تسجيل الدخولตอนแรกว่าจะมานั่งมองหนุ่มๆ ให้สดชื่นหัวใจสักหน่อย แต่พอมาถึงกลับไม่มีหนุ่มๆ ให้มองสักคน ขนาดหมาสักตัวที่จะเล่นด้วยยังไม่มีเลย หมดอารมณ์!
ทั้งสี่คนลงจากรถมาหาที่นั่งมุมดีๆ ก่อนที่จะสั่งเครื่องดื่มเบาๆ หนึ่งชุด แล้วก็ตามด้วยของทานเล่นสามสี่อย่าง ภายในร้านตลอดนี้ไม่มีลูกค้าเลยสักคน โต๊ะว่างมาก มีเพียงเสียงเพลงเบาๆ นั่งรอกันไม่นานเครื่องดื่มก็ถูกยกมาเสิร์ฟจากพนักงานร้านที่เป็นผู้ชาย “น้องค่ะ ที่นี่เงียบแบบนี้ทุกวันเลยมั้ยคะ” ฝุ่นเสียมารยาทเอ่ยถาม เพราะอยากที่ดูรีวิวมามันดีกว่านี้ “ไม่ครับ ลูกค้าจะเข้าตอนดึกๆ ครับ” “อ๋อ โอเคค่ะ” “มึงก็ช่างกล้าถามเขา” มิ้นเอ่ยขึ้นทันทีที่พนักงานร้านเดินกลับไปแล้ว “ก็กูดูรีวิวมามันไม่ได้เป็นแบบนี้ กูเลยสงสัย” ฝุ่นเอ่ยตอบ “อย่าเถียงกัน รอดูดึกๆ เอา” ฟ้าเอ่ยขึ้น เอื้อมมือไปตักน้ำแข็งใส่แก้วในที่ละคน ก่อนที่จะเทเครื่องดื่มแล้วเทโซดาให้กันครบทุกแก้ว “เชี้ย!” กายเอ่ยขึ้นเสียงดัง เหมือนตกใจอะไรสักอย่าง ทำให้สามสาวหันไปมองที่กายกันเป็นตาเดียว “อะไร?” สามสาวเอ่ยถามขึ้นพร้อมกัน “นู้น!” กายส่งสายตาไปยังหน้าร้าน ทำให้ทั้งสามสาวหันกลับไปมองที่หน้าร้านอีกครั้ง ที่หน้าร้านมีกลุ่มลูกค้ายืนอยู่สี่ห้าคน หนึ่งในนั้นเป็นคนที่ฟ้าใสรู้จักเป็นอย่างดี วันนี้เขามาพร้อมกับสาวสวยข้างกายคนใหม่ “เหี้ยเนาะ” มิ้นเอ่ยด่า เพื่อนทุกคนรู้สาเหตุที่ทั้งคู่เลิกกัน จึงทำให้เพื่อนของฟ้าใสแต่ละคนไม่ชอบขี้หน้าพี่เอ็มไปด้วย “วันอะไรวะเนี่ย” ฝุ่นเอ่ย หันหน้าหนีทันทีไม่ได้มองต่อ “กลับเลยมั้ย ไหวเปล่า” กายเอ่ยถามฟ้าใสทันที “กลับกันเถอะมึง” ฝุ่นเอ่ยขึ้นอีกคน “เดี๋ยวกูพาร้านใหม่” มิ้นเอ่ย เอื้อมมือมาจับมือของฟ้าใสไว้ “สบายมาก กูบอกแล้วเรื่องแค่นี้จิ๊บๆ” ฟ้าใสเอ่ยยิ้มๆ ทว่าในตาเธอกลับไม่ยิ้ม เธอไม่ได้เสียใจที่เลิกกัน ดีด้วยซ้ำที่เลิกกันไป เพราะเขาไม่ได้จริงจังกับเธออยู่แล้ว ทว่าเธอแค่รู้สึกเสียดายเวลาห้าปี เสียดายความรัก ความจริงใจและภักดีที่ให้ไปต่างหาก “ตามคนคุยมึงมาเย้ยมันดิ” มิ้นเอ่ย “เออใช่ มันจะได้รู้ว่ามึงก็ไม่ได้เสียใจเลยที่เลิกกับมัน หาได้ดีกว่ามันอีก” ฝุ่นเอ่ยเสริม “มันดึกมาแล้ว เขาคงนอนไปแล้วแหละ” ฟ้าใสเอ่ย ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของเธอจะดังขึ้น ทำให้สายตาของเพื่อนจับจ้องมาที่เธอ “รับสาย” ฝุ่นเอ่ยบอกให้ฟ้าใสรับสาย เพราะคนที่โทรมาในเวลานี้เป็นคนเดียวกับที่ทุกคนอยากเจอมากๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือของร่างเล็ก โชว์เบอร์ของเฮียธิเบศร์ เป็นการวิดีโอคอลมาด้วย ทำให้ฟ้าใสรู้สึกประหม่าในการรับสาย เพราะตอนแรกฟ้าใสเอ่ยบอกธิเบศร์ว่ามาหาเพื่อน ไม่ออกไปไหนแล้ว “คิดเยอะฉิบหาย กูรับเอง” มิ้นเอ่ยขึ้น