Share

ปัจฉิมนิเทศ

ก่อนถึงวันสอบปลายภาคไม่กี่วัน นักเรียนชั้นสุดท้ายมักจะมีการแลกสมุดเฟรนด์ชิพกัน ซึ่งฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับสมุดเฟรนด์ชิพจากเพื่อนหลายคน

พวกเราต่างเขียนข้อความให้กันด้วยลายมือของตัวเอง พร้อมกับวาดการ์ตูนตัวเล็กบ้างใหญ่บ้างแล้วแต่ใครจะสามารถทำได้ มีการแปะสติ๊กเกอร์รวมถึงการเขียนคำคมที่ได้รับความนิยมในยุคนั้น

ฉันเปิดสมุดเฟรนด์ชิพของครีมที่เธอยื่นมาให้ มันเป็นสมุดปกแข็งสีชมพูมีลายหมีน่ารักอยู่หน้าปก ฉันใช้ดินสอกด Rotring ที่ม่านเมฆให้มาเป็นของขวัญวันเกิดค่อย ๆ บรรจงเขียนข้อความลงไป

"ถึงครีม เพื่อนสุดที่รักของฉัน"

พวกเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถม จำได้ไหมว่าเราช่วยกันติวข้อสอบวิชาสังคมตอนป.6 จนเกือบหลับคาหนังสือ?

ขอบคุณที่เป็นเพื่อนที่ดีเสมอมา ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร ฉันรู้ว่าเราจะยังอยู่ข้างกันเสมอ ขอให้เธอมีความสุขมาก ๆ นะ แล้วพวกเราจะไปลุยโรงเรียนใหม่ด้วยกัน!

ฉันตบท้ายด้วยการวาดรูปกระต่ายตัวเล็กลงในมุมสมุด พร้อมแปะสติกเกอร์รูปหัวใจลงไปหนึ่งดวง

“แกใช้เวลากับสมุดของฉันนานมากเลยนะ เขียนอะไรยาวขนาดนั้น” ครีมหยอกเย้าพลางรับสมุดคืน

“ก็เขียนจากใจไง” ฉันยักไหล่ก่อนจะรับสมุดของเพื่อนอีกคนมาเขียนต่อ

ม่านเมฆที่นั่งอ่านหนังสืออยู่โต๊ะถัดมาเหลือบมองฉันแล้วส่ายหน้า “พวกผู้หญิงนี่มีพิธีรีตองเยอะเกินไปแล้ว”

“นายไม่เขียนเหรอ?” ฉันหันไปถามน้องชาย

“ฉันแค่เขียนสั้น ๆ ก็พอแล้ว” ม่านเมฆตอบก่อนจะดึงสมุดของเพื่อนจากอีกห้องที่ส่งมาให้เขาใช้ปากกาขีดเขียนไม่กี่ประโยคแล้วก็ส่งคืน

“โห แค่โชคดีนะเพื่อนเองเหรอ นายเขียนสั้นไปไหม?” ฉันแกล้งถาม

“ก็เพื่อนกัน ไม่ต้องมากความหรอก” น้องชายฉันยักไหล่ แต่ฉันรู้ว่าเขาก็มีแอบซึ้งเหมือนกัน

ช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของพวกเรา เพื่อน ๆ ต่างแลกเปลี่ยนสมุดกันไปมา ใครบางคนก็แอบแซวกันว่า

“ใครจะเก็บสมุดเฟรนด์ชิพไว้นานที่สุด”

“เดี๋ยวอีกสิบปีมาเปิดดู เราจะยังจำกันได้ไหมนะ?” ครีมพูดพลางหัวเราะ

“ต้องจำได้สิ” ฉันตอบพลางยิ้ม “ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่นา”

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วหลังจากสอบปลายภาคในเดือนมีนาคมเรียบร้อย ฉันกับม่านเมฆรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก

เพราะพวกเราตั้งใจอ่านหนังสือกันอย่างหนัก และตอนนี้ก็ถึงเวลาปิดเทอมสั้น ๆ ก่อนที่พวกเราจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่โรงเรียนใหม่

ในช่วงปิดเทอมฉันกับม่านเมฆรวมถึงครีมต่างไปสมัครที่โรงเรียนมัธยมศรีปฐมตามที่ตั้งใจไว้ เราตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึง แม้จะกังวลเล็กน้อยกับสภาพแวดล้อมใหม่แต่พวกเราก็มีกันและกัน

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งถึงวันปัจฉิมนิเทศ วันที่พวกเราจะได้กลับมาใส่ชุดนักเรียนมัธยมต้นสีขาว กระโปรงกรมท่าของโรงเรียนเดิมอีกครั้ง

ฉันยืนมองตัวเองหน้ากระจกตรวจสอบชุดนักเรียนของตนที่กำลังสวมอยู่ เสื้อสีขาวรีดเรียบ กะโปรงสีกรมท่าเข้มพลิ้วไหว รองเท้านักเรียนสีดำขัดเป็นมันเงาพร้อมถุงเท้าสีขาว วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะได้ใส่มันไปยังโรงเรียนเดิม

ก่อนจะต้องใส่อีกครั้งในวันสอบเข้าโรงเรียนใหม่ จากนั้นก็จะต้องเปลี่ยนไปเป็นใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายที่แตกต่างออกไป

ม่านเมฆเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนักเรียนที่เหมือนกัน ต่างกันเพียงกางเกงของเขาเป็นสีกากี รองเท้านักเรียนสีน้ำตาลดูใหม่เอี่ยมเพราะเขาเพิ่งซักเมื่อวาน

“เจ้ พร้อมหรือยัง?” ม่านเมฆถามพลางสะพายกระเป๋า

ฉันพยักหน้าก่อนจะเดินลงไปที่โต๊ะอาหารพร้อมกับน้องชาย วันนี้แม่เตรียมข้าวต้มกับไข่ลวกให้เหมือนเช่นทุกเช้า  ป๊ากำลังจิบกาแฟและเมื่อเห็นพวกเราสองคนเดินลงมาเขาก็พยักหน้าให้

“วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วสินะ” ป๊าเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงความหมาย

“ค่ะ” ฉันตอบเสียงเบา

แม่ยิ้มอ่อนโยนก่อนจะตักข้าวต้มใส่ชามให้พวกเรา “ตั้งใจเก็บเกี่ยวความทรงจำให้ดีนะลูก”

ฉันพยักหน้ารับรู้ถึงความอบอุ่นที่โอบล้อมอยู่รอบตัว ก่อนจะเริ่มมื้อเช้าของวันนี้อย่างเงียบเชียบระคนวูบโหวงในอก

หลังจากมื้อเช้าสิ้นสุดฉันกับม่านเมฆก็เดินไปขึ้นรถสองแถว สายลมของฤดูร้อนปะทะเข้าใบหน้าแผ่วเบา ในระหว่างนี้ฉันก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเราสองพี่น้องทักทายเพื่อนร่วมโรงเรียนที่ขึ้นรถคันเดียวกัน

ก่อนที่จะเงียบเสียงลงเมื่อพวกเราสนทนากันมาถึงเรื่องเรียนจบซึ่งแต่ละคนก็ต่างแยกย้ายไปตามความฝันของตัวเอง         มีบางคนเลือกเรียนสายอาชีพ บางคนเลือกเรียนมัธยมปลายเหมือนเราสองพี่น้อง

รถสองแถวสีแดงหยุดลงห่างจากหน้าโรงเรียนเล็กน้อย “ฟ้าใส!” เสียงของเพื่อนคนหนึ่งดังขึ้นทักฉัน หลังจากลงจากรถ ฉันหันไปยิ้มให้เธอ

“แป้ง! เธอจะเรียนอาชีวะจริงเหรอไปสมัครมาหรือยัง” ฉันเปิดบทสนทนาขึ้นก่อน

“อืม! เรียบร้อยแล้ว ว่าแต่เธอสองคนกับครีมล่ะเป็นยังไง” เพื่อนของฉันถามกลับ

“พวกเราก็ไปสมัครมาแล้วจะสอบวันที่ 3 เดือนหน้า”       ฉันตอบก่อนที่ม่านเมฆจะแยกตัวออกไปหาเพื่อนของตน

