Partager

บทที่17

last update Date de publication: 2024-12-30 13:39:03

ใกล้เวลาที่ยัยลลิลจะมารับไปเซอร์ไพรส์​ยัยมินที่คอนโด​และจะซื้อของไปทำชาบูกินกันที่นั่นด้วย ฉันจึงใส่แค่เสื้อยืดสีขาวเอวลอยเบาเบากับกางเกง​ยีนส์​ขาสั้นสบายสบาย และสะพายกระเป๋าใบเล็กที่ใส่ได้แค่กระเป๋าสตางค์ใบสั้นกับมือถือและลิปกลอสหนึ่งแท่ง แล้วเดินไปใส่รองเท้าหัวโตสีขาวที่ซื้อมาจากตลาดนัดคู่ละแปดสิบบาทแต่นิ่มสุดสุด สงสัยต้องให้เขาพาไปซื้อสีชมพูอีกคู่เอาไว้ใส่สลับกันน่าจะดี

"จะไปแล้วหรอ"

"อืม ลลิลใกล้ถึงแล้ว"

"จะกลับกี่โมง เดี๋ยวไปรอรับ"

"มืดมืด"

"สี่ทุ่ม เดี๋ยวไปรับ"

"ไปกินข้าวต้มโต้รุ้ง"

"ค่อยกินพรุ่งนี้สิ"

"วันนี้ฉันไปกินชาบูแล้ว"

"อยากกินวันนี้"

"งอแงเอาอะไร"

"ถ้าเอาเธอได้ป่ะละ"

"ไปคุยกับลู่วิ่งโน่น"

ฉันกับลลิลแวะซุปเปอร์​มาร์เก็ต​เพื่อเลือกซื้อของไปทำชาบูอย่างเนื้อ ผัก น้ำจิ้ม แล้วก็น้ำซุป และขนมขบเคี้ยวอีกสามสี่ห่อน้ำอัดลมอีกสองขวดใหญ่ ก่อนจะพากันไปจ่ายเงินและขับตรงไปที่ห้องมินทันที เพราะเช็คแล้วว่ายัยมินไม่ได้เข้าร้าน นางก็ต้องอยู่ที่ห้องนี่แหละ เพราะถ้าไม่อยู่จากที่ฉันสองคนจะไปเซอร์ไพรส์​คงโดนเซอร์ไพร์ส​กลับ แล้วก็ต้องเปลี่ยนที่กินเป็นห้องยัยลลิลแน่

"เซอร์ไพรส์... "

"ย... ยัยหนูมาย ลลิล"

"กินข้าวอยู่หรอ ฉันสองคนซื้อชุดสุกี้มาทำกินกับแก สนุกๆ"

แต่สายตาซุกซนของฉันกับมองไปเห็นว่ามีผู้ชายนั่งอยู่ในห้องยัยมิน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเจ้ากรรมนายเวรของนางอย่างติวเตอร์​นั่นแหละ แต่ฉันจะไม่แปลกใจเลยถ้าสองคนนี้ไม่ทำตัวดูมีพิรุธ ซึ่งฉันก็แค่ถามแหย่แหย่ไปพอกรุบกริบเพราะกลัวเตอร์จะเอาคืนฉันดูไม่ค่อยน่าไว้ใจยังไงไม่รู้ เลยเดินไปนั่งที่พื้นรอเตรียมรอกินแทน แต่ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีดีเสียงกริ่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเตอร์ที่รีบลุกไปเปิดประตูราวกับเป็นเจ้าบ้าน ทำฉันถึงกับกลอกตามองบนทันทีที่เห็นกายกับนายรูมเมทของฉัน นายนั่นก็ยกยิ้มมองฉันอย่างเจ้าเล่ห์กลับมาเหมือนกัน

ห้องแชท 'TTKN'

Tutor.T : มึงสองคนรีบมาห้องมิน

K.NAI : กูไปได้?

KKAI : กูว่าง?

