登入เช้านี้ที่พระนครศรีอยุธยา บ้านเรือนไทยอายุหลายร้อยปี ตั้งเด่นเป็นสง่า อยู่ภายในบริเวณรั้วไม้แบบโบราณ ค่อยๆ ชัดขึ้น เมื่อพระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่จากขอบฟ้า สาดแสงส่องมากระทบตัวบ้าน ไล่หมอกควันที่หนาให้จางหายไป เหลือเพียงน้ำค้างที่เกาะตามยอดหญ้า
วรางคณาตื่นตั้งแต่ตีห้า ลุกออกมาทำกับข้าว โดยมีธันวาเป็นผู้ช่วย จัดเตรียมของเพื่อใส่บาตร ทั้งสองคนเตรียมไว้สามชุด เผื่อคุณทวดปราบ วรางคณามั่นใจว่าท่านจะมา เธออยากทำบุญร่วมกับท่านสักครั้ง อยากให้ท่านได้มีความสุข ถึงท่านจะได้ศึกษาธรรมกับพระสงฆ์มาบ้าง แต่เธอเชื่อว่า นานมามากแล้ว ที่ท่านไม่ได้เจอผ้าเหลือง ไม่ได้ใส่บาตร อยากให้ท่านได้ทำบุญ เธอเชื่อว่าบุญวาสนา เธอกับคุณทวดปราบ ต้องได้วนกลับมาพบกันอีกแน่นอน แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ พบกันตอนนี้ ก็ขอทำดีต่อกันไว้ก็พอ
ธันวาและวรางคณา ตั้งโต๊ะหน้าบ้าน ทุกอย่างพร้อม ธันวาเตรียมเก้าอี้ไม้แข็งแรงมาตั้งไว้ ไม่มีการพูดคุยกัน ลมเย็นพัดไหววูบมาปะทะร่างของทั้งคู หอมดอกชมนาดโชยมา ทั้งสองคนหันมามองหน้ากัน ต่างก็มีความหวัง
“แม่วรางค์ ฉันมาแล้ว” วรางคณาหันควับ หญิงสาวดีใจและตื้นตันใจ จนน้ำตาคลอ
ธันวาที่กำลังกวาดสายตาไปตามท้องถนน เพื่อรอดูพระ รีบหันหลังกลับตามหญิงสาว ภาพตรงหน้าเขาคือ ผู้ชายร่างสูงใหญ่แบบคนโบราณ ผมหยิกหยักศก ผิวเข้ม คิ้วดกดำ ขนตางอนยาวเป็นแผง ตาคมแต่เศร้า จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบาง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น กางเกงสีน้ำตาลทรงสุภาพ ใส่รองเท้าหนังสีน้ำตาล หล่อมาก หล่อเหมือนพระเอกหนังอินเดีย เขาไม่แปลกใจเลยที่วรางคณาเฝ้าคิดถึงผู้ชายคนนี้ตลอดเวลา ต้องใช่แน่ๆ ผู้ชายคนที่อยู่ในรูปภาพ ที่แขวนอยู่ข้างผนัง บนบ้านไม้เรือนไทย
“คุณทวดสวัสดีค่ะ ดีใจจังเลย ที่คุณทวดมา ดีใจเหลือเกิน” หญิงสาวพนมมือไหว้ทวดปราบที่ยืนยิ้มให้
“ฉันต้องมา เพราะมีคนอยากให้ฉันมา เราจะทำบุญด้วยกัน”
วรางคณามองตามสายตาของคุณทวดที่เพ่งมองมายังธันวา
“คุณทวดคะ นี่คือคุณธันวาค่ะ ดิฉันเล่าเรื่องราวของคุณทวดให้เขาฟัง เขาอยากเจอคุณทวดมากค่ะ
“ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน “
“เชิญคุณทวดนั่งก่อนครับ ผมเตรียมเก้าอี้ไว้รอแล้ว”
“ขอบใจนะ ฉันมีความสุขเหลือเกิน นานเท่าไหร่แล้วที่ฉันไม่ได้ทำบุญใส่บาตร” คุณทวดปราบเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ที่ธันวาเตรียมไว้ให้
“พระมาแล้วครับ สามรูปพอดีเลย “ธันวาเลื่อนชุดใส่บาตรวางไว้ตรงหน้าคุณทวดปราบ ถัดมาเป็นของเขา และของวรางคณา
“ขอบใจนะพ่อหนุ่ม” เสียงของท่านก้องกังวานเหลือเกิน ไม่น่าเชื่อว่า คนอายุเท่านี้เสียงจะมีพลังมาก
“นมัสการขอรับหลวงพ่อ” คุณทวดปราบยกมือท้วมหัว ไหว้หลวงตา ท่าทางเหมือนเคยพบกันมาก่อน หลวงตาท่านยิ้ม
“เจริญพรโยม หายไปนานเลยนะ ช่วงนี้ไม่แวะไปหาอาตมาเลย ใกล้จะสบายแล้วซินะ”
“ขอรับหลวงพ่อ อีกไม่นานนี้”
“ขอให้เป็นสุขนะโยม ละให้หมดทุกอย่าง แล้วจะมีความสุข คนที่คอยห่วง เขาก็มีชีวิตที่ดี มีคู่ที่ดีแล้ว มีพบก็ต้องมีจาก หากวาสนามีต่อกัน ก็จะได้วนเวียนมาพบกันอีก “
ระหว่างที่หลวงตาพูดกับคุณทวด ท่านปรายตามามองธันวาและวรางคณา ยิ้มให้ทั้งสองเล็กน้อย
ทั้งสามคนใส่บาตร รับพร กรวดน้ำ เสร็จเรียบร้อยแล้ว
“คุณทวดคะ ขึ้นไปบนข้างบนบ้านเถอะนะคะ จะได้กินข้าวด้วยกัน”
รู้ไหมว่าทำไมรูปภาพของฉันถึงไม่จางหายไป ก็เหมือนฉันไง ฉันยังอยู่ เฝ้ารอดูลูกหลานและคนที่รัก
ธันวาไม่ได้ยินเสียงของคุณทวด แต่เขารู้ว่าคุณทวดพูดอะไร เขารู้ว่าวรางคณามีความสุขมาก หญิงสาวเตรียมตั้งโต๊ะ วรางคณาตั้งใจทำอาหารที่คิดว่าคุณทวดจะชอบ ทั้งสามคนกินข้าวด้วยกัน เขาสังเกตุว่า คุณทวดกินทุกอย่างเพียงแต่น้อย ท่าทางนิ่งเงียบของคุณทวดระหว่างที่กินข้าว ทำให้เขานึกเกรง
“ไม่ต้องเกรงใจกันหรอกนะ ตามสบายเลย”
“ครับคุณทวด”
หลังจากที่กินข้าวเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณทวดปราบ เดินดูรอบบ้าน และนั่งลงที่เก้าอี้โยก เอนหลังไปตามเก้าอี้ โยกตัวตามเล็กน้อย ดูเหมือนว่าท่านจะเหนื่อย บางครั้งท่านส่งเสียงพูด บางครั้งทั้งสามคนก็สื่อสารกันด้วยความเงียบ แต่เข้าใจกัน
“พ่อธันวา แม่วรางค์ มานั่งใกล้ๆ ฉันหน่อย ฉันเตรียมสิ่งนี้ไว้ให้เธอทั้งสองคน”
ธันวาและวรางคณา คลานเข่าเข้ามานั่งเคียงข้างกันที่พื้น อยู่ต่อหน้าคุณทวดปราบ
ทั้งสองคน ขยับเข้าไปใกล้ๆ คุณทวด ยื่นมือออกไปรับสิ่งที่คุณทวดให้ แหวนทองโบราณ ของธันวา เป็นหัวพลอยแท้สีน้ำเงิน ส่วนของวรางคณาเป็นหัวสีชมพู สวยงามมาก ตัวเรือนแกะสลักเป็นลายไทย รอบๆ หัวแหวน ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ สวยจนบรรยายไม่ถูก
“พ่อธันวา หลังจากนี้ ฉันฝากแม่วรางค์ด้วยนะ ฉันเฝ้ารอเขามานาน ได้พบเจอก็ดีใจมากแล้ว ฉันพอแล้ว ได้รู้ว่าเขายังระลึกถึงฉัน ถึงแม้ว่าฉันกับเขาจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ ฉันรู้ว่าถ้าไม่มีพ่อธันวา แม่วรางค์จะไม่มีใครกระทั่งหมดอายุ ชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้ายของเขา เขาจะไม่เกิดอีกแล้ว รักเขาให้มาก รวมถึงลูกที่จะมาเกิดด้วย เป็นอภิชาติบุตรทั้งนั้น สั่งสอนเขาให้ดี ถ้ามีบุญวาสนา เราจะได้พบกันอีก”
