LOGINโชคดีที่โรงพยาบาลอยู่ใกล้บ้าน วรางคณาจับมือคุณย่ามนทา มากุมไว้ พยายามบีบนวดให้กำลังใจ ดูจากหน้าตาของคุณมนทาแล้ว คงจะเจ็บปวดมาก ไม่มีบาดแผล เจ็บข้างในนี่อันตราย
“ขอบใจนะลูก หนูวอย “
“ธันวา เป็นยังไงบ้างลูก ไหวนะ” คุณมนทาหันไปทางหลานชาย”
“ยังไหวครับย่า ไม่ต้องห่วงครับ “พูดเสร็จเขาก็ทิ้งตัวมาพิงไหล่วรางคณาทันทีเหมือนกัน
หญิงสาวตกใจ เขาตัวหนัก ตัวใหญ่ ตัวร้อนมาก เธอขยับหนีเขาไม่ได้ เพราะเก้าอี้บนรถพยาบาลมีแค่สองที่นั่ง ซ้าย ขวา ระหว่างที่เขากับเธอ ติดผนังรถ และมีเปลนอนเพียงหนึ่งเปล มือซ้ายเธอจับมือคุณย่า มือขวาพยายามผลัก ตัวเขาออกไป ไม่มีผล เพราะเขาทิ้งน้ำหนักมาทั้งตัว อีกนิดเดียวก็จะถึงโรงพยาบาลแล้ว ท่าทางที่ตกใจ และทำหน้าไม่ถูกของวรางคณา ทำเอาคนเป็นย่าแอบยิ้มกับอาการของหลายชาย
“คุณย่าคะ ถึงโรงพยาบาลแล้วคะ อีกนิดเดียวก็จะได้พบหมอแล้ว “
“คุณคะ ไหวไหมนี่” หญิงสาวปล่อยมือจากคุณย่า ใช้มือทั้งสองของเธอพยุงคนที่ซบอยู่ที่ไหล่ของตัวเอง ธันวาปล่อยตัวนอนลงมาที่ตักของวรางคณา โดยที่หญิงสาวไม่ได้ระวังตัว แล้วตัวเขาก็หนักมาก เสียงถอนหายใจของวรางคณาดังจนคุณย่าได้ยิน
“คุณคะ ถึงโรงพยาบาลแล้วค่ะ เดี๋ยวคุณนั่งอยู่ตรงนี้ รอเจ้าหน้าที่ก่อนนะคะ ฉันจะตามคุณย่าคุณเข้าไปก่อน เดี๋ยวน้องชายฉันมา ช่วยดูแลคุณ”
“ว่านๆ ขึ้นมาประคองคุณเขาหน่อย ตัวร้อนมากเลย จะล้มตลอดเวลา เดี๋ยวพี่จะตามคุณย่าไป อย่าลืมบัตรประชาชนคุณเขานะ”
วรางคณา วิ่งตามเจ้าหน้าของโรงพยาบาล ที่มารับคุณย่าเข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน เธอแจ้งรายละเอียดกับพยาบาล พร้อมดำเนินการเรื่องเอกสารเรียบร้อยทุกอย่าง รอไม่นานคุณย่ามนทาก็ได้ห้องพิเศษ โชคดีที่นี่เป็นโรงพยาบาลเอกชน ทุกอย่างดูเร็วทันใจไปหมด
“ย่าขอบใจมากนะหนูวอย ถ้าไม่ได้บ้านหนู ย่ากับหลานชายคงแย่แน่ๆ เลย เนี้ยแหละบ้านหลายชั้น ไม่ได้เป็นผลดีต่อคนแก่แบบย่าเลย แค่เดินขึ้นลงย่าก็หมดแรงแล้ว ความเป็นห่วงหลาน กลัวว่าจะไม่ได้กินข้าว กินยา ก็ยังดั้นด้นขึ้นไป ขาลงนี่ซิ หน้ามืดเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณย่า วอยเต็มใจค่ะ ไม่ได้ลำบากอะไร คุณย่าจะให้วอยโทรหาใครเป็นพิเศษไหมคะ”
“ไม่ต้องหรอกลูก รอดูผลเอ็กซ์เรย์ก่อนว่าจะเป็นยังไงบ้าง ไม่อยากให้ลูกหลานตกใจ “
“คุณย่าไม่ต้องเกรงใจนะคะ วอยกับน้องหยุด เสาร์ –อาทิตย์ ไม่มีปัญหาเรื่องงานค่ะ
พยาบาลเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณย่า เสร็จเรียบร้อยแล้ว วรางคณา รีบโทรหาน้องชาย
“ว่านเป็นยังไงบ้าง เรียบร้อยไหม “
“เรียบร้อยครับพี่วอย คุณหมอมาดูอาการแล้ว ให้ยา ตอนนี้หลับอยู่ครับ เอาไงต่อครับพี่วอย “
