تسجيل الدخولใช้เวลาไม่นานมากนัก รถหรูของธิเบศร์ก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าคอนโดแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากห้างเท่าไหร่ ตอนแรกเขาก็ได้อยากคุยกับเธอ เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากมีปัญหากับเพื่อน เพราะดูท่าทางของมันแล้ว มันหวงน้องจริงจัง แต่ไม่รู้สึกเพราะอะไรถึงทำให้ธิเบศร์ตอบตกลงกับฟ้าใสไป ว่าเราทั้งสองจะคุยกัน คุยแบบไม่มีใครรู้ แต่อย่าลืมว่าความลับมันไม่มีในโลก สักวันคนที่ไม่อยากให้รู้ก็ต้องรู้อยู่ดี
“อย่ากลับบ้านดึก ถ้ามันดึกมากก็นอนห้องเพื่อนไปเลย” ธิเบศร์เอ่ยขึ้นทันทีที่ส่งเธอถึงจุดหมายแล้ว “รับทราบค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยยิ้มๆ ก่อนที่จะยกมือไหว้ขอบคุณเขา แล้วเดินลงจากรถไป “กูคิดดีแล้วใช่มั้ย” ธิเบศร์เอ่ยขึ้นทันทีที่คนตัวเล็กลงจากรถไปแล้ว นั่งมองตามแผ่นหลังของเธอ จนเธอหายไปจากสายตา “เธอกับพี่เธอมันนิสัยเหมือนกันจริงๆ” โรมเป็นคนชอบเสี่ยง อะไรที่มันเสี่ยงทำให้เขาเจ็บตัวหรือเจ็บใจ เขาชอบลงไปเล่นกับมันที่สุด เขาเคยบอกว่าประสบการณ์จะสอนให้เราเข้มแข็งเสมอ ก่อนที่มึงจะเข้มแข็ง มึงคงเจ็บเจียนตายพอดีไอ้ควาย… ฟ้าใสเดินขึ้นลิฟต์มา กดลิฟต์ไปที่ชั้นของเพื่อนสนิทอาศัยอยู่ เพียงครู่เดียวประลิฟต์ก็ถึงเปิดออก ร่างเล็กเดินตรงเข้าไปที่ห้องของฝุ่น ก่อนที่จะเคาะประตูเรียกเจ้าของห้อง ทว่าคนเปิดไม่ใช่เจ้าของห้อง “มาแล้วครับ~” น้ำเสียงของคนด้านในดังมาแต่ไกล ก่อนที่จะประตูจะถูกเปิดออก “ไอ้กาย” ทันทีที่ฟ้าใสเห็นใบหน้าของคนเปิดประตูห้อง “กูก็คิดว่าผีที่ไหนมาเคาะห้อง” กายเพื่อนสนิทอีกคนของกายฟ้า แต่ไม่ค่อยได้พบเจอกันมากเท่าไหร่ เพราะกายเขาติดสาวซะส่วนใหญ่ ส่วนน้อยมากๆ ที่เขาจะมาอยู่ในกลุ่มเพื่อน “ปากดีฉิบหาย ผู้ชายเหี้ยอะไร” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเดินเข้ามาภายในห้อง เดินไปนั่งลงตรงโซฟาที่มีเพื่อนอีกสองคนนั่งอยู่ “ลมอะไรหอบให้มึงมาหากูถึงห้องเนี่ย” ฝุ่นเอ่ยถาม ก่อนที่จะคลี่ยิ้มให้ “คงไม่อกหักมาอีกใช่มั้ยคะสาว” มิ้นเพื่อนสนิทคนสุดท้ายของฟ้า มิ้นเป็นประเภทเดียวกันกับกาย ยากมากที่จะได้เจอตัวพวกมัน ถ้าไม่มีอะไรสำคัญจริงๆ อย่าหวังว่าจะได้เจอพวกมันเลย “อกหักเป็นแบบไหนคะ หนูไม่รู้จักเลย” ฟ้าใสเอ่ยอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะทำท่างุนงง ทำให้เพื่อนๆ ต่างก็พากันหัวเราะชอบใจ “ตอแหลมากค๊า~” “แรงอยู่น๊า~” “ว่าแต่ทำไมมึงสองคนถึงอยู่ที่นี่ได้” ฟ้าใสมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างกายกับมิ้น “จะชวนกันออกล่าค๊า~” มิ้นเอ่ยตอบ “แล้วไม่ชวนกูเนี่ยนะ” “กูกำลังจะโทรหาพอดี แต่มึงมาก่อนนี่ไง” ฝุ่นเอ่ย “ไปร้านไหน หิ้วกูไปด้วย” ฟ้าใสเอ่ยยิ้มๆ “ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนมั้ยคะ ชุดนักศึกษาคงไม่ดีมั้ง” กายเอ่ยขึ้นก่อนที่จะส่งสายตาไปทางห้องนอนของฝุ่น “เออๆ รอกูแป๊บ ขอยืมชุดมึงด้วยนะฝุ่น” ฟ้าใสยันตัวลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องนอนของฝุ่น “อยู่ในตู้เลือกเอาเลย” ฝุ่นตะโกนตามหลังมา ฟ้าใสเดินเข้ามาภายในห้องนอน ก่อนที่จะเดินเข้าไปอาบน้ำ ร่างเล็กหยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นจนบนร่างกายไม่เหลือเสื้อผ้าสักชิ้น เนินอกของคนตัวเล็กยังคงมีรอยช้ำแดงเป็นจ้ำๆ อยู่สองสามรอย ส่วนที่ต้นคอขาวนั้นก็ยังคงมีรอยให้เห็นอยู่เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ชัดมากเท่าไหร่นัก เพราะว่าฟ้าใสใช้เครื่องสำอางปกปิดเลยทำให้ไม่เห็นรอยพวกนั้น เพียงครู่เดียวคนตัวเล็กก็แต่งตัวเสร็จ ฟ้าใสอยู่ในชุดเกาะอกครึ่งตัวสีดำกับกางเกงยีนสีน้ำเงินเข้มมันเป็นอะไรที่ลงตัวที่สุดรอยช้ำแดงที่เนินอกก็ไม่เห็นแล้ว เพราะฟ้าใสใช้เครื่องสำอางปกปิดเรียบร้อยจนหมดแล้ว ทันทีที่เธอเดินออกมา เพื่อนๆ ต่างก็พากันเอ่ยแซวเธอ “ว้าว~” “จะแซ่บไปไหนคะ ได้ข่าวว่าอกหักอยู่” มิ้นเอ่ยแซวๆ อย่างไม่จริงจัง “ไม่ซีเรียสค่ะ อกหักของแค่เรื่องจิ๊บๆ” ฟ้าใสเอ่ยตอบ “มีคนคุยใหม่แล้ว?” กายเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะถ้ามันร่าเริงได้แบบนี้แสดงว่ามันมีคนคุยใหม่แล้ว หรือไม่ก็มีคนทำให้ไม่เศร้าแล้ว ฟ้าใสเป็นจำพวกที่ไม่เสียใจอยู่กับอะไรนานๆ ถ้ามีอะไรมาทำให้ดีขึ้น ฟ้าใสก็จะปล่อยเรื่องร้ายๆ ให้มันผ่านไปในทันที ‘ชีวิตคนเราเริ่มใหม่ได้เสมอ ขอแค่อย่าจมปลักกับอดีตนาน’ “ขอปิดไว้ก่อนนะคะ แต่ไม่เศร้าแล้วค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยยิ้มๆ เรื่องนี้เพื่อนๆ รู้ได้แต่เฮียโรมห้ามรู้เด็ดขาด แค่รู้ว่าเธอถูกพี่เอ็มบอกเลิก เฮียโรมก็แทบจะไปหาเรื่องพี่เอ็มแล้ว ในเรื่องของพี่เอ็มเฮียโรมรู้แค่ว่าฝ่ายชายเป็นคนบอกเรื่อง ไม่ได้รู้ทั้งหมด เพราะถ้ารู้ทั้งหมด ว่าฝ่ายนั้นคิดจะเอาน้องตัวเองคงมีหวังตายกันไปข้างแน่ๆ “เฮียรู้เรื่องหรือยัง” ฝุ่นเอ่ยถามถึงเฮียโรม ในบรรดาเฮียๆ ทั้งหลายฝุ่นรู้จักแค่เฮียโรมเท่านั้น เฮียคนอื่นๆ เธอยังไม่เคยเจอไม่เคยรู้จัก “ยัง แล้วพวกมึงก็ห้ามพูดห้ามบอกเฮียด้วย” ฟ้าใสเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทำไม?” กายเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย “เออนั้นดิ ทำไมเฮียถึงรู้ไม่ได้” มิ้นเอ่ย “คนในความลับ ไว้กูพร้อมกูจะบอกเอง” ฟ้าใสเอ่ย “อืมๆ ตามใจมึงแล้วกัน” “ป่ะๆ ไปกันเถอะ” มิ้นเอ่ยขึ้น ยันตัวลุกขึ้นจากโซฟา เดินเข้าไปยืนอยู่ข้างฟ้าใส “หมดกันกู ยืนข้างมึงแล้วกูดับเลย” “มายืนข้างกูนิมา” กายเอ่ยขึ้น ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง “ยิ่งไปยืนข้างมึง ยิ่งไม่มีคนเข้ามาจีบกูเลย เขาคิดว่ากูเป็นเมียมึงกันหมด” มิ้นเอ่ย “ฮ่าๆ กูว่าสักวันคงได้กันจริงๆ เถียงกันดีฉิบหาย” ฝุ่นเอ่ยยิ้มๆ ก่อนที่คนตัวเล็กจะยันตัวลุกขึ้นยืนเป็นคนสุดท้ายแล้วเดินออกไปจากห้องทันที ก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินตามกันออกมา “ล็อคห้องให้ด้วยค่ะ” ฝุ่นหันไปเอ่ยกับฟ้าใส เพราะร่างเล็กเป็นคนเดินออกมาคนสุดท้าย “ค๊า~ คุณนายฝุ่น” ฟ้าใสเอ่ย ก่อนที่จะหันไปล็อคประตูห้องให้เรียบร้อย เพียงครู่เดียวทั้งสี่คนก็ขึ้นมาอยู่บนรถแล้วเรียบร้อย คนขับเป็นกาย เพราะเขาเป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่ม ใครหลายๆ คนชอบมองว่าสามสาวมีผัวคนเดียวกัน แต่อยากจะบอกว่าพวกเราไม่กินกันเอง ทันทีที่ทุกคนพร้อมกายก็เคลื่อนรถออกทันที ร้านที่ฝุ่นจะพาไปเป็นร้านที่อยู่นอกตัวเมืองเล็กน้อย ฝุ่นไปเจอร้านมาจากในเน็ต มีแต่คนรีวิวมาว่าร้านสะอาด น่านั่งมาก แล้วผู้ก็หล่อมากๆ เช่นกัน 22:56 นาที กว่าจะมาถึงร้านได้ก็ดึก เพราะร้านอยู่ใกล้พอสมควรเลย แต่เพราะคำว่าผู้หล่อมากๆ เลยจำยอมต้องมาที่นี่ให้ได้ อยากมาให้เห็นกับตาว่า มีจริงแบบที่ชาวเน็ตเขารีวิวกันมั้ย ทันทีที่เห็นร้านก็ต้องพากันส่ายหัวไปมาทันที เพราะเป็นร้านข้างทาง นั่งชิว “กูถามจริง มึงอ่านรีวิวดีแล้วใช่มั้ย” มิ้นเอ่ยถาม ก่อนที่จะมองเข้าไปภายในร้าน มันเป็นร้านนั่งชิวธรรมดา ที่แทบจะไม่มีผู้คนเข้ามานั่งเลยด้วยซ้ำ “ดีแล้ว กูอ่านทุกรีวิวเลย เขาก็ว่ามีหล่อๆ จริง” ฝุ่นยังคงยืนยัน “กูไม่เห็นมีใครสักคนเลย” ฟ้าใสเอ่ย “งั้นกลับมั้ย” กายเอ่ยเสนอขึ้น “มาตั้งไกล เมื่อยตูดหมดจะตาย” ฟ้าใสเอ่ย “งั้นก็ลงไปนั่ง เอาบรรยากาศแล้วกัน” “เหนื่อยใจกับมึงจริงๆ อีฝุ่น” มิ้นเอ่ยก่อนที่จะเปิดประตูรถจากรถ ตามด้วย ฝุ่น ฟ้าใสแล้วก็กาย“ถ้าเป็นปลากัดคงท้องแล้วนะเฮีย” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากที่จ้องหน้ากันอยู่นานหลายนาที“เหรอ?” ธิเบศร์เลิกคิ้วสูง “อยากรองท้องดูมั้ย”“ทะลึ่ง!” คนตัวเล็กตีลงที่มือหนาเบาๆ“หนูไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่มั้ย” ธิเบศร์รอบมองไปทั่วเรือนร่างของเธอ เพราะตอนที่โดนแทง ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเขาเอาตัวเองบังฟ้าใสไว้ หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ตัดไปเลย“ไม่ค่ะ หนูปลอดภัย” ฟ้าใสคลี่ยิ้มตอบ“ขึ้นมานั่งบนนี่ด้วยกัน” ธิเบศร์ตบมือลงที่เตียงคนไข้สองสามที คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมา เธอไม่ยอมขึ้นไป“เดี๋ยวพยาบาลเข้ามาเจออายเขานะคะ”“ไม่เห็นมีอะไรน่าอาย ไม่ต้องอาย” ธิเบศร์เอ่ยก็แน่ละซิใครจะหน้าหนาเหมือนเฮียละ…“จะขึ้นมาหรือจะให้เฮียลงไปอุ้ม” ธิเบศร์ทำท่าทางจะลงจากเตียง ทำให้ฟ้าใสต้องดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาจะลงจากเตียงเป็นรอบที่สองไม่ได้เด็ดขาด“เดี๋ยวหนูขึ้นไปเองค่ะ”“ก็แค่นั่นแหละครับ” ธิเบศร์คลี่ยิ้มให้กับเธอ ในรอบหลายวันมานี้ รอยยิ้มนี้เป็นรอยยิ้มเดียวที่เธอโหยหามาตลอดเวลา คนตัวเล็กค่อยขยับขึ้นไปบนเตียง นอนอยู่ข้างๆ กับคนป่วย ชายหนุ่มนอนตะแคงโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่จะกดริมฝีปากหนาจูบลงไปที่หน้าผากมนของฟ้าใส
สองอาทิตย์เต็มที่เขาเอาแต่นอนนิ่ง แล้วก็เป็นสองอาทิตย์เต็มที่เธอเอาแต่เฝ้าเขาไม่ไปไหนเลย ธิเบศร์นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคนไข้ ส่วนคนตัวเล็กนอนฟุบหน้าลงที่เตียงของคนไข้ เธอไม่รู้ว่าเธอหลับไปนานแค่ไหนแล้ว ไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วยซ้ำ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีมือหนักๆ มาวางลงบนศีรษะเธอนั่นแหละ ในใจเธอก็ขอให้เป็นเขา เป็นเขาสักทีได้มั้ยเฮียตื่นขึ้นมาสักทีได้มั้ย…ฟ้าใสเงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าของเธอตอนนี้ทำเอาเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คนตัวเล็กปล่อยน้ำตาให้ไหลรินแบบไม่รู้ตัว ธิเบศร์ฟื้นแล้ว เขาฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย“เฮีย TT” ฟ้าใสเอ่ยเรียกเขาทั้งน้ำตา พร้อมกับคลี่ยิ้มให้เขา“หิวน้ำ” ธิเบศร์เอ่ยน้ำเสียงแหบแห้ง“ได้ค่ะ ได้” คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นยืนแล้วเอาน้ำให้ธิเบศร์ดื่มทันที ชายหนุ่มดื่มน้ำอย่างกระหาย เขาคอแห้งเพราะว่าหลับไปนานหลายวันเลยทีเดียว“หนูจะไปตามหมอนะคะ” ฟ้าเอ่ยจบก็รีบวิ่งออกไปตามเฮียรามิลทันที เพียงครู่เดียวทั้งเธอและรามิลก็วิ่งกลับมาพร้อมกัน“ตื่นได้สักทีไอ้สัด!” รามิลมองหน้าเพื่อนแบบโล่งใจในที่สุดก็ตื่นสักทีไอ้เหี้ย!“กูนึกว่าจะได้ไปรอพวกมึงที่นรกซะแล้ว” ธิเบศร์เอ่ยยิ้มๆ“ตื