“ขอบคุณครับคุณทวด ผมรักวรางคณา รักแบบที่ไม่เคยรักใครมาก่อน ถึงเขาจะไม่รักผมก็ตาม แค่เห็นเขามีความสุขผมก็ดีใจ ถึงเขาไม่รักตอบผมก็ไม่เป็นไร” เสียงเขาสั่น เหมือนเขารู้อนาคตของตัวเอง
“รักที่บริสุทธ์ ฉันดีใจที่แม่วรางค์เจอคนดี ต่อไปนี้ฉันก็ไม่ห่วงแล้ว แม่วรางค์เขาเป็นคนดี จะเกิดชาติไหนเขาก็มีคนรัก ทุกชาติของเขาดีงามเสมอ ฉันหมดห่วงแล้ว ที่คราวนี้ได้พูดคุยกัน เขาจำฉันได้ เขาคิดถึงฉัน “
“ผมสัญญาครับว่าผมจะรักวรางคณาคนเดียว จะดูแลเธอให้ดีที่สุด”
“ไม่ต้องห่วงนะว่าเขาจะไม่รักตอบ แม่วรางค์เขาเป็นคนแบบนี้ ใจแข็ง จริงๆ ไม่มีคู่เขาก็อยู่ของเขาได้”
“กลัวเหลือเกินครับคุณทวด ผมกลัวว่าผมจะทำอะไรไม่ถูกใจเขา กลัวเขาไม่รัก”
“ใส่ใจ จริงใจ มั่นคง รับผิดชอบ ถ้าทำได้ เขาก็รักหมดใจ คู่กันแล้ว ไม่แคล้วกันหรอก เชื่อฉัน” คุณทวดย้ำอีกครั้ง
ธันวายกมือไหว้คุณทวด ใจเขาชื่นขึ้นมาก การพบคุณทวดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เขาคิดไว้เลย ความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ขนาดคุณทวดยังรักวรางคณาได้ขนาดนี้ แล้วเขาจะไม่รักได้ยังไง
วรางคณาแปลกใจที่คุณทวดคุยกับธันวา เธอไม่ได้ยิน เข้าใจว่าเขาคุยเรื่องส่วนตัวกัน เธอเลี่ยงออกไปชงชาให้คุณทวด กาแฟสำหรับของธันวาและตัวเอง
“น้ำชาค่ะคุณทวด “
“ขอบใจนะ วันนี้ฉันมีความสุขเหลือเกิน “คุณทวดยกน้ำชาจิบ แล้วเอนตัวไปตามเก้าอี้ ปล่อยตัวตามสบาย
“อีกไม่กี่วันแม่ปิ่นเขาจะกลับมา แม่วรางค์เตรียมเอกสารคืนเขาไปเลยนะ ส่วนที่ดินเดิมก็เอาไว้แบบนั้น ตรงนั้นเป็นบ้านของพี่น้องฉัน เขาตกใจกันมากที่มีรถจักรเข้ามาถากถาง บ้านฉันอยู่แถวนั้น เมื่อฉันไม่อยู่ แต่ยังมีพวกเขาอยู่กัน บางคนก็ไม่อยากสละร่าง เขามีความสุขของเขา แต่สำหรับฉันพอแล้ว”
“รับทราบค่ะคุณทวด วอยฝากขอโทษพวกเขาด้วยนะคะ วอยไม่รู้จริงๆ”
“ไม่รู้ย่อมไม่ผิด พวกเขาจะอยู่อีกนาน แต่ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะมาทำร้าย นอกจากจะมีคนไปก่อกวนพวกเขาก่อน บางคนเขาไม่สามารถมองเห็นคนข้างนอกได้ มีเพียงไม่กี่คนหรอกที่มองเห็นและออกมาได้”
“แม่วรางค์ พรุ่งนี้เราจะไม่ได้เจอกันแล้วหนา การที่ฉันได้มาทำบุญกับเธอ ช่วยให้ฉันมีพลังเพิ่มขึ้น แม้จะไม่มาก ฉันจะสละร่างคืนนี้ ไม่ต้องส่งฉัน เราจะส่งกันที่นี่ รับนี่ไว้ ฉันฝากไว้ให้ลูกของเธอ มีวาสนาเราจะได้พบเจอกันอีก ฉันไม่อยากหวังว่ากาลต่อไป ฉันจะมีวาสนาได้พบแม่วรางค์อีกไหม แต่หลังจากนี้เราจะจำกันไม่ได้ ให้ความรู้สึกของทั้งสองเรา หมดแค่ชาตินี้ อยากให้แม่วรางค์รู้ว่าฉันรักมาก รักมาตลอด ฉันเคยหวังว่าจะได้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม แต่เป็นไปไม่ได้หรอก อยากให้แม่วรางค์รู้ไว้ ว่าฉันมีความสุขมาก “
“พ่อธันวา ช่วยปีนขึ้นไปบนช่องเพดาน แล้วเอาห่อผ้าแดงบนนั้นลงมาหน่อย”
“ครับคุณทวด” ธันวาใช้เก้าอี้วางบนโต๊ะเปิดฝ้าเพดานตามจุดที่คุณทวดบอก ฝ้าบ้านเรือนไทยยังเป็นไม้กระดานบางๆ มีช่องที่เปิดได้จริงๆ ถ้าคนไม่สังเกตจะไม่รู้เลยว่า มีช่องนี้ ชายหนุ่มค่อยๆ เลื่อนฝ้าไม้ออก เขาโผล่ส่วนหัวขึ้นไป ถึงจะมืดแต่ก็ยังพอมีแสงสว่างบ้าง ห่อผ้าสีแดงห่อใหญ่ ลักษณะคล้ายผ้าที่คนสมัยก่อนใช้ห่อสิ่งของเสื้อผ้า เวลาเดินทาง วางสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าเขา ธันวาเอื้อมมือหยิบ คิดว่าน่าจะไม่หนัก เขาต้องออกแรงถึงสองครั้งห่อผ้านั้น ถึงเลื่อนมาตามแรงดึงของเขา ประคองลงมาวางไว้ที่โต๊ะข้างเก้าอี้โยกที่คุณทวดนั่ง ผ้าที่ห่อเหมือนจะเก่ามาก พอได้สัมผัส เหมือนกับว่า เพิ่งห่อไว้ไม่นานมนี่เอง
“แม่วรางค์ มาใกล้ๆ ฉันหน่อย มารับของสิ่งนี้ไป มันเป็นของเธอมาตั้งแต่แรก ฉันเก็บไว้ให้ ส่วนที่เป็นของฉัน ได้ถวายสร้างโบสถ์สร้างวัดหมดแล้ว โชคดีที่พวกพม่ารามัญ มันเข้ามาในบ้านนี้ไม่ได้ เมื่อคราวที่มันบุกมาตีกรุงศรี ไม่เหมือนบ้านอื่น ถูกพวกมันปล้นไปหมด”
วรางคณาขยับเข้าไปใกล้คุณทวด ยื่นมือทั้งสองข้างเพื่อรับห่อผ้าที่คุณทวดยื่นให้
“บ้านหลังนี้ฉันยกให้แม่ปิ่น เขาดูแลมานาน และเขาเป็นคนดี ก็ต้องยกให้เขาไป ที่ดินตรงนี้จะอยู่รอดปลอดภัย ไปตลอดกาล จะไม่มีวันตกไปเป็นของใคร นอกจากลูกหลานของเรา บริเวณนี้ฉันได้ร่ายมนต์คลุมไว้ ไม่มีวันเสื่อม ลูกหลานคนไหนที่ไม่ดี จะค่อยๆ ออกไปจากบริเวณนี้เอง คนที่ยังอยู่คือคนที่เหมาะสม”
“บ้านที่เธอจะสร้างใหม่ ให้นำแบบบ้านหลังนี้ไปสร้าง มีคนรอสร้างให้อยู่แล้ว ที่ดินตรงนั้น เจ้าที่เจ้าทางดีมาก ใจดี ให้อยู่ตรงนั้นตลอดไป คิดจะทำอะไรก็ดีทุกอย่าง ดูแลแม่กับน้องของเธอให้ดี เขาเป็นลูกเป็นหลานของเรา บุญวาสนาได้มาเกิดเป็นแม่ลูกกันอีก”
คุณทวดมองไปที่ธันวา “ผู้ชายคนนี้เป็นคนดี เป็นคู่ของเธอในชาตินี้ เขารักเธอมาก รักบริสุทธิ์”
“ฉันอนุญาต ถ้าเธออยากได้สิ่งใดในบ้านหลังนี้ไปเป็นที่ระลึก แล้วก็ไม่ต้องร้องไห้ ห้ามสงสารฉัน”
วรางคณาก้มลงกราบคุณทวดปราบอีกครั้ง
ธันวารู้ว่าคุณทวดคุยกับวรางคณา สังเกตได้ว่าหญิงสาวน้ำตาคลอตลอดเวลา เขาใช้ใจคุยกัน
“พ่อธันวา ฉันฝากแม่วรางค์ด้วยนะ หมดหน้าที่ของฉันแล้ว ดูแลเขาให้ดี แม่วรางค์นิสัยไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แม้จะผ่านมากี่ปี ไม่ก็คือไม่ ใช่ก็คือใช่ รักเขาให้มาก”
“ครับคุณทวด ผมสัญญา จะไม่ทำให้วรางคณาเสียใจเลย”
“ได้เวลาของฉันแล้ว ไปส่งฉันข้างล่างหน่อย ทั้งสองคน วันนี้แรงฉันไม่ตกเลย”