“เดี๋ยวพี่จะต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณย่า ยังไงก็ต้องมีคนเฝ้า แต่สำหรับคุณผู้ชาย ว่านลองถามหมอหรือพยาบาลดูหน่อย หรือว่านดูอาการ ถ้าเขาสามารถอยู่คนเดียวได้ ว่านก็กลับบ้านไปอยู่กับแม่ ได้เรื่องยังไง โทรมาบอกพี่นะ”
วรางคณาบอกรายละเอียดห้องพัก ชั้นที่อยู่ให้กับน้องชาย”
“ว่าน กลับบ้านเลยก็ได้นะ พี่อยู่ได้ แค่มีไข้เฉยๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง นี่เราอยู่ชั้นไหนกัน”
“เราอยู่ชั้นหกครับ ห้อง 212 คุณย่ากับพี่วอยอยู่ชั้นห้า ห้อง 102 ครับ “
“โอเค พี่ขอบใจว่านมาก กลับบ้านไปดูแม่เถอะ พี่อยู่ได้”
“เอางั้นก็ได้ครับ เดี๋ยวผมต้องกลับมาอีกรอบ จะเอาเสื้อผ้ามาให้พี่วอยเปลี่ยน ว่านลาเลยนะครับ” วรวิทย์ยกมือไหว้ลาธันวา
วรวิทย์ออกไปแล้ว ส่วนคนที่นอนอยู่บนเตียง ค่อยๆ หลับตาลง เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา เขามีสติทุกอย่าง ในหัวได้ยินแต่เสียงของวรางคณา เขาได้ยินเสียงโครมคราม เสียงร้องของย่า และเสียงโทรศัพท์ แต่เขาไม่สามารถพยุงตัวเองลุกขึ้นนจากเตียงได้ สงสารย่า อุตสาห์เตรียมข้าวขึ้นไปให้เขา แต่ตัวเองมาเจ็บเสียงเอง นี่ถ้าไม่ได้คนบ้านสวนวอแหวน เขาคิดไม่ออกว่า ย่าเขากับตัวเขา จะเป็นยังไง ย่าไม่โทรหาพ่อกับแม่ ไม่โทรหาน้องสาว กลับโทรหาข้างบ้าน เด็กนั่นสติดีมาก จัดการทุกอย่างได้ดี ไม่เหมือนกับวันที่มีเรื่องกัน วันที่โรงพยาบาลคราวนั้นก็อีกแบบ วันนี้ก็อีกแบบ ตกลงว่าเด็กนั่นนิสัยเป็นยังไงกันแน่
วรวิทย์มาหาวรางคณาที่ห้องพักของคุณมนทา ก่อนกลับบ้าน "คุณย่าเป็นยังไงบ้างครับพี่วอย
“คุณหมอให้ยา เพิ่งหลับไป เดี๋ยวว่านจะกลับบ้านเลยใช่ไหม"
“ครับ เดี๋ยวว่านกลับมาอีกรอบ จะเอาชุดมาให้พี่วอยเปลี่ยน คุณย่าเป็นยังไงบ้างครับพี่วอย”
“รอผลเอ็กซ์เรย์ คุณหมอให้ยาแล้ว พี่โทรบอกแม่แล้ว ว่าไม่ต้องห่วง พี่ว่าให้วินมอเตอร์ไซค์เอามาให้ดีกว่า วินที่เราใช้บริการบ่อยๆ ว่านจะได้ไม่ต้องกลับไปกลับมา โอเคตามนี้นะ”
“ครับพี่วอย ว่านไปก่อนนะครับ”
“ขับรถดีๆ นะว่าน เดินทางปลอดภัย”
ประมาณ สามสิบนาที วินมอเตอร์ไซค์ก็นำของใช้ที่วรางคณาต้องการมาส่ง ที่หน้าห้องพักของคนป่วย หญิงสาวสั่งอาหารมากิน หลังจากนั้น อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แม่แหวนจัดเตรียมเสื้อผ้า ของใช้ จำเป็นมาให้เธอครบทุกอย่าง อาบน้ำสบายตัวแล้ว มองไปที่คุณย่ายังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง วรางคณา ยังไม่ง่วงเธอนั่งอยู่ใกล้เตียงคนป่วย โซฟาที่เธอนั่ง สามารถปรับเป็นเตียงนอนได้ สามทุ่ม พยาบาลเข้ามาวัดไข้ ตรวจเช็ค เมื่อเห็นว่าคุณย่ายังหลับ วรางคณาปรับเตียง เตรียมตัวนอนขยับผ้าห่ม ให้คนป่วย ปิดไฟ เปิดไว้แค่ที่หน้าห้องน้ำ จากนั้นล้มตัวลงนอน พรุ่งนี้แม่เธอจะทำอาหารมาส่งคนป่วย ให้น้องชายเฝ้าบ้าน นางวีรวรรณเป็นห่วงคุณย่ามนทา คนสูงวัยพอถูกใจกันก็เหมือนเด็ก อยากพูดอยากคุย มีเรื่องให้พูดให้คุยกันตลอดเวลา