ทั้งสองหนุ่มยืนรอคนตัวเล็กอยู่หน้าห้องเพียงครู่เดียว ร่างเล็กก็เดินออกมาจากภายในห้อง โรมเลือกซื้อชุดที่พอดิบพอดีกับตัวน้อง เป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนสีดำเข้ารูป ฟ้าใสเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว พอใส่เสื้อผ้าพวกนี้มันเลยดูดีไปอีกแบบ ดูแปลกตาดีเหมือนกัน“เขาเป็นยังไงบ้างคะ” ทันทีที่เธอเดินออกมา ร่างเล็กก็เอ่ยถามถึงคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง“รอย้ายไปห้องพิเศษครับ” ดร.ซันเอ่ยตอบเสียงเรียบ“โล่งใจ” คนตัวเล็กยกมือขึ้นมาทาบอก ถอนหายใจเล็กน้อย“เฮียพาไปกินข้าว แล้วเดี๋ยวค่อยไปดูมัน” โรมเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือคนตัวเล็กแล้วออกแรงดึง ให้เธอเดินตามหลังเขามาโรมพามากินข้าวที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล ทั้งสามคนเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหารก่อนที่จะเริ่มสั่งอาหาร เพียงครู่เดียวอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟลงตรงหน้าขอแต่ละคน ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มทานอาหารของตัวเองอย่างเงียบๆ“หนูขอเป็นคนเฝ้าเฮียธิเบศร์เองได้มั้ยคะ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้น ทำให้โรมหยุดทุกการเคลื่อนไหว เงยหน้าขึ้นมองน้องสาวด้วยเอง“ตามใจ ไม่บังคับ” เฮียโรมเอ่ยตอบ ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปกินข้าวต่อ“ขอบคุณเฮียนะคะที่เข้าใจหนู”“อืม มีน้องคนเดียวให้ทำไงได้” โรมเอ่ยตอบ ดร.ซันนั่
“พี่เอ็มมีอะไร?” ฟ้าเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้าด้วยความงุนงง เพราะเขาหายออกไปจากชีวิตเธอนานแล้ว ทว่าทำไมวันนี้ถึงโผล่มาได้“พี่อยากขอโทษหนูในทุกๆ เรื่อง” เอ็มเดินเข้าไปประชิดตัวฟ้าใส จับกุมสองมือเล็กเอาไว้แน่นมึงไม่รู้อะไรซะแล้ว เจ้าที่เขายืนดูอยู่มองไม่เห็นหรือไง…“พี่เอ็มปล่อยฟ้าก่อน” คนตัวเล็กพยายามดึงมือออกจากมือใหญ่ของเอ็ม “ปล่อยฟ้านะพี่เอ็ม!”“พี่คิดได้แล้วฟ้า พี่อยากขอโทษหนู พี่ผิดไปแล้วจริงๆ”“มันกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วพี่เอ็ม” ฟ้าใสเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น“ทำไมถึงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ หนูรักพี่มากไม่ใช่เหรอ”“นั้นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ฟ้าไม่ได้รักพี่แล้ว”“พี่ขอโอกาสได้มั้ย” เอ็มยังคงดื้อดึง พยายามดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด ทว่าคนตัวเล็กก็พยายามดิ้นหนี จนเพื่อนที่อยู่ตรงนั้นก็พากันเข้าไปช่วย แต่เอ็มก็ยังไม่มือออกจากฟ้าใส ยังคงจับเธอแน่น“ปล่อยมือออกจากเธอซะ” แน่นอนว่าธิเบศร์ทนดูต่อไปไม่ไหว เดินตรงเข้าไปหาฟ้าใสทันที ผลักเอ็มจนกระเด็น“มึงอีกแล้ว” เอ็มหันหน้ากลับมามองบุคคลที่ผลักเขาเมื่อครู่ ก่อนที่จะจ้องมองอีกคนตาไม่กะพริบ“ทำไม?” ธิเบศร์ยืนเอาตัวเองบังเรือนร่างฟ้าใสเอาไว้ จ้องม
