جميع فصول : الفصل -الفصل 9

9 فصول

บทที่ 1.1

ร่างสูงของชายหนุ่มอายุราวยี่สิบสี่ยี่สิบห้า กำลังก้าวเดินออกมาจากทางเดินผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ชุดลำลองสบายตัวสวมทับด้วยเสื้อนอกสีอ่อนดูดีมาก แม้ยับย่นจากการเดินทางอันยาวนานบนเครื่อง แต่นั่นกลับทำให้เขาดูมีเสน่ห์จนหญิงสาวหลายคนที่ยืนอยู่รายรอบหยุดมองเป็นตาเดียวใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูเย็นชา แต่ในความเย็นชานั้น เขากลับดึงดูดใจสายตาและความสนใจของทุกคนเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย“กลับมาแล้ว” เขากระซิบกับตัวเองสิบปีแล้วที่เขาไม่ได้มากลับมาเมืองไทย ภาพความทรงจำในตอนที่เขามาเมืองไทยครั้งแรก ปรากฏขึ้นมาเป็นฉากๆ คล้ายมันเพิ่งจะผ่านไปเมื่อวานเคลวิน หลี่ เกิดที่ประเทศไทยก็จริง ทว่าเขากลับไปเติบโตที่อเมริกาหลี่ชิง พ่อของเขาเป็นคนจีน ส่วนอารยาแม่ของเขาเป็นคนไทย ทั้งสองหย่าร้างกันตั้งแต่เคลวินอายุได้ห้าขวบ หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปอเมริกากับพ่อแล้วไม่ค่อยได้พบแม่บ่อยนักเขายังจำได้แม่นว่าตัวเองโกรธมากแต่ไหน ตอนรู้ว่าพ่อของเขาปิดบังเรื่องการตายของแม่ เพราะหลังจากไม่ได้ข่าวหรือการติดต่อจากแม่ เขาก็เริ่มโกรธและเกลียดแม่ที่ลืมเขา ไม่มาหาตามสัญญาตอนที่รู้เรื่องทั้งหมดจากป้าแท้ๆ เขาไม่รู้เลยว่าเขารู้สึกโ
last updateآخر تحديث : 2026-05-02
اقرأ المزيد

บทที่ 1.2

...อย่างน้อยครั้งหนึ่ง พ่อกับแม่ก็ได้ให้กำเนิดเด็กหญิงมิริน ให้โอกาสเด็กน้อยได้ลืมตาขึ้นมาบนโลก...อย่างน้อยในอดีตอันเจ็บปวดนั้น ในความเลือนลางของความทรงจำ เสี้ยวหนึ่งก็ยังมีความสุข เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มหลังจากที่อยู่ๆ ก็ฝันถึงเรื่องในอดีต มิรินพยายามตั้งสตินึกถึงแต่เรื่องดีๆ เมื่อพอจะดีขึ้นก็ขยับตัวลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำระหว่างเดินลงมาชั้นล่างได้ยินเสียงในห้องครัวเด็กสาวพลันยิ้มออก “คุณแม่ขา” มิรินส่งเสียงเรียกอย่างสดใสพร้อมกับรอยยิ้ม“มีมี่ทำไมตื่นแต่เช้าจังเลยลูก” วิรัญญาหันมาถามบุตรสาวอย่างสงสัย“นอนไม่หลับค่ะ” มิรินเดินเข้ามาออดอ้อน“ไม่สบายหรือเปล่าไหนแม่ดูซิ หรือว่าฝันร้ายอีกแล้ว หน้าซีดเชียว” วิรัญญาขมวดคิ้วอย่างเป็นห่วง รู้ดีว่าบุตรสาวมักจะฝันร้ายอยู่เสมอ ทั้งยังรู้ด้วยว่าเรื่องอะไรนานมาแล้วในตอนที่มิรินยังเด็กก็เคยตัวสั่นร้องไห้สะอึกสะอื้น และขอเข้าไปนอนด้วยกลางดึก ความหวาดกลัวในดวงตาเด็กน้อยในตอนนั้นวิรัญญาไม่เคยลืมเลือน“ค่ะแม่...แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว คุณพ่อล่ะค่ะตื่นแล้วหรือยัง” มิรินเอ่ยถามถึงทินกรทันที“ตื่นแล้วจ้า” เสียงทินกรดังขึ้นด้านหลังทำให้สองแม่ลูกหันกล
last updateآخر تحديث : 2026-05-02
اقرأ المزيد

บทที่ 1.3

คนทั้งสองยังไม่มีบุตรเนื่องจากกานดาเป็นหมัน ซึ่งอนุชาเองก็ไม่รังเกียจ เขารักภรรยามาก และไม่เคยนอกใจเลยสักครั้งตั้งแต่แต่งงานกันมาร่วมยี่สิบปี บ้านหลังใหญ่ของทั้งสองจึงค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงสองสามีภรรยา และแม่บ้านกับคนงานเพียงไม่กี่คน นานๆ ครั้งที่มิรินจะตามวิรัญญาเข้าไปเพื่อพูดคุยพบปะสองสามีภรรยา ดังนั้นทั้งสองจึงคุ้นเคยและเอ็นดูมิรินอย่างมาก“จะเปิดเทอมแล้วนี่นา เตรียมตัวแล้วหรือยังจ้ะ” กานดาเอ่ยถามขึ้นเนื่องจากโรงเรียนมัธยมที่มิรินเรียนอยู่นั้น กานดาคือหนึ่งในผู้ถือหุ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้สูงวัยกว่าจะรู้กำหนดการหลายๆ อย่าง“เหลือแค่ตัดผมค่ะ คุณแม่บอกว่าใกล้ๆ วันเปิดเทอมจะพาไปตัดร้านประจำ”“ไม่ลองไว้ยาวเหรอจ้ะ”“ไม่ล่ะค่ะหนูเป็นคนขี้ร้อน จริงสิคะได้ยินคุณแม่บอกว่าหลานชายของคุณป้าจะย้ายมาจากอเมริกานี่คะ” มิรินเท้าแขนสองข้างกับกำแพง เอ่ยถามถึงบุตรชายคนเดียวของอารยาผู้ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วแน่นอนมิรินรู้จักและคุ้นเคยกับอารยาด้วย ตอนที่อีกฝ่ายมีชีวิตอยู่ก็ใจดีกับเด็กสาวมาก เคยถึงขั้นพามิรินไปเที่ยวและทำขนมอร่อยๆ ให้กินอยู่ไม่ขาดอารยาเล่าให้เด็กสาวฟังโดยไม่ปิดบังเรื่องหย่าขาดจากสามี
last updateآخر تحديث : 2026-05-02
اقرأ المزيد

บทที่ 1.4

สนามบินสุวรรณภูมิเคลวินเข็นรถที่เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางออกมายังประตูทางออก นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาที่เมืองไทยแต่ภาษาไทยของเขาก็อยู่ในระดับดีเยี่ยม เพราะเขาทั้งเรียนพูด อ่าน เขียนอย่างจริงจัง ที่จริงเขาพูด อ่าน เขียน ได้ทั้งภาษาอังกฤษ จีน ไทย อย่างคล่องแคล่วตลอดหลายปีมานี้เขาต้องย้ายไปประเทศต่างๆ เพราะพ่อของเขาเดินทางไปทำธุรกิจ หากไม่อยู่ที่อเมริกาก็ปักหลักที่จีน จนหลังๆ มานี้พ่อกับแม่หย่ากัน พ่อก็ขายหุ้นและย้ายไปทำธุรกิจที่อเมริกาอย่างถาวรตอนหย่าแรกๆ เนื่องจากคำสั่งศาล อย่างน้อยหลี่ชิงผู้เป็นพ่อก็ยังอนุญาตให้เขาได้เจอแม่ปีละสองสามครั้ง แต่ตอนรู้ว่าเคลวินอยากเรียนกฎหมายอย่างแม่ พ่อของเขาที่อยากให้เรียนบริหารก็ขู่ หากไม่ยอมเรียนบริหารก็จะไม่ส่งให้เขาเรียนต่อเขาโมโหบอกพ่อว่าจะมาอยู่กับแม่ ทำให้สองคนพ่อลูกทะเลาะกันอย่างรุนแรงเคลวินตัดสินใจต่อต้านพ่อเป็นครั้งแรก เขาย้ายออกมาอยู่คนเดียว คิดจะหางานทำเพื่อส่งตัวเองเรียน ในตอนนั้นเองที่เขารู้ว่า...แม่จากไปแล้วทั้งยังเป็นเวลาถึงสี่ปีหากไม่ใช่เพราะได้เจอกับผู้เป็นป้าตอนพ่อไม่อยู่ เขาคงไม่มีวันรู้ว่าแม่ที่เขาเฝ้ารอคอย...ไม่มีวันเดินทางมาหา
last updateآخر تحديث : 2026-05-02
اقرأ المزيد

