LOGINเสียงบีทเพลงอีดีเอ็มหนักหน่วงที่ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วทั้งผับหรูใจกลางเมืองหลวง ผสมผสานกับแสงไฟเลเซอร์สีฉูดฉาดที่สาดส่องวูบวาบไปมา สร้างบรรยากาศความสนุกสนานและเร้าใจให้กับเหล่านักท่องราตรีที่กำลังวาดลวดลายออกสเต็ปเต้นกันอย่างสุดเหวี่ยง ทว่า... บรรยากาศสุดเหวี่ยงเหล่านั้น กลับไม่สามารถแทรกซึมผ่านกำแพงความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมารอบตัวของมาเฟียหนุ่มในโซนวีไอพีชั้นสองได้เลยแม้แต่น้อย คืนนี้ 'อคิน' ยอมปรากฏตัวออกมาดื่มสังสรรค์นอกบ้านเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสองเดือน หลังจากที่เขาเอาแต่หมกตัวทำงานอย่างบ้าคลั่งราวกับเครื่องจักรที่ไร้หัวใจ สาเหตุที่เขายอมก้าวเท้าออกมาเยียบผับหรูแห่งนี้ ไม่ใช่เพราะเขาต้องการจะมาหาเศษหาเลยกับหญิงสาวค่อนคืนเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นเพราะเขาทนเสียงรบเร้าและคำขู่แกมบังคับของกลุ่มเพื่อนสนิทอย่าง อาร์เดล, วิน และ โซล ไม่ไหวเพื่อนทั้งสามคนเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของเขามานานเกินไปแล้ว จากเสือร้ายที่เคยปราดเปรียวและเกรี้ยวกราด กลับกลายเป็นคนที่เงียบขรึม เอาแต่นั่งเหม่อลอย และซูบผอมลงไปถนัดตาในช่วงที่ผ่านมา พวกเขาจึงรวมหัวกันลากคอประมุขหนุ่มออกมาดื่มเพื่อคลายเครียด และอ
คฤหาสน์ตระกูลอัครเดชในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่างเงียบสงบและราบรื่นอย่างน่าประหลาดใจ แตกต่างจากพายุอารมณ์อันบ้าคลั่งในช่วงแรกที่เชอเบลล์หนีหายไปอย่างสิ้นเชิง'อคิน' มาเฟียหนุ่มจอมเผด็จการที่เคยเกรี้ยวกราดบัดนี้กลับกลายเป็นคนที่เงียบขรึมและมุ่งมั่นตั้งใจทำงานอย่างหนัก อาการ 'แพ้ท้องแทนเมีย' ที่เคยเล่นงานเขาจนหมดสภาพเริ่มบรรเทาลงบ้างแล้ว ร่างกายกำยำกลับมาแข็งแกร่งดั่งหินผาอีกครั้ง เขาใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการสะสางงานธุรกิจที่ท่าเรือน้ำลึกและการบริหารงานในบริษัทอย่างเคร่งเครียด ราวกับต้องการใช้การทำงานหนักเพื่อกลบเกลื่อนความคิดถึงและความกระวนกระวายใจที่ซ่อนอยู่ลึกๆความเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือของลูกชายคนโต ทำให้อัครเดชผู้เป็นพ่อถึงกับต้องจับตามองด้วยความแปลกใจและสงสัยเช้าวันหนึ่ง.. ในขณะที่อคินกำลังแต่งตัวด้วยชุดสูทสีเข้มเต็มยศ เตรียมตัวจะเดินออกจากโถงรับแขกเพื่อมุ่งหน้าไปตรวจเช็กตู้คอนเทนเนอร์สินค้าล็อตใหญ่ที่ท่าเรือน้ำลึก อัครเดชที่กำลังนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟา ก็ลดหน้ากระดาษลงแล้วเอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงการหยั่งเชิง"อคิน... ช่วงนี้ทำไ
ควันบุหรี่สีเทาหม่นถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป ลอยวนเป็นสายบางๆ คละคลุ้งไปทั่วทั้งห้องนอนกว้างจนบรรยากาศดูอึมครึมและหม่นหมอง แสงจันทร์ยามค่ำคืนที่สาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ไม่สามารถขับไล่ความมืดมิดและเงาแห่งความโดดเดี่ยวที่เกาะกินหัวใจของมาเฟียหนุ่มได้เลยอคินนั่งพิงพนักเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ริมหน้าต่าง ปล่อยให้ความเงียบสงัดของยามวิกาลโอบกอดร่างกายที่เริ่มซูบผอมลงเล็กน้อยจากอาการ 'แพ้ท้องแทนเมีย' นิ้วเรียวแกร่งคีบมวนบุหรี่ราคาแพงที่ถูกจุดทิ้งไว้จนเกือบจะหมดมวน นัยน์ตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวและดุดันดุจสัตว์ป่า บัดนี้กลับทอประกายความเหม่อลอย อ้างว้าง และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ฝังรากลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ นับตั้งแต่เชอเบลล์หนีจากเขาไปเวลาแต่ละวันของอคินก็ผ่านไปอย่างเชื่องช้าและแสนทรมาน อาการแพ้ท้องที่โจมตีเขาอย่างหนักหน่วงในช่วงแรกเริ่มทุเลาลงบ้างแล้ว ร่างกายกำยำเริ่มปรับตัวรับมือกับความวิงเวียนและอาการคลื่นไส้ได้ดีขึ้น แต่สิ่งที่เขาไม่สามารถรับมือหรือสลัดมันทิ้งไปได้เลย ก็คือ ความคิดถึงและความรู้สึกผิดที่คอยตามหลอกหลอนเขาทุกลมหายใจเข้าออกหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทุกคนในคฤหาสน์และลูก
เวลาสองสัปดาห์ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วภายใต้ท้องฟ้าสีเทาหม่นของกรุงลอนดอน สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องราวกับเป็นเรื่องปกติของสภาพอากาศที่นี่ ทว่าสำหรับ 'เชอเบลล์' แล้ว ความมืดมนของสภาพอากาศกลับไม่สามารถบดบังแสงสว่างแห่งความหวังและอิสรภาพในใจเธอได้เลยหญิงสาวเริ่มปรับตัวและคุ้นชินกับการใช้ชีวิตเพียงลำพังในทาวน์เฮาส์หลังใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีแม่บ้านชาวไทยและคนขับรถอย่างกวินคอยดูแลอำนวยความสะดวก แต่ส่วนใหญ่เธอก็มักจะใช้เวลาหมกตัวอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวเพื่อนั่งตรวจแฟ้มเอกสารและบริหารงานของบริษัทรับเหมาก่อสร้างผ่านระบบออนไลน์ตามที่อัครเดชจัดเตรียมไว้ให้การทำงานอย่างหนักหน่วงในฐานะ 'ผู้บริหารสาว' ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับช่วยดึงความสนใจและทำให้เธอไม่มีเวลาว่างไปนั่งคิดฟุ้งซ่านถึงเรื่องราวเลวร้ายในอดีต ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายของเธอกลับแข็งแรงสมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ เธอไม่มีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ หรือวิงเวียนศีรษะเหมือนที่หญิงตั้งครรภ์คนอื่นๆ มักจะเป็นกัน เธอสามารถทานอาหารได้ทุกอย่าง นอนหลับสนิททุกคืน และน้ำหนักตัวก็เริ่มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามเกณฑ์ที่แ
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า... อันเกรี้ยวกราดของมาเฟียหนุ่มที่เคยแผดเผาทุกสิ่งรอบกาย บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความพ่ายแพ้ต่อสภาวะทางร่างกายอย่างราบคาบ อาการวิงเวียนศีรษะและคลื่นไส้อย่างรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงวันเดียว แต่มันกลับโจมตีร่างสูงใหญ่ของอคินอย่างต่อเนื่องมาหลายวันติด ทุกๆ เช้าที่ลืมตาตื่น โลกทั้งใบของเขาจะหมุนคว้าง กลิ่นน้ำหอมราคาแพง กลิ่นสบู่ หรือแม้แต่กลิ่นอาหารเช้าที่เคยโปรดปราน ล้วนกลายเป็นกลิ่นเหม็นเน่าชวนสะอิดสะเอียนที่ทำให้เขาต้องวิ่งหน้าตั้งไปกอดโถสุขภัณฑ์ โก่งคออาเจียนจนหมดไส้หมดพุงแทบทุกเช้าเย็น สภาพมาเฟียใจร้าย บัดนี้อิดโรยและซูบผอมลงไปถนัดตา อคินไม่สามารถก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์ไปตรวจงานที่ท่าเรือน้ำลึกได้เลยแม้แต่วันเดียว ภาระงานทุกอย่างถูกโยนไปให้ พายุ มือขวาคนสนิทรับหน้าแทนทั้งหมด ส่วนตัวเขาก็ทำได้เพียงหมกตัวอยู่แต่ในห้องนอน สลับกับการคลานไปเข้าห้องน้ำอย่างหมดสภาพ ในความโชคร้ายและความทรมานนั้น กลับมีเรื่องน่าแปลกประหลาดเกิดขึ้น ทุกครั้งที่อคินรู้สึกพะอืดพะอมจนหน้ามืด หรือมีอาการอยากจะอ้วกจนทนไม่ไหว บานประตูห้องนอนของเขาจะถูกเคาะเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัว
ประไพลุกจากโต๊ะอาหาร รีบเดินตรงเข้าไปในห้องครัวใหญ่ทันที หญิงวัยกลางคนเปิดตู้เย็นกวาดสายตาหาผลไม้รสเปรี้ยวจี๊ด แต่กลับพบว่าในตู้มีเพียงผลไม้รสหวานที่อคินโปรดปรานเท่านั้น เธอจึงรีบกวักมือเรียกแม่บ้านให้รีบวิ่งออกไปตลาดหน้าหมู่บ้าน เพื่อซื้อ 'มะม่วงเปรี้ยวจี๊ด' และเครื่องจิ้มมาให้ด่วนที่สุด รอไม่นาน แม่บ้านก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาพร้อมกับถุงมะม่วงน้ำดอกไม้ดิบรสเปรี้ยวเข็ดฟัน ประไพจัดการปอกเปลือก ฝานเป็นชิ้นพอดีคำ จัดเรียงใส่จานอย่างสวยงาม พร้อมกับถ้วยใส่ 'พริกเกลือ รสชาติเผ็ดเค็มหวานกำลังดี เมื่อเตรียมเสร็จ ประไพก็ยกถาดของว่างรสเปรี้ยวจี๊ด เดินตรงขึ้นไปยังห้องนอนของอคินบนชั้นสองทันที ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ภายในห้อง อคินที่เพิ่งคลานกลับมาจากห้องน้ำ ทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงกว้างอย่างหมดเรี่ยวแรง ร่างกายกำยำอ่อนปวกเปียกราวกับถูกสูบวิญญาณ ชายหนุ่มปรือตาขึ้นด้วยความรำคาญ ก่อนจะฝืนพยุงสังขารเดินลากเท้าไปเปิดประตูด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงสุดขีด ทันทีที่ประตูเปิดออก อคินก็ต้องชะงักและขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่แม่บ้าน แต่กลับเป็น 'ป







