Share

วันเกิด 4 ปีมีครั้ง

ตั้งแต่วันที่เราสามคนไปอ่านหนังสือด้วยกัน วันเวลาก็ผ่านไปรวดเร็วอย่างไม่รู้ตัว พริบตาเดียวก็จะหมดเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้เป็นปีอธิกสุรทิน วันที่ 29 กุมภาพันธ์มีเพียงสี่ปีครั้ง ฉันตื่นมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกแปลกไปพร้อมกัน

สาเหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะวันนี้คือวันเกิดของฉันและทุกครั้งที่ฉันนึกถึงวันเกิด คนอื่นจะอวยพรฉันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หรือเลื่อนไปฉลองวันที่ 1 มีนาคมพร้อมกับม่านเมฆแทน

แม้ว่าเราสองคนจะเป็นแฝดกันแต่พวกเราเกิดกันคนละวัน แต่ปีนี้...เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่ฉันได้ฉลองวันเกิดตรงวันจริง

เมื่อเดินลงมาจากห้องนอน ฉันพบแม่กำลังยืนจัดจานขนมปังปิ้งอยู่ที่โต๊ะอาหาร กลิ่นหอมของเนยละลายลอยมาแตะจมูก “สุขสันต์วันเกิดนะลูก” แม่ยิ้มหวานก่อนจะยื่นแก้วโกโก้ร้อนให้ฉัน

ฉันยิ้มกว้าง “ขอบคุณค่ะแม่”

ป๊าวางหนังสือพิมพ์ลงแล้วเดินมาลูบหัวฉันเบา ๆ พร้อมกับกล่าวอวยพร

“มีความสุขมาก ๆ นะลูก โตขึ้นอีกปีแล้ว”

“ขอบคุณค่ะป๊า”

ม่านเมฆเดินเข้ามาพร้อมกล่องยาวในมือขนาดเล็ก          เขายื่นให้ฉันแบบขอไปที

“สุขสันต์วันเกิด”

“อะไรเนี่ย?” ฉันรับกล่องมาเปิดดู แล้วพบกับดินสอกด Rotring สีดำด้าน

“ว้าว! นี่ของฉันเหรอ?”

“อือ ผมเห็นเจ้ชอบจดโน้ตเลยซื้อมาให้”

ฉันหัวเราะก่อนจะยื่นมือไปขยี้ผมเกรียนของเขาอย่างเอ็นดู “ขอบใจมากน้องชาย” เจ้าตัวประท้วงอย่างไม่จริงไม่จัง

“เจ้ ผมโตแล้วนะไม่ใช่เด็ก” ม่านเมฆพยายามเบี่ยงตัวหนีแต่ทว่าฉันก็ยังคงแกล้งเขาต่อจนแม่เรียกให้พวกเราไปกินข้าวไม่อย่างนั้นอาจจะไปโรงเรียนสายได้

พอถึงโรงเรียนและวางกระเป๋าเรียบร้อยพวกเราก็ลงมาเข้าแถวเคารพธงชาต หลังจากเสร็จสิ้นการเข้าแถวฉันก็เดินไปที่ห้องเรียนตามปกติ

แต่ดูเหมือนวันนี้จะไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ เพราะทันทีที่ฉันนั่งลงครีมก็หันมายิ้มกว้างแบบมีพิรุธ ส่วนเพื่อนคนอื่นภายในกลุ่มก็เหมือนกำลังกลั้นขำ

ฉันหรี่ตา “อะไรของพวกแก?”

“อะไรล่ะ? ไม่มี๊” ครีมลากเสียงยาวพลางวางถุงกระดาษลงตรงหน้าของฉัน

“สุขสันต์วันเกิดนะฟ้าใส!”

