Share

บทที่ 1.3

last update publish date: 2026-05-02 16:19:49

คนทั้งสองยังไม่มีบุตรเนื่องจากกานดาเป็นหมัน ซึ่งอนุชาเองก็ไม่รังเกียจ เขารักภรรยามาก และไม่เคยนอกใจเลยสักครั้งตั้งแต่แต่งงานกันมาร่วมยี่สิบปี บ้านหลังใหญ่ของทั้งสองจึงค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงสองสามีภรรยา และแม่บ้านกับคนงานเพียงไม่กี่คน นานๆ ครั้งที่มิรินจะตามวิรัญญาเข้าไปเพื่อพูดคุยพบปะสองสามีภรรยา ดังนั้นทั้งสองจึงคุ้นเคยและเอ็นดูมิรินอย่างมาก

“จะเปิดเทอมแล้วนี่นา เตรียมตัวแล้วหรือยังจ้ะ” กานดาเอ่ยถามขึ้นเนื่องจากโรงเรียนมัธยมที่มิรินเรียนอยู่นั้น กานดาคือหนึ่งในผู้ถือหุ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้สูงวัยกว่าจะรู้กำหนดการหลายๆ อย่าง

“เหลือแค่ตัดผมค่ะ คุณแม่บอกว่าใกล้ๆ วันเปิดเทอมจะพาไปตัดร้านประจำ”

“ไม่ลองไว้ยาวเหรอจ้ะ”

“ไม่ล่ะค่ะหนูเป็นคนขี้ร้อน จริงสิคะได้ยินคุณแม่บอกว่าหลานชายของคุณป้าจะย้ายมาจากอเมริกานี่คะ” มิรินเท้าแขนสองข้างกับกำแพง เอ่ยถามถึงบุตรชายคนเดียวของอารยาผู้ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว

แน่นอนมิรินรู้จักและคุ้นเคยกับอารยาด้วย ตอนที่อีกฝ่ายมีชีวิตอยู่ก็ใจดีกับเด็กสาวมาก เคยถึงขั้นพามิรินไปเที่ยวและทำขนมอร่อยๆ ให้กินอยู่ไม่ขาด

อารยาเล่าให้เด็กสาวฟังโดยไม่ปิดบังเรื่องหย่าขาดจากสามีจนต้องย้ายมาอยู่กับกานดา หลายๆ เรื่องที่ได้ยินมา ทำให้มิรินพลอยได้รู้จักลูกชายคนเดียวของอีกฝ่ายผ่านเรื่องเล่าไปด้วย

อารยาเล่าว่าจำใจต้องยกลูกชายให้ผู้เป็นสามีไปเพราะแพ้คดีในชั้นศาล แต่ที่เด็กสาวอดจะแปลกใจไม่ได้คือ...ทำไมงานศพจึงไร้เงาผู้ที่เป็นลูกและอดีตสามี

‘ใจร้ายเกินไปแล้ว’ เด็กสาวเคยตำหนิในใจ เนื่องจากรู้มาว่ากานดาส่งข่าวให้ทั้งคู่ทราบแล้ว

“ใช่จ้ะ เคลวินกำลังจะย้ายมา เขาจะเข้าเรียนที่เจเอ็มอีไฮสคูลที่เดียวกันกับมีมี่นั่นแหละ พอเขามาป้าคงจะต้องฝากมีมี่ดูแลด้วยนะจ้ะ” กานดายิ้ม

“แหม หนูจะไปดูแลอะไรเขาได้ล่ะคะ เขาเป็นถึงหลานชายหุ้นส่วนใหญ่ของโรงเรียนเชียว” มิรินย่นหน้า “ว่าแต่เขาจะมาถึงเมื่อไหร่เหรอคะ” มิรินขยับตัวปีนขึ้นไปบนกำแพง

“ระวังนะลูกเดี๋ยวตกลงมา” กานดาเตือนด้วยความเป็นห่วง

“ไม่มีทางหรอกค่ะ หนูปีนกำแพงนี้มาสองปีแล้ว ตั้งแต่ต้นชมพู่ต้นนี้เริ่มโต จนตอนนี้สูงเลยกำแพงไปแล้ว” มิรินหัวเราะ