Tutor. T: 10 นาทีถึง ไอเทมในเกมส์

ทันทีที่ผมได้ข้อความไอ้เตอร์จากที่กำลังนอนเล่นเกมส์เบื่อๆ อยู่ก็หายเบื่อเป็นปลิดทิ้ง รีบเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถผิวปากอย่างอารมณ์ดีเดินออกไปทันที โดยไม่ลืมที่จะแวะร้านสะดวกซื้อข้างๆ คอนโดเพื่อซื้อเครื่องดื่มติดไม้ติดมือไปด้วย เป็นไอ้กายที่ถึงก่อนผมและรออยู่ข้างล่างเพื่อขึ้นไปพร้อมกันเพราะไอ้เตอร์แจ้งนิติคอนโดไว้ ทำให้ผู้ชายอย่างผมสองคนเดินขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย พอไอ้เตอร์มาเปิดประตูให้สายตาผมก็มองหายัยอ้วนอย่างเนียนเนียนก่อนเลย เห็นเธอที่นั่งหันหลังอยู่หันมามองพวกผมแล้วเบะปากมองบน ทำผมอยากจะเข้าไปกัดปากสักที

พวกเรากินกันจนอิ่ม ก็เปลี่ยนมาเป็นนั่งดื่มและจับคู่เล่นเกมส์ ซึ่งผมก็ได้ยัยลูกหมูเป็นคู่เวรคู่กรรมกันที่แท้ทรู พากันแพ้แล้วแพ้อีกโดนทำโทษเป็นเหล้าชอตเป็นสิบชอตแล้วเบียร์หมดแก้วจนกล้ามแขนผมแทบขึ้นเพราะยกแก้วเบียร์​ไม่หยุด ส่วนยัยลูกหมูก็โวยวายผมไม่หยุดหาว่าผมพาเธอแพ้แถมยังใช้มือเล็กๆ มาดึงหูผมแบบที่เธอชอบทำตอนอยู่ห้องเวลาที่ผมเถียง แต่นี่ดึงทุกครั้งที่เล่นเกมส์แพ้จนตอนนี้หูของผมแดงเท่าหน้าเมาเมาของเธอแล้ว ซึ่งผมก็ใช้จังหวะเมาเมาของเธอนี่แหละ ว่าเธอกลับไปอย่างไม่ยอมเหมือนกัน

"นี่ ไอ้พิทบูล"

"เธอว่าฉันเป็นหมาหรอ ยัยลูกหมู"

"โอ้ย..."

จนตอนนี้เธอที่เมามากพยายามปีนขึ้นมาทำร้ายร่างกายผมบนแกร่งตักยื่นมือมาบีบปากผมให้หยุดพูดบ้าง บีบคอผมบ้าง จนมือของผมกับมือของเธอพันกันยุ่งเหยิงไปหมดเพราะผมก็จะป้องกันตัวส่วนเธอก็จะทำร้ายผม แล้วก็ต้องแอบกอดประคองไว้แบบแนบเนียนด้วย ดีที่สองสาวไม่ได้สงสัยอะไรเพราะคิดว่ายัยลูกหมูเมาและเราตีกันเป็นปกติ ส่วนไอ้เตอร์กับไอ้กายก็พากันยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ส่งมาให้ผมราวกับจะบอกว่าพวกมันจับตามองผมอยู่

"นี่สินะ ที่ทำให้มึงโทรตามกูสองคนไปดื่มเมื่อสองเดือนก่อน"

"กูเห็นแหวนที่คอมึงนะไอ้นาย"

"... เออ" 

"หึ ถึงว่าถอดเล็บ" 

"สามเดือน กูก็กลับมาเฉิดฉายกับมึงเหมือนเดิม"

"หึ กูจะรอดู" 

ไอ้สองคนนี่มันหูตาไวยิ่งกว่าเสือชีตาร์ ผมอุตส่าหาสร้อยคอมาใส่แหวนไว้เพราะกลัวจะหาย แต่ก็หลบสายตาพวกมันไม่ได้เลย ซึ่งพวกมันคงจะหาจังหวะหาหลักฐาน​ไว้มัดตัวผม และวันนี้มันคงเห็นอะไรหลายๆ อย่างระหว่างผมกับเธอ เลยออกปากจี้ถามผมตอนพวกเธอหลับ ซึ่งผมก็ปล่อยให้เธอนอนกับลลิลไม่พากลับ เพราะลลิลจะได้มีคนนอนเป็นเพื่อนและไม่สงสัยถ้าเธอหายไป ส่วนมินนี่ไม่น่าห่วงเพราะไอ้เตอร์เนียนพากลับไปนอนห้องมันเรียบร้อย ทิ้งผมกับไอ้กายนอนเป็นยามเฝ้าห้องของมินแทน