ฉันกับแป้งเดินเข้าไปในโรงเรียนพร้อมกัน เสียงพูดคุยของเพื่อนนักเรียนและเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วบริเวณ            สนามหญ้าหน้าโรงเรียนเต็มไปด้วยเด็กนักเรียนที่สวมชุดนักเรียนเหมือนกัน

ทุกคนดูสดใสแต่ก็แฝงความรู้สึกหลากหลาย วันนี้โรงเรียนตกแต่งด้วยดอกไม้หลากสี โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีแดง สีขาว และสีชมพูที่ถูกมัดเป็นช่อวางประดับอยู่ทั่วอาคารเอนกประสงค์ที่ใช้เป็นที่ประชุมและจัดงาน

ฉันเดินไปหากลุ่มเพื่อน ครีมยืนรออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับเพื่อนอีกหลายคน เธอถือดอกกุหลาบช่อเล็กไว้ในมือก่อนจะส่งให้ฉัน

“นี่ กุหลาบสำหรับเธอ”

ฉันรับมาก่อนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ขอบใจนะ”

“ก็วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วนี่นา” ครีมพูดพลางทำตาแดง

“เธอกับฉันยังต้องอยู่ด้วยกัน พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปดีไหม” ฉันพูดขึ้นเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของเธอ

“แกพูดแล้วนะ เรามาเกี่ยวก้อยสัญญากัน” น้ำเสียงของครีมเปลี่ยนเป็นร่าเริงขึ้น

“อืม ทำตัวเป็นเด็กไปได้” แม้ว่าฉันจะพูดออกไปแบบนั้นทว่าก็ยังยื่นนิ้วก้อยส่งไปให้เธอและก็ช่างเป็นเรื่องบังเอิญเหลือเกินที่มีเสียงเพลงนิ้วก้อยของศิลปินดูโอ้ ลิฟท์-ออย (Lift-Oil) ดังขึ้นพอดี

ฉันกับครีมส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันก่อนที่ฉันจะตกใจเมื่อเพื่อนอีกคนเดินเข้ามากอดฉันเอาไว้แน่น

“ฉันคงคิดถึงเธอมากเลยฟ้าใส!”

ฉันหัวเราะออกมา “พวกเรายังเจอกันได้เสมอนี่น่า จดหมายมาหรือเธอจะโทรมาก็ได้ ฉันยินดีตอบ”

“มันไม่เหมือนกันหรอก” เพื่อนอีกคนพูดแทรก “แค่คิดว่าปีหน้าจะไม่มีพวกเธออยู่ในห้องแล้วมันก็รู้สึกแปลกประหลาดยังไงก็ไม่รู้”

“เอาน่า ทุกคนต้องเติบโตไม่ว่าฉันหรือเธอพวกเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเพื่อนก็คือเพื่อน” ฉันตอบเสียงแผ่วน้ำตาเริ่มคลอ

และเพลงในวันนี้ก็ทำให้พวกเรารู้สึกอย่างนั้นเพราะหลังจากจบเพลงนิ้วก้อยก็ตามมาด้วยเพลงเพื่อนเอยของ          พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์

มีนักเรียนไม่น้อยร้องตามด้วยความเศร้าก่อนที่เพลงนี้จะจบลงและตามมาด้วยเสียงประกาศให้ทุกคนเข้าสู่หอประชุม ภายในห้องนี้ทุกคนต่างแลกเปลี่ยนของขวัญและกอดกันด้วยความซาบซึ้ง

วันนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความทรงจำ ฉันเดินไปหาคุณครูที่เคยสอนพวกเรา ครูประจำชั้นยืนรออยู่พร้อมกับรอยยิ้ม

“ครูคงจะคิดถึงพวกเธอมากเพราะพวกเธอเป็นเด็กดีที่สุดในรุ่นตั้งแต่ครูสอนมา” น้ำเสียงของคุณครูเต็มไปด้วยความอบอุ่น

