INICIAR SESIÓNดาราสาวอนาคตกำลังสดใสแต่ชีวิตกลับต้องมาพลิกผันเพราะหนี้การพนัน ในวันที่ไร้หนทาง มืดแปดด้าน จนตรอกมองไม่เห็นทางไปต่อ กลับมีมือคู่หนึ่งที่ยื่นเข้ามาหาพร้อมกับแสงสว่างทางเดียวที่เธอต้องเลือกอย่างจำนน...
Ver más"อื้อ~"
เสียงหวานครางแผ่วในลำคอจูบตอบชายหนุ่มที่กำลังมอบจูบแสนดูดดื่มให้อย่างถึงใจ สองร่างก่ายกอดกันแน่นก่อนร่างสูงกว่าจะออกแรงยกร่างเล็กกว่าขึ้นกระเตงสาวเท้ายาวเร็วๆ มายังเตียงกว้าง
แสงสลัวพอให้มองเห็นใบหน้ากันและกันบางเบา หญิงสาวใต้ร่างกำลังจ้องมองชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาด้วยแววตาหวานหยาดเยิ้มเต็มไปด้วยความรักใคร่หลงใหล
"ชีวิตมนต์ไม่ได้อยากเป็นเมียน้อยตลอดไปหรอกนะคะ และมนต์ก็ไม่อยากลักกินขโมยกินแบบนี้ตลอดชีวิตด้วย"
"ผมสัญญาว่าจะจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุด ผมไม่มีวันให้คุณอยู่ในสถานะนี้ไปตลอดแน่"
ริมฝีปากเอิบอิ่มมุมปากเปรอะเปื้อนคราบลิปสติกสีแดงบิดยิ้มพอใจ หลุบตาลงยังเรียวปากหนาของคนบนกาย เลื่อนมือกรีดกรายขึ้นมาตามลำคอหนาสังเกตเห็นว่าเขากำลังกลืนน้ำลายเล็กน้อย ในขณะที่บางอย่างแข็งขึงด้านล่างกำลังทิ่มต้นขาเธออยู่
นัยน์สีน้ำตาลอ่อนกำลังสั่นระริกจ้องมองหญิงสาวใต้ร่าง เพียงเท่านั้นก็สามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์คนมองแล้ว
สองแขนโอบกอดลำคอแกร่งลากสายตาขึ้นกลับมาประสานสบกัน ยกศีรษะขึ้นจากหมอนนุ่มกดจูบปากหนาบดคลึงเบาๆ ก่อนจูบเนิบนาบจะแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนในเวลาต่อมา
คัท!!!
"โอเค! ฉากนี้ผ่านครับ ดีมาก"
เสียงตะโกนดังแทรกฉากเร่าร้อนจูบดูดดื่มระหว่างชายหญิง ก่อนม่านฟ้าจะออกแรงผลักคนบนตัวเบาๆ หันหน้าหลบริมฝีปากที่ยังคงอ้อยอิ่งไม่อยากห่าง
พระเอกหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลายอมลุกออกจากคนตัวเล็กกว่า ปลายลิ้นดุนดันกระพุ้งแก้มผ่อนลมหายใจร้อนรุ่มออก ดวงตาจดจ้องร่างสวยที่อารมณ์กำลังหลงระเริงไม่อยากละจากด้วยความเสียดาย
ใครบ้างจะไม่อยากแนบแน่นกับนางร้ายเบอร์หนึ่งของวงการในขณะนี้ ม่านฟ้าไม่ได้เป็นหญิงสาวบอบบางผอมแห้งเหมือนผู้หญิงนิยมทั่วไป แต่เธอจะมีรูปร่างอวบอิ่มดูเต็มไม้เต็มมือ
ผิวพรรณผุดผ่องน่าสัมผัส เนียนใสไปทั้งตัว แม้แต่ใบหน้าที่ต้องเจอกับเครื่องสำอาง แดด ฝุ่นและอะไรอีกมากมายในแต่ละวันเจ้าหล่อนก็ยังดูแลได้เป็นอย่างดีจนน่ามองน่าสัมผัสไปหมด
เชื่อว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยก็อยากมีโอกาสใกล้ชิดกับนางร้ายเบอร์แรงอย่างม่านฟ้า เขาก็เป็นหนึ่งในหนุ่มที่อยากสัมผัสแนบแน่นกับเธอด้วยเช่นกัน