ฉันกะพริบตาก่อนจะเปิดถุงดู ข้างในมีขนมเค้กชิ้นเล็กจากร้านเบเกอรี่เจ้าประจำ กล่องของขวัญใบเล็ก และการ์ดที่เต็มไปด้วยลายมือยุ่งเหยิงของแต่ละคน

“พวกเราแอบรวมเงินซื้อให้เลยนะ เพราะวันเกิดแกทั้งที สี่ปีมีครั้งแบบนี้ก็ต้องจัดเต็มหน่อย” ครีมพูดพลางยักคิ้ว

“ขอบใจมากเลยทุกคน” ฉันยิ้มกว้างหัวใจพองโตกับความอบอุ่นจากเพื่อนภายในกลุ่มเดียวกัน

“เปิดการ์ดก่อนสิ” เพื่อนอีกคนเร่งฉันเลยเปิดออกดู          ข้างในมีข้อความหลากหลาย

‘สุขสันต์วันเกิดนะฟ้าใส ขอให้สอบติดโรงเรียนใหม่!’

‘ขอให้ไม่ต้องโดนทำเวรแทนใคร!’

‘มีความสุขมาก ๆ นะ และเลิกช่วยคนอื่นจนลืมตัวเองบ้าง!’

“ไอ้ประโยคสุดท้ายนี่ใครเขียน” ฉันเลิกคิ้ว

“ฉันเอง” ครีมยกมือพร้อมรอยยิ้มแห้ง “ก็แกใจดีเกินไปไง ช่วยคนไปทั่วระวังตัวเองจะเดือดร้อนเข้าสักวัน”

ฉันหัวเราะออกมาพร้อมกับความรู้สึกซาบซึ้งที่เพื่อนเป็นห่วง ในระหว่างที่ฉันกำลังเก็บของขวัญมีเสียงกระแอมแผ่วเบาจากด้านหลัง ฉันหันไปมองแล้วก็ต้องชะงัก

เมื่อมีเด็กผู้ชายร่างสูงต่างห้องกำลังยืนเก้อ ๆ อยู่ใกล้โต๊ะของฉัน เขาเป็นนักเรียนจากห้องหนึ่งพวกเรารู้จักกันตอนกีฬาสี แต่ไม่ได้สนิทกันเป็นพิเศษ เขาเป็นเด็กผู้ชายที่ดูค่อนข้างเงียบ เรียบร้อยไม่ค่อยสุงสิงกับใคร

“เอ่อ… สุขสันต์วันเกิดนะ”

ฉันกะพริบตามองเขาอย่างสงสัยแล้วพยักหน้า “ขอบคุณนะต้น”

เขาพยักหน้าก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างมาให้ มันเป็นตุ๊กตากระต่ายสีขาวผูกโบว์สีชมพู

“ให้ฉันเหรอ” ฉันถามด้วยความแปลกใจ

ต้นพยักหน้ารับเล็กน้อยและไม่กล้าสบตาฉันตรง ๆ “อืมวันนี้วันเกิดเธอ เราเห็นว่ามันน่ารักก็เลยซื้อมาให้”

ฉันมองตุ๊กตากระต่ายในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้เขา “ขอบคุณนะ มันน่ารักมาก”

ใบหน้าของต้นขึ้นสีก่อนที่เขาจะรีบพูดต่อ “เธอชอบก็ดีแล้วถ้าอย่างนั้น ระ...เราไปก่อนนะ”

“อืม ขอบคุณอีกครั้งนะ” ฉันพูดตามหลัง เขาพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องเรียนของพวกเรา

พอฉันหันกลับมาเพื่อนของฉันโดยเฉพาะครีมก็ทำหน้าตื่นเต้นกันยกใหญ่

“กรี๊ดดดด! ต้นให้ตุ๊กตาด้วยอะ!”

ก่อนที่เพื่อนอีกคนจะพูดขึ้นมาอย่างล้อเลียน “เธอรู้อะไรไหม! หมอนี่เขาชอบเธอนะ!”