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ/ครับ” พวกเราต่างยกมือไหว้ครูพร้อมกันก่อนที่ครูจะกล่าวอวยพรออกมาอีกยืดยาว          ฉันเม้มริมฝีปากเน้นก่อนจะพยักหน้า ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว

ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะร้องไห้แต่เมื่อถึงเวลาจริง ๆ กลับอดไม่ได้ ม่านเมฆที่ยืนอยู่ด้านข้างหันมามองฉันแล้วถอนหายใจ

“บอกแล้วไงว่าอย่าร้อง เอาไว้พวกเราค่อยกลับมาเยี่ยมโรงเรียนและครูก็ได้”

“ฉันรู้ แต่มันห้ามได้ที่ไหนเล่า” ฉันหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

หลังจากพิธีจบลงทุกคนเริ่มเดินออกจากหอประชุม           ฉันกวาดสายตามองไปรอบโรงเรียนอีกครั้ง อาคารเรียนที่เคยเดินขึ้นลงทุกวัน สนามฟุตบอลที่เคยวิ่งเล่น หอประชุมที่เคยใช้ทำกิจกรรม ทุกอย่างเต็มไปด้วยความทรงจำ

ฉันรู้ว่าเวลาของพวกเราที่นี่จบลงแล้ว แต่ความทรงจำจะยังคงอยู่ตลอดไป ม่านเมฆเดินเข้ามายืนข้างฉันก่อนจะพูดขึ้น

“เจ้... อีกไม่กี่วันพวกเราก็จะไปเริ่มต้นที่ใหม่แล้วนะ”

ฉันพยักหน้าแล้วยิ้มออกมา “อืม” ฉันรับคำเสียงเบา

วันปัจฉิมนิเทศจบลงพร้อมกับแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ทอดยาวไปทั่วโรงเรียน ฉันกับม่านเมฆเดินออกจากประตูโรงเรียนเดิมด้วยกัน ทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันสวยงาม

ทว่าสิ่งที่ฉันไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองก็เกิดขึ้นเมื่อต้นวิ่งตามฉันมาพร้อมกับส่งจดหมายให้ฉันโดยที่เจ้าตัวไม่พูดอะไรฉันยืนมองจดหมายในมือด้วยความงุนงง

ใบหน้าของต้นขึ้นสีแดงจางขณะที่เขายืนเก้ ๆ กัง ๆ ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   ตอนพิเศษ พยานรักตัวน้อย ๆ

    หลายปีผ่านไป... หลังจากครามเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์และเริ่มต้นชีวิตการทำงานในฐานะวิศวกรหนุ่มอนาคตไกล เขาทุ่มเทให้กับงานในบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งแต่หัวใจของเขาก็ไม่เคยห่างจากจังหวัดบ้านเกิด และที่สำคัญที่สุดคือผู้หญิงที่เขามอบเกียร์และหัวใจให้ไปนานแล้วทางด้านฟ้าใสเธอก็ก้าวเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายของการเรียนในคณะศิลปกรรมฯ ชีวิตที่เคยพลิกผันเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝัน บัดนี้เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ป๊าของเธอกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้สำเร็จแม้การเดินจะยังไม่กลับมาเป็นปกติร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมแต่ด้วยกำลังใจที่ดีและการทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอท่านก็สามารถกลับมาเดินเหินได้คล่องแคล่วขึ้นมาก อีกทั้งยังเข้ามาช่วยดูแลร้านสุกี้ในส่วนที่ไม่ต้องออกแรงมากได้ด้วย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เคยจางหายไปนานกลับมาสู่ครอบครัวของเธออีกครั้งกิจการร้านขนมและร้านสุกี้ก็ดำเนินต่อไปได้ด้วยดีโดยมีฟ้าใสและคุณแม่เป็นหัวเรือใหญ่ และแน่นอนว่ามีครามคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังเสมอในยามที่เธอต้องการ ระยะทางและตารางเวลาที่แตกต่างไม่ได้ทำให้ความรักของครามและฟ้าใสลดน

