Partager

บทที่18

last update Date de publication: 2024-12-30 13:39:29

"ฮัลโหลค่ะ พี่ตะวัน"

"ไปทานข้าวเย็นหรอคะ"

"เอ่อ คือ คือมายไม่สะดวกค่ะ"

"เจอกันนะคะ"

"บ๊ายบายค่ะ"

ผมที่นอนดูทีวีอยู่บนตักของเธอที่โซฟาได้ยินเธอคุยโทรศัพท์​เสียงสองเสียงสามและชัดเจนว่าปลายสายเป็นผู้ชาย และชื่อนั้นคือรุ่นพี่ที่คอยตามจีบเธอตั้งแต่ปีสอง เหมือนจะโทรมาชวนไปกินข้าว สวยจริงจริงแม่คุณ ทีเวลาคุยกับผมนะเสียงหนึ่งตลอด แค่คิดก็หงุดหงิดชะมัด ​ก่อนจะแกล้งหลับตาตอนเธอกำลังวางสาย เดี๋ยวจะหาว่าผมแอบฟังเธอคุย แต่เธอดันทำให้ผมหงุดหงิดหนักกว่าเดิม

"นาย ฉันไปกินข้าวข้างนอกนะ"

"อืม" 

"ฉันจะกลับไปนอนห้อง"

ผมพูดแค่นั้นก็ลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าแมคบุค กระเป๋าสตางค์​และกุญแจรถเดินออกมาทันที โดยไม่สนใจว่าเธอจะพูดอะไรต่อและก็ไม่ถามว่าจะไปไหนกับใครหรือกลับเมื่อไหร่เหมือนทุกครั้ง คงจะไปกับคนที่โทรมานั่นแหละ ก่อนจะส่งข้อความไปชวนไอ้สองคนนั้นไปดื่มที่เก่าเวลาเดิม บางทีผมคิดว่าผมก็ควรเว้นระยะกับเธอเหมือนกัน เพราะถ้าครบสามเดือนจริงๆ ถ้าเธออยากถอนหมั้น จะได้ง่ายสำหรับผมหน่อย ผมขับรถเอาของมาเก็บที่คอนโดและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ารอเวลานัดไอ้พวกนั้น ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดูเพราะมีแจ้งเตือนว่าเธอโพสต์​ไอจี เป็นรูปตั๋วเครื่องที่เธอพึ่งจองไปไต้หวันในวันหยุดยาวที่จะถึงนี้

NooMine : ไม่ได้ไปญี่ปุ่นไม่เป็นไร ไปมูที่ไต้หวันแทนก็ได้

ใครจะไม่พาไปญี่ปุ่นหว่ะ ผมจองทุกอย่างไว้หมดแล้ว ผมไม่เคยลืมว่าผมสัญญากับเธอเอาไว้ว่าจะพาไปแค่รอให้เป็นวันหยุดยาวจะได้ไม่ต้องพากันขาดเรียน ขยันนักนะทำให้ผมหงุดหงิดเนี่ย 

"ไงมึง กลับมาเฉิดฉายหรอวะ"

"เบื่อๆ หว่ะ"

"กูก็นึกว่ามึงจะไปส่งมายไปกินข้าวกับมินกับลลิล"

"..." 

"สรุปกูวนรถฉ่ำ มินให้กูวนไปรับมายด้วย"

"..." 

"ส่วนมึงมานั่งแดกเหล้าเฉิดฉายอยู่นี่"

"มายไปกินข้าวกับสองสาวหรอวะ"

"เออ" 

"ไม่ได้บอก?" 

"บอก แต่กูนึกว่าไปกับรุ่นพี่ที่ชื่อตะวัน"

"เลยเรียกพวกกูมา?"

