LOGINเพราะพ่อคุมเข้มเรื่องมีแฟน 'นรีกานต์' เลยโสดมาตลอด แล้วจู่ๆ ฟ้าก็ส่ง 'ทศวรรษ' มาท้าระบบ ที่บ้านเธอรู้จักเขาในฐานะหลานชายของเพื่อนปู่ทวด ไม่มีใครรู้เลยว่าหมอนี่เป็นโจรปล้นจูบแรกของเธอไปตั้งแต่ยังไม่เคยรู้จักกันอีก! นรีกานต์ขู่ฟ่อๆ ให้เขาจากไปแบบไม่ต้อนรับ แต่ทศวรรษกลับไล่ยังไงก็ไม่ไป ยังตามวอแววจนเธอเผลอมีใจให้อีก!
View Moreเวลาเช้ามืดที่หลายคนกำลังหลับสบายในห้องนอน
หญิงสาวคนหนึ่งกำลังรีบร้อนวิ่งไปอาบน้ำล้างหน้าให้เสร็จในเวลาห้านาที ก่อนจะวิ่งออกจากห้องในสภาพเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะของโรงแรม
“ตีห้าจะครึ่งแล้วววววว!”
เธอร้องลั่นเมื่อกดดูเวลาในโทรศัพท์มือถือ เท้าเล็กเร่งความเร็วขึ้นในความสลัวบ้างสว่างบ้างของไฟโถงทางเดินจนมาถึงลิฟต์ในที่สุด นิ้วมือเรียวขาวรีบกดชั้นที่เพื่อนได้เช่าเหมาเอาไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มาร่วมงานแต่งงานของนาง
“เฮ้อ!”
นรีกานต์ถอนหายใจพลางหอบแรง ที่รีบมากขนาดนี้ก็เป็นเพราะต้องไปเตรียมตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ทัน ซึ่งเวลาที่เพื่อนๆ นัดช่างแต่งหน้าทำผมไว้คือเวลาตีห้าตรง และเธอสายมากกว่าสิบนาทีแล้ว
ติ้ง!
พอประตูลิฟต์เปิดออก เธอก็พุ่งตัวออกไปทันที
ทว่าเดินออกไปได้ไม่ถึงไหนก็ดันพุ่งชนคนอื่นเขาเข้าอย่างจัง ขณะจะถอยมาขอโทษนั่นเอง อีกฝ่ายก็ดันร่างเธอไปติดกำแพงผนังทางเดินแล้วก้มหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจรดหน้าผาก มือเล็กดันอกกว้างนั่นออกห่างด้วยความไม่พอใจทันที
“นี่คุณ!”
“ชู่...”
ชู่บ้าอะไร!
นรีกานต์พยายามขืนตัวออกมา แต่อีกฝ่ายกลับกดใบหน้าเธอเข้าไปแนบอกตัวเองแล้วสั่งเสียงเย็น
“อย่าดิ้น!”
อิพ่ออิแม่ข้อย!
สาวน้อยบ้านนาเบิกตาพองร้องลั่นในใจ ตั้งสติได้ก็ฟาดมือใส่ผู้ชายตัวสูงใหญ่ตรงหน้ารัวๆ โดยไม่สนว่าจะโดนหรือไม่
“นี่แน่ะ! นี่ๆๆ”
“หยุดนะ!”
“แกสิหยุดก่อน! ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิ!” เธอด่าสวนกลับแล้วก็เพิ่มแรงดิ้นหนีอย่างตื่นกลัวผสมโมโห คิดไม่ถึงว่าขนาดอยู่ในสภาพเป็นยายเพิ้งอย่างนี้ยังมีคนคิดจะทำมิดีมิร้ายเธออีก
“บอกให้หยุดดิ้นก่อน!”
ชายแปลกหน้ายังคงสั่งย้ำออกมา แต่นรีกานต์เลือดลมพลุ่งพล่านแล้ว เมื่อไม่มีท่าทีจะทำอะไรเขาได้ เธอจึงตัดสินใจเตะหน้าแข้งใหญ่ไปเต็มแรง
“อั่ก!”
อีกฝ่ายร้องออกมาสั้นๆ ก่อนจะปล่อยมือออก นรีกานต์สบโอกาสสะบัดตัวหนีโดยไม่รั้งรอ และเธอก็มองเห็นคนเดินผ่านมาทางนี้พอดี
“ช่วย...อื้อ!” เสียงตะโกนหายไปทันที เมื่อคนตัวใหญ่ด้านหลังรั้งกลับไปล็อกคอแล้วก้มลงจูบปิดปากหมับ ดวงตากลมโตเบิกขึ้นจ้องมองใบหน้าในแสงสลัวด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม
นี่เขาทำบ้าอะไรเนี่ย!
ทั้งสองนิ่งอยู่อย่างนั้นจนพวกที่เดินผ่านมาเดินจากไป
“เงียบซะ...”
