เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982

เมื่อเพื่อนรักกลายเป็นสามีแสนดีในปี 1982

last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
38Chapitres
795Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

จากเพื่อนสนิทที่ข้ามเส้นกลายเป็นสามีในชั่วข้ามคืน แบบเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ คนหนึ่งปิดตายหัวใจ ส่วนอีกคนใช้เวลาหนึ่งปีเพื่อให้เธอรัก ทั้งคู่ต้องฝ่าฝันบททดสอบมากมาย และความดีและการดูแลที่ไร้เงื่อนไขของเขา กลับค่อยๆ เปลี่ยนหัวใจที่ปิดตายของเธอให้กลายเป็นรักแท้

Voir plus

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
38
บทที่ 1-1 รักครั้งแรก
เสียงกึกกักที่ดังอย่างสม่ำเสมอของเครื่องจักรทอผ้าภายในโรงงานทอผ้าที่ 3 แห่งของมณฑลจิ่งเหอ แสดงให้เห็นถึงความรุ่งโรจน์ของรัฐวิสาหกิจในปี1985 ยุคสมัยที่เข็มนาฬิกาของประเทศกำลังหมุนไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ซูชิงหญิงสาววัยสะพรั่งกำลังตั้งอกตั้งใจเก็บของใช้ใส่กระเป๋าสะพายเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านหลังจากที่ตรากตรำทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน วันนี้เธอสวมชุดคนงานสีน้ำเงินเข้มที่แม้จะผ่านการซักจนสีซีดจางมาแล้วหลายครั้งแต่ยังดูสะอาดเรียบร้อยดี ใบหน้าเรียวรูปไข่มีหยดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาตามไรผม หน้าตาของเธอดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่อาจบดบังความงามของเธอได้เลยแม้แต่น้อยซูชิงเป็นสาวชนบท ปีนี้อายุสิบเจ็ดแล้ว หนุ่มๆ ในโรงงานเดียวกันมักจะชอบมาพูดจาเกี้ยวพาราสีเธออยู่เป็นประจำ ทว่าในหัวใจของซูชิงกลับมีเพียงชายหนุ่มที่ชื่อหลินอวี้คนเดียวเท่านั้นที่ได้กุมหัวใจของเธอหลินอวี้เพิ่งเข้ามาทำงานในฝ่ายบริหารเมื่อไม่นานมานี้ หน้าตาของชายหนุ่มหล่อเหลาเป็นอย่างมาก ทุกๆ วันเขามักจะสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ดูสะอาดสะอ้านไร้รอยยับ อีกทั้งยังสวมแว่นตากรอบหนาขับเน้นให้บุคลิกของเขาดูเหมือนชายหนุ่มผู้มีการศึกษ
Read More
บทที่ 1-2 รักครั้งแรก
เช้าวันต่อมาเฉินเฮ่อก็มารับเธอไปที่โรงงานพร้อมกันเหมือนเช่นทุกวัน เมื่อนำจักรยานไปจอดแล้ว เฉินเฮ่อก็เดินมาทวงของกับซูชิงทันที“ไหนล่ะ ค่าปิดปาก”ซูฉิงร้องอ้อในใจ เธอลืมไปเสียสนิท เพราะเอาแต่คิดถึงหลินอวี้“ฉันยังไม่ว่างทำ ไว้จะหาเวลาทำให้นายก็แล้วกัน”“เธอจะเบี้ยวฉันเหรอชิงชิง งั้นเรื่องที่เธอนัดพบ โอ๊ย!”เฉินเฮ่อยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค ซูชิงก็ยกเท้าเตะเข้าไปที่หน้าแข้งเขาทันที“อย่าปากมาก จำไว้!”