"พูดมากหว่ะ"

ผมกำลังคุยกับไอ้กายที่มาถึงก่อน ก็ถึงกับตาสว่างทันทีที่ไอ้เตอร์มาถึงแล้วบ่นผมชุดใหญ่ที่ทำให้มันต้องวนรถไปมา เป็นผมที่เข้าใจยัยลูกหมูผิดเอง ไม่เป็นไรไหนๆ ก็ออกมาแล้ว เดี๋ยวค่อยกลับไปเซอร์ไพรส์​คืนนี้ พวกผมสามคนนั่งชนนั่งดื่มกันอยู่สักพักพอได้มาฟังเพลงเบาเบามันก็สนุกไปอีกแบบ แต่ก็แอบเหงาหูเหมือนกัน เพราะปกติเวลานี้ผมกับเธอต้องเถียงกันแล้วว่าจะกินอะไรหรือทำอะไร ไม่รู้ป่านนี้จะกลับถึงห้องรึยัง ขณะที่ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆ จังหวะนรกก็มาหาผมไม่ปล่อยให้ผมได้พัก เพราะมีสาวเดินมาจากไหนไม่รู้ อยู่ๆ ก็เดินเซมานั่งที่ตักผมแถมเอาแขนคล้องคอผมไว้อีก

"อุ้ย ขอโทษนะคะ"

"ไอ้นาย ชะตามึงขาด"

"..." 

"เตอร์ ได้จองโต๊ะให้พวกมินมั้ย"

"เดี๋ยวเตอร์พาไป"

หลังจากที่ฉันไปกินอาหารเกาหลีกับสองสาวเสร็จ เพราะนัดกันฉลองยอดไลค์และยอดซัพหนึ่งแสนของยัยลลิล ก็พากันเรียกรถผ่านแอพลิเคชั่นสีเขียวมาฉลองต่อที่ร้านเตอร์ แต่พอเดินเข้ามาถึงด้านใน สายตาฉันก็ดันสะดุดกับคนที่อยู่อยู่ก็หงุดหงิดใส่ฉันเมื่อเย็นแล้วก็บอกว่าจะกลับไปนอนห้อง ทั้งๆ ที่ตั้งแต่เราหมั้นกันเขาไม่เคยกลับไปเลย สิงอยู่ห้องฉันเหมือนเป็นห้องตัวเองไปแล้ว ฉันก็เลยพาลเซ็งที่โดนเขาเหวี่ยงใส่อย่างไม่มีเหตุผล กดจองตั๋วเครื่องบินไปมูที่ไต้หวันตามที่ตั้งใจไว้นานแล้วให้มันรู้แล้วรู้รอดเผื่อจะมีอะไรดีขึ้นมาบ้าง แล้วเขาก็คงไม่พาฉันไปญี่ปุ่นอย่างที่บอกฉันไว้ด้วย ตอนนั้นก็คงแค่อยากให้ฉันหายโกรธเลยพูดออกมาอย่างใจดี ดูตอนนี้สิ มานั่งหน้าสลอนอยู่ร้านเหล้าแถมให้สาวนั่งตักด้วย ทีเวลาฉันนั่งบ่นว่าฉันอ้วนฉันตัวหนัก ไม่รู้แหละ ถ้าเขาทำได้ ฉันก็ทำได้เหมือนกัน คืนนี้หนูมายจะเฉิดฉายให้ดู

พอเดินมาถึงโต๊ะที่เตอร์จองให้ซึ่งก็ไม่ได้ไกลจากที่พวกเขานั่งเลย ฉันเลยถือโอกาสถอดเสื้อคลุมออก เหลือสายเดี่ยวลูกไม้สีดำกับกางเกง​ยีนส์​ขาสั้นสีเดียวกันให้เข้ากับบรรยากาศสักหน่อย

"ยัยมาย แซ่บเกินไปมาก"

"ไหนๆ มาแล้ว ต้องจัดเต็ม"

คับ ตอนนี้ผมถึงกับนั่งไม่ติด ทั้งร้อนรนกลัวยัยลูกหมูเข้าใจผิด ทั้งรู้สึกผิดที่ทำตัวไม่มีเหตุผล ต้องหงุดหงิดแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งใช้สายตาอาฆาตมองไอ้พวกผู้ชายที่กำลังส่งสายตาหวานมองมาที่ยัยคู่หมั้นตัวแสบของผม ที่ตอนนี้อยู่ในชุดที่โคตรจะเซ็กซี่ไม่สนใจผมเลยสักนิดทำผมแทบอยู่ไม่สุข อยากจะไปดึงแขนเธอกลับไปกับผมตอนนี้ แต่ถ้าผมทำแบบนั้นยัยลูกหมูโกรธผมหนักกว่าเดิมแน่