"พี่ยอมใจม่านเลย บอกว่าขอเทคเดียวก็เทคเดียวจริงๆ"
"หนูอยากจบงานเร็วๆ ค่ะจะได้กลับไปทันมื้อเย็นกับครอบครัว" อีกเรื่องคือ ไม่อยากเปลืองตัวหลายรอบ แค่นี้ก็รู้สึกหายใจไม่สะดวกแล้ว
"จริงเหรอครับ เสียดายจังพี่ว่าจะชวนไปดินเนอร์ด้วยกันสักมื้อ คงต้องกินแห้วไปก่อนอีกแล้วสิ"
"..." ม่านฟ้าเลือกที่จะส่งยิ้มบางๆ ให้แทนคำพูดก่อนจะขอตัวเดินออกมาก่อน
ลับหลังพระเอกหนุ่มแล้วนางร้ายเบอร์แรงก็ถอนหายใจออกมาราวกับได้กลั้นหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง ตอนนี้จึงค่อยหายใจคล่องขึ้น
เธอไม่ได้อยากเปลืองเนื้อเปลืองตัวไปกับผู้ชายไปทั่ว แต่ด้วยหน้าที่การงานตรงนี้ที่เธอกำลังทำอยู่ และมันก็เป็นอนาคตของตัวเองและครอบครัวด้วยจึงไม่สามารถปฏิเสธได้
อย่างน้อยๆ การเปลืองตัวเล็กๆ น้อยๆ นี้ก็ทำให้เธอมาอยู่จุดๆ นี้ได้ บทนางร้ายใครจะว่าง่ายก็คงง่าย แต่จะว่ายากก็ยากเหมือนกัน
ใครว่าแค่เดินเข้ากล้องแล้วกรี๊ดง่ายๆ เท่านั้น วันๆ หนึ่งหากมีบทนั้นจริงเสียงเธอวันต่อมาอาจใช้การไม่ได้เลยก็มี เพราะต้องเล่นบทเดิมซ้ำๆ หากว่าไม่ผ่านตามผู้กำกับต้องการ
"พรุ่งนี้อย่าลืมว่าเรามีเดินแบบของ HK ห้างรูมสิบโมงเช้านะ อย่าสายล่ะ"
"โอเคค่ะหนูไม่ลืมหรอกน่า ก็มีนาฬิกาคอยสั่นแจ้งเตือนทุกชั่วโมงแบบนี้หนูจะลืมได้ไง"
"จริงๆ เลย มาหาว่าพี่เป็นนาฬิกาอีก จำได้ไหมครั้งล่าสุดที่กลับบ้านพ่อเป็นยังไง กว่าจะโผล่มาได้เล่นสายไปเกือบยี่สิบนาที"
"งื้อ~ ไม่เอาค่ะ ไม่พูดถึงเรื่องนี้กันแล้ว หนูบอกแล้วไงว่ามีอุบัติเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น..."
"แต่ก็ไม่ยอมบอกว่าอะไร" หรี่ตากดดันเบาๆ ทำคนมีชนักติดหลังได้แต่ยิ้มแหะๆ เข้ามากอดแขนอ้อนเบาๆ
ม่านฟ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยเปิดอกคุยเรื่องส่วนตัวกับคนอื่นมากนัก ขนาดลูกแก้วที่เป็นผู้จัดการส่วนตัว สนิทกันมาตั้งเธอเข้าวงการแรกๆ ยังรู้แค่เรื่องที่นางร้ายสาวอยากให้รู้เท่านั้นเลย
ร่างอวบอิ่มเขย่งจุ๊บแก้มนุ่มของผู้จัดการสาวที่เธอนับถือเหมือนพี่สาวคนหนึ่งเบาๆ เป็นการอ้อนทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดไม่อยากพูดถึงอุบัติเหตุฉุกเฉินครั้งนั้น
เรียวขาเสลาก้าวเดินออกมายังจุดจอดรถในเวลาต่อมาหลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว ลมหายใจถูกสาวเจ้าพ่นออกมาเบาๆ ระบายความอัดอั้นและเหน็ดเหนื่อยในใจ
เปิดประตูรถก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัย นั่งมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าอยู่แบบนั้นโดยที่ยังไม่ยอมเคลื่อนรถยนต์คันใหญ่ออกไปเลยเสียทีเดียว