ธันวาเข้าไปประคองคุณทวดให้ลูกจากเก้าอี้โยก คุณทวดรูปร่างสูงใหญ่แบบคนโบราณ เขาคิดว่าเขาตัวใหญ่แล้ว คุณทวดตัวใหญ่และหนากว่ามาก คุณทวดเดินมุ่งหน้าไปทิศทางที่ธันวาเคยให้ช่าง และคนงานมาปรับพื้นที่เพื่อที่จะสร้างโรงเก็บของให้วรางคณา
“เอาล่ะ พอแล้ว ส่งฉันแค่นี้ แม่วรางค์มาหาฉันหน่อย” คุณทวดอ้าแขนรับวรางคณาที่โผเข้ากอด หญิงสาวร้องไห้ หลากหลายความรู้สึก
“ขอให้คุณทวดสุขสบายอย่าเจ็บปวดนะคะ เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีก”
“แล้วแต่บุญวาสนา ดื่มเสีย จะได้ไม่เสียใจมาก” คุณทวดยื่นขวดน้ำใสขวดเล็กๆ ให้วรางคณา หญิงสาวรับมาดื่มทันที ไม่ถึงห้านาที วรางคณานิ่ง เงียบไปทันทีเหมือนกัน
“พรุ่งนี้ใส่บาตรให้ฉันหน่อยนะ เสร็จแล้วก็กลับบ้านกัน ไม่ต้องห่วงที่นี่ มีคนดูแลอยู่แล้ว รอแม่ปิ่นเขากลับมาจัดการ ลาก่อน “
คุณทวดปราบ หันมามองวรางคณาอีกครั้ง เหมือนอยากจะจดจำเอาไว้ในใจ ท่านถอนหายใจ ก่อนที่จะหันหลังเดินเข้าไปในเขตรั้วของที่ดินผืนนั้น ระหว่างทางที่ท่านเดินไป เหมือนมีแสงสว่างรายล้อมและนำทางท่านไป ร่างของท่านค่อยๆ เดินหายลับไปหลังทิวไม้ที่ขึ้นหนาตานั่น
ธันวาขยับมาหาวรางคณา เขากลัวว่าหญิงสาวจะเสียใจมาก กลับกัน วรางคณานิ่ง ไม่มีอาการเสียใจเหมือนเมื่อสักครู่ ก่อนที่จะดื่มยาจากคุณทวดปราบ ตั้งแต่มาที่นี่เขาสับสนมาก ไม่รู้เรื่องไหนเรื่องจริง เรื่องไหนไม่จริง ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนไม่ใช่เรื่องจริง เขาแอบหยิกตัวเองหลายครั้ง
“หนู กลับบ้านกันเถอะ คุณทวดท่านไปแล้ว “
“ค่ะ ท่านไปแล้ว เราจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้วนะคะ” วรางคณาพูดเบาด้วยอาการเหม่อลอย
ธันวาเดินจับมือวรางคณาพากลับบ้าน ดูเหมือนว่าหญิงสาวไม่ค่อยมีสตินัก เขาไม่แน่ใจว่าเพราะเสียใจ หรือเพราะดื่มยาสมุนไพรแก้เศร้าโศกนั่น ที่บ้านของคุณทวดคงจะมียาวิเศษหลายขนาน
สรุปว่าทั้งธันวาและวรางคณาอิ่ม ไม่กินข้าวเย็น หลังจากนั้นวรางคณาก็นิ่งและเงียบ
“หนูเอาห่อผ้าแดงไปเก็บไว้ในห้องดีกว่านะครับ แล้วหนูก็ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่ปิดประตูหน้าต่างเอง”
ธันวาไม่ค่อยไว้ใจอาการของวรางคณานัก หญิงสาวนิ่งและเงียบมากกว่าปกติ เขาขนที่นอนเข้าไปนอนในห้อง กับวรางคณา นึกเป็นห่วง แล้วยาที่คุณทวดให้ดื่ม จะหมดฤทธิ์เมื่อไหร่ แล้วถ้าหมดฤทธิ์แล้ววรางคณาจะมีอาการโศกเศร้าอีกไหม เขาออกมาใช้ห้องน้ำด้านนอก ไม่ลืมหยิบนมกล่องและน้ำเข้าไปเผื่อว่าวรางคณาจะหิว ส่วนตัวเองดื่มนมก่อนหน้านั้นแล้ว เขาไม่หิวตื้อไปหมด วรางคณาก็คงมีอาการเหมือนเขาเช่นกัน
ธันวาเข้ามาในห้อง ก็เห็นวรางคณานั่งนิ่งอยู่ที่โซฟาตัวที่เขานอนและเธอนอนเมื่อคืน
“หนู เป็นอะไรครับ คิดอะไรอยู่ ดื่มนมก่อนนะ เดี๋ยวจะปวดท้อง”
“ขอบคุณค่ะ นี่คุณทวดไปแล้วใช่ไหมคะ ไปจริงๆ แล้วใช่ไหม”
