Accueil / LGBTQ+ / รักต้องมนตร์ คนต้องสาป / โลกของคุณหนูณจันทร์

Partager

รักต้องมนตร์ คนต้องสาป
รักต้องมนตร์ คนต้องสาป
Auteur: เสี่ยวชิงเทียน

โลกของคุณหนูณจันทร์

last update Date de publication: 2025-11-10 00:58:06

บทนำ

โลกของคุณหนูณจันทร์

“ฮืออ…ร้อน จันทร์เจ็บ ๆ” วันนี้ของทุกเดือนผมมักจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทั่วตัวเหมือนตัวเองถูกต้มอยู่ในหม้อน้ำเดือด ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนพอจำได้ก็เป็นแบบนี้มาตลอด น่าจะอายุสักสิบสี่หรือเปล่านะ กลางฤดูหนาวของเดือนพฤศจิกาที่เป็นหน้าหนาวแต่ผมกลับรู้สึกร้อนรุ่มปวดแสบปวดร้อนจนแทบจะขาดใจตาย

ผมเลยต้องนั่งแช่น้ำเย็นจัดอยู่ในอ่างจากุซซีแบบนี้มาตลอด ถึงจะไม่หายแต่ยังพอบรรเทาได้บ้าง ผมหาหมอทุกคนที่มีชื่อเสียงทั้งในและนอกประเทศ สำคัญคือมันไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ผมก็เช่นกัน…

“หนูจันทร์เป็นยังไงบ้าง” พี่มีนตราเป็นเด็กที่พ่อแม่ผมอุปการะไว้ตั้งแต่ตอนผมอายุสิบขวบ เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กทำให้เธอรู้ใจ รู้ทุกอย่างในชีวิตของผมรวมถึงอาการนี้ด้วย

พี่มีนมักจะมานั่งเฝ้าผมอยู่ตรงนี้ทุกเดือนไม่เคยขาด มันไม่ช่วยอะไรแต่เธอทำให้ผมรู้ว่าผมจะมีเธออยู่ข้าง ๆ ตลอด

“พี่มีน จันทร์เจ็บจัง ฮึก…” ผมตอบพี่มีนไปพร้อมกับใช้น้ำแข็งที่พี่มีนหอบมาถูไปตามแขนแรง ๆ มันน่าแปลกผมปวดแสบปวดร้อนจนเหมือนถูกต้มในน้ำเดือดแต่ร่างกายภายนอกของผมไม่มีร่องรอยอะไรเลย

นอกจากจะปวดแสบปวดร้อนผมยังมักฝันประหลาด ๆ อย่างเช่นเห็นตนเองเดินอยู่หน้าทางเข้าถ้ำที่มีรูปปั้นผู้หญิงสวมมงกุฎดอกไม้เธอมักจะบอกผมว่าของ ๆ เธอผมไม่ควรเก็บไว้ ผมฝันถึงมันทุกเดือน ฝันจนจำรายละเอียดเล็กน้อยของปากทางเข้าถ้ำได้หมด

“หนูจันทร์อดทนหน่อยนะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ข้ามวันแล้ว” พี่มีนบอกเสียงอ่อนโยน ใช่สิอีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเพราะผมนั่งอยู่ในนี้มาเกือบสี่ชั่วโมงแล้ว ผมมักมีอาการหลังหกโมงเย็นวันที่สิบห้าของเดือน แค่เดือนละครั้งเท่านั้น ผมนั่งแช่น้ำไปร้องครวญครางไปจนเหน็ดเหนื่อยจึงผล็อยหลับไป

“คุณเป็นใคร” ผมร้องถามผู้หญิงที่สวมมงกุฎดอกไม้ตรงหน้า เธอเดินเร็วมาก ร่างกายไม่ไหวเอนตามการเดินเลยเหมือนเท้าไม่ติดพื้น เธอเดินไปยังบัลลังก์แก้ว ด้านหลังบัลลังก์เป็นกำแพงแก้วดูเข้ากันดีกับบัลลังก์จริง ๆ ผมเดินตามเธอไปจนเธอหยุดมองกำแพงแก้วใช้มือลูบแผ่วเบาบนช่องว่างสามช่อง ช่องนั้นใหญ่กว่านิ้วหัวแม่มือเล็กน้อย แต่รอยช่องนั้นดูคุ้นตา เหมือนเขาเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน

ผมเดินตามเธอตั้งนานเธอก็ไม่ยอมหันมาคุยกับผมเลยสักคำ พอเธอลูบไล้ช่องว่างนั้นเสร็จก็หันกลับมามองผมที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“เอาของมาคืนซะ” เธอพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนผมเกือบหยุดหายใจ ใบหน้าเคร่งขรึมของเธอทำผมใจหายวาบ สุดท้ายก็สะดุ้งตื่น

นี่คงผ่านเที่ยงคืนมาแล้ว ร่างกายถึงไม่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนเหมือนก่อนหน้านี้เลย ผมขยับตัวลุกนั่งบนเตียงนุ่มในห้องนอนของตนเอง คงเป็นพี่มีนตราที่พาผมมาไว้บนเตียง ผมกับเธอเราตัวเท่ากันจนผมสามารถใส่เสื้อผ้าของเธอได้และเธอเองก็คงใส่เสื้อผ้าของผมได้เช่นเดียวกัน

ต่างกันแค่เธอแข็งแกร่งกว่าผมเยอะเลย ผมกับเธอถูกบังคับให้ฝึกศิลปะการต่อสู้มากมายแต่ผมได้แค่งู ๆ ปลา ๆ พี่มีนดันเก่งแทบทุกแขนง เธอเลยเป็นเพื่อน เป็นพี่สาว เป็นแม่ เป็นบอดีการ์ดของผม

“หนูจันทร์ตื่นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง โอเคขึ้นหรือยัง” เธอถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยพร้อมกับยกมือขึ้นมาแตะหน้าวัดไข้ เธอทำแบบนี้เสมอแม้จะรู้ว่ามันไม่เคยมีไข้เลยสักครั้งก็ตาม

“หนูจันทร์ฝันแปลก ๆ อีกแล้ว แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจริงมากเลยพี่มีน”

“ยังไงเหรอ”

“เธอคนนั้นบอกให้จันทร์เอาของไปคืนที่กำแพงแก้วนั่น เธอพูดแบบนั้นแล้วจันทร์ก็ตื่น” ผมเล่าความฝันเหมือนจริงครั้งนี้ให้พี่มีนตราฟัง เหมือนทุกครั้ง เธอมักเป็นคนแรกที่ผมคิดถึงเมื่อเกิดปัญหาอะไร นั่นทำให้ทุกคนรู้ว่าเธอคือคนสำคัญของคุณหนูณจันทร์ วารีฬาลักษณ์ คนอื่นจึงพากันเกรงใจไปด้วย แม้สุดท้ายทุกคนจะยอมฟังเธอเพราะความสามารถของเธอเองก็ตาม

“เอาอะไรไปคืนล่ะ เกี่ยวกับอาการของหนูจันทร์ด้วยหรือเปล่า” สิ่งที่พี่มีนพูดทำให้ผมได้ขบคิดบางอย่าง ทุกครั้งแค่คิดว่าเป็นเพราะดูหนังดูซีรีส์มากไปเลยคิดเป็นตุเป็นตะ พอได้ฟังแบบนี้ถึงได้คิดต่อว่าไอ้ช่องว่างบนกำแพงแก้วนั่นคุ้นตามากจริง ๆ

“ไอ้ช่องว่างนั่นมันดูคุ้นตามากเลยพี่มีนแต่จันทร์จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน”

“ไม่เป็นไรค่อย ๆ คิดเดี๋ยวพี่จะลงไปหาอะไรมาให้กินนะ แล้วก็นี่สร้อยที่หนูจันทร์ทำตกในอ่าง” ผมรับสร้อยคอมาถือไว้ จี้ของสร้อยมีสองอันถึงจะไม่ใช่จี้เสียทีเดียวเพราะดูแปลกตาแต่สวยงามในเวลาเดียวกัน

