รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)

รักของเราคือรสช็อกโกแลต (วัยรุ่นวัยฝันยุค 90)

last updateDernière mise à jour : 2025-05-21
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
42Chapitres
1.3KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ในยุค 90 ที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงจากวิทยุ เสียงหวาน ๆ ของดีเจจากรายการยามค่ำคืน และเทปคาสเซ็ทที่ต้องใช้ดินสอหมุนกรอ … "ฟ้าใส" เด็กสาวจากครอบครัวพ่อค้าในตลาดผู้เติบโตมากับกลิ่นหมูสดและเสียงจอแจของแม่ค้าในทุกเช้า กำลังเดินหน้าสู่ชีวิตมัธยมปลายพร้อมกับน้องชายฝาแฝด "ม่านเมฆ" และเพื่อนสนิท "ครีม" โลกของเธอเคยเรียบง่ายจนกระทั่ง "เฮียคราม" พี่ชายของครีมก้าวเข้ามาในชีวิต จากวันแรกที่ได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ Honda Steed 400 ของเขาฟ้าใสก็ไม่เคยคิดเลยว่าเฮียครามจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ ไม่ว่าจะในฐานะพี่ชายของเพื่อน หรือใครอีกคนที่เธอเองก็ยังไม่แน่ใจ เพราะความรัก... ไม่ได้มีแค่รสหวานเหมือนน้ำตาล แต่มันมีทั้งความขมเข้มข้นเหมือนช็อกโกแลต อบอุ่น ละมุนละไม หรืออาจจะขมจนยากจะกลืน "รักของเราคือรสช็อกโกแลต" เรื่องราวความรัก มิตรภาพ ความฝันของคนหนุ่มสาวในยุค 90 ที่จะพาคุณย้อนวันวาน

Voir plus

Chapitre 1

จุดเริ่มต้นของสองเรา

17 มีนาคม 2551

(ความรักก็เหมือนช็อกโกแลต... บางครั้งขม บางครั้งหวาน แต่สุดท้ายก็ละลายในใจเรา)

ฉันไม่เคยคิดจะจดบันทึกเรื่องของตัวเองมาก่อน แต่วันนี้ อยู่ดี ๆ ก็อยากกลับไปนึกถึงวันแรกที่เจอกับเขา ตอนนั้นฉันอายุ 15 ส่วนเฮียครามอายุ 17 ปี มันเป็นช่วงเวลาที่เราทั้งคู่ไม่ได้รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของเราจะดำเนินไปในทิศทางไหน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ทว่าฉันก็ยังจำเรื่องของเราได้ดี...

15 กุมภาพันธ์ 2538 หลังวันวาเลน์ไทน์มาหนึ่งวันท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย         ศรีปฐม เสียงพลิกหน้ากระดาษดังเป็นจังหวะ

ฉันก้มหน้าก้มตาอ่านโจทย์เลขตรงหน้าอย่างตั้งใจ หรืออย่างน้อยฉันก็บอกตัวเองแบบนั้น แม้ว่าตัวเลขพวกนี้จะเริ่มเบลอไปหมดแล้วก็ตาม

“แก ฉันบอกให้เฮียมารับแหละ”

เสียงของครีมดังขึ้นขัดจังหวะ ฉันละสายตาจากสมุดคณิตศาสตร์แล้วเงยหน้ามอง

“เฮีย?”

“เฮียครามพี่ชายของฉันไง”

“หา?” ฉันกะพริบตา

ก่อนเสียงของม่านเมฆ น้องชายฝาแฝดของฉันจะดังขึ้นจากอีกฝั่งของโต๊ะ

“ทำไมผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลยล่ะ เจ้ฟ้าก็ไม่เคยเล่าให้ฟัง” สีหน้าของม่านเมฆไม่ได้ต่างไปจากฉันหลังได้ยินคำพูดของครีม

“ฉันก็ไม่เคยเจอเขาเหมือนกัน” ฉันรีบแก้ตัว

ครีมกลอกตา “ก็แน่สิ เฮียของฉันอยู่กับอาม่าที่ภาคเหนือมาตลอดเพิ่งกลับมาอยู่บ้านไม่กี่เดือนนี่เอง เอาไว้หลังจบม.3 พวกเราไปสอบเข้าโรงเรียนเดียวกันกับเฮียนะ”

ฉันกับม่านเมฆมองหน้ากันโดยไม่ได้ตอบเรื่องเรียนต่อก่อนที่น้องชายของฉันจะหันไปถามครีมด้วยความสงสัยถึงเรื่องบุคคลที่สามต่อ

“แล้วเฮียของเจ้เป็นคนยังไงเหรอ?”

ครีมถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบลูกอมรสมะนาวจากกระเป๋าเสื้อนักเรียนมาแกะใส่ปาก

“พูดตรงแบบโคตรตรง ตรงจนบางทีฉันยังอยากเอาหมอนอัดหน้า”

“ขนาดนั้นเลย?” ฉันหัวเราะอย่างขบขันให้คำพูดของเพื่อน

“ขนาดนั้นแหละ! แกลองคิดดูนะ เขาอยู่กับอาม่ามาตลอด เป็นคนเงียบ ๆ จริงจังพูดน้อย แต่ถ้าได้พูดก็มีแต่คำที่แทงใจดำคนฟังสุด ๆ” ครีมทำหน้าตาเวทนาตัวเองก่อนจะพูดต่อ

“ยกตัวอย่างแค่ฉันทำอะไรเปิ่น ๆ หน่อยก็โดนด่าเป็นชุด”

ม่านเมฆยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “งั้นเฮียของเจ้คงไม่ถูกชะตากับเจ้ฟ้า...แน่เลย”

“เอ้า! ทำไมล่ะ?” ฉันหันขวับไปหาแฝดตัวเอง

ม่านเมฆหัวเราะก่อนจะเฉลยความ “ก็เจ้น่ะชอบช่วยคนอื่นไปทั่ว ใจดีจนบางคนเข้าใจผิดไปหมด เจอคนที่พูดตรงขนาดนั้นเข้าไป ผมรับรองว่าเจ้อาจจะไม่รอด”

“นายคิดว่าเฮียฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอ?” ครีมขำ “ถึงเฮียจะพูดตรงแต่เขาก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นนะ แค่ถ้าคนไหนนิสัยไม่ดีหรือไม่จริงใจกับเขา เขาจะตัดจบเลย...และนี่อาจจะเป็นหนึ่งในนิสัยของคนเกิดวันอังคาร”

“เจ้ครีมหมายความว่ายังไง คนเกิดวันอังคารทำไมเหรอ” ม่านเมฆหูผึ่งถามออกมาอย่างกังขา

“นายเป็นผู้ชายแบบไหนขี้เมาท์จัง” ฟ้าใสกระเซ้าน้องชายที่เกิดคนละวันเพียงห้านาที

“ผมไม่ได้ขี้เมาท์ซะหน่อย แค่สงสัยเฉย ๆ” ม่านเมฆยักไหล่ ก่อนจะหันไปมองครีมที่อมลูกอมรสมะนาวในปากพลางทำหน้าครุ่นคิด

“คนเกิดวันอังคารก็เป็นพวกหัวดื้อ ใจร้อน มีโลกส่วนตัวสูง แต่ถ้าได้เป็นพี่ชายก็คือพี่ชายที่ดีสุด ๆ เลยนะ” ครีมอธิบายเสียงอู้อี้เพราะยังอมลูกอมอยู่

“ดื้อ ใจร้อน?” ฉันพึมพำ “แสดงว่าพี่ชายเธอเป็นคนแบบนั้นเหรอ?”

“อืม ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่เฮียครามไม่ค่อยพูดมากกับใครหรอก นอกจากครอบครัวและคนที่เขาสนิทใจด้วยเท่านั้น” ครีมยักไหล่ก่อนจะพูดต่ออย่างไม่คิดอะไร

“แต่ถ้าลองได้รู้จักนิสัยของเขา เขานับได้ว่าเป็นคนใจดีคนหนึ่งเลยนะ”

ฉันทำหน้าแบบเออออห่อหมกไปตามเพื่อน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่เราจะนั่งอยู่ตรงนี้อีกนานไหม? ไม่ไปเลือกหนังสืออ่านกันสักหน่อยเหรอ? ใกล้สอบแล้วนะ”

“จริงด้วย!” ครีมลุกพรวดขึ้นแล้วลากฉันไปที่ชั้นหนังสือ โดยมีม่านเมฆเดินตามมาไม่ห่าง

บรรยากาศห้องสมุดของมหาวิทยาลัยศรีปฐมในปี พ.ศ 2538 เงียบสงบ มีนักศึกษาบางคนมานั่งอ่านหนังสือกันหลายคน พวกเขาค่อนข้างมีสีหน้าเงียบขรึม