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   รักของเราคือรสช็อกโกแลต

    หลายเดือนผ่านไป... วันเวลาหมุนเวียนจากเทอมแรกเข้าสู่เทอมที่สองของปีการศึกษา กลิ่นอายของวันวาเลนไทน์เริ่มอบอวลไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย สติ๊กเกอร์รูปหัวใจและดอกกุหลาบมีให้เห็นตามมุมต่าง ๆชีวิตของฟ้าใสเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แม้จะยังคงวุ่นวายและเหน็ดเหนื่อยเป็นสองเท่าของนักศึกษาทั่วไป เธอกลับไปเรียนตามปกติพยายามตามงานที่ขาดไปในช่วงแรกอย่างสุดกำลังพ่อของเธอกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้วแต่อาการบาดเจ็บที่ขายังคงต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาระการดูแลร้านทั้งสองแห่งยังคงตกอยู่ที่เธอกับแม่เป็นหลัก แต่เธอก็เริ่มปรับตัวและจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้คล่องแคล่วขึ้นรวมถึงความสัมพันธ์กับครามก็ยังคงดำเนินไปในรูปแบบเดิม... เขาคือพี่ชายตรงข้ามบ้านที่แสนดี สารถีคนสำคัญ และผู้ช่วยจำเป็นในทุกสถานการณ์ ความช่วยเหลือของเขาทำให้เธอผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้บ่ายของวันวาเลนไทน์หลังเลิกคลาส ฟ้าใสตั้งใจจะเอาขนมเค้กช็อกโกแลตที่เธอหัดทำเมื่อคืนไปให้ครามลองชิม และถือโอกาสขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เขาช่วยมาตลอด เธอจึงเดินตรงไปยังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ใจของเธอรู้สึกแต้นแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นแต่ยังไ

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   การเติบโตชั่วข้ามคืนของฟ้าใส (2)

    "ลูกอยู่นี่เอง แม่ก็รอว่าจะมาพร้อมลูกแต่ก็ดีแล้วละที่ลูกอยู่ตรงนี้" กิมลั้งพูดกับลูกชายหลังเห็นว่าเขาคอยอยู่เป็นเพื่อนฟ้าใสกับแม่พลางทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ลลิตาที่ยังคงมีดวงตาแดงก่ำ"ลิตา เฮียหลงเป็นยังไงบ้าง" เธอหันไปถามเพื่อนบ้านด้วยความเป็นห่วงโดยจับมือลลิตาไว้แน่นลลิตาสูดหายใจลึก พยายามกลั้นน้ำตาที่รื้นขึ้นมาอีกครั้ง "เพิ่งจะย้ายเข้าไอซียูเมื่อกี๊นี้เองลั้ง... หมอบอกว่ากระดูกหักหลายที่ เสียเลือดมาก... ยังต้องรอดูอาการใกล้ชิด..." เสียงเธอสั่นเครือในตอนท้าย"โถ... ไม่เป็นไรนะลิตา ไม่เป็นไร" กิมลั้งบีบมือเพื่อนแน่นขึ้น "ปลอดภัยแล้ว ถือว่าพ้นขีดอันตรายระดับนึงแล้วนะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น ต้องเชื่อมั่นในตัวหมอ แล้วก็บุญกุศลที่อาหลงเขาทำมาเยอะแยะนะเพื่อนนะ" เธอกล่าวปลอบใจอย่างจริงใจ"มีอะไรให้ฉันสองคนช่วยบอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ พวกเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน""ขอบใจมากนะลั้ง..." ลลิตาพยักหน้ารับทั้งน้ำตาครามมองภาพผู้ใหญ่ให้กำลังใจกัน ก่อนจะหันไปพูดเรื่องที่จำเป็น "ป๊า ม๊า เดี๋ยวผมว่าจะพาฟ้าใสไปดูร้านที่ตลาดโต้รุ่งก่อน แล้วก็อาจจะแวะไปดูร้านสุกี้ด้ว

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   การเติบโตชั่วข้ามคืนของฟ้าใส (1)