'ทำไมถึงอยากรับงานเพิ่มล่ะ ไหนเคยบอกพี่ว่าอยากมีเวลาว่างให้พ่อกับน้องไม่ใช่หรือไงแล้วอยู่ๆ ทำไมมาเปลี่ยนใจได้'
คำพูดของผู้จัดการสาวยังดังวนอยู่ในหัวนับแต่เช้ามาจนถึงตอนนี้ ยิ่งอยู่กับความเงียบม่านฟ้าก็ยิ่งคิดไม่ตกกับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่
หลายวันมานี้ไม่ว่าจะเวลาไหนที่ว่างเว้นจากงาน หรือช่วงเวลาที่ต้องอยู่กับตัวเองเธอก็มักจะย้อนนึกไปถึงปัญหาใหญ่ที่เพิ่งได้รู้มา ปัญหาที่แก้ไม่ตกในตอนนี้มันพลอยทำเธอไม่มีสมาธิทำงานไปด้วย
เงินเกือบยี่สิบล้านที่พ่อบอกว่าไปกู้ยืมมาเพื่อลงทุนทำธุรกิจเล็กๆ ร่วมกับเพื่อน แต่กิจการยังไม่ทันไปถึงไหนก็ต้องมาเจ๊งไม่เป็นท่าเพราะคนไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน ไม่ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับแนวธุรกิจนี้มาก่อนจึงพลาดทำเงินก้อนใหญ่หลุดมือไปอย่างไม่เหลือเศษฝุ่น
เธอเพิ่งมารู้หลังกลับไปเยี่ยมหาน้องชายกับพ่อครั้งล่าสุดนี้เพราะมีเจ้าหนี้มาตามทวงถึงบ้าน ใช่ว่าไม่เคยรู้ว่าท่านกำลังทำอะไร เธอสนับสนุนท่านทุกทางเพราะเห็นว่าท่านชอบและมีความกระตือรือร้นที่จะทำจริง
แต่แล้ว... ก็เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางกาย กลางวันแสกๆ กลางบ้านที่ให้ร่มเงาบังแดดลมฝน
ม่านฟ้าเพิ่งมารู้ทีหลังที่เจ้าหนี้ตามทวงถึงบ้านว่าเงินก้อนนั้นไม่ได้มีการนำไปลงทุนสร้างธุรกิจอะไรแต่อย่างใด มันเป็นการลงทุนร่วมกับเพื่อนก็จริง.. แต่เป็นการลงทุนการพนันต่างหาก
เธอยังจำความรู้สึกคล้ายฟ้าถล่มลงมาปิดกั้นลมหายใจตัวเองวันนั้นได้ชัดเจน ไม่มีคำพูดใดจะพูดกับท่านได้นอกจากหันหลังเดินออกมาจากบ้าน
โชคดีหน่อยที่น้องชายคนเดียวไม่รับรู้เรื่องด้วยเพราะไปมหาลัยเสียก่อน เธอไม่อยากให้น้องต้องมาเครียดไปด้วย เดี๋ยวเสียกำลังใจผลการเรียนที่ดีมาตลอดจะตกฮวบลงมาไปด้วย
ยอมรับทุกอย่างเอาไว้ด้วยตัวเอง นับจากวันนั้นก็หลีกเลี่ยงจะพูดเรื่องนี้กับพ่อผ่านทางสายโทรศัพท์ พยายามคิดหาทางที่จะสร้างรายได้ให้ตัวเองเพิ่มแต่ก็ต้องจนหนทางเพราะเวลาทำงานเธอที่รัดตัวแน่น แถมคิวงานยังไม่มีว่างเว้น จนต้องขอผู้จัดการสาวให้หางานเพิ่มให้ตัวเอง
มันเป็นงานที่เธอทำได้ในตอนนี้และงานที่ทำได้ดีมาตลอดเช่นกัน เคยคิดจะหาวันหยุดให้ตัวเองและครอบครัวหลังจากเคลียร์คิวงานที่ค้างทั้งหมดแล้ว แต่ก็ต้องพับเก็บความคิดนั้นไว้ก่อนและไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหยิบมันกลับขึ้นมาพูดอีกครั้ง
"เฮ้อ... ฮัลโหลค่ะพ่อ"
เสียงหวานถอนหายใจเบาๆ หลุดออกจากภวังค์ความคิดหนักของตัวเองหลังหน้าจอมือถือเปล่งแสงเรียกดึงสติ เริ่มสตาร์ทเคลื่อนตัวออกมาจากจุดจอดรถในขณะที่ปากก็สนทนากับคนในสายไปด้วย
.