เข้ากับพื้นห้องที่ปูด้วยกระเบื้องสีน้ำตาล โต๊ะไม้เรียงเป็นระเบียบ ตู้หนังสือสูงท่วมหัวเรียงรายเต็มห้อง ฉันเดินผ่านแผนกหนังสือภาษาอังกฤษแล้วหยิบเล่มหนึ่งออกมา

“เจ้ฟ้าจะอ่านภาษาอังกฤษ?” ม่านเมฆขมวดคิ้ว

“ก็ต้องฝึกไว้ไง อีกไม่กี่ปีเราก็จะเข้าม.ปลายและก็ต่อด้วยมหาวิทยาลัยใช่ไหมล่ะ” ฉันพูดอย่างมั่นใจ

“โห เจ้อยากเรียนที่ไหนล่ะ”

“ก็...” ฉันอึกอัก เพราะจริง ๆ แล้วฉันยังไม่ได้คิดเรื่องนี้จริงจังเลยเพราะตอนนี้พวกเรายังไม่จบม.3

ครีมที่กำลังเลือกหนังสืออยู่อีกด้านยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาพลิกดู

“ถ้าแกยังไม่คิดว่าจะเรียนที่ไหน งั้นก็เรียนที่เดียวกับฉันไง”

ฉันหันไปมองเธออย่างสงสัย “หมายถึงโรงเรียนศรีปฐมนะเหรอ?”

“ก็ใช่น่ะสิ” ครีมพยักหน้าหงึกหงัก “พวกเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถม ถ้าไปเรียนที่เดียวกันต่อก็ดีออก จะได้ไม่ต้องปรับตัวใหม่ไง”

“แต่ศรีปฐมเป็นโรงเรียนใหญ่เลยนะ” ฟ้าใสพูดยังไม่ทันจบ เสียงของม่านเมฆก็แทรกขึ้นอย่างกังวล

“การแข่งขันสูงมาก ได้ยินว่าปีที่แล้วคนสอบเข้าเยอะ          สุด ๆ”

“แล้วไง?” ครีมยักไหล่ “ยากแค่ไหนก็ต้องลองป่ะ พวกเราเรียนมาขนาดนี้ ถ้าตั้งใจอ่านหนังสือก็น่าจะสอบติดแหละ”

ฉันพยักหน้าอย่างใช้ความคิด จริงอยู่ที่ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจแน่ชัดว่าจะเรียนที่ไหน แต่โรงเรียนศรีปฐมก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกเพราะเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากในจังหวัด อีกทั้งปีนี้ยังเพิ่งจะเปิดรับสมัครนักเรียนหญิงเป็นปีแรก

แต่สำหรับม่านเมฆนั้นดูแตกต่างออกไปเขาสนใจโรงเรียนนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ที่ต้องมาเรียนที่เดียวกันก็เพราะพวกเรามักจะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิดเขาจึงทำใจแยกไปเรียนโรงเรียนชายล้วนไม่ได้

ม่านเมฆถอนหายใจพลางเอามือลูบท้ายทอยอย่างที่ชอบทำเป็นประจำเวลาเจ้าตัวอยากให้ฉันเห็นด้วยกับเขา ทว่าเจ้าตัวกลับไม่พูดออกมาถึงความต้องการของตัวเองโดยตรง

“ถ้าเจ้อยากไป ผมก็คงต้องไปด้วยละมั้ง”

ฉันหันไปมองน้องชายฝาแฝดของตัวเอง “จริงเหรอ?”

“อืม” ม่านเมฆพยักหน้า “บอกตามตรงผมเองก็สนใจโรงเรียนนี้มาตั้งแต่ม.1 แล้วละ แต่ตอนนั้นไม่กล้าแยกกับเจ้น่ะ”

“แหม! ทำตัวเป็นเด็กติดพี่ว่างั้น” ครีมแซวด้วยรอยยิ้มพลางสะบัดผมที่กำลังละใบหน้า

“ก็ต้องติดสิ เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิด” ม่านเมฆตอบหน้าตายก่อนจะหันมามองฉัน

ฉันคิดว่าหากฉันไม่ตอบตกลง น้องชายก็คงจะเสียใจดังนั้นในเมื่อเขาเคยทำเพื่อฉันมาแล้วดังนั้นครั้งนี้ฉันจะทำเพื่อเขาบ้างก็แล้วกัน