    ทุกวินาทีที่ผ่านไปหน้าห้องผ่าตัดคล้ายเป็นการทรมานสำหรับคนรอคอย ฟ้าใสยังคงกอดแม่ไว้แน่นมีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาเป็นระยะขณะที่ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ลูบหลังปลอบลูกสาว ดวงตาจับจ้องบานประตูห้องผ่าตัดด้วยใจที่ร้อนรน ครามยังคงยืนอยู่ไม่ห่าง คอยเป็นหลักให้สองแม่ลูกอย่างเงียบงันตามเดิมบรรยากาศระหว่างพวกเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดและคำภาวนาในใจทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าเฉพาะตัวของเครื่องพีซีทีในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของครามก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงันแสนหนักอึ้งนั้นลง ครามขมวดคิ้วและเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาเจ้าตัวก็รู้แล้วว่าทางนั้นคงจะร้อนใจไม่ต่างกัน"เฮีย! ป๊าของฟ้าใสเป็นยังไงบ้าง" เสียงครีมน้องสาวของเขาดังลอดออกมาทันทีที่เขากดรับสาย น้ำเสียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด"แม่เพิ่งโทรมาบอกว่าคุณอาโดนรถชน! ท่านเป็นอะไรมากไหมเฮีย? ครีมเป็นห่วงมากเลย!" ความสนิทสนมระหว่างครอบครัวทำให้ครีมรู้สึกผูกพันและตกใจกับข่าวร้ายไม่น้อย"ใจเย็น ๆ ก่อนครีม" ครามตอบกลับพยายามใช้เสียงที่สงบและมั่นคงที่สุดเพื่อไม่ให้น้องสาวที่อยู่ไกลถึงเมืองหลวงต้องตื่นตระหนกไปมากกว่า

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   เคียงข้าง

    ครามวิ่งมาถึงบริเวณที่จัดกิจกรรมของคณะศิลปกรรมศาสตร์อย่างรวดเร็ว เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนขมับและข้างแก้ม ดวงตาคมกวาดมองหากลุ่มเพื่อนของฟ้าใสที่พอจะคุ้นหน้าอยู่บ้างท่ามกลางความวุ่นวายจนกระทั่งไปสะดุดตากับกลุ่มนักศึกษาปีสองในชุดคณะที่กำลังยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ฟ้าใสเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้ เขาจำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือเพื่อนสนิทของเธอเขารีบก้าวเท้าเข้าไปหาทันที ลมหายใจหอบเล็กน้อย "น้องครับ....พี่มาหาฟ้าใส" เขาถามออกไปน้ำเสียงเคร่งเครียดและแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด"เห็นฟ้าใสไหมครับ?"เพื่อน ๆ ของฟ้าใสกลุ่มนั้นหันมามองรุ่นพี่ต่างคณะอย่างแปลกใจระคนสงสัย ปกติไม่ค่อยเห็นเฮียครามคนดังของวิศวะฯ มาทำหน้าตาตื่นแถวนี้เท่าไหร่นัก ก่อนที่เพื่อนคนที่สนิทกับฟ้าใสที่สุดจะรีบตอบ"พี่คราม..." เธอทำหน้างง ๆ เล็กน้อยเรียกชื่อของเขาออกมา "เมื่อกี้ฟ้าใสมันบอกว่าเพจเจอร์เข้า ขอตัวไปโทรศัพท์ค่ะ เห็นวิ่งหน้าตาตื่นไปทางตู้โทรศัพท์ตรงโถงทางเดินนู้นแน่ะค่ะ" หญิงสาวชี้นิ้วไปยังทางเดินด้านในตัวอาคารที่ค่อนข้างเงียบกว่าบริเวณลานกิจกรรม"ไปได้สักพักแล้ว..ยังไม่เห็