ใช่! ช่องว่างนั่นกับจี้สองอันนี้เหมือนกันไม่มีผิด จี้นี่พ่อและแม่มอบให้เขาคนละอันก่อนตาย มันทำจากทองคำเป็นรูปคล้ายดอกไม้หกกลีบดูเหมือนดอกลีลาวดีแต่รอบเกสรกลับมีกลีบเล็ก ๆ ซ่อนอยู่อีก

“พี่มีน ของนี่แหละที่เธอบอกให้หนูจันทร์เอาไปคืน ต้องใช้แน่ พ่อแม่ก็เคยบอกไว้ให้เก็บดี ๆ ห้ามทำหายเด็ดขาด เมื่อถึงวันที่ต้องใช้ถึงจะรู้ว่าควรใช้ยังไง”

“หนูจันทร์แน่ใจแล้วเหรอ” พี่มีนตรารีบหมุนตัวกลับมานั่งเก้าอี้ข้างเตียงเหมือนเดิม หน้าตาตื่นเล็กน้อย เพราะพวกเราไม่เชื่อสิ่งลี้ลับแต่พอคิดอีกทีมันดูมีเค้ามีลางเลยอยากไปเคลียร์ให้รู้แล้วรู้รอดไป

“จันทร์แน่ใจ จันทร์จำถ้ำนั่นได้แม่นเลย จันทร์ต้องไปหาคำตอบที่นั่น”

“แล้วหนูจันทร์รู้เหรอว่ามันอยู่ที่ไหน” เออแหะ ผมลืมคิดไปเลยว่าเคยเห็นแค่ในฝันจะไปจริง ๆ ก็ต้องรู้ว่ามันคือที่ไหน ผมเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดหน่อย ก่อนจะเกิดความคิดบางอย่าง

“พี่มีนตามลุงเฉินให้จันทร์หน่อย จันทร์จะวาดรูปให้ลุงเฉินไปสืบว่ามันคือที่ไหน”

“ได้ เดี๋ยวพี่ไปคุยกับแม่บ้านก่อนแล้วจะตามลุงเฉินให้ โอเคมั้ย หนูจันทร์ก็วาดรูปรอก่อนก็ได้”

ผมร่างรูปวาดอยู่เกือบชั่วโมง โชคดีที่ผมเรียนวาดรูป มันถึงออกมาเหมือนถ่ายจากกล้องแบบนี้ พี่มีนกลับขึ้นมาพร้อมถาดอาหารและลุงเฉิน พี่ชายของคุณทิวากรหรือก็คือพี่ชายพ่อผมนั่นแหละ หลังพ่อแม่ตายผมก็ได้ลุงเฉินดูแลมาตลอด ทั้งงานในบริษัท งานในบ้านล้วนมีลุงเฉินคอยตรวจตราดูแล ผมถึงได้ใช้ชีวิตเอาแต่ใจตนเองได้แบบนี้ ไม่ต้องเข้าบริษัทไม่ต้องบริหารงานยาก ๆ ผมแค่ต้องเป็นคุณหนูณจันทร์ไปเท่านั้น

“หนูจันทร์เป็นอะไรหรือเปล่า” ลุงเฉินถามเมื่อเห็นว่าผมกำลังนั่งโซ้ยข้าวต้มอยู่บนเตียง ปกติผมลงไปกินข้างล่างนะแต่เมื่อวานอาการบ้าบอกำเริบตอนนี้ไม่มีแรงจะเดิน พี่มีนเลยยกอาหารขึ้นมาให้

“ไม่ครับลุงเฉิน แค่อาการกำเริบเลยไม่มีแรง แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ จันทร์มีเรื่องอยากรบกวนคุณลุงสักหน่อย”

“พูดเลยครับไม่ต้องเกรงใจ ว่าไงลุงจะรีบไปทำให้เลย” ลุงเฉินก็ไม่ต่างจากพ่อกับแม่เพราะลุงเฉินรักและตามใจผมมาตลอด พ่อแม่ถึงวางใจใส่ชื่อลุงเฉินเป็นตัวแทนประธาน ผมเองก็รักลุงเฉินถึงไม่เคยคิดว่าลุงจะทรยศต่อความไว้ใจเหล่านี้