“ตกลง ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปสอบเข้าโรงเรียนมัธยมศรีปฐมกัน”

“เจ้พูดจริงเหรอ” ม่านเมฆถามย้ำอย่างไม่เชื่อหู

“จริงสิ อีกอย่างหากสอบติดพวกเราจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเรียนหญิงรุ่นแรกของโรงเรียนเลยนะแบบนี้ไม่ดีหรือยังไงฟังดูเท่ไม่หยอก” หลังฉันพูดจบครีมก็หัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

ครีมหัวเราะจนตัวงอก่อนจะโบกมือไปมา “แกนี่มันจริง ๆ เลยฟ้าใส หาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเก่งชะมัด”

“เอ้า! ก็มันจริงไหมล่ะ” ฉันยักไหล่ก่อนจะหัวเราะตาม

ม่านเมฆมองฉันด้วยรอยยิ้มราวกับกำลังซึมซับสิ่งที่ฉันพูด “งั้นก็ตกลง เราสอบเข้าโรงเรียนศรีปฐมด้วยกัน”

“เยี่ยม!” ครีมยกมือขึ้นดีดนิ้วก่อนจะเอื้อมมาคล้องแขนฉัน

“ตั้งแต่วันนี้ไป พวกเราต้องอ่านหนังสือกันหนักขึ้นแล้วนะ ห้ามขี้เกียจเด็ดขาด”

“รู้แล้วน่า” ฉันหัวเราะ

พวกเราใช้เวลาที่เหลือในห้องสมุดอ่านหนังสือและจดโน้ตกันอย่างเคร่งเครียด พจนานุกรมเล่มหนา หนังสือเรียนเล่มโต สมุดฉีกที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนของสูตรคำนวณและเนื้อหาวิชาต่าง ๆ ถูกกางออกเต็มโต๊ะ

ม่านเมฆมีเครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์เครื่องหนึ่งที่เขาหวงนักหนาเพราะเป็นของที่ป๊าซื้อให้ตอนต้นปี เขามักใช้มันคำนวณโจทย์เลขอย่างจริงจัง

ขณะที่ครีมง่วนอยู่กับการอ่านเนื้อหาในหนังสือสังคมศึกษา และฉันก็กำลังพยายามท่องศัพท์ภาษาอังกฤษที่อาจออกสอบ เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

บรรยากาศของห้องสมุดยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงกระซิบคุยกันแผ่วเบาของกลุ่มนักศึกษาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่แถวนั้น จนกระทั่งใกล้เวลาห้องสมุดปิดพวกเราจึงตัดสินใจเก็บของและเดินออกจากอาคาร ครีมรีบยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วร้องเสียงหลง