“ครับ ท่านไม่มีอะไรต้องห่วง ไปแบบมีความสุข หนูไม่ต้องห่วงท่านแล้วนะ”
เอายังไงดี ดูท่าว่าวรางคณาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย อย่าว่าแต่วรางคณาเลย เขาก็เหมือนกัน เหมือนฝัน แต่ห่อผ้าแดงตรงหน้าเขาและแหวนที่เขากับวรางคณาใส่ เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นความจริงทั้งหมด
“พรุ่งนี้เรากลับบ้านกันใช่ไหมคะ”
“ครับ พรุ่งนี้เรากลับบ้านกัน มีอะไรจะพูดไหม จะได้สบายใจ”
“ขอวอยนอนหนุนตักได้ไหมคะ”
“ได้เลย เดี๋ยวพี่หยิบหมอนกับผ้าห่มให้นะ หนูจะได้นอนสบายๆ”
“หนูหลับไปเลยนะ ไม่ต้องห่วงพี่ พรุ่งนี้เราจะกลับบ้านกัน ธันวาใช้มือลูบหัววรางคณาเบาๆ จนหญิงสาวหลับไป รู้สึกได้ว่าหญิงสาวสะอื้น ขนาดเรื่องราวไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย เขายังรู้สึกสับสน มึนงง เขาถือว่าเรื่องราวของวันนี้ มหัศจรรย์มาก แต่ในความมหัศจรรย์ เขาก็พอใจ สิ่งที่คุณทวดปราบ ได้พูดกับเขานั่น ทำให้เขาใจฟู ทำให้เขายิ่งรักวรางคณามากยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่นำพาให้เขาได้มาพบกับความมหัศจรรย์ในครั้งนี้ เขาจะไม่มีวันลืมเลย
เจ้านางพวงหอม ไม่คิดว่าวรวิทย์จะกล้ามาพบพ่อกับแม่ของเธอที่บ้าน ปกติท่านจะไม่ต้อนรับใคร คงเพราะว่าเขามากับ พี่สายขิ่นมั้ง นี่อย่าบอกนะว่าเขามาพูดเรื่องที่พูดกับเธอเมื่อเช้า กล้ามากเลยนะ ถ้าเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ จะจัดการยังไงดี เรื่องแบบนี้ไม่เหมือนทำงานเลย จัดการยากจริง“พวงหอม มาเร็ว กินข้าวเช้าด้วยกัน แม่ครัวคนไทยคนนี้ทำอาหารอร่อยมากนะ ทำอาหารอองตานได้ด้วย พ่อกับแม่ชอบมาก ขอบใจพวงหอมนะที่หาคนเก่งๆ มาทำงานกับเรา”“ขอบคุณค่ะพ่อ”“พูดไทยก็ได้ แขกของเราเป็นคนไทย เดี๋ยวเขาจะไม่เข้าใจ ว่าเราคุยอะไรกัน” เจ้านางแพงหอมเตือนบุตรสาว“ค่ะแม่”“แล้วนี่จะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้ค่ะพ่อ พวงหอมเตรียมกระเป๋าเดินทางแล้ว”“ต้องไปนานแค่ไหน”“ตามกำหนดสองสัปดาห์ค่ะ แต่ถ้าเอกสารยังไม่เรียบร้อย ก็น่าจะหนึ่งเดือน หรือสองเดือน”“พ่อกับแม่มีเรื่องจะถามลูก ตอบมาตามความจริง ไม่ต้องอ้อมค้อม ลูกมีคนที่ชอบรึยัง “เจ้านางพวงหอมนิ่งไป เริ
เช้าวันอาทิตย์ วรวิทย์ตื่นแต่เช้ามืด ทันทีที่เห็นแสงไฟจากบ้านของเจ้านางพวงหอมสว่าง เขารีบเดินไปเคาะประตูบ้าน ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในชุดนอน“มีอะไรคะคุณ มาแต่เช้าเลย” เจ้านางพวงหอม ยังอยู่ในชุดนอนผ้าสำลี เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ที่นี่อากาศเย็นมาก กลางคืนนอนแทบไม่ต้องเปิดแอร์“สวัสดียามเช้าครับ ที่นี่อากาศดีจัง วันนี้เจ้านางพวงหอมทำงานรึเปล่า พี่มาขอกินกาแฟด้วยได้ไหม”เขาเพิ่งเห็นหน้าของพวงหอมชัดๆ ก็วันนี้ หน้าขาวเนียนธรรมชาติมาก ทำไมผู้หญิงคนนี้ สวยจัง สวยคนละแบบกับพี่วอย ผิวขาวเหลือง น่าจะสูงประมาณ 165 ได้ ตาสวยมาก พวงหอมเหมือนคนไทยมากกว่า กิริยา ก็อ่อนน้อม เขาชอบแบบนี้ ถ้าเขาไม่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ เสียดายสมัยก่อน นั่งรถไปด้วยกันทุกวัน แต่เขาละเลย ไม่ได้สนใจ“หยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามา ต้องการอะไร มีอะไรก็พูดมาเลย ฉันไม่ว่าง ““พี่มาขอกินกาแฟด้วย”“เป็นพี่ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ฉันมีพี่สายขิ่นคนเดียว พ่อกับแม่มีลูกแค่สองคน”“เจ้านางพวงหอม นี่ผ่า
สองปีผ่านไป ที่บ้านสวนวอแหวน ทุกคนยังคงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข วรางคณามีลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง ธันวาและวรางคณา ขยายกิจการโรงแรม และร้านอาหาร ไปที่รัฐอองตาน โดยมีเจ้าสายนที และสายธาร เป็นหุ้นส่วน ครอบครัวธันวาจะเดินทางไปอยู่ที่อองตาน ปีละสามเดือน เพื่อดูแลกิจการครอบครัวของเจ้าสายนที ก็เช่นกัน สองครอบครัวสลับกัน ดูแลกิจการและบริหารงาน เจ้านทีและสายธาร ได้ลูกแฝดอีกสองคน สรุปว่ามีลูก 4 คน ชายสองคน หญิงสองคน เจ้าสายนทียอมทำหมัน โดยส่วนตัวแล้ว เจ้าสายนทีชอบเมืองไทยมาก ชอบเวลาที่ได้มาเมืองไทยล่าสุดคุณทนงและคุณทิพย์อาภา ทำท่าว่าจะชอบอยู่ที่อองตาน เพราะยังคงความเป็นธรรมชาติ และได้อยู่ใกล้ชิดกับหลานตาหลานยายทั้งสี่คน คุณตาทนงและคุณยายทิพย์อาภา อยู่ที่เมืองไทยหกเดือน ที่อองตานหกเดือน ยังแข็งแรง ทั้งคู่สวนนางวีรวรรณ รับหน้าที่ดูแลหลานยายทั้งสองคนเหมือนเดิม มีความสุขกับการทำอาหาร และได้ดูแลลูกหลาน“ว่าน เป็นยังไงบ้างลูก ทำไมเครียดจังเลย เมื่อไหร่จะหาซื้อข้าวของเครื่องใช้เข้าบ้านสักที นี่ถ้าไม่อยากไปอยู่ ไม่รู้ว่าจะสร้างทำไม อยู่กับแม่ก็ดีอยู่แล้ว”“ไม่ต้อง
1 ปีผ่านไป ณ.บ้านสวนวอแหวน“ทามครับ คืนนี้ไปนอนกับยายนะครับ บ้านยายมีขนมเยอะแยะเลย”“เห็นไหมหนูวอย แม่ว่าหลานติดแม่มากเลยนะ ซบยายตลอด เกาะแน่นไม่ยอมปล่อยเลย”นางวีรวรรณ พูดคุยกับธันวาและวรางคณา อาทิตย์ละ 1 วัน เพื่อพาหลานชายมานอนด้วย และเด็กชายทาม ก็ติดยายมาก แต่ก็นั่นแหละ เมื่อถึงคิวที่จะต้องไปนอนบ้านปู่กับย่า เด็กชายทามก็ติดปู่กับย่าแจเหมือนกัน วรวิทย์บอกกับพี่สาวว่า หลานชายของเขาอยู่เป็น อยู่กับใครก็ติดคนนั้นจริงๆ มารับช่วงเย็นก็ได้ แต่นางวีรวรรณ จะเดินมารับหลานชายแต่เช้า ถ้ารับไปเช้าวันเสาร์ เย็นวันอาทิตย์นางถึงจะ พาหลานชายมาส่ง และฝั่งบ้านของปู่กับย่า