Home / LGBTQ+ / รักต้องมนตร์ คนต้องสาป / เทวาลัยกุสุมาลย์

Share

เทวาลัยกุสุมาลย์

last update Last Updated: 2025-11-10 00:58:12

1

เทวาลัยกุสุมาลย์

“เป็นไงบ้างครับลุงเฉิน” ผ่านไปคืนเดียวลุงเฉินก็กลับมาพร้อมกับคำตอบที่ผมต้องการ ในมือถือรูปวาด บนรูปวาดมีดอกไม้นานาชนิดหลากสีสัน ตรงกลางมีทางเดินไปยังบัลลังก์แก้ว หลังบัลลังก์มีกำแพงแก้วสวย และลึกลับไปพร้อมกัน ผมเดาว่ากำแพงน่าจะเปิดได้

“คิดว่ามันน่าจะเป็นเทวาลัยกุสุมาลย์ แต่ลุงคิดว่าไม่น่าจะมีใครเคยไป พรานคนหนึ่งบอกว่ามันคือตำนาน เป็นเทวาลัยในป่าลึกทางเหนือของประเทศ ไม่รู้ตอนนี้จะยังมีคนรู้ทางไปอยู่หรือเปล่า” ลุงเฉินเล่าข่าวที่ได้มาให้ฟัง ผมพยักหน้าให้ระหว่างฟังไม่คิดเลยว่ามันจะดูลึกลับแบบนี้ ชื่อนี้เหมือนผมเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่รู้สึกจำไม่ได้อยู่ดีว่ามันคือที่ไหน ช่างมีประโยชน์จริง ๆ ความจำของผม

“หนูจันทร์ยังจะไปอยู่เหรอ ไม่มีใครเคยไปเลยนะ” พี่มีนถามแล้วลุกเดินมานั่งโซฟาตัวเดียวกับผม หยิบรูปที่ลุงเฉินวางไว้บนโต๊ะมาดู จะว่าไปจี้นี่ก็ได้มาจากพ่อแม่ ท่านสองคนน่าจะเคยไปมาก่อน ผมควรลองไปแอบอ่านไดอารี่ของแม่หน่อยจะดีกว่าเผื่อจะมีข้อมูลอะไร

“จันทร์ต้องไปครับพี่มีน จำเป็นต้องไป”

“งั้นพี่ไปด้วย พี่จะไม่ปล่อยให้หนูจันทร์ไปคนเดียวแน่ ๆ พี่เองก็จะลองช่วยหาดูว่ามีใครพอจะรู้เรื่องบ้าง”

“งั้นลุงก็จะไปด้วย พ่อแม่หนูจันทร์ฝากไว้กับลุง ลุงจะปล่อยไปเองได้ยังไง” ลุงเฉินก็เอาด้วยอีกคน ผมเข้าใจดีว่าทุกคนเป็นห่วงแต่ถ้าลุงเฉินไปด้วยอีกคน ทั้งบ้านทั้งบริษัทจะทำอย่างไรต่อไป ครั้งนี้ผมคงต้องดื้อกับลุงเฉินซะแล้ว

“จันทร์รู้ว่าลุงเฉินเป็นห่วง แต่ลุงเฉินเป็นคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ที่นี่ ถ้าลุงไปบริษัทที่คุณพ่อกับคุณแม่อุตส่าห์สร้างมาจะทำยังไงล่ะครับ” ลุงเฉินมีสีเครียดขึ้นมาทันที ตั้งแต่พ่อแม่ตายผมอยู่กับลุงเฉินและพี่มีนมาตลอด ลุงจะห่วง กังวลแบบนี้ผมก็ไม่แปลกใจเท่าไร

“แต่ลุงเป็นห่วง”

“เรายังไม่รู้ว่าจะไปยังไงเลยค่ะลุงเฉิน เอาไว้เรามีข้อมูลมากพอค่อยคุยกันเรื่องนี้อีกทีดีกว่ามั้ยคะ ยังไงก็ยังมีมีนอยู่” ลุงเฉินพยักหน้าให้พี่มีนก่อนจะขอตัวออกไปเพื่อหาข่าวคราวของเทวาลัย