“ตายแล้ว! เฮียครามมารับฉันยังเนี่ย!” ใบหน้าของเธอเหลอหลา

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
42
จุดเริ่มต้นของสองเรา
17 มีนาคม 2551(ความรักก็เหมือนช็อกโกแลต... บางครั้งขม บางครั้งหวาน แต่สุดท้ายก็ละลายในใจเรา)ฉันไม่เคยคิดจะจดบันทึกเรื่องของตัวเองมาก่อน แต่วันนี้ อยู่ดี ๆ ก็อยากกลับไปนึกถึงวันแรกที่เจอกับเขา ตอนนั้นฉันอายุ 15 ส่วนเฮียครามอายุ 17 ปี มันเป็นช่วงเวลาที่เราทั้งคู่ไม่ได้รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของเราจะดำเนินไปในทิศทางไหน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ทว่าฉันก็ยังจำเรื่องของเราได้ดี...15 กุมภาพันธ์ 2538 หลังวันวาเลน์ไทน์มาหนึ่งวันท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย ศรีปฐม เสียงพลิกหน้ากระดาษดังเป็นจังหวะฉันก้มหน้าก้มตาอ่านโจทย์เลขตรงหน้าอย่างตั้งใจ หรืออย่างน้อยฉันก็บอกตัวเองแบบนั้น แม้ว่าตัวเลขพวกนี้จะเริ่มเบลอไปหมดแล้วก็ตาม“แก ฉันบอกให้เฮียมารับแหละ”เสียงของครีมดังขึ้นขัดจังหวะ ฉันละสายตาจากสมุดคณิตศาสตร์แล้วเงยหน้ามอง“เฮีย?”“เฮียครามพี่ชายของฉันไง”“หา?” ฉันกะพริบตาก่อนเสียงของม่านเมฆ น้องชายฝาแฝดของฉันจะดังขึ้นจากอีกฝั่งของโต๊ะ“ทำไมผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เลยล่ะ เจ้ฟ้าก็ไม่เคยเล่าให้ฟัง” สีหน้าของม่านเมฆไม่ได้ต่างไปจากฉันหลังได้ยินคำพูดของครีม“ฉันก็ไม่เคยเจอเขาเหมือน
Read More
แรกเจอ
ครีมรีบก้าวเท้าออกจากอาคารห้องสมุดอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งกุมสายสะพายกระเป๋า ส่วนอีกข้างยกขึ้นแตะหน้าผากตัวเองพลางบ่นอุบ“ฉันลืมไปเลย ถ้าเฮียรอนานเดี๋ยวโดนบ่นอีกแน่!”ฉันกับม่านเมฆมองหน้ากันก่อนจะรีบเดินตามเธอออกไป พอพวกเราออกมาถึงลานกว้างหน้าห้องสมุด แสงแดดอ่อนของช่วงเย็นทอดเงาบนพื้นถนนคอนกรีตเสียงรถรารวมถึงจักรยานจำนวนมากเริ่มขวักไขว่เพราะเป็นเวลาเลิกเรียนของมหาวิทยาลัย นักศึกษาหลายคนเดินกันอย่างเร่งรีบบ้าง เอื่อยเฉื่อยบ้าง และมีบางกลุ่มกำลังคุยกันเรื่องงานที่ต้องส่ง บางคนก็หาที่นั่งเล่นรอเพื่อนที่ยังไม่ออกมา“เจอเฮียไหม?” ฉันถามครีมพลางช่วยมองไปรอบ ๆ“น่าจะรอตรงที่จอดรถมอไซค์ ครีมพึมพำก่อนจะเร่งฝีเท้าพวกเราเดินผ่านผู้คนท่ามกลางบรรยากาศของมหาวิทยาลัยศรีปฐมที่กำลังคึกคักไปด้วยนักศึกษาหนุ่มสาวที่ยังสวมชุดนักศึกษาเรียบร้อยบ้าง ไม่เรียบร้อยบ้าง บางคนสะพายกระเป๋าเดินคุยกันอย่างออกรสทันใดนั้น ฉันก็ได้ยินเสียงเพลงดังแว่วมาจากลำโพงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงอาหารของมหาวิทยาลัย เสียงร้องฟังนุ่มหูของนักร้องดังในขณะนั้นแว่วเข้ามาในโสตประสาท ฉันจำได้ทันทีว่าเป็นเพลง ขอบใจจริง ๆ ของ เบิร์ด
Read More
วันเกิด 4 ปีมีครั้ง