“คุณย่า อาการเป็นยังไงบ้างคะ” วรางคณาตื่นตอนตีห้ากว่าๆ ตามปกติ วันไหนที่ต้องเก็บผักช่วยแม่ก็คือตีสี่ ลืมตาขึ้นมาก็เห็นคุณย่า นอนตะแคงมองมาที่เธออยู่แล้ว
“ตื่นแล้วเหรอหนูวอย สงสัยจะนอนไม่ค่อยหลับใช่ไหมลูก พยาบาลเข้ามาวัดไข้ย่าทุกชั่วโมงเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณย่า วอยยังแข็งแรงค่ะ เดี๋ยววอยขอเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ”
“ตามสบายเลยลูก ย่าดีขึ้นมากแล้ว”
วรางคณา เข้าห้องน้ำอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แม่เตรียมเสื้อผ้ามาให้ เหมือนกับว่า เธอจะอยู่เฝ้า จนคุณย่าออกจากโรงพยาบาล
“คุณย่าคะ ล้างหน้า แปรงฟันไหมคะ วอยจัดการให้ค่ะ เผื่อคุณย่าอยากเช็ดตัว “
“ไม่เป็นไรหรอกลูก เดี๋ยวรอกินข้าวฝีมือแม่แหวนก่อน”
“ได้ค่ะ เอาที่คุณย่าสะดวกเลย อยากฟังข่าวไหมคะ วอยอ่านข่าวให้ฟัง ระหว่างรอแม่”
ตกลงว่า วรางคณาอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ให้คุณย่ามนทาฟัง ที่โรงพยาบาลนี้ ยังรับหนังสือพิมพ์ ซึ่งเดี๋ยวนี้น้อยมาก ส่วนมากก็ดูข่าวทีวี หรือไม่ก็อ่านในโทรศัพท์ วรางคณาชอบอ่านหนังสือ แม่ชอบให้เธออ่าน ให้ฟังบ่อยๆ แม่รำคาญเสียงทีวี เวลามีโฆษณา ชอบให้เธออ่านให้ฟังมากกว่า ตั้งแต่สมัยเธอเรียนประถมแล้ว อ่านหนังสือให้พ่อกับแม่ฟังตลอด วรวิทย์เองก็ชอบฟังเสียงของพี่สาวอ่านหนังสือ
หกโมงเช้าเป๊ะ นางวีรวรรณ ก็หอบหิ้วของพะรุงพะรัง เต็มสองไม้สองมือ เข้ามาในห้องพักของคุณย่ามนทา
“แม่แหวนมาแต่เช้าเลยนะจ๊ะ” คุณย่ามนทาทักทาย ดูว่าจะเฝ้ารอเพื่อนคุย
“เป็นยังไงบ้างคะคุณป้า ดีขึ้นหรือยัง วันนี้ฉันทำกับข้าวที่คุณป้าชอบมาหลายอย่างเลยค่ะ เดี๋ยวแบ่งไปให้หลานคุณป้าด้วย”
“ฉันเกรงใจจังเลยแม่แหวน ต้องมาลำบากกับฉันกันทั้งบ้านเลย”
“ฉันเต็มใจค่ะไม่ต้องเกรงใจกันเลย อ้อ แล้วหลานคุณป้าอยู่ห้องไหนคะ เดี๋ยวฉันจะได้เอากับข้าวไปให้”
“นี่แม่แหวนคิดว่าตัวเองแข็งแรงกว่าฉันมากรึไง แม่แหวนอยู่กับฉันนี่แหละ หนูวอย ย่ารบกวนเอาข้าวไปส่งให้พี่เขาหน่อยได้ไหมลูก “
“วรางคณาหันมามองหน้าแม่ เชิงขอความเห็น”
“ไปๆ ลูก ดีเหมือนกัน เอาไปให้พี่เขาหน่อย หนูรอเอาปิ่นโตกลับมาให้แม่ด้วยนะ จะได้ไม่ต้องเดินหลายรอบ เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะต้องใช้ใส่กับข้าวมาอีก”