.
ตึกตึก ตึกตึกเสียงคลื่นหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นดังมาจากเครื่องฟังเสียงหัวใจทารกที่คุณหมอกำลังวาดวนบนท้องนูนเล็กน้อย สัมผัสเย็นของเจลบนหน้าท้องแต่กลับทำให้รู้สึกอบอุ่นแผ่มาจากภายในม่านฟ้านอนฟังเสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะด้วยหยาดน้ำที่คลอภายในเบ้าตาจนเต็มปริ่ม มือเรียวถูกกุมไว้ด้วยอุ้งมือใหญ่ของคนรัก แม้ใบหน้าหล่อเหลานั้นจะยังคงราบเรียบไร้ความรู้สึก แต่แววตายามเขาจ้องมองมายังเธอมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีให้"ช่วงนี้จะเริ่มรู้สึกได้ถึงเจ้าตัวน้อยที่เริ่มดิ้นมากขึ้นแล้วครับ คุณแม่เคยรู้สึกถึงการขยับดิ้นของตัวน้องบ้างไหมครับ""ดิ้นเหรอคะ?"ดวงตากลมมนหันสบตากับคุณหมอในขณะที่ก็ดันตัวลุกขึ้นลงจากเตียงโดยมีอังเดรคอยช่วยประคองตลอดเวลาฝ่ามือนุ่มวางทาบไปบนท้องน้อยที่ตอนนี้มันนูนขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะมองเห็นไม่ชัดมากนักถึงจะมีอายุครรภ์ย่างเข้าเดือนที่สี่ไปแล้วก็ตาม เพราะแบบนี้งานที่เธอเคยรับไว้จึงต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จ อย่างเมื่อวานนี้ก็เพิ่งปิดกล้องละครเรื่องล่าสุดของเธอไปเอง"ครับ ปกติแล้วเด็กในท้องจะแอคทีฟในช่วงเวลา 3 ทุ่มถึงตี 1 เพราะว่าในช่วงเวลานั้นมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน
"พ่อคะ"เสียงสดใสคุ้นเคยของม่านฟ้าเอ่ยเรียกคนในรั้วบ้านที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้ที่ท่านปลูกอยู่ มงคลละสายตาออกจากยอดใบไม้สีเขียวที่กำลังไหวเอนไปตามกระแสน้ำกลับมายังด้านหลังและก็ต้องเผยรอยยิ้มกว้างออกมาที่ได้เห็นใบหน้าของคนเป็นลูกสาวที่กำลังเดินเข้ามาในเขตรั้วบ้านหญิงสาวรูปร่างอวบอิ่มในชุดเดรสกระโปรงยาวกรอมเท้าเดินเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ คนที่เคยป่าวประกาศว่ากำลังคบหาดูใจกับลูกสาวเขาอยู่น่าแปลกที่วันนี้ทั้งสองคนมาที่นี่ด้วยกันเหมือนกับหลายวันก่อน แต่ที่ต่างกันคือสีหน้าและรอยยิ้มมีความสุขของคนเป็นลูกสาวที่มันต่างจากใบหน้าอมทุกข์วันนั้น"ม่าน วันนี้ไม่มีงานหรือไงถึงได้มีเวลาแวะกลับบ้านได้""หนูรับงานน้อยลงแล้วค่ะ ตอนนี้ก็เหลือเคลียร์คิวงานที่รับไว้แล้วหลังจากนั้นก็จะมีเวลาว่างมากขึ้นแล้ว"ม่านฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนแต่ก่อนที่ยังไม่มีเรื่องราววุ่นวายปัญหาหนักหนาที่คนเป็นพ่อได้ก่อเอาไว้รอยยิ้มสดใสและแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขทำให้อดนึกหวนไปถึงช่วงเวลาที่เขายังเป็นแค่พ่อของเด็กหญิงตัวเล็กที่ชื่อม่านฟ้า ไม่ใช่ดาราสาวมากฝีมือม่านฟ้าอย่างทุกวันนี้มือเรียวสวยสอดเข้ามากอดแขนของค