ตั้งแต่วันที่เราสามคนไปอ่านหนังสือด้วยกัน วันเวลาก็ผ่านไปรวดเร็วอย่างไม่รู้ตัว พริบตาเดียวก็จะหมดเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้เป็นปีอธิกสุรทิน วันที่ 29 กุมภาพันธ์มีเพียงสี่ปีครั้ง ฉันตื่นมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกแปลกไปพร้อมกันสาเหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะวันนี้คือวันเกิดของฉันและทุกครั้งที่ฉันนึกถึงวันเกิด คนอื่นจะอวยพรฉันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หรือเลื่อนไปฉลองวันที่ 1 มีนาคมพร้อมกับม่านเมฆแทนแม้ว่าเราสองคนจะเป็นแฝดกันแต่พวกเราเกิดกันคนละวัน แต่ปีนี้...เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่ฉันได้ฉลองวันเกิดตรงวันจริงเมื่อเดินลงมาจากห้องนอน ฉันพบแม่กำลังยืนจัดจานขนมปังปิ้งอยู่ที่โต๊ะอาหาร กลิ่นหอมของเนยละลายลอยมาแตะจมูก “สุขสันต์วันเกิดนะลูก” แม่ยิ้มหวานก่อนจะยื่นแก้วโกโก้ร้อนให้ฉันฉันยิ้มกว้าง “ขอบคุณค่ะแม่”ป๊าวางหนังสือพิมพ์ลงแล้วเดินมาลูบหัวฉันเบา ๆ พร้อมกับกล่าวอวยพร“มีความสุขมาก ๆ นะลูก โตขึ้นอีกปีแล้ว”“ขอบคุณค่ะป๊า”ม่านเมฆเดินเข้ามาพร้อมกล่องยาวในมือขนาดเล็ก เขายื่นให้ฉันแบบขอไปที“สุขสันต์วันเกิด”“อะไรเนี่ย?” ฉันรับกล่องมาเปิดดู แล้วพบกับดินสอกด Rotring สีดำด้าน“ว้าว! นี่ข
Read More
ปัจฉิมนิเทศ
ก่อนถึงวันสอบปลายภาคไม่กี่วัน นักเรียนชั้นสุดท้ายมักจะมีการแลกสมุดเฟรนด์ชิพกัน ซึ่งฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับสมุดเฟรนด์ชิพจากเพื่อนหลายคนพวกเราต่างเขียนข้อความให้กันด้วยลายมือของตัวเอง พร้อมกับวาดการ์ตูนตัวเล็กบ้างใหญ่บ้างแล้วแต่ใครจะสามารถทำได้ มีการแปะสติ๊กเกอร์รวมถึงการเขียนคำคมที่ได้รับความนิยมในยุคนั้นฉันเปิดสมุดเฟรนด์ชิพของครีมที่เธอยื่นมาให้ มันเป็นสมุดปกแข็งสีชมพูมีลายหมีน่ารักอยู่หน้าปก ฉันใช้ดินสอกด Rotring ที่ม่านเมฆให้มาเป็นของขวัญวันเกิดค่อย ๆ บรรจงเขียนข้อความลงไป"ถึงครีม เพื่อนสุดที่รักของฉัน"พวกเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถม จำได้ไหมว่าเราช่วยกันติวข้อสอบวิชาสังคมตอนป.6 จนเกือบหลับคาหนังสือ?ขอบคุณที่เป็นเพื่อนที่ดีเสมอมา ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร ฉันรู้ว่าเราจะยังอยู่ข้างกันเสมอ ขอให้เธอมีความสุขมาก ๆ นะ แล้วพวกเราจะไปลุยโรงเรียนใหม่ด้วยกัน!ฉันตบท้ายด้วยการวาดรูปกระต่ายตัวเล็กลงในมุมสมุด พร้อมแปะสติกเกอร์รูปหัวใจลงไปหนึ่งดวง“แกใช้เวลากับสมุดของฉันนานมากเลยนะ เขียนอะไรยาวขนาดนั้น” ครีมหยอกเย้าพลางรับสมุดคืน“ก็เขียนจากใจไง” ฉันยักไหล่ก่อนจะรับสมุดของเพื่อนอีกคนมาเ
Read More
น่าอายชะมัด!!
“นี่อะไรเหรอ?” ฉันถามเสียงเบาพยายามไม่ให้น้ำเสียงของตัวเองสั่น ต้นเม้มปากแน่นเหมือนกำลังรวบรวมความกล้า ก่อนจะพูดออกมารัวเร็ว“เอ่อ… จดหมาย… ฉันเขียนให้เธอ… อยากให้เธออ่านตอนถึงบ้าน”ฉันกะพริบตามองเขาอย่างเหลือเชื่อ ม่านเมฆที่ยืนอยู่ด้านข้างจ้องมองเหตุการณ์ด้วยสายตาสนอกสนใจ ส่วนครีมที่เดินออกจากโรงเรียนทีหลังถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาลุกวาวราวกับเห็นอะไรน่าสนุก“โอ้โห… โรแมนติกสุด ๆ” ครีมกระซิบข้างหูฉันฉันหันไปถลึงตาใส่เธอ “อ่านการ์ตูนตาหวานมากไปหรือไงแก เงียบก่อน” ฉันกระซิบก่อนจะรับจดหมายจากมือของต้นมาถือไว้“ขอบคุณนะ ฉันจะอ่านตอนถึงบ้าน”ต้นพยักหน้าก่อนจะก้มหน้าก้มตาแล้วรีบหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็วราวกับว่ามีบางสิ่งที่น่ากลัวกำลังวิ่งตามครีมหันมาหัวเราะและก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดออกมา “กรี๊ดดด! แกได้จดหมายรัก! ฉันนึกว่าจะมีแต่ในการ์ตูนซะอีก”“เงียบไปเลย!” ฉันรีบเก็บจดหมายลงในกระเป๋า       &