“จันทร์อยากให้คุณลุงช่วยหาสถานที่ในภาพวาดนี้ให้ครับ จันทร์อยากรู้ว่ามันคือที่ไหน”

“ได้ครับ อีกวันสองวันลุงจะมาบอกความคืบหน้าตอนนี้พักผ่อนก่อนเถอะ” เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้วลุงเฉินรักและตามใจผมจะตายไป ไม่ว่าเรื่องอะไรแค่เอ่ยปากลุงจะรีบออกไปจัดการให้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายบันทึกพิเศษ : คีรีตลอดเวลาที่ถูกผนึกอยู่หลังกำแพงแก้วผมไม่รู้สึกเจ็บปวดที่ถูกสูบเลือดเพื่อยับยั้งพลังวิญญาณร้ายเลยสักนิด ไม่มีสักวินาทีที่ไม่คิดถึงเด็กหน้าขาว ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างนอกจากยิงปีนที่ชื่อณจัน อย่าว่าแต่ณจันแปลกใจที่ผมทำแบบนี้ เพราะแม้แต่ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่ยอมถูกผนึกในกำแพงแก้วตั้งสิบสามปี เพื่อแลกกับอิสรภาพและชีวิตของเด็กคนนั้นไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่ผมเริ่มฝันเห็นเด็กหน้าขาวคนหนึ่ง ในฝันผมเด็กคนนั้นมักจะยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาเสมอ ผมฝันอยู่แบบนั้นเกือบสิบปี จำได้แค่ใบหน้าและรอยยิ้ม พอฝันบ่อยเข้ามันก็กลายเป็นผูกพันเหมือนเราทั้งสองสนิทกัน ทั้งที่ความเป็นจริงเราไม่เคยรู้จักกันเลยแม้แต่น้อย กระทั่งวันที่ผมได้เจอเด็กคนนั้นในบ้านตนเอง และเป็นวันเดียวกับที่ผมได้รับรู้ว่าณจันคือทายาทผู้ช่วงชิงตราแต่เดิมผมต้องลงโทษเพื่อให้ทายาทผู้ช่วงชิงชดใช้ความผิด แต่แค่เห็นหน้าเด็กคนนั้นผมก็ทนทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ผมเลยอยากพาเด็กนั้นไปและค่อย ๆ เล่าเรื่องให้ฟัง

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   ผมไม่ยอม [END]

    42ผมไม่ยอม“หยุดเดี๋ยวนี้นะคีรี” ร่างโชกเลือดตรงหน้าไม่อยู่ในสายตาอีกต่อไป หลังจากได้ยินคำว่าลาก่อนจากปากคน ๆ นั้น ผมตะโกนสั่งเขาเสียงเข้มพร้อมกับออกวิ่งสุดชีวิตเพื่อไปให้ถึงกำแพงแก้ว“เมื่อกี้คุณหมายความว่ายังไง ทำไมถึงพูดว่าลาก่อนกับผม ว่ายังไง?” ผมไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร แต่คิดว่าทั้งหมดต้องเกี่ยวกับตราทองพวกนี้ ผมเลยแย่งตราทองในมือเขามาถือเอาไว้ซึ่งคีรีก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ผมถามย้ำเพราะเขาอึกอักไม่ยอมตอบ“ผมขอร้อง อย่าให้ผมไม่รู้อะไรอยู่แบบนี้เลย” ดูเหมือนคีรีจะใจอ่อนกับน้ำเสียงเศร้าสร้อยของผม“ผมเคยบอกณจันแล้วว่าตราทองใช้ปิดผนึกวิญญาณร้ายในเทวาลัย ซึ่งของสิ่งนั้นอยู่หลังกำแพงแก้วนี่ หากทำลายสลักด้วยการใส่ตราทองกลับด้านจะปลดปล่อยวิญญาณร้ายออกมา และวิญญาณร้ายนั่นจะมอบสิ่งตอบแทนให้สามอย่าง”“...”“เทวทูตมีหน้าที่ปกป้องไม่ให้วิญญาณร้ายหลุดออกจากเทวาลัยและมีหน้าที่ตามหาผู้ครอบครองเทวาลัยตัวจริง