บทที่ 1.5

เคลวินยิ้มพร้อมกับมองไปรอบๆ ห้อง อยู่ๆ ก็รู้สึกคิดถึงแม่ขึ้นมา ดวงตาคมเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เหลือบไปเห็นต้นชมพู่ริมกำแพงซึ่งอยู่ใกล้กับระเบียงห้องของเขาเอง“พักผ่อนนะจ้ะ ต่อไปที่นี่คือบ้านของหลาน ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นป้าจะอยู่เคียงข้างเสมอ อย่าลืม” กานดายิ้มให้เคลวินอย่างอ่อนโยน“ครับป้า ขอบคุณครับ”เคลวินตอบใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาที่เคยเย็นชาอยู่เป็นนิจกลับแลดูอ่อนโยนลง ยิ่งในยามที่เขาหันกลับมามองผู้เป็นป้าที่เดินออกไปจากห้อง...มันคล้ายเขาอยากจะยิ้มออกมาการมาถึงเมืองไทยครั้งนี้ของเขา ก็คงจะเหมือนการได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่ไม่มีพ่อของเขาคอยบงการ ชีวิตที่แม่ของเขาปรารถนาให้เขาเดิน ชีวิตเต็มไปด้วยอิสระที่เขาเคยฝันเอาไว้“ผมจะใช้ชีวิตอิสระอย่างที่แม่ต้องการ อย่าห่วงไปเลยนะครับ ผมจะพยายามอยู่อย่างมีความสุข” เคลวินพึมพำกับตัวเองเสียงเบา“เย็นชามากเลยนะ” อนุชากระซิบกับภรรยา“คงต้องให้เวลาเขาหน่อยค่ะ เขาเติบโตมาท่ามกลางสังคมที่แตกต่าง ตอนเจอครั้งแรกฉันเองก็ตกใจมากเหมือนกัน เขาดูเหมือนคนที่ไม่ยอมเปิดรับใคร ไม่ยอมไว้ใจใครง่ายๆ” กานดาทอดถอนหายใจ“แล้วนี่ทางพ่อของเขาจ
last updateآخر تحديث : 2026-05-02
اقرأ المزيد