ผมกับพี่มีนก็พากันไปค้นข้าวของในห้องแม่ ก่อนทั้งคู่จะแต่งงานสร้างฐานะได้ทั้งสองเคยเป็นนักล่าสมบัติ แม่มักจะเขียนไดอารี่ประจำวันเอาไว้ ผมเคยอ่านตอนยังเด็กมาก มีเรื่องนี้ขึ้นมาผมถึงรู้สึกอยากลองอ่านมันให้ชัด ๆ อีกสักรอบ

“ผมเจอแล้ว” พี่มีนรีบเดินมาดูไดอารี่ หลังอ่านไดอารี่คราวนั้นผมก็เก็บซ่อนไว้ในห้องนี้แต่ดันลืมไปว่าวางตรงไหน ถึงได้หายากหาเย็นแบบนี้ ไดอารี่ลายหินอ่อนสีขาวดูเก่าเล็กน้อยแต่สะอาดสะอ้าน

“ดูนั่นสิมีรูปจี้สร้อยของหนูจันทร์ด้วย” ระหว่างผมเปิดหน้าไดอารี่ผ่าน ๆ พี่มีนก็พูดขึ้นใช้มือพลิกกลับไปหน้าสมุดที่มีรูปจี้อันนั้น ความตาไวของพี่มีนผมสู้ไม่ได้จริง ๆ ไม่แปลกใจเลยทำไมถึงเป็นอันดับแรกในทุกศิลปะการต่อสู้ของตระกูลวารีฬาลักษณ์

“วันนี้ฉัน กรณ์ เปรม ได้เข้าไปในเทวาลัยเป็นครั้งแรกทุกอย่างสวยงามเหมือนภาพความฝัน สวยจนฉันคิดว่ามันเป็นภาพลวงตา ปากทางเข้าเต็มไปด้วยดอกไม้หลายชนิด บางชนิดฉันเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน กลิ่นหอมที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ยังได้กลิ่นติดจมูก ทางเดินขึ้นบัลลังก์ทำจากแก้วใส แวววาว ทุกอย่างด้านนอกทำจากแก้วเกือบทั้งหมด บนกำแพงแก้วด้านหลังที่มีเหรียญทองรูปดอกไม้สามเหรียญติดอยู่ เราสามคนคิดว่ามันต้องมีราคาแพงเลยหยิบมาคนละเหรียญ ไม่ได้บอกคนร่วมทางคนอื่น เราเข้าไปกันทั้งหมดสิบสองคนแต่กลับมาได้เพียงสี่คนเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะพรานไพลพวกเราเองก็คงตายที่นั้นเหมือนกัน” ผมอ่านออกเสียงจบก็หันมองพี่มีน เราทั้งคู่ขมวดคิ้วแน่น ที่แท้เหรียญในคอของผมก็ถูกขโมยมานี่เอง และนี่อาจจะเป็นผลมาถึงตัวผม ทุก ๆ เดือนผมถึงมีอาการปวดแสบปวดปวดร้อนแบบนี้อยู่ตลอด วันที่บนหัวกระดาษบ่งบอกว่ามันคือวันเดียวกัน

“พรานไพล” พี่มีนพึมพำออกมาเรียกสติผม ที่เราหาไม่ใช่เรื่องแม่ขโมยของ เราหาทางไปเทวาลัยนั่นต่างหาก ตอนนี้เราพอรู้แล้วเพราะฉะนั้นขั้นต่อไปคือการตามหาตัวพรานไพลคนนั้น

ลุงเฉินของผมคงต้องออกโรงอีกแล้วล่ะ...

ผมรีบโทรหาลุงเฉินทันทีเพราะต้องรีบหาตัวพรานไพลที่เคยนำทางให้แม่ตอนไปเทวาลัยนั่น

“ลุงเฉินครับ ช่วยตามหาพรานไพลที่เคยนำทางให้แม่กับพ่อเมื่อยี่สิบหกปีก่อนให้จันทร์หน่อยครับ”

(ได้ครับ ลุงจะรีบตามให้ จันทร์อยากได้อะไรอีกหรือเปล่า)

“ไม่ครับลุงเฉิน ขอบคุณครับ”