#สามเดือนจริงมั้ย จะมีทดเวลาบาดเจ็บรึป่าว 😎

#อ่านเพลินๆ เน้นฟิลกู้ดกันเหมือนเดิมจ้า

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่42

    ฉันค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่ได้ไปเดินเล่นในสวนดอกไม้สีขาวสวยมากและกว้างมากด้วยมีหิ่งห้อยบินเต็มไปหมดจนรู้สึกอยากจะอยู่ที่นี่ไม่อยากไปไหน จนได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคยเรียกชื่อฉันอยู่ไกลๆ พร้อมกับเสียงร้องโยเยจากเด็กน้อยเหมือนร้องเรียกหา ฉันเลยค่อยๆ เดินไปตามเสียงทีละนิดทีละนิดฉันนอนมองใบหน้าที่ดูอิดโรยคิ้วเข้มขมวดเป็นปมแน่นมีมือหนาของเขาจับมือบางของฉันไปแนบแก้มสากไว้ราวกับกลัวหายจนผ่านไปนานหลายนาทีก็ไม่มีวี่แววตื่นขึ้นมา ฉันเลยใช้นิ้วเรียวเล็กที่อยู่ตรงแก้มนั้นลูบสัมผัสปลุกเขาเบาเบาแต่กลับไม่ได้ผล เลยต้องเปลี่ยนเป็นหยิกลงไปแทนทำเขาสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นมามองหน้าฉันด้วยแววตาเป็นประกายฟอด ฟอด ฟอด"ตื่นแล้วหรอ อ้วน""นายกับลูกลูกรอตั้งนาน""เจ็บมั้ย""เจ็บ""ขอโทษคับ จุ๊บ" "ลูกละ" "เดี๋ยวพยาบาลพามา""รอแป๊บนะนายไปตามหมอก่อน"เขาโผเข้ากอดและหอมฉันอยู่นานราวกับว่าคิดถึงฉันมาก ฉันก็รู้สึกคิดถึงเขามากเหมือนกันเลยปล่อยให้เขากอดอยู่อย่างนั้นทั้งๆ ที่ก็แอบเจ็บแผลอยู่หน่อยๆ จนกระทั่งคุณหมอมาตรวจอาการฉันอย่างละเอียดและบอกให้ฉันกับลูกลูกนอนพักที่นี่อีกสี่ห้าวันให้แข็งแรงขึ้นอีกหน่อยแล้วค่อยก

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่41

    "สวัสดีคับลูกหมู""ได้ยินเสียงปะป๊ามั้ย""หึ" "อยากออกมาเตะบอลกับป๊าใช่มั้ย""ปะป๊าอย่าพึ่งชวนลูกเตะบอลได้มั้ย""ลูกพากันเตะท้องมามี๊จนจุกไปหมดแล้วเนี่ย""จุ๊บ ขอโทษ​คับ"ตอนนี้เจ้าลูกชายของผมสองคนที่นอนอยู่ในพุงกลมกลมของเธออายุเกือบหกเดือนแล้ว ท่าทางจะแสบซนกันใช่ย่อย เพราะกว่าที่ผมจะสามารถเข้าใกล้เธอได้ก็ต้องรอเข้าเดือนที่สี่อาการเหม็นผมของเธอถึงจะเบาลงไป ผมถึงสามารถเข้ามาอยู่ในห้องเดียวกันนอนบนเตียงเดียวกันกับเธอได้ แถมยังพากันดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาทำเอามามี๊ตัวกลมเจ็บและจุกอยู่บ่อยๆ จนบางทีผมก็ต้องแกล้งเอ็ดดุไปนิดหน่อยถึงพากันหยุดนอนนิ่งราวกับเป็นเด็กดีเชื่อฟังปะป๊าไม่กล้าดื้อไม่กล้าซน แต่บางทีด้วยความใจร้อนของผมก็อยากให้ลูกหมูออกมาวิ่งเล่นเตะฟุตบอลกับผมซะวันนี้พรุ่งนี้ไปเลย ชานมลูกสาวคนโตก็จะได้ไม่เหงามีเพื่อนเล่นเพิ่มด้วย"นาย ตั้งชื่อลูกกันมั้ย""อืมมม มายมีที่ชอบยัง""มายเลือกไม่ถูกชอบหลายชื่อมาก""หึ มีชื่ออะไรมั่ง""มี เลนส์ ฟิล์ม กล้อง แกรม โฟกัส""เพราะมายชอบถ่ายรูป มีนายเป็นตากล้องให้""งั้น...ชื่อนี้ดีมั้ย เลนส์กับฟิล์ม""นายมองมายผ่านเลนส์​ ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นภาพฟิล์ม"