เอื้อมมือมาแย่งโทรศัพท์จากมือฟ้าใสไปก่อนที่จะกดรับ ส่วนอีกสองคนก็กดหัวฟ้าใสให้นอนแนบกับโต๊ะ ทำเหมือนว่าเธอเมาจนหลับไปแล้ว ทำงานกันเป็นธีมสุดๆ มิ้นกดรับสายของธิเบศร์ก่อนที่จะกดกลับกล้องแล้วหันโทรศัพท์ไปทางฟ้าใสทันที “ฟ้าเมามากค่ะ” มิ้นเอ่ยขึ้นทันที (อยู่ที่ไหนกัน) ธิเบศร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุๆ ฟ้าใสเองก็ไม่กล้าที่จะขยับตัวเลยด้วยซ้ำ “อยู่ที่ร้านxxxค่ะ เดี๋ยวส่งตำแหน่งให้นะคะ” มิ้นเอ่ยพูดจบก็กดตัดสายทันที ไม่รอให้อีกสายเอ่ยพูดอะไรต่อ “หล่อเหี้ยๆ” ทันทีที่วางสายไปมิ้นก็เอ่ยขึ้น อีกสองคนก็พากันปล่อยมือออกจากหัวของฟ้าใส “ไอ้พวกเหี้ย!” ทันทีที่คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นได้ ก็เอ่ยด่าเสียงดัง จนกลุ่มลูกค้าด้านนอกหันมามอง ทำให้พี่เอ็มเห็นเธอไปด้วย “ส่งตำแหน่งให้คนคุยมึงด่วนๆ” ฝุ่นเอ่ยขึ้น มิ้นยื่นโทรศัพท์คืนให้กับฟ้าใส ทุกคนพร้อมใจกันจ้องไปที่เธอก่อนที่จะเอ่ยเป็นเสียงเดียวกัน “ส่งเดี๋ยวนี้!” “เออ!” ฟ้าใสตอบรับ ก้มหน้ากดส่งตำแหน่งเขาไปในไลน์ให้ธิเบศร์ทันที Sky : (ส่งตำแหน่งที่ตั้ง) Tibet : รออยู่นั้น ห้ามไปไหน ธิเบศร์ส่งข้อความกลับมาทันที คนตัวเล็กอ่านแล้วคลี่ยิ้มเล็กน้อย จริงๆ เธอก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้ ไม่อยากดึงใครเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ แต่สถานการณ์มันบังคับ ก็ตามน้ำไปเลยแล้วกัน “มันกำลังมองมึงอยู่” กายเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา ที่กายรู้เพราะว่ากายนั่งหน้าไปทางหน้าร้าน ส่วนสามสาวนั่งหันหน้าเข้าภายในร้าน “กูว่างานนี้ยาว” มิ้นเอ่ยยิ้มๆ กลุ่มของพี่เอ็มเดินเข้ามานั่งภายในร้าน ซึ่งพวกมันเลือกโต๊ะกันได้ดีจริงๆ เป็นโต๊ะข้างๆ กับกลุ่มของฟ้าใสพอดิบพอดี แถมที่นั่งของพี่เอ็มยังอยู่ข้างฟ้าใสอีกด้วย ห่างกันเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น “เล่นเกมหน่อยมั้ย” กายเอ่ยถามขึ้น เอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำขึ้นมา เทน้ำในขวดใส่ถังน้ำแข็งไว้ “มา จัดมาเลยค๊า~” ฟ้าใสเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ต่อให้เธอพยายามยิ้มแค่ไหน เพื่อนทุกคนย่อมรู้ดีว่าใจเธอไม่ได้ยิ้มด้วยเลย ทุกการกระทำ ทุกการพูดคุยโต๊ะของพี่เอ็มได้ยินทุกประโยคเพราะโต๊ะเราอยู่ใกล้กันมากจริงๆ “หมุนขวด ขวดหยุดอยู่ที่ใครคนนั้นต้องตอบ ถ้าไม่ตอบแดกครับ” กายเอ่ย “เล่นค๊า~” มิ้นเอ่ย “เล่นด้วยค่ะ” ฝุ่นเอ่ยเสริมอีกคน “เริ่มเกมเลยค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะจับขวดไว้ในมือ “กูขอเริ่มคนแรก” “จัดไป อย่าให้เสีย” ฟ้าใสหมุนขวดทันที ขวดหมุนวนรอบตัวเองสามสี่รอบก่อนที่ขวดจะหยุดหมุน ปลายขวดหันชี้ไปที่ฝุ่น “กูๆ กูขอถาม” มิ้นเอ่ยขึ้นยิ้มๆ ก่อนที่จะเอ่ยถามฝุ่น “มีใครในใจหรือยังจ๊ะ” “ตอบความจริงด้วยนะ ถ้าโกหกกูตบนะครับ” กายเอ่ย “กูเพื่อนมึงนะ” “เพื่อนอะตัวดีเลย” “ฮ่าๆ” “ตอบๆ มีแล้ว” “ใครวะ?” มิ้นเอ่ยถามต่อ “พอค่ะ ถามได้แค่คำถามเดียว” ฝุ่นเอ่ยตอบกลับทันที ก่อนที่จะจับขวดแล้วหมุนต่อ ขวดหมุนรอบตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่ปลายขวดจะหยุดอยู่ที่ฟ้าใส “กูขอถามครับ” กายเอ่ยขึ้นดักคอสองสาว ก่อนที่จะหันมาเอ่ยถามฟ้าใสเสียงดัง “คนคุยใหม่ชื่ออะไรครับ” “ว้าว~” “คำถามถูกใจมากค่ะเพื่อนรัก” ฝุ่นเอ่ยพร้อมกับคลี่ยิ้มอย่างสะใจ “บอกไม่ได้ ความลับค่ะ” ฟ้าเอ่ยตอบเสียงดังฟังชัด “งั้นแดกค่ะ” มิ้นดันแก้วเครื่องดื่มให้กับฟ้าใส หญิงสาวรับแก้วมาไว้ในมือก่อนที่จะกระดกที่เดียวจนหมดแก้ว แน่นอนว่าคำตอบของฟ้าใส ทำให้ใครอีกคนนั่งไม่ติด พี่เอ็มหันมามองฟ้าใสเพียงครู่เดียว ก่อนที่จะหันกลับไปเช่นเดิม “มันมองมึง” กายเอ่ยเสียงแผ่วเบา “มาๆ ต่อๆ” ฟ้าใสจับขวดหมุนต่อ เพียงครู่เดียวปลายขวดก็หยุดอยู่ที่เดิม หยุดอยู่กับฟ้าใสเหมือนเดิม “กูอีกแล้ว” ฟ้าใสเอ่ย “กูถามมั้ง” ฝุ่นรีบเอ่ยขึ้นก่อน ฝุ่นหันไปมองทางพี่เอ็มก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น “แฟนเก่าที่เลิกไปมึงลืมหรือยัง” “ขอบคุณสำหรับคำถามนะคะ” ฟ้าใสยิ้มรับก่อนที่จะเอ่ยตอบคำถาม “ไม่เคยจำค่ะ ไม่มีเรื่องราวอยู่ในสมองเลยค่ะ” “ว้าว~ เจ็บแทนจัง” มิ้นเอ่ย ตอนแรกก็มีแค่พี่เอ็มที่มอง ทว่าตอนนี้มีอีกคนมองเพิ่มขึ้นมาแล้ว สาวสวยข้างกายที่มากับพี่เอ็มนางกำลังจ้องมาที่ฟ้าใสตาไม่กะพริบเลย “เหมือนว่ารอบนี้งานจะเข้าวะ เด็กใหม่มันมองมาที่มึง” กายเอ่ย ทันทีที่จบประโยคของกาย ฟ้าใสก็หันไปมองที่สาวใหม่ของพี่เอ็มทันที “มองจวยไร” ฟ้าใสเอ่ยแบบไม่มีเสียง เพียงแค่เธอขยับรูปปากเท่านั้น ทำให้ฝ่ายนั้นลุกพรวดพราดขึ้นมาทันที “เอ้า! อีนี่!” ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยพูดขึ้นเสียงดังขึ้นทันที ทำให้ทุกคนในโต๊ะของพี่เอ็มต่างก็พากันมองตามผู้หญิงคนนั้น “เป็นอะไรป่าน” ป่าน สาวสวยคนใหม่ข้างกายของพี่เอ็ม ดูเหมือนว่าทั้งคู่คงจะเข้ากันได้ดีมากๆ ดูท่าแล้วคงเข้ากันมาหลายรอบแล้วด้วยซ้ำ เพราะดูท่าทางวันนี้แล้วคงรู้จักกันมานานมากแล้ว “อีเด็กบ้านั้นมันด่าป่าน” ป่านชี้มาทางที่ฟ้าใสนั่งอยู่ ทำให้คนตัวเล็กยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ไม่สนิทอย่าเรียกอีนะคะป้า” ฟ้าใสเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “อีนี่! มันด่าป่านก่อนนะเอ็ม”“ถ้าเป็นปลากัดคงท้องแล้วนะเฮีย” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากที่จ้องหน้ากันอยู่นานหลายนาที“เหรอ?” ธิเบศร์เลิกคิ้วสูง “อยากรองท้องดูมั้ย”“ทะลึ่ง!” คนตัวเล็กตีลงที่มือหนาเบาๆ“หนูไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่มั้ย” ธิเบศร์รอบมองไปทั่วเรือนร่างของเธอ เพราะตอนที่โดนแทง ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเขาเอาตัวเองบังฟ้าใสไว้ หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ตัดไปเลย“ไม่ค่ะ หนูปลอดภัย” ฟ้าใสคลี่ยิ้มตอบ“ขึ้นมานั่งบนนี่ด้วยกัน” ธิเบศร์ตบมือลงที่เตียงคนไข้สองสามที คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมา เธอไม่ยอมขึ้นไป“เดี๋ยวพยาบาลเข้ามาเจออายเขานะคะ”“ไม่เห็นมีอะไรน่าอาย ไม่ต้องอาย” ธิเบศร์เอ่ยก็แน่ละซิใครจะหน้าหนาเหมือนเฮียละ…“จะขึ้นมาหรือจะให้เฮียลงไปอุ้ม” ธิเบศร์ทำท่าทางจะลงจากเตียง ทำให้ฟ้าใสต้องดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาจะลงจากเตียงเป็นรอบที่สองไม่ได้เด็ดขาด“เดี๋ยวหนูขึ้นไปเองค่ะ”“ก็แค่นั่นแหละครับ” ธิเบศร์คลี่ยิ้มให้กับเธอ ในรอบหลายวันมานี้ รอยยิ้มนี้เป็นรอยยิ้มเดียวที่เธอโหยหามาตลอดเวลา คนตัวเล็กค่อยขยับขึ้นไปบนเตียง นอนอยู่ข้างๆ กับคนป่วย ชายหนุ่มนอนตะแคงโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่จะกดริมฝีปากหนาจูบลงไปที่หน้าผากมนของฟ้าใส
สองอาทิตย์เต็มที่เขาเอาแต่นอนนิ่ง แล้วก็เป็นสองอาทิตย์เต็มที่เธอเอาแต่เฝ้าเขาไม่ไปไหนเลย ธิเบศร์นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคนไข้ ส่วนคนตัวเล็กนอนฟุบหน้าลงที่เตียงของคนไข้ เธอไม่รู้ว่าเธอหลับไปนานแค่ไหนแล้ว ไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วยซ้ำ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีมือหนักๆ มาวางลงบนศีรษะเธอนั่นแหละ ในใจเธอก็ขอให้เป็นเขา เป็นเขาสักทีได้มั้ยเฮียตื่นขึ้นมาสักทีได้มั้ย…ฟ้าใสเงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าของเธอตอนนี้ทำเอาเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คนตัวเล็กปล่อยน้ำตาให้ไหลรินแบบไม่รู้ตัว ธิเบศร์ฟื้นแล้ว เขาฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย“เฮีย TT” ฟ้าใสเอ่ยเรียกเขาทั้งน้ำตา พร้อมกับคลี่ยิ้มให้เขา“หิวน้ำ” ธิเบศร์เอ่ยน้ำเสียงแหบแห้ง“ได้ค่ะ ได้” คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นยืนแล้วเอาน้ำให้ธิเบศร์ดื่มทันที ชายหนุ่มดื่มน้ำอย่างกระหาย เขาคอแห้งเพราะว่าหลับไปนานหลายวันเลยทีเดียว“หนูจะไปตามหมอนะคะ” ฟ้าเอ่ยจบก็รีบวิ่งออกไปตามเฮียรามิลทันที เพียงครู่เดียวทั้งเธอและรามิลก็วิ่งกลับมาพร้อมกัน“ตื่นได้สักทีไอ้สัด!” รามิลมองหน้าเพื่อนแบบโล่งใจในที่สุดก็ตื่นสักทีไอ้เหี้ย!“กูนึกว่าจะได้ไปรอพวกมึงที่นรกซะแล้ว” ธิเบศร์เอ่ยยิ้มๆ“ตื