ฉันเบิกตากว้างรีบส่ายหน้า “บ้าเหรอ! ก็แค่ของขวัญวันเกิดเอง พวกเธอคิดมากเกินไปแล้ว”

“แหม๊~ อย่ามา! ปกติหมอนี่ไม่ค่อยคุยกับผู้หญิงเลยนะ แต่กับเธอนี่เดินเอาของขวัญมาให้เองเลยอะ! ฉันละอิจฉา”

ฉันกรอกตาไปมา หัวใจเต้นแรงผิดปกติก่อนจะรีบวางตุ๊กตาลงบนโต๊ะราวของร้อนแล้วเปลี่ยนเรื่อง

“พอเลย อย่าแซวพวกเรายังเด็กตอนนี้เตรียมตัวเรียนกันได้แล้ว”

ครีมยังทำหน้าตาล้อเลียนแต่ก็ยอมเลิกแซว ฉันถอนหายใจออกมาพร้อมกับหยิบสมุดขึ้นมาเปิดเตรียมเรียนวิชาแรกของวัน บรรยากาศคึกคักในตอนเช้าเริ่มสงบลงเมื่อคุณครูเดินเข้ามา ช่วงเวลาผ่านไปจนถึงตอนเย็น

หลังจากเลิกเรียนฉันกับม่านเมฆเดินออกจากโรงเรียนมาขึ้นรถสองแถวตามปกติ วันนี้แม่บอกว่ามีของอร่อยรออยู่ที่บ้าน ฉันเลยรู้สึกตื่นเต้นด้วยความอยากรู้

เมื่อเดินเข้าบ้านฉันได้กลิ่นหอมของอาหารที่โชยมาจากห้องครัว ม่านเมฆรีบถอดรองเท้านักเรียนแล้ววิ่งเข้าไปก่อน      ฉันเดินตามเข้าไปอย่างไม่รีบร้อนแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นโต๊ะอาหารถูกจัดเต็มไปด้วยอาหารจานโปรดของตัวเอง

“วันนี้แม่ทำของโปรดของลูกเลยนะฟ้าใส” แม่กล่าวพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น

“โห วันนี้ป๊ากับแม่ลงทุนจัดหนักเลยนะ” ฉันหัวเราะขำเมื่อเห็นเมนูโปรดที่มีทั้งแกงจืดเต้าหู้หมูสับ ผัดผักบุ้งไฟแดง ไข่เจียวฟู ๆ และขนมหวานที่ฉันชอบอย่างบัวลอยน้ำขิง

ป๊านั่งอ่านหนังสือพิมพ์เหมือนเดิมแต่ก็แอบมองมาที่ฉันก่อนจะพูดขึ้น

“ปกติลูกก็เลื่อนไปฉลองกับน้อง แต่ปีนี้ตรงวันจริงแล้วไง”ฉันยิ้มกว้างความอบอุ่นเอ่อล้นในใจ

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณแม่มากนะคะที่ให้หนูเกิดมา” ฉันเดินเข้าไปกอดแม่เอ่ยออกมาเสียงเบา

แม่ลูบหัวลูบหลังของฉัน “เอาละ ไปล้างมือมากินข้าวเถอะ” แม่พูดพลางปล่อยแขนออก

หลังจากฉันเดินกลับมาก็เห็นแม่ตักข้าวให้ฉัน ส่วนม่านเมฆก็ตักกับข้าวรออย่างหิวโหย ฉันอมยิ้มมองเขาแล้วลงมือกินข้าวไปพร้อมกับครอบครัว วันนี้เป็นวันเกิดที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสุข

หลังจากกินข้าวเสร็จม่านเมฆก็รีบวิ่งไปหยิบของบางอย่างจากห้องของเขาแล้วกลับมายื่นให้ฉัน

“แม้ว่าเมื่อเช้าผมให้ไปแล้ว แต่ตอนนี้ยังมีอีกชิ้น”

ฉันขมวดคิ้วก่อนจะเปิดกล่องออกดู สิ่งที่อยู่ข้างในคือ เทปคาสเซ็ทของคริสติน่า อากีล่าร์ อัลบั้มใหม่ล่าสุด!