หลังจากที่อยู่พูดคุยกับไอ้เทลได้สักพัก ก็พากันแยกย้ายห้องใครห้องมัน ธิเบศร์เดินกลับขึ้นมาที่ชั้นบน เดินเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงที่เตียงข้างคนตัวเล็ก ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับสนิท หลับแบบไม่สนว่าใครจะเดินเข้าหรือเดินออก“ขอโทษที่เคยพูดทำร้ายจิตใจเธอ” ธิเบศร์เอ่ยเสียงแผ่วเบา มือหนาของชายหนุ่มยกขึ้นมาปัดผมที่ปิดบังใบหน้าเธออยู่ออก ก่อนที่จะก้มลงไปจุ๊บเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ ขยับตัวขึ้นมานอนข้างเธอ โอบกอดเธออีกครั้งให้ความอบอุ่นเธออีกครั้ง ก่อนที่จะผล็อยหลับไปในที่สุดเช้าวันถัดไปธิเบศร์ลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆ ของวัน ลืมตาขึ้นมองสิ่งรอบข้าง พยายามปรับสายตาให้เป็นปกติเช่นเดิม ก่อนที่จะหันมามองคนข้างกายที่นอนกอดเมื่อคืน ทว่าไม่อยู่ เธอไม่อยู่แล้ว ข้างกายเขาตอนนี้ไม่มีเธอแล้ว“ไอ้เทล!” เสียงของธิเบศร์ตะโกนดังลั่นอยู่ที่ชั้นสามของตัวอาคาร ก่อนที่เขาจะวิ่งลงมาที่ชั้นล่าง เพื่อที่จะถามไอ้เพื่อนรักตัวดี“น้องหาย! มึงเห็นน้องมั้ย”“กู…” กูเห็น แต่กูบอกมึงไม่ได้จริงๆ เพื่อนรัก“กูอะไร?” ธิเบศร์เดินเข้ามาใกล้เทลเรื่อยๆ“กูไม่เห็น” เทลเอ่ยตอบยันตัวล
“เฮียอย่าทำแบบนี้ คุยกันดีๆ ก็ได้”“คนแบบมันคุยดีๆ คงไม่เข้าใจ” เฮียโรมเอ่ยขึ้นเสียงดัง ผลักร่างเล็กจนกระเด็นล้มลงที่พื้น หวังจะเข้าไปต่อยธิเบศร์อีกครั้ง ทว่ารอบนี้โรมทำน้องเจ็บ เพื่อนๆ ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เลยต่างพากันวิ่งเข้ามาห้าม“ใจเย็นหน่อยดิวะ น้องเจ็บแล้วมึงเห็นมั้ย” รามิลเอ่ยขึ้นเดินเข้าไปประคองร่างเล็กให้ยืนขึ้น ที่มือของฟ้าใสมีเลือดไหลซิบๆ คงเป็นเพราะล้มกระแทกพื้นเมื่อครู่“…” โรมหันไปมองที่คนตัวเล็กนิ่ง “กูแม่งไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”“กูขอโทษ” ธิเบศร์เอ่ยขอโทษ นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกว่าเขาผิดจริงๆ แล้วเขาขอโทษด้วยใจจริง“มึงเก็บคำขอโทษของมึงไว้ แล้วออกไปจากน้องกู”“…” ธิเบศร์เงียบไม่เอ่ยคำใด“มึงทำไม่ได้ซินะ งั้นกูจะส่งมันไปต่างประเทศ” โรมเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ยื่นคำขาด“ไม่ได้!” ธิเบศร์เอ่ยขึ้น“ทำไม ทำไมต้องเป็นมึงด้วยวะ” โรมเอ่ย“ทำไมถึงเป็นกูไม่ได้วะ” ธิเบศร์ถาม“มึงถามใจมึงดู มึงอยู่ในสถานะไหน แล้วน้องกูอยู่ในสถานะไหน”“…” แน่นอนว่าแตกต่าง ธิเบศร์เป็นมาเฟีย มีอันตรายรอบด้าน แน่นอนว่าคนเป็นพี่อย่างโรมไม่อยากเห็นน้องต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน โรมเป็นคนที่รักน้องมาก รักน้