ทั้งสองหนุ่มยืนรอคนตัวเล็กอยู่หน้าห้องเพียงครู่เดียว ร่างเล็กก็เดินออกมาจากภายในห้อง โรมเลือกซื้อชุดที่พอดิบพอดีกับตัวน้อง เป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนสีดำเข้ารูป ฟ้าใสเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว พอใส่เสื้อผ้าพวกนี้มันเลยดูดีไปอีกแบบ ดูแปลกตาดีเหมือนกัน“เขาเป็นยังไงบ้างคะ” ทันทีที่เธอเดินออกมา ร่างเล็กก็เอ่ยถามถึงคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง“รอย้ายไปห้องพิเศษครับ” ดร.ซันเอ่ยตอบเสียงเรียบ“โล่งใจ” คนตัวเล็กยกมือขึ้นมาทาบอก ถอนหายใจเล็กน้อย“เฮียพาไปกินข้าว แล้วเดี๋ยวค่อยไปดูมัน” โรมเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือคนตัวเล็กแล้วออกแรงดึง ให้เธอเดินตามหลังเขามาโรมพามากินข้าวที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล ทั้งสามคนเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหารก่อนที่จะเริ่มสั่งอาหาร เพียงครู่เดียวอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟลงตรงหน้าขอแต่ละคน ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มทานอาหารของตัวเองอย่างเงียบๆ“หนูขอเป็นคนเฝ้าเฮียธิเบศร์เองได้มั้ยคะ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้น ทำให้โรมหยุดทุกการเคลื่อนไหว เงยหน้าขึ้นมองน้องสาวด้วยเอง“ตามใจ ไม่บังคับ” เฮียโรมเอ่ยตอบ ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปกินข้าวต่อ“ขอบคุณเฮียนะคะที่เข้าใจหนู”“อืม มีน้องคนเดียวให้ทำไงได้” โรมเอ่ยตอบ ดร.ซันนั่
“พี่เอ็มมีอะไร?” ฟ้าเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้าด้วยความงุนงง เพราะเขาหายออกไปจากชีวิตเธอนานแล้ว ทว่าทำไมวันนี้ถึงโผล่มาได้“พี่อยากขอโทษหนูในทุกๆ เรื่อง” เอ็มเดินเข้าไปประชิดตัวฟ้าใส จับกุมสองมือเล็กเอาไว้แน่นมึงไม่รู้อะไรซะแล้ว เจ้าที่เขายืนดูอยู่มองไม่เห็นหรือไง…“พี่เอ็มปล่อยฟ้าก่อน” คนตัวเล็กพยายามดึงมือออกจากมือใหญ่ของเอ็ม “ปล่อยฟ้านะพี่เอ็ม!”“พี่คิดได้แล้วฟ้า พี่อยากขอโทษหนู พี่ผิดไปแล้วจริงๆ”“มันกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วพี่เอ็ม” ฟ้าใสเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น“ทำไมถึงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ หนูรักพี่มากไม่ใช่เหรอ”“นั้นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ฟ้าไม่ได้รักพี่แล้ว”“พี่ขอโอกาสได้มั้ย” เอ็มยังคงดื้อดึง พยายามดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด ทว่าคนตัวเล็กก็พยายามดิ้นหนี จนเพื่อนที่อยู่ตรงนั้นก็พากันเข้าไปช่วย แต่เอ็มก็ยังไม่มือออกจากฟ้าใส ยังคงจับเธอแน่น“ปล่อยมือออกจากเธอซะ” แน่นอนว่าธิเบศร์ทนดูต่อไปไม่ไหว เดินตรงเข้าไปหาฟ้าใสทันที ผลักเอ็มจนกระเด็น“มึงอีกแล้ว” เอ็มหันหน้ากลับมามองบุคคลที่ผลักเขาเมื่อครู่ ก่อนที่จะจ้องมองอีกคนตาไม่กะพริบ“ทำไม?” ธิเบศร์ยืนเอาตัวเองบังเรือนร่างฟ้าใสเอาไว้ จ้องม