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   เป็นตาย

    41เป็นตาย“ณจันเจ็บหรือเปล่า” เขาถามเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนต่างจากประโยคคำสั่งเมื่อครู่ลิบลับ ผมส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ ไม่นานทีมของพวกเราก็วิ่งกระหืดกระหอบตามมา ทั้งสองฝ่ายจ่อปากกระบอกปีนหากันไม่มีใครยอมใคร“ปล่อยหนูจันเดี๋ยวนี้” พี่มีนตะคอกเสียงใส่นายเปรม ผมรู้เลยว่าเธอกำลังกังวลมากแค่ไหนในตอนนี้ แต่เธอต้องควบคุมสติให้ได้มากที่สุด“ลองใช้ตาและสติให้ดีว่าตอนนี้ใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ พวกฉันก็มีเยอะกว่า อาวุธเยอะกว่า แล้วนี่ตัวประกันใครที่มีสิทธิ์สั่งพวกแกคิดดูสิ” นายเปรมตอบพี่มีนพลางใช้ปีนชี้ไปชี้มา ไม่มีความเกรงกลัวเลย พวกนายเปรมเยอะกว่าเราแค่เล็กน้อย สภาพสะบักสะบอมกว่าแต่อาวุธครบมือ และที่สำคัญมันมีตัวประกัน แค่คิดตามนี้พวกมันก็มีภาษีมากกว่าจริง ๆ“แล้วแกจะเอายังไง ของก็ได้ไปแล้ว” มันได้ของไปแล้วไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องการ เลยหันไปถามมันเด้วยตนเอง ไม่มีความจำเป็นที่จะเอาผมไป

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   จดหมายสุดท้าย

    40จุดหมายสุดท้ายเดินเท้าต่ออีกครึ่งวันเราก็มาถึงน้ำตกที่คีรีบอก น้ำตกสูงไม่มีชั้น เป็นเทือกเขาหินสูง มีช่องว่างหนึ่งช่องให้น้ำตกลงมา ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่น้ำใสสีฟ้าครามไหลไปตามลำธารกว้าง ดูงดงามแปลกตาไม่น้อยมันคือน้ำตกที่ผมเคยเห็นในฝันไม่ผิดแน่ที่นี่แหละ...คีรีให้พวกเราข้ามลำธารไปอยู่อีกฝั่ง งูพวกนั้นไม่น่าจะตามเราข้ามน้ำไปอีกฝั่ง ฉะนั้นการอยู่อีกฝั่งจึงถือเป็นการระวังภัยที่ดีที่สุดพอข้ามฝั่งมาได้ก็นั่งพักกันอยู่ริมน้ำ พรานพงกับคีรีพากันเดินสำรวจรอบ ๆ น้ำตก ว่ามีปากทางเข้าอยู่ตรงไหนหรือเปล่า ไปไม่นานสองคนนั้นก็เดินกลับมา“ไปพักซอกภูเขาหินนั่นดีกว่า ไม่ใกล้ไม่ไกลน้ำตกมากไป” เขาว่าจบคนอื่นก็พยักหน้า หยิบกระเป๋าเดินไปตามพรานพง มีแค่ผมที่นั่งอยุ่ริมแอ่งน้ำตกมองนาฬิกาเข็มทิศที่ปริมเคยใส่ ไม่มีน้ำตา ผมไม่คิดจะร้องไห้แต่ก็รู้สึกทำใจไม่ได้เมื