“เขาน่าจะมาถึงในอีกสองสามวันนี้แหละจ้ะ เอาไว้ป้าจะพาไปทักทายที่บ้านแล้วกัน จะได้รู้จักกันไว้” กานดาเอ่ย

“มีมี่ทำอะไรน่ะลูก”

เสียงวิรัญญาดังขึ้นด้านหลังทำเอามิรินสะดุ้ง “แม่คะ ตกใจหมดเลย”

“นั่นลูกปีนขึ้นไปทำอะไรบนกำแพงน่ะ!” วิรัญญาเอ่ยเสียงเข้ม

“หนูกำลังคุยอยู่กับคุณป้าค่ะ หลานชายคุณป้าจะมาถึงสองสามวันนี้แล้ว เห็นว่าไม่เคยมาที่ประเทศไทยเลย หนูเลยลองถามดู” มิรินเอ่ยแล้วทำหน้าบุ้ยใบ้กับกานดา

“ญา ไม่ออกไปไหนเหรอวันนี้” กานดาเอ่ยกลั้วหัวเราะเมื่อมองเห็นใบหน้าขอร้องของมิริน ใครบ้างไม่รู้ว่ามิรินนอกจากจะร่าเริงสดใสแล้ว ยังทั้งซนทั้งแก่นแก้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ว่านอนสอนง่าย ไม่เคยทำเรื่องให้พ่อกับแม่ลำบากใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“ไม่ค่ะ แล้วคุณพี่ละคะ” วิรัญญาเอ่ย

“วันนี้ว่างทั้งวันเลย ไหนๆ ก็ว่างแล้วเราออกไปเดินชอปปิ้งกันดีไหม ทิ้งลูกลิงให้เฝ้าบ้านเป็นไง” กานดาเอ่ยกลั้วหัวเราะก่อนจะแสร้งทำเป็นคิดเพื่อแกล้งเด็กสาว

“ดีเหมือนกันค่ะ เราสองคนไม่ได้ไปไหนด้วยกันมาสักพักแล้ว” วิรัญญาเห็นด้วย

“หนูไปด้วยนะคะ!” มิรินรีบพูดขึ้น

“นั่นลูกลิงที่ไหนกำลังปีนกำแพงอยู่น่ะ” เสียงของอนุชาดังขั้นจากระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์

“คุณลุงสวัสดีค่ะ” มิรินเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มแป้นให้อนุชา

“แหมลูกลิงตัวนี้น่ารักเสียด้วย ชมพู่กินได้แล้วหรือยัง”

“ยังค่ะแต่ใกล้แล้ว เดี๋ยวหนูจะเอาไปส่งให้ถึงที่บ้านเลยนะคะ รับรองว่าปีนี้กรอบอร่อยกว่าปีที่แล้ว”

“นั่นสินะ ปีที่แล้วจำได้ว่ารสชาติดีมากเลย” กานดาเห็นด้วย

“แต่ปีนี้จะอร่อยกว่าค่ะ”

“มั่นใจจริงนะ” อนุชาเห็นท่าทางของผู้อ่อนวัยแล้วอดเอ็นดูไม่ได้

“ก็ดูแลเองทุกอย่างเลยนี่คะ นี่ถึงกับปีนกำแพงไปตัดแต่งกิ่งเอง ไม่ตกลงมาแข้งขาหักคงไม่หลาบจำ” วิรัญญาเอ่ยพร้อมกับส่ายหน้า

“ลงแล้วค่ะคุณแม่ หนูเพิ่งจะขึ้นมาเอง” มิรินยิ้มแหยแล้วโบกมือลาสองสามีภรรยาซึ่งทั้งสองก็หัวเราะอย่างเอ็นดู

“อีกชั่วโมงเจอกันนะคะคุณพี่” วิรัญญาไม่ลืมที่จะเอ่ยกับกานดา

“ได้จ้ะ” กานดาตอบก่อนที่จะเดินเข้าบ้าน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.8 จบ