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่40

    และแล้ววันที่ฉันรอคอยก็มาถึง วันแต่งงานของฉันกับเขา ฉันเฝ้าคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อที่จะได้เป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดยืนเคียงข้างเขาได้อย่างมั่นใจที่สุดในวันนี้ เราใช้เวลาถ่ายรูปกับเพื่อนๆ และแขกที่มาร่วมงานนานเกือบสองชั่วโมง ดีที่เจ้าบ่าวของฉันคอยยืนกอดคอฉันบ้าง นวดให้บ้าง โอบเอวประคองฉันไว้บ้างทำให้ฉันไม่เมื่อยเท่าไหร่ แถมยังมีเพื่อนน่ารักๆ อย่างสองสาวมินนี่และลลิล ที่คอยมาซับเหงื่อช่วยดูแลหน้าผมและป้อนน้ำให้ฉันอยู่ตลอด ฉันมีหน้าที่แค่ยืนแจกรอยยิ้มหวานหวานเท่านั้นหลังจากพิธีการเสร็จ เราสองคนก็ต้องรีบขึ้นมาเปลี่ยนเป็นชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้บนห้องที่เปิดไว้ให้ทันภายในยี่สิบนาที เพราะต้องลงไปสนุกกับเพื่อนๆ ต่อที่งาน อยากขอบคุณ​ตัวฉันเองและเขาด้วยที่เลือกชุดที่ใส่ง่ายใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีฉันก็อยู่ในชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว มีเวลาได้นั่งพักหายใจอีกสักหน่อย แต่แล้วดูเหมือนว่าฉันจะคิดผิด"นาย รูดซิปให้มายหน่อยสิ""เดี๋ยวค่อยรูด""อ๊ะ อย่าแกล้งนะ""ไม่แกล้ง เอาจริง""กระโปรงสั้นสั้นมันดีแบบนี้นี่เอง""นายใส่เลยนะ เวลาน้อย""อ๊ะ อื้อ""ซี้ด" "เดี๋ยวได้ทาลิปใหม่หรอก"เพี๊ยะจากที่ผมตั้งใจจะอ

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่39

    และเราสองคนก็ได้ฤกษ์วันแต่งงานหลังจากฝึกงานเสร็จหนึ่งเดือนทำให้เธอถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับทั้งตื่นเต้นและเป็นกังวลกลัวจะเตรียมงานไม่ทัน ซึ่งผมก็ทำได้แค่ปลอบใจและหาออแกไนซ์มืออาชีพมาช่วยให้เธอเบาใจขึ้นให้เธอมีหน้าที่บอกธีมงานในฝันของเธอกับทีมงานแค่นั้น โดยไม่ได้กำหนดธีมสีว่าจะต้องเป็นสีไหน เพื่อเพื่อนๆ และแขกที่มาร่วมงานจะได้ใส่ชุดและสีที่ตัวเองมั่นใจที่สุดจะได้มีความสุขและสนุกไปกับงานของเราทั้งคู่ แล้ววันนี้เราสองคนมีนัดลองชุดแต่งงานซึ่งก็เป็นร้านเดียวกันกับชุดวันหมั้นนั่นแหละเพราะเธอชอบการตัดเย็บและดีเทลของแบรนด์นี้เลยไม่เปลี่ยนใจไปมองร้านอื่น"นายว่ามายใส่แบบไหนดี""ไม่เอาเกาะอก""เอาสิ มายว่ามายใส่เกาะอกสวย""ไม่สวย""...""แต่มายอยากลอง""...""พี่ขา หนูมายขอลองสองชุดนี้ก่อนค่ะ"ผมได้แต่นั่งไขว่ห้างกอดอกตกอยู่ในพะวังความคิดเฝ้าถามตัวเองด้วยความสงสัยว่าเมื่อครู่นี้เธอจะหันมาถามความเห็นของผมทำไมเพราะสุดท้ายแล้วเธอก็เลือกลองชุดแบบที่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แถมเป็นแบบเกาะอกไม่มีแขนทั้งสองชุดต่างกันแค่กระโปรงทรงสุ่มกับทรงเมอร์เมดก็เท่านั้น ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีพนักงานในร้านก็เดินมาค่อยๆ เ