ก็เช่นกัน ทำเหมือนนางวีรวรรณทุกอย่าง เด็กชายทาม กำลังน่ารัก ไม่งอแง ดูเหมือนจะรู้ว่า คนรอบข้างทั้งหมดจะเป็นญาติพี่น้อง“หนูวอย คืนนี้เรานอนกันแต่วันนะครับ ลูกไปนอนกับยาย พี่ก็ว่าง หนูก็ว่าง บรรยากาศดี”“คิดอะไรอยู่คะเนี้ย ชวนนอนแต่วันเลย” วรางคณาแซวสามี เธอคิดไม่ผิดที่เลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเขา ธันวา รักเธอ ตามใจเธอทุกอย่าง แรกที่เขาเริ่มด
ธันวาและวรางคณาเข้าพิธีแต่งงาน กันอย่างเรียบง่าย คุณทนงและคุณทิพย์อาภา จัดเตรียมสินสอดให้กับฝั่งบ้านของวรางคณาเต็มที่ ให้สมกับลูกสะไภ้คนเดียว ของมหาเศรษฐีเมืองนนทบุรี ทั้งสองดีใจที่ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝา ได้คู่ครองที่ดี หลังแต่งงานทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่บ้านเดิมของวรางคณา กระทั่งสร้างบ้านเรือนไทยของตัวเองเสร็จ ทั้งสองย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่ แบบบ้านเหมือนบ้านป้าปิ่นทุกอย่าง เพียงแต่ใหญ่กว่า เพราะธันวาตั้งใจ“พี่คะ รูปภาพของท่านทวดปราบ พี่ว่าจะแขวนหรือตั้งดีคะ”“พี่ตั้งดีกว่า ตั้งไว้บนสุด เพราะเราถือว่าท่านคือต้นตระกูล “ก่อนแต่งงาน วรางคณาระลึกถึงท่านทวดปราบ บอกกล่าว ว่าเธอจะแต่งงาน ชาตินี้เธอรู้สึกมีความสุขมาก ถ้าหากว่าบุญวาสนาของเธอยังมี ชาติหน้าเธอขอไม่เกิด เพราะเธอคิดว่า พอแล้ว ทวดปราบบอกว่าเธอเกิดมาหลายชาติแล้ว ชาติไหนเธอก็มีความสุขหลังจากงานแต่งงานของธันวาและวรางคณาผ่านไปไม่ถึงสองเดือน เจ้าสายนทีกับสายธารก็ได้ฤกษ์แต่งงานกัน ทั้งสองคนมีความประสงค์ที่จะจัดงานแต่งแบบเรียบง่าย เช่นเดียวกับคู่ของธันวาและวรางคณา ส่วนสินสอด ไม่ต้องให้พูด
ทั้งธันวาและวรางคณาเปลี่ยนใจไม่แวะพักระหว่างทาง เปลี่ยนใจขับรถกลับบ้าน“แม่คะ วอยกับคุณธันวากำลังกลับบ้านนะคะ น่าจะถึงเย็นๆ คิดถึงแม่กับน้องนะคะ คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่”“ดีมากลูก แม่เพิ่งบ่นกับน้องเมื่อกี้ ว่าคิดถึงวอย งั้นแม่เตรียมกับข้าวนะลูก”“ขอบคุณมากค่ะแม่ รักแม่ที่สุดเลยค่ะ”“ดีมากเลยนะ ที่เราตัดสินใจกลับบ้าน แม่กับน้องดีใจมากเลยค่ะ”“หนูคุยกับแม่ ทำให้พี่คิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาทันทีเลย ““คิดถึงก็โทรหาซิคะ จอดปั้มข้างหน้านี่ก็ได้ค่ะ วอยจะขอลงไปซื้อกาแฟกับขนม”ธันวามองตามหลังของคนรักไป เขาชอบอยู่กับวรางคณา ไม่งอแง ไม่เรื่องมาก เป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญวรางคณาเตือนให้เขารักครอบครัว ทำให้หัวใจเขาโอนโยนลงมาก เขากดโทรศัพท์หาพ่อกับแม่ทันทีเหมือนกัน“พ่อครับ แม่อยู่ด้วยไหมครับ คิดถึงนะครับพ่อ แม่”







