LOGINในยุค 90 ที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงจากวิทยุ เสียงหวาน ๆ ของดีเจจากรายการยามค่ำคืน และเทปคาสเซ็ทที่ต้องใช้ดินสอหมุนกรอ … "ฟ้าใส" เด็กสาวจากครอบครัวพ่อค้าในตลาดผู้เติบโตมากับกลิ่นหมูสดและเสียงจอแจของแม่ค้าในทุกเช้า กำลังเดินหน้าสู่ชีวิตมัธยมปลายพร้อมกับน้องชายฝาแฝด "ม่านเมฆ" และเพื่อนสนิท "ครีม" โลกของเธอเคยเรียบง่ายจนกระทั่ง "เฮียคราม" พี่ชายของครีมก้าวเข้ามาในชีวิต จากวันแรกที่ได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ Honda Steed 400 ของเขาฟ้าใสก็ไม่เคยคิดเลยว่าเฮียครามจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ ไม่ว่าจะในฐานะพี่ชายของเพื่อน หรือใครอีกคนที่เธอเองก็ยังไม่แน่ใจ เพราะความรัก... ไม่ได้มีแค่รสหวานเหมือนน้ำตาล แต่มันมีทั้งความขมเข้มข้นเหมือนช็อกโกแลต อบอุ่น ละมุนละไม หรืออาจจะขมจนยากจะกลืน "รักของเราคือรสช็อกโกแลต" เรื่องราวความรัก มิตรภาพ ความฝันของคนหนุ่มสาวในยุค 90 ที่จะพาคุณย้อนวันวาน
View More"Don't you dare to come near me." She shouted in the loudest tone possible.
"Why not?" I replied, walking towards her
"Because you lied to me," she retorted.
"I didn't. I just hid the truth," I replied in a calm voice.
"That's the same," she rolled her eyes and turned around to walk away.
The moment she was about to walk out of the place, I held her wrist and pulled her. She bumped into my chest and before she could retort, I caged her in my arms.
"Leave," she struggled to get out of my grip.
"Baby. Listen to me," I spoke in the softest tone possible but kept my grip on her strong.
"No. I won't. You betrayed me," she shouted at me.
"I could never. Never do that," I replied.
Her words hurt me like a bullet in my chest. The way she wanted to go away from me, the way she claimed that I betrayed her. Everything pinched me and it was making me angry.
"Aah!" She cried out, as I tightened my grip on her.
"Kaiser. What are you doing? You will hurt her. You can't hurt her, she is your mate," my wolf reminded these words in my subconscious.
"Shut up, Ash," I responded.
"Kaiser. Leave. Please. You're hurting me," she cried out.
"Can I ever hurt you baby?" I replied, in a hurt tone.
"You have hurt me multiple times... At first with your betrayal... And now, with your actions," she spoke as she struggled with my grip.
"You can't escape from my grip. I am much stronger than you," I chuckled.
She looked at me. And then, I was lost in her dark eyes. Even though I was getting angry, I couldn't help but admire her. She was breathtakingly beautiful.
I pushed her a bit and pinned her to the wall.
"Kaiser!" She gasped.
I could sense the fear and distrust in her eyes. But I didn't want that. I just wanted her love.
"Would you please listen to me? I did that to save you. I had no intentions to betray you, Maya. Trust me. You had no idea about the danger you were playing with," I tried to remind her.
"Oh okay! Who are you to say that?" She questioned, looking at me with those angry eyes.
I rolled my eyes and glared at her.
"Your boyfriend," I answered.
"You are not. We just broke up," she replied.
I was getting pissed off and she was pissing me more. I was trying to make her understand a few things, and she was behaving so recklessly. She had no idea what could happen if I get angry. She doesn't even know my darkest secret yet. And still, her actions were angering me.
I slammed the wall, and she went quiet immediately.
"You can't break up with me. Because I love you," I shouted.
She was looking at me with her angry eyes. It was hurtful to me to behave with her like this, but what could I even do? I had to make her understand.
I tried to hold her hand to calm her, but she jerked away her hand to grab something from the table aside. And before I could figure it out, she injected something right into my neck.
The moment I was injected, I could feel a sharp pain all over my body and it felt like my organs were shutting down.
Shit! I knew what it was.
Wolfsbane!