    บางครั้งการรอคอยก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายนัก การตัดสินใจด้วยความมีสติ มองเห็นถึงความเป็นไปได้ ความน่าจะเป็น รวมไปถึงไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ทำทุกอย่างตามอารมณ์ นั่นทำให้ทุกๆ อย่างเป็นไปอย่างมีเหตุมีผลที่สำคัญไปกว่านั้นการแยกจากกันก็เพื่อให้ต่างฝ่ายก็ต่างก็ได้เติบโต ต่างฝ่ายก็ต่างก็แยกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่แน่ว่าหากความทรงจำสวยงามในวัยเด็กเป็นเพียงความรู้สึกดีๆ ไม่ได้ลึกซึ้ง ต่างฝ่ายต่างอาจเสียใจในภายหลังถึงอย่างนั้นเธอกับเคลวินกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันเหมือนกับเมื่อพบกันแล้วคนทั้งสองก็ไม่ต้องการใครอื่นอีก เหมือนความรักครั้งนี้มีเพียงกันและกัน ขอเพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้วเพราะไปอยู่อเมริกาหลายปีมิรินมีพ่อกับแม่เพิ่มมาอีกสองคน ประธานหลี่กับคุณลิลลี่ดูแลเธอดีมาก มากจริงๆ...“ไหนคุณแม่เสร็จแล้วหรือยังนะ” เคลวินจูงคริสออกมาจากในบ้าน มิรินเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกยิ้มให้เคลวินจากนั้นปิดสมุดบันทึก“วันนี้น้องคริสเป็นเด็กดีหรือเปล่าครับ”“เป็นเด็กดีครับ” เด็กชายคริสเตียน หลี่ ตอบแม่ด้วยรอยยิ้ม“วันนี้กินข้าวเยอะมาก สงสัยชอบกับข้าวที่คุณยายทำ” เคลวินเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ มิริน เขา

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.7

    พูดจบก็ลุกขึ้นแต่โดนเคลวินรวบตัวเอาไว้ได้ เขาวางเธอลงบนตักกอดเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เธอดิ้นหลุด “นี่ ปล่อยฉันนะ” มิรินหน้าแดงไปถึงใบหู“มิริน” เคลวินรัดแขนแน่นเข้ากว่าเดิม “แต่งงานกันนะ”มิรินเงยหน้าพรวดก่อนจะมองหน้าเขาด้วยความตกใจ“ฉันยังรักเธอคนเดียว รักมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน รักมาตลอดสิบปีไม่เคยลืมเลือนสักวัน แล้วฉันก็รู้ว่าเธอเองไม่ได้ต่างไปจากฉัน กล่องใบนั้นฉันเห็นแล้ว กล่องความทรงจำของเราสองคน”มิรินมองเขาแล้วอ้าปากค้างไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ในที่สุดก็ได้แต่นั่งก้มหน้าขมวดคิ้วเหมือนกำลังครุ่นคิด เคลวินเองก็นั่งรอเงียบๆ เขาต้องให้เวลามิรินตัดสินใจ“ฉันเองก็ไม่เคยลืมนายนะ ไหนบอกว่าไม่นาน สำหรับฉันสิบปีมันนานมากเลย” เธอพึมพำ“ถ้าอย่างงั้นก็แต่งงานกันนะ ดีมั้ย” เคลวิลกระซิบเสียงเบาข้างหูมิรินหันมาสบตากับเขาและยิ้มออกมาในที่สุดเขามั่นใจว่าเธอรู้จักสายตาแน่วแน่ของเขาดี สิบปีที่เธอรอเขาและเขาเองก็เฝ้านับวันที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ดังนั้นเขาจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก แค่ครั้งเดียวที่ปล่อยมือก็เพียงพอแล้วจะไม่มีครั้งที่สองอีกเด็ดขาด...“ได้ เราสองคนแต่งงานกัน”มิรินพยักหน้าพูดออกมาในที่สุด เคลวินล