“ม่านเมฆ! นี่เธอ…” ฉันเบิกตากว้างมันเป็นของที่ฉันอยากได้มานานแล้ว!

“เห็นเจ้แอบไปดูที่ร้านเทปบ่อย ๆ ก็เลยซื้อมาให้” น้องชายของฉันยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแต่ใบหูแดง ๆ ของเขานั้นทำให้ฉันรู้ดีว่าเขากำลังเขิน

ฉันยิ้มกว้างก่อนจะกอดน้องชายแน่น “ขอบใจมาก! ฉันรักนายที่สุดเลย!”

“เฮ้ย! อย่ามากอดนะ! ร้อน!” ม่านเมฆดิ้นหนีแต่ก็หัวเราะ

แม่กับป๊ามองพวกเราสองคนพลางหัวเราะตามไปด้วย

ช่วงหัวค่ำฉันนอนฟังเทปคาสเซ็ตต์ในวอล์กแมนเพื่อไม่ให้รบกวนม่านเมฆที่นอนเตียงด้านข้าง

เช้าวันที่ 1 มีนาคม มาถึงพร้อมกับแสงแดดอันสดใสที่ส่องลอดผ่านม่านหน้าต่าง ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี เพราะเมื่อคืนฉันนอนหลับไปพร้อมกับเสียงเพลงจากเทปคาสเซ็ทที่ม่านเมฆให้เป็นของขวัญวันเกิด

ฉันหันไปมองเตียงด้านข้างเห็นน้องชายฝาแฝดยังหลับตาพริ้มอยู่ ม่านเมฆมักเป็นคนนอนขี้เซาเสมอ และวันนี้ก็ไม่ต่างกัน ฉันค่อย ๆ เอื้อมไปหยิบของขวัญที่ซ่อนไว้ใต้หมอนก่อนจะย่องไปนั่งข้างเตียงของเขา

“ม่านเมฆ” ฉันกระซิบเสียงเบา ทว่าเขาก็ยังไม่ขยับ

“ม่านเมฆ!” ฉันลองเรียกอีกครั้ง คราวนี้เขาขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะครางงึมงำแล้วพลิกตัวหนี

ฉันหัวเราะออกมา ก่อนจะใช้ไม้เด็ดเอาหมอนทุบเบา ๆ ไปที่หลังของเขา

“เฮ้ย! อะไรเนี่ย!?” ม่านเมฆสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย

“สุขสันต์วันเกิด!” ฉันยื่นของขวัญให้เขาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

ม่านเมฆกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะยื่นมือมารับกล่องของขวัญไปเปิดดู

“อันนี้...” เขาอ้าปากค้างเล็กน้อยเมื่อเห็นนาฬิกาข้อมือ Casio รุ่นใหม่ล่าสุดที่เขาเคยบ่นว่าอยากได้แต่ก็ไม่กล้าขอป๊ากับแม่

“ชอบไหม?” ฉันถาม

ม่านเมฆเงยหน้าขึ้นมามองฉันดวงตาเป็นประกาย “เจ้ซื้อให้เหรอ?”

“ใช่สิ ฉันเก็บเงินแทบตายกว่าจะซื้อได้ นายชอบไหม!" ฉันยิ้มอย่างภูมิใจ

ม่านเมฆนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา เขาค่อย ๆ หยิบมันขึ้นมาสวมที่ข้อมือแล้วพูดออกมาด้วยความซาบซึ้ง

“ขอบคุณนะเจ้”

“นายแค่ทำตัวดี ๆ กับฉันก็พอ” ฉันเอื้อมมือไปขยี้หัวเขา

ม่านเมฆหัวเราะก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงด้วยความสดใส เช้านี้เป็นเช้าที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของพวกเรา

เมื่อพวกเราลงไปที่โต๊ะอาหาร แม่กับป๊าก็เตรียมมื้อเช้าพิเศษให้เหมือนกับที่ทำให้ฉันเมื่อวาน