ต่อให้ชายแปลกหน้าไม่บอกหลังผละออกไป นรีกานต์ก็เงียบด้วยตัวเองอยู่แล้ว ตอนนี้เธอไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ มือเล็กยกขึ้นมาแตะริมฝีปากอวบอิ่มของตัวเองที่กำลังร้อนวูบวาบเพราะการจาบจ้วงของอีกฝ่าย
สวรรค์!
เธอโดนใครก็ไม่รู้ปล้นเอาจูบแรกไปแล้ว!!
“พี่เข้มมมมมมมมม”เงียบ...“พี่เข้มจ๋า!”เงียบเหมือนเดิม...“ออกมาเร็ว แม่จะกลับบ้านแล้วนะ!”ปัง!“ว้าย!”คนกำลังตั้งใจฟังเสียงหมาสะดุ้งโหยง เมื่อมีเสียงอะไรสักอย่างหล่นกระแทกพื้นดังขึ้นอีกแล้ว ไม่รอช้า เธอรีบเดินไปหยิบเก้าอี้ตัวเล็กของคนงานมาปีนข้ามรั้วไปดูเหตุการณ์ในบ้านทศวรรษทันทีไม่รู้ละ ว่าต้นเหตุของเสียงคืออะไรอย่างน้อยเธอก็ควรเข้าไปตรวจสอบแทนเจ้าของบ้านสักหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าไม่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้แล้วถ้าพี่เข้มเป็นตัวการของเสียงพวกนั้น เธอจะได้เก็บกวาดหลักฐานให้หมด...“คุณ!” นรีกานต์ร้องเสียงหลงทันทีที่เห็นสภาพคนนอนนิ่งอยู่ระหว่างครัวกับห้องรับแขก ตั้งสติได้เธอก็วิ่งข้ามฉากกั้นห้องที่พังลงมา รีบเข้าไปหาร่างสูงนั่นเวลานี้ทศวรรษท่าทางน่าเป็นห่วงยิ่งนัก เขาหมดสติไปแล้ว ร่างกายส่วนบนไม่ได้สวมเสื้อ เอวสอบมีผ้าพันแผลชุ่มเลือดสีแดงพันอยู่ เธอเห็นแล้วใจหล่นวูบ ไม่รู้เขาไปทำอะไรมา ทำไมถึงกลับมาในสภาพแบบนี้“คุณ! ได้ยินฉันหรือเปล่า ฉันเองนะ” เธอรีบตั้งสติ เขย่าแขนใหญ่พลางเรียกเขาเสียงดัง แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเขาเลย “คุณทศ! นี่!”ไม่รู้เรียกอยู่นานแค่ไหน แต่ในที่สุดเสียงเรียกตื่นๆ ขอ
“เขาเป็นเพื่อนลูกเขยเรา?” แดนดินทวนถามภรรยาที่กำลังเก็บผ้าบนราวตากมาใส่ลงตะกร้าในมือเขา“ค่ะ ลูกเป็ดกลับมาเล่าให้ฟังเมื่อกลางวันนี่เอง เขาเป็นรุ่นน้องที่วัตสนิทด้วยที่สุด ความคิดความอ่านของเขาค่อนข้างลึกซึ้งยากจะคาดเดาหนักกว่าลูกเขยของเราอีก อย่างเรื่องมาทำนาอยู่ที่นี่ไงคะ” ฤทัยรักษ์ยกตัวอย่างยิ้มๆ “พอเขาคิดอยากทำ ก็ลงมือทำเลย ขนาดวัตยังถึงกับตะลึงกับเรื่องนี้ คนอย่างลูกเขยเราเคยแสดงอารมณ์อะไรออกมาให้เห็นบ้าง นอกจากรักเมียออกนอกหน้าเกินไปน่ะ”ก็จริง...แม้ในใจจะเห็นด้วยกับเมีย แต่แดนดินยังเอ่ยแย้ง “เป็นคนอื่นก็ตะลึงน่า ไม่มีใครเขาคิดหรอก ว่าคนแบบนั้นจะมาทำไร่ไถนาอยู่ที่นี่ แล้ววัตบอกอะไรเกี่ยวกับเขาอีกบ้าง นิสัยใจคอเป็นยังไง”ถ้าสองคนนั้นรู้จักและสนิทกันจนถึงทุกวันนี้ แสดงว่ามันต้องมีนิสัยอะไรคล้ายคลึงกันมากกว่าที่ทุกคนรู้ในเมื่อภวัตของทุกคนมันเจ๋งขนาดนั้นทศวรรษคนนี้จะเจ๋งขนาดไหนกัน“วัตไม่ได้บอกอะไรหรอกค่ะ มีแต่ลูกสาวพี่ดินนั่นละ ที่เล่าให้ฟังเหมือนรู้จักเขาดี เห็นว่าเป็นคนเข้าถึงยาก แต่นิสัยดี เรื่องงานนี่เก่งพอๆ กับวัต เรื่องสาวนี่น้อยยิ่งกว่าน้อย เอาแต่ควงสองเลขาหนุ่มนั่นไปไหนมา