ไอ้พิทบูล : ลูกหมูใส่เสื้อคลุมเดี๋ยวนี้

ไอ้พิทบูล : อยากคุยด้วย

ไอ้พิทบูล : กลับกี่โมง

ไอ้พิทบูล : กลับพร้อมกันนะ

ไอ้พิทบูล : บอกให้ใส่เสื้อคลุมไงวะ ยัยอ้วน

#ไม่มีมาม่าแน่นอน ขอมีเหตุการณ์​พอให้มีอรรถรส 😁

#อ่านเพลินๆ เน้นฟิลกู้ด เหมือนเดิมจ้า💚

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่42

    ฉันค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่ได้ไปเดินเล่นในสวนดอกไม้สีขาวสวยมากและกว้างมากด้วยมีหิ่งห้อยบินเต็มไปหมดจนรู้สึกอยากจะอยู่ที่นี่ไม่อยากไปไหน จนได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคยเรียกชื่อฉันอยู่ไกลๆ พร้อมกับเสียงร้องโยเยจากเด็กน้อยเหมือนร้องเรียกหา ฉันเลยค่อยๆ เดินไปตามเสียงทีละนิดทีละนิดฉันนอนมองใบหน้าที่ดูอิดโรยคิ้วเข้มขมวดเป็นปมแน่นมีมือหนาของเขาจับมือบางของฉันไปแนบแก้มสากไว้ราวกับกลัวหายจนผ่านไปนานหลายนาทีก็ไม่มีวี่แววตื่นขึ้นมา ฉันเลยใช้นิ้วเรียวเล็กที่อยู่ตรงแก้มนั้นลูบสัมผัสปลุกเขาเบาเบาแต่กลับไม่ได้ผล เลยต้องเปลี่ยนเป็นหยิกลงไปแทนทำเขาสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นมามองหน้าฉันด้วยแววตาเป็นประกายฟอด ฟอด ฟอด"ตื่นแล้วหรอ อ้วน""นายกับลูกลูกรอตั้งนาน""เจ็บมั้ย""เจ็บ""ขอโทษคับ จุ๊บ" "ลูกละ" "เดี๋ยวพยาบาลพามา""รอแป๊บนะนายไปตามหมอก่อน"เขาโผเข้ากอดและหอมฉันอยู่นานราวกับว่าคิดถึงฉันมาก ฉันก็รู้สึกคิดถึงเขามากเหมือนกันเลยปล่อยให้เขากอดอยู่อย่างนั้นทั้งๆ ที่ก็แอบเจ็บแผลอยู่หน่อยๆ จนกระทั่งคุณหมอมาตรวจอาการฉันอย่างละเอียดและบอกให้ฉันกับลูกลูกนอนพักที่นี่อีกสี่ห้าวันให้แข็งแรงขึ้นอีกหน่อยแล้วค่อยก

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่41

    "สวัสดีคับลูกหมู""ได้ยินเสียงปะป๊ามั้ย""หึ" "อยากออกมาเตะบอลกับป๊าใช่มั้ย""ปะป๊าอย่าพึ่งชวนลูกเตะบอลได้มั้ย""ลูกพากันเตะท้องมามี๊จนจุกไปหมดแล้วเนี่ย""จุ๊บ ขอโทษ​คับ"ตอนนี้เจ้าลูกชายของผมสองคนที่นอนอยู่ในพุงกลมกลมของเธออายุเกือบหกเดือนแล้ว ท่าทางจะแสบซนกันใช่ย่อย เพราะกว่าที่ผมจะสามารถเข้าใกล้เธอได้ก็ต้องรอเข้าเดือนที่สี่อาการเหม็นผมของเธอถึงจะเบาลงไป ผมถึงสามารถเข้ามาอยู่ในห้องเดียวกันนอนบนเตียงเดียวกันกับเธอได้ แถมยังพากันดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาทำเอามามี๊ตัวกลมเจ็บและจุกอยู่บ่อยๆ จนบางทีผมก็ต้องแกล้งเอ็ดดุไปนิดหน่อยถึงพากันหยุดนอนนิ่งราวกับเป็นเด็กดีเชื่อฟังปะป๊าไม่กล้าดื้อไม่กล้าซน แต่บางทีด้วยความใจร้อนของผมก็อยากให้ลูกหมูออกมาวิ่งเล่นเตะฟุตบอลกับผมซะวันนี้พรุ่งนี้ไปเลย ชานมลูกสาวคนโตก็จะได้ไม่เหงามีเพื่อนเล่นเพิ่มด้วย"นาย ตั้งชื่อลูกกันมั้ย""อืมมม มายมีที่ชอบยัง""มายเลือกไม่ถูกชอบหลายชื่อมาก""หึ มีชื่ออะไรมั่ง""มี เลนส์ ฟิล์ม กล้อง แกรม โฟกัส""เพราะมายชอบถ่ายรูป มีนายเป็นตากล้องให้""งั้น...ชื่อนี้ดีมั้ย เลนส์กับฟิล์ม""นายมองมายผ่านเลนส์​ ถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นภาพฟิล์ม"