“สุขสันต์วันเกิดนะม่านเมฆลูกชายแม่” แม่พูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะวางชามข้าวต้มหมูควันกรุ่นลงตรงหน้าของเขา

“มีความสุขมาก ๆ นะลูก” ป๊าเสริมพลางยื่นมือไปลูบหัวของเขา

“ขอบคุณครับ!” ม่านเมฆยิ้มกว้าง

ระหว่างที่พวกเรานั่งกินข้าวเช้ากันฉันก็เหลือบไปเห็นน้องชายลูบนาฬิกาข้อมือเรือนใหม่ของตัวเองเป็นระยะ ๆ ดูจากสายตาแล้วฉันรู้เลยว่าเขาชอบมาก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   ตอนพิเศษ พยานรักตัวน้อย ๆ

    หลายปีผ่านไป... หลังจากครามเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์และเริ่มต้นชีวิตการทำงานในฐานะวิศวกรหนุ่มอนาคตไกล เขาทุ่มเทให้กับงานในบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งแต่หัวใจของเขาก็ไม่เคยห่างจากจังหวัดบ้านเกิด และที่สำคัญที่สุดคือผู้หญิงที่เขามอบเกียร์และหัวใจให้ไปนานแล้วทางด้านฟ้าใสเธอก็ก้าวเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายของการเรียนในคณะศิลปกรรมฯ ชีวิตที่เคยพลิกผันเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝัน บัดนี้เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ป๊าของเธอกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้สำเร็จแม้การเดินจะยังไม่กลับมาเป็นปกติร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมแต่ด้วยกำลังใจที่ดีและการทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอท่านก็สามารถกลับมาเดินเหินได้คล่องแคล่วขึ้นมาก อีกทั้งยังเข้ามาช่วยดูแลร้านสุกี้ในส่วนที่ไม่ต้องออกแรงมากได้ด้วย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เคยจางหายไปนานกลับมาสู่ครอบครัวของเธออีกครั้งกิจการร้านขนมและร้านสุกี้ก็ดำเนินต่อไปได้ด้วยดีโดยมีฟ้าใสและคุณแม่เป็นหัวเรือใหญ่ และแน่นอนว่ามีครามคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังเสมอในยามที่เธอต้องการ ระยะทางและตารางเวลาที่แตกต่างไม่ได้ทำให้ความรักของครามและฟ้าใสลดน

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   รักของเราคือรสช็อกโกแลต

    หลายเดือนผ่านไป... วันเวลาหมุนเวียนจากเทอมแรกเข้าสู่เทอมที่สองของปีการศึกษา กลิ่นอายของวันวาเลนไทน์เริ่มอบอวลไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย สติ๊กเกอร์รูปหัวใจและดอกกุหลาบมีให้เห็นตามมุมต่าง ๆชีวิตของฟ้าใสเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แม้จะยังคงวุ่นวายและเหน็ดเหนื่อยเป็นสองเท่าของนักศึกษาทั่วไป เธอกลับไปเรียนตามปกติพยายามตามงานที่ขาดไปในช่วงแรกอย่างสุดกำลังพ่อของเธอกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้วแต่อาการบาดเจ็บที่ขายังคงต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาระการดูแลร้านทั้งสองแห่งยังคงตกอยู่ที่เธอกับแม่เป็นหลัก แต่เธอก็เริ่มปรับตัวและจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้คล่องแคล่วขึ้นรวมถึงความสัมพันธ์กับครามก็ยังคงดำเนินไปในรูปแบบเดิม... เขาคือพี่ชายตรงข้ามบ้านที่แสนดี สารถีคนสำคัญ และผู้ช่วยจำเป็นในทุกสถานการณ์ ความช่วยเหลือของเขาทำให้เธอผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้บ่ายของวันวาเลนไทน์หลังเลิกคลาส ฟ้าใสตั้งใจจะเอาขนมเค้กช็อกโกแลตที่เธอหัดทำเมื่อคืนไปให้ครามลองชิม และถือโอกาสขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เขาช่วยม