ซูชิงไม่สนใจเฉินเฮ่ออีก เธอเดินหายเข้าไปในโรงงานอย่างรวดเร็ว เฉินเฮ่อมองตามหญิงสาวไปจนลับสายตา ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆเขาและเธอเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่วัยเด็ก จำได้ว่าตั้งแต่แม่พาเขาย้ายมาอยู่ที่นี่ เขาก็ได้พบเธอและเริ่มสนิทสนมกัน ตอนที่เขาถูกเด็กๆ แถวนี้รังแก ซูชิงน้อยก็มักจะคอยช่วยเขาอยู่เสมอ จนกระทั่งเติบโตเป็นหนุ่มน้อยวัยแรกรุ่น เขาจึงรู้ใจตนเองว่าเขาหลงรักซูชิงเพื่อนรักวัยเด็กเข้าแล้วแต่ซูชิงกลับไม่เคยชอบเขาเลยแม้แต่น้อย เธอมีใจให้กับหลินอวี้ลูกชายของหัวหน้าหลิน ในเมื่อซูชิงชอบหลินอวี้เขาก็ไม่เคยคิดอยากจะขัดขวางเธอ ขอเพียงแค่ซูชิงมีความสุขก็พอแล้วเฉินเฮ่อส่ายหน้าไปมาเพื่อไล่ความคิดชวนปวดห
Read More
บทที่ 2 เรื่องไม่คาดคิด
เพราะความเสียใจ ซูชิงเลยมานั่งร้องไห้อยู่ที่ด้านหน้าโรงเก็บผ้าเก่าหลังโรงงาน โดยมีเฉินเฮ่อนั่งอยู่เป็นเพื่อน หญิงสาวยกขวดเหล้าราคาถูกขึ้นมาดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า เฉินเฮ่อที่เห็นอย่างนั้นจึงยื่นของบางอย่างส่งให้ซูชิง"กินเสียหน่อยสิ มันเผานี่ยังอุ่นๆ อยู่เลย ฉันซื้อมาให้ เธอยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย ดื่มเหล้าตอนท้องว่างเดี๋ยวได้เมาตายกันพอดี"เฉินเฮ่อเตือนด้วยความเป็นห่วง ซูชิงเงยหน้ามองเฉินเฮ่อผ่านม่านน้ำตา ก็พบว่าเฉินเฮ่อกำลังยื่นมันเผาที่ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ มาตรงหน้าของเธอ ซูชิงรับมันเผามากัดกินคำหนึ่ง ก่อนจะโยนทิ้งไปบนพื้น“รสชาติแย่มาก ฮือ เฮงซวยมาก วันนี้มันวันเฮงซวยอะไร!”ซูชิงตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ เฉินเฮ่อถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ซูชิงเมาจนเสียสติไปแล้วจริงๆ แต่เขาก็เข้าใจ หลินอวี้คือรักแรกของซูชิง การที่ซูชิงจะเสียใจมากขนาดนี้ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร"นายดื่มกับฉันสิ เร็วๆ"อยู่ๆ ซูชิงก็ยื่นขวดเหล้ามาตรงหน้าเฉินเฮ่อ เฉินเฮ่อส่ายหน้าไปมาพร้อมกับเอ่ยเตือน“ฉันไม่ดื่ม ถ้าเมาทั้งคู่จะพากันกลับบ้านยังไง”“ดื่ม! หรือว่านายก็รังเกียจฉัน ถึงไม่กล้าดื่มเหล้าขวดเดียวก
Read More
บทที่ 3-1 สัญญาหนึ่งปี
ข่าวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นระหว่างเฉินเฮ่อและซูฉิงเปรียบดั่งไฟลามทุ่งที่แผดเผาชื่อเสียงของเธอจนมอดไหม้ คนในโรงงานต่างพากันนินทาด้วยความคะนองปาก เรื่องราวบานปลายจนมาถึงหูของผู้คนในหมู่บ้าน คนพวกนั้นบ้างก็ว่าเธอ "ใจง่าย" บ้างก็เย้ยหยันว่าคนสวยอย่างเธอท้ายที่สุดก็ตกเป็นของช่างเครื่องกระจอกๆ อย่าง เฉินเฮ่อ แทนที่จะมีวาสนาเป็นสะใภ้ของคนที่มีฐานะทันทีที่พ่อแม่ของซูชิงทราบเรื่องก็ลมแทบจับ แม้จะชอบที่เฉินเฮ่อเป็นคนขยัน แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ของซูชิงจะทนเห็นพวกเขาทำเรื่องไร้ยางอายแบบนี้ได้ ซ้ำร้ายยังมีคนเห็นเหตุการณ์มากหน้าหลายตา ผู้คนเอามาเล่ากันปากต่อปากอย่างสนุกสนาน สร้างความอับอายให้กับบ้านตระกูลซูไม่น้อยตั้งแต่เกิดเรื่องซูชิงก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง เธอไม่ออกไปทำงานและยื่นหนังสือขอลาพักเพราะล้มป่วยมาสองสามวันแล้ว ข้าวปลาก็กินได้น้อยลง เฉินเฮ่อมาขอพบเธอก็ไม่ยอมพบหน้าเขาหญิงสาวไม่ได้โกรธเฉินเฮ่อ แต่เธอโกรธตัวเองมากกว่า เธอไม่ควรไปดื่มเหล้าจนเมามายแบบนั้น แล้วยังชวนเฉินเฮ่อดื่มด้วย ชายหญิงสองคนที่ขาดสติเพราะฤทธิ์สุรามาอยู่ด้วยกันในที่เปลี่ยวร้างย่อมเกิดเรื่องน่าอายขึ้นตอนนี้ซูชิงมืดแปดด้าน
Read More
บทที่ 3-2 สัญญาหนึ่งปี
เมื่อตกลงทุกอย่างได้แล้ว ทั้งสองครอบครัวจึงจัดงานแต่งงานให้กับคนทั้งสองอย่างเรียบง่าย ไม่มีขบวนรถเก๋งสีดำที่ข้าราชการชั้นสูงนิยมใช้ ไม่มีเกี้ยวแดงแปดคนหามตามประเพณีโบราณ มีเพียงเฉินเฮ่อในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่กำลังยืนรอซูชิงอยู่ที่หน้าบ้านเพื่อรับหญิงสาวไปจดทะเบียนสมรสด้วยกัน"ซูชิง ฉันมารับเธอแล้ว"เสียงของชายหนุ่มสั่นพร่าด้วยความประหม่า ซูชิงเดินออกมาจากบ้านด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เพราะไม่มีเงินซื้อชุดเจ้าสาวสวยๆ เธอจึงสวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดาเท่านั้น หญิงสาวก้าวขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานของเฉินเฮ่ออย่างไม่รีบไม่ร้อน เธอไม่ได้กอดเอวเขาเพียงใช้มือจับเบาะจักรยานเอาไว้เท่านั้น เฉินเฮ่อเองก็ไม่ถือสา ชายหนุ่มออกแรงถีบจักรยานไปตามถนนลูกรังที่ขรุขระ บังคับแฮนด์ให้มั่นคงที่สุดเท่าที่แรงกายจะทำได้ เพื่อให้คนข้างหลังนั่งอย่างสบายที่สุดเมื่อคืนนี้เขาลงมือขัดจักรยานคันเก่าจนเงาวับ อีกทั้งยังหาริบบิ้นสีแดงมาผูกเอาไว้ที่แฮนด์รถเพื่อเป็นสัญลักษณ์มงคลอีกด้วย คนทั้งสองปั่นจักรยานไปตามทางเรื่อยๆ ตลอดทางที่ขี่ผ่านคนในหมู่บ้านและโรงงาน ก็จะได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังแว่วมาเป็นระยะ"ดูสิ ดอกไม้แสนสวยประจำโรงงาน
Read More
บทที่ 4 อาหารเช้า
แม้เมื่อคืนจะนอนดึกมากแค่ไหน แต่ซูชิงก็ยังติดนิสัยตื่นเช้าอยู่ดี แต่เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาก็ไม่พบเฉินเฮ่อแล้ว เธอรีบลุกจากเตียงก่อนจะเดินไปคว้าหยิบกะละมังเคลือบสีขาวลายดอกโบตั๋นขึ้นมาแล้วเดินออกไปที่ห้องน้ำสาธารณะ ก่อนไปเธอยังมองเข้าไปที่ห้องนอนแม่ของเฉินเฮ่อ พบว่ายังปิดไฟอยู่คาดว่าคนคงยังไม่ตื่นนอน เธอจึงทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอก็กลับเข้าบ้าน เมื่อเดินเข้ามาในบ้านซูชิงก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยโชยมาเตะจมูก ตอนนี้บนโต๊ะอาหารมีถ้วยโจ๊กข้าวโอ๊ตใส่น้ำตาลทรายแดง และนมถั่วเหลืองหนึ่งถุงวางอยู่ ในยุคสมัยที่เงินทองหาได้ยากลำบาก อาหารสองอย่างนี้ถือเป็นของฟุ่มเฟือยสำหรับกรรมกรชั้นแรงงานอย่างพวกเธอ ซูชิงมีสีหน้าครุ่นคิดเป็นจังหวะเดียวกันที่เฉินเฮ่อกลับเข้ามาพอดี วันนี้ชายหนุ่มสวมเสื้อกล้ามสีขาวและกางเกงผ้าเนื้อหยาบ ในมือยังถือกระติกน้ำร้อนติดมือเข้ามาด้วย“เธอตื่นแล้วเหรอ หิวหรือยัง รีบกินข้าวเช้าก่อนไปทำงานเถอะ”"นายเอาเงินจากไหนมาซื้ออาหารพวกนี้ ราคามันไม่ได้ถูกเลยนะ?"เธอถามพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ตั้งแต่เล็กจนโตน้อยมากที่เธอจะได้กินอาหารพวกนี้ อย่างมากแค่หมั่