ผมวางสายจากลุงเฉินแล้วกลับไปนอนอยู่ในห้องตัวเอง ใจจริงผมอยากออกไปทำงานมากหลังเรียนจบผมก็ใช้เวลาไปวัน ๆ เท่านั้น เพราะไอ้อาการปวดแสบปวดร้อนนี่เลยไม่กล้าไปไหนไกล กลัววันหนึ่งโรคนี่นึกอยากเป็นตอนกลางวันหรือเป็นวันอื่นขึ้นมา ผมเลยไม่ได้ไปทำงานแบบเป็นกิจลักษณะ เดือนละห้าถึงหกครั้งผมถึงเข้าบริษัท

ในตอนแรกพ่อกับงแม่มีธุรกิจค้าของเก่าที่หมายถึงของโบราณนะครับ ไม่ใช่พัดลมเก่าตู้เตียงเก่า แต่พอผมอายุได้สักแปดขวบทั้งคู่ก็เริ่มต้นธุรกิจนำเข้าส่งออกอุปกรณ์แคมป์ปิงเดินป่าทั้งหลาย ซึ่งบริษัทนี้ปัจจุบันมีชื่อผมเป็นเจ้าของ ผู้ดูแลหลักคือลุงเฉิน อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ผมไม่รู้ว่าตนเองจะมีชื่ออยู่ถึงตอนไหน อาการจะนึกคึกกำเริบตอนอื่นหรือเปล่า ลุงเฉินเลยรับหน้าที่ทั้งหมดไป

แม้จะยังมีการค้าของโบราณบ้างประปรายเพราะเป็นอาชีพเก่าแก่ แต่การค้านั้นผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องมีเพียงลุงเฉินดูแลเพียงคนเดียว

ผมหยิบมือถือราคาแพงข้างตัวขึ้นเลื่อนดูการแจ้งเตือนปรากฎว่าเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนทักแชตมาหา พูดเหมือนผมเรียนจบมานานแล้วทั้งที่เพิ่งรับปริญญาไปเมื่อต้นปีนี้เอง

ปริม: จัน ไปกินข้าวกัน

จันจันทร์: ตอนนี้หรอ?

ปริม: ใช่ ออกมาเร็วๆ เลย

จันจันทร์: ก็ได้ๆ ร้านเดิมใช่มั้ย?

ปริม: yessssss

ผมปิดหน้าจอมือถือ ลุกจากเตียงนอน เดินไปเลือกเสื้อผ้าเพื่อจะเปลี่ยนใส่ออกไปข้างนอก อย่างน้อยได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ดีกว่านั่งเครียดกังวลเรื่องนั้นอยู่คนเดียว พี่มีนกับลุงเฉินก็ออกไปทำธุระกันหมด จะให้ไปฝึกศิลปะการต่อสู้ที่ลงคอร์สเรียนไว้ ผมก็ไม่ใช่พวกชอบออกกำลังกายเสียด้วย ถ้าไม่ใช่พี่มีนลากไปเมินเถอะว่าผมจะไป

พี่มีนเป็นผู้หญิงตัวเล็ก เธอสูงแค่ร้อยหกสิบหกแต่ศิลปะการต่อสู้ทุกแขนงที่ลงเรียนไปพี่มีนได้ที่หนึ่งเสมอ แม้แต่เรียนหมอเธอยังเรียนจบตามกำหนดทั้งที่ต้องทำอะไรอีกตั้งมากมาย ผมนับถือพี่มีนมาก ส่วนผมถ้าไม่ใช่ทายาทตระกูลวารีฬาลักษณ์ก็คงเหมือนคนไร้ประโยชน์ ฮ่า ๆ

ผมขับรถสิบนาทีจึงมาถึงร้านอาหารเล็ก ๆ บรรยากาศเป็นกันเอง เรียกว่าเป็นร้านลับของผมกับเพื่อนสนิทก็ว่าได้ ตอนเรียนเรามักหนีมาเถลไถลกันที่นี่

“ทำไมหน้าตาดูเครียดขนาดนั้น” ปริมถามผมทันทีที่เจอหน้ากัน หน้าผมคงบอกหมดแล้วว่าตอนนี้มีเรื่องในใจ ผมเป็นคนแสดงออกทางสีหน้าชัดเจน ไม่ว่าใครเห็นก็รู้ทั้งนั้นแหละซ้ำยังโกหกได้ห่วยแตกอีกต่างหาก