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   การเติบโตชั่วข้ามคืนของฟ้าใส (2)

    "ลูกอยู่นี่เอง แม่ก็รอว่าจะมาพร้อมลูกแต่ก็ดีแล้วละที่ลูกอยู่ตรงนี้" กิมลั้งพูดกับลูกชายหลังเห็นว่าเขาคอยอยู่เป็นเพื่อนฟ้าใสกับแม่พลางทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ลลิตาที่ยังคงมีดวงตาแดงก่ำ"ลิตา เฮียหลงเป็นยังไงบ้าง" เธอหันไปถามเพื่อนบ้านด้วยความเป็นห่วงโดยจับมือลลิตาไว้แน่นลลิตาสูดหายใจลึก พยายามกลั้นน้ำตาที่รื้นขึ้นมาอีกครั้ง "เพิ่งจะย้ายเข้าไอซียูเมื่อกี๊นี้เองลั้ง... หมอบอกว่ากระดูกหักหลายที่ เสียเลือดมาก... ยังต้องรอดูอาการใกล้ชิด..." เสียงเธอสั่นเครือในตอนท้าย"โถ... ไม่เป็นไรนะลิตา ไม่เป็นไร" กิมลั้งบีบมือเพื่อนแน่นขึ้น "ปลอดภัยแล้ว ถือว่าพ้นขีดอันตรายระดับนึงแล้วนะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น ต้องเชื่อมั่นในตัวหมอ แล้วก็บุญกุศลที่อาหลงเขาทำมาเยอะแยะนะเพื่อนนะ" เธอกล่าวปลอบใจอย่างจริงใจ"มีอะไรให้ฉันสองคนช่วยบอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ พวกเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน""ขอบใจมากนะลั้ง..." ลลิตาพยักหน้ารับทั้งน้ำตาครามมองภาพผู้ใหญ่ให้กำลังใจกัน ก่อนจะหันไปพูดเรื่องที่จำเป็น "ป๊า ม๊า เดี๋ยวผมว่าจะพาฟ้าใสไปดูร้านที่ตลาดโต้รุ่งก่อน แล้วก็อาจจะแวะไปดูร้านสุกี้ด้ว

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   การเติบโตชั่วข้ามคืนของฟ้าใส (1)

    ทุกวินาทีที่ผ่านไปหน้าห้องผ่าตัดคล้ายเป็นการทรมานสำหรับคนรอคอย ฟ้าใสยังคงกอดแม่ไว้แน่นมีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาเป็นระยะขณะที่ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ลูบหลังปลอบลูกสาว ดวงตาจับจ้องบานประตูห้องผ่าตัดด้วยใจที่ร้อนรน ครามยังคงยืนอยู่ไม่ห่าง คอยเป็นหลักให้สองแม่ลูกอย่างเงียบงันตามเดิมบรรยากาศระหว่างพวกเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดและคำภาวนาในใจทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าเฉพาะตัวของเครื่องพีซีทีในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของครามก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงันแสนหนักอึ้งนั้นลง ครามขมวดคิ้วและเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาเจ้าตัวก็รู้แล้วว่าทางนั้นคงจะร้อนใจไม่ต่างกัน"เฮีย! ป๊าของฟ้าใสเป็นยังไงบ้าง" เสียงครีมน้องสาวของเขาดังลอดออกมาทันทีที่เขากดรับสาย น้ำเสียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด"แม่เพิ่งโทรมาบอกว่าคุณอาโดนรถชน! ท่านเป็นอะไรมากไหมเฮีย? ครีมเป็นห่วงมากเลย!" ความสนิทสนมระหว่างครอบครัวทำให้ครีมรู้สึกผูกพันและตกใจกับข่าวร้ายไม่น้อย"ใจเย็น ๆ ก่อนครีม" ครามตอบกลับพยายามใช้เสียงที่สงบและมั่นคงที่สุดเพื่อไม่ให้น้องสาวที่อยู่ไกลถึงเมืองหลวงต้องตื่นตระหนกไปมากกว่า