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่40

    และแล้ววันที่ฉันรอคอยก็มาถึง วันแต่งงานของฉันกับเขา ฉันเฝ้าคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อที่จะได้เป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดยืนเคียงข้างเขาได้อย่างมั่นใจที่สุดในวันนี้ เราใช้เวลาถ่ายรูปกับเพื่อนๆ และแขกที่มาร่วมงานนานเกือบสองชั่วโมง ดีที่เจ้าบ่าวของฉันคอยยืนกอดคอฉันบ้าง นวดให้บ้าง โอบเอวประคองฉันไว้บ้างทำให้ฉันไม่เมื่อยเท่าไหร่ แถมยังมีเพื่อนน่ารักๆ อย่างสองสาวมินนี่และลลิล ที่คอยมาซับเหงื่อช่วยดูแลหน้าผมและป้อนน้ำให้ฉันอยู่ตลอด ฉันมีหน้าที่แค่ยืนแจกรอยยิ้มหวานหวานเท่านั้นหลังจากพิธีการเสร็จ เราสองคนก็ต้องรีบขึ้นมาเปลี่ยนเป็นชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้บนห้องที่เปิดไว้ให้ทันภายในยี่สิบนาที เพราะต้องลงไปสนุกกับเพื่อนๆ ต่อที่งาน อยากขอบคุณ​ตัวฉันเองและเขาด้วยที่เลือกชุดที่ใส่ง่ายใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีฉันก็อยู่ในชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว มีเวลาได้นั่งพักหายใจอีกสักหน่อย แต่แล้วดูเหมือนว่าฉันจะคิดผิด"นาย รูดซิปให้มายหน่อยสิ""เดี๋ยวค่อยรูด""อ๊ะ อย่าแกล้งนะ""ไม่แกล้ง เอาจริง""กระโปรงสั้นสั้นมันดีแบบนี้นี่เอง""นายใส่เลยนะ เวลาน้อย""อ๊ะ อื้อ""ซี้ด" "เดี๋ยวได้ทาลิปใหม่หรอก"เพี๊ยะจากที่ผมตั้งใจจะอ