Read More
บทที่ 5-1 ค่ากับข้าว
เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว แม่ของเฉินเฮ่อก็รีบบอกให้ลูกชายและลูกสะใภ้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีแล้วรีบมาดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ด้วย ซูชิงยิ้มให้แม่สามีอย่างอ่อนโยน ตั้งแต่เธอแต่งเข้าบ้านมา แม่สามีไม่เคยทำให้เธอลำบากใจเลยสักครั้ง อีกทั้งยังไม่เคยก้าวก่ายเรื่องระหว่างเธอและเฉินเฮ่อเลยแม้แต่นิดเดียว“แม่ทำอาหารมื้อเย็นเอาไว้แล้ว ก่อนพวกลูกจะกลับมา พ่อแม่ของชิงชิงก็แบ่งกับข้าวมาให้อีกจานหนึ่ง กินให้อิ่มล่ะ แม่จะไปนอนพักแล้ว วันนี้เย็บผ้าทั้งวันปวดหลังไปหมดแล้ว”“หนูไปส่งค่ะแม่”แม่ของเฉินเฮ่อประหลาดใจอยู่บ้าง เมื่อเห็นว่าซูชิงเข้ามาช่วยประคอง เดิมทีเธอคิดว่าคงจะต้องรับมือกับลูกสะใภ้ผู้นี้ยาก เพราะซูชิงไม่ได้อยากแต่งงานกับเฉินเฮ่อ เรื่องนี้เธอเองก็รู้ แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่านอกจากซูชิงจะไม่อาละวาดแล้ว ยังดีกับเธอมากซูชิงประคองแม่สามีมานอนที่เตียงและยังห่มผ้าให้อย่างใส่ใจ“ต่อไปแม่ไม่ต้องทำอาหารให้พวกเราแล้วนะคะ หนูกับอาเฮ่อจะทำกินกันเอง เพราะแม่ต้องเย็บผ้าส่งลูกค้าก็เหนื่อยพอแล้ว แม่ควรพักให้มาก”“จ้ะ”เมื่อเห็นว่าแม่สามีรับคำอย่างว่าง่าย ซูชิงก็วางใจลงได้ แม่ของเธอและแม่ของเฉินเฮ่อนั้นมีอาชีพเดียวกั
Read More
บทที่ 5-2 ค่ากับข้าว
พูดจบซูชิงก็ตักโจ๊กขึ้นมาเป่าและป้อนให้เฉินเฮ่ออย่างตั้งใจ เมื่อเขากินอิ่มแล้วเธอก็พาเขาไปลางานกับหัวหน้าหลิน หัวหน้าหลินที่เห็นว่าเฉินเฮ่อป่วยจริงๆ จึงยอมให้ลาป่วยได้ ซูชิงไม่ได้บอกหัวหน้าหลินว่าที่เฉินเฮ่อป่วยเพราะไปแบกข้าวสาร เธอรู้ดีว่าการที่ไปรับงานเสริมนอกเวลานั้นเท่ากับผิดกฎ หากหัวหน้าหลินทราบเฉินเฮ่อจะต้องลำบากอย่างแน่นอนวันนี้ซูชิงรับหน้าที่ปั่นจักรยานพาเฉินเฮ่อกลับบ้าน ทันทีที่กลับมาถึงแม่ของเฉินเฮ่อก็รีบเข้ามาดูอาการบุตรชาย เมื่อรู้ว่าเขาป่วยเธอก็ปวดใจมาก ส่วนพ่อแม่ของซูชิงก็รีบไปต้มน้ำแกงบำรุงร้อนๆ มาให้ลูกเขยดื่ม“หนูจะไปตลาดสักหน่อยซื้อของสดมาไว้ทำอาหาร ฝากทุกคนดูแลอาเฮ่อก่อนนะคะ แล้วหนูจะรีบกลับมา”เอ่ยจบเธอก็ไปที่ตลาดทันที เมื่อมาถึงตลาดซูชิงก็เดินถือถุงตาข่ายสีเขียวหม่นไปตามทางเดินแคบๆ ในตลาดเสรี ตลาดแห่งนี้คือตลาดที่ชาวนาได้รับอนุญาตให้นำผลผลิตที่เหลือจากเกณฑ์ของรัฐมาวางขายเอง ข้อดีของตลาดแห่งนี้ก็คือของสดกว่าและไม่ต้องใช้คูปองในการซื้อของบางอย่าง แต่ราคาอาจจะสูงกว่ารัฐกำหนดเล็กน้อย แต่ก็สะดวกสบายกว่าเยอะ ซูชิงมักจะมาที่นี่บ่อยครั้ง บางทีหากต้องใช้คูปองแลกของเธอก็จะส