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   เสียงสั่งลา

    39เสียงสั่งลาผมนั่งพูด คีรีนั่งฟัง ตอบบ้างแสดงความคิดเห็นบ้างเป็นบางครั้งครึ่งค่อนคืนนี้มันทำให้ผมอยู่มาได้โดยไม่ง่วงเลย ถึงจะบอกว่าคุยกันแต่ผมกลับพูดคนเดียวซะส่วนใหญ่ รอบบริเวณไม่มีอะไรผิดปกตินอกจากความเงียบ เงียบ และเงียบ นั่นทำให้ผมยิ่งพูดมากขึ้นเพราะกลัวว่าถ้าเผลอเงียบไปด้วยจะหลับ“ณจัน” เดี๋ยวนี้แค่เขาเรียกผมด้วยเสียงเข้มคำเดียว ผมก็รับรู้แล้วว่ามีบางอยางผิดปกติไป สัญชาตญาณบอกผมว่ามีบางอย่างอันตรายผมรีบขยับตัวไปชิดคีรี มองซ้ายมองขวาหาว่าอะไรกันที่ผิดปกติ โดยลืมไปว่าตนเองได้ยินเสียงได้ไกลไม่เท่าคีรี“มีอะไรหรอคีรี”“เสียงงู” เข้าป่าหนึ่งอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คืองูจริง ๆ แต่เราเจอมันบ่อยไปหรือเปล่า ผมเบะปากขึ้นมาเมื่อคิดถึงงูหลากหลายชนิดที่เราเจอ พอฟังเสียงเสร็จคีรีก็รีบฉุดผมลุกจากพื้นเพื่อสั่งงาน“ณจันไปบอกคนอื่นเตรียมตัวเก็บข้าวของ ถึงม

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   หมู่บ้านดิน

    38หมู่บ้านดินพี่มีนยังไม่ทันตอบอะไร ชาก็ชักเกร็ง เลือดไหลออกมาตามหู ตา จมูก สุดท้ายก็แน่นิ่งไป เขายังไม่ทันได้พูดสั่งเสียงอะไรเลยด้วยซ้ำ คงจะเป็นจริงอย่างพรานพงบอกถ้าโดนกัดเกินสามครั้ง ภายในครึ่งชั่วโมงไม่มีทางรอดผมรู้สึกผิดมากจนน้ำตาที่คิดว่าจะไหลก็ไม่ไหลลงมาสักหยด ผมใช้มือลูบปิดดวงตาที่เหลือกโปนปิดลงช้า ๆ“เราฝังเขาก่อนค่อยไปได้มั้ยพี่มีน” พี่มีนพยักหน้าเป็นคำตอบ สองสามคนช่วยกันแบกชาเดินตามผมไปตรงมุมหนึ่ง เราช่วยกันใช้พลั่วขุดหลุมบนดินที่เพิ่งราดน้ำลงไป ขุดกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก็เพียงพอให้ฝังร่างเขาลงดิน“ผมขอโทษที่พาคุณมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ แต่ผมสัญญาจะดูแลครอบครัวคนข้างหลังของคุณเป็นการตอบแทน” หลังกลบฝังเสร็จผมก็ยกมือไหว้หลุมศพจำเป็นของเขา บอกกับเขาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยจากนั้นลุกเดินตามคนอื่นไปข้างหน้าต่อถัดมาจากป่าและโขดหินนั้นก็เป็น

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   ตัวต่อ

    10ตัวต่อต้นไม้เรียงสลับทำให้การวิ่งหนีของเรายากลำบากมาก ไหนจะต้องหลบกิ่งไม้ ก้อนหิน ไหนจะต้องระวังไอ้ตัวข้างหลังนั่นอีก เราวิ่งเลาะต้นไม้

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   พลัดหลง

    9พลัดหลงผมเพิ่งได้สังเกตว่าป่านี้แสงแดดส่องลงมาไม่ถึงพื้นดินด้วยซ้ำ นอกจากต้นไม้สูงจะบดบังแสงแดดแล้ว บนต้นไม้พุ่มสูงยังถูกปกคลุมด้วยมอสส์

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   เหตุผลที่ควรรีบลงผา

    8เหตุผลที่ควรรีบลงผา“คีรี ผมมีเรื่อง...” ผมตั้งใจจะถามเขาเรื่องรีบลงผา แล้วก็เรื่องแปลกที่สงสัย ทำไงได้คนไทยขี้สงสัยชอบใส่ใจเ

  • รักต้องมนตร์ คนต้องสาป   สงสัย

    7สงสัยลงจากผาเป็นรองสุดท้าย ผานี้ไม่ได้ลงง่ายอย่างที่คิดเลย ค่อย ๆ ไต่ลงก็ยังสงสัยว่าทำไมคีรีกับพรานพงลงไปได้เร็วขนาดนั้น นี่เกือบสิบห้าน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status