تسجيل الدخول“ก็บอกว่าไม่สนิทอย่าเรียกอีไง!” ฟ้าใสพุงตัวเข้าไปหาป่านทันที ทว่าเอ็มไวกว่าเธอ ยันตัวลุกขึ้นมาคว้าร่างคนตัวเล็กเอาไวได้ทัน
“จะทำอะไร” พี่เอ็มเอ่ยถามน้ำเสียงแผ่วเบา “ทำไม! แตะต้องมันไม่ได้เหรอ” ฟ้าใสสวนกลับพี่เอ็มทันที อารมณ์ของเธอตอนนี้เหมือนกำลังโกรธเอามากๆ โกรธที่แม่งต้องเห็นอะไรแบบนี้ “แต่หนูด่าเขาก่อนนะ” พี่เอ็มเอ่ย ปล่อยมือออกจากร่างเล็กก่อนที่จะเดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าของป่าน เขากำลังปกป้องคนใหม่อย่างดี “ไม่ได้ด่า ก็แค่ถามว่ามองจวยไร อย่าประสาท!” “กูอายุมากกว่ามึงชวนพูดให้มันดีๆ หน่อย” ป่านเอ่ยขึ้นเสียงดัง ดันตัวเองขึ้นมายืนอยู่หน้าพี่เอ็ม “เกิดก่อนก็แค่โตกว่าปะ ไม่ใช่ญาติทำไมต้องพูดดี” ฝุ่นเอ่ยขึ้น ยันตัวลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างเพื่อนตัวเอง ก่อนที่มิ้นกับกายจะลุกขึ้นมายืนด้วยเช่นกัน “อีเหี้ยนี่หาเรื่องโดนตบ” น้ำเสียงของป่านเกรี้ยวกราดมากในเวลานี้ “คิดว่ากูกลัวมึงหรือไงอีป้า” “กูขอตบสักทีเถอะ” ป่านง้างมือขึ้น พุ่งตัวเข้าไปหาฟ้าใส ส่วนคนตัวเล็กเองก็ไม่ได้กลัว ไม่ได้หลบแถมยังยืนนิ่งอีกตั้งหาก หมับ! ยังไม่ทันที่ป่านจะได้ตบฟ้าใส ก็มีคนเข้ามาคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน ชายหนุ่มคว้าข้อมือของป่านเอาไว้ ก่อนที่จะออกแรงผลักเธอเล็กน้อย แต่เขาเป็นผู้ชาย แน่นอนว่าผู้ชายแรงเยอะ เลยทำให้ป่านถอยหลังไปหลายก้าวจนเกือบจะล้มแต่พี่เอ็มรับไว้ทัน “เฮีย!” ฟ้าใสมองชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยเธอไว้ ทันทีที่เห็นว่าเป็นใครเธอก็เอ่ยเรียกทันที “เจ็บตรงไหนมั้ย” ธิเบศร์เอ่ยถามน้ำเสียงหนักแน่น สีหน้าและแววตาของเขาตอนนี้ดูน่ากลัว “ไม่ค่ะ มะ..ไม่เจ็บค่ะ” คนตัวเล็กรู้สึกประหม่าขึ้นทันที “มึงเป็นใครวะ นี่ผู้หญิงนะเว้ย” พี่เอ็มเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด ดันตัวพี่ป่านให้นั่งลงที่เก้าอี้ก่อนที่จะเดินเข้ามาหาธิเบศร์ “หยุดนะพี่เอ็ม!” ฟ้าใสเดินมาบังตัวของธิเบศร์เอาไว้ ไม่ให้พี่เอ็มเข้าถึงตัวของเฮียธิเบศร์ “ช่วยไม่ได้ ผู้หญิงของพี่มันหาเรื่องเอง” ฟ้าใสเอ่ย “ฟ้าเป็นคนเริ่มก่อนนะ” “ตลก! อย่าประสาท” “ฟ้า!” พี่เอ็มตะโกนใส่ฟ้าใสจนคนตัวเล็กตกใจ สะดุ้งตัวเล็กน้อย “มันทำผู้หญิงนะ” พี่เอ็มยังคงเสียงดังใส่เธอ “ก็ไม่เห็นตายปะ” “หน้าตัวเมีย” พี่เอ็มเอ่ยด่าเฮียธิเบศร์ ทำให้ฟ้าใสฟาดมือหนักๆ ลงที่ใบหน้าคมทันที จนใบหน้าของพี่เอ็มหันไปตามแรงตบของฟ้าใสทันที “ก่อนจะว่าคนอื่นแหกตาดูตัวเองก่อนมั้ย มึงก็เหี้ย! เผลอๆ เหี้ยกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นเสียงดัง เธอกำลังโกรธมาก ไม่เคยเห็นเธอโกรธแบบนี้มาก่อน “เอ่อ…ลูกค้าครับ ช่วยเกรงใจลูกค้าท่านอื่นๆ ด้วยครับ” เสียงของพนักงานดังขึ้น ฉุดให้ทุกคนหันไปมองรอบๆ ตอนนี้ในร้านเริ่มมีลูกค้าแล้ว ถึงจะไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็หลายคน ทุกสายตากำลังจับจ้องมองมาที่ทุกคนที่กำลังยืนทะเลาะกันอยู่ “มันไม่ได้ตาย ฟ้าขอไม่รับผิดชอบ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้น เอื้อมมือไปจับมือของธิเบศร์ไว้ ก่อนที่จะพากันเดินออกไป แต่ก็เดินให้เพียงแค่สามก้าวเท่านั้น เสียงร้องเห้ยหลายๆ เสียงก็ดังขึ้นมาทำให้คนตัวเล็กหันกลับมามองก่อนที่จะเอียงตัวหลบ แต่ก็คงไม่พ้นอยู่ดี เพล้ง! เสียงของขวดแก้วที่กระทบกับโต๊ะแตกกระจาย ทำให้เศษแก้วกระเด็นเข้าแขนเล็กของฟ้าใสเต็มๆ จนมีเลือดไหลไม่หยุด ดีที่ยังเอียงหลบได้ เพราะถ้าเอียงหลบไม่ได้คงได้เจ็บหนักกว่านี้แน่ๆ “เหี้ย! เลือด” เสียงของกายดังขึ้น ฉุดให้ที่ธิเบศร์ละสายตาจากคนที่โยนขวดหันกลับมามองที่ฟ้าใสทันที “หนู!” นี้คงเป็นครั้งแรกที่ธิเบศร์เรียกแทนตัวฟ้าใสว่าหนู “อีนี่เล่นแรงเกินไปแล้วนะ” ฝุ่นพุ่งตัวเข้าไปหาป่านทันที ก่อนที่ภายในร้านจะวุ่นวาย ลูกค้าต่างก็พากันแตกตื่น กายเดินมันดันพี่เอ็มให้ออกหาจากฝุ่น “เรื่องของผู้หญิง ปล่อยให้เขาเคลียร์กันเอง” กายเอ่ย หันกลับมามองฝุ่นที่กำลังได้เปรียบ ผู้หญิงกลุ่มนี้พูดได้คำเดียวว่าน่ากลัวทุกคน หลังจากที่สถานการณ์ตรงหน้าเริ่มวุ่นวาย ธิเบศร์เห็นว่าคนตัวเล็กก็ได้รับบาดเจ็บเลยรีบพากลับทันที ไม่ได้สนใจว่าทางนี้จะยังไงต่อ เพราะถ้าให้อยู่จัดการคงไม่ได้ แต่เขาจัดการแน่ เพียงแค่ยังไม่ใช่ตอนนี้เวลานี้เท่านั้น ภายในรถหรูที่กำลังแล่นอยู่บนท้องถนนด้วยความเร็วที่ร้อยยี่สิบ ทำให้ฟ้าใสรับรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังโกรธแล้วก็โกรธมากด้วยเช่นกัน คนตัวเล็กทำได้แค่นั่งกดกระดาษทิชชูปิดบาดแผลไว้ ห้ามเลือดไม่ให้มันไหลเยอะไปมากกว่านี้ แต่ก็ยังคงไหลออกมาเยอะอยู่ดี ธิเบศร์ปรายตามองแขนของคนตัวเล็ก รอบถอนหายใจเบาๆ “ขอโทษนะคะ” ฟ้าใสเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา อยู่ๆ ในใจเธอก็รู้สึกผิดขึ้นมา ถ้าเธอไม่โทรตามเขามา เขาคงไม่ต้องมาโดนพี่เอ็มด่าแสกหน้าแบบนี้ “เรื่อง?” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ออกจะดุๆ หน่อย “ก็ที่โทรตามเฮียให้มาโดนด่าแบบนี้” “ถ้ารู้ว่าทำแบบนั้นแล้วจะเกิดเรื่อง แล้วทำทำไม” “ตอนนั้นไม่มีสมองค่ะ เลยคิดไม่ได้” เธอตอบได้หน้าตายที่สุด “ตอนนี้ก็ไม่มี นี่เธอกินข้าวหรือกินหญ้า” “…” มึงพูดแรงมากนะอีเฮีย “เงียบทำไม” “รู้ว่าผิดเลยไม่เถียงไงคะ” “เป็นผู้หญิงช่วยทำให้ตัวเองมีค่าหน่อย ถ้าเขาไม่รักไม่สนใจก็ไม่เห็นต้องไปทะเลาะหรือตบตีกันเลย” “ค่ะ” “ถามจริง โตมายังไงมันไม่สอนเหรอ ว่าผู้หญิงดีๆ เขาเป็นกันแบบไหน” “…” ฟ้าใสนิ่งเงียบ เม้มปากเข้าหากันเป็นเส้นตรง เธอรู้แล้วว่าเธอผิดแต่ต้องด่าย้ำกันขนาดนี้ก็ได้ เจ็บจนจุกไปหมดแล้ว เฮียธิเบศร์ฟาดแรงทุกดอก… “กดแผลไว้ ใกล้จะถึงโรงพยาบาลแล้ว” ธิเบศร์เอ่ย “เห้อ~” คนตัวเล็กรอบถอนหายใจ ธิเบศร์เลี้ยวรถเข้ามาในโรงพยาบาลก่อนที่จะจอดรถส่งคนตัวเล็กให้กับบุรุษพยาบาล ร่างเล็กหายลับเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ส่วนธิเบศร์เองก็ขับรถไปจอดที่ลานจอดรถ ก่อนที่จะเดินเข้ามารอคนตัวเล็กที่หน้าห้องฉุกเฉิน ชายหนุ่มนั่งรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยท่าทางที่ร้อนใจ “ไอ้ธิเบศร์” น้ำเสียงของผู้ชายดังขึ้น ธิเบศร์หันไปมองตามเสียงเรียก “มาทำอะไร” “มาแดกข้าวมั้งครับ” กูอยู่โรงพยาบาลมึงให้กูมาทำอะไร “กวนตีน!” หมอรามิลเอ่ยด่าเสียงเบา เดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่ม “มาทำอะไร” “ปวดหัวนิดหน่อยเลยมาหาหมอ กำลังจะกลับแล้ว” “คิดว่ากูเชื่อมั้ย” หมอรามิลจ้องใบหน้าคมอย่างจริงจัง จนธิเบศร์เองต้องเป็นคนหลบสายตารามิล “เรื่องของมึง” ธิเบศร์ยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนที่จะเดินออกไปทันที ชายหนุ่มเดินกลับมาที่รถ เปิดประตูรถก่อนที่จะสตาร์รถ แล้วเอื้อมมือไปเปิดแอร์รถ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา กดเข้าแชทของฟ้าใสทันที Tibet : รออยู่ที่รถนะ เจอไอ้รามิลที่หน้าห้องฉุกเฉิน เลยรอตรงนั้นไม่ได้ Tibet : รถจอดอยู่ที่ลาดจอดรถด้านหน้านะ ธิเบศร์กดส่งข้อความหาคนตัวเล็กทันที ฟ้าใสเริ่มมีผลต่อใจเขา ใจหนึ่งก็ห่วงเธอ แต่อีกใจก็รักเพื่อน ไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับเธอ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกันอยู่ดี เขาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเรื่องของเขากับฟ้าใสมันคงเป็นไปไม่ได้ Sky : เจ็บ Sky : (ส่งรูปภาพแผล) Tibet : เย็บเหรอ? Sky : ค่ะ 2เข็มค่ะ แผลไม่ใหญ่แต่ลึก Tibet : ใกล้เสร็จหรือยัง Sky : ใกล้แล้วค่ะ ธิเบศร์นั่งมองข้อความสุดท้ายที่เธอส่งมา คว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลง เอื้อมมือไปเปิดเพลงเบาๆ ก่อนที่เขาจะหลับตาลงช้าๆ ปล่อยใจให้ไปกับเสียงเพลง เหมือนว่ามั้งจะเพิ่งเริ่มต้น นี้ขนาดเริ่มต้นยังต้องเจอเรื่องราวมากมายขนาดนี้ แล้วถ้านานวันเข้าจะเป็นยังไง ฟ้าใสเป็นเด็กลุยๆ ตรงๆ วันแรกที่เจอกันเขาก็ยังไม่คิดว่าเธอจะเมาจนกล้าไปเสียทุกอย่าง แล้ววันนี้ที่เธอได้แผลก็คงเพราะความเมาแล้วความใจกล้าของเธอนั่นแหละ“ถ้าเป็นปลากัดคงท้องแล้วนะเฮีย” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากที่จ้องหน้ากันอยู่นานหลายนาที“เหรอ?” ธิเบศร์เลิกคิ้วสูง “อยากรองท้องดูมั้ย”“ทะลึ่ง!” คนตัวเล็กตีลงที่มือหนาเบาๆ“หนูไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่มั้ย” ธิเบศร์รอบมองไปทั่วเรือนร่างของเธอ เพราะตอนที่โดนแทง ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเขาเอาตัวเองบังฟ้าใสไว้ หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ตัดไปเลย“ไม่ค่ะ หนูปลอดภัย” ฟ้าใสคลี่ยิ้มตอบ“ขึ้นมานั่งบนนี่ด้วยกัน” ธิเบศร์ตบมือลงที่เตียงคนไข้สองสามที คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมา เธอไม่ยอมขึ้นไป“เดี๋ยวพยาบาลเข้ามาเจออายเขานะคะ”“ไม่เห็นมีอะไรน่าอาย ไม่ต้องอาย” ธิเบศร์เอ่ยก็แน่ละซิใครจะหน้าหนาเหมือนเฮียละ…“จะขึ้นมาหรือจะให้เฮียลงไปอุ้ม” ธิเบศร์ทำท่าทางจะลงจากเตียง ทำให้ฟ้าใสต้องดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาจะลงจากเตียงเป็นรอบที่สองไม่ได้เด็ดขาด“เดี๋ยวหนูขึ้นไปเองค่ะ”“ก็แค่นั่นแหละครับ” ธิเบศร์คลี่ยิ้มให้กับเธอ ในรอบหลายวันมานี้ รอยยิ้มนี้เป็นรอยยิ้มเดียวที่เธอโหยหามาตลอดเวลา คนตัวเล็กค่อยขยับขึ้นไปบนเตียง นอนอยู่ข้างๆ กับคนป่วย ชายหนุ่มนอนตะแคงโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่จะกดริมฝีปากหนาจูบลงไปที่หน้าผากมนของฟ้าใส
สองอาทิตย์เต็มที่เขาเอาแต่นอนนิ่ง แล้วก็เป็นสองอาทิตย์เต็มที่เธอเอาแต่เฝ้าเขาไม่ไปไหนเลย ธิเบศร์นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคนไข้ ส่วนคนตัวเล็กนอนฟุบหน้าลงที่เตียงของคนไข้ เธอไม่รู้ว่าเธอหลับไปนานแค่ไหนแล้ว ไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วยซ้ำ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีมือหนักๆ มาวางลงบนศีรษะเธอนั่นแหละ ในใจเธอก็ขอให้เป็นเขา เป็นเขาสักทีได้มั้ยเฮียตื่นขึ้นมาสักทีได้มั้ย…ฟ้าใสเงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าของเธอตอนนี้ทำเอาเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คนตัวเล็กปล่อยน้ำตาให้ไหลรินแบบไม่รู้ตัว ธิเบศร์ฟื้นแล้ว เขาฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย“เฮีย TT” ฟ้าใสเอ่ยเรียกเขาทั้งน้ำตา พร้อมกับคลี่ยิ้มให้เขา“หิวน้ำ” ธิเบศร์เอ่ยน้ำเสียงแหบแห้ง“ได้ค่ะ ได้” คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นยืนแล้วเอาน้ำให้ธิเบศร์ดื่มทันที ชายหนุ่มดื่มน้ำอย่างกระหาย เขาคอแห้งเพราะว่าหลับไปนานหลายวันเลยทีเดียว“หนูจะไปตามหมอนะคะ” ฟ้าเอ่ยจบก็รีบวิ่งออกไปตามเฮียรามิลทันที เพียงครู่เดียวทั้งเธอและรามิลก็วิ่งกลับมาพร้อมกัน“ตื่นได้สักทีไอ้สัด!” รามิลมองหน้าเพื่อนแบบโล่งใจในที่สุดก็ตื่นสักทีไอ้เหี้ย!“กูนึกว่าจะได้ไปรอพวกมึงที่นรกซะแล้ว” ธิเบศร์เอ่ยยิ้มๆ“ตื