หลายปีผ่านไป... หลังจากครามเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์และเริ่มต้นชีวิตการทำงานในฐานะวิศวกรหนุ่มอนาคตไกล เขาทุ่มเทให้กับงานในบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งแต่หัวใจของเขาก็ไม่เคยห่างจากจังหวัดบ้านเกิด และที่สำคัญที่สุดคือผู้หญิงที่เขามอบเกียร์และหัวใจให้ไปนานแล้วทางด้านฟ้าใสเธอก็ก้าวเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายของการเรียนในคณะศิลปกรรมฯ ชีวิตที่เคยพลิกผันเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝัน บัดนี้เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ป๊าของเธอกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้สำเร็จแม้การเดินจะยังไม่กลับมาเป็นปกติร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมแต่ด้วยกำลังใจที่ดีและการทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอท่านก็สามารถกลับมาเดินเหินได้คล่องแคล่วขึ้นมาก อีกทั้งยังเข้ามาช่วยดูแลร้านสุกี้ในส่วนที่ไม่ต้องออกแรงมากได้ด้วย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เคยจางหายไปนานกลับมาสู่ครอบครัวของเธออีกครั้งกิจการร้านขนมและร้านสุกี้ก็ดำเนินต่อไปได้ด้วยดีโดยมีฟ้าใสและคุณแม่เป็นหัวเรือใหญ่ และแน่นอนว่ามีครามคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังเสมอในยามที่เธอต้องการ ระยะทางและตารางเวลาที่แตกต่างไม่ได้ทำให้ความรักของครามและฟ้าใสลดน
หลายเดือนผ่านไป... วันเวลาหมุนเวียนจากเทอมแรกเข้าสู่เทอมที่สองของปีการศึกษา กลิ่นอายของวันวาเลนไทน์เริ่มอบอวลไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย สติ๊กเกอร์รูปหัวใจและดอกกุหลาบมีให้เห็นตามมุมต่าง ๆชีวิตของฟ้าใสเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แม้จะยังคงวุ่นวายและเหน็ดเหนื่อยเป็นสองเท่าของนักศึกษาทั่วไป เธอกลับไปเรียนตามปกติพยายามตามงานที่ขาดไปในช่วงแรกอย่างสุดกำลังพ่อของเธอกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้วแต่อาการบาดเจ็บที่ขายังคงต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาระการดูแลร้านทั้งสองแห่งยังคงตกอยู่ที่เธอกับแม่เป็นหลัก แต่เธอก็เริ่มปรับตัวและจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้คล่องแคล่วขึ้นรวมถึงความสัมพันธ์กับครามก็ยังคงดำเนินไปในรูปแบบเดิม... เขาคือพี่ชายตรงข้ามบ้านที่แสนดี สารถีคนสำคัญ และผู้ช่วยจำเป็นในทุกสถานการณ์ ความช่วยเหลือของเขาทำให้เธอผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้บ่ายของวันวาเลนไทน์หลังเลิกคลาส ฟ้าใสตั้งใจจะเอาขนมเค้กช็อกโกแลตที่เธอหัดทำเมื่อคืนไปให้ครามลองชิม และถือโอกาสขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เขาช่วยมาตลอด เธอจึงเดินตรงไปยังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ใจของเธอรู้สึกแต้นแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นแต่ยังไ
"ลูกอยู่นี่เอง แม่ก็รอว่าจะมาพร้อมลูกแต่ก็ดีแล้วละที่ลูกอยู่ตรงนี้" กิมลั้งพูดกับลูกชายหลังเห็นว่าเขาคอยอยู่เป็นเพื่อนฟ้าใสกับแม่พลางทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ ลลิตาที่ยังคงมีดวงตาแดงก่ำ"ลิตา เฮียหลงเป็นยังไงบ้าง" เธอหันไปถามเพื่อนบ้านด้วยความเป็นห่วงโดยจับมือลลิตาไว้แน่นลลิตาสูดหายใจลึก พยายามกลั้นน้ำตาที่รื้นขึ้นมาอีกครั้ง "เพิ่งจะย้ายเข้าไอซียูเมื่อกี๊นี้เองลั้ง... หมอบอกว่ากระดูกหักหลายที่ เสียเลือดมาก... ยังต้องรอดูอาการใกล้ชิด..." เสียงเธอสั่นเครือในตอนท้าย"โถ... ไม่เป็นไรนะลิตา