“ค่ะแม่ “วรางคณาจำต้องรีบไป ตามที่ผู้ใหญ่ทั้งสองบอก อย่างขัดไม่ได้ เธอรีบเดินไปที่ห้องของหลานคุณย่ามนทา ตามที่วรวิทย์บอกไว้ เมื่อคืน วรางคณามายืนอยู่หน้าห้อง เธอยังนึกถึงเหตุการณ์ ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ยอมรับว่ายังเคืองเขาไม่หาย แล้วอะไร ทำให้ตาหนวดนี่มาอยู่ข้างบ้านเธอ แล้วมาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนที่จะเคาะประตูห้อง และผลักเข้าไปเลย
ภาพคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียง เขายังไม่ตื่น วรางคณายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู เจ็ดโมงกว่า ต้องรีบเธออยากให้เขากินข้าวเร็วๆ เธอจะได้รีบเก็บปิ่นโตกลับ ปลุกเขาดีไหม หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ วางปิ่นโตอาหารไว้ที่โซฟายาวข้างเตียง ยืนนิ่งอยู่นาน คิดว่าจะทำอะไรก่อนดี จะปลุกดีไหม ในที่สุดก็ตัดสินใจ วรางคณาเอื้อมมือไปแตะที่แขนเขาเบาๆ ตัวเขายังร้อน แล้วเมื่อคืนเขาอยู่ยังไงคนเดียว นอนห้องพิเศษ ถึงจะมีพยาบาลเข้ามาวัดไข้ทุกชั่วโมง แต่ก็ควรที่จะต้องมีคนเฝ้า แล้วนี่เขาจ้างพยาบาลพิเศษหรือเปล่า
“คุณคะ คุณ เป็นยังไงบ้างคะ “เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่ขยับตัว
“คุณคะ เป็นยังไงบ้าง ตื่นได้แล้วคะ ลุกขึ้นมากินข้าว จะได้กินยา จะได้รีบหาย “วรางคราจับแขนเขย่าเบาๆ ได้ผล คนป่วยลืมตา
“ฉันเองค่ะ จำอะไรได้บ้างไหมคะ อาการคุณเป็นยังไงบ้าง ไม่ต้องห่วงคุณย่าคุณนะคะ ท่านสบายดีแล้ว ไม่เจ็บไม่ปวดแล้ว”
คนป่วยบนเตียง พยายามที่จะยันตัวลุกขึ้น แต่ก็ดูลำบากจัง เขายังมีอาการเจ็บหลังเท้า ไข้ด้วย นึกถึงเมื่อคืนนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองอ้างว้างมาก เวลาที่ไม่สบายไม่มีใคร มาอยู่ดูแล พยาบาลเขาก็ทำตามหน้าที่ของเขา ทำไมอยู่ๆ เขาก็รู้สึกโหยหาความอบอุ่น
“เดี๋ยวฉันปรับเตียงให้ค่ะ” วรางคณาจัดการปรับเตียงให้เขาได้นั่ง
“คุณอยากจะเข้าห้องน้ำไหมคะ เดินไหวไหม “หญิงสาวถามเขา ตาก็มองไปที่หลังเท้าของเขาที่มีผ้าพันแผลไว้ มีเลือดซึมนิดหน่อย
“ขอผมนั่งสักครู่นะ ยังรู้สึกเวียนหัวอยู่เลย แต่อยากเข้าห้องน้ำ”
“ได้ค่ะ ในห้องนี้ทำไม รถเข็น ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยพยุง ไหนคุณลองหันข้างมาหน่อยค่ะ ค่อยๆ ยกขามาวางที่พักเท้าตรงนี้”
ธันวาทำตามที่วรางคณาบอก ไม่ค่อยเจ็บมากนัก เขาเงยหน้ามองผู้หญิงตรงหน้า ที่สาละวน ขยับโซฟา ให้ห่างจากทางที่เขาจะเดิน มองไกล้ๆ เป็นผู้หญิงที่สูงมาก และดูคล่องไปหมดทุกอย่าง
“มาค่ะ เดี๋ยวฉันพยุง " วรางคณาเข้าไปพยุงคนป่วย พยาบาลก็ไม่อยู่ ช่วยก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด เธอคิดแบบนี้ "เกาะบ่าฉันไว้ก่อนได้นะคะ ค่อยๆ ลงน้ำหนักเท้าข้างที่เจ็บ เบาๆ นะคะ ไปค่ะ เดินเลย เยี่ยมมาก อีกนิดเดียว คุณไหวนะคะ เดี๋ยวฉันรอข้างนอกที่ประตูนี่”