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่38

    เราสองคนยืนกอดกันอยู่พักหนึ่ง ผมก็พาเธอเดินเข้าไปดูห้องน้ำที่มีอ่างกุชชี่ขนาดใหญ่ไว้สำหรับแช่น้ำกันสองคนและอาจจะพาลูกหมูตัวน้อยน้อยลงมาเล่นน้ำด้วย ถัดไปอีกหน่อยเป็นวอคอินโครเซทสำหรับเธอที่ชอบแต่งตัวสวยสวยซึ่งผมแบ่งที่แขวนเสื้อผ้าส่วนของเธอไว้ให้ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์อีกสามสิบเปอร์เซ็นต์เป็นเสื้อผ้าของผม โดยตรงกลางห้องมีตู้กระจกไว้แชร์กันสำหรับใส่เครื่องประดับอย่างสร้อยต่างหูและนาฬิกาข้อมือของเราสองคน ก่อนจะพาไปดูห้องนอนลูกลูกที่ผมทำเตรียมไว้สามห้องสำหรับสามคนเพื่อสานต่อธุรกิจของครอบครัวเราสองคนในอนาคต และที่ขาดไม่ได้ก็คือห้องสุดท้ายที่มีประตูเชื่อมกับห้องนอนใหญ่ของผมกับเธอเป็นห้องของลูกสาวคนโตของเราคือห้องของชานมนั่นเอง ซึ่งภายในห้องก็มีทั้งเบาะที่นอนนุ่มนุ่ม คอนโดหลายระดับหลายชั้นไว้ให้เจ้าตัวเล็กได้เลือกนอนตามใจชอบ รวมถึงห้องน้ำแมวอัตโนมัติด้วย ทำเธอกระโดดกอดผมอย่างดีใจและทำท่าทางตื่นเต้นไม่หยุดเดินเข้าห้องนั้นออกห้องนี้ดูว่าขาดเหลืออะไรตรงไหนเธอจะได้ไปเดินเลือกซื้อมาเพิ่ม"มายอยากแก้ตรงไหนมั้ย""ยังมีเวลา จะได้เสร็จทันก่อนย้ายเข้ามา""มายไม่อยากแก้ เพราะนายตั้งใจเลือกและทำให้มาย""ม