ไม่เป็นไร" กิมลั้งบีบมือเพื่อนแน่นขึ้น "ปลอดภัยแล้ว ถือว่าพ้นขีดอันตรายระดับนึงแล้วนะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น ต้องเชื่อมั่นในตัวหมอ แล้วก็บุญกุศลที่อาหลงเขาทำมาเยอะแยะนะเพื่อนนะ" เธอกล่าวปลอบใจอย่างจริงใจ"มีอะไรให้ฉันสองคนช่วยบอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ พวกเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน""ขอบใจมากนะลั้ง..." ลลิตาพยักหน้ารับทั้งน้ำตาครามมองภาพผู้ใหญ่ให้กำลังใจกัน ก่อนจะหันไปพูดเรื่องที่จำเป็น "ป๊า ม๊า เดี๋ยวผมว่าจะพาฟ้าใสไปดูร้านที่ตลาดโต้รุ่งก่อน แล้วก็อาจจะแวะไปดูร้านสุกี้ด้ว
ทุกวินาทีที่ผ่านไปหน้าห้องผ่าตัดคล้ายเป็นการทรมานสำหรับคนรอคอย ฟ้าใสยังคงกอดแม่ไว้แน่นมีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาเป็นระยะขณะที่ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ลูบหลังปลอบลูกสาว ดวงตาจับจ้องบานประตูห้องผ่าตัดด้วยใจที่ร้อนรน ครามยังคงยืนอยู่ไม่ห่าง คอยเป็นหลักให้สองแม่ลูกอย่างเงียบงันตามเดิมบรรยากาศระหว่างพวกเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดและคำภาวนาในใจทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าเฉพาะตัวของเครื่องพีซีทีในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของครามก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงันแสนหนักอึ้งนั้นลง ครามขมวดคิ้วและเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาเจ้าตัวก็รู้แล้วว่าทางนั้นคงจะร้อนใจไม่ต่างกัน"เฮีย! ป๊าของฟ้าใสเป็นยังไงบ้าง" เสียงครีมน้องสาวของเขาดังลอดออกมาทันทีที่เขากดรับสาย น้ำเสียงสั่นเครือและเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด"แม่เพิ่งโทรมาบอกว่าคุณอาโดนรถชน! ท่านเป็นอะไรมากไหมเฮีย? ครีมเป็นห่วงมากเลย!" ความสนิทสนมระหว่างครอบครัวทำให้ครีมรู้สึกผูกพันและตกใจกับข่าวร้ายไม่น้อย"ใจเย็น ๆ ก่อนครีม" ครามตอบกลับพยายามใช้เสียงที่สงบและมั่นคงที่สุดเพื่อไม่ให้น้องสาวที่อยู่ไกลถึงเมืองหลวงต้องตื่นตระหนกไปมากกว่า
ช่วงบ่ายเริ่มต้นด้วยวิชาศิลปะที่ฟ้าใสค่อนข้างชื่นชอบเป็นพิเศษและในระหว่างนี้ครูผู้สอนได้ให้พวกเธอออกมาวาดภาพภายนอกห้องเรียนเด็กทุกคนภายในห้องค่อนข้างตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ออกมาและในระหว่างที่ทุกคนเดินออกมาทางสนามกีฬาแต่ละคนก็เห็นว่ากลางสนามกำลังมีนักเรียนเตะฟุตบอลกันอยู่
ครูวารียิ้มให้เด็กทั้งสามแล้วพูดต่อ “ไม่ต้องเขินไปหรอกจ้ะ พวกเธอทั้งสามทำได้ดีมาก แล้วครูก็ต้องการให้พวกเธอเป็นตัวอย่างที่ดี ครูมั่นใจว่าทุกคนในห้องนี้มีความสามารถ พวกเธอต้องตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตของตัวเอง”ฟ้าใส ครีม และม่านเมฆพยักหน้าให้กับคำพูดของครู แต่ก็ยังรู้สึกประหม
เด็กทั้งสามคนขึ้นรถเมล์กลับบ้านด้วยความตื่นเต้น พวกเขายังคุยกันถึงเรื่องผลสอบมาตลอดทางจนรถเมล์หยุดลงหน้าบ้านฝั่งของครีมครีมเป็นคนแรกที่กระโดดลงจากรถ ก่อนจะหันกลับไปมองฟ้าใสกับม่านเมฆที่เดินตามลงมา“แกว่าป๊าฉันจะดีใจจนให้รางวัลเพิ่มไหม
ครามที่เดิมทีตั้งใจจะนอนพักผ่อนอยู่ในห้อง พอได้ยินเสียงสนทนาเจื้อยแจ้วของแม่ตัวเองกับเพื่อนบ้านคนใหม่ที่ดูจะเข้ากันได้ดีเหลือเกินก็ตัดสินใจถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมาดูหน้าบ้านเขาปรากฏตัวพร้อมกับเสื้อกล้ามสีขาวแบบเรียบ กางเกงขาสั้นธรรมดา ท่าทางไม่ได้ตั้งใจให้เป็นทางการนักแต่ก็ไม่