ธันวาพยักหน้า อารมณ์เขาตอนนี้ ไม่รู้ว่าตัวร้อน เพราะพิษไข้ หรือว่าร้อนเพราะอะไร หน้าเขาร้อนไปหมด ชายหนุมทำธุระเสร็จแล้ว ค่อยๆ เปิดประตูห้องน้ำออกมา คนที่รออยู่หน้าห้องน้ำ รีบลุกเข้ามาหาเขา แล้วพาเขากลับไปที่เตียงเหมือนเดิม
“คุณจะกินข้าวเลยไหมคะ แม่ฉันทำกับข้าวมาฝากคุณย่าคุณ ฝากคุณด้วย คนละปิ่นโต คุณรีบกินเถอะค่ะ ฉันจะได้รีบกลับเอาปิ่นโตไปคืนแม่ อาหารพวกนี้ไม่รู้ว่าคุณจะกินได้ไหม “
วรางคณาเปิดปิ่นโต กลิ่นข้าวสวย และกลิ่นอาหาร หอมจนเธอเองเริ่มหิว
“กินสักหน่อยนะคะ หรือแล้วแต่คุณ ถ้าจะกินอาหารของโรงพยาบาลก็ไม่เป็นไร แต่กับข้าวแม่ฉันอร่อยทุกอย่าง คุณย่าของคุณยังชอบเลย “คนป่วยไม่พูดอะไรเลย ดูท่าทางเหมือนเขาไม่ค่อยมีแรง ธรรมดาของคนป่วย คงไม่อยากอาหาร
“ฉันเข้าใจนะคะว่าคนป่วย ไม่ค่อยอยากกินอะไร แต่ยังไงคุณก็ต้องกินค่ะ จะได้หายเร็วๆ แผลก็จะได้ดีขึ้นเร็วๆ”
วรางคณายกปิ่นโตทั้งหมด ไปวางบนที่โต๊ะสำหรับวางกับข้าวให้คนป่วย แม่เธอก็ทำมาเยอะเหลือเกิน แกงจืด ผักผัก หมูทอด ของโปรดของเธอทั้งนั้น
“พูดบ้างก็ได้ เรื่องอื่นคุณอย่าเพิ่งคิด คิดแค่เรื่องวันนี้ก่อน กินข้าวจะได้มีแรง อ้าปากค่ะ”
สรุปว่าวรางคณา กลายเป็นคนป้อนข้าวคนป่วย ดูท่าทางแล้ว คงจะช้า เธออยากให้เขารีบๆ กิน เธอจะได้กลับสักที เขากินไปได้ไม่กี่คำ สุดท้ายเขาก็ส่ายหน้า
“พอแล้ว ขอบใจมาก ไม่รู้รสเลย “วรางคณาไม่ได้บังคับ ให้เขากินต่อ กลับดีใจ เธอจะได้ไม่ต้องอยู่ที่่นี่นาน
“น้ำค่ะ" เธอยื่นแก้วน้ำ และยาหลังอาหารให้เขา หลังจากนั้นเธอรีบเก็บปิ่นโต เตรียมตัวกลับไปหาคุณย่ามนทา
วรางคณาใส่ชุดเดรสผ้ายืดยาวเลยเข่า มีกระเป๋าสองข้าง แขนสั้น ยิ่งขับผิวที่ขาวอมชมพูนั่นให้ผ่องมากกว่าเดิม เจ้าตัวไม่ทันได้ระมัดระวังตัวอะไร ทำตัวสบายมากๆ ใกล้เวลาที่หมอจะขึ้นมาตรวจแล้ว เธอจะอยู่เป็นเพื่อนเขาสักหน่อย อยากเห็นแผลเขาเหมือนกัน เธอเองก็มีส่วนผิด ที่เขาต้องเป็นแบบนี้
“ใกล้เวลาคุณหมอจะขึ้นมาตรวจแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันอยู่เป็นเพื่อนนะคะ “ไม่ทันขาดคำ หมอและพยาบาลก็เปิดประตูเข้ามา
“อาการบวม และอักเสบยังไม่ดีขึ้นนะครับ ต้องอยู่รอดูอาการสักสองถึงสามวัน แต่ถ้าดีขึ้น ก็กลับบ้านได้ หมอกลัวว่าไปติดเชื้อมาอีก เดี๋ยวจะไม่หายสักที นอนพักผ่อนที่โรงพยาบาลต่ออีกสักหน่อยนะครับ “
“ครับคุณหมอ ขอบคุณมากครับ”
“แผลคุณน่ากลัวจังเลยนะคะ ฉันขอโทษนะคะเรื่องวันนั้น ฉันมีส่วนผิดที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้” หญิงสาวยกมือไหว้ขอโทษเขา รู้ว่าตัวเองแสดงกิริยาไม่ดี อย่างน้อยเขาก็อายุมากกว่าเธอหลายปี
“ขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไหม กดเบอร์เลยก็ได้ครับ”
“ได้ค่ะ เรียบร้อย นี่ค่ะ” หญิงสาวส่งโทรศัพท์ให้เขา แล้วเดินถอยห่างออกไป ซักผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่พาดอยู่บนหัวเตียง แสดงว่าเขาใช้เช็ดหน้า และเช็ดตัว
ธันวาใช้โทรศัพท์ของวรางคณาเสร็จแล้ว เขามีอาการง่วง อาจเพราะฤทธิ์ยา
“คุณพักผ่อนเถอะค่ะ ฉันจะกลับไปหาคุณย่าของคุณ แม่รอปิ่นโตแล้ว”
“ขอบคุณครับ”
วรางคณา ปรับเตียงให้เขานอนราบลงเหมือนเดิม นำขวดน้ำ แก้วน้ำ มาวางไว้ให้เขาใกล้ๆ หยิบผ้าผืนใหม่ มาวางไว้ให้เขาที่โต๊ะข้างเตียง เพื่อที่จะได้หยิบใช้สะดวก
หญิงสาวเข็นเสาน้ำเกลือ มาไว้ไกลๆ เตียงที่เขานอน "คุณจะได้เอาไว้ใช้ พยุงตัวเอง เวลาที่จะไปเข้าหองน้ำ"
“คุณจะให้ฉันโทรหาญาติ หรือคนรู้จัก ให้มาเฝ้าไหมคะ หรือจะให้ฉันกลับไปเอาโทรศัพท์ที่บ้านมาให้ “
“ไม่ครับ ไม่ต้องลำบาก น้องสาวผมทราบแล้ว พรุ่งนี้เขาจะมาเยี่ยม “
“โอเค งั้นตามนี้นะคะ"
ทุกอย่างผ่านไปเร็วมาก วรางคณาออกไปแล้ว ธันวายังนอนนิ่ง เด็กนี่หลายอารมณ์จริงๆ
เจ้านางพวงหอม ไม่คิดว่าวรวิทย์จะกล้ามาพบพ่อกับแม่ของเธอที่บ้าน ปกติท่านจะไม่ต้อนรับใคร คงเพราะว่าเขามากับ พี่สายขิ่นมั้ง นี่อย่าบอกนะว่าเขามาพูดเรื่องที่พูดกับเธอเมื่อเช้า กล้ามากเลยนะ ถ้าเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ จะจัดการยังไงดี เรื่องแบบนี้ไม่เหมือนทำงานเลย จัดการยากจริง“พวงหอม มาเร็ว กินข้าวเช้าด้วยกัน แม่ครัวคนไทยคนนี้ทำอาหารอร่อยมากนะ ทำอาหารอองตานได้ด้วย พ่อกับแม่ชอบมาก ขอบใจพวงหอมนะที่หาคนเก่งๆ มาทำงานกับเรา”“ขอบคุณค่ะพ่อ”“พูดไทยก็ได้ แขกของเราเป็นคนไทย เดี๋ยวเขาจะไม่เข้าใจ ว่าเราคุยอะไรกัน” เจ้านางแพงหอมเตือนบุตรสาว“ค่ะแม่”“แล้วนี่จะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้ค่ะพ่อ พวงหอมเตรียมกระเป๋าเดินทางแล้ว”“ต้องไปนานแค่ไหน”“ตามกำหนดสองสัปดาห์ค่ะ แต่ถ้าเอกสารยังไม่เรียบร้อย ก็น่าจะหนึ่งเดือน หรือสองเดือน”“พ่อกับแม่มีเรื่องจะถามลูก ตอบมาตามความจริง ไม่ต้องอ้อมค้อม ลูกมีคนที่ชอบรึยัง “เจ้านางพวงหอมนิ่งไป เริ
เช้าวันอาทิตย์ วรวิทย์ตื่นแต่เช้ามืด ทันทีที่เห็นแสงไฟจากบ้านของเจ้านางพวงหอมสว่าง เขารีบเดินไปเคาะประตูบ้าน ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในชุดนอน“มีอะไรคะคุณ มาแต่เช้าเลย” เจ้านางพวงหอม ยังอยู่ในชุดนอนผ้าสำลี เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ที่นี่อากาศเย็นมาก กลางคืนนอนแทบไม่ต้องเปิดแอร์“สวัสดียามเช้าครับ ที่นี่อากาศดีจัง