“มีเรื่องให้คิดเยอะน่ะ”

“เรื่องอะไรที่ทำให้คุณหนูณจันทร์แห่งวารีฬาลักษณ์เครียดได้เนี่ย” เขาเอ่ยแซวผมใบหน้าขบขัน นั่นสิตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยมีวันนี้ละมั้งที่ทำให้ผมเครียดขนาดนี้ได้ ปริมเอ่ยหยอกยิ้มให้ผมจนตาหยี ปริมเป็นมนุษย์ประเภทเดียวกับผม คือไร้เรื่องราวทุกข์ร้อนในชีวิต ตอนนี้เลยยังลอยชายเหมือนกัน

“คิดว่าอีกไม่กี่วัน จะเข้าป่าน่ะ” ผมบอกเพื่อนสนิทคนเดียวแล้วรับเมนูอาหารจากบริกรมาเปิดดูไปพลาง ระหว่างระบายเรื่องราวในใจให้เพื่อนฟัง

“แคมป์ปิงหรอ” ปริมถามกลับ โบกมือไล่บริกรออกไปก่อน ค่อยมารับอาหารทีหลัง

“เปล่าหรอก แค่มีธุระต้องไปทำน่ะ ไม่รู้จะนานหรือเปล่า”

“ไปด้วย ปริมโคตรว่างเลย”

“อันตรายเกินไป ปริมอย่าไปเลย”

“จันทร์รู้จัก ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุหรือเปล่า” เขาบอกผมด้วยสายตาของคนเอาแต่ใจเหมือนทุกที โบกมือเรียกบริกรด้านหลังเพื่อสั่งอาหาร พอสั่งเสร็จโทรศัพท์ผมก็สั่นขึ้นอีกครั้ง ช่วงนี้มือถือผมมีคนโทรเข้าบ่อยจัง

“ครับ ลุงเฉิน”

(ลุงได้ที่อยู่พรานไพลแล้วครับ)

“ขอบคุณครับลุงเฉิน ผมถึงบ้านจะรีบไปหานะครับ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายบันทึกพิเศษ : คีรีตลอดเวลาที่ถูกผนึกอยู่หลังกำแพงแก้วผมไม่รู้สึกเจ็บปวดที่ถูกสูบเลือดเพื่อยับยั้งพลังวิญญาณร้ายเลยสักนิด ไม่มีสักวินาทีที่ไม่คิดถึงเด็กหน้าขาว ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างนอกจากยิงปีนที่ชื่อณจัน อย่าว่าแต่ณจันแปลกใจที่ผมทำแบบนี้ เพราะแม้แต่ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่ยอมถูกผนึกในกำแพงแก้วตั้งสิบสามปี เพื่อแลกกับอิสรภาพและชีวิตของเด็กคนนั้นไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่ผมเริ่มฝันเห็นเด็กหน้าขาวคนหนึ่ง ในฝันผมเด็กคนนั้นมักจะยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาเสมอ ผมฝันอยู่แบบนั้นเกือบสิบปี จำได้แค่ใบหน้าและรอยยิ้ม พอฝันบ่อยเข้ามันก็กลายเป็นผูกพันเหมือนเราทั้งสองสนิทกัน ทั้งที่ความเป็นจริงเราไม่เคยรู้จักกันเลยแม้แต่น้อย กระทั่งวันที่ผมได้เจอเด็กคนนั้นในบ้านตนเอง และเป็นวันเดียวกับที่ผมได้รับรู้ว่าณจันคือทายาทผู้ช่วงชิงตราแต่เดิมผมต้องลงโทษเพื่อให้ทายาทผู้ช่วงชิงชดใช้ความผิด แต่แค่เห็นหน้าเด็กคนนั้นผมก็ทนทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ผมเลยอยากพาเด็กนั้นไปและค่อย ๆ เล่าเรื่องให้ฟัง

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   ผมไม่ยอม [END]