"อื้ม~"เสียงหวานล้ำครางแผ่วผ่านลำคอ ในขณะที่อารมณ์ยังคงหลงอยู่ในห้วงรัญจวนเร่าร้อน สองแขนโอบกอดลำคอแกร่งมอบจูบดูดดื่มส่งปลายลิ้นนุ่มให้กับคนของใจอังเดรวางร่างอวบอิ่มลงบนเตียงนุ่มพร้อมกับทาบทับลงมาด้วยกายแกร่งและความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยคิดจะมอบมันให้กับใครมาก่อนผละถอนจูบออกจากกลีบปากนุ่ม สบประสานตาคมกับนัยน์ตาหวานฉ่ำของหญิงสาว ลมหายใจหอบกระชั้นรินรดกันเป็นสัญญาณว่าต่างคนต่างก็โหยหาและต้องการกันและกันมากแค่ไหน"แผลนี่.." ปลายนิ้วนุ่มแตะลงกับรอยแผลเป็นบนใบหน้าคมเข้ม เคลื่อนนัยน์ตาหวานมองตามมือพลางเม้มริมฝีปากน้อยๆ"...""ไม่ว่าอดีตคุณจะเป็นยังไง จะเจ็บปวดหรือผ่านเรื่องราวเลวร้ายมามากแค่ไหน แต่อนาคต.. คุณจะมีฉันที่จะเดินฝ่ามันไปด้วยกัน ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณได้อีก""..."รอยยิ้มและแววตาที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มอบให้กับใคร แต่ตอนนี้ทุกอย่างที่ไม่เคยแสดงมันออกมากลับถูกมอบให้กับผู้หญิงแปลกหน้าที่เป็นเจ้าของหัวใจแกร่งดวงนี้อังเดรโน้มลงมาประกบทาบริมฝีปากเอิบอิ่มด้วยเรียวปากหนา บดขยี้ความนุ่มนิ่มด้วยความเนิบนาบแต่หนักแน่นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มีเพียงคนรับจูบนี้เท่านั้นที่จะรับรู้ได้เคล
ขบวนรถหรูวิ่งออกจากโรงพยาบาลมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ภายในรถยังคงมีเพียงความเงียบที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเท่านั้นม่านฟ้าขบฟันลงบนริมฝีปากจนมันแทบจะแตกอยู่รอมร่อคนด้านข้างก็ยังคงนิ่งอยู่ นิ่งเสียจนเธอหวั่นใจคิดไม่ตกเลยจริงๆ"อังเดร...""อืม"ทุ้มเสียงที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้งขานรับพร้อมกับใบหน้าคมเข้มที่หันขวับกลับมา มือหนาก็พลางยื่นเข้ามาคว้ามือนุ่มไปกุมไว้ราวกับว่าเขาเองก็กำลังรอที่จะให้เธอเปิดประเด็นก่อนนานแล้วเหมือนกันดวงตากลมช้อนขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนที่กำลังกอบกุมมือเรียวของเธอเอาไว้อยู่ มุมปากหนาเหมือนจะอมยิ้มน้อยๆ แววตาที่ทอประกายจ้องมองมาไม่เหมือนทุกครั้ง"ฉ.. ฉันอยากแวะซื้อของหน่อย""อยากได้อะไรเดี๋ยวให้คนจัดการให้""ฉันอยากไปเลือกเอง ฉันอยากซื้อของสดไปเก็บไว้""...เดี๋ยวให้คนจัดการให้""..."สองแก้มอมลมไว้หลุบตาลงอย่างเด็กน้อยที่กำลังถูกขัดใจ นั่นทำให้มาเฟียหนุ่มอดไม่ได้ที่จะโน้มลงมาหอมแก้มใสฟอดใหญ่ด้วยความมันเขี้ยวม่านฟ้าเบิกตาโตแทบตั้งตัวไม่ทันกับการจู่โจม ก่อนหน้าเขายังนิ่งทำเงียบอยู่เลยแต่ทำไม..."อ๊ะ!"ไม่รั้งรอให้หญิงสาวได้คิดอะไรมากอ้อมแขนแก่งแข็งแรงก็สอดเข้ามา