ภวัตมารับลูกเมียตอนเที่ยงวันพอดี พอรู้ว่าเจ้าของบ้านที่ปลูกขึ้นใหม่ข้างฟาร์มผักของเมียเป็นใคร เขาก็ถึงกับทำหน้าตกใจ “ทศวรรษ? นายทศน่ะเหรอ”“ค่ะ ทีแรกลูกเป็ดก็นึกว่าตัวเองตาฝาด” กรองขวัญเอ่ยยิ้มๆ ทศวรรษที่เธอรู้จักเป็นคนนิสัยคล้ายกับภวัตมาก แต่ละอย่างที่พวกเขาทำมักจะทำให้คนนึกไม่ถึงเสมอ แถมยังชอบอยู่เงียบๆ ไม่วุ่นวายกับใคร สื่อสังคมแทบจับภาพพวกเขาไปขายข่าวไม่ได้ งานที่ทำอยู่ยังส่งให้พวกเขายุ่งกับการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ การมาขอทำนาของทศวรรษจึงเป็นอะไรที่คาดไม่ถึงจริงๆ“ตอนนี้พฤทธิ์อยู่กับเขาที่บ้านใช่หรือเปล่า” ภวัตถามพลางชะเง้อไปทางบ้านข้างๆ“ค่ะ พี่วัตจะแวะไปคุยกับเขาก่อนไหม ลูกเป็ดจะเข้าไปทำเรื่องเงินตัดจ่ายรอที่ออฟฟิศ”“เอางั้นก็ได้จ้ะ”“ดูลูกด้วยนะคะ”“ครับ” ภวัตตอบรับแล้วก้มลงหอมแก้มเมียเบาๆ ก่อนจะเดินมาหาทศวรรษที่บ้าน“นายมาทำอะไรที่นี่”เมื่อได้เจอทศวรรษ ภวัตก็เปิดคำถามอย่างไม่อ้อมค้อมทันที สายตาเหลือบมองลูกชายที่ดูการ์ตูนอยู่หลังโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายไปพลาง“มาพักผ่อน”“ที่นี่?”“ที่นี่แหละ จำได้ว่าพี่แต่งงานย้ายตามเมียมาอยู่ทางอีสาน ไม่รู้เลยว่าพี่มาอยู่ที่หมู่บ้านนาท
“คิก! นี่แน่ะๆ”เสียงเล็กใสเจื้อยแจ้วจากสวนดอกไม้ข้างๆ เรียกความสนใจจากคนนั่งดูงานอยู่ตรงเก้าอี้ในสวนนั่งเล่นหลังบ้าน เขาอ่านเอกสารที่ค้างไว้จนจบแล้วถึงเดินไปชะเง้อดูภาพที่เห็นคือเด็กชายอายุประมาณห้าขวบกำลังเล่นกับสุนัขสองตัวอยู่ข้างแปลงดอกไม้ ทั้งคนทั้งหมามอมกันไปหมด“อ้ะ!”“โฮ่ง! งี้ดๆ”เขาหรี่ตามองตัวที่วิ่งมาเห่าใส่ หมาตัวสีน้ำตาลแดงที่มักจะวิ่งตามหลังนรีกานต์นั่น“เจ้านายแกไปไหนแล้วล่ะ”เห็นหมาแล้วก็คิดถึงคนพอเริ่มลงนา เขาไม่ได้เห็นหน้าคนน่ารักเลย“พี่เข้มไม่เอา เดี๋ยวน้านาดุเอานะ” เด็กชายหันมาเห็นเข้าก็รีบวิ่งเข้ามาดุหมา“งี้ดๆ”“คุณลุงไม่ต้องกลัว พี่เข้มไม่กัด มันแค่สงสัยว่าคุณลุงเป็นใคร”ทศวรรษหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เจ้าตัวน้อยนี่รู้จักใช้คำพูดนัก ดูก็รู้ว่าตัวเองอยากรู้จักเขาเองแท้ๆ“คุณลุงมาช่วยน้านาเก็บดอกไม้หรอ พฤทธิ์ก็มาช่วยเก็บดอกไม้เหมือนกัน!”“อืม แล้วน้านาไปไหนแล้วครับ ทำไมหนูมาเล่นอยู่ตรงนี้คนเดียว” ถามพลางมองหาร่างเล็กในสวน แต่ก็ไม่เห็นใครพฤทธิ์ชี้ไปทางออฟฟิศของแม่แล้วเงยหน้าบอกคุณลุงแปลกหน้า “น้านาไปเอาหมวกมาให้พฤทธิ์ครับ สั่งให้พฤทธิ์เล่นกับพี่ๆ รออยู่ตรงนี้”ช