วันนี้เจ้านางพวงหอมทำงานรึเปล่า พี่มาขอกินกาแฟด้วยได้ไหม”เขาเพิ่งเห็นหน้าของพวงหอมชัดๆ ก็วันนี้ หน้าขาวเนียนธรรมชาติมาก ทำไมผู้หญิงคนนี้ สวยจัง สวยคนละแบบกับพี่วอย ผิวขาวเหลือง น่าจะสูงประมาณ 165 ได้ ตาสวยมาก พวงหอมเหมือนคนไทยมากกว่า กิริยา ก็อ่อนน้อม เขาชอบแบบนี้ ถ้าเขาไม่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ เสียดายสมัยก่อน นั่งรถไปด้วยกันทุกวัน แต่เขาละเลย ไม่ได้สนใจ“หยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามา ต้องการอะไร มีอะไรก็พูดมาเลย ฉันไม่ว่าง ““พี่มาขอกินกาแฟด้วย”“เป็นพี่ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ฉันมีพี่สายขิ่นคนเดียว พ่อกับแม่มีลูกแค่สองคน”“เจ้านางพวงหอม นี่ผ่า
สองปีผ่านไป ที่บ้านสวนวอแหวน ทุกคนยังคงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข วรางคณามีลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง ธันวาและวรางคณา ขยายกิจการโรงแรม และร้านอาหาร ไปที่รัฐอองตาน โดยมีเจ้าสายนที และสายธาร เป็นหุ้นส่วน ครอบครัวธันวาจะเดินทางไปอยู่ที่อองตาน ปีละสามเดือน เพื่อดูแลกิจการครอบครัวของเจ้าสายนที ก็เช่นกัน สองครอบครัวสลับกัน ดูแลกิจการและบริหารงาน เจ้านทีและสายธาร ได้ลูกแฝดอีกสองคน สรุปว่ามีลูก 4 คน ชายสองคน หญิงสองคน เจ้าสายนทียอมทำหมัน โดยส่วนตัวแล้ว เจ้าสายนทีชอบเมืองไทยมาก ชอบเวลาที่ได้มาเมืองไทยล่าสุดคุณทนงและคุณทิพย์อาภา ทำท่าว่าจะชอบอยู่ที่อองตาน เพราะยังคงความเป็นธรรมชาติ และได้อยู่ใกล้ชิดกับหลานตาหลานยายทั้งสี่คน คุณตาทนงและคุณยายทิพย์อาภา อยู่ที่เมืองไทยหกเดือน ที่อองตานหกเดือน ยังแข็งแรง ทั้งคู่สวนนางวีรวรรณ รับหน้าที่ดูแลหลานยายทั้งสองคนเหมือนเดิม มีความสุขกับการทำอาหาร และได้ดูแลลูกหลาน“ว่าน เป็นยังไงบ้างลูก ทำไมเครียดจังเลย เมื่อไหร่จะหาซื้อข้าวของเครื่องใช้เข้าบ้านสักที นี่ถ้าไม่อยากไปอยู่ ไม่รู้ว่าจะสร้างทำไม อยู่กับแม่ก็ดีอยู่แล้ว”“ไม่ต้อง
1 ปีผ่านไป ณ.บ้านสวนวอแหวน“ทามครับ คืนนี้ไปนอนกับยายนะครับ บ้านยายมีขนมเยอะแยะเลย”“เห็นไหมหนูวอย แม่ว่าหลานติดแม่มากเลยนะ ซบยายตลอด เกาะแน่นไม่ยอมปล่อยเลย”นางวีรวรรณ พูดคุยกับธันวาและวรางคณา อาทิตย์ละ 1 วัน เพื่อพาหลานชายมานอนด้วย และเด็กชายทาม ก็ติดยายมาก แต่ก็นั่นแหละ เมื่อถึงคิวที่จะต้องไปนอนบ้านปู่กับย่า เด็กชายทามก็ติดปู่กับย่าแจเหมือนกัน วรวิทย์บอกกับพี่สาวว่า หลานชายของเขาอยู่เป็น อยู่กับใครก็ติดคนนั้นจริงๆ มารับช่วงเย็นก็ได้ แต่นางวีรวรรณ จะเดินมารับหลานชายแต่เช้า ถ้ารับไปเช้าวันเสาร์ เย็นวันอาทิตย์นางถึงจะ พาหลานชายมาส่ง และฝั่งบ้านของปู่กับย่า