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.6

    “หาแฟนเข้าสิ” เอพริลหัวเราะ“เธอก็โสดยังมีหน้ามากระแนะกระแหนฉัน”“เฮ้อ” สองสาวถอนหายใจพร้อมกัน“ว่าแต่...ถึงไหนกันแล้วละ”“อะไร” มิรินเลิกคิ้วมองเพื่อนทิพวัลย์ยิ้มจับมือมิรินมากุมเอาไว้ “คราวนี้ก็อย่าปล่อยให้หลุดมือละ เอ้าดื่มย้อมใจซะแล้วไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าจะเอายังไง”“หมายความว่ายังไง”“เขาจะกลับอเมริกาแล้วไม่รู้หรือไง”“เอ๋ เขาบอกว่ายังไม่มีกำหนดกลับนี่”“ฉันได้ยินมาว่าเขาจะกลับมะรืนนี้นี่ เธอไม่รู้?” เอพริลเองก็รู้มาเหมือนกันมิรินเม้มปากกรอกเบียร์จนหมดกระป๋อง “เขาไม่บอกอะไรฉันเลย” คิ้วเรียวขมวดมุ่น หยิบเบียร์ขึ้นมาอีกกระป๋องกรอกเข้าไปจนหมดแล้วลุกขึ้น“เฮ้ยจะไปไหน”“ไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง” มิรินเดินโซเซไปที่ประตู“แล้วจะไปคุยรู้เรื่องได้ยังไง เธอเริ่มเมาแล้วนะ”“ไม่รู้เรื่องก็จับกินหัวกินหางซะเลย!”เอพริลหลุดหัวเราะ “ทำเป็นเรอะ”ทิพวัลย์ถลึงตาให้อีกฝ่าย “มันใช่เวลามั้ย คนเมาไปล้อเล่นแบบนั้นได้หรือไง ตามไปเร็ว”ทั้งสองตามมาจนพบมิรินที่หน้าประตูห้องของเคลวิน เขาดูงุนงงที่ทั้งสามมายืนอยู่ที่หน้าของเขา ทั้ง...ยังเมา...หมายถึงคนของเขาเนี่ย“ฉันไว้ใจนาย คืนนี้ฝากด้วยนะ” ทิพวัลย์พู

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.5

    มิรินเงยหน้าขึ้นมองเขายิ้มๆ จากกันไปสิบปีเราสองคนไม่ได้มีความรู้สึกอึดอัดต่อกัน เขายังคงมองเธอเหมือนเดิม เธอเองก็ยังคงเป็นมิรินในวันวานของเขา“นายฉีดน้ำหอมมาเหรอ”“น่าจะกลิ่นอาฟเตอร์เชฟ เมื่อเช้าโกนหนวด ไม่ชอบ?”“เปล่า หอมดี”เคลวินยกมือลูบผมของมิริน “ดีใจจังเลย เธอไม่เปลี่ยนไปสักนิด”มิรินตาโต “จริงเหรอ เปลี่ยนนะโตขึ้นตั้งเยอะ สูงขึ้นตั้งสองสามเซนแหนะ”เห็นสายตาที่มองค้อนเขาเคลวินลูบศีรษะมิรินเบาๆ ยังไงเธอก็ยังสูงแค่ไหล่ของเขาอยู่ดี... “วันนี้น้าญาชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน บอกว่าจะทำมื้อใหญ่เลี้ยงต้อนรับกลับมา แวะซื้ออะไรเพิ่มมั้ย”“ไม่ดีกว่า กลับไปช่วยแม่ทำกับข้าวดีกว่า จริงสิวันนี้ประชุมเป็นไงบ้าง”“ไม่มีอะไร พวกเขาตกใจนิดหน่อยที่ฉันมาเข้าร่วมประชุม แต่ก็นะ...เข้าใจได้” คนพวกนั้นกลัวเขาจะนึกสนุกอยากเข้ามาบริหาร ดังนั้นจึงตื่นเต้นหลังจากที่เห็นเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง ทั้งที่ทุกปีเขาจะรบกวนผู้เป็นป้าไปแทน “แล้วเธอละ เมื่อไหร่จะเข้าไปทำงานในบริษัทของคุณน้า หรืออยากเรียนต่อโทก่อน”“ยังไม่ตัดสินใจเลย คุณพ่อบอกว่าไม่รีบอยากให้เรียนต่อโทก่อน หรือบางทีอาจจะต่อจนจบปริญญาเอก”เขาพยักหน้า “จร