หลังจากที่อยู่พูดคุยกับไอ้เทลได้สักพัก ก็พากันแยกย้ายห้องใครห้องมัน ธิเบศร์เดินกลับขึ้นมาที่ชั้นบน เดินเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงที่เตียงข้างคนตัวเล็ก ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับสนิท หลับแบบไม่สนว่าใครจะเดินเข้าหรือเดินออก“ขอโทษที่เคยพูดทำร้ายจิตใจเธอ” ธิเบศร์เอ่ยเสียงแผ่วเบา มือหนาของชายหนุ่มยกขึ้นมาปัดผมที่ปิดบังใบหน้าเธออยู่ออก ก่อนที่จะก้มลงไปจุ๊บเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ ขยับตัวขึ้นมานอนข้างเธอ โอบกอดเธออีกครั้งให้ความอบอุ่นเธออีกครั้ง ก่อนที่จะผล็อยหลับไปในที่สุดเช้าวันถัดไปธิเบศร์ลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆ ของวัน ลืมตาขึ้นมองสิ่งรอบข้าง พยายามปรับสายตาให้เป็นปกติเช่นเดิม ก่อนที่จะหันมามองคนข้างกายที่นอนกอดเมื่อคืน ทว่าไม่อยู่ เธอไม่อยู่แล้ว ข้างกายเขาตอนนี้ไม่มีเธอแล้ว“ไอ้เทล!” เสียงของธิเบศร์ตะโกนดังลั่นอยู่ที่ชั้นสามของตัวอาคาร ก่อนที่เขาจะวิ่งลงมาที่ชั้นล่าง เพื่อที่จะถามไอ้เพื่อนรักตัวดี“น้องหาย! มึงเห็นน้องมั้ย”“กู…” กูเห็น แต่กูบอกมึงไม่ได้จริงๆ เพื่อนรัก“กูอะไร?” ธิเบศร์เดินเข้ามาใกล้เทลเรื่อยๆ“กูไม่เห็น” เทลเอ่ยตอบยันตัวล
“เฮียอย่าทำแบบนี้ คุยกันดีๆ ก็ได้”“คนแบบมันคุยดีๆ คงไม่เข้าใจ” เฮียโรมเอ่ยขึ้นเสียงดัง ผลักร่างเล็กจนกระเด็นล้มลงที่พื้น หวังจะเข้าไปต่อยธิเบศร์อีกครั้ง ทว่ารอบนี้โรมทำน้องเจ็บ เพื่อนๆ ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เลยต่างพากันวิ่งเข้ามาห้าม“ใจเย็นหน่อยดิวะ น้องเจ็บแล้วมึงเห็นมั้ย” รามิลเอ่ยขึ้นเดินเข้าไปประคองร่างเล็กให้ยืนขึ้น ที่มือของฟ้าใสมีเลือดไหลซิบๆ คงเป็นเพราะล้มกระแทกพื้นเมื่อครู่“…” โรมหันไปมองที่คนตัวเล็กนิ่ง “กูแม่งไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”“กูขอโทษ” ธิเบศร์เอ่ยขอโทษ นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกว่าเขาผิดจริงๆ แล้วเขาขอโทษด้วยใจจริง“มึงเก็บคำขอโทษของมึงไว้ แล้วออกไปจากน้องกู”“…” ธิเบศร์เงียบไม่เอ่ยคำใด“มึงทำไม่ได้ซินะ งั้นกูจะส่งมันไปต่างประเทศ” โรมเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ยื่นคำขาด“ไม่ได้!” ธิเบศร์เอ่ยขึ้น“ทำไม ทำไมต้องเป็นมึงด้วยวะ” โรมเอ่ย“ทำไมถึงเป็นกูไม่ได้วะ” ธิเบศร์ถาม“มึงถามใจมึงดู มึงอยู่ในสถานะไหน แล้วน้องกูอยู่ในสถานะไหน”“…” แน่นอนว่าแตกต่าง ธิเบศร์เป็นมาเฟีย มีอันตรายรอบด้าน แน่นอนว่าคนเป็นพี่อย่างโรมไม่อยากเห็นน้องต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน โรมเป็นคนที่รักน้องมาก รักน้