Read More
บ้านใหม่
การสอบใช้เวลาหลายชั่วโมง ฉันพยายามทำให้ดีที่สุด แม้ว่าบางข้อจะยากจนต้องใช้เวลาไตร่ตรองนาน แต่ในที่สุดทุกอย่างก็ผ่านไปจนได้เมื่อเสียงออดดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าสอบเสร็จ ฉันปล่อยลมหายใจออกมายาว ๆ พลางเก็บอุปกรณ์การเขียนลงกระเป๋า ก่อนจะเดินออกมาพบกับม่านเมฆและครีมที่รออยู่“เป็นยังไงบ้าง?” ครีมถามอย่างตื่นเต้น“ก็โอเคนะ มีบางข้อที่ไม่แน่ใจ แต่ก็ทำสุดความสามารถแล้ว” ฉันตอบตามตรงม่านเมฆพยักหน้า “ผมก็เหมือนกัน”พวกเราสามคนยืนพูดคุยกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่ครีมจะแยกตัวออกไปรอเฮียคราม ส่วนฉันเดินออกจากโรงเรียนพร้อมกับม่านเมฆด้วยความรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก“อีกไม่กี่วันก็จะรู้ผลแล้ว” ฉันพึมพำ“ก็ต้องรอลุ้นกันไป” ม่านเมฆตอบฉันเงยหน้ามองไปบนท้องฟ้า แสงแดดอ่อน ๆ ยามบ่ายทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่นอย่างประหลาด ฉันไม่รู้หรอกว่าผลสอบจะออกมาเป็นยังไงแต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนอย่างน้อยฉันก็ทำเต็มที่แล้วเมื่อกลับถึงบ้าน ฉันกับม่านเมฆเดินเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกโล่งอกจากการสอบที่เพิ่งผ่านพ
Read More
จุดเริ่มต้นเส้นทางใหม่
ครามที่เดิมทีตั้งใจจะนอนพักผ่อนอยู่ในห้อง พอได้ยินเสียงสนทนาเจื้อยแจ้วของแม่ตัวเองกับเพื่อนบ้านคนใหม่ที่ดูจะเข้ากันได้ดีเหลือเกินก็ตัดสินใจถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมาดูหน้าบ้านเขาปรากฏตัวพร้อมกับเสื้อกล้ามสีขาวแบบเรียบ กางเกงขาสั้นธรรมดา ท่าทางไม่ได้ตั้งใจให้เป็นทางการนักแต่ก็ไม่ได้ดูมอมแมมอะไรแต่ทันทีที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างแม่ของตน ร่างสูงก็ผงะไปเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว“อะ...” เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายก่อนจะปรับสีหน้าตัวเองให้เป็นปกติ ทว่าเจ้าตัวก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองอีกฝ่ายซ้ำเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะตกใจอะไรได้ง่ายแต่การที่หญิงตรงหน้ามีเค้าโครงใบหน้าละม้ายคล้ายกับฟ้าใสเสียเหลือเกิน   ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูกแม่ของเขาที่เห็นอาการนิ่งอึ้งของลูกชายก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างขบขันก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเสียงใส“อ้าวคราม ออกมาพอดีเลย มา ๆ เดี๋ยวแม่แนะนำให้รู้จัก นี่น้าลิตาแม่ของฟ้าใสกับม่านเมฆ บ้านที่ย้ายมาอยู่ตรงข้ามเรานี่เอง”ลลิตาส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร
Read More
เพื่อนใหม่ ห้องเรียนใหม่