    42ผมไม่ยอม“หยุดเดี๋ยวนี้นะคีรี” ร่างโชกเลือดตรงหน้าไม่อยู่ในสายตาอีกต่อไป หลังจากได้ยินคำว่าลาก่อนจากปากคน ๆ นั้น ผมตะโกนสั่งเขาเสียงเข้มพร้อมกับออกวิ่งสุดชีวิตเพื่อไปให้ถึงกำแพงแก้ว“เมื่อกี้คุณหมายความว่ายังไง ทำไมถึงพูดว่าลาก่อนกับผม ว่ายังไง?” ผมไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร แต่คิดว่าทั้งหมดต้องเกี่ยวกับตราทองพวกนี้ ผมเลยแย่งตราทองในมือเขามาถือเอาไว้ซึ่งคีรีก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ผมถามย้ำเพราะเขาอึกอักไม่ยอมตอบ“ผมขอร้อง อย่าให้ผมไม่รู้อะไรอยู่แบบนี้เลย” ดูเหมือนคีรีจะใจอ่อนกับน้ำเสียงเศร้าสร้อยของผม“ผมเคยบอกณจันแล้วว่าตราทองใช้ปิดผนึกวิญญาณร้ายในเทวาลัย ซึ่งของสิ่งนั้นอยู่หลังกำแพงแก้วนี่ หากทำลายสลักด้วยการใส่ตราทองกลับด้านจะปลดปล่อยวิญญาณร้ายออกมา และวิญญาณร้ายนั่นจะมอบสิ่งตอบแทนให้สามอย่าง”“...”“เทวทูตมีหน้าที่ปกป้องไม่ให้วิญญาณร้ายหลุดออกจากเทวาลัยและมีหน้าที่ตามหาผู้ครอบครองเทวาลัยตัวจริง

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   เป็นตาย

    41เป็นตาย“ณจันเจ็บหรือเปล่า” เขาถามเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนต่างจากประโยคคำสั่งเมื่อครู่ลิบลับ ผมส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ ไม่นานทีมของพวกเราก็วิ่งกระหืดกระหอบตามมา ทั้งสองฝ่ายจ่อปากกระบอกปีนหากันไม่มีใครยอมใคร“ปล่อยหนูจันเดี๋ยวนี้” พี่มีนตะคอกเสียงใส่นายเปรม ผมรู้เลยว่าเธอกำลังกังวลมากแค่ไหนในตอนนี้ แต่เธอต้องควบคุมสติให้ได้มากที่สุด“ลองใช้ตาและสติให้ดีว่าตอนนี้ใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ พวกฉันก็มีเยอะกว่า อาวุธเยอะกว่า แล้วนี่ตัวประกันใครที่มีสิทธิ์สั่งพวกแกคิดดูสิ” นายเปรมตอบพี่มีนพลางใช้ปีนชี้ไปชี้มา ไม่มีความเกรงกลัวเลย พวกนายเปรมเยอะกว่าเราแค่เล็กน้อย สภาพสะบักสะบอมกว่าแต่อาวุธครบมือ และที่สำคัญมันมีตัวประกัน แค่คิดตามนี้พวกมันก็มีภาษีมากกว่าจริง ๆ“แล้วแกจะเอายังไง ของก็ได้ไปแล้ว” มันได้ของไปแล้วไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องการ เลยหันไปถามมันเด้วยตนเอง ไม่มีความจำเป็นที่จะเอาผมไป

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   จดหมายสุดท้าย

    40จุดหมายสุดท้ายเดินเท้าต่ออีกครึ่งวันเราก็มาถึงน้ำตกที่คีรีบอก น้ำตกสูงไม่มีชั้น เป็นเทือกเขาหินสูง มีช่องว่างหนึ่งช่องให้น้ำตกลงมา ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่น้ำใสสีฟ้าครามไหลไปตามลำธารกว้าง ดูงดงามแปลกตาไม่น้อยมันคือน้ำตกที่ผมเคยเห็นในฝันไม่ผิดแน่ที่นี่แหละ...คีรีให้พวกเราข้ามลำธารไปอยู่อีกฝั่ง งูพวกนั้นไม่น่าจะตามเราข้ามน้ำไปอีกฝั่ง ฉะนั้นการอยู่อีกฝั่งจึงถือเป็นการระวังภัยที่ดีที่สุดพอข้ามฝั่งมาได้ก็นั่งพักกันอยู่ริมน้ำ พรานพงกับคีรีพากันเดินสำรวจรอบ ๆ น้ำตก ว่ามีปากทางเข้าอยู่ตรงไหนหรือเปล่า ไปไม่นานสองคนนั้นก็เดินกลับมา“ไปพักซอกภูเขาหินนั่นดีกว่า ไม่ใกล้ไม่ไกลน้ำตกมากไป” เขาว่าจบคนอื่นก็พยักหน้า หยิบกระเป๋าเดินไปตามพรานพง มีแค่ผมที่นั่งอยุ่ริมแอ่งน้ำตกมองนาฬิกาเข็มทิศที่ปริมเคยใส่ ไม่มีน้ำตา ผมไม่คิดจะร้องไห้แต่ก็รู้สึกทำใจไม่ได้เมื