Read More
บทที่ 6-1 ซื้อรองเท้าให้ภรรยา
หลังจากที่กินอิ่มแล้ว สองสามีภรรยาก็เข้านอนอย่างรวดเร็ว อาจเพราะระยะนี้ทำงานหนักซูชิงจึงนอนหลับสนิทมากกว่าที่ผ่านมาจวบจนถึงเช้ามืดของวันต่อมา เมื่อซูชิงลืมตาตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นเฉินเฮ่ออีกตามเคย หญิงสาวถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ทันทีว่าเฉินเฮ่อคงจะออกไปทำงานแบกของที่ตลาดมืดเหมือนเช่นทุกวัน ซูชิงรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเตือนเขาอย่างไรดีซูชิงส่ายหน้าไล่ความคิดเหล่านี้ออกไป ก่อนจะลุกไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมาต้มข้าวต้ม ก็เหมือนเช่นทุกวันเธอแบ่งข้าวต้มให้พ่อแม่ด้วย และแบ่งเอาไว้ให้แม่สามีด้วยเช่นกัน วันนี้เธอยังคงเข้ากะบ่ายเหมือนเมื่อวานจึงมีเวลาทำอะไรมากขึ้น จึงถือโอกาสนี้เย็บซ่อมรองเท้าที่ขาดเสียเลยแต่รออยู่นานเฉินเฮ่อก็ยังไม่กลับมาเสียที ซูชิงรู้สึกเป็นกังวล เธอจึงตัดสินใจเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังตลาดมืด เธอเดินตามหาเขาจนทั่ว หญิงสาวเดินไปที่ร้านข้าวสารทุกร้านเพื่อตามหาเฉินเฮ่อ เมื่อสอบถามกับเถ้าแก่ร้านก็ได้ความว่าเฉินเฮ่อทำงานเสร็จตั้งแต่เช้ามืดแล้ว ซูชิงยิ่งกระวนกระวายใจเข้าไปใหญ่ เธอเดินตามหาเขาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้า
Read More
บทที่ 6-2 ซื้อรองเท้าให้ภรรยา
ทางด้านหลินอวี้ที่ถูกซูชิงมองเมินก็เก็บความไม่พอใจเอาไว้ ระยะนี้ข่าวคราวของซูชิงไม่ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงอีกต่อไป อย่างไรเสียเธอก็แต่งงานเรียบร้อยแล้ว ผู้คนจึงไม่กล้านินทากันส่งเดชอีก ดังนั้นหัวข้อใหม่ในหลายวันนี้ก็คือเรื่องการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ภายในโรงงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้“นี่ชิงชิง ฉันอยากลงแข่งชักกะเย่อ เธอสนใจไหม หรือว่าอยากลงแข่งปิงปองกับแบตมินตัน แต่นั่นมันกีฬาของพวกผู้ชาย เราคงสู้ไม่ไหว”ไป๋ม่านหารือกับซูชิงอย่างกระตือรือร้นในระหว่างที่พักเบรกจากงานที่แสนหนัก ซูชิงที่กำลังยกน้ำแกงถั่วเขียวขึ้นมาดื่มหันมามองไป๋ม่านแล้วบอกว่า“ไม่แข่งหรอก ฉันไม่เก่งเรื่องพวกนี้ แต่ถ้าให้ฉันไปแข่งต่อด้าย ฉันว่าฉันเก่งไม่แพ้ใคร”ไป๋ม่านได้ยินก็หัวเราะคิกคัก ซูชิงเองก็อดหัวเราะไม่ได้ ในขณะที่คนทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้นก็เห็นเฉินเฮ่อวิ่งเข้ามาแต่ไกล อาจเพราะรีบวิ่งมาอย่างรีบร้อน ทำให้เสื้อทำงานของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ชายหนุ่มยิ้มให้ภรรยาตนเองอย่างอ่อนโยน ก่อนจะยื่นกล่องอาหารของตนมาตรงหน้าเธอ ด้านในมีน่องไก่ทอดชิ้นหนึ่งวางอยู่ ซูชิงมองน่องไก่ทอดในกล่องอาหารของเฉินเฮ่อ ก่อนจะเงยห
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status