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   เคียงข้าง

    ครามวิ่งมาถึงบริเวณที่จัดกิจกรรมของคณะศิลปกรรมศาสตร์อย่างรวดเร็ว เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนขมับและข้างแก้ม ดวงตาคมกวาดมองหากลุ่มเพื่อนของฟ้าใสที่พอจะคุ้นหน้าอยู่บ้างท่ามกลางความวุ่นวายจนกระทั่งไปสะดุดตากับกลุ่มนักศึกษาปีสองในชุดคณะที่กำลังยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ฟ้าใสเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้ เขาจำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือเพื่อนสนิทของเธอเขารีบก้าวเท้าเข้าไปหาทันที ลมหายใจหอบเล็กน้อย "น้องครับ....พี่มาหาฟ้าใส" เขาถามออกไปน้ำเสียงเคร่งเครียดและแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด"เห็นฟ้าใสไหมครับ?"เพื่อน ๆ ของฟ้าใสกลุ่มนั้นหันมามองรุ่นพี่ต่างคณะอย่างแปลกใจระคนสงสัย ปกติไม่ค่อยเห็นเฮียครามคนดังของวิศวะฯ มาทำหน้าตาตื่นแถวนี้เท่าไหร่นัก ก่อนที่เพื่อนคนที่สนิทกับฟ้าใสที่สุดจะรีบตอบ"พี่คราม..." เธอทำหน้างง ๆ เล็กน้อยเรียกชื่อของเขาออกมา "เมื่อกี้ฟ้าใสมันบอกว่าเพจเจอร์เข้า ขอตัวไปโทรศัพท์ค่ะ เห็นวิ่งหน้าตาตื่นไปทางตู้โทรศัพท์ตรงโถงทางเดินนู้นแน่ะค่ะ" หญิงสาวชี้นิ้วไปยังทางเดินด้านในตัวอาคารที่ค่อนข้างเงียบกว่าบริเวณลานกิจกรรม"ไปได้สักพักแล้ว..ยังไม่เห็

  • รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)   ห่วง

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากปีหนึ่งเทอมแรกกิจกรรมรับน้อง การเรียน การสอบ วนเวียนจนกระทั่งทุกอย่างผ่านพ้นไปหนึ่งปีการศึกษาเต็ม ๆความสัมพันธ์ระหว่างครามและฟ้าใสยังคงดำเนินไปในรูปแบบของเพื่อนบ้านและพี่ชายที่แสนดีอย่างที่หลายคนเห็นครามยังคงวนเวียนเข้ามาช่วยเหลือฟ้าใสอยู่เสมอ ทั้งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างการช่วยถือของ ซื้อขนมมาฝากหรือแม้แต่ช่วยดูเรื่องความปลอดภัยตอนเธอกลับบ้านดึก ๆและบางครั้งก็รวมถึงเรื่องที่มหาวิทยาลัย ทำให้เธอกับเขายิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้นโดยปริยายตามประสาคนที่บ้านอยู่ตรงข้ามกันส่วนขุนเขา...เขาก็ยังคงเป็นขุนเขาคนเดิม ไม่เคยถอดใจจากเป้าหมาย แม้จะไม่ได้ทุ่มเทเข้าหาฟ้าใสอย่างหนักหน่วงเหมือนช่วงแรกที่เจอกัน แต่ก็ยังคงหาโอกาสเข้ามาทักทาย ชวนคุยหรือทำตัวเป็นเพื่อนจอมกวนให้เธอได้เห็นหน้าอยู่เสมอส่งผลให้ฟ้าใสถูกเพื่อนสนิทในกลุ่มศิลปกรรมฯ แซวจนหูชาทั้งเรื่องพี่ชายข้างบ้านสุดอบอุ่นและเด็กวิศวะฯ จอมตื๊อหน้ามึนลึก ๆ แล้วฟ้าใสเองก็อดรู้สึกแปลก ๆ ก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status