ทั้งยัยแป้ง แล้วก็หวายอีก”“ทำไมพี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนข่มขู่อยู่เลยนะ” เป้ทำทีแกล้งเอา มือแทบไว้ที่อบราวกับเสียขวัญ“ก็กำลังข่มขู่อยู่จริงๆไงคะ เป็นไงเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหม”“กลัวครับ กลัวจังเลย” เป้ทำทีเป็นร้องโวยวายออกมาอย่างตื่นกลัว ก่อนจะคว้าร่างบางมากอดเอาไว้ อีกทั้งยังโวยวายไม่หยุด ทั้งคู่หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน เป้แก
บทที่ 11/1ห้ามใจไม่ได้"พี่เป้ ช่วยแวะปิดประตูห้องให้แป้งทีนะคะ หวายมันนอนอยู่ค่ะ" น้องสาวของเขาเอ่ยขึ้นตอนที่พวกเขา เดินสวนกันที่บันได แป้งคงกำลังเดินไปหาคุณแม่ที่ห้องรับแขกเมื่อครู่ตอนเขาเข้าบ้านมาทันได้เห็นพอดีว่าเพื่อนคุณแม่คนหนึ่งแวะมาหา น้องสาวตัวดีของเขาก็คงถูกเรียกไปด้วยเหตุ
บทที่ 10ไม่อาจปล่อยเธอไปเมื่อคืนหลังจากที่ดูหนังเสร็จ พี่เป้กับเธอก็ไปส่งแป้งกลับบ้าน พอดีกับที่เจอคุณน้าปัทแม่ของยัยแป้งกับพี่เป้ที่กำลังรออยู่พอดี หวายนั้นย่อมไม่อาจไม่สวัสดีทักทายผู้ใหญ่ น้าปัทเมื่อเห็นเธอก็ยิ้มแย้มต้อนรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังชวนให้เธอค้างคืนที่บ้านอีกด้วย ตั้งแต
บทที่ 9ความรู้สึก ยังไงกันแน่ ฉันจำต้องขึ้นรถมากับเขาเพราะถูกกดดันจากสายตาคนรอบข้างที่จ้องมองมา เธอนั่งเงียบมาตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงคอนโดในที่สุด พี่เป้เองก็ไม่ได้เอ่ยถามหรือชวนคุยอะไร พอถึงแล้วก็เปิดกระโปรงรถช่วยเธอเอาของลง “หวายขึ้นไปหาอะไรมาใส่ของก่อนนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นเม
“กลับกันเถอะ พี่ก็อยากกลับแล้วเหมือนกัน” หวายเอ่ยขึ้น เธอลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินออกไปพร้อมๆกับพี่โค้กและเอ็ม “เดี๋ยวก่อนค่ะ หวานบอกพี่หวายแล้วว่ามีเรื่องจะถาม” หวานเอ่ยเรียกเธอเอาไว้ แถมยังขยับมายืนอยู่ด้านหน้าเพื่อขว้างทางเธอเอาไว้อีกด้วย “อยากถามอะไรพี่ก็ถามมาค่






![บอสขาอย่าหื่น [ซีรี่ส์ภาคต่อ บอสขาอย่าอ่อย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