ทั้งสองหนุ่มยืนรอคนตัวเล็กอยู่หน้าห้องเพียงครู่เดียว ร่างเล็กก็เดินออกมาจากภายในห้อง โรมเลือกซื้อชุดที่พอดิบพอดีกับตัวน้อง เป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนสีดำเข้ารูป ฟ้าใสเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว พอใส่เสื้อผ้าพวกนี้มันเลยดูดีไปอีกแบบ ดูแปลกตาดีเหมือนกัน“เขาเป็นยังไงบ้างคะ” ทันทีที่เธอเดินออกมา ร่างเล็กก็เอ่ยถามถึงคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง“รอย้ายไปห้องพิเศษครับ” ดร.ซันเอ่ยตอบเสียงเรียบ“โล่งใจ” คนตัวเล็กยกมือขึ้นมาทาบอก ถอนหายใจเล็กน้อย“เฮียพาไปกินข้าว แล้วเดี๋ยวค่อยไปดูมัน” โรมเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือคนตัวเล็กแล้วออกแรงดึง ให้เธอเดินตามหลังเขามาโรมพามากินข้าวที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล ทั้งสามคนเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหารก่อนที่จะเริ่มสั่งอาหาร เพียงครู่เดียวอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟลงตรงหน้าขอแต่ละคน ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มทานอาหารของตัวเองอย่างเงียบๆ“หนูขอเป็นคนเฝ้าเฮียธิเบศร์เองได้มั้ยคะ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้น ทำให้โรมหยุดทุกการเคลื่อนไหว เงยหน้าขึ้นมองน้องสาวด้วยเอง“ตามใจ ไม่บังคับ” เฮียโรมเอ่ยตอบ ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปกินข้าวต่อ“ขอบคุณเฮียนะคะที่เข้าใจหนู”“อืม มีน้องคนเดียวให้ทำไงได้” โรมเอ่ยตอบ ดร.ซันนั่
“พี่เอ็มมีอะไร?” ฟ้าเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้าด้วยความงุนงง เพราะเขาหายออกไปจากชีวิตเธอนานแล้ว ทว่าทำไมวันนี้ถึงโผล่มาได้“พี่อยากขอโทษหนูในทุกๆ เรื่อง” เอ็มเดินเข้าไปประชิดตัวฟ้าใส จับกุมสองมือเล็กเอาไว้แน่นมึงไม่รู้อะไรซะแล้ว เจ้าที่เขายืนดูอยู่มองไม่เห็นหรือไง…“พี่เอ็มปล่อยฟ้าก่อน” คนตัวเล็กพยายามดึงมือออกจากมือใหญ่ของเอ็ม “ปล่อยฟ้านะพี่เอ็ม!”“พี่คิดได้แล้วฟ้า พี่อยากขอโทษหนู พี่ผิดไปแล้วจริงๆ”“มันกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วพี่เอ็ม” ฟ้าใสเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น“ทำไมถึงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ หนูรักพี่มากไม่ใช่เหรอ”“นั้นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ฟ้าไม่ได้รักพี่แล้ว”“พี่ขอโอกาสได้มั้ย” เอ็มยังคงดื้อดึง พยายามดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด ทว่าคนตัวเล็กก็พยายามดิ้นหนี จนเพื่อนที่อยู่ตรงนั้นก็พากันเข้าไปช่วย แต่เอ็มก็ยังไม่มือออกจากฟ้าใส ยังคงจับเธอแน่น“ปล่อยมือออกจากเธอซะ” แน่นอนว่าธิเบศร์ทนดูต่อไปไม่ไหว เดินตรงเข้าไปหาฟ้าใสทันที ผลักเอ็มจนกระเด็น“มึงอีกแล้ว” เอ็มหันหน้ากลับมามองบุคคลที่ผลักเขาเมื่อครู่ ก่อนที่จะจ้องมองอีกคนตาไม่กะพริบ“ทำไม?” ธิเบศร์ยืนเอาตัวเองบังเรือนร่างฟ้าใสเอาไว้ จ้องม