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่39

    และเราสองคนก็ได้ฤกษ์วันแต่งงานหลังจากฝึกงานเสร็จหนึ่งเดือนทำให้เธอถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับทั้งตื่นเต้นและเป็นกังวลกลัวจะเตรียมงานไม่ทัน ซึ่งผมก็ทำได้แค่ปลอบใจและหาออแกไนซ์มืออาชีพมาช่วยให้เธอเบาใจขึ้นให้เธอมีหน้าที่บอกธีมงานในฝันของเธอกับทีมงานแค่นั้น โดยไม่ได้กำหนดธีมสีว่าจะต้องเป็นสีไหน เพื่อเพื่อนๆ และแขกที่มาร่วมงานจะได้ใส่ชุดและสีที่ตัวเองมั่นใจที่สุดจะได้มีความสุขและสนุกไปกับงานของเราทั้งคู่ แล้ววันนี้เราสองคนมีนัดลองชุดแต่งงานซึ่งก็เป็นร้านเดียวกันกับชุดวันหมั้นนั่นแหละเพราะเธอชอบการตัดเย็บและดีเทลของแบรนด์นี้เลยไม่เปลี่ยนใจไปมองร้านอื่น"นายว่ามายใส่แบบไหนดี""ไม่เอาเกาะอก""เอาสิ มายว่ามายใส่เกาะอกสวย""ไม่สวย""...""แต่มายอยากลอง""...""พี่ขา หนูมายขอลองสองชุดนี้ก่อนค่ะ"ผมได้แต่นั่งไขว่ห้างกอดอกตกอยู่ในพะวังความคิดเฝ้าถามตัวเองด้วยความสงสัยว่าเมื่อครู่นี้เธอจะหันมาถามความเห็นของผมทำไมเพราะสุดท้ายแล้วเธอก็เลือกลองชุดแบบที่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แถมเป็นแบบเกาะอกไม่มีแขนทั้งสองชุดต่างกันแค่กระโปรงทรงสุ่มกับทรงเมอร์เมดก็เท่านั้น ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีพนักงานในร้านก็เดินมาค่อยๆ เ

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่38

    เราสองคนยืนกอดกันอยู่พักหนึ่ง ผมก็พาเธอเดินเข้าไปดูห้องน้ำที่มีอ่างกุชชี่ขนาดใหญ่ไว้สำหรับแช่น้ำกันสองคนและอาจจะพาลูกหมูตัวน้อยน้อยลงมาเล่นน้ำด้วย ถัดไปอีกหน่อยเป็นวอคอินโครเซทสำหรับเธอที่ชอบแต่งตัวสวยสวยซึ่งผมแบ่งที่แขวนเสื้อผ้าส่วนของเธอไว้ให้ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์อีกสามสิบเปอร์เซ็นต์เป็นเสื้อผ้าของผม โดยตรงกลางห้องมีตู้กระจกไว้แชร์กันสำหรับใส่เครื่องประดับอย่างสร้อยต่างหูและนาฬิกาข้อมือของเราสองคน ก่อนจะพาไปดูห้องนอนลูกลูกที่ผมทำเตรียมไว้สามห้องสำหรับสามคนเพื่อสานต่อธุรกิจของครอบครัวเราสองคนในอนาคต และที่ขาดไม่ได้ก็คือห้องสุดท้ายที่มีประตูเชื่อมกับห้องนอนใหญ่ของผมกับเธอเป็นห้องของลูกสาวคนโตของเราคือห้องของชานมนั่นเอง ซึ่งภายในห้องก็มีทั้งเบาะที่นอนนุ่มนุ่ม คอนโดหลายระดับหลายชั้นไว้ให้เจ้าตัวเล็กได้เลือกนอนตามใจชอบ รวมถึงห้องน้ำแมวอัตโนมัติด้วย ทำเธอกระโดดกอดผมอย่างดีใจและทำท่าทางตื่นเต้นไม่หยุดเดินเข้าห้องนั้นออกห้องนี้ดูว่าขาดเหลืออะไรตรงไหนเธอจะได้ไปเดินเลือกซื้อมาเพิ่ม"มายอยากแก้ตรงไหนมั้ย""ยังมีเวลา จะได้เสร็จทันก่อนย้ายเข้ามา""มายไม่อยากแก้ เพราะนายตั้งใจเลือกและทำให้มาย""ม