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.4

    “ยังไม่มีกำหนดกลับ” เขาตอบ “พรุ่งนี้ไปทำงานเองเหรอ”“ฉันโตแล้วน่า นั่งรถไฟใต้ดินแล้ว็ต่อรถไฟฟ้า ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงที่ทำงานแล้ว”“อืม แล้วเลิกงานกี่โมง”“ห้าโมงเย็น”“เดี๋ยวไปรับ”“รถติดนะ นายต้องหงุดหงิดตอนขับรถแน่เลย”“หรือนั่งรถไฟฟ้าดีมั้ยสะดวกดี คิดถึงตอนนั้น...อยากนั่งรถไฟใต้ดินอีกสักครั้ง” รถไฟใต้ดินที่เขากับเธอนั่งไปโรงเรียนตอนเช้า-เย็น“งั้นนั่งรถไฟฟ้ากัน จากนั้นต่อรถไฟใต้ดินกลับบ้าน”“ได้”“อย่าได้ใส่สูทผูกไทมาเชียว”เขาหัวเราะ “ตกลง”“เคลวิน”“หืม”“ดีจังที่นายกลับมา”“ใช่ ฉันก็ดีใจที่กลับมา ดีใจมาก”“งั้นเจอกันพรุ่งนี้ ฝันดีนะ”“ฝันดี”ทั้งสองมองกันเงียบๆ วางสายพร้อมๆ กัน แต่เคลวินยังยืนนิ่ง เขาส่งเสียงบอกมิริน “เธอกลับเข้าไปข้างในก่อน”มิรินพยักหน้าจากนั้นหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง เคลวินยิ้มและยืนอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ เห็นมิรินปิดไฟเข้านอนแล้วเขาถึงได้หมุนตัวกลับเข้าห้องเขา...นอนหลับสนิทจนกระทั่งเช้าและตื่นขึ้นมาในตอนสาย ตอนออกมาที่หน้าระเบียงมิรินก็ออกไปทำงานแล้ว เขามองห้องที่ปิดม่านเงียบอยู่ๆ รอยยิ้มก็กว้างขึ้น “ดีจังที่ได้กลับมา” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเจ้าชมพู่ออกไปเ

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.3

    นอกจากของพวกนั้นแล้วยังมีสมุดบันทึก...เขาพลิกดูลายมือที่ดีขึ้นมาอีกนิด นึกไม่ถึงว่าในที่สุดลายมือของมิรินก็อ่านง่ายขึ้น กระทั่งพบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดในบันทึกนั้น เป็นเรื่องราวนับตั้งแต่วันแรกที่เขากับเธอได้พบกันมันถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหมด ทุกเหตุการณ์ ทุกตัวอักษร ในบันทึกเล่มนี้คือความทรงจำทั้งหมดของเขากับมิริน ถึงไม่ได้อ่านแต่ตัวเขาเองก็จดจำรายละเอียดได้เหมือนมันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองบันทึกที่บอกวันที่ล่าสุดเมื่อสามวันที่แล้ว...‘เคลวินฉันบอกเลิกเรวัฒน์ไปแล้วละ ฉันเป็นคนไม่ดี ยายเปิ้ลบอกว่าฉันเห็นเขาเป็นนาย ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันคิดว่าเมื่อฉันได้ใช้เวลากับคนอื่นฉันก็อาจจะรักเขาได้ แต่ฉันคิดผิด ฉันยังคิดถึงนายอยู่เลย จนเดี๋ยวนี้ฉันก็ยังคิดถึง ทำยังไงดีละฉันลืมนายไม่ได้ทั้งยังมองคนอื่นเป็นนาย...’เคลวินปิดสมุดบันทึกลงด้วยรอยยิ้ม เขาเก็บทุกอย่างที่หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นกลับเข้ากล่องเช่นเดิม รับรู้ทุกความรู้สึกของมิรินผ่านตัวอักษรทุกตัวที่หญิงสาวขีดเขียนลงไปในบันทึก ถ่ายทอดออกมาเป็นความทรงจำที่ทั้งงดงามและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขเขารักมิริน รักมาตลอด จนถึงตอนนี้แม้ว่าจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status