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่37

    "ไอ้เตอร์ ฝึกงานเสร็จมึงจะแต่งเลยป่าววะ""อืม กูอยากมีลูกเลย มึงอะ""กูก็อยากแต่งเลย แต่ไม่รู้มายจะอยากแต่งมั้ย""มีแพลนกับเค้าบ้างมั้ยมึงอะ ไอ้กาย""...""อย่าไปถามมัน ไอ้นี่มันเสือซุ่มเงียบ""..."วันนี้ผมกับเธอขับรถพาชานมลูกสาวของเรามาพบสื่อมวลชนที่คาเฟ่มินิมินนี่ ทันทีที่สองสาวเห็นเจ้าตัวกลมก็พากันเอ็นดูผลัดกันอุ้มผลัดกันเล่นอยู่ไม่ห่าง ไม่นับรวมกับลูกค้าในร้านที่ต่างมาขอถ่ายรูปลูกผมจนต้องต่อแถวคิวยาวไปถึงหน้าร้าน เรียกว่าเวลานี้ชานมกลายเป็นซุปตาร์หน้าใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ลูกสาวของผมน่ารักจริงๆ นี่นาตัวกลมกลมขนนุ่มๆ ตาโตโต แถมขี้อ้อนมากมากด้วยจะว่าไปก็เหมือนมามี๊ของเธอนั่นแหละ ไม่รู้ว่าถ้าเกิดว่ามีลูกหมูตัวเล็กเล็กที่เกิดจากผมเอง จะขี้อ้อนแบบนี้มั้ยถ้าใช่ผมก็คงหลงลูกมากไม่อยากห่างไปไหนแน่เราสองคนอยู่นั่งคุยนั่งเล่นกับเพื่อนๆ จนเย็นก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน และวันนี้เป็นอีกวันที่ผมมาค้างที่บ้านของเธอเป็นปกติไปแล้วเพราะตั้งแต่มีชานมเธอก็จะชวนผมมาที่นี่ทุกอาทิตย์จนคุณอาทั้งสองยกห้องนอนส่วนตัวให้ผมหนึ่งห้องเป็นที่เรียบร้อย และที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของผมก็มีห้องนอนส่วนตัวขอ

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่7

    "ยัยมาย""คอนเทนต์ที่แล้วที่แกช่วยฉันถ่าย ยอดวิวพุ่งมาก""มีแต่หนุ่มๆ มาเมนต์ขอเปิดว๊าบแกทั้งนั้นเลย""แกดูสิ" "ก็ฉันสวยจริงๆ" "มั่นมาก / มั่นมาก" เสียงเพื่อนสาวของฉันดังขึ้นพร้อมเพียงกันทันทีที่ได้ยินคำตอบของฉัน หลังจากจบคลาสฉันก็หนีตามยัยลลินกับยัยมินมาหลบภัยที่คาเฟ่มินิมินนี่ทันที เรานั่งคุยเ

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่6

    "แต๊งกิ้วนะจ๊ะลลิลเพื่อนเลิฟ""อุตส่าห์​ขับรถวนมาส่งฉัน" "สบายมากแก ฉันไปก่อนนะ" "บ๊ายบาย ขับรถดีดีแก"ฉันเดินฮัมเพลงเข้ามาคอนโดด้วยความสบายใจ หวังว่าหลังจากนี้ตัวฉันจะหมดเคราะห์หมดโศกหรือถ้ายังไม่หมดก็ขอให้เบาลงก็ยังดี ชีวิตหนูมายจะได้กลับไปสงบสุขเหมือนเดิม แต่จะว่าไปโทรศัพท์​ของฉันก็เงียบไปนานห

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่5

    "ลูกหมู" "อะไร" "มาช่วยเด็ดใบกะเพรา​หน่อย" "ฉันยุ่งอยู่" "ทำอะไร ยุ่ง" "นับ 1 ถึง 10"ผมถึงกับต้องส่ายหัวอย่างเบื่อหน่ายทันทีที่เธอบอกว่ายุ่ง ทั้งๆ ที่ผมเห็นนอนคว่ำอยู่บนโซฟาดูซีรีย์ในไอแพดนอนตีขาหมูไปมาอย่างสบายใจ กางเกงก็สั้นยังจะยกขาสูงจนเกือบจะเห็นแก้มก้นอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่ายืนหั่นพริกอยู

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่4

    "พรุ่งนี้สิบโมง ห้ามสาย""จิ๊ ไปไหนอีก" "ลองแหวน" "น่ารำคาญ" "นี่..." "พูดดีดี""ดี... ดี" "อื้อออ" กึก! "โอ้ย ยัยหมูอ้วน เธอกัดปากฉันเหรอ" ทันทีที่เธอได้ยินคำสั่งผมก็ชักสีหน้าหยิ่งๆ แสดงอาการไม่พอใจออกมา แถมยังลอยหน้าลอยตาต่อปากต่อคำเก่งสุดสุด ทำผมอดหมันไส้ไม่ได้จึงเอื้อมมือไปดึงแขนเล็กที

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status