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   ห่วง

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากปีหนึ่งเทอมแรกกิจกรรมรับน้อง การเรียน การสอบ วนเวียนจนกระทั่งทุกอย่างผ่านพ้นไปหนึ่งปีการศึกษาเต็ม ๆความสัมพันธ์ระหว่างครามและฟ้าใสยังคงดำเนินไปในรูปแบบของเพื่อนบ้านและพี่ชายที่แสนดีอย่างที่หลายคนเห็นครามยังคงวนเวียนเข้ามาช่วยเหลือฟ้าใสอยู่เสมอ ทั้งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างการช่วยถือของ ซื้อขนมมาฝากหรือแม้แต่ช่วยดูเรื่องความปลอดภัยตอนเธอกลับบ้านดึก ๆและบางครั้งก็รวมถึงเรื่องที่มหาวิทยาลัย ทำให้เธอกับเขายิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้นโดยปริยายตามประสาคนที่บ้านอยู่ตรงข้ามกันส่วนขุนเขา...เขาก็ยังคงเป็นขุนเขาคนเดิม ไม่เคยถอดใจจากเป้าหมาย แม้จะไม่ได้ทุ่มเทเข้าหาฟ้าใสอย่างหนักหน่วงเหมือนช่วงแรกที่เจอกัน แต่ก็ยังคงหาโอกาสเข้ามาทักทาย ชวนคุยหรือทำตัวเป็นเพื่อนจอมกวนให้เธอได้เห็นหน้าอยู่เสมอส่งผลให้ฟ้าใสถูกเพื่อนสนิทในกลุ่มศิลปกรรมฯ แซวจนหูชาทั้งเรื่องพี่ชายข้างบ้านสุดอบอุ่นและเด็กวิศวะฯ จอมตื๊อหน้ามึนลึก ๆ แล้วฟ้าใสเองก็อดรู้สึกแปลก ๆ ก

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   วันเกิด!!

    ช่วงบ่ายเริ่มต้นด้วยวิชาศิลปะที่ฟ้าใสค่อนข้างชื่นชอบเป็นพิเศษและในระหว่างนี้ครูผู้สอนได้ให้พวกเธอออกมาวาดภาพภายนอกห้องเรียนเด็กทุกคนภายในห้องค่อนข้างตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ออกมาและในระหว่างที่ทุกคนเดินออกมาทางสนามกีฬาแต่ละคนก็เห็นว่ากลางสนามกำลังมีนักเรียนเตะฟุตบอลกันอยู่

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   พักกลางวัน

    ครูวารียิ้มให้เด็กทั้งสามแล้วพูดต่อ “ไม่ต้องเขินไปหรอกจ้ะ พวกเธอทั้งสามทำได้ดีมาก แล้วครูก็ต้องการให้พวกเธอเป็นตัวอย่างที่ดี ครูมั่นใจว่าทุกคนในห้องนี้มีความสามารถ พวกเธอต้องตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตของตัวเอง”ฟ้าใส ครีม และม่านเมฆพยักหน้าให้กับคำพูดของครู แต่ก็ยังรู้สึกประหม

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   เพื่อนใหม่ ห้องเรียนใหม่

    เด็กทั้งสามคนขึ้นรถเมล์กลับบ้านด้วยความตื่นเต้น พวกเขายังคุยกันถึงเรื่องผลสอบมาตลอดทางจนรถเมล์หยุดลงหน้าบ้านฝั่งของครีมครีมเป็นคนแรกที่กระโดดลงจากรถ ก่อนจะหันกลับไปมองฟ้าใสกับม่านเมฆที่เดินตามลงมา“แกว่าป๊าฉันจะดีใจจนให้รางวัลเพิ่มไหม

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   จุดเริ่มต้นเส้นทางใหม่

    ครามที่เดิมทีตั้งใจจะนอนพักผ่อนอยู่ในห้อง พอได้ยินเสียงสนทนาเจื้อยแจ้วของแม่ตัวเองกับเพื่อนบ้านคนใหม่ที่ดูจะเข้ากันได้ดีเหลือเกินก็ตัดสินใจถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมาดูหน้าบ้านเขาปรากฏตัวพร้อมกับเสื้อกล้ามสีขาวแบบเรียบ กางเกงขาสั้นธรรมดา ท่าทางไม่ได้ตั้งใจให้เป็นทางการนักแต่ก็ไม่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status