บทที่ 1.6

ใครจะคิดว่าจะเจอลูกลิงปีนอยู่บนกำแพง และเจ้าลิงน้อยตัวนี้ดันขี้ตกใจเสียด้วย ได้ยินเสียงเขาเข้าหน่อยถึงกับทิ้งตัวลงมาจากกำแพงพุ่งเข้าใส่เขาเสียอย่างนั้น“ก็นายทำฉันตกใจเองนี่นา” มิรินลุกขึ้นโดยมีสินชัยและจินดาเข้ามาช่วย“เป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณหนูมีมี่” จินดาช่วยปัดเศษใบไม้ออกจากตัวมิริน ส่วนสินชัยก็ก้มลงไปช่วยพยุงเคลวินขึ้นมา“นึกไม่ถึงว่าสองคนจะสนิทกันไวขนาดนี้” เสียงหัวเราะของอนุชาดังขึ้น“มีมี่เจ็บมากไหมลูก” กานดาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“มีมี่!” เสียงตกอกตกใจของวิรัญญาดังข้ามกำแพงมา“หนูไม่เป็นไรค่ะแม่” มิรินตะโกนข้ามกำแพงไป“ลูกไปทำอะไรบ้านคุณป้าน่ะ อย่าบอกนะว่าตกลงจากกำแพง!” เสียงวิรัญญาเข้มขึ้นเล็กน้อยจนมิรินสะดุ้ง“แต่หนูไม่เป็นไรจริงๆ นะคะแม่” มิรินยืนยัน“ยายหนูไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พอดีมีคนรับเอาไว้ทันน่ะ” กานดาเอ่ยกลั้วหัวเราะ“เด็กคนนี้นี่ซนจนได้เรื่องจริงๆ ยังไม่รีบขอโทษคุณลุงคุณป้าอีก” วิรัญญาเอ็ดเสียงเขียว กำแพงสูงที่ขวางอยู่ทำให้มองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น“หนูขอโทษนะคะ” มิรินหันไปขอโทษด้วยใบหน้าแหยๆ“ไม่เป็นไรจ้ะ สองคนรู้จักกันไว้สิจ้ะ มีมี่นี่เคลวินจ้ะ เคลวินจ้ะนี่มิรินจะเรี
last updateآخر تحديث : 2026-05-03
اقرأ المزيد

บทที่ 1.7

“ฉันไม่ได้อยากมีเพื่อน”“ได้ไง นายเพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ อย่างน้อยนายก็ต้องมีเพื่อนสิ ได้ยินมาว่านายไม่เคยมาที่ประเทศไทยเลยนี่น่า” มือเล็กยื่นไปตรงหน้าเขา ในมือมีชมพู่ทับทิมจันทร์ลูกสวยอยู่ “ให้นาย เป็นของขวัญที่เราเจอกันครั้งแรก” มิรินยิ้มสดใสแต่เคลวินกลับกลอกตาแล้วเดินอ้อมคนตัวเล็กไปแบบไม่ไยดี“นี่ เดี๋ยวก่อนสิ” มิรินวิ่งตามไปดักเขาไว้อีก“ฉันไม่ชอ...” เคลวินฉุนเหมือนกำลังจะหมดความอดทน...ไม่คาดว่าชมพู่กลับโดนยัดใส่มือเขาจากนั้นร่างเล็กก็วิ่งหายกลับเข้าไปในบ้าน “กินเสียนะรับรองว่าอร่อย ฉันปลูกเองเลยล่ะ”เคลวินมองลูกชมพู่ในมืองงๆ ไม่เคยมีใครที่เห็นใบหน้าเย็นชาของเขาแล้วยังกล้าตามตอแยแบบนี้มาก่อน ทุกคนต่างก็มองอย่างหวาดกลัว ไม่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ บางทีก็พยายามออกห่างให้มากที่สุดเกราะกำบังนี้เขาใช้กันผู้คนที่เข้าใกล้เขาเพื่อผลประโยชน์ เพราะหลายครั้งมีคนอยากหลอกใช้เขาเพื่อเข้าถึงพ่อ แต่ตอนนี้กลับมีเด็กสาวกล้ายัดชมพู่ใส่มือเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไร้ซึ่งพิษสง ทั้งยังดูไม่ออกว่าต้องการผลประโยชน์อะไร...เคลวินยืนมองลูกชมพู่ในมืออยู่นานก่อนที่จะได้สติ เขาขมวดคิ้ว...เขวี้ยงลูกชมพู่ในมือทิ้งไป ใบหน้
last updateآخر تحديث : 2026-05-04
اقرأ المزيد