หลังจากที่อยู่พูดคุยกับไอ้เทลได้สักพัก ก็พากันแยกย้ายห้องใครห้องมัน ธิเบศร์เดินกลับขึ้นมาที่ชั้นบน เดินเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงที่เตียงข้างคนตัวเล็ก ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับสนิท หลับแบบไม่สนว่าใครจะเดินเข้าหรือเดินออก“ขอโทษที่เคยพูดทำร้ายจิตใจเธอ” ธิเบศร์เอ่ยเสียงแผ่วเบา มือหนาของชายหนุ่มยกขึ้นมาปัดผมที่ปิดบังใบหน้าเธออยู่ออก ก่อนที่จะก้มลงไปจุ๊บเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ ขยับตัวขึ้นมานอนข้างเธอ โอบกอดเธออีกครั้งให้ความอบอุ่นเธออีกครั้ง ก่อนที่จะผล็อยหลับไปในที่สุดเช้าวันถัดไปธิเบศร์ลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆ ของวัน ลืมตาขึ้นมองสิ่งรอบข้าง พยายามปรับสายตาให้เป็นปกติเช่นเดิม ก่อนที่จะหันมามองคนข้างกายที่นอนกอดเมื่อคืน ทว่าไม่อยู่ เธอไม่อยู่แล้ว ข้างกายเขาตอนนี้ไม่มีเธอแล้ว“ไอ้เทล!” เสียงของธิเบศร์ตะโกนดังลั่นอยู่ที่ชั้นสามของตัวอาคาร ก่อนที่เขาจะวิ่งลงมาที่ชั้นล่าง เพื่อที่จะถามไอ้เพื่อนรักตัวดี“น้องหาย! มึงเห็นน้องมั้ย”“กู…” กูเห็น แต่กูบอกมึงไม่ได้จริงๆ เพื่อนรัก“กูอะไร?” ธิเบศร์เดินเข้ามาใกล้เทลเรื่อยๆ“กูไม่เห็น” เทลเอ่ยตอบยันตัวล
“เฮียอย่าทำแบบนี้ คุยกันดีๆ ก็ได้”“คนแบบมันคุยดีๆ คงไม่เข้าใจ” เฮียโรมเอ่ยขึ้นเสียงดัง ผลักร่างเล็กจนกระเด็นล้มลงที่พื้น หวังจะเข้าไปต่อยธิเบศร์อีกครั้ง ทว่ารอบนี้โรมทำน้องเจ็บ เพื่อนๆ ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เลยต่างพากันวิ่งเข้ามาห้าม“ใจเย็นหน่อยดิวะ น้องเจ็บแล้วมึงเห็นมั้ย” รามิลเอ่ยขึ้นเดินเข้าไปประคองร่างเล็กให้ยืนขึ้น ที่มือของฟ้าใสมีเลือดไหลซิบๆ คงเป็นเพราะล้มกระแทกพื้นเมื่อครู่“…” โรมหันไปมองที่คนตัวเล็กนิ่ง “กูแม่งไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”“กูขอโทษ” ธิเบศร์เอ่ยขอโทษ นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกว่าเขาผิดจริงๆ แล้วเขาขอโทษด้วยใจจริง“มึงเก็บคำขอโทษของมึงไว้ แล้วออกไปจากน้องกู”“…” ธิเบศร์เงียบไม่เอ่ยคำใด“มึงทำไม่ได้ซินะ งั้นกูจะส่งมันไปต่างประเทศ” โรมเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ยื่นคำขาด“ไม่ได้!” ธิเบศร์เอ่ยขึ้น“ทำไม ทำไมต้องเป็นมึงด้วยวะ” โรมเอ่ย“ทำไมถึงเป็นกูไม่ได้วะ” ธิเบศร์ถาม“มึงถามใจมึงดู มึงอยู่ในสถานะไหน แล้วน้องกูอยู่ในสถานะไหน”“…” แน่นอนว่าแตกต่าง ธิเบศร์เป็นมาเฟีย มีอันตรายรอบด้าน แน่นอนว่าคนเป็นพี่อย่างโรมไม่อยากเห็นน้องต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน โรมเป็นคนที่รักน้องมาก รักน้