ก็เช่นกัน ทำเหมือนนางวีรวรรณทุกอย่าง เด็กชายทาม กำลังน่ารัก ไม่งอแง ดูเหมือนจะรู้ว่า คนรอบข้างทั้งหมดจะเป็นญาติพี่น้อง“หนูวอย คืนนี้เรานอนกันแต่วันนะครับ ลูกไปนอนกับยาย พี่ก็ว่าง หนูก็ว่าง บรรยากาศดี”“คิดอะไรอยู่คะเนี้ย ชวนนอนแต่วันเลย” วรางคณาแซวสามี เธอคิดไม่ผิดที่เลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเขา ธันวา รักเธอ ตามใจเธอทุกอย่าง แรกที่เขาเริ่มด
ธันวาและวรางคณาเข้าพิธีแต่งงาน กันอย่างเรียบง่าย คุณทนงและคุณทิพย์อาภา จัดเตรียมสินสอดให้กับฝั่งบ้านของวรางคณาเต็มที่ ให้สมกับลูกสะไภ้คนเดียว ของมหาเศรษฐีเมืองนนทบุรี ทั้งสองดีใจที่ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝา ได้คู่ครองที่ดี หลังแต่งงานทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่บ้านเดิมของวรางคณา กระทั่งสร้างบ้านเรือนไทยของตัวเองเสร็จ ทั้งสองย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่ แบบบ้านเหมือนบ้านป้าปิ่นทุกอย่าง เพียงแต่ใหญ่กว่า เพราะธันวาตั้งใจ“พี่คะ รูปภาพของท่านทวดปราบ พี่ว่าจะแขวนหรือตั้งดีคะ”“พี่ตั้งดีกว่า ตั้งไว้บนสุด เพราะเราถือว่าท่านคือต้นตระกูล “ก่อนแต่งงาน วรางคณาระลึกถึงท่านทวดปราบ บอกกล่าว ว่าเธอจะแต่งงาน ชาตินี้เธอรู้สึกมีความสุขมาก ถ้าหากว่าบุญวาสนาของเธอยังมี ชาติหน้าเธอขอไม่เกิด เพราะเธอคิดว่า พอแล้ว ทวดปราบบอกว่าเธอเกิดมาหลายชาติแล้ว ชาติไหนเธอก็มีความสุขหลังจากงานแต่งงานของธันวาและวรางคณาผ่านไปไม่ถึงสองเดือน เจ้าสายนทีกับสายธารก็ได้ฤกษ์แต่งงานกัน ทั้งสองคนมีความประสงค์ที่จะจัดงานแต่งแบบเรียบง่าย เช่นเดียวกับคู่ของธันวาและวรางคณา ส่วนสินสอด ไม่ต้องให้พูด
ทั้งธันวาและวรางคณาเปลี่ยนใจไม่แวะพักระหว่างทาง เปลี่ยนใจขับรถกลับบ้าน“แม่คะ วอยกับคุณธันวากำลังกลับบ้านนะคะ น่าจะถึงเย็นๆ คิดถึงแม่กับน้องนะคะ คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่”“ดีมากลูก แม่เพิ่งบ่นกับน้องเมื่อกี้ ว่าคิดถึงวอย งั้นแม่เตรียมกับข้าวนะลูก”“ขอบคุณมากค่ะแม่ รักแม่ที่สุดเลยค่ะ”“ดีมากเลยนะ ที่เราตัดสินใจกลับบ้าน แม่กับน้องดีใจมากเลยค่ะ”“หนูคุยกับแม่ ทำให้พี่คิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาทันทีเลย ““คิดถึงก็โทรหาซิคะ จอดปั้มข้างหน้านี่ก็ได้ค่ะ วอยจะขอลงไปซื้อกาแฟกับขนม”ธันวามองตามหลังของคนรักไป เขาชอบอยู่กับวรางคณา ไม่งอแง ไม่เรื่องมาก เป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญวรางคณาเตือนให้เขารักครอบครัว ทำให้หัวใจเขาโอนโยนลงมาก เขากดโทรศัพท์หาพ่อกับแม่ทันทีเหมือนกัน“พ่อครับ แม่อยู่ด้วยไหมครับ คิดถึงนะครับพ่อ แม่”