บทที่ 1.8

ประธานโรงเรียนขึ้นกล่าวเปิดพิธีเพื่อต้อนรับน้องใหม่ ก่อนที่ผู้อำนวยการของโรงเรียนจะขึ้นให้โอวาสต่อ“มีมี่ นั่นมันพี่เหมันต์นี่” ทิพวัลย์เอ่ยกระซิบกับมิรินด้วยความตื่นเต้น “นั่นก็พี่แดน อู้ย...ล้อ หล่อ”“จะตื่นเต้นอะไรนักหนา รู้อยู่แล้วว่าพี่เขาเข้าเรียนที่นี่”มิรินมองเพื่อนขำๆ สายตามองไปยังรุ่นพี่ทั้งสองที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด เพราะพวกเขาเป็นกรรมการนักเรียนไม่มีใครในโรงเรียนไม่รู้จักแดน หรือ ดนุวัศ วรวัฒนกำจร เพราะเขาคือหนึ่งในทายาทของบริษัทในเครือเจเอ็มอี หลานชายอีกคนของกานดานั่นเองส่วนอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ดนุวัศ คือเหมันต์ สุทธิวรกานต์ ทายาทนักธุรกิจชื่อดังที่ไม่ว่าใครก็ต้องร้อง ‘อ๋อ’ เมื่อได้ยินนามสกุลดัง เพราะกิจการของครอบครัวเขาก็คือห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง“ก็แหมใครจะไม่ตื่นเต้นล่ะ พี่เขาทั้งเก่ง เรียนดี หล่อก็หล่อบ้านก็รวย เป็นถึงลูกชายผู้อำนวยการที่นี่ด้วย” ทิพวัลย์พูดจบก็มองไปที่ดนุวัศอีกรอบมิรินขมวดคิ้วเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ ...เคลวินเองก็ถือว่าเป็นทายาทอีกคนของ ‘วรวัฒนกำจร’ เช่นกัน แม้จะไม่ใช่สายตรง เพราะไม่ได้ใช้นามสกุลของอารยามองไปรอบๆ ก็พบว่าเขานั่งรวมอยู่กับเหล่
last updateآخر تحديث : 2026-05-05
اقرأ المزيد

บทที่ 1.9

หลังโรงเรียนเลิกเคลวินเดินออกมาจากประตูใหญ่ เดินตรงไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน เขาไม่ต้องการให้คนขับรถมารับส่งเพราะมันน่ารำคาญ ช่วงเวลาที่อยู่เมืองไทยเขาอยากใช้ชีวิตให้เรียบง่ายที่สุด ดังนั้นเมื่อรู้จักเส้นทางดีเขาจึงบอกป้ากับลุงว่าจะมาโรงเรียนด้วยตัวเองเดินไปได้ไม่เท่าไหร่เขาก็เจอกับเด็กข้างบ้าน เด็กสาวคุยกับเพื่อนและหัวเราะอย่างสนุกสนาน โดยไม่ได้สนใจหันมามองเขาที่ยืนห่างออกไปเล็กน้อยเคลวินนึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มนั้นแล้วอดที่จะนึกถึงตัวเขาเองตอนยังเด็กขึ้นมาไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็เพียงแค่ยิ้มรับ มองโลกในแง่ดี ทั้งบริสุทธิ์ และไร้เดียงสา เขาเองก็เคยเป็นแบบนั้นเมื่อนานมาแล้ว ทว่าสถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนให้เขาต้องสร้างเกราะกำบังตัวเองขึ้นมา เพื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่กับสังคมอีกแบบ สังคมของนักธุรกิจที่จะต้องสวมหน้ากากเข้าหากัน ไม่เว้นแม้แต่ทายาทของนักธุรกิจเหล่านั้นเมื่อลงจากรถไฟใต้ดินเคลวินก็เดินทอดน่องมาเรื่อยๆ กระทั่งเจอเข้ากับเด็กข้างบ้านอีกครั้งที่ร้านสะดวกซื้อทางเข้าหมู่บ้าน ในมือของเด็กสาวมีไอศกรีมแท่งรสบลูเบอร์รี่ รอยยิ้มสดใสที่ส่งมายังเขา ทำให้เขารีบเดินทั้งยังทำเป็นมองไม่เห็น“น
last updateآخر تحديث : 2026-05-06
اقرأ المزيد
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status