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   เสียงสั่งลา

    39เสียงสั่งลาผมนั่งพูด คีรีนั่งฟัง ตอบบ้างแสดงความคิดเห็นบ้างเป็นบางครั้งครึ่งค่อนคืนนี้มันทำให้ผมอยู่มาได้โดยไม่ง่วงเลย ถึงจะบอกว่าคุยกันแต่ผมกลับพูดคนเดียวซะส่วนใหญ่ รอบบริเวณไม่มีอะไรผิดปกตินอกจากความเงียบ เงียบ และเงียบ นั่นทำให้ผมยิ่งพูดมากขึ้นเพราะกลัวว่าถ้าเผลอเงียบไปด้วยจะหลับ“ณจัน” เดี๋ยวนี้แค่เขาเรียกผมด้วยเสียงเข้มคำเดียว ผมก็รับรู้แล้วว่ามีบางอยางผิดปกติไป สัญชาตญาณบอกผมว่ามีบางอย่างอันตรายผมรีบขยับตัวไปชิดคีรี มองซ้ายมองขวาหาว่าอะไรกันที่ผิดปกติ โดยลืมไปว่าตนเองได้ยินเสียงได้ไกลไม่เท่าคีรี“มีอะไรหรอคีรี”“เสียงงู” เข้าป่าหนึ่งอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คืองูจริง ๆ แต่เราเจอมันบ่อยไปหรือเปล่า ผมเบะปากขึ้นมาเมื่อคิดถึงงูหลากหลายชนิดที่เราเจอ พอฟังเสียงเสร็จคีรีก็รีบฉุดผมลุกจากพื้นเพื่อสั่งงาน“ณจันไปบอกคนอื่นเตรียมตัวเก็บข้าวของ ถึงม

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   หมู่บ้านดิน

    38หมู่บ้านดินพี่มีนยังไม่ทันตอบอะไร ชาก็ชักเกร็ง เลือดไหลออกมาตามหู ตา จมูก สุดท้ายก็แน่นิ่งไป เขายังไม่ทันได้พูดสั่งเสียงอะไรเลยด้วยซ้ำ คงจะเป็นจริงอย่างพรานพงบอกถ้าโดนกัดเกินสามครั้ง ภายในครึ่งชั่วโมงไม่มีทางรอดผมรู้สึกผิดมากจนน้ำตาที่คิดว่าจะไหลก็ไม่ไหลลงมาสักหยด ผมใช้มือลูบปิดดวงตาที่เหลือกโปนปิดลงช้า ๆ“เราฝังเขาก่อนค่อยไปได้มั้ยพี่มีน” พี่มีนพยักหน้าเป็นคำตอบ สองสามคนช่วยกันแบกชาเดินตามผมไปตรงมุมหนึ่ง เราช่วยกันใช้พลั่วขุดหลุมบนดินที่เพิ่งราดน้ำลงไป ขุดกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก็เพียงพอให้ฝังร่างเขาลงดิน“ผมขอโทษที่พาคุณมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ แต่ผมสัญญาจะดูแลครอบครัวคนข้างหลังของคุณเป็นการตอบแทน” หลังกลบฝังเสร็จผมก็ยกมือไหว้หลุมศพจำเป็นของเขา บอกกับเขาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยจากนั้นลุกเดินตามคนอื่นไปข้างหน้าต่อถัดมาจากป่าและโขดหินนั้นก็เป็น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status