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่37

    "ไอ้เตอร์ ฝึกงานเสร็จมึงจะแต่งเลยป่าววะ""อืม กูอยากมีลูกเลย มึงอะ""กูก็อยากแต่งเลย แต่ไม่รู้มายจะอยากแต่งมั้ย""มีแพลนกับเค้าบ้างมั้ยมึงอะ ไอ้กาย""...""อย่าไปถามมัน ไอ้นี่มันเสือซุ่มเงียบ""..."วันนี้ผมกับเธอขับรถพาชานมลูกสาวของเรามาพบสื่อมวลชนที่คาเฟ่มินิมินนี่ ทันทีที่สองสาวเห็นเจ้าตัวกลมก็พากันเอ็นดูผลัดกันอุ้มผลัดกันเล่นอยู่ไม่ห่าง ไม่นับรวมกับลูกค้าในร้านที่ต่างมาขอถ่ายรูปลูกผมจนต้องต่อแถวคิวยาวไปถึงหน้าร้าน เรียกว่าเวลานี้ชานมกลายเป็นซุปตาร์หน้าใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ลูกสาวของผมน่ารักจริงๆ นี่นาตัวกลมกลมขนนุ่มๆ ตาโตโต แถมขี้อ้อนมากมากด้วยจะว่าไปก็เหมือนมามี๊ของเธอนั่นแหละ ไม่รู้ว่าถ้าเกิดว่ามีลูกหมูตัวเล็กเล็กที่เกิดจากผมเอง จะขี้อ้อนแบบนี้มั้ยถ้าใช่ผมก็คงหลงลูกมากไม่อยากห่างไปไหนแน่เราสองคนอยู่นั่งคุยนั่งเล่นกับเพื่อนๆ จนเย็นก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน และวันนี้เป็นอีกวันที่ผมมาค้างที่บ้านของเธอเป็นปกติไปแล้วเพราะตั้งแต่มีชานมเธอก็จะชวนผมมาที่นี่ทุกอาทิตย์จนคุณอาทั้งสองยกห้องนอนส่วนตัวให้ผมหนึ่งห้องเป็นที่เรียบร้อย และที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของผมก็มีห้องนอนส่วนตัวขอ

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่4

    "พรุ่งนี้สิบโมง ห้ามสาย""จิ๊ ไปไหนอีก" "ลองแหวน" "น่ารำคาญ" "นี่..." "พูดดีดี""ดี... ดี" "อื้อออ" กึก! "โอ้ย ยัยหมูอ้วน เธอกัดปากฉันเหรอ" ทันทีที่เธอได้ยินคำสั่งผมก็ชักสีหน้าหยิ่งๆ แสดงอาการไม่พอใจออกมา แถมยังลอยหน้าลอยตาต่อปากต่อคำเก่งสุดสุด ทำผมอดหมันไส้ไม่ได้จึงเอื้อมมือไปดึงแขนเล็กที

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่3

    "สวัสดีค่ะคุณนาย น้องหนูมาย" "น่ารักกันจังเลยนะคะ ใส่ชุดคู่กันมาด้วย" ทันทีที่เจ้าของร้านเช่าชุดเห็นฉันกับหมอนั่นเปิดประตูเข้ามาในร้าน ก็ทักทายฉัน และหยอกล้อเล็กน้อย ซึ่งพอพี่เขาพูดจบ นายนั่นก็เอามือมาโอบเอวฉันและออกแรงดึงฉันเข้าไปยืนใกล้ๆ เขาราวกับคู่รักแห่งปี หึ แสดงเก่ง"น้องหนูมายอยากได้ธีมสี

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่2

    "ชนหน่อยหว่ะ""อาการมันเป็นยังไง""ไม่รู้หว่ะ รู้แต่โคตรปวดหัว""เออ ใจร่มร่ม"ความโชคดีของผมวันนี้ คือการมีไอ้เตอร์ไอ้กายเป็นเพื่อน ไม่ต้องพูดอะไรกันมากมาย แค่โทรตามคำเดียวพวกมันก็พร้อมจะมานั่งเป็นเพื่อนผมเหมือนตอนนี้ ก่อนที่ไอ้กายจะยื่นข้อเสนอโดยการจะเรียกสาวๆ มานั่งเป็นเพื่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมค

  • รักกันแบบธุรกิจ   บทที่1

    "หนูมายกำลังไปค่ะพ่อ""ค่ะ หนูมายจะรีบสุดสุดเลยค่ะ""บ๊ายบายค่ะ"วันนี้ฉันมีนัดทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ที่ร้านอาหารไทยชื่อดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นคุณพ่อบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยและมีเวลาให้ฉันสองชั่วโมงก่อนที่ท่านสองคนจะบินไปดูธุรกิจของครอบครัวเราที่ยุโรป ถ้าไม่ติดว่ามีเรียนนะ ฉันจะขอติดเครื่องบ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status