เด็กทั้งสามคนขึ้นรถเมล์กลับบ้านด้วยความตื่นเต้น        พวกเขายังคุยกันถึงเรื่องผลสอบมาตลอดทางจนรถเมล์หยุดลงหน้าบ้านฝั่งของครีมครีมเป็นคนแรกที่กระโดดลงจากรถ ก่อนจะหันกลับไปมองฟ้าใสกับม่านเมฆที่เดินตามลงมา“แกว่าป๊าฉันจะดีใจจนให้รางวัลเพิ่มไหม”ฟ้าใสหัวเราะ “ป๊าแกก็ฉลองให้แล้วไง ยังจะหวังของขวัญเพิ่มอีกเหรอ?”ครีมยักไหล่ “เผื่อฟลุ๊กไง เฮ้อ! เฮียครามกลับบ้านรึยังนะ?” เธอพูดพลางชะเง้อมองเข้าไปด้านในบ้านม่านเมฆเองก็มีสีหน้าคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะถามขึ้นมาอีกเพื่อยืนยัน “เฮียครามเล่นดนตรีเก่งมากจริง ๆ เหรอ?”“แน่นอน!” ครีมตอบทันที “แกไม่เชื่อเหรอ? เดี๋ยวเย็นนี้พอเขากลับมาฉันจะให้เฮียโชว์ให้ดูเลย”“เอาจริงเหรอ?” ฟ้าใสหัวเราะ “งั้นฉันก็อยากฟังเหมือนกัน”“แน่นอน! แกต้องได้ฟังอยู่แล้ว” ครีมพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เฮียฉันไม่ใช่เล่น ๆ นะ เขาเคยไปประกวดด้วย แต่เขาแค่ไม่เคยพูดให้ใครฟังหากว่าฉันไ
Read More
พักกลางวัน
ครูวารียิ้มให้เด็กทั้งสามแล้วพูดต่อ “ไม่ต้องเขินไปหรอกจ้ะ พวกเธอทั้งสามทำได้ดีมาก แล้วครูก็ต้องการให้พวกเธอเป็นตัวอย่างที่ดี ครูมั่นใจว่าทุกคนในห้องนี้มีความสามารถ พวกเธอต้องตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตของตัวเอง”ฟ้าใส ครีม และม่านเมฆพยักหน้าให้กับคำพูดของครู  แต่ก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง หลังจากนั้นครูวารีจึงเริ่มพูดถึงตารางเรียนและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้“ตอนนี้ทุกคนก็รู้แล้วว่าเราจะมีการเรียนที่เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงกิจกรรมที่จะทำร่วมกัน เช่น งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์         งานกีฬา และกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนที่รอเราอยู่ ดังนั้นเรามาพยายามด้วยกันนะ และครูก็หวังว่าทุกคนจะสนุกกับการเรียนรวมถึงให้ความร่วมมือในเรื่องของกิจกรรม” ครูวารีพูดต่อ ก่อนที่จะหันมามองนักเรียนที่นั่งอยู่แถวหน้าซึ่งก็คือฟ้าใส ม่านเมฆ และก็ครีมนั่นเอง“ว่าแต่พวกเธอเลือกเรียนสายศิลป์-ภาษาเพราะอะไรกัน ครูอยากฟังเหตุผลจากพวกเธอสักหน่อยได้ไหมจ๊ะ”ฟ้าใสยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นพูด “หนูชอบการเขียนค่ะคร
Read More
วันเกิด!!
ช่วงบ่ายเริ่มต้นด้วยวิชาศิลปะที่ฟ้าใสค่อนข้างชื่นชอบเป็นพิเศษและในระหว่างนี้ครูผู้สอนได้ให้พวกเธอออกมาวาดภาพภายนอกห้องเรียน เด็กทุกคนภายในห้องค่อนข้างตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ออกมาและในระหว่างที่ทุกคนเดินออกมาทางสนามกีฬาแต่ละคนก็เห็นว่ากลางสนามกำลังมีนักเรียนเตะฟุตบอลกันอยู่ “ครีม คนนั้นใช่เฮียครามไหม” ฟ้าใสชี้นิ้วของตนไปทางนักเรียนชายในชุดพละศึกษาคนหนึ่งที่กำลังไล่เตะลูกฟุตบอลอยู่กลางสนามอย่างตั้งใจ “แกนี่ตาดีจัง นั่นเฮียของฉันกำลังจะชู๊ตแล้ว” น้ำเสียงของครีมค่อนข้างตื่นเต้นโดยมีเพื่อนนักเรียนในห้องไม่วายมองไปทางสนามพร้อมกันก่อนจะมีเสียงของใครคนหนึ่งพูดขึ้น “นอกจากรุ่นพวกเรากับนักเรียนหญิง ม.1ของปีนี้แล้ว      ก็ยังไม่มีนักเรียนหญิงของปีอื่นเลยใช่ไหม” เสียงของเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในห้องถามออกมาอย่างสงสัย “เธอเข้าใจถูกแล้วแต่ก่อนโรงเรียนนี้มีแต่นักเรียนชายซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่เปิดรับผู้หญิงทั้งม.ต้นและม.ปลาย&rdquo
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status